ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

อันโกะ กลรักสตรอว์เบอร์รี่

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ปุ๊กลุกกลับมาร้องไห้ฟูมฟายที่บ้าน ปราณีเอ็ดลูกสาวไม่ให้เคียดแค้นใคร ให้รู้จักอภัย โกมลได้ยินกลับสอนลูกว่า เป็นถึงลูกสาวกำนันอย่าลดตัวไปยอมใคร และห้ามยุ่งเกี่ยวกับแสน ปุ๊กลุกไม่ยอมเพราะแสนเป็นคนดีและมีโครงการดีๆ มาช่วยเหลือชาวบ้าน

“นี่ไอ้แสนมันยังไม่เข็ดใช่ไหม” โกมลเข่นเขี้ยว สั่งแจ้งให้ไปจัดการขู่อย่าให้กลับมาอีก

อันยาเผลอหลับสบายระหว่างที่แสนทำงาน ตื่นขึ้นมางานเสร็จเรียบร้อย เห็นแสนกำลังเก็บของเขาบอกเธอให้ตามไปขึ้นรถ อันยาเดินครุ่นคิดจะทำอย่างไรดี รับปากธกฤตไว้ว่าจะต้องมีความคืบหน้าภายในสามวัน พลัน แสนหยุดเดิน อันยาชนเขาอย่างจัง เขาหันมาส่งสัญญาณให้เงียบ แล้วมองไปรอบๆอย่างรู้สึกผิดปกติ เขาจูงมือเธอเดินไปอีกทาง

“ด็อกเตอร์ไม่ต้องจูงฉันก็ได้” อันยางงว่าเกิดอะไรขึ้น “เราจะไปไหนคะรถตู้อยู่ด้านโน้น”

แสนดึงเธอกลับไปทางบ้านพุฒ ไม่ทันไร แจ้งและพวกอีกคนโผล่พรวดออกมาขวาง แสนปกป้องอันยา ถามพวกแจ้งต้องการอะไร อันยาตกใจร้องกรี๊ด พุฒกับเมียกำลังตำนํ้าพริกโป๊กๆ พอได้ยินเสียงก็แปลกใจ...แจ้งชักมีดออกมาขู่ให้อันยาหยุดร้อง แจ้งกระชากกล้องจากแสนมาขว้างทิ้ง แล้วตะคอกใส่พร้อมผลักแสนล้มลง
“อย่าเสือกมาที่นี่อีก จำไว้นะมึง...”

แสนพลิกตัวกลับมาจับแจ้งล้มควํ่าแล้วล็อกแขนไขว้หลังถาม ใครใช้มา ลูกน้องแจ้งซึ่งจับอันยาไว้เห็นเช่นนั้น ก็คว้าไม้จะฟาดแสน อันยาร้องเตือน เสียงปืนดังปังขึ้นพร้อมเสียงพุฒ

“พวกแกทำอะไรวะ!”

แจ้งกับลูกน้องกลัวพุฒจำได้รีบหนี พุฒตามยิงแต่ถูกแจ้งล้มกองไม้ไผ่ขวางทาง อันยาทรุดฮวบลงด้วยความตกใจ แปลงผักของพุฒเสียหายจากการต่อสู้กัน ชาวบ้านมามุงดู จู่ๆอันยาก็เหวี่ยงอย่างไม่เกรงใจใครว่าตนจะกลับเดี๋ยวนี้ แสนขอให้อยู่รอเคลียร์กับตำรวจก่อน

“ใครอยากได้ปากคำ ก็มาถามฉันที่กรุงเทพฯ แต่ฉันจะไม่อยู่ที่นี่ ไม่อยู่ต่อแม้แต่นาทีเดียว”

“ผมรู้ว่าคุณตกใจ แต่คนร้ายหนีไปแล้ว ชาวบ้านก็อยู่กันหลายคน ใจเย็นๆก่อนได้ไหม”

“เชิญคุณเย็นไปคนเดียว ครั้งแรกก็ล้อรถตู้ระเบิด นี่ก็คนร้ายโผล่มา คุณจะเอาตัวเองมาเสี่ยงอีกทำไมคะ”

แสนสะอึกกับถ้อยคำรุนแรงของอันยา เขาขอร้องไว้กลับไปคุยกันที่บริษัท แต่อันยาฟิวส์ขาดแล้ว เธอโวยวายไม่มีอะไรจะพูดแล้ว ที่นี่ป่าเถื่อน ไม่มีความปลอดภัย ตนไม่ทนอีกแล้ว

แสนเสียงเข้มขึ้นทันที “ไม่มีการกลับไปไหนทั้งนั้น จนกว่าจะให้ปากคำเสร็จ”

อันยาแทบกรี๊ด แสนตัดบท “ผมรู้ว่าคุณเสียขวัญแต่เปิดตาดูซะก่อน คนที่เดือดร้อนไม่ได้มีแค่เรานะ คุณควรจะสงบสติอารมณ์ แล้วอดทนเพื่อเห็นแก่คนอื่นบ้างผมขอให้คุณอยู่ให้ปากคำกับตำรวจก่อน แล้วค่อยกลับเข้าใจนะครับ”

อันยายิ่งกว่าหน้าแตกหงายเงิบ เสียงรถตำรวจแล่นมา...ทั้งแสน อันยาและพุฒมาโรงพัก เพราะพุฒให้การว่าแจ้ง คนของกำนันโกมลเป็นคนร้าย โกมลจึงถูกเชิญตัวมาสอบปากคำ แต่เขายืนกรานว่าไม่รู้และว่าถ้าติดต่อแจ้งได้จะเอาตัวมามอบให้ ตนเป็นกำนันไม่ปล่อยเรื่องเลวผ่านไป

แสนจ่ายเงินค่าแปลงผักเสียหายให้แก่พุฒ แต่เขาไม่รับ โกมลเหน็บ น่าจะดีใจที่ได้ค่าผักก่อนผลผลิตจะได้ขาย แสนย้อนกลับว่า คนเราถ้ามีความเดือดร้อนก็น่าจะมาพูดคุยกัน ไม่ใช่ใช้ความรุนแรงดักทำร้ายกันลับหลัง ตนไม่ต้องการสร้างความเดือดร้อนให้ใคร แค่อยากร่วมมือกับชาวบ้านสร้างชุมชนเกษตรอินทรีย์ที่ยั่งยืนขึ้นมา โกมลชะงักไม่รู้ว่าแสนคิดอะไรอยู่

แสนยังทิ้งท้าย “ผมหวังว่าคนที่เสียผลประโยชน์จะยอมวางเรื่องส่วนตัว เพื่อเห็นแก่เรื่องส่วนรวมบ้างลานะครับ”

ลับหลังแสน โกมลสบถ “ทำเป็นพูดดี ร้านปุ๋ยเคมีของฉันอยู่มาก่อนแกเกิด จะให้เปลี่ยนตามแกเหรอ ฝันไปเหอะ”

จากนั้นโกมลก็แอบโทร.สั่งแจ้งให้หลบหน้าไปจนกว่าจะกำจัดแสนให้พ้นทางก่อนค่อยกลับมา...แสนเดินมากับพุฒ พุฒเกรงใจที่แสนมาช่วยชาวบ้านกลับต้องมาเจอเรื่องร้ายๆ แต่แสนกลับไม่หวั่น ถ้ายอมแพ้กับคนเหล่านี้ ประเทศชาติก็ไม่ต้องพัฒนากันพอดี พุฒจึงให้ระวังตัว แสนมาถึงรถตู้ถามชดคนขับรถถึงอันยา ชดรายงานว่า อันยาจ้างรถในหมู่บ้านกลับบริษัทไปแล้ว แสนเป็นห่วงโทร.ถาม แต่อันยาไม่รับสายเพราะโกรธที่เขาหักหน้าตนต่อหน้าชาวบ้าน

ooooooo

เย็นวันนั้น คุณหญิงเหมือนหงุดหงิดที่ติดต่อแสนไม่ได้ เธออยู่ในงานอีเวนต์เปิดตัวนํ้าหอมกลิ่นใหม่กับเมรีและอาโป เมรีแนะนำให้ตีสนิทเลขาของแสน คุณหญิงยิ่งขุ่นเคือง เพราะถ้าเป็นเลขาคนเก่าตนจัดการไปนานแล้ว แต่เลขาคนนี้มันกระดูกเบอร์สิบ

“ยัยอัลไซเมอร์นั่น หยิ่งมาจากไหนก็ไม่รู้ พูดถึงแล้วยังโมโหไม่หาย”

อาโปแทรกถามว่าเป็นลูกครึ่งหรือฝรั่งแท้ คุณหญิงค้อนขวับบ่นว่าแม่นั่นชื่อขึ้นต้นว่าอัน ตนจึงเรียกว่าอัลไซเมอร์ เมรีกับอาโปตาโพลงรีบถามว่าเลขาชื่ออะไร คุณหญิงกำลังนึก อิงค์กี้โผล่มาโยนแก้วน้ำใส่ถังขยะข้างๆ ทำให้น้ำกระเซนโดนสามสาวร้องวี๊ดว๊าย...

“ต๊าย...ขอประทานโทษนะคะ ไม่เห็นว่ามีคน ปกติบริเวณนี้มันเป็นที่สำหรับทิ้งขยะ”

“งั้นต้องเอาตัวเธอนั่นแหละ มากองทิ้งไว้เป็นอย่างแรก เพราะคิดสกปรกมากที่สุด”

“พูดแบบนี้กับพรีเซ็นเตอร์หลัก ตัวเสริมอย่างคุณหญิงระวังจะตกขอบเวที”

คุณหญิงเหมือนชะงัก อุ๊บอิ๊บผู้จัดการของอิงค์กี้ยืนยันว่าเจ้าของสินค้าเป็นคนเลือก เพราะเสน่ห์ความหอมเหมาะกับความแรงของอิงค์กี้ คุณหญิงหมั่นไส้แขวะว่าหอมแรงเท่าพฤติกรรมเหม็นๆของเธอ อิงค์กี้ร้องกรี๊ด เกิดการปะทะคารมยกใหญ่ อุ๊บอิ๊บรีบเตือนว่านักข่าวอยู่เต็ม ทั้งสองจึงทำทีเป็นคุยกันดีกลบเกลื่อนพอโดน สัมภาษณ์ ไม่วายต่างคนต่างบอกว่าเป็นแฟนแสน

สายข่าวรายงานเข้ามาทางมือถืออันยา ว่าเกิดศึกชิงหนุ่มของสองเซเล็บ อันยายิ้มเยาะที่แสนทำเป็นมาสั่งสอนตน แต่เรื่องตัวเองยังเอาตัวไม่รอด

ooooooo

วันรุ่งขึ้น แสนมาทำงาน พบอิงค์กี้อยู่ในห้องทำงานแทนที่จะเป็นอันยา อิงค์กี้ยิ้มเยาะไล่เลขาออกไปก็ดีแล้ว ตนจะหาคนใหม่มาแทน แสนกำลังจะบอกว่าไม่ได้ไล่อันยาออกเธอคงลาป่วย ไม่ทันพูด คุณหญิงเหมือนโผล่มาอีกคน เกิดมีปากเสียงกันจนแสนทนไม่ไหวขึ้นเสียง

“ขอโทษนะครับ...ขอโทษด้วยที่เสียงดัง พอดีผมต้องทำงาน ถ้าหากว่าพวกคุณมีปัญหากัน ขอเชิญไปคุยกันที่อื่น”

สองสาวตกใจเพราะไม่เคยเห็นแสนโกรธแบบนี้มาก่อน ต่างลนลานจะออกไปแต่ก็ไม่วายเกี่ยงกันอีก แสนยังกำชับว่าไม่ต้องหาเลขาคนใหม่มาให้เพราะตนไม่ได้ไล่อันยาออก

ด้านอันยา นั่งจิบกาแฟสบายใจอยู่ที่คอนโด มองจอโทรศัพท์ที่แสนโทร.เข้ามาแต่ไม่รับทำให้แสนวุ่นวายเพราะไม่รู้ตารางนัดหมายในวันนี้ จึงส่งข้อความหาอันยาให้โทร.กลับด่วน มีเรื่องต้องปรึกษา อันยากดอ่านแต่ไม่สนใจ ลองชุดสวยๆ แล้วโทร.ถามร้านประจำว่ารองเท้ารุ่นใหม่เข้ามาหรือยัง ถ้ามาแล้วตนจะเข้าไปดู สักครู่แสนส่งข้อความมาอีกว่า

“ต้องหาตารางงาน ขออนุญาตค้นที่โต๊ะทำงานคุณนะ”

อันยาอ่านแล้วทำท่าไม่พอใจ แต่แล้วนึกได้ว่าเขาไม่มีทางเจออะไร...แสนมาค้นโต๊ะทำงานอันยา ในลิ้นชักมีแต่เครื่องสำอาง เปิดตู้ไม่มีแฟ้มเอกสาร มีแต่กล่องรองเท้า อีกตู้มีแต่ของกินและแมกกาซีนผู้หญิง แสนแปลกใจว่าเอกสารหายไปไหนหมด ทันใด โทรศัพท์ที่โต๊ะอันยาดังขึ้น แสนรับสาย นึกว่าเป็นอันยา แต่กลายเป็นคุณวิชัย บอกว่านัดกับเขาไว้ตอนสิบโมง ไม่ทันไร มือถือแสนดังขึ้น เขารีบบอกคุณวิชัยขอรับอีกสาย

“ผมแสนพูดครับ คุณบันลือ มีนัดกับผมตอนสิบโมงวันนี้! ขอโทษครับ แต่แน่ใจเหรอครับว่าเรามีนัดกัน...อะไรนะ เลขาผมนัดให้!”

พลัน โทรศัพท์บนโต๊ะแสนดังขึ้นอีกเครื่อง แสนต้องยกโทรศัพท์บนโต๊ะอันยาและกำมือถือตัวเองเดินมารับโทรศัพท์ที่โต๊ะตัวเอง เป็นอีกคนที่โทร.มาต่อว่าที่นัดกับเขาสิบโมงอีกคน...

ในขณะที่อันยาออกมาช็อปปิ้งโดยมีคิมหันต์ช่วยถือของเธอหัวเราะร่าเมื่อนึกถึงความวุ่นวายที่แสนกำลังเจอ คิมหันต์ไม่ขำด้วยกลับเตือน

“เจ๊ มันเกินไปแล้ว ไหนบอกจะคิดแผนไปรายงานบอส แล้วนี่เล่นอะไรอยู่ ถ้าเขาโกรธจริงๆ ไล่เจ๊ออกจะทำยังไง”

“ฉันไม่ลืมภารกิจหรอกน่า แล้วก็ไม่มีทางให้อีตาด็อกเตอร์นั่น ไล่ฉันออกด้วย คอยดูนะ” อันยาหยิบมือถือมากดโทร.ออก โดยเปิดสปีกเกอร์โฟนให้คิมหันต์ได้ฟัง

ระหว่างนั้น แสนกำลังเคลียร์กับลูกค้า และขอจัดคิวนัดหมายใหม่ สายอันยาแทรกเข้ามาเขารีบกดรับแล้วต่อว่าทันที “อันยา นี่มันเรื่องอะไรกัน! ทำไมเอกสารถึงได้หายไปหมด แล้วทำไมคุณถึงนัดเจ้าหน้าที่แล้วก็ลูกค้าให้ผมซ้อนกันไปหมดแบบนี้”

คิมหันต์ฟังเสียงเข้มของแสนแล้วสะดุ้งแทน แต่อันยากลับไม่ยี่หระ เลือกเสื้อผ้าอย่างเพลิดเพลิน ปากก็บอกแสนว่า “ขอ...ขอโทษค่ะด็อกเตอร์ ฉันเพิ่งจะเห็นข้อความ ตั้งแต่เมื่อวานตอนเย็นฉันรู้สึกไม่ค่อยสบายน่ะค่ะ แล้วได้ยินว่า บริษัทมีหนู ฉันกลัวของใช้เสีย ก็เลยต้องเอาเก็บไว้ในตู้...แค่กๆ” อันยาทำเสียงไอ “เรื่องนัดมันซ้ำซ้อนกันเหรอคะ ฉัน...ฉันขอโทษ ฉันไม่รู้จริงๆ ตอนนั้นไข้มันคงจะขึ้นแล้วน่ะค่ะ ถึงได้จำอะไรผิดๆ ถูกๆ นี่...นี่ฉันคงทำให้คุณลำบากมากเลยใช่ไหมคะ เดี๋ยว เดี๋ยวฉันจะไปที่บริษัทเดี๋ยวนี้เลยค่ะ...ขอ...ขอกินยา แล้วก็แต่งตัวก่อน แค่กๆ” อันยาพูดไปทั้งที่มือหยิบชุดนั้นนี้มาทาบตัว เธอบอกแสนว่าประมาณสองชั่วโมงตนจะไปถึง”

“ไม่เป็นไร วันนี้คุณไม่ต้องมาทำงานหรอกผมขอโทษนะ ผมไม่รู้ว่าคุณไม่สบาย”

“ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ ฉันไม่ดีเองทำให้คุณมาเดือดร้อนวุ่นวาย ฉันจะไปค่ะ ฉันจะ...”

แสนแทรกขึ้น “อันยา ผมขอร้อง คุณพักผ่อนให้เต็มที่ ห้ามมาทำงาน แล้วถ้าอาการไม่ดีขึ้น อยากให้ผมช่วยอะไรก็รีบโทร.มาบอกนะครับ”

“ด็อกเตอร์...คุณดีกับฉันจริงๆ แค่กๆ...ขอบคุณมากนะคะ” อันยาอมยิ้มทำเสียงแหบพร่า ก่อนจะวางสาย หันไปยักคิ้วให้คิมหันต์ “ไงล่ะ อยากมาหักหน้าฉันก่อน ก็ต้องโดนแบบนี้”

“รู้ว่าเจ๊น่ะเทพ แต่ขอเหอะอย่าทำอะไรเสี่ยงๆแบบนี้อีก นอกจากสะใจแล้วได้อะไรไหม”

“ทำไมจะไม่ได้ นอกจากได้แก้เผ็ดเมื่อวานนี้แล้ว ถ้าอีตาด็อกเคลียร์คิวซ้อนไม่ได้ เพื่อนร่วมงานเกลียดขี้หน้าขึ้นมา เราก็อาจได้ปิดจ๊อบไงล่ะ” อันยาไม่รู้สึกอะไร กลับอ้างว่าการได้ออกมาช็อปปิ้ง มันทำให้สารเอนโดรฟินหลั่ง แล้วตนจะคิดเรื่องรายงานธกฤตได้...

หลังจากวางสาย แสนเปลี่ยนความรู้สึกมาเป็นห่วงอันยา เขาตามเมขลาให้มาช่วยเคลียร์อธิบายลูกค้าและนัดหมายใหม่ให้ จากนั้นเขาก็บอกให้เธอช่วยเรียนบุรินทร์ว่า ช่วงบ่ายตนจะเข้ากรุงเทพฯไปดูพวกอุปกรณ์ห้องแล็ปเพิ่ม เมขลาแย้งว่านัดหมายวันพรุ่งนี้

“เปลี่ยนใจแล้วครับ ไปวันนี้เลยดีกว่า อันยาดูไม่สบายมาก ผมอยากไปเยี่ยมอาการเธอ”

เมขลาขอไปเป็นเพื่อน แสนเห็นว่าดีเหมือนกันจะได้ไม่น่าเกลียดที่เขาจะขึ้นไปเยี่ยมอันยาบนห้อง

ooooooo
ตกเย็น อันยาถือถุงช็อปปิ้งเดินลั้ลลาเข้าคอนโด เสียงทวยเทพขัดความสำราญ ขอคุยด้วยหน้าตาซีเรียสอย่างมาก อันยาโวย บอกล้านครั้งแล้วให้นัดก่อนที่จะมาทวยเทพไม่สนใจ เขาโชว์รูปที่ให้นักสืบไปตามถ่ายเธอมาให้ดูและต่อว่าที่เธอไปทำงานใกล้ชิดกับแสน อันยาโกรธหาว่าเขาไม่รู้จักสิทธิส่วนบุคคลบ้าง

“ถ้าไม่ให้คนไปสืบ ผมคงไม่รู้ว่าอันโกหก หลอกทั้งผม ทั้งที่บริษัท เพื่อจะลดตัวไปเป็นเลขาให้ไอ้แสน ด็อกเตอร์บ้านนอกนั่น หลงเสน่ห์มันมากใช่ไหม”

“ฮ้า! ฉันเนี่ยนะหลงเสน่ห์ด็อกเตอร์ ไปกันใหญ่แล้ว โอ๊ย...ฉันจะพูดยังไงดี”

“ที่พูดไม่ได้เพราะว่ามันจริงใช่ไหมล่ะ รสนิยมคุณก็สูงมาตลอด ทำไมถึงได้ตกต่ำไปยุ่งกับคนโลว์โซแบบนั้น”

อันยาปรี๊ดสุดๆ...ขณะเดียวกัน เมขลาให้แสนเข้า ไปในคอนโดก่อน เธอจะแวะซื้อโจ๊กไปฝากอันยาแต่แล้วต้องมาเจอกับคิมหันต์ที่แวะซื้อเช่นกัน คิมหันต์ตกใจเกรงเมขลาจะรู้ว่าอันยาไม่ได้ป่วยจริง จึงหาวิธีรั้งเธอไว้เพื่อจะส่งข่าวบอกอันยา...พอมือถือดังอันยาจะรับสายทวยเทพปัด “นี่ยังจะสนใจเรื่องอื่นเหรอ...ผมไม่ให้คุณคุยกับคนอื่นตอนนี้”

อันยาโกรธจึงประชดว่าที่เขาพูดทั้งหมดเป็นความจริง ทำให้ทวยเทพโมโหขาดสติปลุกปล้ำอันยา...แสนสอบถามพนักงาน เธอบอกว่าอันยาอยู่ข้างล่าง เขาจึงเดินตามมาหา เห็นทวยเทพทำกับอันยาจึงเข้ามากระชากและต่อยเขากระเด็นไป ทวยเทพหันกลับมา พอเห็นหน้าแสน

“แก ไอ้ด็อกเตอร์กระจอก!” ทวยเทพโถมเข้าจะอัดแสนแต่กลับถูกแสนจับล็อกแขนไขว้หลัง ทวยเทพโวยวายด่าว่าแสนมายุ่งกับแฟนตน แสนชะงักผลักเขาออก แล้วบอกว่า ถ้าไม่อยากให้ยุ่งก็ควรให้เกียรติแฟนตัวเองบ้าง อันยาปฏิเสธ

“ไม่ใช่นะ เขาไม่ใช่แฟนฉัน!”

“คุณเงียบไปเลยดีกว่าอัน...ให้เกียรติเหรอ แล้วไอ้ที่แกมาหาแฟนฉันถึงคอนโดเนี่ย หมายความว่ายังไง”

แสนโต้อย่าคิดอะไรต่ำเกินไป ทวยเทพโวย ความคิดตนมันเหมาะกับสภาพกระจอกๆของเขา แสนยิ่งมองทวยเทพอย่างสมเพช “การศึกษากับฐานะ มันช่วยอะไรคุณไม่ได้จริงๆ”

ทวยเทพโมโหจะเข้าตั๊นหน้าแสน อันยาเข้าห้ามและไล่ทวยเทพกลับ ประกาศชัดเจนว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน อย่ามาให้เห็นหน้าอีก ทวยเทพเหวอทำไมทำกับตนขนาดนี้

“ก่อนจะว่าฉัน คุณควรจะสำรวจตัวเองก่อน ถ้าคุณไม่ล้ำเส้นฉัน เรื่องนี้มันคงไม่เกิดขึ้น”

อันยาขู่จะเรียก รปภ.มาจับเขาโยนออกไป ทวยเทพเสียหน้า ขู่เรื่องนี้ไม่จบแค่นี้แน่ เขากระแทกเท้าเดินไป แม่บ้านกำลังถูพื้นร้องเตือนให้ระวัง แต่ไม่ทัน เขาลื่นล้มอย่างหมดสภาพ อันยาเข้ามาดูแสนว่าเจ็บมากไหม แสนส่ายหน้าตอบว่าแฟนเธอท่าทางจะเข้าใจผิดอันยาโวย “ฉันขอย้ำพร้อมกับขีดเส้นใต้สองเส้น ทวยเทพเป็นแค่เพื่อนไม่ใช่แฟน ไม่รู้เขาทึกทักแบบนั้นได้ยังไง”

“คุณควรระวังตัวเอาไว้บ้าง...บางที คนใกล้ตัวก็น่ากลัวกว่าคนแปลกหน้า”

“แล้ว...คุณมาที่นี่ได้ยังไงคะ”

แสนมองอันยาที่ในมือมีถุงช็อปปิ้งหลายถุงอย่างผิดหวัง เขาเอ่ยว่าเป็นห่วงที่ป่วย ว่าแล้วก็หันหลังเดินกลับไป อันยาอึ้งทำอะไรไม่ถูก...เมขลาที่โดนคิมหันต์หลอกให้ช่วยเลือกซื้อขนมหวาน ถือถุงโจ๊กและขนมเข้ามา เห็นแสนเดินมาจึงอธิบายที่มาช้าเพราะอะไร แสนกลับบอกว่าไม่ต้องเข้าไปเยี่ยมอันยาแล้ว เมขลางงมองแสนที่เดินลิ่วๆออกไป จึงรีบวิ่งตามไปอย่างงงๆ

คิมหันต์ได้ยิน เดาออกว่าเกิดอะไรขึ้น รีบเข้าไปหาอันยา เธอโวยว่าส่งข้อความมาช้า เขาโต้กลับส่งมานานแล้ว แต่เธอไม่เปิดอ่านเอง อันยาหน้าเศร้าให้เขาช่วยคิดหาทางแก้ปัญหา

“ก็ได้...อย่างมากเขาก็มองว่าเจ๊เป็นพวกกะล่อน ปลิ้นปล้อนไม่จริงใจ ต่อไปพูดอะไร เขาคงไม่เชื่อเจ๊อีกแล้ว...”

อันยาหน้างอ “ตอนแรกก็ไม่คิดมากเท่าไหร่ คิดหนักตอนแกพูดนี่แหละ...หรือฉันจะโทร.ไปบอกเขา ว่าถุงพวกนั้นเป็นของคนอื่น”

คิมหันต์เบ้หน้าไม่ทันแล้ว จับได้คาหนังคาเขาแบบนี้ จู่ๆเมขลาย้อนกลับมาเอาถุงของกินยื่นให้คิมหันต์ ฝากไปให้แม่เขาอย่างที่เขาหลอกให้ช่วยซื้อ อันยาถามว่าโกรธตนหรือเปล่า

“อันโกะ เธอรู้ไหม ด็อกเตอร์เป็นห่วงเธอมาก พอได้ยินว่าอันโกะป่วยรู้ว่าอยู่ตัวคนเดียวกลัวจะไม่มีคนดูแล ก็เลยชวนเมขึ้นมาเยี่ยม...ถ้าอันโกะไม่ได้ป่วย ทำไมถึงบอกว่าป่วยล่ะ”

อันยาอึกอักแก้ตัวไม่ออก เมขลาย้ำว่าแสนไม่ชอบคนโกหก เธอต้องหาทางเคลียร์ให้ดีๆ อันยาขอให้ช่วยด้วย เมขลาส่ายหน้าไม่รู้จะช่วยอย่างไร แล้วขอตัวกลับ...คิมหันต์ ชักร้อนตัวถ้าลูกพี่พัง ตนก็พังด้วย จึงขอเบอร์เมขลาจากอันยามาโทร.หาเธอ เมขลาเดินอยู่แปลกใจ

“อันโกะให้เบอร์ฉันกับคุณงั้นเหรอ ทำไมฉันไม่มีอะไรจะคุยกับแฟนของอันโกะหรอกนะ” คิมหันต์ตกใจปฏิเสธยกใหญ่ “เข้าใจผิด! ก็คุณเอาของไปส่งให้อันโกะ แล้วมาหาเขาถึงคอนโด ถ้าพวกคุณไม่ใช่แฟนกัน แล้ว...จะให้เรียกว่าอะไร”

“เฮ้อ เสียๆๆ หมดกัน ผมเป็นแค่รุ่นน้องเขาครับ ไม่เชื่อถามเขาได้ แต่คงตกใจน่าดู ที่มีคนคิดว่ากินเด็ก”

เมขลาจะแก้ตัว คิมหันต์ปัดไม่สำคัญ แต่ที่โทร.มาเพื่อจะอธิบายความจริงที่อันยาไม่ไปทำงาน เป็นเพราะตน เมขลาฟังคิมหันต์อึ้งๆ

ooooooo

ด้วยความเสียใจจากอันยา ทวยเทพนั่งดื่มคนเดียวในผับ เผอิญเมรีกับอาโปมาเจอ จึงเข้าประกบ คิดแผนมอมเหล้าเพื่อรีดความจริงจากเขา เมรีอดเย้ยอันยาไม่ได้ จึงถ่ายภาพคู่ใกล้ชิดส่งไปยั่ว อันยากำลังครุ่นคิดจะแก้ตัวกับแสนอย่างไร พอเห็นภาพที่เมรีส่งมาก็กลัวความแตก

อันยาบึ่งรถออกไปท่ามกลางการจราจรที่ติดอย่างร้ายกาจ เธอตัดสินใจเลี้ยวรถเข้าไปจอดหน้าร้านอาหารร้านหนึ่งยัดเงินให้เด็กคุมรถแล้วเดินออกไปโบกมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปยังผับที่ทวยเทพอยู่ทันที...เมรีกำลังมอมเหล้าล้วงความลับ ทวยเทพรำพัน

“ผมสู้เอาใจเขาทุกอย่าง แบรนด์อะไรแพงแค่ไหน ผมประเคนให้ทั้งคอลเลกชั่น แล้วท่าทางอย่างไอ้นั่นเหรอ จะให้เขาได้เมรีกับอาโปยิ่งอยากรู้ว่าหมายถึงใคร พอได้ยินทวยเทพรำพันต่อว่า ไอ้ด็อกเตอร์กระจอกนั่นดีกว่าตนอย่างไร สองคนยิ่งอยากรู้ กระเหี้ยนกระหือรือเค้นถามชื่อ ทันใด อันยาเดินเข้ามาเรียกทวยเทพแล้วเข้าประคองจะพาเขากลับ ทวยเทพเห็นหน้าอันยาก็ดีใจต่อว่าเล็กน้อยแต่ พร้อมจะไปกับเธอ เมรีขวาง

“เดี๋ยว! จะไปไหน พวกฉันยังคุยกับคุณทวยเทพไม่จบ”

อันยาแกล้งถามทวยเทพคุยจบหรือยัง จะกลับกับตนไหม เขาพยักหน้ายอมไปกับเธอโดยดี เมรีเจ็บใจ อาโปต่อว่าเพราะเมรีโง่ส่งรูปไปเย้ยอันยา จึงตามมาถูก เมรีโกรธที่โดนด่า ยอมไม่ได้จึงตามมาเยาะอันยาที่รถ ว่าทำชั่วอะไรไว้ อย่านึกว่าตนไม่รู้ อันยาโต้

“แสนรู้...แต่เรื่องทำชั่วฉันไม่ถนัดเท่าเธอสองคนหรอก อยู่ในสมองกับสองมือเลยนี่”

เมรีร้องกรี๊ด แล้วสวมรอยว่ารู้เรื่องทั้งหมดจากทวยเทพแล้ว อันยายิ้มเยาะ อย่าทำแอ๊บสู่รู้ ถ้ารู้จริงจะตามมาสาระแนหาพระแสงเลเซอร์อะไร แล้วให้สองคนไปเปลี่ยนชื่อเสีย เป็นสอดกับแส่...พูดจบอันยาขึ้นรถขับออกไป เมรีร้องกรี๊ดไล่หลัง

อันยาขับรถพาทวยเทพมาส่งที่บ้าน และให้สาวใช้ที่บ้านเขาจัดการเช็ดเนื้อตัวเขา แต่ทวยเทพรู้สึกตัวขึ้นมา ไม่ยอมให้อันยากลับ จนเธอต้องยอมเล่าเรื่องจริงที่ต้องไปทำงานกับแสนและขอให้เขาปิดเป็นความลับ โดยเฉพาะกับเมรีและอาโป เพราะเมรีกำลังชิงตำแหน่งกับตน

“ผมเชื่อคุณ...ก็ได้ แต่ตกลงว่าเรื่องของเรายังเหมือนเดิม ใช่ไหมอัน...”

อันยาจำต้องพยักหน้าขอไปที ทวยเทพดีใจบอกเธอว่าเขารักเธอมากขึ้นกว่าเดิมอีก อันยาถอนใจเฮือก

ooooooo

เช้าวันใหม่ อันยาคิดคำแก้ตัวกับแสน จะบอกเขาอย่างไรดี ถึงเรื่องเมื่อวานที่โกหกว่าป่วย เธอเดินละเหี่ยใจมาที่รถ พลันเสียงแสนดังขึ้นข้างหลัง “ขอไปด้วยคนได้ไหมครับ”

อันยาชะงัก “นี่เรา เครียดเรื่องเขาจนประสาทหูหลอนไปแล้วเหรอ”

“พูดคนเดียวก็ได้แฮะ นี่แหละอันยาตัวจริง”

อันยาหันมามอง ตกตะลึงเมื่อเห็นแสนตัวเป็นๆยืนอยู่ เธอละล่ำละลักจะแก้ตัวเรื่องเมื่อวาน แสนชิงขอโทษเธอก่อน ที่ไม่ยอมฟังเธออธิบาย อันยาอึ้งฟัง

“ที่คุณโกหกว่าไม่สบาย ก็เพราะต้องไปช่วยเรื่องคอขาดบาดตายของเพื่อนรุ่นน้องคุณ...คุณเมบอกผม พอดีเขาได้คุยกับเพื่อนคุณชื่อคุณคิม เขาบอกว่าคุณต้องหยุดงานเพื่อมาช่วยเรื่องยุ่งให้ทางบ้านเขา...ต่อไปถ้ามีเรื่องอะไรก็บอกผมตามตรงได้นะอันยา ผมพร้อมจะรับฟังคุณเสมอ”

อันยาอึกอักรับลูก...อ้างว่าไม่แน่ใจ เหมือนเอาคนอื่นมาอ้าง แล้วอีกอย่างเรื่องถุงช็อปปิ้ง แสนปัดไม่อยากรู้ ขออย่างเดียว ต่อไปอย่าโกหก อันยารับคำอย่างแผ่วเบา โล่งอกที่รอดไปได้...

ด้านเมรีกับอาโป ยังแค้นเคืองจะต้องรู้ให้ได้ว่าด็อกเตอร์ที่ทวยเทพพูดถึงใช่แสนหรือเปล่า เมรีพยายามโทร.หาทวยเทพแต่เขาไม่รับสายเพราะเชื่ออันยาว่า สองคนนี้เป็นศัตรู

ส่วนอันยา กลัดกลุ้มจะเอาแผนอะไรไปรายงานธกฤตตามที่ขอเวลาไว้สามวัน...เธอแอบเข้าไปค้นแฟ้มงานในห้องเก็บเอกสารของเพียงพอดี เป็นเอกสารงานวิจัย เห็นชื่อหน้าแฟ้มเป็นชื่อศัพท์ทางการที่เธอไม่รู้เรื่อง ยิ่งกลุ้มใจ พลันเมขลาเข้ามาตาม บอกว่าบุรินทร์เรียกไปพบ

ภายในห้องทำงานของบุรินทร์ อันยานั่งจดบันทึกการประชุมของแสนกับบุรินทร์ แต่ในหัวเธอมีเรื่องกลัดกลุ้ม จึงเผลอต่อคำที่บุรินทร์พูดอย่างลืมตัว เมื่อบุรินทร์ถามแสน

“เรื่องแก้ไขดินเปรี้ยวของสมาชิกโครงการท่ีจังหวัดนครนายกไปถึงไหนแล้ว”

“ยังไม่ไปถึงไหนเล้ย แผนการของเรา” ในหัวอันยาตอบ

เสียงแสนตอบว่า “จะเริ่มดำเนินการแล้วครับ ปริมาณน้ำที่ต้องใช้ก็มีพอแล้ว”

“งั้นก็จะรออะไรล่ะ แกล้งเลยซี่” บุรินทร์แนะ

“อย่าท้านะ ใครเขาอยากจะรอ” อันยาพึมพำเบาๆออกมา

บุรินทร์ให้แสนลงมือแกล้งได้เลย อันยาโพล่งเสียงดังขึ้น “ก็อยากอยู่ แต่ไม่รู้จะแกล้งยังไง” สองหนุ่มชะงัก อันยารู้สึกตัว “ฮ๊ะ ฉัน ฉันเปล่านะ เปล่าจะแกล้งใครนะ เปล่า”

“เปล่าได้ยังไงคุณ ต้องแกล้งนะ” แสนกลับย้ำอันยานึกในใจว่าแสนต้องศึกษางานมากเกินไปจนหลุดโลก จึงบอกไม่ต้องแกล้งหรอก...บุรินทร์กลับย้ำอีกคนว่าต้องแกล้ง แกล้งหนักๆไปเลย จะได้หมดปัญหา อันยางง นึกในใจ

...หรือว่าเขาได้ยินความคิดเรา ไม่น่ะ ที่นี่เขาวิจัยด้านเกษตรไม่ใช่เหรอ ไม่ได้ทดลองทางจิตนี่...

“ผมบอกคุณตั้งแต่ตอนไปลงพื้นที่ดินเปรี้ยวครั้งแรกแล้วไงล่ะ ว่าเราต้องแกล้งดิน”

“แกล้งดิน!” อันยาตกใจกับคำพูดของแสน บุรินทร์พยักหน้าเห็นด้วย

“ก็ใช่น่ะสิ เราหมายถึงแกล้งดินเพื่อลดความเปรี้ยวของดิน คุณคิดว่าแกล้งอะไร” แสนถาม

“เอ่อ ฉัน...ฉัน ไม่ได้จำชื่อนี้น่ะค่ะ ฉันจำว่าวิธีลดดินเปรี้ยวเฉยๆ” อันยายิ้มแหยๆ

บุรินทร์ขำก๊าก ชอบใจที่แสนหาเลขาได้โก๊ะดี แสนปรามอย่าเรียกเธอแบบนั้น ให้เรียกว่า...อันโกะ...ไม่ใช่อันโก๊ะ เพราะตนไม่รับรองความปลอดภัย

อันยาหงุดหงิดกลับมาที่โต๊ะทำงาน “ก่อนคุณจะแกล้งดิน ฉันนี่แหละจะแกล้งคุณ ฮึ่ย...”

แสนมาได้ยิน ถามจะแกล้งใคร อันยารีบกลบเกลื่อนว่ากำลังศึกษาเรื่องแกล้งดิน แสนจึงบอกจะอธิบายให้ฟังระหว่างออกไปทำธุระข้างนอกกับตน อันยาแปลกใจจะไปไหนอีก

ooooooo

ระหว่างทางที่รถแล่นไปตัวจังหวัด แสนอธิบายเรื่องแกล้งดินให้อันยาฟัง เธอข้องใจ

“เข้าใจล่ะ ว่าต้องใช้ปูนขาวปริมาณมากซึ่งมีฤทธิ์เป็นด่างมาผสมในดินที่เป็นกรด ให้ดินลดความเปรี้ยวลงแต่แค่ซื้อปูนขาว ให้ฉันโทร.สั่งให้ก็ได้ไม่เห็นต้องไปเองเลย”

แสนอมยิ้ม เห็นเพิงขายผักริมทาง แสนให้คนรถจอด แล้วลงไปซื้อผักจากป้าแก่ๆคนหนึ่ง อันยาแปลกใจที่ผักเป็นรูดูไม่สวยจะซื้อไปทำไม แสนถามป้าว่าปลูกเองหรือ ป้าตอบว่าใช่ปลูกกินเองแล้วเหลือมาขาย เขาจึงขอเหมาหมด อันยาตกใจมองแสนขนผักใส่รถ

“คุณท่าจะไม่เคยเข้าซุปเปอร์ ผักออร์แกนิคในนั้นใบใหญ่กว่านี้ตั้งเยอะ...อ๋อ ที่แท้ก็ใจดีสงสารป้าเขา”

“ผมเปล่าสงสารป้านะ...ชาวบ้านน่ะ เขาเข้มแข็งและผ่านอะไรๆยากๆมามากกว่าผม กว่าคุณเยอะ ผมต้องนับถือเขามากกว่าที่จะสงสาร ที่ผมซื้อเพราะอยากสนับสนุนเขาต่างหาก...เห็นใครปลูกผักไม่ใส่ปุ๋ยเคมี ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง ผมอยากให้เขาทำต่อไป คุณเองก็น่าจะรู้ ทุกวันนี้มีพวกสารเคมีตกค้าง ทั้งในดินในน้ำ และในอาหารของเราไม่รู้ตั้งเท่าไหร่”

“ตามห้าง มีผักออร์แกนิค ผักอินทรีย์ให้ซื้อเยอะแยะไป”

“ใช่ ชนชั้นกลางที่มีสตางค์ก็พอจะมีทางเลือก แต่กับชาวบ้านหาเช้ากินค่ำ เขาซื้อผักพวกนั้นไม่ได้ ทางที่ดีที่สุดเราต้องพยายามให้มีการปลูกผักอินทรีย์ในวงกว้างมากขึ้น”

“ค่ะ คุณสอน...น่าจะเปลี่ยนเป็นชื่อนี้แทนชื่อแสน”

แสนหัวเราะ หยิบถุงผ้าท้ายรถมาแบ่งผักยื่นให้อันยาไปลองทาน อันยาหาว่าตนต้องเป็นหนูทดลอง

แสนโต้ว่าเขาทดลองมานักต่อนักแล้ว นี่เป็นการหยิบยื่นสิ่งดีๆให้ อันยายิ้มเจื่อนๆมองผักที่เหลืออีกมากมาย...แต่พอมาถึงร้านค้าวัสดุที่แสนมาสั่งปูนขาว เขาก็เอาผักที่เหลือทั้งหมดให้เฮียกับภรรยา ทั้งสองขอบอกขอบใจและแจกลูกน้องในร้าน ทุกคนต่างชอบใจ

“ขอบคุณมากนะ เดินทางดีๆล่ะ แล้วของที่สั่งไว้ เราแถมให้อีกตันนึงเลย...เอาไปเถอะจะได้ทำบุญร่วมกับด็อกเตอร์ กับบริษัทด้วย ช่วยๆกันนะ” เฮียกับภรรยาออกมาส่งที่รถระหว่างนั่งรถกลับ แสนเห็นอากัปกิริยาของอันยา จึงถามว่า อยากพูดอะไรก็พูดมา

“ฉันรู้แล้วว่าทำไมคุณต้องมาด้วยตัวเอง ไม่แค่โทร.สั่ง...ถ้าไม่มาเองก็จะไม่ได้ของแถม”

“คุณนี่ คิดอะไรเป็นต้นทุนกำไรหมดเลยใช่ไหม” แสนแซว “จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตามใจเรื่องนั้นผมไม่ได้หวังอะไร ที่ผมหวังคือได้เจอหน้าค่าตากัน มันสัมผัสความจริงใจกันได้”

อันยาหน้าตึง คิดว่าเขาแขวะเรื่องเมื่อวานแสนรีบขอโทษ ไม่ได้หมายถึงการโกหกอย่าโทษตัวเองอันยานึกในใจ เพราะเขานั่นแหละทำให้ตนต้องโกหก

ooooooo

เมื่อทวยเทพไม่รับโทรศัพท์ เมรีกับอาโปจึงบุกมาที่ บริษัทเฮลท์ตี้ฟู้ดของเขา เมรีพยายามกล่อมให้เขาเชื่อว่าถูกอันยาหลอก และให้บอกว่าอันยากำลังทำอะไร แต่เพราะทวยเทพรับปากอันยาไว้จะไม่บอกใคร จึงปฏิเสธเมรีอย่างไม่ไยดีแล้วคิดเข้าข้างตัวเอง หรือเมรีหลงเสน่ห์ตน

อันยาเดินจงกรมอยู่ในห้องพักที่คอนโด ครุ่นคิดจะเอาแผนอะไรไปบอกธกฤต เพราะจะครบสามวันตามนัดหมายแล้ว...คิมหันต์กำลังผัดผักที่อันยาได้มาให้

“กินเติมพลังก่อน คะน้าน้ำมันหอย ของฝากจากคนที่เราจะทำร้ายเขา” คิมหันต์ประชด

“นึกเหรอว่าพูดงี้แล้วไม่กล้ากิน...ขั้นตอนการแกล้งดินก็อ่านทวนไปไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบแล้ว ทำไมมันคิดไม่...ใช่แล้ว!” อันยาตักผักเข้าปากแล้วร้อง “ใช่รสชาติแบบนี้ล่ะ เห็นหน้าตาเบๆ ทำไมทั้งสดกรอบ หวานนิดมันหน่อย อร่อยได้ใจอย่างนี้”

“โธ่...นึกว่าคิดแผนการออก ให้มันได้งี้สิ”

พลันมือถืออันยาดัง มองหน้าจอเป็นทวยเทพ อันยาทำหน้าเซ็งไม่สนใจ คิมหันต์ต้องเตือนให้รับเสียเพราะเขากำความลับของเธออยู่ อันยาหัวเสียรับอย่างเสีย ไม่ได้ ทวยเทพโทร.มาชวนไปดินเนอร์...อันยาจำใจมาด้วย เขาพาเธอมาร้านอาหารญี่ปุ่น อันยาเขี่ยอาหารไปมาบอกเขาให้รีบกิน ตนต้องกลับไปทำงาน ทวยเทพจึงเล่าเรื่องเมรี พูดทำนองว่าเธออาจมาสนใจเขา อันยากลับย้อนว่า พวกนั้นคงรู้ว่าเขาบ้ายอ ทวยเทพชักสีหน้าอันยาชะงัก

“เอ่อ ไม่ได้หมายความว่าคุณไม่ดีนะ พวกเขารู้จักหาข้อดีของคุณมาชมคุณ...”

“ไม่เป็นไร อารมณ์ขึ้น แสดงว่า...หึง” ทวยเทพคิดเข้าข้างตัวเอง

อันยาแทบสำลัก วางตะเกียบบ่นเลี่ยน แล้วทำท่าอยากจะบ้า...จากนั้น ทวยเทพมาส่งอันยาที่คอนโดเขาบอกเธอว่าเขามีความสุขมาก ที่เธอกลับมาอยู่ข้างๆเขาอีก อันยาถอนใจจะเดินไปทวยเทพคว้ามือเธอไว้ แล้วยื่นหน้ามาขอรางวัล อันยาผลักเขาออกแต่ก็เกรงเขาโกรธ

“คุณ...คุณทำฉันตกใจเมื่อวันก่อน ฉัน...ฉันว่ามันยังไม่ถึงเวลา”

ทวยเทพเซ็ง “แหม จะตกใจอะไรนักหนา โอเค ผมจะรอแต่อย่าให้นานนักนะครับ อย่าลืมว่ามีคนรอต่อคิวคุณอยู่”

อันยาแอบเบ้หน้า ช่างหลงตัวเองจริงๆ ทวยเทพยังทิ้งท้ายให้เธอไปบำรุงผมบำรุงผิวเสียบ้าง ตากแดดจนกร้านแล้ว อันยาร้อนตัว กลับขึ้นห้องค้นครีมบำรุงมาสำรวจ มีอันไหนหมดอายุบ้าง แล้วฉุกคิดยิ้มกระหยิ่มใจ

“คิดออกแล้ว! ทีนี้แหละ ด็อกเตอร์แสน คุณได้ออกจากงานแน่”...

เช้าวันทำการ ที่ลานจอดรถบริษัทเพียงพอดี อันยาหลบอยู่มุมหนึ่ง พยายามโทร.ติดต่อคิมหันต์อย่างร้อนใจ เพราะได้เวลาจะเดินทางแล้วยังไม่ติดต่อกลับมา แสนเดินมาเห็นท่าทีกระวนกระวายของเธอ ก็ถามอย่างห่วงใย ไม่สบายหรือเปล่า อันยาสะดุ้งปฏิเสธพัลวัน

“คุณคงกังวลเพราะเหตุร้ายเมื่อครั้งก่อน แต่ยังไงเรื่องก็ถึงตำรวจไปแล้ว ผมว่าพวกนั้นคงยังไม่ลงมือในเร็วๆนี้หรอก ไม่ต้องกลัวนะ”

อันยารับคำ สีหน้ายังกังวล แสนปลอบถึงตนจะรับรองไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ตนรับรองว่าจะดูแลเธอให้ปลอดภัยเหมือนทุกครั้ง อันยาอึ้ง นึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา ที่เขาปกป้องคุ้มครองมาตลอด แล้วยิ่งอึดอัดใจกับสิ่งที่ตนกำลังจะทำกับเขา เธอเผลอพึมพำ พอเขาถามอะไรนะ

“เปล่าค่ะ คือฉัน...ฉันน่าจะเป็นอย่างคุณบ้างน่ะค่ะ ที่ไม่กลัวอะไรเลย”

“ผมคนธรรมดานะคุณ ทำไมจะไม่กลัว...แต่ว่าผมมีวิธีคิดเพื่อให้ตัวเองทำงานตรงนี้ได้”

“ยังไงเหรอคะ...”

“ก็แทนที่เราจะมัวกลัวกับอุปสรรค ผมจะคิดถึงสิ่งดีๆ ที่จะเกิด ถ้าหากเราลงมือทำ อย่างวันนี้ เราไม่ได้แค่ไปลงพื้นที่ แต่กำลังมอบโอกาสในการทำมาหากินให้กับชาวบ้าน เพื่อให้พวกเขามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น” สีหน้าแสนเต็มไปด้วยความหวัง ความจริงใจ

ยิ่งทำให้อันยายิ้มฝืดๆ ในใจอึมครึมกว่าเดิม...ขณะเดียวกัน ครอบครัวพุฒกำลังคุยกันถึงอนาคตว่าผลผลิตต่อไปนี้ จะมีกำไรมากถึงขนาดส่งแตงกวาเรียนจนจบ แตงกวาขอเรียนถึงด็อกเตอร์แบบแสน แล้วตนจะกลับมาพัฒนาหมู่บ้านนกกระเต็น

แต่กลับมีกำนันโกมลกับลูกน้องมาเป่าหูชาวบ้าน ว่าการปลูกข้าวโดยไม่ใส่ปุ๋ย ไม่ฉีดยา เพลี้ยลงนิดเดียวก็เจ๊ง ชาวบ้านที่จับกลุ่มกันอยู่เริ่มลังเล พุฒกับครอบครัวมาถึง แย้งว่า

“ทำได้สิ มันต้องลองเปลี่ยนบ้าง ที่ผ่านมาเราก็ใช้ปุ๋ย ใช้ยา ปลูกแบบนี้กันมาตั้งกี่ปีแล้ว ไม่เห็นจะมีเงิน มีแต่หนี้...”...ชาวบ้านได้ฟังเริ่มเขวไปทางพุฒ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

ไม่เสียชื่อซุป'ตาร์ขาแดนซ์ “ณเดชน์“ ออกสเตปเทพใน “มนต์รักหนองผักกะแยง”

ไม่เสียชื่อซุป'ตาร์ขาแดนซ์ “ณเดชน์“ ออกสเตปเทพใน “มนต์รักหนองผักกะแยง”
16 พ.ค. 2564

07:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม 2564 เวลา 12:33 น.