ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

อันโกะ กลรักสตรอว์เบอร์รี่

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ไรท์เพอร์เซิ่ลคอมพานี บริษัทของธกฤต มีสโลแกนว่า “คนที่ใช่สำหรับคุณ คือภารกิจสำคัญของเรา” บริษัทนี้เป็นประเภท จ็อบฮันเตอร์ เขามีลูกน้องสองทีมที่เป็นหัวกะทิ คือทีมของอันยาและทีมของเมรี ซึ่งทั้งสองแข่งขันทำผลงานกันมาตลอด ทำให้บริษัทมีชื่อเสียง

อันยาหรือที่ใครๆเรียกว่า “อันโกะ” มีลูกน้องหล่อสไตล์เกาหลีชื่อคิมหันต์ แต่มักเรียกตัวเองว่า “คิมบอม” อันยาเป็นสาวล้ำแฟชั่น เธอจัดเต็มทุกสถานการณ์โดยเฉพาะรองเท้าจะแพงเว่อร์ จนคิมหันต์ส่ายหน้าเสียดายตังค์ แทน...ขนาดกำลังจะไปปิดจ็อบสำคัญ ยังไม่วายหาซื้อรองเท้าใหม่ เพราะเชื่อว่ารองเท้าดีจะนำโชค เธอเล็งไปที่ร้านจิมมีชูส์ พอดีพนักงานเอาแบบล่าสุดมาวางเธอตาโตคว้ามากอดเหมือนเจอของล้ำค่า แม้ราคาจะเหยียบหลายหมื่นเธอก็ไม่ยี่หระ

ในขณะที่ ดร.หนุ่มหล่อ แสน เผื่อนนาดี วิศวกรด้านตัดต่อพันธุกรรมพืช คิดค้นพันธุ์ข้าวใหม่ได้สำเร็จ ที่ทนน้ำท่วมได้ เพราะมันจะยืดตัวสูงขึ้นหนีน้ำ แถมทนต่อแมลงและยังอร่อยอีกต่างหาก เขาจัดแจงให้ชาวนาทดลองไปปลูก...พุฒเป็นหนึ่งในชาวนาที่เข้าร่วมโครงการ ไม่ยอมขายที่นาเหมือนชาวนาคนอื่นๆพยายามปลูกพันธุ์ข้าวตามที่แสนเสนอแนะ

ผลงานนี้ทำให้แสนได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ บุรินทร์เจ้าของบริษัทเพียงพอดี มองแสนแต่งสูทหล่ออย่างปลาบปลื้ม “ลูกน้องฉันเป็นด็อกเตอร์หรือว่าเป็นดาราเนี่ย แยกไม่ออกจริงๆ”

“ถ้าแยกไม่ออกก็จ้างดารามาทำงานแทนผมไหมล่ะครับ”

“แหม...จ้างดาราได้ความหล่ออย่างเดียว จ้างนายฉันได้ทั้งคนหล่อๆวิจัยเก่งๆแบบนี้ ฉันควรจะจ้างใครล่ะ”

แสนส่ายหน้าในความไม่ยอมลดราของบุรินทร์ พอดีพนักงานมาเชิญให้เขาเตรียมขึ้นเวที บุรินทร์รีบบอกว่าอย่าตื่นเต้น แสนย้อนว่า คนที่ตื่นเต้นไม่ใช่ตนแต่เป็นเขา บุรินทร์ชะงัก

“เหรอ สงสัยฉันตื่นเต้นแทนไง แสน...ฉันขอบใจนายมากนะ” บุรินทร์ยกนิ้วโป้งให้

เมื่อแสนขึ้นรับรางวัล ผู้คนปรบมือทั่วหอประชุม แสงแฟลชวูบวาบไม่หยุด แสนกล่าว

“ก่อนอื่นผมขอขอบคุณ คุณบุรินทร์ ประสิทธิ์-เกื้อกูล กรรมการบริหารบริษัทเพียงพอดี ที่ไฟเขียวให้ผมทำโครงการนี้โดยมุ่งเรื่องของผลกำไรเป็นรองเอื้อประโยชน์แก่เกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการของเราเป็นหลัก” แสนกล่าวขอบคุณทีมงานและกลุ่มเกษตรกร “สิ่งที่ผมบอกว่าต้องฟันฝ่า ที่จริงแล้วมันยังน้อยกว่าที่เกษตรกรทุกคนต้องเจอมาก ในโลกของวิทยาศาสตร์ เรามีห้องแล็บที่ควบคุมปัจจัยแวดล้อมต่างๆได้ แต่ในเรือกสวนไร่นา เกษตรกรต้องเผชิญกับความเสี่ยงของจริง ไม่ว่าจากภัยธรรมชาติ โรคภัยและแมลงศัตรูพืชยังไม่นับกลไกการตลาดที่ไม่รองรับผลผลิตที่ลงทุนไปมากมาย”

ทุกคนนิ่งเงียบฟังแสนกล่าวชื่นชมเกษตรกรที่ทุ่มเทยึดมั่นอาชีพเกษตรของพวกเขา ฉะนั้นเขาถือว่าเกษตรกรทุกคนเป็นเจ้าของรางวัลนี้ ตนจะใช้ความรู้ความสามารถตอบแทนชาติบ้านเมือง ผืนแผ่นดินและผู้ที่ปลูกข้าวให้พวกเรากิน...เสียงปรบมือดังกึกก้อง มีเพียง เหนือเทพ ตัวแทนของบริษัทเกษตรยักษ์ใหญ่ วิชั่นออฟฟิวเจอร์ ที่มองแสนเหยียดๆ ให้ผู้ช่วยเขาเข้าไปเชิญแสนที่เพิ่งลงจากเวทีมาพบ เหนือเทพยื่นข้อเสนอให้แสนไปร่วมงานแต่เขาปฏิเสธ

“ผมว่าผมพูดชัดแล้วนะครับ ผมต้องการทำงานที่เกษตรกรส่วนใหญ่ได้ประโยชน์ไม่ใช่งานที่เอื้อประโยชน์ให้กับคนแค่ไม่กี่คน”

“วิชั่นออฟฟิวเจอร์เป็นบริษัทจำหน่ายสินค้าเกษตรที่ใหญ่ติดอันดับ 1 ใน 3 ของประเทศนี้ ถ้าคุณทำงานกับเรา ก็จะมีเกษตรกรมากมายได้ประโยชน์”

“ได้ประโยชน์ที่ไม่ถึง 5% จากที่พวกคุณได้ สำหรับบางรายอาจจะติดลบเสียด้วยซ้ำเพราะราคารับซื้อสินค้าเกษตรไม่เท่ากับค่ายา ค่าปุ๋ยที่คุณขายให้พวกเขา”

“คุณเพิ่งทำงานได้ไม่กี่ปี อย่ารีบตัดสินอะไรเร็วไปนัก ถ้าไม่มีบริษัทใหญ่อย่างเรา กำลังการผลิตโดยรวมจะเข้มแข็งแบบนี้เหรอ”

“จริงครับ การจัดสรรผลผลิตสู่ท้องตลาดคงจะไม่ง่ายเท่านี้ แต่เกษตรกรก็คงจะมีอิสระและมีอำนาจต่อรองมากกว่านี้ ไม่ได้กลายเป็นแค่เบี้ยตัวเล็กๆ ที่โดนควบคุมได้ทุกฝีก้าว ถ้าคุณไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินของผมก็ดีครับ คุณจะได้มองหาคนอื่นที่เหมาะสมกับองค์กรของคุณมากกว่า ขอตัวนะครับ อ้อ...แล้วอันนี้นอกเรื่องนะครับ ผมไม่ชอบการซื้อตัวกัน”

แสนเดินไป เหนือเทพเข่นเขี้ยวจะต้องทำให้แสนคลานเข่ามาของานทำให้ได้...

สถานที่เดียวกัน ก่อนจะลงจากรถ อันยาหยิบรองเท้าที่เพิ่งซื้อมาใหม่ออกมา เหมือนทำพิธีขอความสำเร็จก่อนจะสวมใส่ คิมหันต์เร่งให้เธอเข้าไปเร็วๆ อันยาเดินสวนกับแสน ตรงไปยังผู้ชายท่าทางภูมิฐานที่ยืนหันหลังอยู่ เธอปรี่เข้าทักทาย

“สวัสดีค่ะด็อกเตอร์ ต้องขอโทษด้วยนะคะ เลทไปนิ๊ส” เห็นเผด็จทำหน้างง “ฉันอันยา รักษ์เรืองรอง จากไรท์เพอร์เซิ่ลที่นัดไว้ไงคะ”

เมรีเดินยิ้มกร่างถือกาแฟเข้ามายื่นให้เผด็จ อันยาถลึงตาใส่ รังสีเฮ้ากวงทั้งคู่เปล่งรัศมีออกมาปะทะกัน ทำให้เผด็จรู้ว่าทั้งสองเป็นคนละทีมกัน อันยาต่อว่าเมรีที่มาทำงานซ้ำซ้อน เมรีอ้างอาโปผู้ช่วยเป็นคนนัดหมายให้ แต่อันยารู้ดีว่าเมรีจะชิงตัวเผด็จไปให้อีกบริษัทหนึ่ง เผด็จจึงให้สองสาวยื่นข้อเสนอไว้ แล้วตนจะตัดสินใจ อันยายื่นแฟ้ม เขาเปิดดูเห็นตัวเลขเงินเดือนสองแสน แต่พอเปิดแฟ้มที่เมรียื่นเงินเดือนสองแสนห้า อันยารู้ว่าเสียทีเมรีแน่ จึงรีบชี้แจง

“ถึงเงินเดือนที่ทางวีว่าเสนอให้จะน้อยกว่าอาร์โก้ แต่เขาก็มีข้อเสนออื่นที่น่าสนใจด้วยค่ะ” อันยาขอถามถึงปัญหาที่เผด็จลาออกจากที่ทำงานเก่า

เมรีต่อว่าไม่มีมารยาท เผด็จตอบว่าไม่เป็นไร ที่เขาออกเพราะงานมันโหลดมากขึ้นจนตนและทีมงานเครียด อันยาจึงเสนอการทำงานรูปแบบใหม่ของทางวีว่า

“วีว่าไม่ต้องการเน้นปริมาณงานมาก แต่เน้นผลงานที่สร้างสรรค์จริงๆ เลยวางโปรแกรมการทำงานที่รีแลกซ์และเอื้อให้เกิดไอเดียบรรเจิดกับพนักงานมากที่สุด ที่นี่คุณสามารถเลือกเวลาเข้าออกงานได้เอง กำหนดวันหยุดเองได้ขอแค่เวลางานครบ และผู้บริหารสามารถทำงานทางไกล ประชุมผ่านวีดิโอคอลจากที่บ้าน หรือที่ไหนๆ ก็ได้ ถึงวีคละ 2 วันแน่ะค่ะ”

“ผมเคยได้ยินว่ามีระบบการทำงานแบบนี้ที่ต่างประเทศ แต่ในประเทศเราเห็นว่ายังน้อย”

อันยายังย้ำว่า ที่วีว่ามีโบนัสพิเศษสำหรับทีมงานที่ยอดเยี่ยม ซึ่งไม่ยากสำหรับเขา ท่าทางเผด็จจะชื่นชอบ อันยาขอนัดวันเข้าไปคุยกับวีว่า เมรีหน้าเสียเคสนี้หลุดมือแน่ พลันเห็นเข็มกลัดเนกไทของเผด็จมีตราประจำตระกูลสลักตัวย่อว่า น.ร.ม. เมรียิ้มกริ่มเกิดความคิดอะไรบางอย่าง

ooooooo

อันยายิ้มย่องเดินไปที่จอดรถกับคิมหันต์ กำลังจะส่งข่าวบอสธกฤต ระหว่างที่ง่วนพิมพ์ข้อความอยู่ รถแสนขับมาเบรกตรงหน้าเธอ ด้วยความตกใจอันยาร้องกรี๊ดทรุดลงกองกับพื้น แสนรีบลงจากรถมาดู เธอกำลังจะโวย พอเห็นหน้าเขาก็ตะลึงเกิดอ่อนแอขึ้นมาอัตโนมัติ

“เจ็บตรงไหนไหมครับ” แสนเข้าประคองอย่างห่วงใย

อันยาได้กลิ่นน้ำหอมถึงกับเคลิ้ม พึมพำว่าโคโลญ ใช่ไหม แสนถามอะไร อันยาตกใจ

“ตายแล้ว เมื่อกี้ฉันพูดอะไรออกไปเนี่ย”

“คุณครับ รองเท้าคุณน่ะ”

“จีวองชี่ รุ่นล่าสุด เพิ่งอิมพอร์ตเข้ามาเลยค่ะ”

“ผมไม่ได้ถามยี่ห้อครับ คือมันหัก”

“ห๊ะ! ลูก ลูกแม่!!”

แสนแปลกใจที่เรียกรองเท้าว่าลูก อันยาโวยชนเธอไม่ว่าแต่ทำเจ้าหญิงหัก ทำลายสิ่งที่งดงามได้ลงคอ ตนจะให้ตำรวจจับเขาเข้าคุก ฐานขับรถประมาท แสนโต้ว่า ถ้าเธอไม่ก้มหน้าก้มตาเดินเล่นโทรศัพท์ก็คงไม่เป็นอย่างงี้ อันยาโวยว่าเขาไม่รับผิดชอบยังมาโทษอีก

“คุณก็ไม่รับผิดชอบเหมือนกัน ก็ต้องดูรถด้วย ถึงรีบไปงานแฟนซีแค่ไหนก็เถอะ”

อันยาแปลกใจแฟนซีอะไร แสนมองเสื้อผ้าที่เธอใส่ เธอแว้ด “แฟนซีบ้าบออะไรล่ะ ทำไมเสื้อผ้าฉันมันผิดตรงไหน”

“ไม่ได้บอกว่าผิดที่เสื้อผ้า คือมันแปลกตา...มาก”

“นี่!นอกจากไม่รับผิดชอบแล้วยังตาไม่มีแวว มันเป็นสไตล์ของฉัน รู้ไว้ซะด้วย”

คิมหันต์วิ่งมาแทรกกลาง ช่วยประคองอันยา แสนตัดบทยอมจ่ายเงินสามพันบาทเป็นค่ารองเท้าที่หัก อันยาร้องลั่น “สามหมื่นยังซื้อไม่ได้เลย...จิมมีชูส์ ไม่ใช่รองเท้าธรรมดาๆมันคืองานศิลปะที่ออกแบบมารองรับเท้าอันเรียวงามของผู้หญิง”

“สามหมื่น! เตารีดเนี่ยนะ...จ่ายเงินหลักหมื่นซื้อของแบบนี้ ซื้อข้าวกินได้เป็นสิบปี”

อันยาจะร้องกรี๊ด แสนยื่นนามบัตร บอกเธอให้ส่งเลขบัญชีเข้าอินบอกซ์ แล้วตนจะโอนเงินให้ อันยายังไม่หายโกรธ “ฉันได้ยินนะ นายว่ารองเท้าฉันเป็นเตารีด โนเทสต์มาก แล้วยังเปรียบเทียบรองเท้าฉันกับ...ข้าว นายหาว่าฉันใช้เงินไม่คิด...จะบอกให้รู้ไว้นะ นี่รองเท้าของฉัน เงินของฉัน ฉันหามาเองไม่ได้ไปขอไปโกงใครเขามา เพราะฉะนั้นฉันมีสิทธิ์ใช้ยังไงก็ได้ ต่อให้รองเท้าฉันส้นทองคำฝังเพชร นายก็ไม่มีสิทธิ์มาว่า”

อันยาดึงนามบัตรมาฉีกทิ้งแล้วเดินเขย่งไป แสนมองตามงงๆ...คิมหันต์ปลอบอันยา เราปิดจ็อบใหญ่ได้ เสียรองเท้าแต่เราต้องภูมิใจ พรุ่งนี้บอสคงตบรางวัลแจ่มๆให้แน่ อันยารู้สึกดีขึ้น

ooooooo

สุขไม่ทันไร วันต่อมา อันยาเหมือนโดนใครเอาไม้ทุบหัว เมื่อเผด็จขอยกเลิกงาน เพราะเลือกบริษัทอาร์โก้ของเมรี อันยาจะมาโวยเมรี กลับได้ยินเธอคุยโทรศัพท์

“ขอบคุณมากนะคะคุณหญิงเหมือน แมรี่ไม่มีวันลืมน้ำใจของคุณหญิงในครั้งนี้เลย เอาเป็นว่าถ้ามีอะไรให้แมรี่ช่วย บอกได้เลยนะคะ บายค่ะ” เมรีวางสายยิ้มกริ่ม หันมาเจออันยา

อันยาโกรธที่เมรีใช้เส้นคุณหญิงเหมือน นิรมิต บังคับเผด็จให้เซ็นสัญญากับอาร์โก้ สองสาวเถียงกันจนถึงขั้นยื้อยุด อาโปจะเข้าช่วยแต่ถูกคิมหันต์ขวาง ธกฤตออกมาเอ็ดลั่นให้หยุด

เมรีตีหน้าเศร้าขอให้บอสเห็นใจว่าลูกค้าเลือกคอนเนคชั่นของตน ตนผิดตรงไหน

“แต่ที่ผมรู้มา คุณเผด็จเป็นเคสที่อันยาเขาดีลไว้ให้ไปเป็นหัวหน้าแผนกของบริษัทวีว่า ไม่ใช่เหรอ ทำไมคุณถึงไปทำซ้อนกับเขา”

เมรีหน้าเหวอ โบ้ยความผิดอาโปว่านัดเคสนี้ให้ อาโปเห็นสายตาพิฆาตของเมรีไม่กล้าหือต้องยอมรับผิดแทน คิมหันต์แขวะว่า เมรีเห็นเคสนี้เป็นชิ้นปลามัน อยากได้จนไม่สนว่าต้องข้ามหัวใครบ้าง เมรีเจ็บใจต่อว่าอันยาให้รู้จักอบรมลูกน้องบ้าง ถึงอย่างไรตนก็ระดับซุปเปอร์ไวเซอร์

ธกฤตหนักใจกับลูกน้องสำคัญทั้งสองคน เมรีรีบบอกว่า อาร์โก้เสนอค่าเปอร์เซ็นต์ให้สูงกว่าวีว่า แต่อันยาแย้งว่าเรารับปากวีว่าไว้ก่อนจะแก้ตัวกับเขาอย่างไร ธกฤต

รับปากจะเคลียร์ให้และสั่งลงโทษอาโป ตัดวันลาพักร้อนปีนี้ทั้งปี อาโปร้องไห้คร่ำครวญ อันยาไม่พอใจที่ธกฤตไม่ลงโทษเมรี เมรีรีบดึงอาโปออกไป อันยารับไม่ได้ที่จะอยู่ร่วมออฟฟิศกับคนอย่างเมรี

ธกฤตต้องเอาตำแหน่งหัวหน้าแผนกที่คนเก่าออกไปมาล่ออันยา แต่เพราะอายุงานของเมรีมากกว่า จะเป็นที่ครหาได้ “แต่ถ้าคุณไม่ขัดข้องที่จะพิสูจน์ตัวเอง ผมก็จะให้โอกาส ถ้าคุณทำงานงานนึงได้สำเร็จ ตำแหน่งหัวหน้าแผนกจะเป็นของคุณทันที”

อันยาหันมาสนใจ ธกฤตส่งแฟ้มให้ อันยารับมาอ่านโปร์ไฟล์ของเคสนี้แล้วไม่อยากเชื่อออกมาบ่นกับคิมหันต์ “คิมบอม ฉันสะกดผิดหรือเปล่า กลับจากเมกามาภาษาไทยฉันยังไม่เป๊ะ”

คิมหันต์ยืนยันว่าอ่านไม่ผิด เขาชื่อ “แสน  เผื่อนนาดี” จริงๆ ขนาดชื่อเอาต์หลุดเทรนด์ บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเกษตรยังล่าหัว อยากได้ตัวเขาให้วุ่น เพราะโปรไฟล์จบด้านพันธุกรรมพืชมาจากฮาวาร์ด เพิ่งได้รางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นปีนี้

“เอ๊ะ วันรับรางวัลมันวันที่เราสองคนนัดพบคุณเผด็จนี่ แหม...ถ้ารู้งี้นะ จะแอบไปดูหน้าไว้ก่อน”อันยานึกได้

คิมหันต์หยิบไอแพดมาเปิดเว็บไซต์บริษัทเพียงพอดี เพื่อดูรูปแสน เผอิญมีแต่ชื่อไม่ได้ลงรูปอยู่คนเดียว อันยาจึงสงสัยคงจะหน้าตาอัปลักษณ์จนไม่กล้าลงรูปในโปรไฟล์

ooooooo

แสนนั่งอ่านเอกสารอยู่ จามเสียงดัง เมขลาเข้ามาตกใจนึกว่าไม่สบาย แสนบอกว่าคงเพราะฝุ่นในห้อง เมขลามารายงานว่าฝ่ายไอทีได้ลงประกาศให้แล้ว เดี๋ยวคงมีคนติดต่อเข้ามา แสนทำหน้าอึดอัดใจ ที่ต้องเปลี่ยนเลขาใหม่อีก

ไม่นาน คิมหันต์เห็นข่าวรับสมัครเลขาจึงรีบยุอันยาให้ไปสมัครจะได้ใกล้ชิดแสน...อันยาคิดแผนการบางอย่างได้ มาปรึกษาธกฤต ขอให้เขาหาคนอื่นเสนอวิชั่นออฟฟิวเจอร์แทนแสน

“อันยา คุณก็รู้นี่ ถ้าลูกค้าเจาะจงตัวบุคคลมา แปลว่าเขาต้องการตัวด็อกเตอร์แสน”

“ค่ะอันทราบ แต่ว่า โอเค อันสารภาพตามตรงหลังจากดูข้อมูลของเขาแล้ว สัญชาตญาณอันบอกว่า นายด็อกเตอร์แสนคนนี้ คุยกับเขาไปก็เสียเวลาเปล่า นายนี่เป็นคนหัวแข็ง เชื่อมั่นในตัวเอง กล่อมให้ตายก็ไม่มีทางจะเปลี่ยนใจ” เห็นสีหน้าธกฤต “นี่บอสโกรธอันรึเปล่าคะ”

“คุณพูดถูกเป๊ะทุกอย่าง...ทางวิชั่นออฟฟิวเจอร์เองก็พยายามกล่อมเขามาตั้งหลายครั้งแล้ว เสนอเงินหลักล้านให้ด้วย ยังปฏิเสธหน้าตาเฉย”

“อันถึงได้บอกไงคะ ว่าหาคนที่เขาเต็มใจทำงานดีกว่า พวกแอนตี้เศรษฐี ประกาศตัวจะกินอุดมการณ์แบบเนี้ยะ ให้ตายก็ไม่มีทางเปลี่ยนใจเขาได้ นอกซะจาก...”

ธกฤตตั้งใจฟัง อันยาบอกวิธีที่จะเกลี้ยกล่อมแสนให้มาทำงาน...พออันยาเล่าให้คิมหันต์ฟัง เขาเกรงเป็นการหลอกลวงเกินไป แต่พออันยาถามว่าอยากให้เมรีได้ตำแหน่งหัวหน้าแผนกหรือ คิมหันต์ส่ายหน้า จับมืออันยาเห็นด้วยทันที

สองวันต่อมา อันยาหน้าบอกบุญไม่รับ เพราะต้องแต่งชุดที่คิมหันต์หามาให้ ด้วยเหตุผลที่ว่า จะเป็นเลขาบริษัทเพียงพอดี ซึ่งเน้นความพอเพียง จะแต่งล้ำแฟชั่นแบบของเธอไม่ได้ต้องเชยๆ แบบนี้ แต่ถึงอย่างไร อันยาขอใส่รองเท้าจิมมีชูส์ เพราะเชื่อว่าจะทำให้ประสบความสำเร็จ

อันยามาพบเมขลาตามนัด เมขลามองความสวยของอันยาอย่างเสียดายที่เชยไปหน่อย แล้วบอกให้เธอขึ้นไปรอสัมภาษณ์ที่ห้องของแสน ชั้น 5 ห้องริมสุด อันยาถามหาลิฟต์

“ที่นี่ไม่มีลิฟต์หรอกค่ะ บันไดอยู่ทางโน้น พอดีบริษัทเราเน้นเรื่องการประหยัดพลังงาน”

อันยาเหวอ น่าจะเชื่อคิมหันต์ไม่ใส่จิมมีชูส์...ขณะเดียวกัน แสนด็อกเตอร์หนุ่มขี่จักรยานมาทำงานอย่างอารมณ์ดี เขาถือกระเป๋าเอกสารเข้าบริษัท อันยาลากสังขารขึ้นบันไดอย่างทรมานเผอิญเห็นรองเท้าเลอะก็ตกใจ รีบค้นหาทิชชูในกระเป๋ามาเช็ด เสร็จแล้วมองหาถังขยะไม่มี จึงทิ้งทิชชูลงพื้น แสนเดินตามมาเห็น เขาเก็บทิชชูตาม

เธอมาทันกันหน้าห้องทำงาน เขาแปลกใจเมื่อเห็นอันยาในลุคนี้ เขาอุทาน...คุณนายจีวองชี่! แล้วยื่นทิชชูให้บอกว่า เธอลืมของ “ไม่ใช่ของฉัน นาย!”

แสนจับทิชชูยัดใส่มืออันยาและให้ทิ้งลงถังขยะ อันยาโวยหาว่าหลอกจับมือ

“ไปกันใหญ่แล้ว ผมแค่สอนคุณให้รู้จักเคารพสถานที่เท่านั้นเอง”

“โอ๊ย อุตส่าห์มาตั้งไกล ยังมาเจอพวกโรคจิต นี่ไปให้ห่างๆ ฉันเลยนะ”

“คงทำไม่ได้ เพราะที่นี่ที่ทำงานผม ถ้าจะมีคนไปก็คงจะต้องเป็น...” แสนมองอันยา

“นาย! พอที ไอ้เรื่องสัมภาษณ์บ้าๆนี่ ถ้านายทำงานที่นี่ เราคงอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้”

พอดีเมขลาเดินมาดูและแนะนำให้อันยารู้จักด็อกเตอร์แสน อันยาตะลึงถึงกับเซ...เมื่อแสนรู้ว่าอันยามาสมัครเป็นเลขา จึงลองสัมภาษณ์ อันยารีบบอกเขาว่าที่เห็นตนคราวก่อน ไม่ใช่ปกติ วันนี้คือตัวตนจริงๆชอบความเรียบง่าย ชอบหนังสือพวกวิทยาศาสตร์ แสนมองรองเท้าเธอ

“คือฉันอธิบายได้ ที่ฉันใส่รองเท้าแพงไม่ได้หมายความว่าฉันเป็นพวกใช้จ่ายเกินตัว ไม่รู้จักประหยัดทรัพยากรหรือว่าไม่เห็นใจคนจน พอดีฉันได้รองเท้ามาฟรีๆคือมีคนให้ฉันมา”

“คุณไม่ต้องอธิบายอะไรอีกแล้ว...”

“ไม่ต้องอธิบาย! นี่คุณ ฉันขับรถมาร้อยกว่ากิโลจากกรุงเทพฯเพื่อมาสมัครงานที่บริษัทนี้ซึ่งอยู่ถึงปากช่อง แล้วคุณจะไม่ฟังฉัน ไม่คุยกับฉัน ประวัติงานก็ยังไม่เปิดดูเลยด้วยซ้ำ”

“มันไม่จำเป็น เราคุยกันไปเยอะแล้ว และผมก็ได้ในสิ่งที่ผมต้องการแล้วด้วย”

อันยาโกรธที่ได้คนแล้วยังสัมภาษณ์ให้เสียเวลาอีกกระแทกเท้าจะเดินออก แสนพูดไล่หลัง พรุ่งนี้เริ่มงานแปดโมงครึ่ง...อันยาชะงัก หันขวับมามอง แสนถามมีปัญหาอะไร อันยางงนี่รับตนแล้วหรือ

“แล้วผมจะบอกเวลางานคุณทำไม ถ้าผมไม่รับคุณ ที่บอกให้คุณไม่ต้องอธิบาย เพราะว่าผมไม่ได้มีปัญหาอะไรกับรองเท้าคุณ อีกอย่างนะ ถึงบริษัทนี้จะอยู่ต่างจังหวัด แต่ก็ไม่ได้บังคับให้พนักงานต้องทำตัวเชยๆหรอกนะ...กลับไปเป็นตัวคุณเองเถอะ ยัวร์สไตล์น่ะ”

อันยาหน้าชาเดินอึ้งออกไป แสนยิ้มขำๆ ไม่ทันไรเธอเปิดประตูกลับเข้ามาถาม แล้วที่เขาพูดว่าได้สิ่งที่ต้องการแล้ว...

“ผมได้แล้ว ผมเห็นทั้งตอนที่ผมเจอคุณครั้งแรกและที่หน้าห้องเมื่อกี้นี้ คุณสมบัตินี้แหละที่ทำให้ผมตกลงรับคุณเข้าทำงาน”...อันยาเอ่ยถามคุณสมบัติอะไร

พอรู้คำตอบถึงกับหน้าชากลับมาเล่าให้คิมหันต์ฟัง เขาหัวเราะก๊าก “ด็อกเตอร์รับเจ๊เพราะว่าปากร้ายและสู้คนเนี่ยนะ ฮ่าๆๆสุโค่ยอ่ะ...แน่ใจนะเจ๊ ว่าเขาให้ไปเป็นเลขา ไม่ใช่ไปทวงหนี้”

อันยาโวยไม่เชื่อเหตุผลของแสน เพราะรู้สึกว่ายังมีอะไรนอกเหนือจากนั้น ที่แสนบอกว่าวันหลังจะบอก...

อันยาสงสัยว่าแสนเป็นพวกมือไว ฉวยโอกาส แต่ถึงอย่างไรก็ต้องเสี่ยง

“ปากเสียและอวดดีแบบเนี้ยะ แม้แต่ส้นรองเท้าฉันก็อย่าหวังจะมาแตะ...ด็อกเตอร์แสน ฉันจะป่วนจนนายต้องโดนไล่ออก เซไปซบอกวิชั่นออฟฟิวเจอร์เลย คอยดู” อันยามุ่งมั่น

ปัญหาหนักของอันยาอีกเรื่องคือ ทวยเทพ แฟนหนุ่มขี้หึงที่เธอเองชักไม่แน่ใจว่าควรเอาเป็นแฟน พอเขารู้ว่าเธอต้องไปทำงานต่างจังหวัด ก็จะให้ลาออกมาเป็นภรรยาเลี้ยงลูก เพราะแม่ของเขาอยากมีหลานเต็มแก่

แต่อันยายังไม่พร้อมและไม่คิดจะไปพบเจอครอบครัวเขาด้วยซ้ำ เธอถามเขาว่าคิดถึงขนาดสร้างครอบครัวน่ะ รู้จักเธอดี รู้รสนิยมเธอแล้วหรือ

“ก็...ก็รู้ว่ามัน เอ่อ...บางอย่างไม่ต้องพูดจะดีกว่า” อันยาให้ตอบมา “โธ่ อันนี่ คุณน่ะสวยจะตาย แต่เสื้อผ้าคุณนี่สิ มันทำให้คุณดูพิลึก คือผมไม่รู้จะใช้คำไหน...” ทวยเทพพรั่งพรูติติง

อันยานิ่งไม่พูดอะไร ลุกขึ้นคว้ากระเป๋ากลับ ทวยเทพวิ่งตามขอโทษ ทุกอย่างเขาทนได้ขอเพียงเวลาเจอแม่เขาให้แต่งตัวเรียบร้อยเท่านั้น อันยามีงานสำคัญต้องทำไม่อยากคิดเรื่องนี้

“ฉันบอกคุณแล้วว่า ฉันยังไม่ใช่คู่หมั้นหรือแม้แต่แฟนคุณ เราสองคนเป็นเพื่อนที่กำลังศึกษาเรียนรู้กันอยู่เท่านั้น”

“สำหรับผม คุณสอบผ่านตั้งแต่วินาทีแรกที่ผมเห็นคุณแล้ว อันนี่ เชื่อผมไม่ต้องไปต่างจังหวัด ไม่ต้องพยายามเอาใจบอสของคุณหรอก คุณอยากได้อะไร ผมจะตามใจคุณทุกอย่าง”

“ฝันของฉันคือฉันต้องได้เป็นหัวหน้าแผนก ฉันจะไม่แพ้ให้ยัยเมรีนั่นเด็ดขาด ขอตัวนะคะ พรุ่งนี้ต้องไปทำงานแต่เช้า” อันยาโบกแท็กซี่ขึ้นไปทันที ทวยเทพเข้าใจว่ากำลังถูกสลัดทิ้ง

ooooooo

วันรุ่งขึ้น พนักงานของเพียงพอดีต่างวิพากษ์วิจารณ์กันใหญ่ ว่าเลขาคนใหม่ของแสนคงอยู่ได้ไม่นานอีกตามเคย แม้แต่เพียงดาวเลขาของบุรินทร์ ยังร่วมเม้าท์ด้วยถึงการแต่งตัวเชยๆของเจ้าหล่อน ถ้าแต่งขนาดตนก็ยังพอมีรสนิยมอยู่บ้าง ไม่ทันไร ทุกคนก็ตะลึง  เมขลาอุทาน

“คุณ...คุณอันยา!”

อันยารีบขอโทษที่มาสายไปนิด เมขลาแปลกใจที่อันยาไม่เหมือนเมื่อวานเอาเสียเลย

“ค่ะ เมื่อวานนี้ฉันหลงผิดไปที่ใส่ชุดเอาต์แตกแบบนั้น”

“คล้ายๆแบบนี้เหรอครับ...อุ่ย...” เอกชัยชี้ไปที่เพียงดาว

เมขลาแนะนำให้อันยารู้จักเพียงดาวเลขาบุรินทร์กับเอกชัยฝ่ายแอดมิน เอกชัยทึ่งมากที่แสนรับเลขาลักษณะนี้ นี่แหละถึงจะสมน้ำสมเนื้อ อันยางงหมายความว่าอย่างไร พลัน ม.ร.ว.เหมือน นิรมิต เดินเฉิดฉายเข้ามาด้วยมาดไฮโซลูกหลานผู้ดีเก่า อันยาเห็นรีบหันหลังให้เพราะจำได้ว่าเป็นเซเล็บคนดัง เพื่อนของเมรี จะเดินหนี ได้ยินเสียงเธอถามเมขลาว่าเลขาคนใหม่ของแสนหน้าตาเป็นอย่างไร สวยไหม ทุกคนปรายตาไปทางอันยา คุณหญิงเหมือนเห็นการแต่งตัวสุโค่ยแล้วพูดกระทบ

“หญิงเตือนแสนแล้วว่าอย่าเลือกคนสวย พวกเลขาสวยๆน่ะมักจะมีสมองแค่นิดเดียว”

อันยาจี๊ดขึ้นมาทันที กำหมัดแน่น นึกได้ว่าคุณหญิงไม่เคยเห็นตนนี่นา จึงหันกลับเดินเชิดเข้าหา คุณหญิงเหมือนถามมีธุระอะไร อันยาแนะนำตัวเองและว่ามาให้เห็นใกล้ๆ ว่าอย่างตนมีสมองแค่นิดเดียวหรือเปล่า

“ฉันไม่ได้ว่าเธอ ฉันว่าพวกเลขาสวยๆ แสนนึกยังไงถึงได้รับคนแบบนี้ แต่ก็ดีถ้าเป็นแม่นี่ ต่อให้ต้องอยู่ดึกช่วยงานแสนทั้งคืน ก็ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์”

“ขอโทษนะคะ กรุณาเรียกฉันให้ถูกต้อง เรียกคุณอันยา ไม่ใช่แม่นี่”

“เธอนี่...ไม่สวยแล้วยังไม่รู้จักประมาณตัวเองอีกนะ ยัยเลขาหน้าใหม่”

อันยาย้อนว่าหน้าใหม่ยังดีกว่าหน้าเก่า คุณหญิงเหมือนปรี๊ดเรียกอันยาว่า นังอัลไซเมอร์ไม่รู้หรือว่าตนเป็นใคร อันยาย้อนกลับ ตัวเองยังไม่รู้จักตัวเอง ต้องเที่ยวถามคนอื่น ตนว่าเธอนั่นแหละอัลไซเมอร์ คุณหญิงเหมือนร้องกรี๊ด จะฟ้องแสนให้ไล่ออกประกาศศักดาเป็นแฟนแสน

“ต๊าย! กล้าพูดมากๆนะคะ ว่าเป็นเจ้าของด็อกเตอร์” เสียงอิงค์กี้แผดเข้ามา

อิงค์กี้เป็นดาราสาวหน้าใส เข้ามาวีนว่าตนต่างหากที่เป็นแฟนแสน สองคนจึงต่อล้อต่อเถียงกันใหญ่ เพียงดาวบอกให้อันยาห้ามสองสาวเพราะเป็นหน้าที่ของเลขา อันยาสบตาเมขลาเธอพยักหน้า อันยาคิดจะทำอย่างไรดี แล้วนึกขึ้นได้พึมพำพร้อมหยิบมือถือออกมาถ่าย

“นายด็อกเตอร์ เสร็จแน่ เจอคลิปฉาวไฮโซสาวกับนางเอกดาวรุ่ง ตบกันนัวแย่งด็อกเตอร์หนุ่มไฟแรงปิดจ็อบไว ใสๆเลยงานนี้”

สองสาวเห็นอันยาส่องหามุมถ่ายคลิปก็ตกใจผละออกจากกัน ล้วงแว่นดำมาสวมต่างคนต่างกลับกันไปทุกคนอึ้งที่สงครามสองสาวจบเร็ว เอกชัยร้องขึ้น

“สุดยอด...ซุปเปอร์วูแมนเลยนะเนี่ย หนึ่งนาทีสามวินาที ทำลายสถิติเลขาทุกคนเรียบ”

แสนเดินเข้ามาถามทำไมอิงค์กี้กับคุณหญิงเหมือนถึงกลับไป...พอแสนเห็นคลิปที่อันยาถ่าย ยังไม่ทันเห็นหน้าสองเซเล็บจึงไม่ว่าอะไร อันยาหวั่นเกรงแสนโกรธ กำลังจะแก้ตัว

แต่แสนโพล่งขึ้น “คุณแน่มาก ผมคิดไม่ผิดเลยที่เลือกคุณ คุณทำงานนี้ได้จริงๆ”

“หือ...ตกลงว่านี่คุณชมฉัน แต่...แต่ว่าฉันทำให้แฟนๆ คุณโกรธ”

แสนสวนว่าสองคนไม่ใช่แฟนตน ตนหาเลขาที่จะช่วยกันพวกเธอออกไปนานแล้วเพราะเกรงใจคนในบริษัทจะรำคาญ เขาขอบใจยกใหญ่ อันยายิ่งงงไหงเป็นแบบนี้ไปได้

หลังจากนั้น อันยาก็มาฟังเมขลาเล่าถึงเลขาคนก่อนๆ

ที่ออกไปแล้วถึง 12 คน เพราะไม่อาจทนเซเล็บสองสาวนี้ได้ ต่างก็โดนพวกเธอเล่นงานต่างๆนานาจนลาออกกันไป

“ด็อกเตอร์พยายามไม่ให้พวกนั้นมาวุ่นวายแล้ว แต่ว่า...ก็อย่างที่เห็น พวกเธอคงคิดว่า ตื๊อเท่านั้นที่จะครองโลก เลยยังมาหาด็อกเตอร์ได้ทู้กวัน แต่เธอ! เธอไม่เหมือนคนอื่นๆ แค่วันแรกก็จัดการสองคนนั้นได้ เธอต้องอยู่ที่นี่ได้นานแน่ๆเลยจ้ะ อันยา”

“แล้วตกลงใครอยู่ตำแหน่งไหนล่ะ แบบว่าใครบ้านใหญ่ ใครบ้านเล็ก ใครเป็นแฟน ใครเป็นกิ๊ก” อันยาเซ็งไม่ปลื้ม เพราะไม่ได้ตั้งใจ

เมขลาปรามอย่าพูดให้แสนได้ยิน เพราะเขาคบสองคนนั้นในฐานะคนรู้จักเท่านั้น และยังชื่นชมที่แสนได้คนเก่งอย่างอันยามาร่วมงาน อันยาแอบบ่นสงสารเมขลาที่ถูกแสนล้างสมอง

ooooooo

ด้านเมรีแปลกใจเมื่อรู้ว่าอันยาลาพักร้อนสองเดือน เพราะเป็นไปไม่ได้ที่อันยาจะไปเที่ยวในขณะที่บอสกำลังเฟ้นหาหัวหน้าแผนกคนใหม่ จึงเข้ามาถามธกฤตเขากลับบอกว่าอันยาใช้สิทธิ์วันลาที่เหลือ ตนก็ต้องอนุมัติ เมรีไม่อยากเชื่อจึงให้อาโปไปสืบที่ฝ่ายบุคคล

วันต่อมา แสนบอกอันยาให้ออกไปข้างนอกด้วยกัน อันยาเริ่มไม่ไว้ใจ ยิ่งพอเห็นเขาถอดสูทกับไทด์ออกก็ตาลีตาลานจะออกจากห้องจนแสนแปลกใจ อันยาอ้างขออยู่ที่ออฟฟิศศึกษาตารางงานของเขา แต่แสนกลับบอกว่าเธอเป็นเลขา หน้าที่คือไปช่วยงานตนทุกที่ ควรทำตัวให้ชินกับการต้องออกไปข้างนอกกับตน เพราะมันจะบ่อยมาก...แสนเดินเข้าหา เธอถอยกรูด

“คุณ! จะทำอะไร”

“ก็ออกไปไง คุณยืนขวางประตูอยู่ ผมให้เวลาคุณเตรียมตัว 5 นาที ผมจะรออยู่ที่รถตู้หน้าบริษัทนะ” แสนเดินไป อันยามองตามเลิ่กลั่ก ไม่ค่อยไว้ใจ

พอตามมาขึ้นรถตู้ อันยานั่งห่างชิดประตู กอดกระเป๋าแน่น กะว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากลจะโดดหนีแสนแปลกใจกับท่าทีของเธอ อันยามองข้างทางตลอดเวลาเห็นโรงแรมม่านรูดข้างหน้า ก็ภาวนาให้ผ่านไป แต่เผอิญคนขับรถจอดหน้าโรงแรมแล้วก้มเก็บของที่ทำหล่น อันยาถามแสนจอดทำไม เขาส่ายหน้าไม่รู้ อันยาทนไม่ไหว

“ถ้าคุณไม่รู้ ฉันก็ไม่รู้จะไปทำไมเหมือนกัน” ว่าแล้วก็จะเปิดประตูรถ

แสนยื้อห้ามถามจะทำอะไร พอดีรถเคลื่อนออก ทั้งสองไม่ทันตั้งตัวหงายพิงเบาะ อันยาตกใจโวยวายจะลงจากรถให้ได้ แสนห้ามแถวนี้มันอันตราย

“อยู่กับคุณไม่อันตรายงั้นสิ ปล่อยฉัน” อันยาดิ้นผลักแสนออก

คนขับรถงงว่าเกิดอะไรขึ้น เหลียวมองพลันล้อรถทับบางอย่างแตก รถสั่นไถลไปข้างทาง อันยาเปิดประตูได้โดดลง แสนตกใจโดดตามดึงตัวเธอมากอดปกป้องไว้ เมื่อร่างหยุดกลิ้งอันยาทับอยู่บนตัวแสนกอดเขาแน่นอย่างไม่รู้ตัว แสนลูบหลังเธอปลอบว่าไม่เป็นอะไรแล้ว

อันยารู้สึกตัวผละออกอย่างโกรธๆ “ไม่ต้องมอง ฉันไม่เป็นอะไร ฉันจะกลับ”

พอลุกขึ้น อันยาเห็นรถเสยอยู่กับพุ่มไม้ คนขับรถวิ่งมารายงานว่า มีมอเตอร์ไซค์มาโยนตะปูใส่รถเรา พวกมันหนีไปแล้ว แสนหน้าเครียด รู้ดีเป็นพวกไหน ก็แค่ขู่ อันยา
งงงวยกับสิ่งที่เกิดขึ้น...คนขับรถเริ่มทำการเปลี่ยนยาง แสนอธิบายให้อันยารู้ว่ากำลังจะไปไหน

“คุณพาฉันมาดูที่นาของสมาชิกโครงการ!”

“ก็ใช่น่ะสิ แล้วคิดว่าผมจะพาคุณมานอกเมืองทำไม ถ้าไม่ใช่ให้มาออกฟิลด์ด้วยกัน แล้วที่คุณจะลงให้ได้น่ะ คิดว่าผมจะพาคุณไปต้มยำทำแกงที่ไหนเหรอถึงได้สู้สุดชีวิต
ขนาดนั้น”

อันยาหน้าเหยเผลอมองไปที่โรงแรม แสนมองตามร้องลั่น อย่าบอกนะว่าคิดแบบนั้น อันยาแก้ตัวว่า ไม่ได้คิด เพียงแต่มีเจ้านายหลายรายที่พาเลขามาเคลม แสนทำหน้า
คาดไม่ถึง

“โอเค...ก็ฉันถามตั้งหลายทีแล้ว ว่าคุณจะพาฉัน ไปไหน คุณก็ตอบไม่เคลียร์ แล้วจะให้ฉันเข้าใจว่ายังไงล่ะ นี่...อย่าโกรธฉันเลยนะ”

แสนทนไม่ไหวหัวเราะก๊าก อันยาเหวอ แสนบอกว่าเกิดมาเพิ่งเคยเจอคนเพ้อเจ้ออย่างเธอ อันยางอนโต้ว่ามีเรื่องหนึ่งที่ตนไม่เพ้อเจ้อ คือจะไม่ไปพื้นที่อันตรายกับเขาด้วยเธอจะกลับ แสนท้วงว่าแถวนี้ไม่มีรถแท็กซี่และระวังพวกคนร้ายจะวกกลับมา อันยาชักลังเลยอมตามไปด้วย

เมื่อถึงหมู่บ้านนกกระเต็น แสนเอารองเท้าบูตให้อันยาเปลี่ยน แต่เธอไม่ยอม ด้วยความโก๊ะทำให้ส้นรองเท้าจมโคลนเซไปชนพุ่มไม้ เจอบุ้งเกาะเธอร้องลั่นกระโดดหย็องแหย็ง แสนเกรงจะตกคันนาจะช่วยดึงกลับโดนเธอฉุดตกคันนา เนื้อตัวเลอะโคลนทั้งสองคน

เสียงสุนัขเห่าดังลั่น จนพุฒกับแตงกวาหลานสาวต้องออกมาดูว่าใครมา พอเห็นแสนกับอันยาในสภาพเปรอะโคลนทั้งตัวก็ไม่แปลกใจ ถึงว่าปกติเจ้าจอร์จมันจะไม่เห่า
แสน...ภรรยาพุฒหาเสื้อผ้าให้ทั้งสองเปลี่ยนแล้วออกมานั่งคุย พุฒอดขำไม่ได้ที่อันยาดื้อ

“ทีหลังหนูอันยาต้องเชื่อด็อกเตอร์เขา ใส่บูตน่ะถูกแล้ว”

อันยายิ้มแหยๆรับคำ มาลีภรรยาพุฒเข้าใจว่าอันยาเป็นแฟนแสน อันยาตงิดๆใจ กระซิบถามแสนไม่รู้สึกอะไรบ้างหรือ แสนย้อนถามแปลกอย่างไร

“ก็เหมือนกับว่า...นั่นน่ะ เหมือนเราเป็นอะไรกัน ไม่ต้องมาแอ๊บไม่รู้เรื่องเลยนะ ฉันรู้นะคุณรู้มากจะตาย”

“ทำงานด้วยกันวันเดียว คุณรู้จักผมมากขนาด นั้นเลย”

“ไม่ใช่เพราะคุณน่าทำความรู้จักหรอกนะ แต่นี่ เป็นความสามารถพิเศษของฉันต่างหาก”

“ครับ ครับ แต่ผมว่าคุณคิดมากไปนะ ไม่มีอะไรหรอก ไป...ไปดูที่นาทางโน้นเถอะ”

แสนมาคุยกับพุฒ ซักถามปัญหาที่มีเกี่ยวกับการปลูกข้าวแบบที่เขาแนะนำ อันยาคอยจดบันทึก แสนรับรองกับพุฒว่าจะรอกินผลผลิตข้าวของเขา ท่าทางพุฒมีความสุข
กลับมานั่งบนแคร่ แสนถามอันยารู้สึกอย่างไรที่พุฒทนลำบากเพียงเพื่อรักษาผืนแผ่นดินของบรรพบุรุษ อันยาย้อนถาม ตนต้องคิดด้วยหรือ แสนจึงถามตรงๆว่าเธอเห็น
ด้วยไหม

“ค่ะ ฉันไม่เห็นด้วย...แต่ไม่ใช่เรื่องที่ลุงพุฒเก็บที่ดินไว้ ฉันไม่เห็นด้วยที่คุณมองว่าฉันไม่เห็นด้วยต่างหากล่ะ”

แสนยิ้มๆขอโทษที่เข้าใจผิด อันยาย้ำว่าเข้าใจผิดมากเลย เพราะถ้าเขาอ่านประวัติสมัครงานของตน จะเห็นว่าที่ตนกลับมาอยู่เมืองไทยก็เพราะเป็นห่วงคุณย่าที่ไม่ยอม
ย้ายตามครอบครัวตนไป จึงกลับมาอยู่เป็นเพื่อนท่าน แล้วอันยาก็ถามถึงเรื่องที่โดนขู่ทำร้าย แสนจึงเล่าให้ฟัง

“นี่เป็นที่นาที่ไม่มีปัญหาดินเปรี้ยว แล้วนานี้ก็ปลอดสารพิษ ยาฆ่าแมลงรวมทั้งปุ๋ยเคมีหรือที่เรียกว่า ข้าวเกษตรอินทรีย์ ลงพุฒเข้าร่วมโครงการรับเมล็ดพันธุ์เรามาปลูก
โดยใช้ปุ๋ยคอกและน้ำหมักชีวภาพ การกำจัดศัตรูพืชก็ใช้น้ำหมักจากสมุนไพรที่พัฒนาสูตรกันขึ้นเอง”

“ก็เลยไปขัดผลประโยชน์กับพวกพ่อค้าปุ๋ย ค้ายา ปราบศัตรูพืชใช่ไหมล่ะ” อันยาเสริม

แสนพยักหน้า “ที่นี่กำนันโกมลเป็นพ่อค้าปุ๋ยเคมีรายใหญ่ เขาไม่พอใจที่ทางบริษัทมาชักชวนชาวบ้านเข้าโครงการข้าวและพืชผักอินทรีย์ มันทำให้เขาเสียผลประโยชน์
มาก”

อันยาถามทำไมไม่ให้เจ้าหน้าที่จัดการ แสนตอบว่ายังไม่มีหลักฐานและกำนันก็เป็นผู้มีอิทธิพล แต่ถ้าเราไม่กล้าทำ ชาวนาและผู้บริโภคก็จะตายไวเพราะกินอาหารที่มีสารพิษ...แสนดึงอันยามากินอาหารที่มาลีเตรียมไว้ให้ เขาหยิบข้าวที่เหมือนข้าวเหนียวป้อนเข้าปากอันยา เพราะเธออิดออดไม่ยอมกิน แต่พอได้กิน อันยาถึงกับทึ่ง ที่มันอร่อย เหนียวนุ่มเหมือนข้าวหอมมะลิและหอมมาก อันยากินตุ้ยๆอย่างเอร็ดอร่อยจนข้าวติดปาก แสนหยิบออกให้ อันยาชะงักสบตาเขาสะเทิ้นเบาๆ พลันมีเสียงกรี๊ด...แปดหลอด พอหันมองเห็นสาวผิวดำเต้นเหยงๆ ปรี่จะเข้าทำร้าย ประกาศตัวเป็นลูกสาวกำนันและเป็นแฟนแสน อันยาตะลึงข้าวเหนียวหล่นจากมือ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มนต์รักหนองผักกะแยง EP.2 ชมพู่ จัดบททดสอบแรกให้ เขียว เริ่มต้นทำงานในไร่

มนต์รักหนองผักกะแยง EP.2 ชมพู่ จัดบททดสอบแรกให้ เขียว เริ่มต้นทำงานในไร่
14 พ.ค. 2564

13:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม 2564 เวลา 18:58 น.