นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    อันโกะ กลรักสตรอว์เบอร์รี่

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    แผนพิชิตใจด็อกเตอร์แสนในเดทเดียวของอันยาเริ่มต้นขึ้นด้วยการที่เธอเดินเลือกซื้อเสื้อผ้าที่สวยและ เซ็กซี่พอที่จะดึงดูดสายตาแสนได้ คิมหันต์กังวลใจ แผนนี้จะดีหรือ อันยาร่าย

    “อย่าเพิ่งเถียง ฟังแผนฉันก่อน...เริ่มด้วยร้านอาหารบรรยากาศดีๆ อาหารถูกปาก บทสนทนาถูกใจชวนให้เคลิ้ม ก่อนจะถึงหมัดเด็ดที่จะทำให้ผู้ชายร้อยทั้งร้อยต้องแพ้”

    คิมหันต์สีหน้าตื่นเต้นตั้งใจฟังคิดภาพตามที่อันยาสาธยาย...บรรยากาศสุดโรแมนติกเสียงแก้วไวน์กระทบกันเบาๆเคล้ากับดนตรีแจ๊ส คู่รักโอบกอดและเต้นรำกันอย่างใกล้ชิด...ชิดกันมากจนกระทั่ง เสียงแสนกระซิบแผ่วเบาว่า “อันยา คุณเป็นแฟนผมนะ”

    อันยาฟุ้งว่า ถ้าแสนคิดอะไรกับตนจริง เจอ บรรยากาศแบบนั้น โอกาสแบบนั้นจะไม่ฉวยเอาไว้เชียวหรือ “ฉันจะทำให้ด็อกเตอร์ขอฉันเป็นแฟน แล้วออกจากเพียงพอดี เพื่อมาร่วมสร้างอนาคตกับแฟนสาว แล้ว ทั้งหมดนี้ มันจะทำให้เราสองคนได้ปิดจ็อบยังไงล่ะ เตรียมดีใจไว้ได้”

    ด้านเมรี ก็ออกมาซื้อชุดสวยกับอาโปเพื่อใส่ไปเดทกับทวยเทพเช่นกัน หวังจะล้วงความลับเรื่องอันยาให้ได้ และเป็นการเย้ยอันยาที่ตนแย่งแฟนมาได้ด้วย...

    คิมหันต์อดถามอันยาไม่ได้ว่า ครั้งนี้เธอเล่นกับหัวใจคนอื่นแบบนี้ ยังสบายใจอยู่ได้หรือ อันยาสลดลง แต่ปลอบใจตัวเองว่า วิธีนี้ ปรานีกว่าการดิสเครดิตเสียอีก อย่างน้อยเขาก็ลาออกเอง เพราะตามใจแฟน คิมหันต์ตอกย้ำ ไม่เป็นการทำร้ายจิตใจหรือ และที่เขาอยากรู้อีกอย่าง

    “สมมติว่าแผนนี้สำเร็จ แล้วด็อกเตอร์ยอมออกจากงานเพื่อเจ๊ จนเราปิดจ็อบได้เรียบร้อยแล้วเนี่ย เจ๊จะทำยังไงกับเขาอ่ะ แบบว่าจะหาเรื่องเลิก หรือว่า...ก็เนียนๆคบต่อไปเลย เพราะจะว่าไป ด็อกเตอร์แสนก็โปรไฟล์ไม่เลว”

    อันยาฟังแล้วอมยิ้ม คิมหันต์ดักคอยิ้มอะไร หรือว่าแผนนี้ทำเพราะอยากเป็นแฟนแสน

    “บ้า! ใครจะไปคิด ฉันทำทุกอย่างเพื่องานของเราเท่านั้นย่ะ ชัตอัพเลยนะ”

    “ไม่คิดแล้วทำไมต้องโวยด้วย ร้อนตัวไปเปล่า”

    “ก็แกถามอะไรบ้าๆ ทีแรกฉันยิ้มเพราะเห็นป้าย เซลส์นั่นต่างหาก มันลดเยอะดี”

    “ถ้าไม่คิดจริงก็ดี เพราะถ้าวันนึงเขารู้ขึ้นมาว่าเราเข้ามาหาเขาเพราะจุดประสงค์อะไร คนที่เสียใจจะได้มีแค่เขาฝ่ายเดียว อย่าเผลอไปชอบเขาก็ดีแล้ว” คิมหันต์นึกได้ ส่งซองเอกสารให้ “เกือบลืม นี่เอกสารหักภาษีค่าคอมมิชชั่นเคสก่อนๆของเจ๊ เก็บให้ดีๆล่ะอย่าให้ใครสงสัย”

    อันยารับซองพร้อมบอกว่าไม่ต้องห่วง ที่เพียงพอดีไม่มีใครสงสัยตนแต่ในใจครุ่นคิดถึงคำพูดของคิมหันต์

    ooooooo

    วันต่อมา เพียงดาวกำลังติจดหมายที่เมขลาพิมพ์ว่ามีข้อผิดพลาดหลายจุด แบบนี้จะเลื่อนตำแหน่งมาเป็นเลขาได้อย่างไร เอกชัยให้กำลังใจผิดนิดหน่อยอย่าเข้มนักเลยดูอย่างอันยาไม่ได้เป็นอะไรมาก ยังทำงานถูกใจด็อกเตอร์แสน เพียงดาวปรี๊ด

    “จะอ้างแบบนั้นไม่ได้นะยะ นี่จะปล่อยให้มีเลขาไร้ประสิทธิภาพอยู่ในบริษัท แล้วเป็นแบบอย่างแย่ๆอย่างนี้ไม่ได้!” เพียงดาวหยิบเอกสารที่อันยาพิมพ์มาดู “นี่ก็ผิดฟอร์แมท...อันนี้ก็พิมพ์ผิดตั้งเยอะ...นี่ก็ด้วย ใช้คำไม่เป็นทางการในรายงานการประชุม โอ๊ย! ยัยอันยานี่เป็น เลขาประสาอะไร หาความรอบคอบไม่เจอเลย”

    “เขาแค่พิมพ์เอกสารผิดนิดหน่อย ไม่ได้ฆ่าคน ตาย” เอกชัยแก้ตัวแทน

    “เอกสารมันก็คือหน้าตาของเจ้านาย ถ้าผิดพลาดไปนายก็เสีย ไม่รู้ว่าด็อกเตอร์แสนทนร่วมงานกับเลขาแบบนี้เข้าไปได้ยังไง” เพียงดาวบ่นไม่เลิก

    อันยาเดินเข้ามาตอบเอง “ก็เพราะด็อกเตอร์มองเห็นความสามารถอื่นของฉันน่ะสิคะ”

    ทุกคนชะงักหันมอง เพียงดาวโต้ความสามารถที่ว่ามันคืออะไร เอกชัยตอบแทนว่าที่อันยาจัดการคุณหญิงเหมือนกับอิงค์กี้ได้ แถมยังช่วยโครงการภาคสนามได้ดี...เพียงดาวค้อนขวับหาว่าเก่งแต่เรื่องอื่น เรื่องหลักๆของตัวเองกลับไร้ระบบระเบียบ

    อันยาแกล้งย้อน “ระเบียบจัดเกินไป ก็ขาดความสร้างสรรค์คร่ำครึน่ะสิคะ”

    เพียงดาวไม่พอใจหาว่าอันยาทำงานไม่มีระเบียบ ทั้งที่งานนั้นคือหัวใจของงานเอกสาร อันยาต่อปากต่อคำ พอคลายเครียด เพียงดาวจึงสั่งเสียงเฉียบให้เอาไปแก้ไขใหม่

    “ฉันแก้ก็ได้ค่ะ...แต่ต้องเป็นคำสั่งของด็อกเตอร์ แสน เจ้านายฉัน” อันยารวบเอกสารไป

    เอกชัยทำหน้าสะใจ เพียงดาวเหวอ แค้นตาเดือดปุดๆ...เรื่องถึงหูแสน เขาบอกอันยาว่า ที่เพียงดาวเตือนเพราะหวังดีกับบริษัท น่าจะฟังคำแนะนำบ้าง และว่าเธอก็ไม่เหมือนเลขาจริงๆ

    “แค่ฉันไม่ใช่คนหัวอ่อน คะๆขาๆเชื่อฟังก็เป็นเลขาไม่ได้เหรอคะ” อันยาย้อน

    “คุณอาจจะดูไม่เหมือนเลขาคนอื่นๆ แต่สำหรับผม คุณเป็นเลขาที่ดีมากโอเคไหม”

    อันยาชะงัก เขินกับคำเยินยอของแสน ยอมเอาเอกสารไปแก้โดยดี แสนนึกได้ถามถึงนัดหมายกับสมพงษ์ ทางนั้นคอนเฟิร์มมาหรือยัง...เข้าทางอันยาพอดีเธอรีบบอกว่า ร้านอาหารร้านนั้นอยู่ไม่ไกลจากคอนโดเท่าไหร่ ตนขอไปเจอที่ร้านเลยแสนตอบไม่มีปัญหา

    จากนั้น อันยาก็รีบมาแก้ไขเอกสารใหม่ให้เสร็จ เผอิญซองเอกสารที่ได้จากคิมหันต์ไหลหล่นจากกระเป๋ามาอยู่บนโต๊ะ ทำให้อันยาเผลอรวบรวมไปกับเอกสารที่แก้ไขใหม่

    ooooooo

    ร้านอาหารหรูที่อันยาใช้เป็นที่ปฏิบัติการคิมหันต์กับอันยาติดต่อกันผ่านบลูทูธ คิมหันต์แจ้งว่าตนอยู่ประจำที่เรียบร้อย อันยาตอบกลับว่า เป้าหมายกำลังจอดรถ

    อันยาเช็กความเรียบร้อยของตัวเองก่อนจะเดินไปรับแสน เขามองเธออย่างประหลาดใจที่เธอแต่งตัวสวยเกินเหตุ แค่มาคุยงาน เธออ้างว่าแต่งให้เข้ากับบรรยากาศของร้าน

    “ทำไมคะ มัน...ดูไม่ดีเหรอคะ”

    “เปล่า คุณสวยจนผมแปลกใจต่างหาก”

    “แปลกใจง่ายจัง ระวังจะมีอะไรให้แปลกใจอีกเยอะนะคะ” อันยาเห็นแสนงงกับคำพูดจึงแก้ “เอ่อฉันหมายถึงเรื่องงานน่ะค่ะ”
    อันยายิ้มกริ่มแอบพูดกับคิมหันต์ว่า แสนชมว่าตนสวยได้ยินแล้วใช่ไหม คิมหันต์โต้ “นี่เพิ่งช็อตแรกข้างในน่ะของจริงเอาให้อยู่เถอะ”

    “จิ๊บๆ คอยดูก็แล้วกัน” อันยาย้ำอย่างท้าทาย

    เมื่อเข้ามาอยู่ในร้าน  แสนมองรอบๆร้านที่บรรยากาศสุดโรแมนติก ไม่น่าจะคุยงาน อันยาอ้างว่าคุณสมพงษ์คงชอบร้านนี้ แล้วเธอก็ทำทีว่าเขาโทร.เข้ามา โดยคนที่โทร.คือคิมหันต์

    “อุ๊ย! คุณสมพงษ์โทร.มาค่ะ...สวัสดีค่ะ อันยาเลขาด็อกเตอร์แสนค่ะ อะไรนะคะ จะมาเลทเหรอคะ ค่ะค่ะ” อันยาหันมาบอกแสนว่าสมพงษ์จะมาเลทชั่วโมงหนึ่ง ให้ทานอาหารไปก่อน

    แสนเห็นว่าไม่ควร แต่อันยาทำทีว่าหิว แสนจึงยอมสั่งอาหารกันก่อน อันยาได้อ่านบทสัมภาษณ์ของเขาทั้งหมดมาแล้วว่า เขาชอบทานอาหารประเภทไหน เครื่องดื่มอะไร จึงไม่ยากที่เธอจะสั่งอาหารให้เหมือนกับเขา พอดูเมนูทั้งสองพูดพร้อมกันว่า...เอาเซ็ตอาหารไทยชุดเอ

    เด็กเสิร์ฟอมยิ้มที่ทั้งสองใจตรงกัน คิมหันต์ได้ยิน ทึ่งกับความสามารถของลูกพี่แสนเปรย “ทุกทีผมเห็นคุณไม่ค่อยสั่งอาหารไทยเท่าไหร่นะ”

    “นั่นสิคะ สงสัยวันนี้จะมีอะไรพิเศษกว่าทุกที ฉันถึงได้...ใจตรงกับด็อกเตอร์”

    “แต่ผมว่า มันคงบังเอิญมากกว่า”

    อันยาหน้าเจื่อนเล็กน้อยที่แสนไม่รับมุก เด็กเสิร์ฟถามจะสั่งเครื่องดื่มอะไร ทั้งสองพูดเหมือนกันอีกว่า เอาน้ำอัญชัน เด็กเสิร์ฟแซว ใจตรงกันอีกแล้ว อันยาย้อนคำแสนว่า คงบังเอิญ

    ทางด้านเพียงดาวกำลังตรวจเอกสารที่อันยาพิมพ์ใหม่อย่างจับผิด มีเมขลากับเอกชัยคอยลุ้นเอาใจช่วย เพียงดาว บ่น ตั้งใจทำแต่แรกก็ไม่ต้องบ่น ตนทำเพื่อบริษัทจะได้ไม่มีเลขาที่ทำงานบกพร่อง พลันเพียงดาวเห็นซองเอกสารแพลมออกมา มุมซองมีชื่อ ไรท์เพอร์เซิ่ลคอมพานีพร้อมที่อยู่และเบอร์โทร. เอกชัยคุ้นๆว่าบริษัทนี้เป็นบริษัทจัดหางาน จึงคิดกันว่า อันยากำลังหางานใหม่ เมขลาไม่เชื่อและห้ามทั้งสองเปิดซองเอกสาร เพราะเป็นการเสียมารยาท

    ส่วนอันยาทานอาหารหน้าตาเบิกบานกับแสน โดยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่เพียงพอดี...อันยาเอ่ยถามแสนว่า เอาแต่ทำงานคงไม่ค่อยได้มาทานอาหารร้านแบบนี้ แสนตอบยิ้มๆว่า ลำพังตัวเองคงไม่ได้มา แต่ที่มาเป็นเพื่อนคุณหญิงเหมือนและอิงค์กี้ เพราะปฏิเสธไม่ได้ แสนเห็นสีหน้าอันยาไม่สบอารมณ์ จึงพูดอย่างเอาใจว่า

    “ทีหลังผมจะอ้างว่า เลขาไม่อนุญาตให้มาดีไหม”

    “ฉันจะไปมีสิทธิ์ห้ามคุณได้ยังไงล่ะคะ ถ้าคุณอยากจะไปกับสองคนนั้น” อันยางอน ก้มหน้าก้มตาสวาปามอาหารตรงหน้า แสนเห็นอาการเธอจึงถาม

    “คุณ...ไม่พอใจอะไรรึเปล่า”

    “ฉันจะไม่พอใจอะไรล่ะคะ...ขอตัวไปห้องน้ำนะคะ” อันยาลุกพรวดเดินออกไปแสนมองตามอย่างงงๆ...คิมหันต์ดักถามว่าเป็นอะไร อันยาเผลอบ่น ตนอุตส่าห์ช่วยเรื่องชาวนา แต่เขากลับไปเดทกับสาวๆ แถมเคยมาร้านนี้แล้วไม่ได้ยินหรือ คิมหันต์ย้อนถาม

    “ผมไม่ได้สงสัยด็อกเตอร์ แต่เจ๊นั่นแหละที่น่าสงสัย หึงป่าวเนี่ย”

    อันยาโวยวายพูดบ้าอะไร คิมหันต์เกริ่น ตอนวางแผนก็แอบยิ้ม พอทำก็ออกอาการหึง อันยาอึดอัดใจมากจนต้องยอมรับออกมาว่าแค่เสียฟอร์ม คิมหันต์ตอกย้ำ

    “ยิ่งพูดยิ่งดูเหมือนหึงเลยว่ะเจ๊...ขีดเส้นใต้สิบเอ็ดเส้น ระหว่างเสียฟอร์มกับเสียงาน เจ๊จะต้องเลือกแล้ว”

    อันยาชะงักนั่นสิ ว่าแล้วก็ปรับความรู้สึกเดินกลับมาที่โต๊ะ แล้วต้องประหลาดใจเมื่อเห็นบนโต๊ะเก็บอาหารไปหมด มีจานเค้กน่ารักๆ ตกแต่งด้วยสตรอเบอร์รี่หวานฉ่ำ น่ารับประทาน

    “ผมสั่งขนมมาให้ ไม่รู้ว่าจะถูกใจคุณรึเปล่านะ”

    อันยายังตะลึง แสนถามไม่ชอบหรือ เธอย้อนถามเคยบอกหรือว่าตนชอบสตรอเบอร์รี่

    “เปล่า ผมเดาเอาว่า พวกชีสเค้กหรือช็อกโกแลตเค้กคงธรรมดาไปสำหรับคุณ คุณน่าจะชอบสตรอเบอร์รี่ แต่สตรอเบอร์รี่ช็อกเค้กก็คงจะธรรมดาไปอีก เมนูนี้อร่อยด้วย มีสไตล์ด้วย น่าจะถูกใจคุณ”

    “คุณเดาขนมจากสไตล์ของฉัน” อันยาทึ่ง

    “ผมไม่ได้ทำอะไรให้คุณไม่พอใจอีกใช่ไหม”

    “รู้ไหม ว่าคุณเป็นคนแรกที่ไม่ได้บ่นว่าฉันเยอะ ให้ไปลดๆความเป็นตัวเองลง”

    “เวลาใครบอกว่าอันนี้เยอะ อันนั้นน้อย เขาใช้ อะไรวัด คุณเป็นอย่างที่เป็นมันก็ดีอยู่แล้ว”

    อันยานั่งอึ้ง รู้สึกอบอุ่นใจที่ได้ยิน เธอตักขนมกินอย่างเคลิบเคลิ้ม เผลอชมว่าตนชอบที่สุด แล้วตักป้อนให้เขาทำตาวิ้งๆ ทำเอาแสนใจเต้นรัว...คิมหันต์แอบมองอย่างชื่นชม พลันสายตาเหลือบไปเห็นเมรีควงแขนทวยเทพ  เข้ามา จึงรีบส่งข้อความบอกอันยาว่า...SOS...อันยาหน้าเหวอ เกิดอะไรขึ้น เธอรีบขอตัวจากแสนมาหาคิมหันต์ ทั้งสองแอบมองเมรีกับทวยเทพ

    “นี่ไม่รู้ว่าไปแอบกิ๊กกันตอนไหน ล้วงความลับกันไปถึงไหนแล้วก็ไม่รู้” คิมหันต์ตอกย้ำ

    “โอ๊ย! อย่าเพิ่งทำให้เครียดกว่านี้ได้ไหม ฉันจะทำยังไงดีเนี่ย”

    คิมหันต์เตือนอย่าให้ทั้งสองรู้ว่าเธอมากับแสน... อันยารีบกลับมาบอกแสนว่า สมพงษ์เปลี่ยนสถานที่นัด เพราะเขามีประชุมต่อ เราต้องรีบไป อันยาดึงแสนลุกขึ้นเดินไปเช็กบิล เมรีควงทวยเทพเดินมา คิมหันต์รีบหาทางช่วยด้วยการเข็นรถอาหารไปขวางให้ทั้งสองเดินไปอีกทาง เมรีเอะใจมองไปเห็นหลังไวๆ อันยารีบหลบเอาตัวแสนบัง คิมหันต์ตามมาบุ้ยใบ้ว่าเมรีมอง อันยาจึงบอกแสนว่าตนขอตัวไปเลือกซื้อขนม ว่าแล้วก็หลบเข้าไปในห้องเตรียมขนม

    เมรีเห็นแสนก็ตรงดิ่งมาทักทายและถามถึงสาวที่เขาพามาด้วย แสนกำลังจะตอบ พอดีทวยเทพตามมาเขม่น ถามอย่างดูถูกว่ามาร้านแบบนี้ได้อย่างไร แสนไม่อยากให้อันยามีปัญหาจึงเลี่ยงไม่ตอบและขอตัวกลับ แต่ทวยเทพยังหาเรื่อง

    “คงไม่ได้เอาเวลางานมาเที่ยวกับแฟนคนอื่นเขาหรอกนะ”

    “ผมว่าคุณถามคำถามนั้นกับตัวเองดีกว่า ลูกผู้ชายไม่ควรทำอะไรต่อหน้าอย่าง ลับหลังอีกอย่าง” แสนโต้

    “อย่างที่แกชอบทำน่ะเหรอ ต่อหน้าทำเป็นสุภาพบุรุษ ลับหลังก็อยากแย่งแฟนชาวบ้าน”

    “ผมว่าคนที่ต้องตรวจสอบตัวเอง น่าจะเป็นฝ่ายคุณมากกว่า ขอตัวนะครับ” แสนเดินไป เมรีแปลกใจทำไมสองคนนี้รู้จักกัน ทวยเทพหงุดหงิดต่อว่าเมรีมากับตนแล้วไปยุ่งกับแสนทำไม เมรีบอกว่าแค่ทักทายเพราะรู้สึกจะเห็นอันยา ทวยเทพยิ่งร้อนตัวจะให้เห็นเรามาด้วยกันได้อย่างไร ว่าแล้วเขาก็จะกลับ บอกเธอว่าถ้าอยากให้ไปส่งก็ตามไป เมรียิ่งข้องใจ

    พออันยาเห็นทั้งสองกลับไป ก็บอกพนักงานว่าตนไม่เอาอะไรแล้วจะเดินออก พนักงานเตือนให้ระวัง ไม่ทันการณ์ อันยาชนกับพนักงานที่ถือเค้กเข้ามา เค้กหล่นเลอะผมและเสื้อผ้าเธอ คิมหันต์ตามเข้ามาหน้าเหวอ รีบพาอันยาไปล้างในห้องน้ำ อันยาบ่นไปล้างผม เช็ดเสื้อที่เลอะไป

    “ดูสภาพฉันสิ...แบบนี้แผนดินเนอร์สุดโรแมนติกตอนค่ำ ที่จะพาด็อกเตอร์ไปก็หมดกัน”

    คิมหันต์ตำหนิอันยาที่เลือกร้านที่มาประจำกับทวยเทพ เธอโอดโอยใครจะไปคิดว่าเขาจะมาแถมมากับเมรีอีกต่างหาก...อันยาเดินหัวลีบ ชุดเปียกออกมาโกหกแสนว่า สมพงษ์ยกเลิกนัดฝากขอโทษที่ทำให้เสียเวลา แสนเห็นท่าทางอันยาจ๋อยจึงปลอบใจ

    “แค่นักวิจัยเลื่อนนัดเราแค่นี้ คุณไม่ต้องจ๋อยขนาดนั้นก็ได้”

    “ฉันทำผิดพลาด แล้วยังซุ่มซ่ามทำตัวเองเลอะเทอะไปหมด หัวก็เปียก หน้าก็ลบหมด ชุดก็เปียก ทั้งๆที่มันน่าจะไปได้ดีแล้วแท้ๆ ...เอ่อ...ฉันหมายถึง นัดคุยงานวันนี้น่ะค่ะ”

    แสนมองอันยาแล้วคิดอยากทำให้เธออารมณ์ ดีขึ้น จึงพาเธอมาที่สวนสาธารณะซึ่งคนไม่พลุกพล่าน พาเธอมาซ้อนท้ายจักรยาน ขี่ไปตามทาง เขาถามเธอรู้สึกอย่างไรบ้าง เธอตอบดื้อๆ

    “ก็...รู้สึกเหมือน นั่งซ้อนท้ายจักรยานน่ะค่ะ”

    แสนหัวเราะที่เธอตอบกำปั้นทุบดิน  “ถึงเราจะกลับบริษัทตอนนี้ ก็ใกล้เลิกงานแล้ว ผมเลยพาเลขามาปรับอารมณ์ดีกว่า ตอนนี้ผมคุณน่าจะแห้งขึ้นแล้วนะ แล้วอารมณ์ดีขึ้นรึยัง”

    อันยาเพิ่งสังเกตเห็นว่าผมตนแห้งปลิวไสว แอบอมยิ้มกับวิธีของแสน เขายังปลอบใจว่า ถึงผมจะเปียกหน้าจะลบไปบ้างแต่ก็ยังดูดี อันยาแกล้งถามว่า น่ารักใช่ไหม

    “ผมไม่ได้พูดแบบนั้นซะหน่อย”

    “ถ้าไม่ดูแย่ ก็ต้องดูดีสิคะ”

    แสนทำไม่รู้ไม่ชี้ อันยาท้วงเมื่อเช้าเขายังชมว่าตนสวย แสนจึงบอกว่าฟังบ่อยจะเบื่อ อันยาโต้อยู่ที่ใครเป็นคนพูด บางคนตนก็อยากให้ชมบ่อยๆ แสนแอบยิ้มหัวใจพองโต อันยาเหลือบมองแต่ไม่เห็น...แสนจอดพักแล้วหาน้ำเย็นมาให้ดื่ม อันยารู้สึกสดชื่น แสนบอกว่าสมัยเรียนตนมาที่นี่บ่อยๆ อันยาเย้าว่ามากับคุณหญิงเหมือนกับอิงค์กี้ แสนปฏิเสธ

    “ผมไม่มากับสองคนนั้น นอกจากเพื่อนคนหนึ่ง...

    คุณเป็นคนแรกนะที่ได้ซ้อนท้ายรถจักรยานผม” ...อันยาแอบปลื้ม

    ooooooo

    ด้านเพียงดาว ด้วยความอยากรู้ แต่โดนเมขลาดักคอไว้ไม่ให้เปิดซองเอกสารของอันยาออกดู เอกชัยเองก็อยากรู้ เพียงดาวจึงบอกว่า ไม่เปิดดูแต่ก็โทร.ถามได้ไม่ผิดตรงไหน แต่แล้วต้องหน้าแตกเพราะทางไรท์เพอร์เซิ่ลไม่สามารถบอกความลับของลูกค้าได้

    แต่พีอาร์ของบริษัทกลับเอาเรื่องที่มีคนโทร.มาถามถึงอันยาไปเปรยๆกับเมรีและอาโป

    “มิ้วได้ยินว่าพี่เขาลาพักร้อนอยู่ แต่วันนี้มีคนจากบริษัทนึงโทร.มาบอกว่าพี่อันยาเป็นพนักงานบริษัทเขา แล้วถามว่าพี่อันยาให้บริษัทเราหางานให้รึเปล่า... มันแปลกมากเลยนะคะ”

    เมรีตาโพลงรีบถามว่าบริษัทอะไร พอรู้ว่าเพียงพอดี และอันยาทำหน้าที่เลขาด็อกเตอร์แสน เมรีแค้นมากที่อันยาตบตาพวกตนมาตลอด

    ในขณะที่แสนมาส่งอันยาหน้าคอนโด อันยายังอยากจะทำแผนให้สำเร็จ ตัดสินใจทำใจกล้าชวนเขาขึ้นไปบนห้อง...คิมหันต์หมดหน้าที่กลับที่พัก พอได้ยินอันยาโทร.มาบอกว่า จะพิชิตใจแสนให้ได้ในคืนนี้ ก็ตกใจอุทานว่า

    “โห ในที่สุดความโสดที่เฝ้าเก็บงำมายี่สิบ...สามสิบปี เอาแต่บ้างาน เอาแต่แข่งกับเพื่อนร่วมงาน ในที่สุดก็จะถึงจุดสิ้นสุดกันวันนี้”

    “มากไปแล้วย่ะ แล้วฉันไม่ได้จะมาพรากความโสดอะไรอย่างที่แกว่า ฉันแค่ต้องการให้ด็อกเตอร์เขาขอเป็นแฟน แค่นั้นไม่ติดเรต”

    “เฮ้อ...ถ้าเจ๊เป็นกระต่ายน้อยวัยขบเผาะ ผมคงเป็นห่วงนะ ปูนนี้แล้ว เอ็นจอยให้เต็มที่นะเจ๊ ช่องทางเปิดแล้วทั้งที”

    อันยาโวยวายจนคิมหันต์ต้องชิงวางสาย...อันยาเดินออกมาจากห้องนอน ทำทีหาหลอดไฟให้แสนช่วยเปลี่ยนห้องกลางให้ แต่หาไม่เจอ แสนจะลองเปิดสวิตช์

    ดู อันยาร้องห้ามจนเขาสะดุ้ง อ้างว่าไม่ชอบเวลาไฟมันกะพริบๆ...สุดท้ายอันยาให้แม่บ้านช่วยไปซื้อหลอดไฟ แล้วเอาผ้าขนหนูมาให้แสนเข้าไปล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำ แสนบอกว่าตนไม่ร้อน แต่อันยาคะยั้นคะยอผลักเขาเข้าห้องน้ำ อ้างว่า ย่าสอนเสมอต้องดูแลแขกให้สบายที่สุด แสนทำตามอย่างงงๆ

    จากนั้น อันยาก็วิ่งพล่านจัดเตรียมของกินและจัดห้อง...แสนล้างหน้าพอเอาผ้าขนหนูมาเช็ดหน้า ก็รู้สึกถึงความหอมของผ้า เขาเดินออกมา นึกอยากลองเช็กสวิตช์ไฟดู จึงลองกด...พอเดินมาเห็นอันยาจัดโต๊ะมีกระถางต้นไม้ขนาดย่อมจัดวาง อันยาถือแก้วไวน์ยื่นให้ แสนกลับขอเปลี่ยนเป็นน้ำเปล่า อันยาหงุดหงิดแล้วจะทำให้เขาเคลิ้มได้อย่างไร แสนมองกระถางต้นไม้

    อันยาถามเสียงหวาน “คนรักธรรมชาติอย่างคุณ น่าจะชอบดอกไม้ใช่ไหมคะ”

    “นี่ใกล้ค่ำแล้ว เดี๋ยวต้นไม้จะคายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา ไม้กระถางขนาดนี้ ไม่ควรจะเอาไว้ในห้อง มันจะแย่งอากาศกับคุณนะ” แสนยกออกไปวางตรงระเบียง แล้วเข้ามาเปิดม่านให้สว่างขึ้น “ผมว่าเราอยู่กันสองคุณมืดๆมันไม่ค่อยดี”

    อันยาฮึดฮัด ทำอะไรก็ไม่ถูกใจสักอย่าง จึงดื่มไวน์หมดแก้ว แสนห้ามและเอาผลไม้มาป้อนเข้าปาก อันยาชะงัก แสบลูบหัวเธอเหมือนปลอบเด็ก อย่าดื้อ ทานเสียแล้วจะสดชื่น แต่พอเขาเห็นแววตาเธอซึ้งก็ชักทำตัวไม่ถูกเดินเลี่ยง ไปเปลี่ยนเพลงที่ฟังดูโรแมนติกให้คึกคักขึ้น

    “คุณ...คุณรู้ได้ไงว่านั่นเป็นแผ่นโปรดของฉัน”

    “อ้าวเหรอ! ผมไม่รู้หรอก”

    “ทุกทีเวลาที่ฉันอารมณ์ไม่ดี ฉันก็เปิดแผ่นนี้แหละ นี่แล้วฟังเฉยๆไม่ได้นะ มันต้องมีท่าประกอบด้วย” อันยาเต้นท่าประกอบเพลง แล้วชวนแสนเต้นด้วย

    แสนเขินไม่กล้าเต้น แต่พอโดนเธอท้าก็นึกสนุก เต้นไปด้วย สองคนสนุกจนอันยาเซจะล้ม เขาประคองเธอไว้ อันยามองหน้าแสนที่อยู่ประชิด เธอหลับตาลงหวังรอจุมพิตจากเขา แต่แสนกลับชะงักแล้วผละออก อันยารุกประกอบกับความมึน

    “คุณแสน ที่คุณชมว่าฉันเป็นเลขาที่ดีที่สุดของคุณ...คุณหมายถึงแค่เรื่องงานเท่านั้นเหรอ”

    แสนอึกอักทำตัวไม่ถูก ใจเต้นระรัวแต่ด้วยความเป็นสุภาพบุรุษ เขารีบขอตัวกลับ อันยาตกใจว่าตนทำอะไรผิด แต่ไม่กล้ารบเร้าเขา จึงบอกว่าไฟที่เสียจะให้ช่างมาซ่อมเอง

    “ไฟคุณไม่ได้เสีย ผม...ลองเทสต์ดูแล้ว”

    อันยาเหวออายจนต้องหลบตา “ฉัน...ช่วงนี้คงเครียดไปหน่อย ก็เลยทำอะไรบ้าๆ คุณอย่าถือฉันเลยนะคะอย่าเกลียด...ฉันเลยนะ ฉันขอโทษ”

    แสนเข้าจับมือเธอ “คุณไม่ได้ทำอะไรผิด ผมแค่ ...เพราะว่าเป็นคุณ...คุณมีค่ามากกว่าที่จะให้ใครมาทำเล่นๆด้วย” แสนลูบผมอันยาอย่างอ่อนโยน

    อันยาอึ้ง เสียงแสนก้องเต็มสองหู รู้สึกเหมือนเขาหลุดลอยไปไกลแสนไกล

    ooooooo

    ธกฤตถูกเหนือเทพบีบจะขอพบตัวอันยาเพื่อถามความคืบหน้าเอง...ในขณะที่เมรีกับอาโปกำลังจะเดินทางไปเปิดโปงอันยาถึงบริษัทเพียงพอดี แต่พีอาร์มาบอกว่าอันยาจะเข้าออฟฟิศ

    คิมหันต์รีบมาหาอันยาที่คอนโดแต่เช้า เห็นสภาพอันยาหัวฟูเหมือนไม่ได้หลับได้นอนเขามาเพื่อบอกว่าบอสเรียกประชุมด่วน อันยาอึกอักเหมือนมีเรื่องในใจ คิมหันต์แปลกใจ

    “ไม่ปกตินะเนี่ย ปกติพอบอกว่าเรื่องงาน เคยช้าซะที่ไหน หรือว่าเมื่อวานกะด็อกเตอร์ มีปัญหาอะไร...ตกลงสำเร็จไหม”
    อันยาได้ยินชื่อแสนก็ได้สติ “เรื่องนั้นแกอย่าเพิ่งถามเลย ใช่...ฉันต้องไปประชุม ต้องไปเจอบอส ฉัน...ฉันมีเรื่องสำคัญต้องบอกบอส”

    “ต้องงี้สิเจ๊ แผนเจ๊สำเร็จใช่ไหม”

    “แต่ก่อนบอกบอส ฉันต้องบอกแกก่อน ฉัน...ฉันอยากเลิกแผนทั้งหมด”

    คิมหันต์ตกใจคิดว่าตัวเองหูฝาด...

    เช้าวันนั้น เมรีกับอาโปรีบเดินไปหาธกฤติ แต่เขาเดินมากับเหนือเทพเสียก่อน เมรีมองอย่างสงสัย เลียบเคียงติดสินบนเลขาธกฤตเพื่อซักถาม อันยาเกี่ยวอะไรด้วย และขอให้ช่วยเปิดประตูห้องไว้ให้พวกตนแอบฟัง

    ด้านอันยากับคิมหันต์รีบเข้ามาที่ออฟฟิศ อันยาถาม “คิมบอมบ์ แกโกรธฉันรึเปล่า ที่ฉันตัดสินใจแบบนี้”

    “โกรธสิเจ๊...ที่เจ๊คิดช้า น่าจะรู้ตัวเองตั้งแต่แรก เล่นเอาเหนื่อย ลงทุนลงแรง ลุ้นไส้แทบระเบิด แต่...ช่างมันเหอะ ผมเองก็ไม่ค่อยสบายใจตั้งแต่เจ๊รับจ๊อบนี้แล้วล่ะ มันไม่เหมือนที่เราทำๆมา เลิกๆไปซะก็ดี แต่บอสจะว่ายังไงเนี่ยสิ”

    “ฉันคิดไว้แล้ว จะขอทำเคสชดใช้ให้มากกว่าหรือเท่ากับเปอร์เซ็นต์ที่บริษัทจะได้จากค่าตัวด็อกเตอร์ แต่เราคงต้องเหนื่อยกันหน่อย”

    คิมหันต์ไม่ยี่หระ ว่าอย่างไรว่าตามกัน แต่อยากรู้ว่า ทำไมถึงจะออกจากโปรเจกต์ อันยากำลังจะตอบ ธกฤตออกมาเจอ จึงเรียกให้เธอเข้าห้องประชุมอันยารีบบอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วยแต่พอเห็นเหนือเทพเดินมาทักก็ชะงัก “คนนี้เองเหรอ มือหนึ่งของไรท์เพอร์เซิ่ล”

    ทั้งอันยาและคิมหันต์อึ้ง ธกฤตแนะนำให้รู้จักผู้บริหารวิชั่นออฟฟิวเจอร์ อันยาหน้าเจื่อนพูดอะไรไม่ออก ต้องเลยตามเลย เมรีอดรนทนไม่ไหว โผล่ออกมาขอเปิดโปงเรื่องน่าอายของอันยา เพราะทำให้บริษัทเสียผลประโยชน์ เมรีสาธยายว่าเห็นอันยาเอาเวลางานไปออกเดทกับด็อกเตอร์แสน จนลืมหน้าที่การงาน ธกฤตพยายามปรามให้เมรีหยุด ไว้คุยกันทีหลัง แล้วหันมาทางอันยา บอกให้เล่าแผนการว่าก้าวหน้าไปถึงไหนแล้ว อันยาตัดสินใจยอมรับว่าตนไปเดทจริง

    “นั่นไง เห็นไหมคะ ว่าฉันไม่ได้จ้องจับผิดใคร แต่อันยาทำจริงๆ”

    “แต่ว่านั่นเป็นแผน ฉันคิดว่าคนอย่างด็อกเตอร์ ใช้ไม้แข็งหรือวิธีตรงๆคงไม่ได้ผล ฉันจะใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัว โน้มน้าวให้ด็อกเตอร์อยากเปลี่ยนงานค่ะ”

    เมรีเยาะ “นี่เธอบอกว่า ตัวเองจะข้ามขั้นไปเป็นแฟนเขาเหรอไง อย่างเธอน่ะนะ”

    อันยายอมรับว่าตนกับแสนกำลังเริ่มคบหากัน แต่เพิ่งเริ่มจึงยังบอกอะไรไม่ได้ เมรีโวยว่าอันยาโกหก ธกฤตปรามให้เงียบ เหนือเทพชอบใจแผนการของอันยา เขาทึ่งที่เธอทุ่มเท ยอมให้เวลาเธอดำเนินการต่อ ธกฤตโล่งใจ แต่อันยาเหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่างไปแล้ว

    แสนแปลกใจเมื่อรู้จากเมขลาว่า อันยาขอลากิจ เขาสงสัยว่าเธอจะอายเรื่องเมื่อคืนหรือเปล่า แต่พอเพียงดาวบอกเรื่องอันยาจะหางานใหม่ เขายิ่งเป็นกังวล ยังหวังและ เชื่อมั่นว่า อันยาคงอยากทำงานเป็นเลขาของเขาต่อไป ใจหนึ่งเขาอยากโทร.ถาม แต่อีกใจเกรงเป็นการบีบคั้นเธอ

    อันยามานั่งหน้างออยู่กับคิมหันต์ในร้านกาแฟ ครุ่นคิดที่เมรีรู้เรื่องตนจากคนที่เพียงพอดีโทร.มา แต่เรื่องนี้ก็ไม่ทำให้กลุ้มใจเท่าเรื่องที่ตนยังไม่ได้คบหากับแสนตามที่บอกบอสไป

    “ฮ้า!นี่ นี่เจ๊หลอกบอสกับคุณเหนือเทพเหรอ”

    “ก็จะให้ทำยังไงเล่า ยัยเมรีเตรียมมีดมาแทงข้างหลังฉันซะขนาดนั้น”

    “ก็จริง...แต่ ถ้าไม่ได้ปิ๊งกะด็อกเตอร์ แล้วทำไม ตอนแรกเจ๊ถึงจะเลิก...”

    อันยานึกถึงคำพูดของแสนที่ว่า...คุณมีค่ามากกว่าที่จะให้ใครมาทำเล่นๆด้วย...เธอสารภาพ

    “ฉัน...แค่รู้สึกว่า ถ้าไม่ต้องหลอกคนคนนั้นอีก มันก็ คงดี...แต่แกลืมมันไปเถอะ เราหันหลังกลับไม่ได้ ด็อกเตอร์เขาก็แค่เปลี่ยนงาน แต่ถ้าเราพลาดคงโดนเหยียบจมดิน แล้วฉันก็ทำให้บอสผิดหวังไม่ได้ ไม่ว่ายังไงฉันก็ต้องหาวิธีให้ด็อกเตอร์แสนไปทำงานกับวิชั่นออฟฟิวเจอร์ให้ได้” อันยาตัดความหวั่นไหวในใจทิ้งไป กลับมายืนหยัด ในภารกิจ

    ในขณะที่ เมรีโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง ร้องไห้สะอึก สะอื้นที่ธกฤตยอมรับว่า ให้อันยาได้ตำแหน่งหัวหน้าแผนกเพราะขู่จะลาออก แต่เขาจะขึ้นเงินเดือนให้แก่เมรีและจะไม่ให้เธอต้องขึ้นกับอันยา ให้รับงานโดยตรงจากเขา เมรีปิ๊งความคิดบางอย่างได้ ขอข้อแลกเปลี่ยนบางอย่าง...

    วันต่อมา อันยามาบริษัทเพียงพอดี เอกชัยดีใจที่ไม่มีกล่องมาขนของ แสดงว่าไม่ได้จะลาออก อันยาทำทีว่ามีคนมาทาบทามจริง แต่ตนปฏิเสธ และขอโทษแสนที่ลากิจกะทันหัน แสนห่วงความรู้สึกเธอ อยากจะขอโทษเรื่องคืนก่อน แต่อันยาตัดบท ล้อเขาเรื่องท่าเต้นให้หัวเราะ พลันมีเสียงเคาะประตู อันยาคิดว่าเพียงดาวเอาเอกสารมาให้ แต่พอเปิดประตู กลับพบหญิงสาวสวย ท่าทางดีแววตาแฝงความฉลาด มั่นใจในตัวเอง จึงถามว่านัดไว้หรือเปล่า อันยามองแสน เขาส่ายหน้า จึงหันไปบอกหญิงสาวว่า ด็อกเตอร์ไม่สะดวกพบตอนนี้

    “กล้ามากนะด็อกเตอร์แสน อยากเจอพิษแบคทีเรียจากแอฟริการึเปล่า” หญิงสาวโพล่งขึ้น

    “ไม่ต้องอาศัยพิษจากแอฟริกาหรอกครับ แค่ขัดใจด็อกเตอร์แพม ก็คงจะโดนคนทั้งออฟฟิศเล่นงานแล้วล่ะ เห็นใจพนักงานตาดำๆอย่างผมเถอะนะ...ที่ปฏิเสธว่าไม่ได้นัดคุณ มันก็จริง แต่ยังฟังไม่จบนะ สำหรับด็อกเตอร์แพมไม่ต้องนัดก็เข้ามาได้เสมอ”

    “งั้นศาลยกโทษให้กึ่งหนึ่ง” หญิงสาวหัวเราะ

    อันยารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นส่วนเกิน แสนรีบแนะนำให้รู้จักกับด็อกเตอร์พิลาสินี เป็นผู้บริหารฝ่ายวิจัยอีกคนของเพียงพอดี แล้วก็เป็นเพื่อนร่วมงาน พิลาสินีกระเซ้า แค่เพื่อนนะ อย่าบอกว่าสนิทกันล่ะ แสนหัวเราะ บอกอันยาว่า เราไม่สนิทกันเลย อันยารู้สึกเหมือนหูอื้อตาลายเดินออกมา ได้ยินเพียงดาวกำลังสรรเสริญพิลาสินีให้เอกชัยกับเมขลาฟังว่า สองคนนี้เหมาะสมกันยิ่งกว่ากิ่งทองใบหยก พอเห็นอันยาเข้ามาฟังก็พูดกระทบ

    “ที่ผ่านมา อะไรๆมันวุ่นวาย ก็เพราะด็อกเตอร์พิลาสินี หรือด็อกเตอร์แพม เธอไปดูงานที่แอฟริกามาครึ่งปี พวกไม่มีหวัง ก็เลยเข้ามารุมทึ้งด็อกเตอร์แสน”

    เอกชัยช่วยขยายความ หมายถึงคุณหญิงเหมือนกับอิงค์กี้ แต่เพียงดาวตอกย้ำ “ด็อกเตอร์แพมของฉัน คือนางเอกตัวจริง ก็ลองเบิ่งตาดูสิ ใครที่ทั้งสวยสมาร์ทปราด เปรียว และที่สำคัญไอคิวระดับเดียวกับด็อกเตอร์แสน จะหาใครเหมาะกันเท่านี้อีก”

    “แต่...ถ้าคนสองคนเหมือนกัน แล้วจะต้องมีอีกคนนึงไปทำไมล่ะคะ ฉันว่าคนเหมือนกันอยู่ด้วยกันไม่เห็นจะสนุกเลย ต้องต่างกันสิคะ มันถึงจะโรแมนติก”

    “โห! คุณอันยาพูดได้เจ๋งอ่ะ ยิ่งพูดยิ่งโดนใจเอกฝุดๆ”

    เพียงดาวค้อนขวับ ย้ำอีกว่าสองคนนี้เกิดมาเพื่อกันและกัน “เขารู้จักกันมาแต่เล็กแต่น้อย พวกเธอคิดว่า มันเป็นความบังเอิญงั้นเหรอ พวกเธอประสบการณ์ชีวิตยังน้อย ไม่เคยสังเกตล่ะสิ เคยเห็นคู่สร้างคู่สมที่เขาเจอกันตั้งแต่เด็กๆ ไหมล่ะ แล้วก็เกื้อกูลสนับสนุนดูแลกันมา พอโตขึ้นก็ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันไปจนแก่จนเฒ่า คู่ชีวิตแบบนี้ เขาเรียกว่า ฟ้าสร้างสวรรค์ส่ง”

    “โห...โรแมนติกอ่ะ ไม่น่าเชื่อว่าเจ๊จะพูดอะไรโรแมนติกอย่างนี้ได้”

    เพียงดาวแขวะ พวกแมลงหวี่แมลงวันหมดสิทธิ์ เอกชัยยังเห็นด้วยกับอันยา และเชียร์สุดใจถ้าเธอจะลงแข่งด้วย เมขลาออกตัวแทนว่าอันยาเป็นเพียงเลขาไม่คิดอย่างนั้น อันยาเออออเดินกลับมา ปัดความรู้สึกไม่ใส่ใจ เห็นเวลาเที่ยงจึงเคาะประตูเข้าไปชวนแสนทานข้าว แต่ไม่พบ อันยาคิดว่าเขาคงไปที่ห้องพิลาสินี จึงเตร่มาชะเง้อมอง เห็นประตูห้องแง้มอยู่ มองเข้าไปเห็นแสนคุยหัวเราะสนุกสนานอยู่กับพิลาสินี

    เสียงพิลาสินีถามแสนว่า ช่วงที่ตนไม่อยู่ เขาเอาสาวไหนซ้อนจักรยาน แสนอมยิ้ม อันยาหูผึ่ง แสนตอบว่าเลขาเขาเอง พิลาสินีถอนใจดังๆ

    “โธ่เอ๊ย นึกว่ามีข่าวดีแล้วซะอีก ที่แท้ก็ไปกับเลขา... แล้วบอกคุณอันยารึเปล่า ว่าเบาะท้ายรถจักรยานคุณเป็นของฉันนะ”

    “เป็นของคุณเมื่อไหร่” แสนถามขำๆ

    “ก็ไม่เคยมีสาวๆคนไหนได้นั่ง นอกจากฉันคนแรก คนเดียว”

    อันยานึกถึงคำพูดแสนที่บอกว่า ตนเป็นคนแรกที่ได้นั่ง นอกจากเพื่อนคนหนึ่ง แสดงว่าเพื่อนคนนั้นคือพิลาสินี...อันยาแทบทรุดลงไปกองกับพื้น

    เมื่อบุรินทร์ได้เจอกับพิลาสินีก็ดีใจ ถึงกับเอ่ยปากว่า จะกักตัวไม่ให้ไปดูงานที่ไหนอีกแล้ว เธอแกล้งท้วงจะร้องเรียนกรมแรงงาน แต่คิดว่าจะไม่ทำดีกว่า เพราะคิดถึงทุกคนที่นี่ บุรินทร์เห็นสายตาพิลาสินีก็รู้ว่าหมายถึงแสน จึงชวนว่า

    “คุณกลับมาได้จังหวะพอดีเลยนะ เดี๋ยวจะมีงานสัมมนาประจำปีของบริษัทเรา คุณก็ต้องไปด้วยนะแพม ไปเปลี่ยนบรรยากาศ ประชุมนอกสถานที่กันบ้าง”

    คนอื่นๆตื่นเต้นเพราะรู้ว่านั่นเป็นการได้เที่ยวพักผ่อนไปในตัว บุรินทร์นึกได้เตือนแสนกับพิลาสินีว่า อย่าลืมพรีเซนต์โปรเจกต์แข่งกันตอนท้ายงานสัมมนา พิลาสินียิ้มๆ

    “แพมไม่ลืมหรอกค่ะ บอสจัดให้แบทเทิลโปรเจกต์กันทุกปี จนเป็นประเพณีของบริษัทไปแล้ว โปรเจกต์ของใครชนะก็ได้ลงมือทำก่อนใช่ไหมคะ”

    บุรินทร์พยักหน้า พิลาสินีแกล้งถามแสนว่า ซุ่มเตรียมการไปถึงไหนแล้ว แสนส่ายหน้าขอยกเว้นปีหนึ่ง เพราะยังทำงานที่มีอยู่ไม่เสร็จ แต่พิลาสินีไม่ยอม บุรินทร์แกล้งบอกว่า เจ้าแม่สั่งแล้วหนีไม่ได้ ว่าแล้วก็ชวนออกไปทานมื้อกลางวัน ตนเป็นเจ้ามือ เพียงดาวเข้ามาขัดขอถ่ายภาพทั้งสามคน และภาพคู่ของแสนกับพิลาสินี อ้างจะเอาไปติดบอร์ดให้พนักงานชื่นชม

    ด้านเมรียังไม่ยอมรามือ ปร๊ินต์ข้อมูลงานสัมมนาของเพียงพอดีมาศึกษา เพื่อจะเข้าไปเปิดโปงอันยา โทษฐานมาแย่งตำแหน่งหัวหน้าแผนกตน อาโปสยองเกรงโดนฟ้องร้องจนต้องปิดบริษัท และอันยาอาจโดนติดคุกก็เป็นได้ เมรีหัวเราะร่า นั่นแหละที่ตนต้องการ

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"
    23 ต.ค. 2564

    05:50 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 07:15 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์