ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

อันโกะ กลรักสตรอว์เบอร์รี่

SHARE
ตอนที่ 14

แม้จะเจ็บปวดแสนสาหัส อันยาพยายามกลั้นใจฝากพิลาสินีเยี่ยมแสนแทนตนด้วย พิลาสินีบีบมือรับรองว่า ต่อไปนี้ตนจะไม่ห่างจากแสนอีก...อันยายิ้มให้ก่อนจะหันหลังเดินห่างออกมา น้ำตากลบตาจนแทบมองทางไม่เห็น

พิลาสินีเห็นริบบิ้นของอันยาตกอยู่ที่พื้น จะคืนให้ก็เห็นเธอเข้าลิฟต์ไปแล้ว...ในขณะที่แสนนอนอยู่ในห้องลำพัง เขานึกถึงคำพูดที่เคยพูดกับลดาว่า “สำหรับผม ไม่บอกคนที่ชอบว่าชอบ ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ถ้าผมไม่ชอบเขาต้องรีบบอก  เขาจะได้ไม่คอยเราเก้อ”

พิลาสินีกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง เพื่อบอกเขาว่าตนลางานแล้ว จะได้มาเยี่ยมเขาทุกวัน แสนไม่อยากให้พิลาสินีเข้าใจผิดอีกต่อไป ตัดสินใจบอกความจริง

“แพม ไม่ต้องทำเพื่อผมขนาดนั้นหรอกนะ...”

“พูดยังงี้ได้ยังไง ก็แพมบอกคุณแล้วไงคะ ว่าแพม...”

“ผมเองก็พลาดเหมือนกัน” แสนแทรกขึ้น “คุณบอกว่าพลาดที่เข้าใจผมผิด ผมเองก็พลาดที่ไม่ยอมรับความจริง...ผมพลาดไปรักคนอื่นแล้วครับแพม ผมถึงต้องพลาดจากคนดีๆอย่างคุณ”

พิลาสินีชะงักไม่คิดว่าจะได้ยินอะไรแบบนี้ “ว่าไงนะคะ นี่คุณจะบอกฉันว่า...”

“มันไม่ใช่ความผิดของคุณ ที่ผมบอกว่ารู้สึกกับคุณเหมือนเดิม คือคุณเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของผม...เหมือนเดิม ผมขอบคุณความรู้สึกของคุณจริงๆนะแพม ขอบคุณมาก”

พิลาสินีแทบทรงกายไม่อยู่ แต่ความแกร่งทำให้เธอต้องหยัดยืน “ไม่อยากจะเชื่อ คุณเป็นผู้ชายคนเดียวที่ฉันบอก...บอกรักคุณก่อน แต่ว่าคุณกลับหักอกฉันเหรอเนี่ย”

“ด็อกเตอร์พิลาสินี คนที่เพียบพร้อมไปหมดทุกอย่าง อย่างคุณ ต้องพบคนที่ดีกว่าผมแน่ๆรับรองได้เลย” แสนห่วงความรู้สึกพิลาสินีอย่างมาก

“คุณปลอบใจได้แย่มากรู้ไหม แน่ใจเหรอคะที่ปฏิเสธฉันเนี่ย”

“ถ้าเป็นเมื่อก่อน ผมคง...ไม่แน่ใจ แต่ตอนนี้ ผมรู้แล้ว...” แสนหวนนึกสิ่งที่เขาทำร้ายจิตใจอันยา แต่มันกลับทำร้ายหัวใจตัวเองมากกว่า “ลึกๆแล้ว ในใจผมอยากให้เขาอยู่ ผมก็รอ...รอผู้หญิงโก๊ะๆ คนนั้น รอเขาคนเดียว ถึงต้องมาเจ็บตัวอย่างนี้ไง เพราะทนเห็นเขาเป็นอะไรไปไม่ได้ ไม่เข้าท่าเลยนะ...ผมถึงบอกไง ว่าคุณเหมาะกับคนอื่นที่ดีกว่าผม”

พิลาสินีมองแสนสารภาพความในใจอย่างอ่อนใจ หมดข้อโต้แย้ง แต่แล้วนึกได้ “ผู้หญิงโก๊ะๆ! หมายถึง... เจ้าของริบบิ้นนี่รึเปล่าคะ”

ทันทีที่แสนเห็นริบบิ้นก็จำได้ว่าเป็นของอันยา พิลาสินีคิดสักครู่แล้วตัดสินใจ “ฉันว่าฉันทำตามที่รับปากกับอันยาไว้ไม่ได้แล้วล่ะ เขามาเยี่ยมคุณ แต่พอเจอฉัน เขากลับบอกว่าเขาต้องไปก่อน ฉันว่ามันแปลกๆ”

“แพม ขอบคุณมากนะที่คุณบอกผม ใช่ อันยาคือคนที่ผมพูดถึง” แสนชักสังหรณ์ใจ

“ตลกจริงๆ เมื่อกี้นี้เขาแสดงความยินดีกับฉัน บอกว่าไม่มีใครเหมาะสมกับคุณเท่ากับฉัน นี่เขาต้องเข้าใจผิดไปแล้วแน่ๆ”

“ยัยโก๊ะเอ๊ย...” แสนสบถ

“ฉันไม่รู้ว่าระหว่างคุณสองคนมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่ในฐานะที่ฉันเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด ถ้ามีอะไรให้ฉันช่วยก็บอกนะคะ แล้วก็...อย่ายอมเสียคนที่สำคัญกับคุณไป อย่างฉัน”

พิลาสินีเดินออกมาหน้าโรงพยาบาล หันมองกลับไปเพื่อตัดใจ ปาดน้ำตาแล้วยืดตัวเดินจากไปอย่างผู้หญิงแกร่ง...หลังจากนั้น สิงห์เป็นคนบอกแสนว่า อันยาอยู่เฝ้าไข้เขาตลอดทั้งคืน

“ใช่ เขาขอกับน้าฟองขอดูแลนายเอง แต่จู่ๆก็โทร.มาขอโทษที่ไม่ได้เฝ้าไข้นายต่อ บอกว่านายมีคนดูแลที่ดีกว่าแล้ว ฉันงงไปหมด ก็เลยแวะมาดูนี่แหละ”

แสนนิ่วหน้า เป็นห่วงว่าตอนนี้อันยาไปอยู่ที่ไหน

ooooooo

อันยากลับมาที่โรงแรม บอกคิมหันต์กับลดาว่าจะกลับกรุงเทพฯเดี๋ยวนี้ คิมหันต์ตกใจเพราะได้นัดเมขลาให้ตามมาที่นี่ เขาถามเธอว่าบอกรักแสนหรือยัง ได้ยินว่าฟื้นแล้ว

อันยาเศร้าลง “มันไม่จำเป็นแล้วล่ะ”

“เฮ้ย ทำไมจะไม่จำเป็น นั่นน่ะจำเป็นที่สุดเลย เจ๊โชคดีมากนะ ที่ด็อกเตอร์เขาฟื้นขึ้นมาแล้วเจ๊มีโอกาสจะบอกเขา”

“แต่ด็อกเตอร์จะโชคดีกว่านี้ ถ้าเขา...จะไม่ต้องเจอฉันอีก”

ลดารับรู้ถึงความผิดปกติของหลาน จึงถามว่าเกิดอะไรขึ้นที่โรงพยาบาล อันยาอึกอักอยู่นานกว่าจะบอกออกมาว่า แสนมีคนที่ดูแลเขาดีกว่าตน คิมหันต์ยุให้กลับไปคุยกันก่อน

“สิ่งที่ฉันเห็น มันไม่ต้องถามอะไรให้หน้าแตกอีกแล้ว ไม่ใช่หนนี้หนแรกนะ ฉันหน้าหงายตลอดเวลาตั้งแต่ฉันขึ้นมาง้อเขาที่นี่...คุณย่าขา อันพยายามเต็มที่แล้ว สู้หมดแม็กแล้วจริงๆ ถ้าจะให้สู้กับด็อกเตอร์แพม อันคงไม่ไหว เทียบกับคุณแพมแล้ว อันก็แค่นังมารร้ายโหลยโท่ย”

“เป็นนังมารแล้วไง ไม่มีหัวใจรึไง ถ้าเทียบกันตรงปริมาณความรักแล้ว เจ๊ชนะขาด”

“แต่ถ้าเทียบคุณภาพ...ฉันแพ้ คุณแพมไม่เคยหักหลังคุณแสน ฉันไม่มีอะไรสู้ด็อกเตอร์แพมได้สักอย่าง แล้วฉันก็ไม่อยากสู้ด้วย คุณแสนควรจะได้รับสิ่งดีๆบ้าง นี่อาจจะเป็นเรื่องเดียวที่ฉันทำให้เขาได้” อันยาปาดน้ำตาก่อนจะขอลดากลับบ้านแล้วจะไม่กลับมาที่นี่อีก ลดาอึ้งสงสารหลานจับใจ จึงคิดทำอะไรบางอย่าง...

ระหว่างที่อันยาเช็กอินอยู่ตรงเคาน์เตอร์สนามบิน ลดาโทร.คุยกับหนานปิง พออันยาเดินมาก็วางสาย อันยารู้ว่าลดาโทร.ไปลาหนานปิง จึงขอโทษที่ทำให้ย่าต้องจากกันอีกครั้ง ลดาปลอบหลานไม่เป็นอะไรสบายใจได้ จากนั้นเธอก็ขอเข้าห้องน้ำเหมือนอยากถ่วงเวลา

อันยายืนรอเศร้าๆ อยากกลับให้ถึงบ้านเสียที แปลกใจทำไมย่าเข้าห้องน้ำนานผิดปกติ พลันมือถือดังขึ้น เห็นเบอร์หน้าจอไม่รู้จัก แต่ตัดสินใจกดรับ

“ฮัลโหล ไม่ทราบว่าโทร.จากไหนคะ คุณสิงห์! ฉันขอโทษเรื่องคุณแสนด้วยนะคะ  แต่เชื่อเถอะว่าคนคนนั้นเขาจะดูแลคุณแสนได้ดีกว่าฉัน”

“เรื่องนั้นช่างมันก่อนเถอะ  ตอนนี้อาการนายแสนทรุดหนัก” สิงห์ตอบอย่างร้อนรน

อันยาตกใจมากเพราะรู้ว่าเขาพ้นขีดอันตรายแล้ว สิงห์บอกว่า จู่ๆความดันตก หมอพยายามช่วยอยู่ แต่นานแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น หมอให้ญาติๆ เตรียมใจ อันยาใจหายวูบ

“ไม่จริง เป็นไปไม่ได้!”

“มันก็เป็นไปแล้ว คุณอัน ที่ผมโทร.มาเนี่ย เพราะแสนมันบอกว่ามีอะไรอยากจะบอกกับคุณ คุณช่วยมาฟังมันเป็นครั้งสุดท้ายได้ไหม คุณอัน...คุณอัน...” ปลายสายเงียบไปดื้อๆ

อันยาวิ่งเข้าไปหาลดาในห้องน้ำหน้าตาตื่น ลดาให้ตั้งสติ อันยาจึงบอกว่าแสนอาการทรุดตนขอไปที่โรงพยาบาล ลดาแอบยิ้ม เออออไปกับหลาน...อันยาวิ่งมาหน้าสนามบิน มีคนเข้าคิวรอแท็กซี่ยาวเหยียด เธอตัดสินใจเข้าไปยกมือไหว้ขอทุกคน บอกเขาว่าเพื่อนตนอาการโคม่าอยู่ที่โรงพยาบาล ตนขอแซงคิวไปดูใจเพื่อนก่อน คนแถวนั้นชะงัก ยินยอมให้เธอไป

ครอบครัวแสนยืนรออันยาอยู่หน้าห้องคนไข้ ต่างกระสับกระส่ายว่าอันยาจะมาหรือไม่ รวมถึงคิมหันต์ที่มารออันยาหน้าโรงพยาบาล พออันยากับลดาลงจากแท็กซี่ เขาก็ปรี่เข้ามาบอกให้รีบไปทุกคนรออยู่ อันยาแปลกใจคิมหันต์มาได้อย่างไร คิมหันต์ชะงัก อ้างว่าสิงห์โทร.บอก อันยาไม่ทันเอะใจอะไร ลดาแอบยิ้มกับคิมหันต์ ก่อนจะเร่งหลาน

“หนูอัน รีบไปก่อนได้เลยจ้ะ เดี๋ยวให้พ่อคิมเขาพาย่าตามไปทีหลัง  ไปเถอะจ้ะเดี๋ยวไม่ทันดูใจพ่อแสน”

อันยาพยักหน้ารีบวิ่งไป สินกับฟองคำเห็นอันยามาก็ดีใจ รีบเร่งให้เธอเข้าไปหาแสน...อันยาเปิดประตูเข้าไปเห็นแสนนอนหายใจโรยริน  เธอปรี่เข้ากุมมือเขา

“คุณแสน  ฉันมาแล้วค่ะ  คุณอย่าเพิ่งเป็นอะไรนะ คุณแสน...ฉันขอโทษ ฉันขอโทษที่ไม่ได้อยู่กับคุณ  ฉัน นึกว่าคุณแพมจะมาดูแลคุณ  คุณตอบฉันสิ  ลุกขึ้นมาว่าฉันก็ได้  คุณแสน...” อันยากอดร่างแสนร้องไห้สะอึกสะอื้น “คุณแสน คุณมีอะไรอยากพูดกับฉันคะ พูดกับฉันสิ ฉันอยู่ตรงนี้แล้ว” อันยารู้สึกว่าแสนกระดิกนิ้วตอบรับ “คุณ...คุณรู้ใช่ไหม ว่าฉันมานี่แล้ว พูดกับฉันสิคะ  ฮือๆๆ คุณแสน ฉันรักคุณ...รักคุณมากนะคะ ฉันคงทนไม่ได้ถ้าคุณมาจากฉันไปแบบนี้  คุณอย่าทิ้งฉันไป  อย่าทำแบบนี้...” อันยาร้องไห้คร่ำครวญ

แสนหรี่ตามอง หัวใจพองโตเมื่อได้ยินคำว่ารักของอันยา “คุณต่างหากที่ทิ้งผม...”

ตอนที่ 13

เมื่อรู้สึกดีขึ้น อันยาพาลดากับคิมหันต์มาที่หน้าห้องผ่าตัด ไม่วายบ่นเป็นห่วงแสนที่เข้าไปนานแล้วไม่รู้เป็นอย่างไรบ้าง สินกับฟองคำเดินสวนมา

“หนูอัน เรากำลังตามหาหนูอยู่พอดี” สินมองลดาแปลกๆ

อันยาแนะนำให้ทุกคนรู้จักกัน แล้วถามอาการแสน สินตอบว่า หมอทำเต็มที่แล้ว ตอนนี้ทำได้แค่รอดูอาการหลังผ่าตัด อันยาถามว่าพ้นขีดอันตรายหรือยัง ทั้งสินและฟองคำทำหน้าหม่น

“ฉันจะไปพบคุณหมอ มันต้องมีวิธีช่วยให้คุณแสนปลอดภัย” อันยาตื่นตระหนก

“หนูอัน สงบสติอารมณ์หน่อยเถอะลูก” ลดาเตือนสติหลานสาว

“แต่คุณแสนเขาจะเป็นอะไรไปไม่ได้ เขาโดนยิงก็เพราะอัน”

“เพราะตัวมันเองต่างหาก” เสียงหนานปิงขัดขึ้น ทุกคนชะงักหันมอง “มันเลือกที่จะปกป้องหนูเอง ไม่ได้มีใครบังคับ ฉันเสียใจที่หลานฉันโดนยิง แต่ก็จะเสียใจมากกว่า ถ้าหากมันไม่ปกป้องผู้หญิง”

อันยาอึ้ง แต่คนที่ตะลึงงันมากกว่าคือลดา ที่มองอย่างไม่เชื่อสายตา “คุณ...คุณหนานปิง”

“ละ...ลดา เป็นไปได้เหรอเนี่ย!”

สิน ฟองคำและสิงห์ประหลาดใจท่าทีของผู้อาวุโสทั้งสอง รวมทั้งอันยาและคิมหันต์...ลดาและหนานปิงแยกมานั่งคุยกันตามประสาคนที่รักและคิดถึงกันมานาน ลดาแสดงความเสียใจเรื่องแสนและดีใจที่ได้พบเขาหนานปิงเชื่อว่าคนดีอย่างหลายชายตน พระต้องคุ้มครอง

“ฉันเคยแปลกใจตัวเองเหมือนกัน ว่าทำไมเอ็นดูแสนเขามากขนาดนั้น เพิ่งจะได้คำตอบวันนี้เอง คงเพราะเขาเป็นหลานชายของคุณ”

“แต่ผมสิ กลับทดสอบหนูอันยาซะหัวปั่นเลย ขอโทษนะลดา”

“ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกค่ะ ฉันเองตอนที่หลานมาสารภาพว่าทำความผิดกับแสนเขาไว้ยังไงบ้าง ยังแทบไม่อยากเชื่อ เพราะฉันเป็นย่าที่ไม่ดี ปล่อยปละละเลยจนหลานเดินทางผิดแบบนี้” หนานปิงปรามแต่ลดาพร่ำต่อ “ฉันพอจะทำใจได้แล้วล่ะค่ะ ที่สำคัญตอนนี้ พวกเราจะต้องเข้มแข็งเอาไว้ ถูกไหมคะ” ลดาหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาซับน้ำตา

หนานปิงเห็นผ้าเช็ดหน้า จำได้ว่าเป็นผ้าที่เขากับเธอแลกกันไว้เมื่ออดีต ลดาบอกว่าตนเก็บไว้ตลอดเวลาต้องการกำลังใจจะเอาออกมาใช้ ไม่นึกว่าวันนี้จะได้พบเจ้าของผ้านี้...หนานปิงล้วงกระเป๋าเอาผ้าเช็ดหน้าออกมาเช่นกัน ซึ่งเขาพกติดตัวตลอด ลดายิ้มด้วยความดีใจ สองคนกุมมือกัน ขอส่งกำลังใจให้แสนพ้นเคราะห์ร้ายในครั้งนี้...

สินและฟองคำยังงงงวยกับเรื่องระหว่างหนานปิงและลดา ซึ่งพวกเขาไม่เคยรู้มาก่อน แต่ก็ยินดีถ้าพ่อจะมีคนรู้ใจ เพราะตั้งแต่แม่เสียไปเป็นสิบๆปี พ่อก็ไม่เคยมีใคร สิงห์ถามขึ้นว่า พ่ออุ๊ยมีคนให้กำลังใจแล้ว ทางนี้ยังไม่มีเลย สิงห์มองไปที่อันยาซึ่งเฝ้ามองหน้าห้องผ่าตัดอย่างเศร้าๆ

ในคืนนั้น อันยา ลดา และคิมหันต์ พักโรงแรมไม่ห่างจากโรงพยาบาลเท่าไหร่ ลดาเล่าเรื่องระหว่างตนกับหนานปิงให้อันยาฟังว่า คุณทวดไม่เห็นด้วยที่ย่ากับหนานปิงรักกัน คุณทวดเป็นท่านทูตจึงอยากได้ลูกเขยที่เป็นข้าราชการ และพอดีคุณทวดต้องไปรับราชการทางยุโรปจึงเอาตนไปด้วยเพื่อให้ห่างจากหนานปิง ย่าเสียใจที่ไม่ต่อสู้เพื่อได้อยู่กับหนานปิง

“คุณหนานปิงเสียใจมาก เราทะเลาะกันก่อนที่ย่าจะไป เขาน้อยใจไล่ให้ย่าไปแต่งงานกับคนที่เหมาะสม ย่าบอกว่าย่าไม่มีใคร จะรอเขาแล้วย่าก็ทำแบบนั้นจริงๆ พอกลับจากยุโรปย่าก็พยายามตามหาเขาแต่ไม่เจอ มันเป็นช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง บ้านเมืองยังไม่เรียบร้อย ผู้คนพลัดบ้านพลัดถิ่น ต้องอาศัยถามจากคนรู้จัก ซึ่งก็พลัดหลงพลัดหายไปกันเกือบหมด”

“แล้วนี่พ่ออุ๊ยเขาไม่ได้พยายามตามหาคุณย่าเลยเหรอคะ”

“ย่าก็เพิ่งจะรู้วันนี้ว่าเขาก็เข้ามาในพระนคร มาตามหาย่าในเวลาที่ย่าก็ไปตามหาเขาทางเหนือ เราสองคนคลาดกัน...ถึงปากจะปฏิเสธ แต่เขาบอกว่าจริงๆแล้ว ในใจเขารอย่าอยู่ รอมาตลอด วันนี้คุณหนานปิงขอโทษย่าขอโทษที่ก่อนจากกันไม่พูดกันดีๆ ถ้าเราไม่ทะเลาะกันก็คงจะไม่พลัดพรากจากกัน”

อันยาฟังแล้วทึ่ง เข้ากอดย่า ลดายังบอกอีกว่า แค่นี้ตนก็ดีใจ เพราะอย่างนี้ตนถึงบอกให้อันยาไปตามหาหัวใจของตัวเอง ตนรู้ว่ามันทรมานแค่ไหน ถ้าคนที่เรารักไม่รู้และไม่เข้าใจเรา

“หนูเข้าใจคุณย่า แต่บางทีถ้าหนูไม่ตามหาคุณแสน ไม่มาเจอเขา เขาอาจจะไม่ต้องโชคร้ายแบบนี้” อันยาอดเศร้าใจไม่ได้

“อันยา บางสิ่งบางอย่างมันอาจจะถูกกำหนดเอาไว้แล้วก็ได้นะ”

แต่อันยาส่ายหน้า โทษเป็นเพราะตัวเองไม่ดี ลดาปลอบให้คิดดู เราแก้อดีตไม่ได้ แต่สามารถนำมาเป็นบทเรียนทำสิ่งที่ดีในอนาคตได้ อันยาคิดตามมองย่านํ้าตาคลอเบ้า

ooooooo

วันรุ่งขึ้นครอบครัวแสนมาที่โรงพยาบาลแต่เช้า พยาบาลบอกว่าแสนยังไม่ฟื้น ฟองคำตั้งใจจะอยู่เฝ้าไข้ลูกชาย แต่พอเข้ามาในห้องได้ยินเสียงบางอย่างทุกคนต้องแปลกใจเมื่อพบว่าอันยานั่งอยู่ข้างเตียง พูดคุยราวกับว่าแสนรับรู้ ทั้งที่เขายังไม่ฟื้น

“คุณแสน ฉันมาอยู่กับคุณแล้วนะคะ รู้ไหม ถ้าคุณฟื้นขึ้นมา ต่อให้คุณโหดใส่ฉันยังไง ไม่สนใจฉันแค่ไหน ฉันก็จะไม่ว่าคุณ ไม่เถียงคุณอีกแม้แต่คำเดียว ขอแค่คุณฟื้นและกลับมาแข็งแรง...คุณต้องฟื้นนะ มีแต่เรื่องดีๆที่รอคุณอยู่ ทุกคนที่เพียงพอดีรู้แล้วว่า เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดคุณ ฉันจะจัดการให้คุณได้ทุกอย่างที่ฉันเคยพรากมันไปจากคุณ กลับคืนมา”

อันยาไม่ได้สนใจใครที่เข้ามาให้ห้อง ยังคงพร่ำบอกแสนว่า ชาวบ้านรอด็อกเตอร์ของพวกเขาอยู่ และเล่าไปถึงเรื่องของลดากับหนานปิง...สินกระซิบถามฟองคำว่าอันยาจะรู้ไหมแสนยังไม่ฟื้น ลดาเข้ามาตอบแทน

อันยารู้ดีว่าแสนยังโคม่าแต่เธอเชื่อว่าผู้ป่วยที่ร่างกายไม่ตอบสนองยังรับรู้ทุกอย่างได้ เธอกลัวแสนเหงา และอีกอย่างจะได้พยายามตื่นถ้ารู้ว่ามีคนรอเขาอยู่ ทุกคน สงสารอันยาจับใจ

ลดาต้องขอร้องฟองคำและหนานปิง ขอโอกาสให้อันยาได้ดูแลแสน ฟองคำนิ่งอึ้ง อันยาเดินออกมาจึงรอฟังคำตอบ ฟองคำตอบว่า ตนอนุญาตไม่ได้ เพราะคนที่จะอนุญาตได้คือแสน แต่ตนรู้ว่าเขาต้องอนุญาต ไม่เช่นนั้นคงไม่เอาชีวิตไปปกป้องอันยา แสดงว่าเธอเป็นคนสำคัญ

“แสนเป็นคนที่ฉันรักมากที่สุด เธอต้องดูแลเขาให้ดีนะ”

อันยาตื้นตันใจ “คุณ...ป้า ขอบคุณค่ะ หนูไม่รู้จะขอบคุณยังไงดี หนูจะดูแลเขาให้ดีที่สุด”

คิมหันต์เอากระเป๋าเสื้อผ้ามาให้อันยา เขาอดถามไม่ได้ว่า เธอจะคุยกับเขานานแค่ไหน ถ้าเขาไม่ตอบกลับมาแบบนี้ อันยาชะงัก แววตามุ่งมั่น

“คิมบอมบ์” แกก็รู้จักฉันดี ว่าฉันไม่ชอบเสียใจภายหลัง เพราะงั้นเวลาฉันต้องการอะไรก็จะไขว่คว้ามันมาให้ได้ แต่กับเรื่องคุณแสน ฉันเสียเวลาต่อสู้กับใจตัวเองอยู่นาน ตอนที่ฉันมีโอกาสใกล้ชิดเขา ฉันกลับไม่ได้บอกหลายสิ่งหลายอย่างกับเขา...ตอนนี้ฉันจะพูดทุกอย่างจริงๆ แล้วฉันมีเรื่องอยากจะบอกเขาอีกเยอะแยะเลย...” อันยาพูดเหมือนปลอบใจตัวเอง

พลันมีหญิงสาวท้องแก่เดินผ่านไป อันยานึกได้ว่าลืมอะไรไปบางอย่าง...อันยาซื้อของเยี่ยมแม่ลูกอ่อนมากับคิมหันต์ ขณะนั้นปุ๊กลุกกำลังอาละวาดจะไปหาแสน เพื่อบอกเขาว่าได้ลูกสาว ปรานีพยายามห้ามเห็นว่าลูกเพิ่งคลอดและที่สำคัญ โกมลเพิ่งทำร้ายแสนจนสาหัส

“แม่! มัวแต่รอแล้วเกิดนังอันยามันคาบพี่แสนไปล่ะ ลูกหนูก็ไม่มีพ่อน่ะสิ” ปุ๊กลุกบอกพยาบาลให้ใส่ชื่อแสนเป็นพ่อของลูก ทันใดคุณหญิงแม่และทวยเทพเปิดประตูเข้ามา

พอคุณหญิงแม่เห็นหน้าปุ๊กลุกก็เอ่ยกับลูกชายว่า “ฉันเชื่อแล้วว่าแกพลาดจริงๆ”

ปุ๊กลุกได้ยินโวย “ป้า...ฉันเนี่ยเทพีประจำหมู่บ้านนกกระเต็นนะรู้เอาไว้ซะด้วย นี่ฉันเพิ่งคลอดลูก จะให้แต่งหน้าแต่งตัวสวยได้ยังไงกันล่ะ แล้วป้าเป็นใครเนี่ย”

“ถามได้ ฉันก็มารับหลานฉันน่ะสิ”

ทั้งปรานีและปุ๊กลุกหน้าเหวอ...อันยากับคิมหันต์เดินมาถึงหน้าห้อง ได้ยินเสียงเอะอะ มองเข้าไปเห็นทวยเทพกับแม่กำลังปะทะกับปุ๊กลุกก็ตกใจ

ปุ๊กลุกโวยวายไม่ยอมให้ใส่ชื่อทวยเทพเป็นพ่อของลูก ทวยเทพโต้กลับตนก็ไม่ได้อยาก ถ้าคุณหญิงแม่ไม่บังคับ คุณหญิงแม่ยืนกราน ถ้าเขาทิ้งลูกจะไม่ให้มรดกแม้สตางค์แดงเดียว...อันยาเปิดประตูเข้ามา ทวยเทพต่อว่าทันที

ตอนที่ 12

แสนตัดสินใจจะไปช่วยเพื่อนทำงานวิจัยที่เชียงราย เพื่อหนีใจตัวเอง  เขาหอบกระเป๋าใบโตออกมา ทุกคนในบ้านแปลกใจ  แสนบอกหนานปิงและสินว่า  ตนได้เตรียมปุ๋ยชีวภาพและไหลลอตใหม่พร้อมน้ำยาสมุนไพรไล่แมลงไว้ให้แล้ว สินอดถามไม่ได้

“ฉันถามจริงๆ ที่แกจะไปเนี่ย เพราะหนูอันยาใช่ไหม” สินมองลูกชายอย่างคาดคั้น ปุ๊กลุกทำงานบ้านอยู่ไม่ห่าง พอรู้ว่าแสนจะไม่อยู่รีบเข้ามาฟัง สินต่อว่าลูกชาย “แค่หนูอันยาอยู่ที่นี่แกถึงกับจะต้องหนีไปอยู่ที่อื่นเลยเหรอ งั้นแกจะให้พวกฉันทำยังไงฮะ แกบอกมาสิ”

“ทุกคนไม่เห็นต้องทำอะไร ผมก็แค่จะไปช่วยงานวิจัยของเพื่อน”

ฟองคำเข้าใจความรู้สึกลูกชาย จึงปรามสามีอย่าใช้อารมณ์  สินโวย  การทำแบบนี้เท่ากับว่าพวกตนผิดที่ให้อันยาอยู่ที่นี่ แสนตัดบทไม่มีใครผิด ตนไปไม่นานจะกลับมาเยี่ยมบ่อยๆ

“ไอ้แสน แกเป็นลูกฉัน ต่อให้จบด็อกเตอร์มาจากไหน แค่อ้าปากฉันก็รู้นิสัยแกอยู่ดี เวลาที่แกไม่พอใจแต่ไม่อยากทำร้ายจิตใจใคร แกก็จะเป็นฝ่ายไปเสียเอง... ทำไม กะอีแค่ผู้หญิงคนนั้นอยู่ที่นี่ มันจะเป็นอะไรนักหนา”

อันยาเดินมาพร้อมสิงห์พอดี แสนอัดอั้นกับคำพูดของพ่อ  จึงโต้ตอบ “ก็แล้วก่อนหน้านั้นทำไมถึงไม่มีใครถามผมบ้าง เรื่องที่จะให้เขามาอยู่ที่นี่ ผม... ก็พยายามจะอดทน...มากที่สุดแล้ว”

“หนูอันเขาก็พยายามจะชดใช้ไถ่โทษให้ทุกอย่าง แสน...ลูกให้อภัยเขาไม่ได้จริงๆ เหรอ” ฟองคำถามลูกชายอย่างอ่อนโยน อันยาซึ่งยืนฟังอยู่บีบมือตัวเองแน่นอย่างบีบคั้น

“ผมอาจจะอภัยให้เขาก็ได้ แต่ไม่ใช่วันนี้ ตอนนี้ และต่อให้ผมให้อภัยเขาได้ มันก็ไม่มีประโยชน์ เพราะผมไม่มีทางจะเชื่อใจผู้หญิงคนนั้นอีกแล้ว ไม่มีวัน” แสนเผยความในใจ

“อย่างนี้นี่เอง!” อันยาโพล่งออกมา ทุกคนตกใจหันมามอง “เข้าใจแล้ว ฉันเข้าใจแล้ว ว่าคุณไม่มีวันเลิกเกลียดฉัน...ที่ผ่านมา บางคนเรียกฉันว่าคนทรยศ บางคนก็เรียกว่านังมาร บางคนว่าฉันชั่ว ว่าฉันเลว แต่คุณรู้ไหม ไม่มีคำไหนที่มันฆ่าฉันได้ เท่ากับคำพูดเมื่อกี้นี้ของคุณ” อันยาน้ำตาแตกอย่างปวดร้าว “ฉันมันบ้า โง่เพ้อไปเอง หลงคิดว่าที่คุณดีกับฉันคงเพราะคุณเริ่มจะให้อภัย  คุณคงมองเห็นความตั้งใจของฉันบ้าง  แต่จริงๆ แล้ว...คุณก็แค่สมเพชฉัน ทำไม คนที่เคยทำผิด สำนึกผิดไม่ได้หรือยังไง คุณมีหัวใจ โดนทำร้าย เจ็บปวดกับเรื่องที่ผ่านมา แต่ว่าฉันสบายดีใช่ไหม...คุณมองฉันสิคุณแสน คุณว่าฉันสบายดีรึเปล่า”

ตอนที่ 11

เช้าวันใหม่ อิงค์กี้กระดี๊กระด๊าที่จะได้เที่ยวน้ำตกกับแสน ฟองคำช่วยจัดตะกร้าอาหารให้ ปุ๊กลุกแต่งตัวเริ่ดเข้ามาหมายจะไปด้วย อิงค์กี้หันมาทวงสัญญากับหนานปิง ทำให้หนานปิงต้องห้ามปุ๊กลุกอ้างว่าที่แบบนั้นท้องโตจะเป็นอันตราย ปุ๊กลุกหน้างิกหน้างอไม่พอใจ

สิงห์มาเร่งอันยาให้รีบตาม อย่าปล่อยให้อิงค์กี้ใกล้ชิดแสน แต่อันยาปลงที่ยอมมาเพราะอยากพักผ่อน ใครจะทำอะไรใครตามสบาย...อิงค์กี้เริ่มทำตามแผน ร้องเอะอะขึ้นมาขณะเดินกับแสน ว่ามีตัวอะไรเข้าไปในเสื้อจะให้เขาช่วยดู ไม่ทันที่แสนจะช่วย เสียงคุณหญิงเหมือนขัดขึ้น

“นี่หล่อน! ทำอะไรหัดเกรงใจเจ้าป่าเจ้าเขาบ้างสิยะ”

อิงค์กี้ตกใจจัดเสื้อให้เข้าที่เขาทางก่อนจะโวย“นี่ป้ามาได้ยังไง ใครจุดธูปเชิญไม่ทราบ”

“ทำไม น้ำตกนี้เป็นสมบัติของชาติ ใครจะมาก็ได้ ฉันไม่ปล่อยให้หล่อนมาทำมารยาใส่แสนง่ายๆ หรอกย่ะ”

“ป้ารู้เรื่องน้ำตกได้ยังไง!”

“คนที่ไม่อยากให้หล่อนมีความสุข บอกมาน่ะสิ”

อิงค์กี้เจ็บใจต้องเป็นปุ๊กลุกแน่ๆ แสนเห็นสองสาวถกเถียงกันอยู่ จึงเมินหน้าหนีเอือมๆ พลันเห็นสิงห์เดินอยู่ เขารีบตามไปถามมาเหมือนกันหรือ

“เออ...มาดูแลความปลอดภัยของลูกพี่ลูกน้อง มีคนกลัวว่านายจะถูกทำมิดีมิร้าย”

“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกน่า” แสนปัดเคืองๆ

สิงห์แกล้งเปรยไม่อยากรู้หรือว่าตนมากับใครแสนชะงัก วางฟอร์มไม่สนใจ ไม่เกี่ยวอะไรกับตน สิงห์ต่อว่าแสนใจดำ แสนยอมรับและไม่ต้องการให้ใครมาเสียเวลากับตน...ขณะที่อิงค์กี้หลอกคุณหญิงเหมือนให้เดินตกโคลนจนต้องมัววักน้ำล้างขา ตัวเธอมาฉุดแสนให้เดินไปทางอื่น สิงห์มองตามอย่างระอา


อิงค์กี้เริ่มแผนการแกล้งตกลงไปในน้ำ แล้วร้องให้แสนช่วย แสนมัวเก็บขวดขยะที่เกลื่อนกลาดไปทิ้งถัง ได้ยินเสียงตูม...แต่ไม่คิดว่าอิงค์กี้ตกน้ำ จึงเดินไปเรื่อยๆ เจ้าหน้าที่กระโดดลงไปช่วยแทน พออิงค์กี้ลืมตามาเห็นก็ร้องโวยวายมองหาแสน

อันยาพยายามไม่คิดถึงแสนว่าจะอยู่กับใคร ปล่อยจิตใจให้เพลิดเพลินกับธรรมชาติ จนมาถึงจุดมีป้ายเตือนว่า...อันตราย ห้ามลงเล่นน้ำบริเวณนี้...อันยาหยิบถุงเมล็ดข้าวที่แสนให้มานั่งมองเศร้าๆ พลันคุณหญิงเหมือนเดินมาเห็นแย่งไปดู อันยาขอคืน

“ทำไมต้องทำท่าหวงซะขนาดนั้น ใครให้มางั้นเหรอ...แสน! แสนใช่ไหม”

“ใครให้มาก็ช่างเถอะ ฉันขอคืน”

คุณหญิงเหมือนไม่ยอมคืนให้ ชูไปเหนือน้ำ “ปากแข็งนักเหรอ จะตอบหรือไม่ตอบ”

“คุณหญิงอย่านะ เดี๋ยวหล่น!” อันยาหน้าเสีย

คุณหญิงเหมือนโมโห ทำท่าจะโยนทิ้ง อันยาเข้าแย่ง คุณหญิงสะบัดมือ ถุงเมล็ดข้าวร่วงจะหล่นในน้ำ อันยาตกใจเอื้อมคว้าสุดตัว จึงลื่นตกไปในน้ำจุดที่มีป้ายเตือนเขตอันตราย แสนเดินมาเห็นตกใจร้องเรียกอันยาลั่น คุณหญิงเหมือนหน้าตื่นปฏิเสธพัลวันไม่ได้ผลักอันยาตกน้ำ แสนถอดรองเท้ากระโดดตูมตามลงไปอย่างร้อนรน น้ำตรงนั้นไหลวนและแรงยากต่อการดำหา อิงค์กี้เดินตัวเปียกปอนมาเห็นแสนอยู่ในน้ำก็ถามคุณหญิงเหมือนว่าแสนลงไปทำไม

“น้ำวน! ไปตามเจ้าหน้าที่มาช่วยเร็ว...เร็วสิ” คุณหญิงเหมือนหันมาปรี๊ดใส่

อิงค์กี้ตาเหลือกวิ่งกลับไปอย่างงงๆ แสนว่ายไปดึงเถาวัลย์มาผูกเอวตัวเองก่อนจะดำลงไปหาอันยา เห็นรางๆว่าเธอหมดสติจมดิ่งอยู่ก็รีบเข้าไปรวบตัวเธอแล้วสาวเถาวัลย์กลับขึ้นมา แสนประคองร่างอันยาขึ้นมาด้วยสีหน้าห่วงใย แนบหูฟังเสียงหายใจของเธอดูแผ่วเบา จึงทำการผายปอด อิงค์กี้กลับมาพร้อมเจ้าหน้าที่ ตะลึงกับภาพบาดตาและท่าทางร้อนรนของแสน

“หายใจสิ อันยา หายใจ...” แสนเป่าลมเข้าปากอันยาแล้วกดที่เหนืออกเป็นจังหวะ

อันยาค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆ แสนเหมือนยกภูเขาออกจากอกฟุบหน้าลงข้างบ่าเธอดีใจสุดๆ คุณหญิงเหมือนและอิงค์กี้มองภาพนั้นตาปริบๆ

หลังจากนั้น อันยามีเสื้อจากเจ้าหน้าที่คลุมแก้หนาว สีหน้าดีขึ้น เธอควานหาถุงเมล็ดข้าว พอเห็นว่ายังอยู่ก็ดีใจ แสนกลับโกรธขึ้นมา ต่อว่า

“คุณบ้าไปแล้วรึเปล่า! กระโดดลงไปเอาของแบบนั้นได้ยังไง”

คุณหญิงเหมือนร้อนตัวรีบบอกแสนว่าตนไม่ได้ตั้งใจทำของของอันยาหล่น แสนไม่ได้สนใจฟังยังต่อว่าอันยา ทำโง่ๆที่โดดลงไป อันยามองหน้าแสนเหวอๆ ไม่เคยเห็นเขาโกรธแบบนี้มาก่อน เธอเอ่ยปากขอโทษ เขาสวนทันควัน

“คุณพูดได้แต่ขอโทษ รู้ไหมว่าที่ดีกว่าคำขอโทษคืออะไร...คือเลิกทำให้คนอื่นเขาเดือดร้อนแบบนี้ซะที ผมถึงได้บอกไง ว่าให้คุณกลับไปซะ”

“คุณแสน!”

“ถ้าอยากทำอะไรสักอย่างเพื่อผม ก็ช่วยกลับไป กลับไปที่กรุงเทพฯแล้วอย่ากลับมาอีก”

อันยากำถุงเมล็ดข้าวไว้แน่นน้ำตาซึม มองแสนเดินจากไปอย่างช็อกๆ

ooooooo

คนงานในร้านโกมลรู้จักเมขลาดีว่าเป็นคนของเพียงพอดี เมื่อเธอมาขอให้ช่วยตอบแบบสอบถามจึงให้ความร่วมมือ ระหว่างนั้นโกมลไม่อยู่ เมขลาแอบไปสมทบกับคิมหันต์ช่วยค้นหาหลักฐานในห้องทำงานโกมล

ระหว่างค้นหา ได้ยินเสียงรถโกมลแล่นเข้ามา เมขลารีบกลับออกมารับหน้า โกมลแปลกใจ เธอรีบบอกว่า อยากได้ความเห็นต่อการทำงานของบริษัทเพียงพอดี โกมลดึงเอกสารมากรอกอย่างสะใจว่าแย่มาก เมื่อเมขลาเก็บเอกสารคืนก็รีบลากลับ เธอเดินออกมาที่รถไม่เห็นคิมหันต์ก็เหลียวมองหา ลูกน้องโกมลหิ้วปีกคิมหันต์ที่หน้าตาบอบช้ำจากการถูกซ้อมเข้ามาถาม

“หามันอยู่ใช่ไหม”

เมขลาตกใจ ทั้งสองถูกพาตัวกลับมาหาโกมล เขาซักฟอก ลอบเข้ามาทำอะไร คิมหันต์นึกได้อ้างว่าเข้ามาขอส่วนแบ่งจากการขายข้าว

“กำนันก็น่าจะรู้ข่าวแล้วว่าด็อกเตอร์แสนไม่ยอมเซ็นสัญญากับวิชั่น เขาจับได้ว่าเจ๊หลอกเขา พวกผมก็เลยไม่ได้อะไรสักอย่าง เจ๊ก็เตลิดไปแล้วเพราะกลัวโดนฟ้อง เมล็ดพันธุ์พวกนั้นที่ผมให้คุณเอาไปขาย มูลค่าก็ไม่ใช่น้อยๆ ผมต้องการส่วนแบ่ง”

โกมลไม่พอใจที่มีหน้ากล้ามาทวง ลูกน้องจะเข้าอัดคิมหันต์ เมขลาตกใจขวาง โพล่งออกไปว่า ยังมีเมล็ดพันธุ์ข้าวมาให้ขายอีก เห็นโกมลชะงักจึงโกหกไปว่า

ตอนที่ 10

สิงห์บอกอันยาให้ลงแข่ง เธอแปลกใจที่ยังให้ โอกาสเธออีก ฟองคำเผยว่า  ไม่เคยเห็นลูกชายมีอาการแบบนี้มาก่อน เขาทุ่มเทให้กับงานของเขามาก เวลาโทร.กลับมาบ้านจะคุยแต่เรื่องงาน  มาช่วงหลังที่พูดถึงผู้หญิงให้ฟัง อันยาทำตาปริบๆ ไม่คิดว่าจะเป็นตัวเอง

“เขา บอกว่าเธอเป็นเลขาที่ดี ไม่เคยเจอใครที่เหมือนเธอมาก่อน  เขาคงจะไว้ใจเธอมาก ถึงได้เจ็บมาก...ที่ฉันเล่าให้เธอฟัง ไม่ใช่ว่าฉันให้อภัยเธอได้หมดหรอกนะ ลูกฉันเจ็บ ฉันก็เจ็บ แต่ถ้าแสนเป็นแบบนี้เพราะเธอเป็นต้นเหตุ ฉันก็เชื่อว่าผลต้องแก้ที่เหตุ ฉันไม่อยากให้ลูกฉันติดอยู่กับความผิดพลาดในอดีต”

อันยาอึ้งพูดอะไรไม่ออก เดินครุ่นคิดไปตามทาง ทวยเทพเข้ามาขวาง ห้ามไม่ให้เธอลงแข่ง แต่อันยากลับบอกให้เขากลับไปเสีย ทวยเทพโวย

“แผนการ คุณสำเร็จไปแล้วยังจะยุ่งกับมันอีกทำไม อย่าบอกนะว่า เพราะรักมัน รักไอ้ด็อกเตอร์กระจอกนั่น!” เห็นอันยานิ่ง เขายิ่งปรี๊ด “ไม่จริงใช่ไหม! ผมต่างหากที่ทำเพื่อคุณมาตลอด แม้แต่เรื่องไอ้ด็อกเตอร์นี่ ผมก็ช่วยคุณ”

อันยาสวนทันควัน “คุณไม่ควรช่วยฉัน! สิ่งที่คุณควรจะทำคือเตือนฉัน ห้ามฉันไม่ให้ทำเรื่องเลวๆ แบบนั้นต่างหาก”

“คุณโทษผมงั้นเหรอ เพราะผมรักคุณนะ ถึงได้ตามใจคุณทุกอย่าง” ทวยเทพรวบแขนเธอ

“คุณไม่ได้รักฉัน คุณรักตัวเอง คุณยอมตามใจฉันเพราะกลัวว่าฉันจะไม่รักคุณ ถ้าคุณรักฉันจริง ต่อให้ต้องเสียฉันไป คุณก็จะไม่ยอมให้ฉันทำเรื่องผิดๆ แบบนั้น” อันยาสะบัดแขนออกทวยเทพงงอันยาพูดอะไรไม่เข้าใจ ดึงเธอให้กลับไปเคลียร์กันที่กรุงเทพฯ อันยาโวย เขาต่างหากที่ไม่เข้าใจอะไรเลย ไม่มีอะไรต้องเคลียร์ เพราะตนไม่เคยรักเขาและไม่มีทางจะรักด้วย ทวยเทพผงะ ไม่ยอมแพ้ เขารวบตัวอันยามากอด

“ไม่พอใจก็จะทิ้งกันงั้นเหรอ เป็นตายยังไงผมก็ต้องพาคุณกลับไปด้วยให้ได้”

อันยาดิ้นรนร้องให้ปล่อย สิงห์กับคนงานสามคนถือจอบเสียมผ่านมาเข้าช่วย ทวยเทพตกใจรีบปล่อยอันยา แต่ไม่วายต่อว่า “คุณมันโง่ เอาสมองไปไว้ซะที่ไหน  แล้วคุณจะต้องเสียใจ”

อันยาโล่งอกเมื่อทวยเทพเดินไป หันมาขอบคุณสิงห์...ด้านแสนยืนเครียดกับคำพูดของทวยเทพที่ยังรบกวนจิตใจว่า...คนระดับด็อกเตอร์ เวลาโง่ นี่โง่ดักดาน โดนผู้หญิงคนเดิมหลอกปั่นหัวได้อีก ต้องยกตำแหน่งที่สุดแห่งความโง่ให้...แสนพยายามสลัดคำพูดนั้นออกจากหัว หันมาเจอปุ๊กลุกยืนอยู่ เขายิ่งเหนื่อยใจ แต่ยังถามอย่าง
สุภาพว่าเธอทำแบบนี้ทำไม ที่บอกทุกคนว่า เด็กในท้องเป็นลูกตน ปุ๊กลุกยืนยันว่าเด็กคนนี้ต้องเป็นลูกเขา เธอเอ่ยอย่างปวดร้าว

“ฉันตั้งท้องลูกคนนี้เพราะพี่...วันนั้น ที่กรุงเทพฯ ฉันรอพี่ แล้วฉันก็นึกว่าคนที่มาหาฉันเป็นพี่ ฉันตั้งท้องเด็กคนนี้เพราะพี่”

“ใคร ใครเป็นพ่อของเด็ก ปุ๊กลุก”

“ฉันบอกแล้วไงว่าพี่คือพ่อเด็ก เรื่องทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะพี่ เพราะงั้น พี่ต้องรับผิดชอบ”

แสนถามตรงๆว่า พ่อเด็กไม่รับผิดชอบหรือ ปุ๊กลุกสวนทันควันว่าตนไม่ต้องการ ตนต้องการแสนเป็นพ่อของลูกคนเดียว แสนแย้งว่าเขาคิดกับเธอเพียงพี่ชาย

“ไม่! ฉันไม่ต้องการให้พี่เป็นพี่ฉัน...พี่ยังไม่ยอมรับฉันกับลูกวันนี้ก็ไม่เป็นไร ฉันรอได้ ฉันจะรอวันที่พี่ยอมรับพวกเราเป็นครอบครัว เด็กคนนี้กับฉันจะรอ...อนาคตของฉันกับลูกขึ้นอยู่กับพี่นะ พี่แสน...ยังไงฉันก็จะรอ” ปุ๊กลุกเว้าวอนแล้วผละจากไป ไม่เปิดโอกาสให้แสนปฏิเสธ

ooooooo

พนักงานในเพียงพอดี ล้อเมขลากันใหญ่ว่ามีแฟนแล้วไม่บอกกันบ้าง เมขลางงพอมองไปเห็นว่าคิมหันต์มาหาก็ตกใจ คิมหันต์ทำหน้าเจื่อนๆที่เป็นต้นเหตุให้เธอโดนเพื่อนล้อ เมขลาว่าไม่เป็นไร ห่วงแต่เขาจะมีปัญหากับแฟน คิมหันต์รีบบอกว่าตนยังไม่มีแฟน เมขลาแอบเขิน

ที่คิมหันต์มาหาเพราะอยากให้ช่วยกันหาหลักฐานล้างความผิดให้กับแสน เมขลาสงสัย ทำไมไม่ให้ตำรวจจัดการ คิมหันต์ตอบว่า โกมลเป็นผู้มีอิทธิพล พรรคพวกมาก ต้องหาหลักฐานด้วยตัวเอง เมขลาย้อนถามไม่กลัวตัวเองต้องรับโทษด้วยหรือ

“กลัวสิครับ แต่ทีด็อกเตอร์ยังต้องมาเสียชื่อกับสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ทำ เราก็แค่รับผิดในสิ่งที่เราทำ แค่นี้ทำไม จะรับไม่ได้ล่ะครับ”

“ขอบคุณคุณคิมและอันโกะมากนะคะ ที่เลือกจะทำความดีลบล้างความผิด”

คิมหันต์แย้งว่า  ตนต่างหากที่ต้องขอบคุณ เมขลาลืมตัวจับมือคิมหันต์สัญญาจะช่วยอีกแรง เขายิ้มกริ่มมองมือเธอ เมขลารู้สึกตัวรีบปล่อยมือเขา ยิ้มเขินๆ คิมหันต์รู้สึกว่าเธอช่างน่ารัก

เย็นวันนั้น คุณหญิงเหมือนและอิงค์กี้ได้พักบ้านคนงานห้องติดกัน ทั้งสองมองตาปริบๆ เพราะคิดว่าจะได้อยู่เรือนรับรองหรูหน่อย หนานปิงบอกว่า ไฟก็ใช้ตะเกียงจุดเอา น้ำให้ไปตักที่บ่อมาอาบ สองสาวทำหน้าเหวอ ปุ๊กลุกหัวเราะเยาะ แล้วหันมาแขวะอันยาจะอยู่ได้ไหมแบบนี้ สองสาวไฮโซหันขวับมาจิกตามองอันยาก่อนจะถามหนานปิง

“ขอเจรจาค่ะ...ทำไมพ่ออุ๊ยต้องให้ว่าที่หลานสะใภ้มาลำบากแบบนี้ด้วยคะ...พวกเราไม่ใช่คนงานอพยพ” สองสาวไฮโซช่วยกันถาม

“ครอบครัวฉันทุกคนเคยอยู่ เคยกินเคยนอนแบบนี้ แล้วก็ต้องทำงานเป็นถึงจะคุมคนงานอยู่ ถ้าแค่นี้ทำไม่ได้ ก็ไม่เหมาะจะมาเป็นหลานสะใภ้ฉันหรอก”

อิงค์กี้หันมาถามอันยาไม่คิดจะพูดอะไรบ้างหรือ อันยาตอบเรียบๆว่า “ฉันไม่ได้หวังว่าจะอยู่สุขสบายอยู่แล้ว”

หนานปิงแอบยิ้มชอบใจ คุณหญิงเหมือนโวยที่อันยาจะอยู่แข่งปลูกสตรอว์เบอร์รี่ชิงตัวแสนด้วย อันยานิ่งไม่ตอบ ถือกระเป๋าเข้าที่พัก ปุ๊กลุกถือกระเป๋าตามเข้ามาอยู่ด้วย อันยางง

“คุณปู่ให้เธอไปนอนสบายๆที่บ้าน ทำไมไม่ไป จะมาลำบากที่นี่ทำไม”

“ฉันจะนอนที่ไหน ทำไมหล่อนต้องเดือดร้อน กลัวอะไรมิทราบ”

“อย่างเธอไม่มีอะไรให้ฉันกลัวหรอก ที่พูดเนี่ยสงสารเด็ก ทำอะไรหัดคิดถึงลูกในท้องบ้าง” อันยาส่ายหน้าเหนื่อยใจ

ปุ๊กลุกหาว่าอันยาแสร้งสร้างภาพรักเด็ก ตนไม่มีวันยอมให้เธอปลูกสตรอว์เบอร์รี่ได้สะดวกๆ...ด้านสินกับฟองคำตกใจเมื่อรู้ว่าหนานปิงให้พวกสี่สาวปลูกสตรอว์เบอร์รี่ในที่ที่ไม่มีสปริงเกอร์ ทั้งที่วันๆต้องรดน้ำถึงสามสี่หน ทำกันคนละไร่ พวกเธอจะทำได้อย่างไร หนานปิงหัวเราะหุหุ สมัยหนุ่มๆตนยังทำได้ สินถามว่าพวกเธอจะเอาไหลมาจากไหน
“หากันเองสิวะ...จะได้รู้ไงว่าใครมีกึ๋น ถ้ารัก หลานชายเจ้าของไร่สตรอว์เบอร์รี่จริง ต้องรู้ว่าจะหาไหลต้นอ่อนสตรอว์เบอร์รี่ดีๆได้จากไหน” หนานปิงเดินยิ้มกริ่มออกไป

สินหันมาคุยกับฟองคำ ตกลงพ่อจะให้หนูอันยาแก้ตัวกับแสน หรือจะให้ลูกเราโสดไปจนตาย ลำบากขนาดนั้น ผู้หญิงที่ไหนจะทนไหว ฟองคำถอนใจ

สิงห์เห็นแสนยืนดูไร่อยู่ จึงเข้ามาถามทำไมไม่ไปกินข้าว ยังโกรธอยู่หรือ แสนส่ายหน้า

“พ่ออุ๊ยไม่น่าทำแบบนี้ พี่ก็ด้วย ทำไมถึงต้องหาเรื่องให้อันยาลงแข่ง”

“ถ้าไม่แคร์เขา ทำไมนายจะต้องเดือดร้อนด้วย”

แสนชะงัก “ถ้าเป็นคนที่ทำกับพี่ขนาดนั้น มาอยู่ใกล้ๆถามจริงพี่จะรู้สึกยังไง”

“แสน...ไม่ใช่ฉันไม่ห่วงความรู้สึกนาย แต่...เพราะพวกเราเป็นห่วงถึงไม่อยากให้นายหนีจากความรู้สึกของตัวเอง”

“ผมไม่รู้ว่าทุกคนคิดอะไรกันอยู่ แต่เรื่องระหว่างผมกับอันยา มันจบไปแล้ว ไม่มีอะไรอีกแล้ว”

“แปลว่ามันเคยมี...”

“เคยหรือไม่เคยมันก็ไม่สำคัญ ผมไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวอะไรกับเขาอีก อย่าเอาผมไปเกี่ยวกับเรื่องนี้อีก” แสนหงุดหงิดเดินหนี สิงห์เปรยไล่หลัง ดูสิว่าจะไม่เกี่ยวไปได้นานแค่ไหน

คืนนั้น คุณหญิงเหมือนกับอิงค์กี้กลัวความวังเวงและเสียงนก จำต้องนอนห้องเดียวกันโดยขีดเส้นแบ่งเขต...ด้านอันยาอาบน้ำอาบท่าแล้วออกมาเดินหาสัญญาณโทรศัพท์ กว่าจะได้ต้องเขย่งอยู่บนโอ่งอย่างทุลักทุเล โทร.หาคิมหันต์ให้ช่วยหาข้อมูลการปลูกไร่สตรอว์เบอร์รี่

“ไหนบอกจะไปขอโทษเขาไง ไหงเปลี่ยนไปทำไร่สตรอว์เบอร์รี่ซะแล้ว” คิมหันต์หัวเราะลั่นเมื่อฟังเรื่องราว “ที่แท้ก็จะปลูกสตรอว์เบอร์รี่ไถ่โทษ ความรัก

มันทำให้คนเราเพี้ยนได้จริงๆเลยนะ อูย...อย่าเพิ่งด่า นี่ถ้าเทียบกับความพยายามร้ายๆที่ผ่านมา ปลูกต้นไม้ก็ยังช่วยลดโลกร้อนได้เอาเป็นว่าผมเชียร์เจ๊ก็แล้วกัน”

อันยาฝากคิมหันต์ดูแลย่า เพราะตนคงต้องอยู่ที่ไร่อีกระยะหนึ่ง...อันยาวางสาย ลืมไปว่าตัวเองยืนอยู่บนโอ่งจะก้าวเดินหวิดตกลงไป ทำเอาใจหายวาบ นึกว่าเอาชีวิตมาทิ้งเสียแล้ว

พอกลับเข้ามาในห้อง ปุ๊กลุกแกล้งนอนกางแข้งขากลางฟูก ทำให้อันยาต้องดึงผ้ามาปูนอนมุมห้อง ไม่ใช่เพราะกลัวแต่ไม่อยากมีเรื่องกับคนท้อง

ooooooo

รุ่งเช้า คิมหันต์โทร.รายงานข้อมูลแก่อันยา เขาอดถามเธอไม่ได้ว่าใส่ชุดอะไรทำไร่ อันยาตอบว่าชุดธรรมดาที่เคยใส่ เพราะจะให้แต่งแบบอื่นคงไม่มีแรงทำไร่ พลันสายตาเธอเห็นแสนเดินอยู่จึงรีบวางสายจากคิมหันต์ วิ่งไปหาแสน

อันยาร้องเรียกแสน แต่เขาทำไม่ได้ยิน จงใจเดินผ่านไปเฉยๆ อันยาวิ่งตามมาดักหน้าหยุดหอบก่อนจะขอถามอะไรสักหน่อย เขากลับบอกให้ไปถามคนอื่น  อันยาเหวอ

“ฉันแค่จะถามว่า...”

“ผมมีธุระต้องรีบไป” แสนตัดบทเดินหนีไปขึ้นรถขับออกไป

อันยายืนอึ้งแค่จะขอติดรถไปด้วยคน...อันยาตัดสินใจเดินไปตามทาง พักใหญ่มีเด็กชายตัวอ้วนขี่จักรยานมาชวนไปด้วยกัน เธอดีใจมาก แต่เด็กชายขี่ไปได้ไม่นานก็หยุด กล่าวเสียงอ่อย

“เป็นตะคริว ปั่นบ่ไหว” อันยาจำต้องขี่ให้เด็กชายตัวอ้วนซ้อนท้ายแทน ทั้งแดดทั้งฝุ่น ขี่ขึ้นเนินขาสั่นพั่บๆเหงื่อไหลโซมกาย แต่เธอก็ไม่ท้อ

ทางไร่ คุณหญิงเหมือนกับอิงค์กี้ต่างใช้เงินจ้างคนงานหาซื้อไหลมาให้ ทั้งสองหงุดหงิดที่เล็บทำมาสวยๆต้องหัก จึงใช้วิธีปาไหลลงบนที่ดิน เกิดการกระทบกระทั่งจนกลายเป็นทะเลาะ ขว้างปาข้าวของใส่กัน ปุ๊กลุกยืนดูสะใจที่ตัวเองไม่ต้องลงมืออะไรก็ทำให้คู่ต่อสู้พังพินาศไปเอง จากนั้นปุ๊กลุกก็สร้างภาพด้วยการตะโกนให้ทุกคนมาเห็น

“ช่วยด้วยค่า...ทะเลาะกันเละตุ้มเป๊ะหมดแล้วค่า...”

คนงานมุงดูกันเพียบ หนานปิงวิ่งเข้ามาเอ็ดตะโรให้หยุด ถ้าไม่หยุดจะไล่ออกจากไร่ สองสาวชะงัก จิกตาใส่กัน หนานปิงเหน็บ

“อายุขนาดนี้ การศึกษาก็มี ทำอะไรหัดใช้หัว อย่าใช้แต่มือ แต่เท้า แต่ปากแก้ปัญหา คนเขาจะพูดเอาได้ว่าไม่มีใครสั่ง ไม่มีใครสอน...ไม่กล้าขุดดิน ไม่กล้าจับไหล ทำไม่ได้แบบนี้ก็กลับไปซะ อย่ามาเสียเวลากัดกันที่นี่”

ปุ๊กลุกยิ้มสะใจ พลันนึกได้ว่า อันยาหายไปไหน...

ในขณะที่แสนจอดรถอุดหนุนผลไม้ชาวบ้านที่เอามาขายริมทาง อันยาปั่นจักรยานอย่างเหนื่อยหอบพาเด็กอ้วนซ้อนท้ายเข้ามา ทั้งสองเห็นกันต่างชะงัก แสนไม่พอใจหาว่าเธอตามตื๊อ อันยาอธิบายว่า ไม่ได้ตาม แต่เขาไม่ฟัง เด็กอ้วนจึงบอกอันยาให้ขี่ต่อไป ตนจะรออยู่ที่นี่ อันยาสะบัดหน้าจากแสนก่อนจะปั่นจักรยานออกไป

แสนเข้าขวางหน้า “จะไปไหนอีกเดี๋ยวก็หลงป่าเหมือนคราวที่แล้ว กลับไปไร่เลย”

“ไม่กลับ! รับรองว่าครั้งนี้ฉันไม่หลง”

“ก็แน่สิ ขี่รถตามผมจะหลงได้ยังไง”

“ฉันไม่ได้ตามจริงๆ รถคุณจอดอยู่โน่นไม่ใช่เหรอคะ”

“ถ้าไม่ได้ตามแล้วคุณจะมาอยู่นี่ได้ยังไง...กลับไร่ไปซะ อย่าสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นเขามากกว่านี้”

อันยาน้อยใจรวบรวมสติกล่าวเสียงสั่น “ขอพูดครั้งสุดท้าย ฉันไม่ได้ตาม ส่วนฉันจะไปไหนเป็นตายร้ายดียังไง จะไม่ให้เดือดร้อนคุณ ไม่ต้องมาใจดีกับผู้หญิงแย่ๆอย่างฉันหรอกค่ะ”

แสนมองตามหลังอันยาที่ถีบจักรยานออกไปอย่างระอาในความดื้อรั้นของเธอ...เขาตัดสินใจขับรถตามเธอไปห่างๆ แม้ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำแบบนี้ทำไม ทันใดเขาเห็นอันยาขี่รถเข้าไปในศูนย์เพาะไหล เขาแปลกใจมาก...

อันยาเข้ามาพบเจ้าหน้าที่ บอกเขาว่าเธอคือคนที่โทร.มาเมื่อเช้า เจ้าหน้าที่เชื้อเชิญพาไปเอาไหลที่เตรียมไว้ให้

“นี่คือตัวอย่างที่ยังไม่ได้เพาะลงดินครับ ไหลหรือต้นอ่อนสตรอว์เบอร์รี่พวกนี้ได้มาจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อของต้นแม่พันธุ์ที่คัดสรรมาดีแล้ว ถ้านำไปปลูกจะได้ต้นสตรอว์เบอร์รี่ที่แข็งแรง ทนทานต่อโรค...ปกติจะต้องจองไว้ก่อน แต่พอดีที่ไร่แสนรักเขาใช้เยอะ ทางเราเพาะเผื่อไว้ เลยพอมีเหลือให้คุณ”

อันยาตาโพลงเมื่อรู้ว่าที่ไร่แสนรักใช้ไหลที่ศูนย์นี้...แสนแอบมองอันยาอย่างนึกไม่ถึง

ooooooo

แสนกลับมาต่อว่าสิงห์ หาว่าให้ข้อมูลอันยา สิงห์ปฏิเสธแถมชมว่าอันยาเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆรู้จักหาข้อมูล ตากแดดตากลม ทนจับจอบจับเสียม  มีความมุ่งมั่นตั้งใจจริงๆส่วนใครจะเห็นหรือไม่  อยู่ที่ใช้ตาหรือใจดู แสนอึ้งนิ่งคิด

รถของศูนย์วิจัยเพาะพันธุ์ต้นไหล แล่นเข้ามาจอดในไร่แสนรัก ช่วยอันยายกไหลลงมาวางให้ หนานปิง แสนและฟองคำเห็นแล้วทึ่ง ชมกันใหญ่ที่รู้จักค้นคว้าข้อมูล คุณหญิงเหมือนและอิงค์กี้ ที่พักเหนื่อยทำแผลจากการทะเลาะกันเอง ได้ยินเกิดความไม่พอใจ ปุ๊กลุกซึ่งได้รับการยกเว้นไม่ต้องทำไร่ กำลังคั้นน้ำสตรอว์เบอร์รี่อยู่พลอยเจ็บใจไปด้วย

อันยาทำการรดน้ำต้นไหลที่ยังไม่ได้ลงดิน แสนเดินเข้ามาหา เธอจึงบอกเขาว่า รู้แล้วใช่ไหมตนไม่ได้ตามเขา คงไม่รำคาญตนอีก แต่แสนกลับตอบว่า

“ถึงคุณจะพยายามยังไงมันก็ไม่มีประโยชน์ ที่ผมมาบอกเพราะไม่อยากให้คุณเสียเวลาไปฟรีๆกลับไปซะเถอะ”

อันยาหน้าเจื่อนหมดแรงรดน้ำ ค่อยๆทรุดนั่งลงมองแสนเดินจากไป คุณหญิงเหมือนกับอิงค์กี้เข้ามาเยาะเย้ย แสนออกปากไล่ขนาดนี้ แสดงว่าเหลืออดเจ้าของบ้านไล่ก็ควรจะไป อันยาได้ยินแล้วยิ่งจี๊ดอยากจะโต้กลับ แต่เสียงเตือนของย่าลอยมาในหัว

“ไม่ว่าเขาจะพูดยังไง หนูก็ต้องเข้มแข็งจำไว้ว่าย่า...รักหนู เอาใจช่วยหนูอยู่นะลูก”

อันยาตั้งสติได้ กลั้นความรู้สึกต่างๆอดทนอย่างถึงที่สุด เดินไปโดยไม่ตอบโต้อะไร สองสาวไฮโซงงแต่ไม่วายเยาะหยันถากถางไล่หลัง...อันยาน้ำตาไหลพรากไม่ให้ใครเห็น

ปุ๊กลุกถือตะกร้าใส่ปิ่นโตเข้ามาระหว่างที่สองสาวถกเถียงกันเรื่องอันยา แกล้งเปรย “เฮ้อ ไม่รู้คุณแม่ฟองคำจะเลี้ยงข้าวพวกเธอทำไม วันๆมานั่งลอยชายไม่ได้ทำอะไรให้เกิดประโยชน์เล้ย สู้คนท้องยังไม่ได้ ยังรู้จักหยิบฉวยช่วยงานนั่นนี่”

อิงค์กี้แขวะ ทำงานเอาหน้า ปุ๊กลุกสวนแล้วมีใครปิดทองหลังพระบ้าง เอาหน้ากันทุกคนแต่ก็สู้ตนไม่ได้ คุณหญิงเหมือนมองปิ่นโตอาหารแล้วนึกได้

เช้าวันใหม่ สินยืนมองอันยาถืออุปกรณ์ทำสวนผ่านไป หนานปิงหาว่าลูกเขยมีเจตนาไม่บริสุทธิ์แอบมองสาว ฟองคำเดินมาถามมีอะไรกัน สินรีบบอกก่อนที่พ่อจะหาความ

“ฉันมองหนูอันยา แต่ไม่ได้คิดอะไรไม่ดี คือ...ฉันสงสัยว่าวันนี้เขาจะแต่งแฟชั่นอะไรลงมาทำไร่ ก็ไม่เคยเห็นคนแต่งตัวแบบนี้มาทำไร่ จะได้ช่วยเป็นหูเป็นตาให้ลูกชายเราด้วยไง แม่หนูเนี่ยต่างกับลูกชายเราสุดขั้ว เหมือนสตรอว์เบอร์รี่กับต้นประดู่ มันจะเข้ากันได้ไหม”

ฟองคำตำหนิสามีช่างเปรียบเทียบ หนานปิงเห็น ด้วยกับลูกเขยเป็นครั้งแรก ไม่ทันไรคุณหญิงเหมือนเข้ามาหา เธอเกริ่นแนะนำตัวให้ผู้ใหญ่รู้จักตัวตน ว่าเป็นนักเรียนนอก มีเชื้อมีสาย สินขัดขึ้นว่าอย่ามัวเสียเวลา ให้เข้าเรื่องเลย

ปุ๊กลุกกับอิงค์กี้ รีบแต่งตัวให้ดูดีเพื่อมาประจบเอาใจบ้าง เกรงคุณหญิงเหมือนจะแอบแทงข้างหลังพวกตน ต่างจากอันยาที่ก้มหน้าก้มตาลงไหลบนที่นาจนเต็มแปลงอย่างเหนื่อยยาก แสนแอบมาหงุดหงิดไม่พอใจอยู่มุมหนึ่ง สิงห์เข้ามาแหย่ ถามหงุดหงิดอะไรแต่เช้า

“ไม่ได้หงุดหงิด”

“เสียงหงุดหงิดชัดแบบนี้ ยังมีหน้ามาบอกว่าไม่หงุดหงิด ระวังนะ ยิ่งเกลียดยิ่งเจอ”

“ผมไม่ได้เกลียด! แค่ไม่เข้าใจ ว่าทำไมเขาถึง ไม่ยอมเข้าใจอะไรสักที”

“ฉันว่าอันยาก็คงอยากจะถามนายแบบนี้เหมือนกัน...เหนื่อยไหม สู้กับใจตัวเอง”สิงห์เยาะ

แสนเดินหนีเข้าไปในห้องเก็บเครื่องมือทำไร่  ค้นหากรรไกรตัดกิ่งไม้ ได้ยินเสียงประตูคิดว่าสิงห์ตามมา จึงโพล่งขึ้น

“ถ้าพี่จะมาพูดเรื่องอันยาอีก ก็เชิญไปคุยกับคนอื่นเถอะ...”

อันยายืนอึ้ง แสนหันมาเห็นชะงักทำทีไม่ไยดี ค้นของต่อไป อันยากล้ำกลืนความเจ็บช้ำ หยิบที่ตักดินแล้วเอ่ยถามเขา

“ฉันได้ข้อมูลว่าต้นสตรอว์เบอร์รี่มีทั้งโรคทั้งแมลงกวนเยอะแยะเลย ท่าทางจะปลูกยากเหมือนกันนะ ขอสูตรสารสกัดสะเดาได้ไหมคะ จะทำเอาไว้ฉีดพ่นกันแมลง”

แสนไม่ตอบ หยิบกรรไกรตัดกิ่งไม้แล้วเดินออกไป อันยาทนไม่ไหว ตามมาขวางหน้าถามอีกครั้ง แสนนิ่งสักพักก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า

“แล้วทีผม ขอให้คุณกลับไป คุณยังไม่เห็นฟังผมเลย ทำไมฮะอันยา ทำไมต้องมาพยายามทำไร่ด้วย ทำไมคุณถึงไม่ยอมเข้าใจอะไรซะที”

“ก็เพราะฉันเข้าใจไง ว่าทำให้คุณรู้สึกแย่แค่ไหน ฉันถึงยังกลับไปไม่ได้ เมื่อก่อนฉันทำร้ายคุณ ฉันรู้ว่ามันผิด แต่สิ่งที่ฉันกำลังทำตอนนี้ ที่ฉันพยายามชดใช้ความผิดนั้นอยู่ คุณช่วยตอบฉันหน่อยสิ ว่าฉันทำผิดตรงไหน” อันยาน้ำตาคลอเบ้า “ฉันพยายามขอโทษคุณ มันผิดตรงไหนใช่...คุณมีสิทธิ์จะโกรธจะเกลียดฉัน แต่ฉันก็มีสิทธิ์จะขอโทษ หนึ่งครั้ง สิบครั้ง ร้อยครั้ง พันครั้ง...ขอโทษ จนกว่าคุณจะเข้าใจว่าฉันเสียใจมากแค่ไหนกับเรื่องที่ผ่านมา ฉันขอโทษ ได้ยินไหมคะ คุณแสน” น้ำตาอันยาไหลพราก เดินจากไป ทำให้แสนเครียด เจ็บปวดไม่ต่างกัน

ooooooo

คุณหญิงเหมือนมาต่อรองกับหนานปิง ขอแข่งขันในสิ่งที่ตัวเองถนัดด้วยการทำอาหาร อิงค์กี้กับปุ๊กลุกตามมาได้ยิน ค่อนขอดช่างเสนอโปรเจกต์อย่างหน้าไม่อาย สินตัดบทให้แสนเป็นคนตัดสินใจ พอหนานปิงเรียกแสนมาถาม เขาไม่เห็นด้วยและไม่ยอมรับการแข่งขันทุกอย่าง

“แกไม่ชอบใช่ไหม ที่ทุกคนเขามาแข่งชิงตำแหน่งเมียแก งั้นแข่งทำอาหารครั้งนี้ ฉันให้โอกาสแกเป็นคนตัดสิน” หนานปิงสรุปดื้อๆ “ถ้าแกกินอาหารของใครไม่หมด ก็ให้คนนั้นกลับบ้านไป ถ้าชอบใครก็เลือกซะ ทีนี้แกจะได้ไม่ต้องมาบ่นว่าตัวเองไม่เกี่ยว ไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจ”

แสนไม่พอใจ ไม่อยากยุ่งเกี่ยวเรื่องนี้ ไม่ต้องการเป็นกรรมการ หนานปิงเอ็ด ถ้าเช่นนั้นตนกับสินจะเป็นคนตัดสินว่าใครควรกลับบ้านไป สิงห์แย้ง

“แล้วที่อันยาเขาลงแรงปลูกสตรอว์เบอร์รี่ไปแล้วล่ะ มันไม่ยุติธรรมกับเขาเลย ที่จู่ๆจะมาเปลี่ยนกติกากันเองแบบนี้”

“แต่หญิงว่ายุติธรรมค่ะ ใครเลือกทำอาหารโหวต” คุณหญิงเหมือนกับอิงค์กี้ยกมือ “สองในสามของผู้เข้าแข่งขันเลือกวิธีนี้ ถือว่าเสียงข้างมากชนะค่ะ”

สิงห์อึ้ง หนานปิงทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ แสนถอนใจมันอะไรกันนักหนา...เมื่อทุกคนมาบอกอันยา เธอหน้าเหวอเพราะทำอาหารไม่เป็น สบตาหนานปิงปริบๆเชิงขอความเห็นใจ

“ถ้าฉันไม่เปลี่ยนกติกา เดี๋ยวเขาจะหาว่าเผด็จการ ในเมื่อเสียงข้างมากเขาอยากทำอาหารความจริงไม่ต้องปลูกสตรอว์เบอร์รี่ต่อเธอก็สบายนะ ไม่ต้องมาเดินตากแดดใส่ปุ๋ย รดน้ำต้นไม้อีกตั้งเป็นเดือนๆ”

อันยาห่วงต้นที่ลงมือปลูกไปแล้ว สิงห์จะให้คนงานมารดน้ำต่อแทน แต่หนานปิงกลับให้ปล่อยไปตามบุญตามกรรม อันยาอึ้งเสียดาย...สิงห์เดินแยกมากับหนานปิง เขาต่อว่าที่หนานปิงให้ทิ้งต้นไม้เหล่านั้น ทั้งที่เคยสอนตนว่า ต้นไม้ทุกต้นเป็นของขวัญจากธรรมชาติ หนานปิงโต้ว่า

“อันนั้นน่ะฉันไม่ได้เป็นคนตัดสิน ต้นไม้จะถูกทิ้งหรือว่ามีคนดูแล ไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ฉัน”

สิงห์แปลกใจ แล้วมันขึ้นอยู่ที่ใคร หนานปิงอมยิ้มจะได้พิสูจน์ใจว่าที่สะใภ้...ทั้งสองมาแอบดูอันยา เห็นยังคงรดน้ำต้นไหลที่ลงไปอย่างขะมักเขม้น สิงห์ว่าหนานปิงช่างแผนสูงจริงๆ

เย็นวันนั้น สิงห์เห็นอันยายังมารดน้ำต้นไม้อยู่ จึงถามจะทำอีกทำไม อันยาบ่นเสียดาย ลงแรงปลูกกับมือ ทิ้งไม่ลง สิงห์ถามตรงๆ เจ็บใจไหมที่โดนสองไฮโซแทงลับหลังแบบนี้

“คงไม่เจ็บเลยมั้ง ฉันก็เป็นคนนะคุณสิงห์ โดนแกล้งมันก็จี๊ด แต่ว่า...ฉันพอแล้วล่ะ เรื่องฟัดกับคนอื่น ขัดแข้งขัดขากันเพื่อจะเอาชนะน่ะ พอแล้ว เมื่อก่อนฉันเคยอยากเอาชนะจนยอมทำทุกอย่าง แม้แต่เรื่องเลวๆ สุดท้ายฉันซึ้งแล้วว่า รางวัลที่ได้มาจากการทำลายคนอื่น มันน่าอายมากกว่าน่าภูมิใจ”

“ถ้าไม่อยากชนะคนอื่น แล้วจะเหนื่อยแข่งต่อเพื่อ...”

“ฉันอยากให้คุณแสนรู้ว่าฉันเสียใจกับเรื่องที่ผ่านมามากแค่ไหน แค่เขาเข้าใจฉันมากขึ้นสักนิดก็ยังดี” อันยาสลดลง สิงห์รับรู้ว่าเธอมีความหวังแม้จะน้อยนิด

ooooooo

ด้านโกมล มีความสุขกับการขายดิบขายดีปุ๋ยและยาฆ่าแมลงให้กับชาวนา พอได้ยินปรานีใช้เด็กในบ้านไปโอนเงินให้ปุ๊กลุกก็อารมณ์เสียสั่งห้าม จะไปดูลูกเองว่าอยู่อย่างไร ปรานีหวั่นใจกลัวสามีจะรู้ว่าลูกสาวท้อง ก็ร้องไห้รำพันว่าเขาไม่ได้ห่วงลูกจริง แต่อยากไปจับผิดลูกมากกว่า

“ถามจริงๆพี่น่ะเคยรัก เคยห่วงลูกเราบ้างไหม วันๆสนใจแต่เพื่อนฝูง แล้วก็ร้านปุ๋ยนั่น  ลูกมันถึงได้เป็นแบบนี้” ...แม้โกมลจะไม่สนใจคำพูดของภรรยา แต่ก็แปลกใจที่มันติดคาใจอยู่

วันต่อมา อันยาแอบมาหาฟองคำ สารภาพว่าตนทำอาหารไม่เป็น อยากขอยืมครัวฝึกซ้อมและถ้าเป็นไปได้ อยากให้ช่วยสอนตนด้วย สิงห์ช่วยพูดกับฟองคำอีกแรง

“แหม ก็โจทย์ของพ่ออุ๊ยยากจะตาย ให้ทำอาหารจากสตรอว์เบอร์รี่ คนทำอาหารไม่เป็นจะเหลือเหรอครับ”

“แล้วมีเวลาแค่วันเดียวเนี่ย มันจะทันเหรอ”

สิงห์ว่ายังดีกว่าไม่ฝึกเลย ฟองคำคิดสักพักก่อนจะบอกว่า มันจะไม่ยุติธรรมถ้าตนสอนสูตรเด็ดให้อันยา และถ้าใครรู้จะถูกปรับแพ้ได้ สิงห์กับอันยาเห็นจริง

“ให้สอนจานเด็ดคงไม่ได้ แต่ถ้าช่วยฝึกพื้นฐานให้ ฉันก็ไม่ขัดข้อง...สนใจไหมล่ะ แล้วสูตรเด็ดเธอก็คิดต่อยอดจากพื้นฐานเอาเอง”

อันยายิ้มออก เท่านี้ตนก็สู้เต็มที่ สิงห์พลอยดีใจไปด้วย...ฟองคำเริ่มสอนตั้งแต่ล้างผัก ผักใบต้องแกะใบออก ผักหัวต้องลอกเปลือกก่อนค่อยล้าง ผักชีต้องล้างอย่างเบามือ และสอนวิธีหั่น อันยาน้ำตาไหลพรากเมื่อหั่นหอมหั่นพริก หั่นผักมีดก็บาดมือเลือดไหล เวลาผัดก็กระโดดหยองแหยงเพราะน้ำมันกระเด็น ดูทุลักทุเลไปทุกเรื่อง แต่เธอก็สู้ไม่ถอย

“อยากให้นายแสนมาเห็นจริงๆ ว่าเพราะมันปากแข็งทำให้ใครบางคนต้องบาดเจ็บ”

“ฉันไม่อยากให้เขามาสงสาร หรือว่าสมเพชฉันหรอกค่ะ แค่อยากให้เขาเห็นความตั้งใจของฉันมากกว่า...

แต่ฝึกมาตั้งครึ่งค่อนวันแล้วยังไปไม่ถึงไหนกันเลย” อันยาชักจ๋อย

“คุณไม่จำเป็นต้องทำอะไรที่มันยาก หรือเกินความสามารถหรอกนะ แค่ทำสิ่งที่มันตรงใจกรรมการ ก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว” สิงห์ให้กำลังใจ “น้าฟองสอนจานเด็ดให้คุณไม่ได้ แต่ผมบอกใบ้ให้คุณได้นะ ว่ากรรมการชอบอะไร คำใบ้คือ...ความภูมิใจในท้องถิ่น”

อันยาครุ่นคิด มันควรจะเป็นอะไร ตัดสินใจโทร.ไปปรึกษาย่า ลดาแนะนำให้ทำน้ำพริกและบอกสูตรเด็ดหลานสาว อันยาจดอย่างตั้งใจ แอบมีความหวังเล็กๆขึ้นมา

ooooooo

วันรุ่งขึ้น หนานปิงและสินตื่นเต้นที่จะได้ชิมฝีมือสาวๆ ฟองคำค้อนสามีและพ่ออุ๊ยที่ความจริงเจ้าเล่ห์ สินรีบออกตัวตนไม่เกี่ยว แสนเป็นคนตัดสิน แสนเดินมาพอดี สินเห็นลูกชายจะออกไปข้างนอก รีบดักคอ แน่ใจหรือที่ให้พ่อกับตาเลือกผู้หญิงให้

“ผมบอกแล้วไงครับ ว่าเรื่องนี้ผมไม่เกี่ยว ถึงผลการแข่งจะออกมาเป็นยังไง ผมก็ไม่รับรองอะไรทั้งนั้น”

“แกก็ทำได้อยู่แค่นี้แหละ พูดแต่ว่าไม่เกี่ยวๆยังไงคนชนะเขาก็ต้องหวัง ต้องรอแกอยู่ดี”

“พ่ออุ๊ย ผมขอร้องล่ะ อย่าทำแบบนี้เลยนะครับ พ่ออุ๊ยจัดการแข่งแบบนี้ ทำให้หวังอะไรกันผิดๆ มันดีแล้วเหรอครับ”

“แสน แกมองว่าฉันทำไม่ถูก แต่สิ่งที่แกทำ ก็คือไม่ทำอะไรเลย ได้แค่หนีอย่างเดียว ถ้าแกคิดว่าตัวเองมีวิธีการที่ดีกว่าฉัน ก็ช่วยทำให้เห็นหน่อยสิ ว่าที่ถูกน่ะมันเป็นยังไง”

แสนถึงกับอึ้งกับสิ่งที่หนานปิงพูด...ปุ๊กลุกซึ่งได้รับการยกเว้นไม่ต้องลงแข่งอะไร แต่กลับได้ใจหาทางแกล้งอันยา เห็นอันยาเตรียมวัตถุดิบที่ใช้ทำอาหารท่าทางมีความสุข ก็แกล้งยกของผ่านหน้า เปรยว่ามีแต่คนใจดำไม่คิดจะช่วยคนท้องคนไส้ อันยาเหล่มองอดไม่ได้ต้องช่วย ปุ๊กลุกยิ้มกริ่ม แอบเอาเกลือมาโรยบนส่วนผสมที่อันยาเตรียมไว้ก่อนจะวิ่งตามอันยาไป

ไม่ทันไร คุณหญิงเหมือนให้คนงานถือข้าวของมาวางที่โต๊ะทำอาหารของตน มองไปเห็นของอันยาวางอยู่อีกโต๊ะ ก็ขุ่นใจ แกล้งเอาพริกไปยัดใส่เครื่องผสมของอันยา อิงค์กี้มาถึงเห็นคุณหญิงเหมือนเดินไปจากโต๊ะอันยา ก็เข้าใจว่าของบนโต๊ะเป็นของคุณหญิงเหมือน จึงแกล้งเอาพริกไทยโรยลงไปมากมายบนส่วนผสมนั้น

“ดูซิว่าความอร่อยแบบชาววังจะสู้ความซ่าของพริกไทยอินเตอร์ได้รึเปล่า”

เมื่อถึงเวลาแข่งขัน แสนจำต้องมานั่งรวมอยู่กับหนานปิง สิน ฟองคำและสิงห์ ด้วยสีหน้านิ่ง สิงห์แอบขำที่แสนทำหน้าบอกบุญไม่รับแบบนั้น สินเริ่มประกาศ

“ต่อไปนี้จะเป็นการแข่งขันทำอาหารจาก สตรอว์เบอร์รี่ แสนลูกชายฉันจะเป็นคนตัดสินเองว่า อาหารของใครโดนใจเขามากที่สุด คนนั้นก็จะได้รับเลือกให้อยู่ที่ไร่นี้ต่อไป แต่ถ้านายแสนไม่กินอาหารของใคร คนนั้นก็จะต้องเก็บกระเป๋ากลับบ้าน”

“คุณพ่อ พ่ออุ๊ยคะ ทำไมคนชนะถึงไม่ได้เป็นสะใภ้ไปเลยล่ะคะ” อิงค์กี้ยกมือถาม

“วอนซะแล้ว! ฉันอุ้มท้องลูกพี่แสนอยู่ทั้งคน คนอื่นจะมาเป็นเมียพี่แสนได้ยังไงล่ะ” ปุ๊กลุกโวย หนานปิงรีบเบรก บอกว่าเรื่องนี้ต้องพิสูจน์กันก่อนว่า จริงหรือไม่จริงปุ๊กลุก หน้าเสีย

สินชูมือประกาศเริ่มการแข่งขัน แต่ละคนลงมือทำอาหารที่ตนถนัด โดยมีสตรอว์เบอร์รี่เป็นส่วนผสม อิงค์กี้ แปลกใจทำไมคุณหญิงเหมือนไม่ได้อยู่โต๊ะที่ตนใส่พริกไทย...อันยาลงมือโขลกน้ำพริกเสียงดังแข็งขันสิน กระซิบกับหนานปิง ท่าทางใช้ได้ ปุ๊กลุกอมยิ้มอย่างมีเลศนัย

เมื่อหมดเวลา สินประกาศให้ทุกคนวางมือ “ใครจะออกมานำเสนอเมนูอาหารจากสตรอว์เบอร์รี่ก่อนเป็นคนแรก”

คุณหญิงเหมือนยกมือก่อน “ยำสตรอว์เบอร์รี่พฤกษาแสนรักค่ะ...ตำรับนี้ หญิงดัดแปลงมาจากสูตรยำผลไม้ทรงเครื่องของทางวัง น้ำยำหอมและกลมกล่อมอย่างมีเอกลักษณ์ ไม่เหมือนที่ไหนแน่ๆค่ะ”

“อืม ไม่ธรรมดา” สินลองชิมเอ่ยปากชม

อิงค์กี้หน้าตึง ถือจานของตัวเองออกมาพรีเซนต์ “พาสต้าซอสสตรอว์เบอร์รี่แสนรักค่ะ อิงค์กี้ได้สูตร ของน้ำซอสมาจากเชฟมิชลินในโรงแรมห้าดาวเลยนะคะ”

สินตักชิม รู้สึกรสชาติดีจริงๆ ต่อไปอันยายกจานน้ำพริก ของตัวเองออกมาวาง พร้อมเครื่องเคียงผักพื้นเมืองและสตรอว์เบอร์รี่ “น้ำพริกล้านนาสูตรพิเศษใส่สตรอว์เบอร์รี่ค่ะ”

สองสาวไฮโซมองอย่างเหยียดๆเพราะเป็นอาหารพื้นๆ แต่สินกลับชมว่า น่าปลื้มใจที่เห็นความสำคัญของผักพื้นบ้าน สินตักชิม แล้วต้องชะงักทำหน้าปูเลี่ยนๆ หนานปิงถามเป็นอย่างไรบ้าง หยิบผักมาตัก สินปรามไม่เหมาะกับเด็กและคนชราสองสาวไฮโซหัวเราะคิก

อาหารทั้งสามจานถูกวางลงตรงหน้าแสน สินบอกถึงตาเขาแล้ว รักใครชอบใครก็กินซะให้หมดคุณหญิงเหมือนกับอิงค์กี้ยืนลุ้น สินหันมากระซิบกับฟองคำและหนานปิง

“หนูอันยาคราวนี้คงรอดยาก ปกติแสนมันก็โกรธอยู่แล้ว แล้วยังทำอาหารออกมา รสชาติ... ” สินพูดไม่ออก

สิงห์ยื่นหน้ามาถามเป็นอย่างไรหรือ อันยาเป็นห่วงแสน โพล่งขึ้นว่า “กินไม่ได้ ฉัน ฉันขอน้ำพริกคืนอย่าเพิ่งกินนะคะคุณแสน”

คุณหญิงเหมือนกับอิงค์กี้เยาะหยันดีที่ยังรู้ว่ารสชาตินรกแตก เป็นอันตรายต่อคนกินได้ แสนมองอันยานิ่งๆ ก่อนจะเริ่มกินอาหารของคุณหญิงเหมือนจนหมด อิงค์กี้หน้าเสีย แต่แล้วแสนก็มากินอาหารของเธอจนหมดเช่นกัน ฟองคำกระซิบถามอันยา มันเป็นแบบนี้ได้อย่างไรอันยาก้มหน้ายอมรับผิดที่ตัวเองไม่ได้ชิมก่อน แสนคงไม่กินของตนแน่ อันยาเดินเศร้าๆออกไป สิงห์ตามไปถามจะไปไหน

“เก็บของน่ะสิ ฉันแพ้แล้ว อย่าว่าแต่เขาจะกินอาหาร ที่ฉันทำเลย แค่มอง เขายังไม่อยากจะมองด้วยซ้ำ”

“นายแสนมองหรือไม่มอง คุณไปดูด้วยตาตัวเองดีกว่าไหม” สีหน้าสิงห์เร่งเร้าให้กลับไป

อันยาเดินมาถึงเห็นแสนกำลังกล้ำกลืนกินน้ำพริกของเธอ จนหน้าตาแดงก่ำไปหมด เพราะมันทั้งเผ็ด ทั้งเค็ม และเห็นว่าอาหารของสองสาวเขาก็ทานจนหมด สองสาวพยายามขอร้องให้แสนหยุดกิน อันยาน้ำตาคลอ ถามสิงห์ว่าแสนกินเข้าไปได้อย่างไร สิงห์ก็พูดไม่ออก

หนานปิงกระซิบถามสิน ไหนว่ารสชาติไม่เอาไหน แล้วแสนกินได้อย่างไร สินเองก็อึ้ง หนานปิงหัวเราะหึหึ “เออ ไอ้นี่มันแข็งแต่ปาก พอให้มันตัดสินใจ ก็เห็นชัดๆว่าใจอ่อน”

แสนรวบช้อน “ผมตัดสินแล้ว คงจะพอใจกันแล้ว นะครับ”

คุณหญิงเหมือน อิงค์กี้งงหมายความว่าอย่างไร แสนกุมท้องเดินออกไป สินจึงตอบแทนลูกชาย เขาตั้งใจกินของทุกคนหมด แสดงว่าให้ทุกคนเท่ากัน

สองสาวขัดใจ ถกเถียงกันเอง หนานปิงประกาศขัดขึ้น “ให้ฉันพูดบ้างแล้วกันนะ ผลการแข่งขันโดยรวมของพวกเธอไม่เท่ากัน”

“ไม่เท่า...พ่ออุ๊ยเลือกคนที่เหมาะสมได้แล้วใช่ไหมคะ”

“คนที่มีคะแนนนำน่ะคือ...อันยา”

สองสาวเหวอ แต่ปุ๊กลุกโวยวายว่าอันยาทำอาหารห่วยที่สุด หนานปิงจึงบอกว่า ส่วนที่อันยาชนะคือลงไหลปลูกสตรอว์เบอร์รี่ได้ครบถ้วน สองสาวแย้งว่าอันนั้นไม่นับ

“ใครบอก ฉันให้โอกาสพวกเธอพิสูจน์ตัวเองในแบบที่เธอบอกว่าถนัดแล้ว แต่ไม่ได้บอกนี่ว่าจะล้มกติกาของตัวเอง ลองคิดให้ดีๆ คนที่ลงมือทำมากกว่า แต่ได้ผลเท่ากับคนที่ลงมือทำน้อยกว่า จะยุติธรรมได้ยังไง เสียงข้างมากไม่ใช่ว่าจะถูกเสมอไปนะ”

สามสาวจี๊ดเถียงไม่ออก สิงห์แสดงความยินดีกับอันยา เธอเข้ามาขอบคุณหนานปิง แต่เขากลับบอกให้ไปขอบคุณคนที่ช่วยให้เธอได้อยู่ต่อดีกว่า อันยาตาวาวรีบไปหาแสนทันที

ooooooo

แสนนั่งแสบท้องจากการกินน้ำพริกของอันยาอยู่ในห้อง พลันมีเสียงเคาะประตู เขาชะงักเมื่อเปิดประตูพบว่า อันยาถือถาดใส่น้ำสมุนไพรมาให้ เขาจะปิดประตู เธอท้วง

“อย่าเพิ่งค่ะ อย่างน้อยก็รับน้ำสมุนไพรนี่ก่อน ฉันอุตส่าห์ต้มและคั้นเองกับมือเลยนะคะ คราวนี้ฉันชิมแล้ว รับรองว่ารสชาติปกติ” เห็นแสนลังเลจึงดันใส่มือเขา “ฉันขอร้อง เผื่อมันจะได้ช่วยให้คุณแสบท้องน้อยลง”

แสนขอบใจเสียงแผ่วเบา อันยารีบขอบคุณที่เขาอุตส่าห์กินอาหารของตนจนหมด

“อย่าเข้าใจผิด ผมแค่...ไม่ต้องการให้พวกคุณมาเอาชนะกันด้วยวิธีการแบบนี้ อีกอย่างข้าวทุกเม็ด อาหารทุกอย่างมีคุณค่า น้ำพริกของคุณ ถ้าผมไม่กินก็คงจะต้องทิ้ง ผมกินเพราะเสียดายอาหารก็เท่านั้น”

“ไม่เป็นไรค่ะ จะกินเพราะอะไรฉันก็ดีใจ จริงๆนะคะ แล้วฉันสัญญา วันหลังฉันจะทำอาหารที่ดีกว่านี้ให้” อันยายกนิ้วก้อยสัญญา

แสนมองท่าทีกระตือรือร้นของอันยาเกือบเผลอยิ้ม รีบวางฟอร์มขรึมติง “คงดีกว่า ถ้าคุณจะไม่ทำอาหารอีก”

แสนปิดประตูห้อง ทำเอาอันยาเหวอ แต่ก็แอบยิ้มอยู่ในที...แสนมองแก้วน้ำสมุนไพรเห็นมีริบบิ้นผูกรอบแก้ว ติดข้อความไว้ด้วยว่า...หายไวๆนะคะ คุณแสน... เขาอดยิ้มไม่ได้ พอดื่มรู้สึกว่ารสชาติดีอย่างที่บอก เคลิ้มไปชั่วอึดใจก็นึกได้ สลดลงตำหนิตัวเองไม่น่าเผลอใจอีก

หลังจากนั้นสองสาวไฮโซต้องช่วยกันล้างจาน ไม่วายทะเลาะสาดฟองใส่กัน ปุ๊กลุกเข้ามาถากถาง มัวทะเลาะกันเองแทนที่จะไปสกัดดาวรุ่ง...ในขณะที่ อันยาโทร.ไปเล่าให้ย่าฟัง ลดาถอนใจกับความใจแข็งของแสน จะไปช่วยพูดกับแสนให้

“เดี๋ยวเขาจะหาว่าอันทำให้คุณย่าลำบากน่ะสิคะ อันทำผิดเองก็ขอแก้ไขเอง...แล้วที่บ้านคุณแสนเขาก็อุตส่าห์ให้โอกาสทั้งที...ที่อันง้อเขาขนาดนี้ คุณย่าคิดว่าอันทำไม่ถูกรึเปล่าคะ”

ลดาให้กำลังใจและเตือนอย่าลืมที่จะรักตัวเองด้วย...พอวางสาย ลดาหวนคิดถึงอดีต เปิดลิ้นชักหยิบกล่องไม้มาเปิด ในนั้นมีผ้าเช็ดหน้าระบายลูกไม้โดยรอบ มุมหนึ่งปักคำว่า “NP”

“อันทำให้ฉันนึกถึงตัวเองเหลือเกิน ถ้าเมื่อก่อน ฉันมีความกล้าแค่ครึ่งนึงของหลาน เรื่องของเราก็คงไม่ต้องจบลงแบบนั้น...” ลดาน้ำตาซึมคิดถึงใครคนหนึ่งจับใจ

ขณะเดียวกัน หนานปิงยืนเหม่อลอยมองไปนอกหน้าต่าง คิดถึงใครบางคน คนงานเคาะประตูเอาผ้าซักแล้วมาเก็บเข้าตู้ เขาเห็นผ้าเช็ดหน้าเก่าๆ ผืนหนึ่งในตู้ จึงถามว่าจะให้เก็บไปซักไหม หนานปิงหันขวับมาหยิบผ้านั้นอย่างหวงแหน

“บอกตั้งกี่ที ไม่รู้จักจำ ผืนนี้ฉันซักเอง”

ตอนที่ 9

สิงห์ขับรถมาทำธุระในเมือง แสนแยกตัวไป แม่ริมเองเพราะเกรงใจ สิงห์ให้เอารถไว้ใช้แต่แสนเห็นว่าไม่จำเป็นเพราะตัวเองชอบประหยัดพลังงาน... อันยาจอดรถถามทางไปแม่อายจากชาวบ้าน ใช้วิธีอัดเสียงเอาไว้เลย พอขับรถออก ผ่านศาลาริมทางที่แสนนั่งรอรถโดยไม่เห็นกัน

อันยาแวะถามชาวบ้านอีกครั้ง ชาวบ้านบอกว่ารถที่เธอขับไปไม่ถึง เพราะขึ้นเขาต้องใช้รถโฟร์วิลล์ เธอจึงคิดจะไปเปลี่ยนรถ แต่กลับหลงทางเสียก่อนและมือถือที่อัดเสียงบอกทาง...แบตหมด ระหว่างนั้น ลดาพยายามติดต่ออันยาเท่าไหร่ก็ไม่ได้ ทำให้กระวนกระวายใจ คิมหันต์ซึ่งอยู่เป็นเพื่อนลดาปลอบว่าไม่ต้องห่วงเพราะลูกพี่ตนเก่งเรื่องเสาะหาคนอยู่แล้ว

อันยาจำต้องขับรถไปตามแผนที่ แต่ไม่วายเกิดปัญหาหม้อน้ำเดือด อันยาจอดรถลงมาเปิดฝากระโปรง จะดูหม้อน้ำ ทันใด มีมือมากระชากเธอออกห่างจากรถ และเอ็ด

“หม้อน้ำร้อนจัด ถ้าคุณยืนตรงนั้น น้ำร้อนได้พุ่งเข้าหน้า เสียโฉมแน่ๆ”

อันยาตกใจหันมอง...สิงห์หน้าดุ ก่อนจะช่วยเหลืออันยาจนรถใช้การได้ปกติ อันยาควักเงินพันบาทให้ สิงห์หน้าเสีย อันยารีบถามว่าน้อยไปหรือจะควักเพิ่ม

“มันน้อยไป ที่จะเอากระดาษนี่มาแลกกับน้ำใจคน...คุณคงจะมาจากในเมือง ที่ทุกอย่างต้องใช้แบงก์แลกเอาหมด ถึงได้ไม่รู้ว่าคนที่นี่เขาช่วยเหลือกันโดยไม่ได้หวังอะไรตอบแทน”

อันยาหน้าเจื่อน “ฉันขอโทษ ฉัน...มาจากในเมืองจริงๆอย่างที่คุณว่า ขอบคุณจริงๆนะคะ” อันยาเปลี่ยนเป็นยกมือไหว้

สิงห์แนะนำตัว ไม่ได้โกรธอะไรแล้วถามมาทำอะไรแถวนี้ อันยาสลดลงบอกว่ามาตามคนที่ไร่แสนรัก สิงห์ชะงัก ฟังเธอบ่นว่าคนที่นั่นย้ายไปอยู่แม่อายหมด สิงห์ถามเธอมาหาใคร อันยานึกได้ว่าสิงห์อาจจะรู้จัก แสนจึงรีบบอกว่า ตนมาหาด็อกเตอร์แสน เผื่อนนาดี... สิงห์มองลักษณะอันยา แม้จะแปลกไปบ้างแต่น่าจะไว้ใจได้ จึงยอมบอกตนเป็นอะไรกับแสน

“คุณเป็นลูกพี่ลูกน้องของคุณแสน! เยส! เธอทำได้ สวรรค์ไม่ทอดทิ้งคนสวยๆอย่างเรา”

สิงห์เหล่มองท่าอันยาขำๆ เธอรีบขอโทษแล้วขอให้เขาพาไปพบแสน สิงห์ชั่งใจ

“ขอโทษนะที่ผมต้องถาม ไม่ทราบว่าคุณเป็นอะไรกับแสน คือ...ถ้าพวกคุณสนิทกัน ผมก็ไม่มีปัญหาที่จะพาคุณไปพบเขาหรอกนะ”

“ฉัน...ฉันเป็นเพื่อนของคุณแสนน่ะค่ะ” อันยาเสียงอ่อย

“เพื่อน...ถ้างั้นทำไมถึงไม่ติดต่อให้เขามารับ ไร่เราอยู่ตั้งไกล ทำไมถึงได้เสี่ยงมาตามหาเขาตัวคนเดียวแบบนี้”

อันยาอึกอัก ตัดสินใจเล่าความจริงทั้งหมดให้เขาฟัง สิงห์ตกใจไม่คิดว่าคนดีๆอย่างแสนจะเจอเรื่องอย่างนี้ แล้วต่อว่าเรื่องที่อันยาทำไม่ใช่เรื่องเล็กๆ

“ฉันรู้ ถ้าฉันไม่รู้ฉันก็คงไม่มาเพื่อจะขอโทษน้อง คุณ ขอโอกาสให้ฉันได้ไถ่โทษ ชดเชยความผิดที่ทำไปบ้างได้รึเปล่า”

“คนที่ถูกหักหลัง ไม่ใช่จะลืมความเจ็บปวดกัน ได้ง่ายๆหรอกนะ มิน่านายแสนกลับมาคราวนี้ เขาถึงไม่ร่าเริงเหมือนเดิม เพราะยังงี้เอง ผมคงช่วยอะไรคุณไม่ได้หรอก ถ้าแสนไม่อยากเจอคุณ คุณก็อย่าเจอเขาเลยดีกว่า” สิงห์จะเดินหนี

อันยาใจหายวาบ เหมือนความหวังสุดท้ายจะหลุดลอย เธอวิ่งเข้าขวางหน้า คุกเข่าขอร้อง

“ฉันรู้ว่าฉันทำผิดมาก ฉันรู้ว่าแค่คำขอโทษของฉันมันไม่พอ แต่คนที่สำนึกแล้วทำอะไรไม่ได้ ต้องทนอยู่กับความรู้สึกผิด เหมือนโดนปิดประตูใส่หน้าตลอดเวลา มันเจ็บมากนะคะ...ถ้าฉันไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง ถ้าด็อกเตอร์ไม่ให้้อภัย ฉันคง...ไม่มีทางให้อภัยตัวเองได้” อันยาสะอื้น

สิงห์รู้สึกเจ็บแค้นแทนน้อง แต่พอเห็นอันยาเสียใจมาก ก็อดสงสารไม่ได้

ooooooo

เมื่อรู้ตัวว่าท้อง ปุ๊กลุกออกจากบ้านมาอยู่กับเพื่อนเพราะกลัวพ่อ และตัวเองก็คิดจะทำให้แสนรับเป็นพ่อของลูกในท้องตัวเองให้ได้ แม้ว่าปรานีจะห่วง แต่ต้องช่วยลูกปิดโกมล

เย็นวันนั้น คิมหันต์ซึ่งมาอยู่เป็นเพื่อนลดากำลังจะกลับ เจอทวยเทพที่ล็อบบี้ เขาปราดเข้าซักไซ้ถามหาอันยาทันที ประจวบกับปุ๊กลุกให้เพื่อนพามาหวังจะถามอันยาว่าแสนอยู่ที่ไหน เพราะปุ๊กลุกยังเข้าใจว่า อันยาเป็นเมียแสน แต่พอปุ๊กลุกเห็นทวยเทพก็ชะงักไม่กล้าเข้าไป ได้แต่แอบฟัง คิมหันต์บอกกับทวยเทพว่า

“ใช่ เจ๊เขาไม่สบายใจกับเรื่องนี้มาก ที่เป็นคนวางแผนทำให้ด็อกเตอร์เสื่อมเสียชื่อเสียงถึงกับต้องออกจากงาน ก็เลยตามไปขอโทษ”

ปุ๊กลุกหน้าเหวอ ทวยเทพไม่เชื่อ คิมหันต์พยายามบอกให้ทวยเทพรู้ว่าอันยาแคร์แสนมากแต่เขาไม่เชื่อโวยวายใส่จนคิมหันต์เดินหนี ทวยเทพโมโห โทร.จ้างนักสืบที่เคยให้สืบเรื่องอันยามาสืบอีกที ปุ๊กลุกได้ยินอยากรู้เหมือนกันว่าแสนอยู่ที่ไหน จึงโผล่เข้ามาขวางหน้า ทวยเทพเห็นสภาพปุ๊กลุกก็ตกใจ มองท้องที่โตออกมาของเธออย่างหวั่นใจ ปุ๊กลุกรีบบอกว่าไม่เกี่ยวกับเขาในท้องเป็นลูกของแสน ทวยเทพถอนใจแต่ยังคาใจอยู่ไม่น้อย ปุ๊กลุกยื่นข้อเสนอ

“ฉันอยากได้ที่อยู่พี่แสน ถ้าให้ฉัน จะไม่มีการพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างฉันกับแก”

“นี่แบล็กเมล์ฉันเหรอ ถึงเธอพูดไปก็ไม่มีใครเชื่ออยู่แล้ว ว่าคนระดับฉันน่ะเหรอจะยุ่งกับผู้หญิงอย่าง...เฮ่ย...ช่างมันเถอะ จะว่าไปก็ไม่เสียหายที่จะให้เธอโผล่หน้าไปประจานไอ้ด็อกเตอร์ แต่เธอจะต้องไม่บอกใครเรื่อง...คืนนั้น”

ปุ๊กลุกเสียงเฉียบ “มันไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วเราก็ไม่รู้จักกัน”

ปุ๊กลุกดึงมือถือทวยเทพมากดเบอร์ตัวเองลงไป แล้วบอกให้เขาโทร.มาก่อนจะเดินจากไป ทวยเทพเริ่มยิ้มอย่างสะใจ ที่จะได้เห็นแสนอับอายขายขี้หน้า

ooooooo

แม้สิงห์จะยังไม่แน่ใจว่าเรื่องอันยาเป็นความจริงแค่ไหน แต่เขาก็รู้สึกว่าถ้าแสนได้เคลียร์เรื่องคาใจลงบ้างอาจทำให้เขากลับมาร่าเริงเหมือนเดิมได้ จึงช่วยเหลือพาอันยาเอารถเช่าไปคืนในเมือง...อันยาดีใจโทร.เล่าให้ลดาหมดห่วง ว่าจะค้างโรงแรมคืนหนึ่ง พรุ่งนี้ถึงขึ้นแม่อาย

“พอขึ้นไปถึงไร่ ได้เจอพ่อแสนแล้ว ไม่ว่าเขาจะพูดยังไงหนูก็ต้องเข้มแข็ง จำไว้ว่าย่ารักหนู เอาใจช่วยหนูอยู่นะลูก” ลดาอดเตือนไม่ได้ อันยารับปากหนักแน่น

วันรุ่งขึ้น สิงห์ต้องจอดรถให้อันยาลงไปอาเจียนข้างทาง ด้วยความเมารถตลอดทางจนถึงไร่แสนรัก อันยาลืมตาขึ้นมาเห็นความสวยงามของไร่สุดลูกหูลูกตา ค่อยยิ้มออก...สินกับฟองคำออกมาต้อนรับเมื่อรู้จากสิงห์

ว่า อันยาเป็นเพื่อนของแสน ฟองคำรู้สึกเอ็นดูอันยาอย่างมาก จัดที่พักให้เพราะแสนยังไม่กลับมาจากแม่ริม

“พักให้หายเพลียแล้วกินมื้อเย็นด้วยกันนะจ้ะ บ้านเนี้ยะมีน้าเป็นผู้หญิงอยู่คนเดียว และก็แก่แล้ว...มีสาวๆแบบหนูมาบ้านจะได้สดใสขึ้น”

อันยายกมือไหว้ขอบคุณ แต่ในใจรู้สึกบีบคั้นอย่างมาก ที่ตนทำร้ายลูกชายเธอ...ก่อนหน้านี้อันยาถามสิงห์ว่าตนควรสารภาพกับฟองคำและสินไหม สิงห์ถอนใจ

“ไม่ใช่พวกเขาจะไม่รู้จักให้อภัยคนนะอันยา แต่...แค่ต้องรับมือนายแสน มันก็ยากอยู่แล้วผมไม่แน่ใจว่าพวกคุณน้าต้องรู้ตอนนี้ไหม”

อันยาตัดสินใจยังไม่บอกอะไร...ขณะเดียวกัน สินท่าทางยินดีที่ลูกชายมีสาวสวยมาหาแต่ฟองคำรู้สึกว่า อันยาท่าทางเศร้าๆไม่ต่างจากแสน

ตกเย็น อันยาสะดุ้งตื่นขึ้นมารีบออกมาที่ห้องกลาง ไม่พบใครสักคน จึงออกไปเดินในไร่ชมวิวทิวทัศน์อย่างเพลิดเพลินไปจนถึงท้ายไร้ นึกอยากถ่ายรูปแต่ไม่ได้เอามือถือมา จึงหันหลังกลับมามอง พบว่าตัวเองเดินมาไกลมาก...ในขณะที่ ฟองคำกับสินแปลกใจที่อันยาหายไปนานไม่ทันไร หนานปิงเดินเข้ามากับแสน สินชะเง้อมองถาม
“นี่เข้ามากันสองคนเองเหรอ”

“ก็เออสิวะ ยังจะมีใครอีก” หนานปิงสวนสินอ้าปากจะเถียงกับหนานปิงที่ตอบกวน แสนตัดบทถามว่ามีอะไรกันหรือ สินกับฟองคำมองหน้ากันก่อนจะบอกลูกว่า มีสาวมาหา...

อันยากำลังเดินหาทางกลับบ้าน ท้องก็ร้องจ๊อกๆ เธอเอ็ดท้องตัวเองให้หยุดร้อง พลันเห็นผลสตรอว์เบอร์รี่แดงฉ่ำน่ากิน ใจหนึ่งเกรงจะเป็นการขโมย แต่ท้องก็ร้องไม่หยุด จึงนั่งลงชิมๆ

“หือ...ไม่เสียทีที่เป็นสตรอว์เบอร์รี่ไร่ด็อกเตอร์แสน หย่อยมาก...” อันยากินตุ้ยๆ อย่างลืมตัว

“ที่แท้ก็มากินสตรอว์เบอร์รี่มีความสุขอยู่นี่เอง!” เสียงชายคนหนึ่งดังขึ้นด้านหลัง

อันยาชะงัก หันมามองทั้งที่ยังเต็มปาก พอเห็นเป็นแสนก็รีบทิ้งสตรอว์เบอร์รี่ในมือ หน้าเหวอ ปรับท่าทีรักษาฟอร์ม “คือ ฉัน...ฉันหิวจริงๆนะคุณ ไม่ได้ขโมยนะ ไว้เดี๋ยวฉันจ่ายตังค์ให้”

“ช่างมันเถอะ ถ้าแค่นี้ผมถือว่าทำทาน ตอนนี้ทุกคนที่บ้านวุ่นวายหาคุณกันใหญ่เชิญกลับได้แล้ว” แสนหันหลังกลับ

“ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจให้ที่บ้านคุณเป็นห่วง แต่ฉันหาทางกลับไม่เจอจริงๆ ความจริงเมื่อวานก็เกือบหลงทางไปทีนึงแล้ว ฉันคงไม่คุ้นกับทางในชนบท”

แสนทนไม่ไหวหันมาเอ็ด “ถ้างั้นคุณก็ไม่ควรมา จำที่ผมบอกคุณครั้งสุดท้ายที่เราเจอกันไม่ได้แล้วเหรอ...สิ่งเดียวที่ผมต้องการจากคุณ คือไปให้ไกล คนไร้หัวใจอย่างคุณ...”

“ทำไมฉันจะจำไม่ได้ เพราะว่าฉันจำได้ ฉันถึงมา เพราะฉันรู้ว่าทำกับคุณเอาไว้มาก ฉันถึงต้องมาตามหาคุณ ฉันอยากให้คุณรู้ ว่าฉันเสียใจกับเรื่องนี้มากแค่ไหน ตอนนี้ ฉัน...ฉันก็ไม่ได้ทำงานที่ไรท์เพอเซิ่ลแล้ว” อันยาหวังว่าแสนจะใจอ่อนลงบ้าง

“แล้วคุณมาบอกผมทำไม คุณจะทำหรือว่าจะออกจากที่ไหน มันก็ไม่เกี่ยวกับผม”

“ทำไมจะไม่เกี่ยวล่ะคะ ฉันลาออกเพราะฉันรู้แล้ว ว่าสิ่งที่ฉันทำกับคุณมันผิด สิ่งที่บริษัทนั้นหลอกให้ฉันทำมันเลวร้าย สุดท้ายฉันเองก็เป็นแค่หมากตัวหนึ่งของพวกนายทุนโลภมาก”

“พอกันที! คุณจะมาพูดเรื่องนี้ให้มันได้อะไรขึ้นมาอีก”

“คุณแสน...หลังจากวันนั้น ที่คุณบอกว่า อย่าพบอย่าเจอกันอีก ฉัน ฉันไม่เคยสบายใจเลย ฉันไม่เคยยิ้มออกจริงๆเลยสักครั้ง...คุณเชื่อฉันอีกสักครั้งได้ไหม ต่อไปนี้ฉันสัญญาว่า ฉันจะไม่พูดโกหกอีก คุณเชื่อฉันนะคะคุณแสน”

แสนต้องต่อสู้กับจิตใจตัวเองอย่างมาก หันมาบอกอันยา “ผมถามจริงๆหลังจากทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณทำ คุณยังต้องการอะไรจากผมอีก คุณหลอกผมซะขนาดนั้น มันยังไม่พออีกรึไง ห๊ะ! อันยา...กลับกันสักที พรุ่งนี้เช้า ผมจะให้พี่สิงห์ไปส่งคุณในเมือง”

อันยาเหมือนโดนกระแทกใจอย่างจัง ด้วยคำพูดของแสน เธอเดินไปคนละทางกับเขาดื้อๆ แสนหันกลับมาแปลกใจร้องเรียกให้เธอกลับมา แต่อันยาหูอื้อ ดวงตาเต็มไปด้วยน้ำตา แสนจำต้องวิ่งตามไปฉุดเธอไว้ อันยาสะบัดออก

“ฉันไม่ไปกับคุณ คุณอยากให้ฉันไปไกลๆคุณเห็นฉันเป็นคนหลอกลวง ฉันทำสิ่งที่คุณ... ให้อภัยไม่ได้ ฉัน...ฉันมันเป็นคนไม่ดี”

“หยุดพูดเพ้อเจ้อซะที”

“แต่คุณก็คิดอย่างที่ฉันพูด ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างเรา สำหรับฉัน...ฉันลืมมันไม่ได้ แต่สำหรับคุณ มันเหลืออยู่แค่ประโยคเดียว คือฉันหลอกคุณ...แค่นั้น”

แสนอึ้งกับคำตัดพ้อของอันยา เธอผละจากเขา วิ่งหนีไปอย่างปวดร้าว ไปนั่งซุกตัวกอดเข่าร้องไห้หลังต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง...ทางบ้านฟองคำจัดเตรียมอาหารเย็น สินมองอย่างเปรี้ยวปาก ต่างจากหนานปิงที่เป็นห่วงหลานชาย เพราะได้ยินคนท้ายหมู่บ้านคุยกันว่า มีพวกคนร้ายใช้เส้นทางแถวนั้น สิงห์ชักกังวลแต่สินคิดในทางดีว่าทหาร ตำรวจน่าจะตรวจตราอยู่

ooooooo

พอร้องไห้จนเหนื่อย อันยาเงยหน้ามามองไปรอบตัว ท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้ม เธอใจหายวาบความกลัวเข้าทับถม ไม่มีเงาของแสนแม้แต่น้อย เริ่มรู้ตัวว่าหลงป่าจึงร้องเรียกแสน พลันได้ยินเสียงคนเดินผิวปาก เธอรีบย่ำเท้าเข้าไปใกล้ แหวกกิ่งไม้ที่เกะกะออก เห็นกองไฟที่ก่ออยู่ ก็ดีใจ

“ฉันอยู่นี่ค่ะ คุณ...แสน...” อันยาตกตะลึงเมื่อเห็นชายฉกรรจ์หน้าเหี้ยมสามคน

“โอ้โฮ มีเนื้อสดเดินมาหาถึงที่เลยว่ะ ลูกพี่” ชายคนหนึ่งผิวปากตาวาวโรจน์

จ่อเล หัวหน้าโจรป่าทำหน้ากะลิ้มกะเหลี่ยเปรยกับลูกน้องว่า “ตาข้าไม่ฝาดใช่ไหมวะ นังนี่มันแต่งตัวยังกะพวกนางแบบ”

อันยาหน้าเหวอเตรียมจะวิ่งหนี จ่อเลตะโกน บอกให้มานั่งด้วยกัน อันยาปฏิเสธจะเดินไป ลูกน้องจ่อเลเข้าขวางหน้าทันที จ่อเลตามมากระชากตัวอันยา ยกมีดขึ้นขู่อย่าขัดใจ แสนตามมาถึง อันยาดีใจโผเข้าเกาะแขนเขาหนึบ จ่อเลเหล่มองถามว่า “นี่เมียแกเหรอ...”

แสนรับว่าใช่แล้วโอบเอวเธอเข้าประชิด อันยาเงยหน้ามองอย่างตกใจ แสนทำทีเย้า

“บอกแล้วว่าอย่ามาทางนี้ ขอโทษที่เมียผมมาเกะกะ พวกเราไม่พูดมากหรอกครับ ผมแค่มาตามเมียกลับบ้าน ไปอันยา”

“เป็นคนแถวนี้แน่เหรอ...หน้าตาท่าทางดูไม่ใช่” จ่อเลไม่ให้กลับไป

แสนรีบบอกว่าจริง ตนทำไร่สตรอว์เบอร์รี่อยู่ ตรงโน้น จ่อเลขอดูมือ พอเห็นว่ามือด้านจึงเชื่อว่าทำไร่จริง แสนขอพาเมียกลับ อันยาเผยอยิ้มดีใจแต่แล้วต้องหุบยิ้มเมื่อจ่อเลบอกว่า

“แกจะกลับก็ได้ แต่ปล่อยเมียไว้ที่นี่ ขอยืมให้ความอบอุ่นพวกข้าสักคืน”

อันยาร้องลั่น ไม่เอา...แสนนิ่งคิดชั่วอึดใจก่อนจะบอกว่า “ก็ตามใจพี่...”

อันยาเหวอ “คุณแสน นี่...นี่คุณแค้นฉันขนาดนี้เลยเหรอ”

จ่อเลกับลูกน้องหัวเราะชอบใจ “แล้วอย่าคิดเรียกตำรวจล่ะ ถ้าอยากให้เมียแกรอด”

ลูกน้องจ่อเลดึงตัวอันยามา แสนทำท่าจะเดินแล้วคว้าท่อนไม้ฟาดแขนลูกน้องจ่อเล ดึงตัวอันยากลับมา ลูกน้องจ่อเลอีกคนชักมีดออกมาจะแทง แสนเหวี่ยงท่อนไม้ แต่พอท่อนไม้จะถูกแสกหน้า แสนก็ชะงักเปลี่ยนเป็นถีบลูกน้องจ่อเลแทนแล้วดึงอันยาวิ่งหนี จ่อเลเห็นเช่นนั้นก็ลดปืนลงแววตาครุ่นคิด

แสนดึงอันยาวิ่งกันมาอย่างสุดแรงเกิด อันยาหอบมาก แสนยังเร่งให้เธอวิ่งเร็วขึ้น เขาดึงให้เธอกระโดดข้ามก้อนหิน เธอเซมาปะทะอกเขา รู้สึกอบอุ่นเล็กน้อย แสนเตือน

“พวกนั้นเป็นโจรป่า ไวยังกับม้า แค่นี้มันตามทันแน่ วิ่งไปอีกหน่อยจะเจอทางไปไร่”

เสียงสับไกปืนดังขึ้นด้านหลัง จ่อเลกับลูกน้องตามมาทัน “เอ็งพูดถูกแล้ว ที่ว่าพวกข้าไวเหมือนม้าแล้วคิดว่าจะหนีพ้นงั้นเรอะ”

ลูกน้องโวยที่ให้วิ่งตามจนเหนื่อย กระชากคอแสนมาจะอัด จ่อเลห้าม ลูกน้องถามทำไมไม่ทำแสนแล้วชิงผู้หญิงมา จ่อเลกลับถามแสน

“ทำไมเมื่อกี้ แกไม่ฟาดลูกน้องข้า”

“ถ้าฟาดตรงแสกหน้า กะโหลกร้าว เขาอาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิต” แสนชี้แจง

ลูกน้องจ่อเลค่อนขอดเยาะๆช่างเป็นคนดีเหลือเกิน แสนหันมาพูดกับจ่อเล “คุณเองก็ไม่ได้กะจะทำร้ายพวกเราแต่แรก คุณให้ผมกลับไป แต่...ใครจะทนให้คนอื่นย่ำยีเมียเราได้ล่ะ”

“ปากดีนักนะ!” ลูกน้องจะอัดแสน

จ่อเลห้ามอีก  และบอกว่าตนจะจัดการเอง ลูกน้องถอยยิ้มเยาะๆเสร็จแน่ จ่อเลขยับปืน แสนดึงอันยาเข้ามากอดไว้แน่น จ่อเลลดปืนลง

“แกพูดถูกว่ะ แกไม่ใช่พวกขี้ขลาด กล้าปกป้องเมีย พูดกันตรงๆแบบนี้ข้าชอบว่ะ...ให้ข้าเลี้ยงข้าวป่าพวกเอ็งสักมื้อก็แล้วกัน” จ่อเลบีบไหล่แสน ลูกน้องทำหน้างงงวย

ooooooo

ในขณะที่ ฟองคำชักจะใจคอไม่ดี เป็นห่วงแสนกับอันยา หนานปิงเห็นด้วย ทั้งสองตัดสินใจจะออกไปตามหา สิงห์ประคองหนานปิง สินไม่อาจห้ามเมียกับพ่อตาได้จำต้องไปด้วย

อันยาเกาะแขนแสนเดินตามจ่อเล เธอกระซิบถามทำไมต้องมากับพวกนี้ด้วย แสนกระซิบตอบว่า พวกมันคงกลัวเราจะกลับไปแจ้งตำรวจ แล้วพวกมันต้องหนีหัวซุกหัวซุน

“แต่เราก็บอกแล้วนี่ว่าจะไม่บอกใคร”

“พวกนี้เป็นโจรนะ จะเชื่อใครเต็มร้อยล่ะ ขนาดคนธรรมดาๆไม่ใช่โจรยังเชื่อไม่ค่อยได้” อันยาสะดุ้งเหมือนโดนแขวะ ไม่ทันจะเถียงแสนพูดต่อ “เราไม่มีทางเลือก ถ้ามันเชื่อใจเราอยู่บ้าง บางทีพรุ่งนี้ก็อาจจะปล่อยเรากลับ”

อันยาหน้าเสีย “อาจเหรอ! แล้ว...แล้วถ้ามันเกิดไม่เชื่อใจเราล่ะ เราจะเป็นยังไง”

จ่อเลใช้มีดฟันกิ่งไม้ดังฉับ อันยาสะดุ้งหน้าซีดด้วยความกลัว ...จนกระทั่งถึงจุดพักแรม จ่อเลกับลูกน้องช่วยกันก่อกองไฟ แสนกับอันยายังยืนเก้ๆกังๆ จ่อเลแกล้งถามไม่เมื่อยหรือ

“แล้วจะให้นั่งตรงไหน เก้าอี้หรือเบาะอะไรก็ไม่มี” อันยาลืมตัวโวยออกไป

“ถ้าต้องการเบาะหนังชั้นดีมานั่งนี่” ลูกน้องจ่อเลตบตักตัวเอง หัวเราะครื้นเครง

“เฮ้ย! เกรงใจผัวเขาหน่อย ยืนหัวโด่อยู่นี่...เมียเอ็งเนี่ยเรื่องเยอะจริงๆนะ” จ่อเลหัวเราะ

“เขามาจากในเมืองน่ะพี่ คนไม่เคยลำบากก็แบบนี้แหละ” แสนแก้ต่างให้อันยา

แต่เธอกับโวย “นี่ใครว่าฉันไม่เคยลำบาก แล้วไอ้ที่ฉันไปลุยโคลน ลุยนากับคุณนี่ ไม่ลำบากรึไง”

พวกโจรมองอันยาเถียงอย่างสงสัย แสนปราม “ถ้าทนได้ก็นั่งสิ มัวเถียงผมอยู่ทำไม”

“ข้ารู้แล้วว่าทำไมพวกเอ็งถึงทะเลาะกัน นังนี่มันไม่ยอมใครซะเลย แม้แต่ผัวตัวเอง ตกลงเอ็งจะนั่งหรือไม่นั่ง”

อันยาชักหวาด แต่เก้ๆกังๆจึงโดนแสนดึงให้นั่ง เธอร้องโวยวายว่ามีมดมีแมลงอะไรไม่รู้เข้าเสื้อ ลูกน้องจ่อเลรีบบอกว่าจะเอาออกให้ อันยาชะงัก กระเถิบเข้าหาแสน จ่อเลบอกแสน

“เอ้า รีบๆช่วยเมียเอ็งเข้า เดี๋ยวมันกรี๊ดจนสัตว์ตื่นหมดป่า”

แสนเห็นสามโจรมองอันยาตาเป็นมัน จึงทำทีบอกอันยาว่าตนจะเอาออกให้ แล้วเอื้อมมือเข้าไปที่ คอเสื้อด้านหลังของเธอ อันยาผงะรีบบอกว่าตนเอาออกเองก็ได้ แล้ววิ่งไปที่หลังเต็นท์ ปรากฏว่าเป็นเพียงเศษใบไม้แห้ง แสนยืนรอด้วยความเป็นห่วง

พวกโจรคุยกันว่าเสียดายอันยาไม่น่ามีผัวตามมา จ่อเลเอ่ยตนสงสัยว่าเป็นผัวเมียกันจริงๆหรือเปล่า เพราะผัวเมียไม่น่าเขินกันขนาดนี้ จะว่าข้าวใหม่ปลามันก็ไม่น่า คงต้องพิสูจน์

แสนพาอันยาเดินกลับมา เห็นจ่อเลกำลังใช้มีดเหลาไม้ท่าทางอำมหิต ลูกน้องช่วยกันบิวต์ว่าลูกพี่โหดขนาดไหน

“ถ้าลูกพี่จับได้ว่าใครหน้าไหนมันหลอกเราล่ะก็...” ลูกน้องคว้าก้อนดินขึ้นมา

อันยาถามจะให้กินดินหรือ ลูกน้องทั้งสองหัวเราะร่า จ่อเลเอามีดปักดินขู่ก่อนจะบอกว่า “เอาดินกลบหน้า ทำปุ๋ยต่างหากล่ะ...ข้าเกลียดคนโกหก พวกเอ็งสองคน เป็นผัวเมียกัน ก็ไม่ชอบให้อีกฝ่ายโกหกเหมือนกันใช่ไหมล่ะ”

อันยาสะเทือนเหลือบมองแสน เห็นเขาข่มอารมณ์นิ่งหน้าเครียดอยู่ จ่อเลยังย้ำอีกว่า ผัวเมียกันนี่แหละชอบโกหกกัน แสนสวนทันควันว่าเขาไม่เคยโกหก อันยาก้มหน้าอย่างอึดอัดเหมือนโดนจี้ใจดำ ลูกน้องจ่อเลกระเซ้า

“แล้วน้องสาวล่ะจ๊ะ ริมฝีปากสวยๆแบบนี้ พูดโกหกบ้างรึเปล่า” แสนรู้สึกจี๊ดขึ้นมา อันยาอึดอัดใจอย่างมาก “ไม่ตอบแบบนี้จะหมายความว่ายังไงลูกพี่ เอ...เคยโกหกหรือว่าไม่เคย...”

อันยาทนไม่ไหวโวย “เคยแล้วไง ไม่เคยแล้วยังไง ทำไมต้องคิดว่าคนโกหกไม่รู้สึกอะไร เขาอาจจะเสียใจมากๆก็ได้”

“แต่ก็ไม่เท่ากับคนที่โดนหลอก” แสนโต้ อันยามองแสนด้วยความน้อยใจ เขาหลบตา

“อ้าวเฮ้ย! มาทะเลาะกันเองซะแล้ว พวกเอ็งจะโกหกกันเองก็ไม่เป็นไร แต่หวังว่าน้องชายคงไม่หลอกพวกเราหรอกนะ” จ่อเลเหมือนพูดเล่น แต่สายตาเอาจริง

แสนรู้ในทีว่าจ่อเลกำลังสงสัยตนกับอันยา...

ทางไร่แสนรัก สิงห์โทร.แจ้งตำรวจให้ช่วยตามหาแสนกับอันยา ทางตำรวจบอกว่า ต้องรอให้สว่างก่อน แต่ได้ส่งกำลังตำรวจตามโจรกลุ่มนี้อยู่ ทำเอาฟองคำ หนานปิงและสินเครียด

จ่อเลให้ลูกน้องเอาปลาปิ้งให้แสนและอันยากิน จ่อเลเอ่ยกับแสน

“จะว่าไปเมียแกนี่ ไม่เหมือนคนอยู่ไร่อยู่ดอยเลยจริงๆ”

“ก็อย่างที่ผมบอก เขามาจากในเมืองน่ะพี่” แสนพยายามแก้

พวกโจรบอกว่า เคยเห็นผู้หญิงในเมือง ไม่เห็น แต่งตัวประหลาดแบบนี้ อันยาปรี๊ด

“ประหลาดเหรอ! เขาเรียกว่ามีสไตล์ต่างหาก”

แสนเกรงอันยาพูดมากเกินไปรีบเอาปลาเผาใส่ปาก “กินซะ หิวทีไรพูดจาเพ้อเจ้อทุกที”

อันยาบ่นอู้อี้ จ่อเลร้อง “เฮ้ย...ท่าทางผัวเมีย จะทะเลาะกันอีกแล้ว นี่น้องสาวเป็นผู้หญิง โกรธผัวมันไม่ดีหรอกนะ ป้อนข้าวป้อนปลาผัวเอ็งหน่อยสิ”

อันยาร้องฮ้า! ลูกน้องจ่อเลจับผิด ทำไม่ได้หรือ ไม่เคยทำ...เป็นผัวเมียกันจริงหรือเปล่า อันยารีบกลับลำ ทำเนียนบิปลาป้อน“แหม...จะไม่ใช่ได้ยังไง กินปลานะจ๊ะพี่”

แสนไม่ยอมอ้าปาก มองปลาในมืออันยา เธอกระซิบให้ช่วยกินหน่อย แสนติงมันมีก้าง อันยาเหวอ เยอะไปเปล่าเนี่ย จึงส่งให้ “ก็...ก็แกะเองไม่ได้รึไง”

“ใครป้อนก็แกะให้สิ” แสนโต้

“นี่! ข่มได้ข่มเอาเลยเหรอ”

แสนทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ อันยาเหลือบมองโจร ทั้งสามจ้องอยู่จึงจำต้องแกะก้างออกแล้วป้อนเข้าปากแสน แต่เขาจะเอาอีกกำชับให้เอาเนื้อตรงหาง อันยาข่มอารมณ์ หายใจฟืดฟาด แสนแอบอมยิ้มที่ได้แกล้งเธอ

ooooooo

คืนนั้น ฟองคำร้อนใจเป็นห่วงลูก จะออกตามหา เอง สินต้องปลอบจะยิ่งไปกันใหญ่ถ้าเธอหายไปอีกคน ฟองคำจึงสงบลง สวดมนต์ภาวนาให้พระคุ้มครองลูก

ตลอดเวลาที่นั่งอยู่กับโจร ลูกน้องจ่อเล จ้องมองเธอตาเป็นมัน เธอหวาดกลัวขยับเข้าชิดแสน เขาเห็นใจจึงโอบกอดเธอไว้ อันยาเขินแต่แสนกลบเกลื่อนว่า ไม่ต้องอายพวกเขาเข้าใจไม่ถือสา จ่อเลยื่นกระบอกใส่เหล้าให้แสนดื่ม อันยากระซิบอย่าดื่มเกรงถูกมอม แสนทำทียิ้มๆ

“ไม่เป็นไรน่าที่รัก แค่นิดหน่อย...เมียผมไม่ชอบ ให้กินเหล้า” แสนบอกจ่อเล

“กลัวเมียแบบนี้ใช้ไม่ได้นะ” จ่อเลท้วง

แสนรับกระบอกเหล้ามาดื่ม รู้สึกว่ามันแรงมาก จ่อเลชอบใจเติมให้อีก อันยามองอย่างเป็นห่วง เปรยว่าอย่าเมามากนะ แต่จ่อเลกลับบอกว่า มีแขกมาร่วมวงแบบนี้ สนุกกว่าทุกทีจริงๆ ชนกระบอกกับแสนให้ดื่มอีก แสนทำทีเป็นดื่ม พอทุกคนเผลอก็เททิ้ง

จู่ๆจ่อเลก็ถามโพล่งขึ้นว่า มีลูกกันหรือยัง อันยาสะดุ้งโวย ว่าหุ่นอย่างตนเหมือนคนมีลูกแล้วหรือ แสนหน้าเสีย กระตุกอันยาให้หยุด แกล้งหยิกแก้มเธอ

“ที่รัก...ก็คุณขี้อายแบบนี้น่ะสิ...เมียผมมันขี้อายน่ะพี่ เราเลยไม่มีลูกกันซะที”

“เออเว้ย ทำยังกับเป็นสาวๆไม่มีผัวยังงั้นแหละ”

อันยารู้ว่ากำลังถูกจับพิรุจ รีบแก้ “แหมพี่...คนจะอายมันก็อายอ่ะนะ มี...ผัวแล้วก็อายได้”

“ไม่น่าเชื่อ เอ็งนี่แต่งตัวคนละเรื่องกะนิสัยเลย ดูไม่น่าจะขี้อาย”

อันยาหน้าม้านที่โดนวิจารณ์ แสนแอบขำ จ่อเล

บอกแสนจะสอนวิธีผลิตลูกให้ ว่าแล้วก็ลุกเดินมาใกล้ อันยาหน้าเสียขยับเข้าหลบหลังแสน จะสอนอย่างไร

“ของอย่างนี้สอนด้วยปากเปล่าไม่ได้ มันต้องปฏิบัติให้ดู...”

“ปฏิบัติ! ไม่ ไม่เอานะ คุณแสน คุณ...คุณช่วยฉันด้วย...”

แสนรีบปราม “พี่...ก็ไหนพี่บอกว่า...”

“ก็บอกว่าจะช่วยยังไงเล่า”

อันยากอดแสนแน่นร้องลั่น “ไม่ ไม่ ฉันรักคุณแสนคนเดียว รักเขาคนเดียว อย่าทำฉันเลยนะ ขอร้อง...ถ้า ถ้าใครฝืนใจฉัน ฉันตายไปจะเป็นผีมาหลอกเลยคอยดู”

แสนอึ้งเมื่อได้ยินคำบอกรักของอันยา แต่ต้องเล่นตามเกมไป จ่อเลโวย

“ฝืนใจ! ลืมตาดูซะก่อน ข้ายังไม่ได้ทำอะไรซะหน่อย” จ่อเลนั่งลงด้านหน้าแสน ไม่ได้รุกรานแต่อย่างใด อันยาลืมตามองงงๆ

จ่อเลให้ลูกน้องคนหนึ่งมาสาธิตการนวดกดจุดที่เท้าตัวเองให้ดู “ข้ารู้จักพ่อค้าจีนอยู่คนมันใช้วิธีกดนวดจุดที่เท้า กระตุ้นต่อมไตอะไรต่างๆให้มันทำงานดี แล้วทีนี้อยากจะมีลูกสักกี่คนก็สบายบรื๋อ เออ นวดเข้านั่นแหละๆ”

แสนกับอันยาทำหน้าเหวอ จ่อเลบอกให้อันยานวดแสนตามไปด้วย ไม่อยากมีลูกหรือ อันยาพยักหน้าหงึกๆรีบดึงรองเท้าแสนออก ลงมือนวดเก้ๆ
กังๆ แสนจั๊กจี้ ติงให้นวดไม่ใช่กดเท้าเล่น อันยาถลึงตาใส่ แกล้งกดแรงๆจนเขาร้องลั่น

“ขอโทษค่ะ พอดีอยากให้ได้ผลเร็วๆเลยจัดเต็มไปหน่อย...คุณแสน มือฉันเล็กแค่นี้ จะเจ็บอะไรขนาดนั้น” อันยากระซิบ

“ตอนที่ตามหา เท้ามันพลิกเลยเคล็ดนิดหน่อย”

“แล้วทำไมไม่บอก ขอโทษนะคุณ เอ่อ...พี่ ฉันไม่รู้ว่าพี่เจ็บอยู่” อันยาหน้าเสีย หันไปคว้าหม้อที่ใส่น้ำไว้ มาล้างเท้าให้แสน

“อันยา...ไม่เป็นไรหรอก แค่นี้เอง” แสนเกรงใจ

อันยาหันมาขอยานวดแก้ระบมกับจ่อเล เขาพยักหน้าให้ลูกน้องเอาเหง้าไพลให้เธอ

“เหง้าไพล ทุบแล้วเอาไปพอก ลดเคล็ดลดบวมได้”

อันยาใช้ก้อนหินทุบเก้ๆกังๆศอกพลาดไปโดนหม้อหก น้ำราดเสื้อเปียก อันยาไม่สนใจจดจ่อกับการจะช่วยแสน จนพอกสมุนไพรให้เขาได้สำเร็จ ไม่ทันไร

เธอก็จามออกมาเพราะเสื้อเปียกชื้น แสนถอดเสื้อตัวเองออกให้อันยาเปลี่ยน

“แล้วคุณล่ะ ถ้าคุณไม่มีเสื้อ ฉันไม่เปลี่ยนนะ” อันยายังห่วงแสน

สามโจรมองทึ่งๆก่อนที่จ่อเลจะเอาเสื้อของตัวเองให้แสนแทน รู้สึกผ่อนคลายการจับผิดลง “รักกันขนาดนี้ ทีหลังก็อย่าทะเลาะกันอีกล่ะ อยู่กันดีๆดึกมากแล้ว พวกเอ็งไปนอนเถอะ ข้ายกเต็นท์ให้”

“ไม่ต้องหรอกพี่ พวกผมนอนข้างนอกได้”

“เฮ้ย บอกแล้วว่าคืนนี้เอ็งเป็นแขกของข้า” จ่อเลบีบไหล่แสน “บรรยากาศในป่าในเขาแบบนี้ เหมาะจะผลิตลูกนักล่ะเอ็ง...ทำให้เสร็จล่ะ พวกข้าจะไปนอนทางโน้น”

“พูดอะไรของเขาเนี่ย...” อันยาได้ยินไม่ถนัด

แสนทำหน้าคิดบางอย่าง ไม่กล้าบอกอันยา...พอเข้ามาในเต็นท์ อันยาให้นอนคนละฟาก แต่แสนกลับคว้าข้อมือดึงเธอมาซบอก อันยาตกใจถามเขามีอะไร เขาสบตาเธอเหมือนกดดัน

“อย่า อย่าบอกนะว่าฉันนวดกดจุดให้คุณได้ผล นี่...อย่าล้อเล่น” ไม่ทันตั้งตัว แสนจูบปากเธอ อันยาตั้งสติได้ผลักเขาออก “คุณ! ฉัน ฉันมาง้อคุณก็จริง แต่ แต่คุณยังไม่ยกโทษให้ฉันเลยนี่แล้ว แล้วทำไม...”

แสนไม่ตอบ กลับโน้มหน้าเข้าจูบอย่างนุ่มนวลอีกครั้ง อันยาไม่อาจต้านความรู้สึกได้เคลิบเคลิ้มไปกับรสจูบของเขา จนเขาถอนริมฝีปากออก เธอจึงถามเขาไม่โกรธแล้วใช่ไหม

แสนชะงัก ทิฐิที่วางไว้ตีกลับขึ้นมา มองออกไปนอกเต็นท์ “พวกนั้นอยู่ข้างนอก แอบดูเราอยู่...รู้แล้วใช่ไหมว่าจะต้องทำยังไง ถ้าคุณไม่อยากเป็นเมียโจร”

อันยามองลอดช่องทางเข้าเต็นท์ เห็นพวกจ่อเลจับตามองก็ตกใจ “ฉัน...นี่หมายความว่าเราสองคนจะต้อง...ไม่ ไม่นะ ฉันยังไม่พร้อม ถึงจะเป็นคุณ แต่  แต่ที่ฉันเคยจินตนาการเอาไว้ มันไม่ใช่แบบนี้...คุณ คุณแสน...”

อันยาเห็นแสนขยับเข้ามาใกล้ จึงหลับตาปี๋ แสนดันอันยาให้นอนลง เพื่อให้ข้างนอกเห็นเพียงเงาๆว่าเขาสองคนกอดกันอยู่ อันยาตัวเกร็งใจสั่นรัว กว่าจะรู้สึกว่าแสนแค่โอบกอดหลวมๆไม่ได้ทำอะไรเกินเลยมากกว่านั้น เสียงแสนทำให้เธอได้สติ

“แค่นี้...พวกนั้นก็คงจะเชื่อแล้ว...”

“นี่...ที่ว่าจะหลอกพวกนั้น คือ...เนี่ยนะ!” อันยามองหน้าแสน

“แล้วคุณคิดว่าผมจะทำอะไรมากกว่านี้งั้นเหรอ... โทษทีนะที่ทำให้ผิดหวัง ไม่เป็นอย่างที่คุณจินตนาการ”

อันยาทั้งเขินทั้งอาย ทุบเขาอั๊กๆ “บ้า ฉันต่างหากที่ต้องพูดแบบนั้น”

“ก็คุณบอกเอง ว่าเคยจินตนาการไว้ แต่ว่าผม... ไม่เคยคิดนะ”

“ฉันไม่เชื่อ เมื่อกี้นี้ คุณจูบฉันจริงๆใช่ไหมคะคุณแสน” อันยาจะลุกขึ้น

แสนรวบเธอมากอด “อย่าลุกเดี๋ยวพวกนั้นสงสัย”

“พวกนั้นยังไม่ไปกันอีกเหรอ” แสนพยักหน้า อันยากลัว ยอมนอนไม่ขัดขืน

“เรานอนอยู่อย่างนี้ไปก่อน เพื่อความปลอดภัย” ใจอันยาเต้นระทึกขึ้นเรื่อยๆ แสนได้ยินหัวใจเธอเต้นแรงจึงถาม “คุณกลัวเหรอ”

“กลัวใจน่ะสิ ไม่ได้กลัวโจร” ในใจอันยาตอบ

แสนปลอบไม่ต้องกลัว ตนจะไม่ให้ใครรังแกเธอ ได้ แสนรู้สึกจะหวั่นไหวเสียเอง ลืมความบาดหมางที่มีต่อเธอ อันยาเองก็รู้สึกอบอุ่น อยากอยู่แบบนี้ตลอดไป

ooooooo

รุ่งเช้า แสงแดดลอดเข้ามาในเต็นท์ แสนลืมตาขึ้นเห็นอันยาซุกอยู่บนอกเหมือนเด็กๆ จึงไม่ขยับตัวกลัวเธอตื่น แต่แล้วมีเสียงคนเดินมาเปิดเต็นท์พรึบขึ้น อันยาสะดุ้งตื่น แสนปกป้องเธอทันที ลูกน้องจ่อเล บอกว่าต้องรีบไปกันแล้ว

เมื่อแสนกับอันยาเดินออกมา เห็นพวกโจรกำลังเก็บข้าวของ จ่อเลถามเมื่อคืนได้ผลไหม แสนพยักหน้าหงึกๆ ส่วนอันยาอายมาก

“ถ้าทะเลาะกับผัวอีก ก็อย่ามาเดินเพ่นพ่านในป่าล่ะ ถ้าไม่ใช่พวกข้าละก็ ไม่รับประกันความปลอดภัยหรอกนะ”

“จ้ะๆ ไม่เดินอีกแน่ๆเข็ดจนตาย” อันยารับปาก

ลูกน้องจ่อเลเอาผ้ามาผูกตาทั้งแสนและอันยา พาเดินไปส่งระยะหนึ่ง แล้วให้ทั้งสองเดินไปเองเรื่อยๆ... จนกระทั่งอันยาอ่อนแรงนั่งพัก เธอเปรยที่พวกโจรปิดตาเพราะไม่อยากให้จำทางได้ ทำเอาตกใจ อดไม่ได้ที่จะชมแสนเล่นละครตบตาได้ไม่เบา แสนโต้

“ถ้าพวกนั้นไม่เชื่อว่าเราเป็นผัวเมียจะไม่ปลอดภัย”

อันยาขอบคุณแสนอย่างจริงใจ แล้วถามอาการที่เท้าของเขา แสนตอบว่าช่างมันก่อน ว่าแล้วก็จูงมือเธอเดินต่อ อันยามองมือเขา แสนทำทีว่ากลัวเธอเดินหนีเข้าป่าอีก ขี้เกียจตามหา อันยาอมยิ้มอย่างสุขใจ

ทางบ้านแสน ทุกคนกระวนกระวายจะออกตามหา พอดีทั้งสองกลับมา ฟองคำกอดลูกชายด้วยความดีใจ แสนเล่าคร่าวๆว่าเจอเรื่องไม่คาดคิดนิดหน่อย สิงห์สวนขึ้นว่า

“ทางนี้ก็เหมือนกัน มีคนที่ไม่คาดคิดมากันเต็มบ้านไปหมด...”

ทั้งแสนและอันยางง ไม่ทันไร เสียงเอะอะของสามสาวดังมา ทั้งคุณหญิงเหมือน อิงค์กี้และปุ๊กลุกวิ่งมาหาแสน ทั้งสามแปลกใจที่เห็นอันยาใส่เสื้อของแสน ต่างต่อว่าอันยากันยกใหญ่

“ยัยเลขาจอมหักหลัง นี่หล่อนยังมีหน้ามาหาแสนเขาอีกเหรอ”

“นั่นมันเสื้อของแสนไม่ใช่เหรอ แกหายไปกับเขาทั้งคืน แล้วยังใส่เสื้อเขากลับมาด้วย แกใช้มารยาหลอกล่อแสนจนได้ใช่ไหม”

“ไอ้แสน! แกกล้าล่วงเกินผู้หญิงของฉันงั้นเหรอ อย่าอยู่เลย...” ทวยเทพโผล่มาจะเข้าอัด

แสนหลบทัน สินกับสิงห์ช่วยกันออกไป สินโวย ถ้าจะทำร้ายลูกตนก็กลับไป ทวยเทพโล้งเล้ง “ก็ลูกคุณมันทำตัวเลวๆก่อน มันย่ำยีผู้หญิงของคนอื่น”

“หยุดกันซะที คิดกันไปเองทั้งนั้น คุณแสนเขาแค่ช่วยฉันออกจากป่า เพราะว่าฉันหลงทาง แล้วเสื้อฉันเปียกน้ำ เขาเลยเอาเสื้อให้ฉันเปลี่ยน ก็แค่นั้น”

ฟองคำนึกได้ ถามแสนเอาเสื้อใครมาใส่ แสนจึงเล่าว่าเจอโจรป่า ที่จริงไม่อยากเล่า แต่เพราะคนคิดอกุศลจึงต้องเล่าให้ฟัง...อันยาสุดทน

“พวกเราไม่ได้ทำเรื่องเสียหายจริงๆ ฉันยืนยันได้ค่ะ แต่ถ้าไม่เชื่อก็ช่วยไม่ได้”

ปุ๊กลุกเข้ามากลางวง “ฉันเชื่อค่ะ ว่าคนที่ทำให้ชีวิตพี่แสนล่มจมวิบัติวอดวายอย่างยัยนี่ พี่แสนจะไม่มีวันแตะ”

อันยาหน้าเสียมองรูปร่างปุ๊กลุกที่เปลี่ยนไป ทวยเทพโวยปุ๊กลุกและแสน “อย่ามาว่าอันนะเว้ย...แกอยากหน้าโง่เอง โดนหลอกก็สมน้ำหน้าแล้ว”

สินไม่พอใจไล่ทวยเทพออกจากบ้าน ทวยเทพหันไปหาอันยา “อัน ถ้าเจ้านายคุณใช้ให้คุณมาหลอกอะไรมันอีก ก็พอซะที...ตอนนี้ด็อกเตอร์ ไม่สิ ไอ้แสนมันไม่เหลืออะไรสักอย่าง คุณจะเสียเวลากับมันทำไมอีก”

อันยาโกรธให้ทวยเทพหยุดพูด แต่เขายังพล่ามต่อ อันยาห่วงความรู้สึกแสนอย่างมาก สินไม่เข้าใจพูดเรื่องอะไรกัน คุณหญิงเหมือน อิงค์กี้และปุ๊กลุกซ้ำเติมกันใหญ่ ฟองคำตัดสินให้อันยากับแสนเข้ามาคุยในบ้าน คนอื่นรออยู่ข้างนอก

อันยาสารภาพเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดต่อหน้าครอบครัวแสน เธอเสียใจและสำนึกผิดจริงๆ ท่าทีฟองคำจะเห็นใจ หนานปิงตำหนิสิงห์รู้แล้วยังพามาอีก สินอ่อนใจจะต่อว่าอันยา ฟองคำปรามขอคุยตามลำพังกับ

อันยา เธอสลดรอฟังคำตำหนิที่ทำร้ายลูกชาย แต่ฟองคำกลับถามโพล่งขึ้นว่า รักแสนใช่ไหม...อันยาตะลึง ฟองคำบอกว่า ไม่มีเหตุผลอื่นที่ผู้หญิงจะตามขอโทษผู้ชายมากขนาดนี้ ถ้าไม่รัก อันยาอ้ำอึ้ง

“หนู...ยังไม่กล้าพูดคำนั้นหรอกค่ะ คนที่ทำลายอนาคตของเขาอย่างหนู”

“ถ้ายังงั้น เธอบากบั่นมาตามแสนถึงนี่ทำไม”

“หนู...อยากมาขอโทษ ถึงคำขอโทษของหนู มันจะไม่มีค่าอะไร หนูก็หวังว่าเขาจะเกลียดหนูน้อยลงบ้าง สักนิดก็ยังดี”

ฟองคำชั่งใจก่อนจะถามว่า เชื่อได้อย่างไร อันยาเตรียมใจไว้แล้วว่าต้องเจอคำถามนี้ “หนูรู้ว่าสิ่งที่หนูทำ จะไม่มีใครเชื่อหนูอีก แต่หนูก็ต้องมาเพราะอยู่กับความรู้สึกผิดของตัวเองไม่ได้เหมือนกัน มันหมือนกำลังจะจมน้ำ ต้องการใครสักคนฉุดมือขึ้นมา...ถ้าคุณน้าจะไม่เชื่อ หนูเข้าใจ เพราะสิ่งที่หนูทำก็ไม่น่าให้อภัย แม้แต่หนูก็ยังอภัยให้ตัวเองไม่ได้ หนูเลยอยากให้คุณแสนเขาให้อภัยหนู ให้เขาฉุดหนูขึ้นจากน้ำ” อันยาสะอื้นฮัก รู้ว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์เรียกร้องใดๆ

ฟองคำรับรู้ได้ว่าอันยาเจ็บปวดมาก หนานปิงซึ่งแอบฟังอยู่ ครุ่นคิด...แสนเดินออกมาบอกทุกคนให้กลับไป หนานปิงเดินมา ปุ๊กลุกรีบขอร้องหนานปิง อย่ากีดกันพ่อลูกอยู่ด้วยกันทุกคนตะลึง สินได้ยินไม่เชื่อว่าลูกชายตัวเองจะทำเรื่องเสื่อมเสีย คุณหญิงเหมือนกับอิงค์กี้ โวยวายหาว่าปุ๊กลุกโกหก ทวยเทพนิ่งอึ้ง ปุ๊กลุกสบตาแสนเชิงขอร้อง แสนรู้แก่ใจดีแต่ไม่อยากทำร้ายจิตใจ

ปุ๊กลุก สองสาวไฮโซโวยวายใส่ปุ๊กลุกกันใหญ่

หนานปิงโพล่งขึ้น “เอางี้ ใครปลูกสตรอว์เบอร์รี่ได้ดีที่สุด ฉันจะรับเป็นหลานสะใภ้”

ทุกคนตาโพลง แสนไม่ยอมรับวิธีนี้ ทวยเทพออกตัวแทนอันยาว่า เธอก็ไม่เอาด้วยแน่ แต่สิงห์กลับบอกว่า อันยามาถึงคนแรก ต้องยอมรับวิธีนี้แน่ๆ สามสาวต่างไม่ยอมแพ้

ooooooo

ตอนที่ 8

กระจาดหลายใบ รวมทั้งภาชนะจักสานมากมายวางอยู่ ล้วนมีเมล็ดพันธุ์ที่ถูกเก็บรวบรวมมาใส่แยกชนิดกันไว้ แสน พิลาสินีและพุฒมองเมล็ดพันธุ์ที่พวกชาวบ้านช่วยกันหามาอย่างชื่นใจ ไม่คิดว่าจะได้มากมายขนาดนี้...อันยาหลบมายืนครุ่นคิดที่ธกฤตโทร.ย้ำ

“ได้เวลาแล้วนะอันยา ลงมือตามแผนของคุณ เหนือเทพได้แล้ว”

จากนั้นอันยาก็มาจดบันทึกตามคำของแสนว่า “เมล็ดพันธุ์ทุกอย่าง ทุกชนิดจะแบ่งไว้เป็นสามส่วนนะ อันยา ส่วนแรกจะเก็บไว้ที่นี่ เอาไว้เพาะทำพันธุ์ต่อ แล้วก็วิจัยเพิ่มเติม ซึ่งส่วนนี้แพมจะเป็นคนมารับช่วงไป...ส่วน ที่สองเก็บไว้ที่บริษัทเรา เพื่อให้แน่ใจว่าจะมีเมล็ดพันธุ์สำรองอยู่...ส่วนที่สามจะแจกจ่ายให้ชุมชนอื่นๆที่สนใจ จะได้ขยายผลและสร้างค่านิยมให้คนหันกลับมากินผักพื้นบ้านกันมากขึ้น”

อันยารับคำ มองเมล็ดพันธุ์เหล่านั้นด้วยหัวใจห่อเหี่ยว...เย็นวันนั้น อันยาเอาแฟ้มข้อมูลนี้มาให้คิมหันต์ทำบัญชีปลอมขึ้นใหม่ ทำตามลิสต์นี้แต่เปลี่ยนจำนวนแล้วลักลอบเอาเมล็ดพันธุ์มาให้แก่โกมล เขามองเมล็ดพันธุ์เหล่านี้แล้วกล่าวเหยียดหยาม นี่หรือขุมทรัพย์ที่แสนคุยนักคุยหนา อันยาโต้ มันไม่ต้องกรีดเลือดตัวเองซื้อ เหมือนของแพงๆที่มีคนเอามาขาย...คิมหันต์เกรงจะไปกันใหญ่รีบปรามอันยา โกมลแกล้งใช้เท้าเขี่ยเมล็ดพันธุ์เหล่านั้น อันยายิ่งเจ็บแค้น

โกมลยังเยาะอย่างสาสมใจ “หึ พืชผักไม่มีพิษ แต่น่าเสียดายที่คนมันมีพิษ...ไม่ต้องห่วง เรื่องเรียบร้อยตามที่คุณเหนือเทพต้องการแน่ ทีนี้แหละ ไอ้แสน ชื่อของมันจะโดนคนที่หมู่บ้านนี้ ลบออกไปด้วยหัวแม่ตีน”

แสนทำงานง่วนจนเย็นย่ำ พิสาสินีมาชวนกลับแต่เขาขอตัวอยู่ทานข้าวกับพุฒ พุฒรีบรับมุกว่าไม่ต้องห่วงจะจัดรถไปส่งแสนถึงที่พัก ท่าทางพิลาสินีผิดหวัง ต่อว่ากรายๆว่า พักหลังนี่เราเป็นแค่เพื่อนร่วมงานกันจริงๆแสน รู้ความหมายของเธอจึงไม่อยากให้บัวช้ำ น้ำขุ่น

“เพราะอย่างงี้ไง ผมถึงได้ขอให้เพื่อนสนิท มาเป็นเพื่อนร่วมงาน ถึงไม่ได้เจอกันเวลาอื่นก็ยังได้ทำงานด้วยกัน”

พิลาสินีฟังแล้วรู้ทันทีว่าเขากันเธอออกจากสถานะที่เธอแอบหวัง เดินกลับอย่างเคืองๆ...พุฒถามแสนทำไมไม่บอกไปตามตรงว่าที่อยู่เย็นเพราะจะเข้าไปขุดผักป่าหาสมุนไพรมาเพิ่มในโครงการ แสนตอบว่าตนไม่อยากให้เธอรู้สึกว่าไม่ได้มีส่วนร่วม จะชวนไปด้วยก็รู้ว่าเธอคงไม่ไหว มาลีชมว่าแสนไม่อยากทำอะไรเกินหน้าเพื่อนร่วมงานนี่เอง พุฒกลับเตือน

“ใส่ใจเพื่อนร่วมงานมันก็ดีครับ แต่อย่าลืมใส่ใจเพื่อนร่วมใจบ้างนะครับ”

ไม่ทันไร อันยาโทร.เข้ามา แสนมองหน้าจอยิ้มๆ พุฒแซว สงสัยเพื่อนร่วมใจโทร.มา...แสนเลี่ยงไปคุยถามอันยาว่า ลดาให้ตามเขาไปทานข้าวด้วยหรือ อันยาปฏิเสธ ตนโทร.มาเอง ใจจริงอันยาไม่สบายใจที่ต้องทำร้ายเขา แสนย้อนถาม ปกติเธอจะไม่โทร.หาเขานอกเวลางานเลย

“ฉัน...เอ่อ ฉันได้ยินว่าคุณไม่ได้กลับมากับรถตู้ มีปัญหาอะไรรึเปล่าคะ”

“คุยกันแค่สองคน อย่าเพิ่งบอกใครนะ ลุงพุฒกับสมาชิกโครงการจะพาผมลุยป่าไปหาสมุนไพรเพิ่ม ทุกคนกระตือรือร้นกับงานนี้มาก ผมคิดถูกจริงๆที่ทำโครงการ เมื่อก่อนเคยคิดหนักเลยว่า จะทำยังไงให้ชาวบ้านเป็น ทาสนายทุนน้อยลง ผมว่าเรามาถูกทาง คุณไม่ต้องห่วงนะ ไปกันหลายคน ถ้าพวกนั้นมาเล่นงานอีก อาจจะจับได้ คาหนังคาเขา”
อันยากลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก เตือนเขาว่า ถ้าพรุ่งนี้เกิดอะไรขึ้น ขอให้เขาเข้มแข็งเอาไว้...แสนฟังไม่ถนัดถามเธอว่าอย่างไรนะ อันยาพูดไม่ออกตัดบทวางสายไป แสนยังอมยิ้ม พุฒแกล้งแซว สงสัยอิ่มจนเปิบข้าวไม่ลงแล้ว

ooooooo

วันต่อมา เพียงดาวหน้าเครียดมาตามอันยา อันยาใจหายคิดว่าเป็นเรื่องของแสน แต่ปรากฏว่าทั้งแสน พิลาสินี เอกชัยและเมขลา ล้อมวงกันดูคลิปที่มีคนส่งมา เป็นคลิปการพบปะกันของอันยา ธกฤตและเหนือเทพ พร้อมคำบรรยายที่เพียงดาวเป็นคนอ่านให้ฟัง

“ผู้หญิงคนนี้ อันยา รักษ์เรืองรอง เป็นพนักงานของบริษัทไรท์เพอร์เซิ่ล บริษัทจัดหางานมีชื่อ แต่จงใจเข้ามารับตำแหน่งเลขานุการของด็อกเตอร์แสนซ้ำซ้อน เพื่อวัตถุประสงค์อื่น คนเพียงพอดีจะยังไว้ใจทาสของนายทุนหน้าเลือดอีกหรือ”

อันยาแทบทรุดทั้งยืน เอกชัยกล่าวว่า มีคนใช้ชื่อนิรนาม ส่งคลิปนี้มายังอีเมล์กลางของบริษัท แล้วยังเอาไปแปะในเว็บไซต์ด้วย คนทั้งออฟฟิศคงได้เห็นกันหมดแล้ว เพียงดาวยืนยันว่าฝ่ายไอทีตรวจสอบแล้วไม่ใช่ภาพตัดต่อ เมขลานึกได้ว่าชื่อบริษัทนี้ที่เคยส่งซองเอกสารมาให้อันยา แล้วอันยาบอกว่า บริษัทนี้มาทาบทามเธอไปทำงานตำแหน่งอื่น

“แต่ไม่ใช่ครั้งนี้แน่ ไม่มีทางที่ผู้บริหารระดับสูงของวิชั่นจะมาสัมภาษณ์ตำแหน่งเลขาด้วยตัวเอง เธอเกี่ยวข้องกับคนพวกนี้ยังไงกันแน่” พิลาสินีเค้นถาม

อันยาช็อกคิดหาคำแก้ตัว ทั้งเพียงดาวและพิลาสินีข่มขู่จะจับอันยาส่งตำรวจ แสนแย้งว่าตนเห็นคลิปนี้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว มีคนส่งไปให้ แต่ตนไม่เชื่อว่าอันยาจะเป็นคนของบริษัทนั้น ตนเชื่อว่าอันยาต้องอธิบายได้ แต่พิลาสินีจะโทร.เช็กกับไรท์เพอร์เซิ่ล แสนว่าทางนั้นไม่มีวันยอมรับ

“อันยาเป็นเลขาผม ผมจะคุยกับเธอเอง” แสนชนกับพิลาสินีเพื่อปกป้องอันยา

แสนเข้ามาคุยกับอันยาในห้องทำงานตามลำพัง อันยาหวาดหวั่นแอบส่งข้อความหาคิมหันต์แล้วเอาเสื้อบังมือถือไว้ แสนให้เธออธิบายถึงคลิปนั้น เขาจับไหล่ปลอบไม่ต้องกลัว ขอแค่พูดความจริง อันยาประหลาดใจที่แสนไม่สงสัยตนเหมือนคนอื่นๆ

“ใครที่เขาใส่ร้ายคุณแบบนี้ แย่มาก...ผมรู้นะอันยา ว่าคุณไม่ใช่คนแบบนั้น ไม่ใช่อย่างที่อีเมล์สกปรกนั่นใส่ความแน่”

อันยารู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบแน่น ที่แสนเชื่อใจคนโกหกอย่างเธอ แสนถามย้ำว่าเธอเจอกับเหนือเทพเรื่องอะไร อันยาอึดอัดใจเหลือเกิน ต้องปั้นเรื่องขึ้นอีก

“คุณแสน...ฉันมีเรื่องที่ยังไม่ได้บอกคุณ ความจริงที่คุณยังไม่รู้...ฉันเป็นพนักงานของที่นั่นจริง เมื่อก่อนนี้นะคะ ฉันไม่กล้าใส่เรื่องนี้ในประวัติสมัครงาน กลัวว่าจะโดนตั้งแง่ แล้วจะไม่ได้งานที่นี่...ฉันต้องขอโทษด้วยนะคะ ที่ไม่ได้บอกเรื่องนี้มาก่อน ส่วนเรื่องคุณเหนือเทพเจ้านายเก่าของฉันพอเขารู้ว่าฉันทำงานกับคุณ ก็นัดคุณเหนือเทพให้มาเจอฉัน เพื่อให้ฉันยื่นข้อเสนอให้คุณ คือวันที่โดนถ่ายคลิปนั่นแหละ ฉันไปเพราะเกรงใจนายเก่า แต่ฉันก็ปฏิเสธข้อเสนอของพวกเขาไปแล้วนะคะ”

อันยามองท่าทีแสนว่าจะเชื่อไหม เขาดูหนักใจไม่สบตาเธอ ยืนมองออกไปนอกอาคาร ท่าทางไม่สบายใจของแสนยิ่งทำให้อันยากลัดกลุ้ม “ไม่รอดแน่แล้ว...เขาไม่เชื่อเราแล้ว...”

แสนหันกลับมา อันยาก้มหน้ารอฟังใจระทึก แต่แสนกลับเข้ามาบอกขอโทษ เธอตะลึง

“...ที่ผมเคยพูดไม่ดี ดูถูกอาชีพเฮดฮันเตอร์ คำพูดผมคงทำให้คุณรู้สึกแย่มาตลอดใช่ไหม”

อันยาอึ้ง “ช่างมันเถอะค่ะ...ฉันไม่ได้สนใจเรื่องนั้นแล้ว ตกลงว่าคุณ...เชื่อฉัน”

“ทำไมผมถึงจะไม่เชื่อคุณ คนเรามีอดีตกัน

ทุกคน แต่นั่นไม่ได้ลบล้างความจริงในตอนนี้ว่าคุณเป็นเลขาที่ดีที่สุดของผม ช่วยผมช่วยชาวบ้าน ช่วยบริษัทเราทำเรื่องดีๆตั้งมากมาย ผมมากกว่าที่ต้องขอโทษคุณ ที่เคยพูดไม่ดีเรื่องอาชีพเก่าของคุณ ผมขอโทษนะครับ”

อันยารู้สึกจุกพูดอะไรไม่ออก สับสนไปหมดแสนพูดตลกให้เธอยกโทษ “เอางี้ เพื่อไถ่โทษ ผมจะขอให้คุณย่าทำแต่ของโปรดคุณเลยดีไหมไฟเขียวให้อาทิตย์นึงเลยเอ้า...”

ไม่ทันที่แสนพูดจบ อันยากุมมือเขาไว้อย่างซาบซึ้ง แสนนึกว่าเธอยังกลัว จึงปลอบใจ ใครจะว่าอย่างไรตนเชื่อในตัวเธอ เชื่อในความบริสุทธิ์ใจของเธอ ยิ่งทำให้อันยาแทบขาดใจ

ขณะเดียวกัน พิลาสินีให้เพียงดาวโทร.เช็กไปทางไรท์เพอร์เซิ่ล ทำทีจะใช้บริการแต่ต้องเป็นอันยา รักษ์เรืองรองเท่านั้น เพียงดาวรอฟังทางนั้นตอบอย่างระทึก...

แสนเข้ามาบอกพิลาสินีกับทุกคนว่า อันยาเคยทำงานที่ไรท์เพอร์เซิ่ลแต่ลาออกแล้ว และโดนคนที่นั่นกลั่นแกล้ง เพียงดาวกระซิบพิลาสินีว่าตรงกับที่พีอาร์ไรท์เพอร์เซิ่ลบอก แต่พิลาสินียังไม่อยากเชื่อว่าอันยาจะทิ้งตำแหน่งซุปเปอร์ไวเซอร์มาเป็นเลขาแสน

“ผมว่า...คนที่หันหลังให้กับทุนนิยมเพราะเบื่อพิษสงของมันกำลังเพิ่มขึ้นนะ ถ้าพวกเราทุกคนภูมิใจในการทำงานที่นี่ ก็น่าจะเชื่อได้ว่าต้องมีคนที่ตัดสินใจแบบเดียวกับอันยา”

ทุกคนอึ้ง เมขลากับเอกชัยโล่งอกมาปลอบใจ

อันยา เธอยิ้มเจื่อนๆ ด้วยความแสลงใจ

ooooooo

ด้านไรท์เพอร์เซิ่ล พีอาร์ยังตื่นเต้นไม่หาย ถ้าคิมหันต์ไม่มาบอกเรื่องอันยาให้เก็บเป็นความลับ ตนคงบอกทางนั้นไปแล้วว่า อันยายังไม่รับเคสใหม่

เย็นวันนั้น อันยามาหาโกมลเพื่อโกหกว่า เหนือเทพยกเลิกแผนการเพราะวิธีนี้เสี่ยงเกินไป โกมลกราดเกรี้ยวใส่ เห็นตนเป็นอะไรคิดเอาเหนือเทพมาอ้างแล้วจะกลับ ไปกลับมาได้

“เกิดปอดขึ้นมารึไง ห๊ะ! จะบอกให้ที่ฉันร่วมมือไม่ใช่เพราะหงอ กลัวอิทธิพลของใครแต่อยากเห็นวันที่ไอ้ด็อกเตอร์มันหมดท่า เสื่อมเสียโดนคนเกลียดขี้หน้า มันสะใจซะกว่า แค่ให้มันเลือดตกยางออก เพราะงั้นใครก็มาหยุดเรื่องนี้ไม่ได้”

อันยารู้ถึงความอันตรายของโกมล รีบคว้ากระเป๋ากลับออกไป หวั่นใจเรื่องที่จะเกิดขึ้นกับแสน ยิ่งทำให้ห่อเหี่ยวไร้เรี่ยวแรง เสียใจอยากหมุนเวลากลับไป

ทางเมรี เมื่อรู้ว่าทำอะไรอันยาไม่ได้ก็ยิ่งแค้นใจ คิมหันต์รู้ว่าทุกอย่างเป็นฝีมือเมรีกับอาโป และพยายามจะใช้เงินซื้อพีอาร์มาเป็นพรรคพวก จึงเช็กกล้องวงจรปิดได้ภาพเมรีถ่ายคลิปหัวร่อต่อกระซิกกับอาโปในวันนั้น เอามาส่งให้ธกฤตพร้อมคลิปเจ้าปัญหา ธกฤตโวยสองคน

“คุณหลอกผม! ไหนคุณบอกว่าจะช่วยอันยา เนี่ยน่ะเหรอช่วย”

อาโปตาเหลือกพยายามแก้ตัว แต่ยิ่งพูดเหมือนยิ่งมัดตัวเอง เมรีเจ็บใจที่พลาดเรื่องกล้องวงจรปิด ธกฤตโกรธมาก เพราะเคสอันยาเป็นความอยู่รอดของบริษัท แต่เมรีเอาความแค้นส่วนตัวมาทำให้บริษัทพัง คิมหันต์ทับถม

“ดีนะที่เจ๊ผมฉลาด เอาตัวรอดได้ บริษัทเราเลยไม่เดือดร้อนเพราะฝีมือพวกคุณ”

ธกฤตตัดสินใจไล่เมรีกับอาโปออก อาโปร้องไห้โฮ อ้อนวอนขอทำงานชดใช้ แต่เมรีเจ็บใจลุกพรวดเดินออก อาโปเลิ่กลั่กวิ่งตาม คิมหันต์มองอย่างสงสารแต่ก็โล่งใจ

ooooooo

เช้าวันใหม่ อันยาห่อเหี่ยวใจจนไม่มีหน้าไปสู้แสน จึงไม่ไปทำงาน ลดาคิดว่าหลานไม่สบาย จัดแจงทำโจ๊กของชอบไว้ให้ จัดแต่งผูกโบว์ที่ชามเหมือนตอนที่ล่ออันยาให้ทานตอนเด็ก อันยาโทร.ไปฝากเมขลาลางานให้ เมขลาบอกว่าท่าทางแสนเป็นห่วงเธอมาก

ศูนย์วิจัยสวนอินทรีย์ พิลาสินีแปลกใจว่าเมล็ดพันธุ์หายไปจำนวนมาก ให้เมขลาเช็กจากบัญชี ไม่ทันไร พุฒพาชาวบ้านสองคนเข้ามาหา ทั้งสองจะมาขอซื้อเมล็ดพันธุ์ พุฒแปลกใจจึงพามาพบพิลาสินี สองคนยืนยันว่าเพื่อนๆพวกเขาซื้อเมล็ดพันธุ์จากที่นี่ แล้วส่งถุงที่มีตราบริษัทเพียงพอดีให้ดู เมขลารับส่งให้พิลาสินี

“ตราของบริษัทเราจริงๆ แต่...โครงการเราไม่ขายเมล็ดพันธุ์นี่คะ จะแจกจ่ายให้กับชุมชนที่มาร่วมโครงการเท่านั้น”

พิลาสินีเสียงเข้มถามชาวบ้านว่าซื้อมาจากใคร ทั้งสองส่งใบรับรองซึ่งมีลายเซ็นของแสนทั้งพิลาสินี เมขลาและพุฒต่างตกตะลึง...ลูกน้องโกมลแอบมองเหตุการณ์แล้วเอามารายงาน โกมลสะใจมากที่แสนจะกลายเป็นคนเลว พลัน ปรานีมาบอกว่าปุ๊กลุกไม่สบาย อาเจียนยกใหญ่โกมลไม่สนใจลูกสาวคนนี้อีกแล้ว ปรานีถอนใจกังวลว่าลูกจะท้อง

วันต่อมา ชาวบ้านร้านตลาด เม้าท์เรื่องแสนกันขรม ว่าทำเป็นด็อกเตอร์แสนดี ช่วยเหลือชาวบ้าน แต่ที่แท้ก็โกงขายเมล็ดพันธุ์เอาเงินเข้ากระเป๋าตัวเอง พุฒได้ยิน คอยแก้ต่างให้เพราะไม่เชื่อว่าแสนจะเป็นคนแบบนั้น...เรื่องถึงหูบุรินทร์ เขาเรียกแสนกับอันยาเข้าพบ

“ตกลงความจริงมันเป็นยังไงกันแน่ ทำไมเมล็ดพันธุ์ในความดูแลของคุณถูกขายไปได้”

“ผมไม่ทราบจริงๆครับ ผมให้อันยาคัดเมล็ดพันธุ์ทุกอย่างส่งให้แพมเขาแล้ว”

อันยาจำต้องโกหกว่าได้เช็กจำนวนก่อนส่งให้เรียบร้อย แสนสงสัยมีคนแอบอ้างชื่อตนขโมยไป บุรินทร์ส่งเอกสารให้ดูว่าเป็นลายเซ็นของแสน อันยายืนอึ้งเพราะแอบให้เขาเซ็นเอง คนในบริษัทซุบซิบนินทา มีทั้งเชื่อและไม่เชื่อว่าแสนทำ พิลาสินีหน้าเครียดเคาะประตูก่อนจะเข้ามาในห้องบุรินทร์อย่างถือวิสาสะ

“ฉันเพิ่งได้รับโทรศัพท์จากฝ่ายพิสูจน์ลายมือ เขายืนยันมาว่า มันคือลายเซ็นของคุณจริงๆ แสน...พูดตรงๆมาเลยดีกว่า คุณยังแค้นฉัน ที่ฉันเผลอเอาข้อมูลของคุณมาทำใช่ไหม”

“อะไรนะ!” แสนตกใจ

พิลาสินีพรั่งพรูความผิดหวัง หาว่าแสนทำเป็นพูดว่าเราทำงานร่วมกันได้ แต่ความจริงไม่อยากให้ตนได้วิจัยเมล็ดพันธุ์ จึงชิงขายมันไป บุรินทร์ปรามให้ใจเย็น ค่อยพูดค่อยจา

“ไม่มีทางหรอกค่ะ แสนน่ะเขาเปลี่ยนไปแล้ว มิน่าพักหลังคุณถึงแปลกๆไป หลบหน้าฉันหายเข้ากรุงเทพฯตลอด ขนาดเลิกงานที่ศูนย์แล้ว ยังไม่ยอมกลับออฟฟิศ เพราะแอบทำเรื่องลับหลังอยู่นี่เอง”

อันยาสะดุ้ง แสนอธิบายว่าตนเข้าป่าไปกับชาวบ้านหาเมล็ดพันธุ์ พิลาสินีกราดเกรี้ยวใส่

“ไปหาเมล็ดพันธุ์กับยักยอก มันไม่เหมือนกันนะคะ”

“แพม! ไม่มีครั้งไหนที่คุณไม่เชื่อความคิดตัวเองเลยใช่ไหม” แสนถามอย่างน้อยใจ

“ก็มันถูกตลอด ถ้าคุณยังโกรธฉัน พูดมาตรงๆเลยดีกว่า ไม่ต้องมาทำดีต่อหน้าแล้วตลบหลังกันแบบนี้ ตอนนี้ฉันรู้แล้ว ทำไมคุณถึงเชื่อใจแม่เลขานี่นัก ก็เพราะว่าแม่นี่ช่วยคุณทำงานนี้ ช่วยคุณหักหลังฉัน”

“อันยาไม่เกี่ยว...” แสนปกป้องอันยาอีกตามเคย

พิลาสินียิ่งแค้นใจ หันมาบอกบุรินทร์ว่าตนทำงานกับคนแบบนี้ไม่ได้ ตนขอลาออก ทุกคนตกใจ แสนเจ็บแปลบในใจ ขอเป็นฝ่ายลาออกเอง เพราะตนควรรับผิดชอบเรื่องนี้ ทุกคนช็อก บุรินทร์ทรุดนั่งอย่างหมดแรง อันยาน่าจะดีใจเมื่อได้ยินคำนี้ แต่ทำไมกลับเจ็บปวดใจมากกว่า

พอธกฤตรู้ข่าวจากคิมหันต์ว่าแสนลาออกจากเพียงพอดี ก็รับรองว่าจะทำตามที่รับปากไว้ทุกอย่าง ฝากบอกอันยาด้วย กลับมาต้องฉลอง แต่คิมหันต์กลับไม่ยินดีด้วยเลย

เมรีพยายามติดต่อขอเข้าพบธกฤต แต่เขาไม่รับสายไม่ยอมให้เข้าพบ เมรีตัดสินใจเสนอตัวเข้าแลก...ในขณะที่แสนเก็บของใช้ส่วนตัวออกจากบริษัท พนักงานยืนมองอย่างอาลัย อันยาอดสงสารแสนไม่ได้ เข้ามาช่วยถือของและลาออกตามเขาไปด้วย

ooooooo

สัปดาห์หนึ่งผ่านไป เพียงดาวได้ยินข่าวมาว่า วิชั่นออฟฟิวเจอร์  เตรียมต้อนรับซีอีโอใหม่  คือด็อกเตอร์แสน เผื่อนนาดี  เมขลากับเอกชัยไม่อยากเชื่อ เพียงดาวยังตอกยํ้า

“คุณบุรินทร์ใจดีเกินไป ไม่ฟ้อง ไม่แจ้งความ กลัวด็อกเตอร์แสนมีความผิดติดตัว แต่ดูสิออกไปไม่ทันไรก็ตีปีกไปอยู่ฝั่งตรงข้ามแล้ว อะไรนะ ทำให้คนเราเปลี่ยนไปได้ถึงขนาดนี้”

พิลาสินีเดินเข้ามาตอบว่า เงินมันซื้อคนได้ ทุกคนชะงักที่ได้ยินนํ้าเสียงสุดแค้นของเธอ...ด้านอันยาได้รับค่าตอบแทนเพิ่มอีก 30% จากธกฤต แต่เธอไม่รู้สึกดีใจเลย ธกฤตขอบใจที่อันยานำผลประโยชน์มหาศาลมาให้บริษัท อันยาแย้งว่าเป็นเพราะเหนือเทพยอมทำตามข้อเสนอของตน ไม่อย่างนั้นคงเกลี้ยกล่อมแสนไม่สำเร็จ...

ก่อนหน้านี้ อันยายื่นข้อเสนอกับเหนือเทพว่า การที่จะให้แสนเข้ามาทำงานที่นี่ ต้องให้เขาได้สานต่อโครงการเพื่อสังคม ถ้าไม่ลงทุนให้กับความต้องการของเขาก่อน ก็จะไม่มีทางได้ตัวเขามาแน่...และเมื่ออันยามาบอกกับแสน เขาไม่อยากเชื่อ

“มันเป็นไปไม่ได้หรอกอันยา วิชั่นมุ่งเน้นแต่ผลกำไร ร่ำรวยอยู่บนความทุกข์ยากของเกษตรกร ผมไม่เคยเห็นภาพตัวเองร่วมงานกับบริษัทแบบนั้น”

“ฉันเข้าใจค่ะ และต้องขอโทษด้วยที่ต้องนำข้อเสนอของวิชั่นมาบอกคุณ เพราะฉันคิดว่าบางทีความเปลี่ยนแปลงอาจจะเกิดขึ้นได้”

แสนทำหน้างงๆ อันยาชี้ข้อเปรียบเทียบให้ดู จากดอกไม้บนต้น แห้งเหี่ยวร่วงหล่นเป็นขยะ แต่ใบไม้ที่แห้งเหี่ยวในขยะกลับนำมาทำเป็นดอกไม้ประดับได้อีก เขารักธรรมชาติ ไม่ลองใช้วิธีธรรมชาติเปลี่ยนแปลงโลกนี้บ้างหรือ

“คุณนี่ร้ายจริงๆ แต่มันไม่ง่ายอย่างงั้นหรอกอันยา ผมคนเดียวจะเปลี่ยนแนวคิดขยะของวิชั่นออฟฟิวเจอร์ให้กลายเป็นดอกไม้ประดับโลกเนี่ยนะ”

“ตำแหน่งซีอีโอต้องทำอะไรได้บ้างแน่ๆค่ะ อย่างน้อยก็ต้องดีกว่าซีอีโอที่คิดแบบเดียวกับพวกวิชั่น ที่มีแต่จะโลภกันเข้าไปใหญ่...ถ้าเป็นคุณ ฉันเชื่อว่าต้องสร้างความเปลี่ยนแปลงดีๆให้เกิดขึ้นได้แน่ ฉันเชื่อในตัวคุณนะคะคุณแสน” อันยาบีบมือแสนอย่างเชื่อมั่นในวันนั้น...

ระหว่างที่อันยายืนคิดเรื่องที่ผ่านมา แสนเดินเข้ามาหา ทั้งสองยิ้มให้กันและพูดพร้อมกันว่ามีของฝากให้...ทั้งสองหัวเราะ แล้วแสนก็ให้อันยาพูดก่อน เธอยื่นกล่องของขวัญเล็กๆให้เขา  แสนแกะออกมาเป็นปากกาด้ามหรู เขารู้ว่าคงแพงมาก อันยารีบบอกว่า

“มันไม่ใช่ปากกาธรรมดานะคะ ฉันลงของไว้แล้ว ปากกานี่จะช่วยให้ท่านซีอีโอเซ็นอนุมัติแต่โปรเจกต์ที่ดีๆ ถ้าโปรเจกต์ไหนไม่ดี จะเซ็นไม่ติด”

แสนรู้สึกหายกังวลและแกล้งถามว่าเวทมนตร์ของเธอเวิร์กจริงหรือ อันยารับรองและขอบคุณที่เชื่อตน แสนให้อันยาแบมือบ้าง เขาวางเมล็ดข้าวลงบนมือเธอก่อนจะบอกว่า

“เป็นข้าวที่ผมปลูกตั้งแต่เรียนปริญญาตรี รวงแรกในชีวิตเลยนะ เม็ดที่หนึ่งผมให้แม่...เม็ดที่ 2-98 ใส่ซองไว้บ้านที่แม่ริม เป็นที่ระลึก...เม็ดที่ 99 ผมให้คนที่ผมเกลียด...ไม่ลง...”

“ถ้าไม่มีคำสุดท้าย เอาปากกาคืนจริงๆ” อันยาใจหายวาบ

แสนหัวเราะอย่างมีความสุข รู้สึกเชื่อใจและมั่นใจในตัวอันยาอย่างมาก...หลังจากวันนั้น  อันยานั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เหมือนคนอินเลิฟ จนคิมหันต์อดแซวไม่ได้ แต่เขาก็อดเตือนไม่ได้เช่นกัน...อย่าให้แสนรู้ว่าเธอปลอมตัวเข้าไปดิสเครดิตเขาก็แล้วกัน จะพลาดทั้งเรื่องงานและความรัก ทำเอาอันยาหุบยิ้มอย่างหวั่นใจ

ooooooo

วันที่จะมีการเซ็นสัญญาในบริษัทวิชั่นออฟฟิวเจอร์มาถึง เหนือเทพให้สัมภาษณ์นักข่าวด้วยสีหน้าเบิกบาน ที่ได้ด็อกเตอร์แสนมาร่วมงาน คุณหญิงเหมือนกับอิงค์กี้ได้ข่าว ต่างเตรียมช่อดอกไม้มาแสดงความยินดี ผิดกับอันยาที่นั่งเหม่ออยู่ในห้องทำงานใหม่ของเธอ

คิมหันต์แปลกใจทำไมไม่ไปแสดงความยินดีกับแสน ทั้งที่เป็นคนสำคัญ อันยาตอบว่า ตนไม่อาจปั้นหน้าเล่นละครต่อไปได้อีก แต่ในใจกังวลถึงแสนอย่างมาก...แม้จะได้ตำแหน่งหัวหน้าแผนกมาแล้ว แต่อันยากลับคิดถึงความสนุกสนานกับเพื่อนร่วมงานที่เพียงพอดี ไม่เป็นอันทำงาน จึงลุกไปเข้าห้องน้ำ ต้องแปลกใจที่มันล็อก จึงมองซ้ายมองขวาแล้วเข้าห้องน้ำชายแทน

ระหว่างล้างมือส่องกระจกอยู่ ก็ได้ยินเสียงคนเดินมา อันยารีบหลบเข้าห้องน้ำห้องในสุด แล้วต้องตกใจอย่างมากเมื่อได้ยินเสียงเมรีกับธกฤตหัวร่อต่อกระซิกกัน

“แมรี่ เกิดมีคนมาเห็นเข้า เขาจะสงสัยนะว่าคุณออกไปแล้ว ทำไมยังมาที่นี่อีก”

“นี่ก็ไม่มีใครนี่คะ ไม่มีใครรู้หรอกว่าฉันออกปลอมไม่ได้ออกจริง รอให้คุณเขี่ยยัยอันยาตกจากหัวหน้าแผนกเมื่อไหร่ ฉันก็จะกลับมารับช่วงต่อ”

“แต่ก็ต้องให้เวลาผมบ้าง อันยาเพิ่งทำผลงานชิ้นโบแดง สักเดือนสองเดือนไม่นานหรอก ผมจะหาทางบีบเขาออก...เพื่อคุณ”

“ถ้าแค่นั้นฉันรอได้ค่ะ คิดแล้วสะใจพิลึก แม่นั่นคงได้ใจว่าฉันออกไปแล้ว ไม่รู้ว่าตัวเองโดนหลอก...ตัวเองไปหลอกด็อกเตอร์แสนได้ นึกว่าฉลาดตายล่ะ จริงๆแล้วก็โง่พอๆกัน”

อันยาสั่นสะเทิ้มด้วยความโกรธ แล้วยิ่งช็อกเมื่อได้ยินธกฤตบอกว่า “ด็อกเตอร์แสนทำเป็นเล่นตัว ต้องมีโครงการวิจัยเพื่อสังคม ไม่งั้นไม่ยอมทำงานที่วิชั่น เดี๋ยวคอยดู ทำงานไปสักพักก็กลายเป็นเครื่องจักร คอยป้อนกำไรให้บริษัทอยู่ดี”

“วิชั่นหลอกด็อกเตอร์แสนงั้นเหรอคะ!”

“เขาเป็นบริษัทเอกชนนะคุณไม่ใช่ประชาสงเคราะห์ ที่ว่าจะทำโครงการเพื่อสังคมก็แค่ฉาบหน้าเค้กหลอกเท่านั้นแหละ สุดท้ายก็หาวิธีบีบให้ด็อกเตอร์ทำตามความต้องการของบริษัทตัวเองอยู่ดี ก็อย่างที่รู้ๆ พัฒนาพืชที่ตอบสนองกับปุ๋ยและยาเคมีในต้นทุนต่ำที่สุดแต่ได้กำไรสูงสุด ถ้าไม่ทำก็ต้องชดใช้เงินเป็นจำนวนมหาศาล สุดท้ายด็อกเตอร์ก็กลายเป็นทาสของบริษัท ขยับตัวไปไหนไม่ได้” เสียงธกฤตเยาะหยัน

“ต๊าย! แบบนี้ยัยอันยาก็ทำบาปมหันต์เลยน่ะสิ หลอกให้ด็อกเตอร์แสนไปตกนรกชัดๆ”

“คุณนี่ไม่เลวเลยนะ ยืมมือคนอื่นทำบาป แล้วตัวเองก็รอรับผลประโยชน์อย่างเดียว”

“ช่วยไม่ได้ ก็ฉันฉลาด ฉันรู้...ว่าควรอยู่ข้างใคร” เมรีลูบไล้เนื้อตัวธกฤต

อันยาแทบใจจะขาด เมื่อรู้ว่าตัวเองถูกหลอก และที่สำคัญทำให้แสนกำลังจะตกนรก...พอสองคนออกไป อันยาก็รีบออกมา เมรีลืมกระเป๋าไว้กลับเข้ามาจึงเจอกับอันยาอย่างจัง เมรีตกใจละล่ำละลักถามอันยาอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่

“ก็นานพอจะได้ยินทุกคำที่เธอกับไอ้เจ้านายลามกพูดกันนั่นแหละ”

ธกฤตเข้ามาตาม ต้องตกตะลึงเมื่อเห็นอันยา เธอต่อว่าเขารุนแรง “ตกใจมากไหมคะบอส ฉันเพิ่งรู้ว่าค่าตอบแทนของความทุ่มเทที่เอาตัวเองไปเสี่ยง เพื่อคนใจสุนัขอย่างบอส มันก็เสียค่าโง่ดีๆนี่เอง”

อันยาไม่รอช้ารีบวิ่งสวนออกไป เมรีแปลกใจ แทนที่จะอยู่เคลียร์ตามนิสัย ธกฤตร้อนใจเกรงอันยาไปขวางการเซ็นสัญญาของแสนกับวิชั่นออฟฟิวเจอร์

ooooooo

ภายในงานบริษัทวิชั่นออฟฟิวเจอร์ คุณหญิงเหมือนกับอิ้งค์กี้ทะเลาะแย่งกันแสดงความยินดีกับแสน จนเขาต้องหนีเข้าห้องแต่งตัว หยิบปากกาที่อันยาให้มาดูคิดถึงเธอ

อันยากระหืดกระหอบเข้ามายื่นการ์ดเชิญลงทะเบียนหน้างานอย่างร้อนรน แต่พอจะเข้างานก็มี รปภ.มาขวางเอาตัวเธอออกไป อ้างว่าเป็นคำสั่งเหนือเทพไม่ให้เธอเข้างาน...ธกฤตกับเมรีนึกได้ว่าอันยาอาจจะใช้โทรศัพท์ได้ให้สตาฟฟ์ทำทีเข้าไปหาแสนในห้องเพื่อจะขอเก็บมือถือไว้ระหว่างการเซ็นสัญญา แต่พอเปิดประตูเข้าไปไม่พบเขาในห้องเสียแล้ว

แสนออกมาพบอันยาที่มุมปลอดคน แสนถามมีอะไร ใกล้จะถึงเวลางานแล้ว อันยาดีใจ

“คุณแสน คุณต้องเชื่อฉันนะ คุณเซ็นสัญญานั่นไม่ได้เด็ดขาด”...แสนงงมันอะไรกัน

พอเหนือเทพและธกฤตรู้ว่าแสนหายตัวไปก็ร้อนใจ ธกฤตเสนอให้เลื่อนการเซ็นสัญญาไปไว้ท้ายงาน ตนจะไปหาตัวแสนให้...อันยาเล่าเรื่องที่วิชั่นออฟฟิวเจอร์จะหักหลังแสนให้ฟัง

“อย่างที่ฉันบอก ถึงสัญญาจะเขียนไว้อย่างเรียบร้อย แต่หลังจากทำงานไปสักพัก พวกเขาก็จะบีบคุณให้ร่วมมือทำโปรเจกต์สูบเลือดสูบเนื้อเกษตรกรอยู่ดี”

แสนแปลกใจเธอรู้ได้อย่างไร อันยาเล่าว่าได้ยินพวกนั้นพูดกันลับหลังแล้วชวนเขาไปจากที่นี่ แต่ธกฤตกับเมรีมาขวางเสียก่อน ธกฤตพยายามบอกแสนอย่าไปเชื่ออะไรอันยาอีก แต่อันยาโต้ว่าสายไปแล้ว เพราะแสน รู้ความจริงทั้งหมด เมรีไม่ยอมแพ้ โพล่งขึ้นว่า

“แล้วด็อกเตอร์รู้รึเปล่า ว่าเธอหลอกเขาสำเร็จด้วย” เห็นแสนมองหน้าอันยา เมรีรีบใส่ “นี่คงยังไม่รู้ใช่ไหมคะ ว่าคนที่คุณเชื่อใจนักหนา ที่แท้มันเป็นคนที่หลอกคุณมากที่สุด”

“ผมเคยบอกคุณแล้วว่ากรุณาให้เกียรติและสุภาพกับอันยาด้วย” แสนยังปกป้องอันยา

เมรีหัวเราะเยาะ “ฉันอยากรู้จริงๆถ้าคุณรู้ว่านังนี่มันหลอกคุณยังไงบ้าง ยังจะปกป้องมันอยู่อีกไหม” แสนจะจูงอันยาไป เมรีทนไม่ไหว ตะเบ็งเสียง “มันปลอมตัวไปเป็นเลขาของคุณที่เพียงพอดี เพื่อดิสเครดิต ทำให้คุณตกงาน แล้วมาทำงานกับวิชั่นออฟฟิวเจอร์”

แสนชะงักหันมองอันยา เธอแทบทรุด ก้มหน้าหลบ ตาเขา คุณหญิงเหมือนกับอิงค์กี้ตามมาได้ยิน แสนหาว่าเมรีปั้นเรื่องใส่ร้ายอันยา เมรีหันมาเยาะอันยาซึ่งสภาพจิตใจย่ำแย่เต็มทน

“ฉันยอมรับความสามารถของเธอจริงๆ หลอกคนระดับด็อกเตอร์แสนได้สนิท ทำยังไงเหรอ...คุณด็อกเตอร์ ถามจริงๆซื่อหรืออะไรมันบังตา”

แสนอึ้ง เมรีตอกย้ำ คิดว่าเรื่องที่อันยาชวนมาทำงานที่วิชั่นออฟฟิวเจอร์เป็นเรื่องบังเอิญหรือ คงจะหลงเธอเอามาก ธกฤตช่วยย้ำว่าอันยาต้องการเปอร์เซ็นต์ค่าจ้างเพิ่ม ถึงไม่ให้แสนเซ็นสัญญา ทั้งที่เขาจะได้รับผลประโยชน์เต็มเม็ดเต็มหน่วย...แสนไม่เชื่อ หันมาถามอันยาเพราะตนเชื่อเธอ สองคนนี้โกหกใช่ไหม อันยาทนไม่ไหวอีกแล้ว เอ่ยปากขอโทษแสนน้ำตานองหน้า

อิงค์กี้กับคุณหญิงเหมือนปราดเข้าต่อว่าอันยา แสนมึนเหมือนโดนของหนักทุบหัว

อันยาพยายามอธิบาย “คุณแสน...ฉันอาจจะเคยหลงผิดทำเรื่องชั่วๆอย่างที่อดีตเจ้านายเลวๆนี่บอก แต่พอฉันรู้จักกับคุณมากขึ้น ฉันก็ไม่อยาก...ทำตามแผนการพวกนั้นอีก ฉัน...ฉัน อยากจะเลิกตั้งหลายครั้ง แต่...ฉันกลัวคุณจะเป็นอันตรายเรื่องกำนันโกมล ฉันก็เลยคิดว่าให้คุณออกจากงานยังดีกว่าต้องเสี่ยงอยู่ที่นั่น”

“พอเถอะ! จะพูดยังไงมันก็แค่เหตุผลที่ช่วยให้คุณหักหลังคนที่เขาไว้ใจคุณ ได้สะดวกหน่อยก็เท่านั้น” แสนกล่าวอย่างผิดหวังสุดๆ

“แต่ครั้งนี้คุณต้องเชื่อฉันนะคะ ฉันอาจจะเคย โกหกคุณ แต่ครั้งนี้ฉันหวังดีกับคุณจริงๆฉันไม่ได้หลอกคุณ อย่าเซ็นสัญญากับวิชั่น”

เมรีแทรกขึ้นว่า จะเชื่อคนที่หลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีกหรือ ในเมื่อตอนนี้ก็ไม่มีงานที่ไหนเซ็นสัญญากับวิชั่นออฟฟิวเจอร์ เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ธกฤตจะเข้าหาแสน เขาถอยห่างบอกทุกคนอย่าเข้ามา เขาไม่ไว้ใจใครอีกแล้ว

“ผมมีสิทธิ์ฟ้องพวกคุณได้ จากสิ่งที่พวกคุณทำ ถ้าไม่อยากโดนหนักขึ้นก็ถอยออกไป” คุณหญิงเหมือนกับอิงค์กี้จะเข้าหา แสนยกมือ “ผมยังไม่ต้องการคุยกับใครทั้งนั้น” สองสาวชะงัก

อันยาใจจะขาดเสียให้ได้ วิ่งตามแสนออกมาแสนกระชากเนกไทออกอย่างคนสิ้นหวังอับอายอย่างมาก อันยาขอร้องให้ฟังตนอธิบาย แต่แสนกลับเสียงเขียวใส่ อย่ามาตบหัวแล้วลูบหลัง แล้วหันมาจ้องหน้าถาม

“ผมถามคุณจริงๆ ผมเคยไปทำอะไรให้คุณคุณแค่อยากได้ผลประโยชน์ถึงกับต้องหลอกลวงคนอื่น ทำลายเกียรติ ศักดิ์ศรีและความภาคภูมิใจของคนๆนึง ทำให้เพื่อนไม่มองหน้าเขาแล้วยังทำลายโอกาสของเกษตรกรที่เขาดูแลอยู่ ทุกๆคนที่หวังจะมีชีวิตที่ดีขึ้น แล้วมันต้องรอไปอีกนานเท่าไร อันยา...คุณ...คุณทำได้ยังไง...สิ่งที่คุณเสนอให้ มันอาจจะแพงแสนแพง แต่สำหรับผม รอยยิ้มของชาวบ้าน พืชพันธุ์เกษตรไร้สารพิษ และคนข้างกายที่จริงใจนั่นต่างหาก คือสิ่งที่มีค่า ไม่ใช่ของฉาบฉวยพวกนี้...มันไม่มีค่าเลยสักนิด สิ่งเดียวที่ผมต้องการจากคุณ...คือไปให้ไกลคนไร้หัวใจอย่างคุณ เราอย่าพบอย่าเจออีก” แสนหยิบปากกาออกมาวางลงแล้วเดินจากไป

อันยาไม่นึกเลยว่า ความโกรธของแสน จะเผาผลาญตัวเธอได้ถึงขนาดนี้...เมื่อเหนือเทพรู้ว่าไม่ได้ตัวแสนแล้ว ก็กราดเกรี้ยวใส่ธกฤตจะเอาเรื่องให้ล่มจม

ooooooo

คิมหันต์มารับอันยากลับ เขาเห็นสภาพบอบช้ำทางจิตใจของเธอ ฟังเรื่องราวทั้งหมด ไม่อยากเชื่อว่า ตนจะมีบอสที่ใจสกปรกถึงเพียงนี้ เขาสงสารอันยาอย่างมากที่ถูกแสนตัดรอน ทั้งที่พยายามช่วยเขา อันยาเข้าใจแสนดี ใครเล่าจะไม่โกรธ แต่ไม่คิดว่าจะมากขนาดนี้

แสนกลับมานั่งคิดประมวลเหตุการณ์ที่ผ่านมา คำพูดของอันยา การกระทำที่เธอพยายามทำแต่ผิดพลาด ยิ่งเสียใจปวดร้าวอย่างมาก โทษตัวเองช่างโง่เขลาที่สุด

ด้านบุรินทร์ ได้ยินข่าวยกเลิกการเซ็นสัญญาของแสน ก็คุยกับพิลาสินีว่าคิดอย่างไรเพราะตัวเขาคิดว่า ตัดสินแสนเร็วไป แต่พิลาสินียังโกรธ หาว่าคงผลประโยชน์ไม่ลงตัว

“ถ้าแสนไม่ผิดจะลาออกทำไม แล้วยังยอมชดใช้ค่าเสียหายด้วย ก็เท่ากับยอมรับผิด”

“ผมเป็นห่วงคุณนะแพม แสนเขาก็ชดใช้ให้กับทางบริษัทแล้ว คนเราถ้าไม่รู้จักคำว่าอภัยมันจะอยู่อย่างไม่มีความสุขนะ”

“ถ้าเป็นคนอื่น แพมคงไม่สนใจ แต่นี่เป็นแสนผู้ชายคนเดียวที่แพมเชื่อว่า เขาเข้าใจแพมยอมรับแพมอย่างที่แพมเป็น ไม่เหมือนผู้ชายทั่วไปที่มีปมกลัวผู้หญิงที่เก่งกว่า แพมคิดว่าเขาไม่มีวันจะมองแพมเป็นคู่แข่ง”

“แต่คุณเอง...ลึกๆก็มองเขาเป็นคู่แข่งไม่ใช่หรือไง”

แพมชะงักไม่คิดว่าบุรินทร์จะรู้ “ผู้หญิงมองผู้ชายเป็นคู่แข่งไม่น่าเกลียดนี่คะ แต่ไม่ว่ายังไงผู้ชายก็ไม่ควรคิดแข่งกับผู้หญิง ให้แพมมองเรื่องแสนโกงแพมเป็นเรื่องธรรมดา ใครก็พลาดกันได้...แพมคิดแบบนั้นไม่ได้หรอกค่ะ” พิลาสินีส่ายหน้า บุรินทร์อ่อนใจกับความดื้อของเธอ...

ถึงจะหัวใจแตกสลาย แต่อันยาก็ยังเอาคืนเมรีและธกฤตได้เจ็บแสบ ขณะที่ธกฤตจะให้เมรีไปขอโทษอันยาเพื่อให้ตามแสนกลับมาเซ็นสัญญากับวิชั่นออฟฟิว–เจอร์ เมรีไม่ยอม จึงมีปากเสียงกันลั่น ธกฤตโทษเมรีทำให้บริษัทถูกฟ้อง ไม่ทันไร อันยาเดินเข้ามา ธกฤตดีใจยื่นข้อเสนอดีๆให้ยกใหญ่ เมรีโวยว่าทำแบบนี้กับตนซึ่งเป็นเมียไม่ได้ ขาดคำ คิมหันต์ก็พาภรรยาตัวจริงของธกฤตเข้ามา เมรีหน้าถอดสี ธกฤตก็กลัวหงอไม่กล้าปกป้องเมรีซึ่งถูกตบจนสภาพยับเยิน

อันยากับคิมหันต์ยิ้มกริ่มเดินออกจากห้อง ไม่ลืมที่จะยื่นจดหมายลาออกให้เลขาของธกฤต...จากนั้นอันยาก็มาหาแสนที่หอพัก กลับพบว่าเขาคืนห้องย้ายออกไปแล้ว อันยาหน้าเสีย

ooooooo

ไร่แสนรัก...เป็นไร่สตรอว์เบอร์รี่อยู่ที่แม่อาย ของสินและฟองคำ พ่อแม่ของแสน มีสิงห์ญาติผู้พี่เป็นผู้ช่วยดูแลไร่นี้ หนานปิงพ่อของฟองคำมักจะถกเถียงกับลูกเขยเป็นประจำ แต่ก็เป็นอะไรที่สนุกสนาน สร้างความครื้นเครงให้แก่คนงานในไร่และครอบครัวของแสน

แสนแนะวิธีเปิดเพลงให้สตรอว์เบอร์รี่ฟังระหว่างการทำงานในไร่ ซึ่งหนานปิงก็เห็นด้วย แต่สินมักจะค้านว่า สตรอว์เบอร์รี่ไม่ใช่แมวจะได้ฟังเพลง หนานปิงโมโห

“แกไม่รู้อะไร สตรอว์เบอร์รี่น่ะฟัง แมวน่ะมันไม่ฟัง”

“พ่อไม่ใช่สตรอว์เบอร์รี่ซะหน่อย รู้ได้ไงว่ามันฟังเพลง”

“แกก็ไม่ใช่สตรอว์เบอร์รี่ รู้ได้ไงว่ามันไม่ฟังเพลง”

ชักจะไปกันใหญ่ สิงห์กับฟองคำต้องห้ามทัพ หนานปิงบ่นคิดถึงแสน สินแกล้งเย้า ป่านนี้แสนคงกำลังเปิดเพลงให้นาข้าวฟัง เกิดการเถียงกันอีก ไม่ทันไร แสนปรากฏตัวขึ้น ทุกคนดีใจระคนแปลกใจกับท่าทีเซื่องซึมของเขา...ฟองคำตามเข้ามาคุยกับแสนในห้อง แสนรับรู้ถึงความห่วงใยของแม่ จึงยอมบอกว่าตนออกจากงานแล้ว ฟองคำมาบอกสินกับหนานปิง ต่างตกใจ

“เฮ้ย! ไหนว่าจะทำงานเพื่อเกษตรกร ทำไมมันถึงออก หลานชายข้ามันไม่ใช่คนเหลาะแหละ เอ๊ะ! หรือมันจะอกหัก”

สินไม่เชื่อ และก็ไม่เชื่อว่าลูกจะกลับมาอยู่บ้าน ฟองคำย้อนถามไม่ดีใจหรือที่ลูกกลับมาอยู่ด้วย สินว่าดีใจ แต่ลูกเป็นคนรักงานมากจู่ๆออกมาต้องมีอะไรแน่ๆสิงห์ออกความเห็น

“ฉันว่าที่น้าฟองพูดก็ถูกนะ ถ้าแสนมันอยากบอกคงบอกเราเอง ไปซักไซ้มากมันจะไม่ดี”

หนานปิงโบ้ยว่าหลานเตือนสิน สินเหล่มอง สิงห์ยิ้มเก้อๆที่อุ๊ยหาเรื่องให้เสียแล้ว...วันต่อมา แสนตื่นขึ้นมาไปช่วยทุกคนทำไร่ แต่เขาก็อดคิดถึงเรื่องต่างๆไม่ได้ ทำให้เหม่อลอย...

แม้เวลาผ่านไปเป็นเดือน อันยายังรู้สึกผิดจนไม่อาจกลับเป็นคนร่าเริงเหมือนเดิมได้ เธอตัดสินใจมาสารภาพกับพิลาสินี แต่พิลาสินีไม่เชื่อและหาว่าแสนส่งผู้หญิงโง่ๆมาแก้ตัวแทน

“ในสายตาคุณ ฉันอาจจะดูไม่ฉลาดพอที่จะทำเรื่องหลอกใครๆได้ทั้งบริษัท แต่ถ้าฉลาดตัดสินเกินไป คุณก็อาจจะพลาดความจริงตรงหน้าได้นะคะ” พิลาสินีโกรธจะโวยแต่อันยาร่ายต่อ “คุณแสนเป็นคนยังไง คุณเองก็น่าจะรู้ ทำไมคะ กลัวว่าถ้าเชื่อในความดีของเพื่อนแล้วจะกลายเป็นคนโง่ ความฉลาดสำคัญยิ่งกว่าเพื่อนแท้อีกเหรอคะ”

“อย่ามาพูดเหมือนรู้ดี ถ้าแสนบริสุทธิ์จริง ทำไมเขาไม่มาพูดกับฉันด้วยตัวเอง ให้เขาเอาหลักฐานมายืนยันกับฉันสิ...ไม่มีใช่ไหมล่ะ ฉันจะไม่เชื่ออะไรอีก กับเรื่องที่ผ่านมาก็เจ็บพอแล้ว”

พิลาสินีไล่อันยากลับไป อันยาไม่อยากเชื่อว่าการช่วยคนๆหนึ่งให้หลุดพ้นความผิด มันช่างยากขนาดนี้ อันยามาหาเมขลากับเอกชัย เล่าความจริงทั้งหมดให้ฟัง ทั้งสองเห็นใจและเตือนให้ตามแสนกลับมาให้ได้ ไม่ควรเสียคนดีๆไปจากชีวิต...อันยากลับมาสารภาพกับลดา

“หนูเป็นคนเลวใช่ไหมคะคุณย่า...ทีแรกหนูไม่กล้าเล่าให้คุณย่าฟัง กลัวคุณย่าจะโกรธแล้วก็...อาการโรคหัวใจจะกำเริบ”

“หนูอัน...ย่ารู้แล้ว พ่อคิมบอกย่า แต่อย่าโทษพ่อคิมเขาเลยนะ ย่าถามเขาเอง ย่ายอมรับว่าทีแรก ย่า...ไม่รู้จะพูดยังไงกับหนูดี ย่าก็เลยรอให้หนูพูดกับย่าเอง พอวันนี้ ย่าได้ฟังหนู ย่าบอกได้ทันทีว่าหนูอันยาไม่ใช่คนเลว”

อันยากอดลดาร้องไห้ ลดาปลอบว่าตนมีส่วนผิดที่เอาแต่รักที่จะอยู่บ้านสวน ไม่ได้ใส่ใจหลาน จนหลานเลือกเดินทางผิด แต่ถึงอย่างไรตนก็อยู่ข้างหลาน อันยาว่าตัวเองโง่เองไม่รู้จักคิด

“เราอย่ามาโทษกันเลย ย่าอยากให้หนูรู้ว่า ย่าอยู่ข้างหนู คนเรามีทั้งด้านที่มืดและสว่างอยู่ในตัวเองกันทุกคน ถ้าชีวิตให้หนูมองเห็นสิ่งที่มืดมนในตัวเองได้ มันก็คือช่วงที่ดีที่สุดนะรู้ไหม”

“ดีเหรอคะ...” อันยาแปลกใจ

“ใช่ คนแก่อย่างย่า รู้เรื่องแบบนี้ดี เมื่อหนูรู้ว่าอะไรไม่ดี และไม่เอาตัวเองเข้าไปอยู่ในนั้นอีก มันคือความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ หนูจะไม่ตกเป็นทาสความเปลี่ยนแปลงผิดๆอีก”

อันยารับคำ ลดาแนะให้ไปขอโทษแสนคนที่ตัวเองรัก อันยาหน้าเศร้าเขาคงเกลียดตนมาก แต่ลดาก็ชี้ให้เห็นว่า ทุกวันนี้ อันยาก็ไม่สามารถลืมความเจ็บปวดกับรอยแผลที่ทำร้ายคนอื่นได้ จะปล่อยตัวเองให้ทรมานอยู่ทำไม ไปเก็บหัวใจที่ตกหายกลับคืนมา จะได้ไม่ต้องอยู่กับความสงสัย และไม่ให้อภัยตัวเอง ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร ขอให้จำไว้ว่ามีย่าเป็นกำลังใจเสมอ

คำพูดของย่าเป็นกำลังให้อันยาฮึดสู้ เธอแพ็กกระเป๋าเดินทาง บอกคิมหันต์ว่าจะไปตามหัวใจตัวเองกลับมา คิมหันต์ยินดีด้วยและรับปากจะดูแลลดาให้เพื่อเป็นการล้างความผิดของตัวเองเช่นกัน อันยาปลอบว่า ที่คิมหันต์ทำไปเพราะช่วยตน

“มันเป็นเพราะผมไม่หนักแน่นเองต่างหาก ถ้าผมไม่โลภ ไม่กลัวตัวเองเสียผลประโยชน์คงไม่ร่วมมือกับเจ๊หรอก ผมอาจจะเตือนเจ๊ไม่ให้ทำเรื่องแบบนี้ด้วยซ้ำ”

อันยาขอบใจที่คิมหันต์ไม่โทษตน สองคนกอดกันด้วยความรักฉันพี่น้อง ลดามองอันยาด้วยสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักและเป็นกำลังใจให้

ขณะเดียวกัน คุณหญิงเหมือนกับอิงค์กี้ ลงทุนจ้างนักสืบ สืบหาแสนแต่เผอิญใช้นักสืบคนเดียวกัน จึงสบายไปสำหรับนักสืบที่ได้เงินสองทาง...

พอถึงเชียงใหม่ อันยาเช่ารถเพื่อขับขึ้นแม่ริม ทั้งที่ตัวเองไม่รู้จักทางแต่ด้วยความมุ่งมั่นที่จะขอโทษแสน จึงขับไปตามแผนที่...อันยามาจนถึงต้องตกใจเมื่อรู้ว่า ครอบครัวแสนย้ายไปทำไร่ที่แม่อายนานแล้วแต่ยังไม่ได้ขายไร่เดิม

ส่วนแสน เผอิญจะกลับมาช่วยเพื่อนทำงานวิจัยที่แม่ริม จึงติดรถสิงห์เข้าไปในเมือง...แสนกับฟองคำกำลังช่วยกันบรรจุสตรอว์เบอร์รี่ลงกล่องที่ทำจาก

มันสำปะหลังและซังข้าวโพดเพื่อการย่อยสลายง่ายกว่าที่จะใช้กล่องพลาสติกใส ตามคำแนะนำของแสน สินนึกได้อยากให้สิงห์เอากระถางต้นไม้หน้าบ้านเก่ากลับมาด้วย แต่สิงห์ลืมมือถือทิ้งไว้ที่บ้าน ฟองคำแนะให้ โทร.หาแสน สินบอกว่าลูกเลิกใช้มือถือ ตั้งแต่ออกจากงานในเมืองมาแล้ว ฟองคำเสียดายแทนลูก

ooooooo

ตอนที่ 7

เช้าวันต่อมา อันยาเตรียมจะออกไปทำงานเดินผ่าน โทรศัพท์ในห้องจึงกดฟัง มีข้อความจากย่าฝากไว้ว่า

มะม่วงแก้วที่ชอบออกลูกแล้ว ย่าจะทำน้ำปลาหวานไว้รอ...อันยาชะงัก รีบโทร.กลับไปหาย่า แต่ไม่มีคนรับสายจึงฝากข้อความทิ้งไว้ว่า เย็นนี้จะไปกินให้พุงกาง

อันยามองข้อความเตือนใจที่คิมหันต์แปะไว้ แล้วฮึดสู้...วันนี้อันยาเปลี่ยนการแต่งตัวเป็นแบบสาวออฟฟิศทั่วไป ไม่เว่อร์เหมือนก่อน...เมื่อมาถึงเพียงพอดี ก็ได้ยินเพียงดาวบ่นกับเอกชัยว่า พิลาสินีไม่อยู่ไปธุระข้างนอก อันยารู้สึกดีใจแล้วชะงักจะดีใจทำไม เอกชัยหันมาเห็นแปลกใจ

“คุณอันยา! เป็นอะไรรึเปล่าครับ หรือว่าไม่มีเวลาซักรีดเสื้อผ้า”

เพียงดาวแขวะสงสัยพายุทอร์นาโดจะข้ามทวีปมาฝั่งไทย อันยานิ่งเฉยเดินไปโต๊ะทำงาน แสนเห็นก็แปลกใจ และยิ่งทึ่งเมื่ออันยาบอกว่า อยากดูกลมกลืนเหมือนคนอื่นบ้าง

“ค่ะ ฉันว่าบางทีคนเราก็ไม่ต้องเป็นตัวของตัวเองมากหรอก เหมือนๆคนอื่นเขาบ้างก็ได้” แต่ในใจอันยากลับคิดว่าถ้าไม่เป็นตัวของตัวเอง แสนจะได้ไม่มาสนใจ ไม่มาชมเธออีก

“แน่ใจเหรอ ว่าคนเราจะทิ้งความเป็นตัวเองไปได้ง่ายๆ”

อันยาหมุนตัวให้ดูว่า แค่ชุดธรรมดาตนก็ดูธรรมดาแล้ว แสนหยิบริบบิ้นสวยหวานออกมาอวด บอกว่าเห็นแล้วนึกถึงจึงซื้อมาฝาก แต่คงไม่อยากได้แล้ว อันยาหน้าง้ำเดินหนี

“มาทำดีด้วยทำไม เมื่อวานก็เพิ่งจะกอดด็อกเตอร์แพมไปแท้ๆ” อันยาเดินบ่นกระปอดกระแปดกลับมาที่โต๊ะเห็นมีโพสต์อิทแบบเรียบๆธรรมดาๆวางอยู่ปึกหนึ่ง พร้อมกระดาษโน้ต

ข้อความว่า...สำหรับวันที่คุณอยากเป็นคนธรรมดา...

อันยาอ่านแล้วอึ้ง แสนเดินเข้ามาเฉลย เห็นว่าบนโต๊ะเธอไม่มีอะไรที่ธรรมดาเลย จึงเอาของเรียบๆมาให้ ใจอันยาเริ่มเต้นตูมตามเมื่อแสนเข้ามาใกล้ เขาชูริบบิ้นแล้วบอกว่า ของนี้เขาจะเก็บไว้ให้ มันยังรอเธออยู่ อันยานึกถึงคำพูดของคิมหันต์ ว่าถ้าใจเธอกับแสนตรงกันก็ไม่เห็นต้องปิดกั้น...เธอตัดสินใจ

“ด็อกเตอร์คะ...ฉัน...ฉันอยากได้...” ไม่ทันที่อันยาจะพูดจบ

“พี่แสน...” เสียงปุ๊กลุกแปร๋นขึ้น ทั้งสองหันมองเห็นปุ๊กลุกหอบกระเป๋าเส้ือผ้ามาด้วย...

เพียงดาวอุทานด้วยความตกใจเมื่อได้ฟังปุ๊กลุกบอกว่า หนีออกจากบ้านจะมาอยู่กับแสน เพราะพ่อไม่ยอมให้ตนยุ่งกับแสน เอกชัยเห็นว่าโกมลพูดถูกเผงเรื่องนี้เรื่องเดียว แสนปฏิเสธที่ปุ๊กลุกจะมาอยู่กับตนมันน่าเกลียด อันยาแอบโทร.บอกโกมลให้ส่งคนมารับลูกสาวกลับ

ตกบ่ายอันยาจะไปบ้านสวน จึงขอตัวกลับก่อนและฝากเอกชัยดูแลปุ๊กลุกจนกว่าจะมีคนมารับกลับ แสนเดินมาส่ง เขาชมอันยา ถ้าไม่มีเธอเขาคงไม่รู้จะทำอย่างไร อันยากระเซ้า

“เฮ้อ ถ้าไม่มีคุณสักคน ชีวิตฉันคงสงบสุขเกินไปนะคะ” อันยาเห็นแสนหัวเราะก็นึกได้ไม่ควรทำให้เขารู้สึกดีๆกับตนอีก จึงหุบยิ้ม

“คุณรู้ไหม ทุกคนพูดเหมือนกันหมด ให้ผมมีแฟนไปซะ ปัญหาแบบนี้จะได้หมด แต่ก่อนผมก็ไม่เคยคิดนะ แต่ว่าตอนนี้...” แสนทำตาวิบวับใส่อันยา

หัวใจอันยาเต้นแรงรีบเตือนตัวเอง ไม่...ไม่นะ...ตัดบทรีบเร่งให้เขาไปพบบุรินทร์เพราะรอปรึกษางานอยู่ ด้วยเกรงแสนจะคุยเรื่องขอพิลาสินีเป็นแฟน ตนคงรับฟังไม่ไหวแน่...

อันยาขึ้นรถขับออกไป มาได้ระยะหนึ่งอันยาหยิบลิปสติกมาทาปาก พอส่องกระจกเห็นว่าเสื้อสูทของตัวเองตกไปกองที่เบาะหลังก็แปลกใจ ไม่ทันไรมันก็ขยับได้ เธอสะดุ้งจอดรถ คว้าสเปรย์ผมมาขู่

“หยุด!หยุดนะถ้าขยับแกเจอสเปรย์จัดทรงทั้งหน้าแน่”

ภายใต้เสื้อยังขยับอีก อันยาพ่นสเปรย์ออกไปปุ๊กลุก พรวดพราดออกมาโวยวาย

“ยัย ยัยบ้า! ไม่ให้ขยับได้ยังไงเล่า ก็คนมันคัน”

อันยาตะลึงที่ไม่ใช่โจร ปุ๊กลุกบ่นอุบ โจรอะไรจะสวยขนาดนี้ อันยาเหวอ จะวกรถกลับไปที่เพียงพอดี ปุ๊กลุกคว้ารองเท้าคู่เก่งของอันยามาขู่ อันยาเห็นร้องลั่น

“นี่! ปล่อยมือจากเจ้าหญิงของฉันเดี๋ยวนี้”

“เจ้าหญิง!” ปุ๊กลุกขำล้วงมีดออกมาจ่อ “งั้นตอนนี้เจ้าหญิงของเธอตกเป็นตัวประกันแล้ว”

“ฮะ! นั่นๆลิมิเต็ดอิดิชั่นนะยะ เธอ...ทำอย่างนี้ไม่ได้นะ”

ปุ๊กลุกยิ่งขู่จะกรีดรองเท้า ถ้าอันยาพาเธอกลับไป อันยาเจ็บใจ จำต้องพาปุ๊กลุกมาท่ีคอนโดของตน...เมื่อปุ๊กลุกเห็นความโอ่อ่าของห้องพักอันยาก็ชอบใจ ทำทีบอกว่าตัวเองไม่สมควรไปพักกับแสนมันไม่งาม

“คุณแสนเขาไม่ยอมให้เธอเข้าห้องมากกว่า”
อันยาแย้ง

ปุ๊กลุกจิกตาใส่ อันยาจ้องสู้ ปุ๊กลุกจึงเอารองเท้ามาขู่ มันจะอยู่รอดปลอดภัยต้องให้ตนพักที่นี่และนอนในห้อง ส่วนเธอนอนที่โซฟา อันยาจะโวย ปุ๊กลุกชูรองเท้า อันยาชะงัก รีบเก็บป้ายเตือนใจที่คิมหันต์ทำไว้ออกหมด ก่อนที่ปุ๊กลุกจะลุกเห็น ระหว่างนั้น ปุ๊กลุกโทรศัพท์หาเพื่อน

นี่แก ฉันอยู่กรุงเทพฯแล้วนะ เออ...บ้านนังเมียเลขาของด็อกเตอร์ที่ฉันเคยเล่าให้ฟังไง ฉันมาบ้านทำไมเหรอ แกไม่รู้อะไร เดี๋ยวพอตกดึกด็อกเตอร์มาหามัน ทีนี้แหละฉันก็จะ...ให้พี่แสนเขารู้ว่าผลิตภัณฑ์จากท้องนาหวานมันกว่านังบาร์บี้ป่าคอนกรีตนี่เยอะ

อันยาได้ยินแว่วๆถามโทร.คุยกับใคร ปุ๊กลุกเบ้ปากไม่บอก พลันมือถืออันยาดังขึ้น ปุ๊กลุกจะชะโงกดูว่าใครโทร.มา อันยาเอ็ด

“พ่อเธอมั้ง...เรื่องของฉัน โจรจับตัวประกันอย่างเธอไม่เกี่ยว” ว่าแล้วอันยาก็เลี่ยงมารับสาย มีคนโทร.มาบอกว่าย่าของเธอเข้าโรงพยาบาล อันยาตกใจมากผลุนผลันจะออกไป แต่อดห่วงปุ๊กลุกไม่ได้ จึงบอกว่ามีของกินในตู้เย็นทานได้แต่อย่าก่อเรื่อง

ปุ๊กลุกถามโพล่งขึ้นว่า“แล้วพี่แสนเขาจะมาที่นี่รึเปล่า”

“เขาจะมาทำไมไม่ทราบ!” อันยาชะงักนึกได้ว่าโกหกไว้ว่าเป็นเมียแสน “อ๋อ วันนี้เขาไม่มาหรอก ถ้าผิดหวังก็กลับบ้านไปได้นะ” ว่าแล้วอันยาก็ออกจากห้องไป ปุ๊กลุกชักสีหน้าไม่เชื่อ

อันยาร้อนรนเป็นห่วงย่าอย่างมาก ควานหากุญแจรถไม่เจอจึงเทกระเป๋าลงพื้น กุญแจรถกระเด็นไปกลางถนน เธอวิ่งตามไปเก็บ มีรถเก๋งคันหนึ่งแล่นมาบีบแตรไล่แสนโผล่มารวบตัวเธอหลบข้างทางได้ทัน เจ้าของรถเปิดหน้าต่างโวยให้ระวังบ้าง อันยาตกตะลึง

“คุณแสน! นี่คุณมาได้ยังไงคะ”

“ผมได้รับข้อความที่คุณส่งมาว่าปุ๊กลุกอยู่กับคุณ ผมเป็นห่วงก็เลยตามมาดู”

อันยาบอกว่าปุ๊กลุกไม่เป็นอะไร แสนโต้ตนเป็นห่วงเธอมากกว่า เพราะรับมือกับปุ๊กลุกไม่ใช่เรื่องง่าย แล้วถามว่าเธอกำลังจะไปไหน อันยานึกได้ต้องรีบไปดูย่าที่โรงพยาบาล ส่งกุญแจห้องให้แสนขึ้นไปดูปุ๊กลุก แต่แสนกลับบอกว่านี่มันลิปสติก

“ขอโทษ!ฉันรีบไปหน่อย” อันยาเก็บของใส่กระเป๋าเลือกกุญแจห้องส่งให้ใหม่

แสนปฏิเสธไม่ไปดูปุ๊กลุก แต่จะไปเป็นเพื่อนอันยา เธอส่ายหน้ามองหารถจะไปคนเดียว

“รถคุณอยู่ตรงโน้น คุณน่ะลนไปหมดแล้ว แบบนี้ขับรถไปเองไม่ได้หรอกเชื่อผม เลิกดื้อซะที” แสนดึงอันยาไปที่รถตัวเอง

ooooooo

ในห้องพักของอันยา ปุ๊กลุกสวาปามของกินในตู้เย็นจนแทบหมดตู้ ทิ้งซากกองบนโต๊ะเลอะเทอะ เข้ามารื้อค้นเสื้อผ้า เครื่องสำอางของอันยาในห้องนอน เห็นมือถืออันยาลืมทิ้งไว้ จึงยิ้มกริ่มรีบเปิดหาเบอร์แสนแล้วส่งข้อความ หาอย่างหมายมั่น ว่าเขาจะต้องมาหา

“แสนขา...คิดถึงคุณจัง ถ้ามาหาฉันคืนนี้จะมีรางวัล ให้นะคะ...จุ๊บๆ”

ด้านอันยา ผุดลุกผุดนั่งอยู่หน้าห้องฉุกเฉินเพราะย่าเกิดอาการหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันต้องผ่าตัดขยาย หลอดเลือดแสนปลอบว่า คุณย่าอยู่ในมือหมอแล้วไม่ต้องห่วงอันยาสะอื้น

“ถ้าฉันเอาใจใส่คุณย่ามากกว่านี้ หมั่นไปเยี่ยมท่านบ่อยๆก็คงไม่เป็นแบบนี้ ช่วงหลังฉันมัวแต่ทำงานจนลืมเรื่องคุณย่าซะสนิท เมื่อเช้าคุณย่าฝากข้อความเอาไว้ ให้ฉันไปหาที่บ้านสวน ฉันตั้งใจจะไปตอนเย็น แต่ก็...มาเกิดเรื่องปุ๊กลุก ฉัน...ฉันมัวแต่สนใจเรื่องอื่น จนลืมย่าตัวเอง”

แสนฟังอันยารำพัน รู้สึกตัวเองมีส่วนไปด้วย อันยาเสียใจที่พ่อให้ตนมาดูแลย่าแต่ตนกลับปล่อยให้ย่าเป็นแบบนี้ แสนปลอบอย่าโทษตัวเอง ตนก็ผิดด้วยที่ให้เธอทำงานมากเกินไป  อันยาส่ายหน้าไปมา แสนจึงถาม ถ้าย่าปลอดภัยแล้ว เธอจะทำอย่างไรต่อไป

“ฉันจะไม่ห่างท่านอีกแล้ว จะใช้เวลาอยู่กับคุณย่าให้มากขึ้น จะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้อีก”

“งั้นคุณก็เริ่มทำเพื่อท่านตั้งแต่ตอนนี้เลยนะ ตั้งสติและเข้มแข็งเอาไว้ ถ้าคุณไม่ดูแลตัวเองให้ดีก่อน จะมีใครดูแลคุณย่า”

“คุณแสน...แล้ว...แล้วถ้าเกิดว่าคุณย่า...”

แสนเอานิ้วแตะปากอันยา “ผมรับรองว่าคุณย่าคุณจะปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่ได้ แต่ถ้าคุณอยากทำอะไรให้ใคร ตัวคุณเองต้องพร้อม คุณจะต้องเข้มแข็ง คุณทำเพื่อคุณย่าได้ไหม”

อันยาพยักหน้าทั้งน้ำตา เหมือนเด็กเชื่อฟังผู้ใหญ่ ความอ่อนล้าทำให้เธอซบศีรษะลงกับไหล่แสน เขาโอบปลอบเธอ...สักพัก เหมือนอันยาจะหลับ โอนเอนไปมา แสนจับตัวเธอพิง

“คุณดูเพลียมากนะ นั่งพิงดีๆแล้วหลับสักงีบเถอะ”

อันยาส่ายหน้ายืดตัวตรงตอบอู้อี้ว่าไม่ง่วง แต่ไม่ทันไร เธอก็เอนมาซบไหล่เขาอีก แล้วไหลผลุบลงหนุนตักแสนอย่างสบาย แสนมองยิ้มเอ็นดู เขี่ยไรผมที่ปรกหน้าเธออย่างเบามือ...

ส่วนปุ๊กลุกแต่งหน้าแต่งตา นอนรอด้วยท่าทางเซ็กซี่ หวังว่าแสนจะต้องมา และแล้วก็มีเสียงออด เธอดีใจมากไม่รู้เลย ว่า  เป็นทวยเทพมาหาอันยา  เขาหงุดหงิดที่อันยาไม่เปิดประตู

จึงลองบิดลูกบิด  ปรากฏว่าเปิดได้  เขาแปลกใจที่ภายในห้องมืด เห็นไฟสลัวทางห้องนอนจึงเดินเข้าไป มีเงาคนนอนคลุมโปง เขาต่อว่าทันที “อัน คุณทำยังงี้ได้ยังไง ตื่นมาคุยกัน เดี๋ยวนี้เลย”

ปุ๊กลุกได้ยินเสียงเอะใจนิดหน่อยว่าเสียงแปลกๆ แต่ก็ยังนอนรอตัวสั่นเทา ยื่นขาออกไปนอกผ้าห่มอย่างยั่วยวน ทวยเทพกลับต่อว่า

“นี่! ไม่คุยแล้วยังให้ผมดูเท้าคุณอีกเหรอ ไม่สุภาพเลยนะอัน หันหน้ามาคุยกันเดี๋ยวนี้”

ปุ๊กลุกตกใจถ้าเห็นหน้าก็จบเห่สิ ปุ๊กลุกเอื้อมมือดับไฟหัวเตียง แล้วลุกพรวดขึ้นกอดจูบทวยเทพโดยคิดว่าเป็นแสน ชายหนุ่มดิ้นขลุกขลักตกใจสักพักก่อนจะโอนอ่อนด้วยความดีใจ

ooooooo

กลางดึก อันยาลืมตาขึ้นมา รู้ว่าตัวเองนอนหนุนตักแสนอยู่ก็ชะงัก เหลือบมองเห็นเขาเอนหลับ จึงค่อยๆลุกช้าๆ เสียงแสนล้อ ใครนะบอกว่าไม่ง่วง...แสนลืมตาขึ้นยิ้มๆ

อันยาเขินอาย แสนรีบบอกว่า “ผมล้อเล่นคุณได้งีบบ้างดีแล้ว จะได้มีแรง”

“คุณก็...ปล่อยให้ฉันนอนหนุนตักคุณอยู่ได้ เก้าอ้ีว่างมีตั้งแยะ”

“แต่ตักผมก็ว่างเหมือนกันนี่” แสนสบตาอันยาวิบวับๆ

“ตักว่าง...แต่หัวใจไม่ว่าง...” อันยาพึมพำหลบสายตาแสนเพราะใจชักเต้นแรงพยาบาลมาแจ้งว่า คุณย่าปลอดภัยแล้ว อันยาดีใจมากรีบเข้าไปหาย่า...ลดานอนอ่อนเพลียยิ้มบางๆถาม หลานสาว “หนูอัน...ไม่สบายรึเปล่า ดูหน้าตาซึมๆนะเราน่ะ”

“คุณย่า ดูถามเข้าสิ ก็ซึมเพราะคุณย่าล้มเข้า โรงพยาบาลนี่ไงล่ะคะ”

“ย่ามาพักร้อนน่ะ เทวดาคงเบื่อที่วันๆย่าเอาแต่อยู่บ้านสวน ไม่ยอมไปไหน เลยให้มาเปลี่ยนที่นอนบ้าง”

แสนได้ฟังอมยิ้ม รู้แล้วทำไมอันยาถึงเป็นคนร่าเริง ขนาดคุณย่ายังแจ่มจริงๆ ลดาถามโพล่งขึ้นว่า แฟนหลาน หรือ หล่อดี อันยาสะดุ้งรีบปฏิเสธว่าเป็นเจ้านาย แสนแนะนำ ตัวเอง ลดาแปลกใจจำได้ว่าเจ้านายหลานไม่ได้ชื่อนี้ อันยารีบตัดบท

“อันนั้นเจ้านายเก่าน่ะค่ะ อันเปลี่ยนงานแล้ว เราอย่าพูดถึงเรื่องงานอันเลย คุณหมอเพิ่งขยายหลอดเลือดให้คุณย่า ให้ยาคลายเครียดด้วย อย่าเพิ่งพูดเลยค่ะ”

“มิน่า ย่ารู้สึกอารมณ์ดี๊ดี ตอนแรกนึกว่าเพราะเห็นหน้าแฟนหนูอันซะอีก”

“ไม่ใช่แฟนค่ะคุณย่า” อันยาร้องลั่น

“จ้ะๆ  ไม่ใช่ก็ไม่ใช่ ชื่อพ่อแสนใช่ไหมจ๊ะ  ขอบใจนะที่อุตส่าห์มาเยี่ยมย่าเป็นเพื่อนหนูอัน”

“ไม่เป็นไรครับ รู้ไหมครับว่าคุณย่าเป็นคุณย่าที่ น่ารักมาก ยังสวยอยู่เลย ถ้าไม่บอก ผมไม่รู้ว่ามีหลานสาวโตขนาดนี้แล้วนะครับ”

“อุ๊ย พูดอย่างนี้ย่าก็เขินแย่ แหม...ไม่อยากจะบอก

หลายคนเขาก็พูดแบบนี้แหละ พ่อแสนเองก็น่ารักเหมือนกัน นี่ถ้าย่ายังสาว ต้องตกหลุมรักแน่ๆ”

ลดาและแสนหัวเราะชอบใจรู้สึกถูกชะตากันมาก อันยาเหล่มองสองคนอย่างหมั่นไส้เล็กๆ...แสนกับอันยาเดินออกมาปล่อยให้ลดาได้นอนพัก แสนทักอันยาทำไมยังหน้าเครียดอยู่อีก ไม่อารมณ์ดีเหมือนย่า อันยาบ่นจะสบายใจได้อย่างไร ครั้งนี้โชคดีที่ย่าไม่เป็นอะไรมากแต่ต่อไปตนจะแน่ใจได้อย่างไร ในเมื่อท่านไม่ยอมมาอยู่กับตนที่คอนโด เพราะท่านรักบ้านสวนมาก ตนต้องไปอยู่กับย่าก็คงต้องลาออกจากงานเพราะมันไกลมาก แสนร้อนใจ

“ไม่ได้นะ ผมไม่อนุญาต คือผมกับคุณ เราเป็นเจ้านายท่ีเคมีเข้ากันมาก ถ้าคุณไม่อยู่ ผมคง...ลำบาก”

“ฉันก็ยังไม่ออกตอนนี้หรอกค่ะ ต้องทำภารกิจให้สำเร็จก่อน...” อันยาเสียงอ่อยลง

“ภารกิจของเลขา ไม่มีวันเสร็จสิ้นหรอกคุณเอางี้ คุณไม่รู้จะพูดกับคุณย่าคุณยังไงใช่ไหมงั้นผมจะพูดให้เอง ให้คุณย่ายอมมาอยู่กับคุณที่คอนโด”

“หา...ฉันเป็นหลานสาวสุดที่รักของคุณย่า ยังชวนไม่สำเร็จเลย คุณจะชวน!”

แสนพยักหน้าและทวงรางวัลถ้าทำสำเร็จ อันยารับคำเพราะไม่เชื่อว่าเขาจะทำได้ แต่ห้ามขอสิ่งที่ตนให้ไม่ได้ แสนท้วงไหนว่าไม่เชื่อ อันยาโต้ก็แค่กันไว้ก่อน ไม่ได้กลัว แสนอมยิ้ม

ooooooo
แสงแดดส่องเข้ามายังห้องนอนของอันยา ทวยเทพตื่นขึ้นมาเห็นด้านหลังหญิงสาวนอนข้างๆ ก็ขยับเข้า สวมกอดด้วยความดีใจที่อันยายกโทษให้ แต่พอหญิงสาวหันหน้ามา เขาก็ร้องลั่นปุ๊กลุกตกใจตื่น สีหน้าตกใจไม่แพ้กัน ปุ๊กลุกยังเข้าใจว่าตัวเองนอนกับแสน

“พี่แสนล่ะ แก แกมาได้ยังไง พี่แสน พี่แสนช่วยด้วย ...ไอ้หื่นกามมันจะทำมิดีมิร้ายเมียพี่”

“แสน! หมายถึงไอ้ด็อกเตอร์นั่นน่ะเหรอ” ทวยเทพโวยว่าตนนอนเตียงนี้ทั้งคืน ไม่เห็นเงาแสนแม้แต่นิดเดียว

ต่างคนต่างเรียกคนของตัวเอง แต่ไม่มีทั้งอันยาและแสน ทวยเทพกับปุ๊กลุกเริ่มหวั่นใจว่าเมื่อคืนที่เกิดขึ้น มันยังไงกันแน่ ต่างไม่ยอมรับ เถียงกันไปมาว่านอนกับคนที่ตัวรัก ทวยเทพคว้าเสื้อผ้าออกไป ปุ๊กลุกทรุดนั่งร้องไห้โฮทำอะไรไม่ถูก

แสนขับรถเข้ามาในคอนโด สวนกับรถท่ีแล่นออกไปอย่างรวดเร็ว อันยาแปลกใจเหมือนรถของทวยเทพ แต่ไม่กล้าบอกแสน...ทั้งสองเข้ามาในห้อง ต้องตกใจที่ห้องรกไปหมด

“ห้องนอนก็รก ยังกับเกิดสงครามแน่ะค่ะ ปุ๊กลุกจะมีเรื่องอะไรรึเปล่าคะเนี่ย” อันยาสงสัยเพราะกระเป๋าเสื้อผ้าก็หายไปด้วย

“บทจะมาก็มา จะไปก็ไปเนี่ย ยังไม่แปลกเท่าไหร่ แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องทำห้องคุณเละเทะแบบนี้ด้วย” แสนข้องใจ อันยาเองก็งงๆ

ทั้งแสนและอันยามาทำงาน เอกชัยเพิ่งวางสายจากโกมล บอกทั้งสองคนว่า ปุ๊กลุกกลับถึงบ้านแล้ว แต่โกมลอยากคุยกับแสน...แสนงงโทร.กลับไปหาโกมล โกมลถามเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนและให้แสนรับผิดชอบ แสนไม่เข้าใจอธิบายว่า

“ปุ๊กลุกมาหาผมก็จริง แต่ไม่ได้อยู่กับผม เธอพักอยู่ที่ห้องเลขาผม และผมไม่ได้ไปที่นั่นเลยจนเช้า ซึ่งลูกสาวกำนันก็กลับไปแล้ว”

โกมลโวยว่าแสนจะไม่รับผิดชอบอะไรเลยใช่ไหม แสนยืนยันว่าตนมีคนที่เป็นพยานได้ว่าไม่ได้อยู่กับปุ๊ก–ลุก แต่โกมลหาว่าเป็นพวกเดียวกันเขาไม่เชื่อ แล้วโกมลก็ขู่ไม่ให้แสนกลับมาเหยียบหมู่บ้านนกกระเต็นอีก ก่อนจะวางสายไป แสนถอนใจจนปัญญาจะอธิบายแล้ว

อันยาเป็นกังวลใจ ที่แสนยังต้องลงพื้นที่อยู่ จะโดนโกมลทำร้ายอะไรอีกบ้าง แต่แสนคิดว่าถ้าตนเลี่ยงไม่ไปก็จะกลายเป็นตนทำผิดจริงๆ แสนดีใจที่อันยาเป็นห่วง อันยาหน้าเหวอ

“ฉัน...ฉันห่วงตัวเองจะตกงานต่างหากล่ะ ถ้าบอสอย่างคุณเป็นอะไรไป เลขาอย่างฉันจะเหลือเหรอ...เดี๋ยวฉันจะรีบเคลียร์งาน แล้วจะขอลากลับไปดูคุณย่าให้เร็วหน่อยนะคะ”

อันยาโกรธตัวเองที่แสดงความเป็นห่วงเขาออกนอกหน้าเกินไป แสนอมยิ้มชอบใจ พิลาสินีเดินเข้ามาตำหนิแสนกรายๆที่ลืมนัดคุยงานกับตนเมื่อคืน แสนนึกได้รีบขอโทษว่าติดธุระ

“งั้นจะให้ผมชดเชยยังไง บอกมาได้เลยครับ ด็อกเตอร์พิลาสินี” แสนเอาใจ

“รู้ตัวก็ดีแล้ว งั้นเย็นนี้คุณต้องช่วยฉันเรื่องโครงการที่เราจะทำด้วยกันน่ะ”

“เย็นนี้เหรอ คือผม...รับปากจะไปเยี่ยมคุณย่าของอันยาเขา พอดีคุณย่าเข้าโรงพยาบาลน่ะ”

พิลาสินีไม่พอใจจิกตาใส่และถามอาการ อันยาจึงตอบว่าปลอดภัยแล้ว และบอกแสนให้ไปช่วยพิลาสินีก่อนจะเดินเลี่ยงไป อันยาพยายามย้ำกับตัวเองว่าอย่าว่อกแว่ก ต้องห้ามใจให้ได้

บ่ายวันนั้น อันยามาเจอกับคิมหันต์เพื่อซื้อของไปเยี่ยมย่าที่โรงพยาบาลนครปฐม เขาทึ่งเมื่อฟังอันยาเล่าว่าแสนขับรถพาไปและกลับเมื่อคืน ถ้าไม่รักไม่ชอบจะทำขนาดนี้เชียวหรือ อันยาแย้ง แสนทำเพราะเห็นแก่ผู้หญิงตาดำๆคนหนึ่ง แต่คนที่เขารักคือพิลาสินี

พออันยากับคิมหันต์มาถึงโรงพยาบาล ก็ต้องตกใจเมื่อรู้ว่าลดาออกจากโรงพยาบาลไปแล้ว และฝากบอกว่ากลับคอนโด...อันยาแทบไม่อยากเชื่อ บึ่งรถกลับเข้ากรุงเทพฯ ตรงดิ่งไปที่คอนโดของตัวเอง พอจะไขห้องก็พบว่ามันไม่ได้ล็อก และได้ยินเสียงคนคุยกัน

“อ้าวหนูอัน ดูสิ มาถึงห้องช้ากว่าพวกเราซะอีกนะ” ลดาเห็นอันยาเข้ามาก็กระเซ้า

“นี่คุณ...ไปรับคุณย่ามาเหรอคะ” อันยาต่อว่าแสน

“ครับ...ก็ตามสัญญาไง”

อันยาอึ้งๆหันไปติงลดาที่ยอมมากับคนที่เพิ่งจะรู้จัก ลดาโต้ว่ารู้จักตั้งสองครั้ง และเล่าว่าแสนมาเยี่ยมตอนกลางวัน พอดีหมออนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลได้ เขาเลยพาตนมาที่นี่ ลดากำชับห้ามต่อว่าแสน เพราะตนอยากเซอร์ไพรส์หลาน อันยาขอคุยส่วนตัวกับแสน

สองคนเข้ามาคุยในครัว อันยาถามทำไมเขาไม่ไปทำงานกับพิลาสินี แสนตอบตรงๆว่าวันนี้ตนนัดกับเธอไว้ก่อน สำหรับพิลาสินีไว้คุยวันพรุ่งนี้ อันยาถามอีกเรื่อง ทำไมย่าตนถึงยอมมาอยู่ที่นี่ ทั้งที่ตนชวนตั้งหลายครั้งแล้ว ไม่เคยใจอ่อน

“ผมก็แค่...ไม่บอกดีกว่า คุณต้องเลี้ยงข้าวเย็นผมก่อน” แสนทำหน้ากวนๆ

อันยาแทบไม่อยากเชื่อว่าเขามีมุกแบบนี้ด้วย

ooooooo

ด้านพิลาสินีต้องอธิบายกับเพียงดาวว่าทำไมแสนไม่มาทำงานด้วย เพราะแสนนัดกับผู้ใหญ่ไว้แล้วไม่อยากผิดคำพูด แล้วเลยหยั่งเชิงถามว่าที่ผ่านมาแสนกับอันยาสนิทกันมากไหม เพียงดาวตอบว่ามากแต่ก็แบบเจ้านายกับเลขาเท่านั้น เพราะความบ้าๆบวมๆของอันยา

บนโต๊ะอาหาร ลดากับแสนคุยกันถูกคอ ลดาชวนแสนมาทานอาหารด้วยบ่อยๆ อันยาท้วงว่าแสนต้อง ทำงาน และอีกอย่างแฟนเป็นโขยงของเขาจะมาฉีกอกเอา แสนแย้งว่าตนยังไม่มีแฟน อันยาแขวะก็แฟนคลับตรึมตนไม่อยากเสี่ยง ลดาจึงบอกว่า ถ้าแสนไม่มาที่นี่บ่อยๆ ตนจะกลับไปอยู่บ้านสวน คิมหันต์ทึ่งที่ดูลดาจะชอบแสนเอามาก แซวว่าคงเป็นแฟนคลับอีกคนของแสนไปแล้ว อันยาพยายามบอกย่าว่าแสนเดินทางลำบากเพราะอยู่ไกล

“หนูอัน...คุณแสนเขาบอกย่าว่าเขาไม่ลำบากนะจ๊ะ” ลดายังเถียงแทนอีก

แสนอมยิ้มอย่างเป็นต่อ อันยาจะท้วงอีก แสนจึง ทวงคำสัญญาที่อันยาต้องให้แก่เขา ขอให้เขาได้มาเยี่ยม ลดาทุกวัน อันยาเหวอไม่คิดว่าเขาจะทวงสัญญาด้วยเรื่องนี้

“แสบพอกันทั้งคุณย่าทั้งคุณแสน...ทำไมยิ่งหนีต้องยิ่งเจอด้วย” อันยาพึมพำอย่างอัดอั้น

ooooooo

หลังจากวันนั้น ท่าทีแสนดูมีความสุข โลกเป็นสีชมพู จนคนในบริษัทเพียงพอดีแปลกใจ เพียงดาวตั้งข้อสังเกตว่าเป็นเพราะพิลาสินี แต่เอกชัยค้านไม่ใช่ เมขลาคิดแบบเดียวกับเอกชัยแต่ไม่กล้าออกความเห็น

จากวันนั้น แสนมาหาลดาแทบทุกเย็น พาเดินออก กำลังกายในสวนสาธารณะ ชมต้นไม้ให้หายคิดถึงบ้านสวน  ลดาถึงกับเอ่ยปากให้พามาทุกวัน อันยาซึ่งเดินมาด้วยท้วง นานๆมาทีก็พอ แต่ลดากลับบอกว่าถ้าอันยาไม่ว่างก็ไม่ต้องมาด้วยก็ได้ อันยาหน้างอที่เห็นความสนิทสนม ของทั้งสองคน ไม่เพียงเท่านั้น แสนยังชวนลดาเล่นโยคะ ลดาก็ดูจะเอาใจแสนมากกว่าหลานตัวเองให้อะไรแสนกินก็ดีกว่าที่ให้หลาน แสนแอบขำและบางครั้งก็ยกของดีนั้นให้อันยาบ้าง...จู่ๆวันหนึ่ง ลดาก็เล่นถามตอบกับแสน โดยที่เขาไม่ทันรู้ว่าเสียรู้คุณย่า

“ชื่อเกม...วินาที...เดี๋ยวย่าจะจับเวลาเลยนะ ภายใน 7 วินาที ให้พ่อแสนตอบมาว่าชอบหรือไม่ชอบหลาน สาวของย่า”

แสนกำลังดื่มน้ำถึงกับสำลัก ลดาเร่งว่าเวลาเหลือ 5 วินาทีแล้ว แสนอึกอักพูดอะไรไม่ออก ลดาแกล้งบอกว่า ถ้าไม่ตอบถือว่าชอบ...แสนยิ้มเขินจนเวลาหมด ลดา ขำกับท่าทางของเขาอันยาเดินมาถามเล่นอะไรกัน ลดาจึงชวนอันยาเล่นบ้างแต่ลดเวลาลงเหลือ 4 วินาที แสนแอบยิ้ม อันยาฟังคำถามว่าชอบแสนไหมแล้วถึงกับเหวอ อึกอักตอบไม่ได้จนใกล้หมดเวลา รู้สึกกดดันมาก โพล่งออกไปว่า...ไม่รู้ ลดาแย้งไม่มีในช้อยส์ อันยาอายเดินหนีไปดื้อๆ ลดาหันมาถามแสน

“ดีใจล่ะสิ ที่เขาไม่ได้บอกว่าไม่ชอบ เรานี่น้า...เป็นลูกผู้ชายแท้ๆเรื่องแค่นี้ทำไมไม่ยอมบอกหลานย่าสักที”

“สำหรับผม ถ้าไม่ชอบต้องรีบบอก เขาจะได้ไม่ คอยเราเก้อ แต่ถ้าตรงกันข้าม ไม่ต้องรีบก็ได้ครับ” แสน ยอมรับโดยปริยาย

“ระวังเถอะ ไม่รีบแล้วจะต้องเสียใจ ของแปลก และดีมีจำกัดนะ” ลดาไม่เห็นด้วยกับความปากแข็งของแสน

อันยาหลบมานั่งหน้างอ บ่นจะสู้หน้าแสนได้อย่างไร แสนมาตามไปทานข้าวได้ยินเธอบ่น ก็แกล้งแซวที่ชอบพูดคนเดียว อันยาก้มหน้างุดเดินตาม จู่ๆแสนก็หยุดหันมา

“ผมบอกให้เอาไหม ว่าเมื่อกี้ตอนเล่นเกมกับคุณย่า ผมตอบท่านว่ายังไง คุณอยากรู้ไหม”

อันยาใจเต้นตึ้กตั้ก ตั้งใจฟังลุ้นๆ แสนแหย่ “ท่าทางคุณคงไม่อยากฟัง” ว่าแล้วก็เดินไป

“นี่! จะบอกก็บอกมาสิ ฉันฟังได้” อันยาตะโกนไล่หลัง

แสนหันมาอมยิ้มกวนๆ อันยาทำท่าไม่อยากรู้ก็ได้ แสนจึงเร่งให้รีบกลับตนหิวแล้ว อันยาหมั่นไส้เขาเป็นอย่างมาก ที่กวนหัวใจกันแบบนี้...

วันต่อมา หลังเลิกงาน อันยาแวะเจอกับคิมหันต์ร้านกาแฟเจ้าประจำ เธอบ่นว่าแสนให้ฟังที่มาเอาอก เอาใจย่าแทบทุกวัน ถ้าไม่เกรงใจว่าเป็นเจ้านาย ตนจะพา ย่าย้ายบ้านหนี คิมหันต์เบ้หน้าล้อ ทำเป็นพูดดี ในใจ อิ่มเอม แต่เขาข้องใจไหนบอกว่าเป็นแฟนกับพิลาสินีแล้วมาแหมะกับอันยาและย่าทำไมแทบทุกวัน อันยาเผลอแก้ตัวแทน

“เขาบอกว่าคุณย่าทำให้เขาคิดถึงแม่อุ๊ย ย่าของเขาที่เสียไปแล้ว ได้คุยกับคุณย่าทำให้รู้สึกเหมือนเจอครอบครัวน่ะ”

“แล้วเจ๊เชื่อเขาเหรอ...”

“เต็มร้อย...ถ้าเมื่อก่อนนะ เชื่อเต็มร้อยว่าชอบฉันแน่ๆแต่บอกตรงๆหลังจากเห็นเขาที่งานสัมมนานั่นมาแล้ว ไม่กล้าคิด”

คิมหันต์รู้ว่าเรื่องนี้เป็นแผลในใจอันยาจึงไม่อยากสะกิด แต่อันยากลับย้อนถามว่าตนไม่ควรคิดจริงหรือ คิมหันต์ร้องอ้าว...ไม่ทันจะตอบ ธกฤตโทร.มาเรียกอันยา ไปพบ เธอหนักใจ

ooooooo

เหนือเทพและธกฤตรุมถามอันยาถึงแผนการของเธอทำไมยังไม่สัมฤทธิผล อันยาเล่าถึงแผนงาน ของแสนโดนเพื่อนร่วมงานก๊อบปี้ไป เขาก็ไม่โกรธแสดงว่าเขามุ่งมั่นและรักงานที่นั่นมาก ตนพยายามโน้มน้าวเขาอยู่ แต่เหนือเทพย่ืนคำขาดว่าไม่มีเวลารออีกต่อไปแล้ว

อันยานึกในใจอยากจะบอกไปว่า ตนไม่อยากทำต่อแล้ว แต่ธกฤตกลับตอบรับแทนไปว่าจะทำได้ในเร็ววันนี้...เมรีเจ็บใจเมื่อเห็นบอสไว้ใจอันยามาก อาโปยุอยากให้แสนมาเห็นภาพเลขาของเขาเป็นปีศาจร้ายขนาดไหน เมรีจึงคิดได้ แอบถ่ายคลิปเก็บภาพการพูดคุยของอันยา เหนือเทพและธกฤตไว้อย่างมีแผนร้าย

ระหว่างที่อันยาเดินอยู่ในไรท์เพอร์เซิ่ล แสนโทร.เข้ามาบอกเธอว่า หามะดันได้แล้ววันนี้ลดาจะทำต้มกะทิสายบัวปลาทูสูตรโบราณให้ทาน อันยาย้อนถามมาบอกตนทำไม

“ก็วันนี้คุณหยุดงานไปธุระ ผมก็เลยโทร.มาบอกก่อนว่า เย็นนี้ผมจะแวะไป”

อันยารู้สึกผิด เอ่ยขอโทษที่ลางานบ่อย แสนจึง ให้เธอชดใช้ด้วยการต้อนรับเขาดีๆ อันยาแกล้งประชด “ค่า คุณเจ้านาย เลขาตาดำๆอย่างฉันไม่กล้าขัดใจคุณหรอกค่ะ”

“ถ้าคุณทำตัวดี ผมจะแบ่งปลาทูให้สองตัวเลย”

“ค่ะ เจอกันค่ะ” อันยาวางสายสลดลง พึมพำถ้าเขารู้ว่าตนหยุดงานมาทำอะไร เขาคงไม่มีความสุขแบบนี้แน่

อันยานึกถึงคำพูดของเหนือเทพ “ผมทราบมาว่าตอนนี้ด็อกเตอร์แสนกำลังทำโครงการส่งมอบเมล็ดพันธุ์พื้นบ้านคืนสู่เกษตรกร ถ้าโครงการนี้สำเร็จและขยายผลออกไป จะต้องกระทบต่อยอดค้าเมล็ดพันธุ์ของเราแน่ๆ บริษัทเราจะเสียผลประโยชน์ไม่น้อย”

อันยาแอบบ่นว่ารวยไม่รู้จะรวยอย่างไรแล้ว แต่เกษตรกรต้องเป็นหนี้ เหนือเทพมองหน้าไม่ชอบใจ ธกฤตแก้ตัวแทนว่า ทางเราไม่ยอมให้เกิดเรื่องแบบนั้นได้ เหนือเทพจึงบอกแผนการ

“นี่คือแผนที่จะทำให้โครงการนี้ยุติลง และด็อกเตอร์แสนต้องมาเป็นซีอีโอใหม่ให้กับเรา ในวันครบรอบของบริษัท อีกสองเดือนข้างหน้า” เหนือเทพส่งแฟ้มเอกสารให้ไปศึกษา

อันยาแย้ง เราแค่จะทำให้แสนออกจากเพียงพอดีมาทำงานกับวิชั่นออฟฟิวเจอร์เท่านั้น ไม่ได้จะทำให้ โครงการล้มเลิก ธกฤตรีบปรามอันยาให้เงียบก่อน เหนือเทพเสนอค่าตอบแทนเพิ่มอีก 30% พร้อมสัญญาให้ทางไรท์เพอร์เซิ่ลจัดหาพนักงานต่ออีก 5 ปีเต็ม ธกฤต ตาโตรีบรับรองว่าสำเร็จแน่ ในขณะที่อันยารู้สึกกดดันมหาศาล

ooooooo

เมรีมาต่อว่าทวยเทพถึงบ้านที่เขาดึงอันยากลับมาไม่สำเร็จ ทวยเทพซึ่งหวั่นใจกับเรื่องคืนนั้นอยู่ กราดเกรี้ยวใส่เมรี เพราะเธอเรื่องของตนกับอันยาถึงดิ่งลงเหวขนาดนี้ เมรีตกใจล่าถอยกลับไป...หญิงแม่ของทวยเทพแปลกใจที่เห็นลูกชายไล่สาว แล้วเมื่อไหร่จะมีเมียเสียที

“แล้วนึกว่าผมไม่อยากมีเมียรึไง แต่เมียผมต้องเป็นคนที่ผมรัก” ทวยเทพหมายมั่นอันยา

ด้านอันยารู้สึกไม่สบายใจเอาเสียเลย ไม่อยากทำตามแผนของเหนือเทพ คิมหันต์ปลอบฝืนใจอีกนิดเดียวก็จะจบแล้ว อันยาไม่เข้าใจตัวเอง ทั้งที่เป็นคนคิดแผนปลอมตัวแต่กลับต้องมาฝืนใจทำ คิมหันต์ย้ำ เพราะเธอหวั่นไหวกับแสนเสียแล้ว อันยาสะเทือนใจ

“ก็วันๆ ด็อกเตอร์เอาแต่พูดว่า เกษตรกรเป็นหนี้นะอันยา ปลูกข้าวปลูกผักเท่าไหร่ก็เป็นหนี้ เราต้องมาช่วยกัน อย่าทิ้งอย่าดูดาย ปล่อยให้พวกเขาต้องสู้กับพ่อค้าหน้าเลือดตามลำพัง”

“เจ๊โดนสะกดจิตแล้วจริงๆแหละ เจ๊...เราสองคนเหมือนขึ้นขี่หลังเสือแล้ว ถ้าเราไม่ไปให้ถึงจุดหมาย โดดลงมาก่อน...”

“ก็ต้องโดนเสือกัด! เสือใหญ่อย่างคุณเหนือเทพทำได้จริงๆแน่ ถ้าเราจะเป็นคนดีเหมือนที่เพียงพอดี ต้องแลกกับ...ค่าเสียหายของบริษัท อนาคตการทำงานของทั้งฉันและแก และทุกๆ อย่างที่เราทำกันมา ก็จะไม่เหลือ...” อันยาถอนใจกลัดกลุ้มสุดๆ คิมหันต์ก็กลัวการสูญเสีย

เย็นวันนั้น ระหว่างที่อันยาจะเดินเข้าคอนโด ทวยเทพมาดักรอ พยายามบอกว่าเขาไม่ได้มีอะไรกับเมรี แต่อันยาไม่มีแก่ใจจะฟัง เขายังพร่ำขอโอกาสกลับมาคบกันอีก เธอจะเดินหนี พอดีแสนถือถุงกับข้าวเข้ามา ทวยเทพเห็นถึงกับปรี๊ด ต่อว่าอันยาเพราะอย่างนี้นี่เองเธอถึงถีบหัวเขาส่ง อันยาโวย “ทวยเทพ! คุณเป็นคนผิดนะ”

“คุณกับมันไปถึงขั้นไหนกันแล้วล่ะ คุณโกรธผม ทั้งที่ตัวเองก็อ่อยไอ้ด็อกเตอร์นี่อยู่ มันแฟร์แล้วเหรออัน ผมไม่ยอมนะ ผมไม่ยอมให้คุณทำแบบนี้”

แสนปกป้องอันยา เตือนทวยเทพว่าที่ทำอยู่เรียกว่าบุกรุกและคุกคาม ทวยเทพโต้ ถ้าเขารู้ว่าอันยาเข้ามาพัวพันด้วยเพราะอะไร ยังจะปากดีอีกไหม อันยาปรามทวยเทพ แสนแนะให้อันยาเรียก รปภ. ทวยเทพโกรธโพล่งขึ้น

“อันยาหลอกแก! อยากรู้ไหมว่าเธอหลอกอะไรแก”

อันยารีบต่อรองว่า มะรืนตนว่างค่อยคุยกัน ทวยเทพฮึดฮัด แสนมองอย่างไม่เข้าใจ ทวยเทพยังหวังในตัวอันยาจึงยอมล่าถอย แต่ไม่วายขู่ ห้ามแสนแตะต้องอันยาแม้ปลายเล็บ แสนอยากรู้สิ่งที่ทวยเทพพูดคืออะไร อันยาหลบสายตา โกหกไปว่า

“ทวยเทพเขาหมายถึง เรื่องที่ฉัน...ยังเป็นเพื่อนกับเขาอยู่ เขานึกว่าคุณไม่รู้เรื่องนี้ ก็อย่างที่ฉันเคยบอก ทวยเทพเขาต้องการเวลาที่จะห่างฉัน”

แสนรู้สึกว่าอันยายังปิดบัง จึงส่งถุงกับข้าวให้เธอแล้วขอตัวกลับ เขาจะโทร.มาขอโทษลดาเอง อันยาใจหายวาบ น้ำตาคลอกับปัญหาที่รุมเร้า...เมื่ออันยาขึ้นมาบอกลดา เธอจึงเตือน

“ย่าเคยเตือนเราแล้ว อย่าให้ความหวังกับคนที่เราไม่คิดจะลงเอยด้วย นายทวยเทพอะไรเนี่ย เห็นครั้งเดียวก็รู้แล้วว่าหลงตัวเอง มองไม่ออกซะทีว่าผู้หญิงเขาไม่ได้รัก” ลดามองมะดันที่แสนหามา “มะดันนี่ไม่ใช่หาง่ายๆนะ ดูสิ พ่อแสนไปหามาจนได้ แล้วนี่เขาจะเข็ดไม่กล้ามาหาหนูอันอีกรึเปล่า”

อันยาอยากจะบอกย่าว่า แสนอยู่ห่างๆ อาจจะดีกว่า แต่ต้องกลบเกลื่อนว่า ไม่ต้องห่วง ตนต้องดีกับแสนแน่ๆ...จนกว่าภารกิจจะเสร็จ อันยาพูดโดยไม่กล้าสบตาย่า

ooooooo

หลายวันผ่านไป แสนมาออกพื้นที่กับพิลาสินี มีอันยาและเมขลามาด้วย อันยามองความสนิทสนมของทั้งสองอย่างหนึบๆในใจ เมขลาเห็นท่าทางอันยามึนตึง คิดว่ายังเคืองเรื่องข้อมูลที่ตนหามาให้พิลาสินี อันยารีบปลอบเมขลาว่า เธอไม่ผิด เธอเป็นคนดี ตนเสียอีกที่อาจจะไม่ดี

ระหว่างทำงานในที่นาของพุฒ อันยาจะเข้าช่วยแสน แต่เขากลับตึงๆ ปฏิเสธความช่วยเหลือของเธอ อันยาพยายามอธิบายถึงเรื่องวันก่อนไม่ใช่อย่างที่เขาคิด แสนย้อนถาม

“คุณรู้เหรอ ว่าผมคิดอะไร”

“คุณ คิดว่าฉัน ทำไมถึงยังคบคนที่ไม่น่าไว้ใจ ทำไมไม่เลิกคบ คนที่สร้างปัญหาให้”

“คุณก็รู้อยู่แล้ว เพราะอะไรล่ะอันยา ทำไมต้องทำให้ตัวเองเสี่ยงด้วย คนที่เป็นห่วงคุณจะไม่สบายใจนะ”

“ฉันจัดการได้จริงๆนะคะ คุณ...ก็ไม่น่าจะต้องโกรธนี่คะ ยังไงมันก็เป็นปัญหาของฉันกับทวยเทพ”

“ผมขอถอนคำพูด ที่ผมบอกว่าคุณรู้อยู่แล้ว จริงๆแล้วคุณไม่รู้อะไรเลย ไม่รู้เลยว่าผมคิดยังไง” แสนพูดจบเดินไปอย่างโกรธๆ

อันยางงหมายความว่าอย่างไร จากนั้น แสนก็ก้ม หน้าทำงานพูดคุยกับพุฒไม่สนใจอันยาอีกเลย แต่เธอก็ต้องตามจดบันทึกตามหน้าที่เลขา...แสนมาสำรวจส่วนที่เป็นพืชสมุนไพร พิลาสินีเข้ามาช่วย แต่พอเจอผีเสื้อก็ร้องกรี๊ดลั่นด้วยความกลัว แสนขำที่เธอยังไม่เลิกกลัวผีเสื้ออีก อันยาถือน้ำจะมาให้ เห็นความใกล้ชิดของทั้งสองคนก็ถอยห่าง พยายามเตือนใจตัวเองอย่าว่อกแว่ก

แสนให้พิลาสินีไปสำรวจตรงอื่นที่ไม่มีผีเสื้อ ตัวเขาเดินสำรวจลึกเข้าไป พลันโกมลกับลูกน้องมาทำร้ายแสนจนสลบ ใช้กระสอบคลุมหัวเขาจะเอาตัวไปโยนกลางป่าลึก อันยาตามมาเจอเข้าขวาง โกมลเข่นเขี้ยว ยังไม่ได้คิดบัญชีเรื่องที่แล้วที่หลอกให้ช่วย สุดท้ายก็ไปช่วยแสนจนได้หินบดมา อันยาปฏิเสธไม่จริง แสนแก้ปัญหาด้วยตัวเขาเอง ตนก็ผิดหวังเหมือนกัน โกมลลองเชิง ส่งท่อนไม้ให้อันยาฟาดแสน อันยาทำไม่ได้ โกมลจะเล่นงานทั้งคู่ อันยารีบขู่

“ฉันเป็นคนของคุณเหนือเทพ...เหนือเทพ เกียรติ์- ธนากร ประธานกรรมการบริษัทวิชั่นออฟฟิวเจอร์ คุณน่าจะรู้จักไม่ใช่เหรอ คุณค้าปุ๋ยค้าเมล็ดพันธุ์ก็ต้องรู้จัก”

โกมลไม่อยากเชื่อแต่ก็ขยาดอยู่เหมือนกัน จึงยอมปล่อยทั้งสองไปก่อน...อันยาพาแสนกลับมาที่บ้านพุฒช่วยเอาผ้าชุบน้ำเช็ดหน้าตาให้อย่างห่วงใย แสนฟื้นขึ้นมางงๆ พุฒเล่าว่าเขาโดนคนทำร้ายนอนสลบอยู่ในป่า ดีที่อันยาไปพบแล้วพากลับมา แสนสงสัยว่าเป็นฝีมือโกมลแต่ทำไมถึงปล่อยตนรอดมาได้ พุฒบอกแสนว่า อันยาร้องไห้กลัวเขาไม่ฟื้น

แสนถามอันยาทำไมไปช่วยตนได้ อันยาตอบอึกๆ อักๆว่า เห็นเขาหายไปนาน จึงตามไปดูก็พบเขานอนสลบอยู่ แสนเริ่มใจอ่อนลง อันยาฉวยโอกาสอธิบาย

“คุณแสน ฉันรู้ว่าคุณไม่พอใจเรื่องทวยเทพแต่ฉันกับเขาเป็นแค่เพื่อนกันจริงๆ...”

ไม่ทันพูดจบ แสนตัดบทให้เธอช่วยเช็ดหน้าให้อีก อันยางงๆแต่ก็รีบทำให้ แสนชมว่าผ้าที่เช็ดให้หอม ใส่น้ำหอม ด้วยหรือ อันยาตอบว่าเปล่า

“งั้นก็...คงเป็นน้ำหอมของคุณ”

“ไหนว่ามึนอยู่ไงล่ะ ทำไมจมูกดี คงไม่ต้องเช็ดแล้ว...” อันยาหน้าแดง แสนดึงมือเธอไว้

“ขอบคุณนะที่ช่วยผม จะตอบแทนยังไงดี...ติดหนี้เป็นเงินต้องใช้ด้วยเงิน คุณช่วยชีวิตผม งั้น...สงสัยต้องยกชีวิตผมให้” แสนขยับเข้าใกล้

อันยาทั้งอายทั้งงง “คุณ พูดอะไรของคุณเนี่ย...”

“หรือว่าคุณไม่อยากได้...” แสนสบตาอันยา กำลังจะกุมมือเธอ พิลาสินีเข้ามาขัดจังหวะ

อันยาชะงักถอยออก พิลาสินีเข้าถามไถ่อย่างห่วงใยว่าใครทำร้ายเขา แสนอ้างว่าเป็นพวกติดยา เพราะ ไม่อยากให้เธอกลัวจนไม่กล้ามาลงพื้นที่อีก อันยาทึ่งถึงขนาดนี้แล้ว เขายังจะทำงานนี้ต่ออีก ไม่ห่วงชีวิตตัวเองบ้างเลย...เมื่ออยู่กันตามลำพัง แสนบอกอันยาว่า ตนไม่กลัวตาย หวังเพียงให้เกษตรกรมีชีวิตที่ดีขึ้น อันยาอดถามเป็นนัยๆไม่ได้

“แล้วคุณไม่คิดเหรอ ว่ามีคนหวังให้คุณอยู่ต่อไปอีกนานๆคนที่เขารักคุณน่ะ”

แสนสบตาอันยาวิ้งๆ “ถ้าเขารักผม...ผมจะพยายามอยู่ต่อให้ได้”

อันยาชาวูบไปทั้งตัว บอกเขาก่อนจะเดินหนีไปว่า...ใครรักคนอย่างเขา คนนั้นก็บ้าแล้ว...พิลาสินีพาแสนกลับมาที่บริษัท หลังจากไปให้หมอเอกซเรย์สมองเรียบร้อย แสนยังไม่ยอมนอนพักจะเข้ากรุงเทพฯพร้อมอันยา พิลาสินีไม่พอใจ ธุระอะไรสำคัญขนาดไหน แสนไม่ตอบเดินเลี่ยงไปหาอันยาดื้อๆเขาขึ้นนั่งบนรถเธอ อันยาถามจะให้ส่งที่ไหน เขานิ่ง กลับกดมือถือหาลดา แล้วบอกว่าอยากทานข้าวฝีมือเธอ ไม่ได้ทานมา

หลายวันแล้ว อันยาโวยให้ถามเจ้าของบ้านบ้าง แสนตอบว่าอนุญาตอยู่แล้ว เพราะใจคอคงไม่ให้คนเจ็บหาข้าวกินเอง

“ถึงอยู่ที่หอพักบริษัท คุณก็มีคนหาข้าวให้กินอิ่มเหมือนกันนั่นแหละ”

“อิ่มตรงนี้ แต่กลัวตรงนี้ไม่อิ่ม” แสนจับท้องแล้วชี้ที่หัวใจ ทำตากรุ้มกริ่ม อันยาใจหวิวถึงกับขับรถเป๋เลยทีเดียว...ในขณะที่ บุรินทร์ซักถามเรื่องราวจากพิลาสินี เธอวางฟอร์มเหมือนไม่แคร์แสนเท่าไหร่ บุรินทร์อ่อนใจเตือนเธอคิดอย่างไรก็ให้บอกไปตรงๆ พิลาสินีว่าตนไม่ใช่พวกสาวๆที่ชอบกรี๊ดแสน

หลังจากวันนั้น อันยามาพบทวยเทพ พยายามบอกว่าทุกอย่างระหว่างเธอกับแสนเป็นเพียงเรื่องงาน มันใกล้จะจบลงแล้ว ถ้ามันต้องพังเพราะเขาหมดความอดทนก็ไม่ต้องคุยกันอีกเลย ทวยเทพพยายามเชื่อ แต่ยังหวั่นใจเรื่องตัวเอง จึงบอกอันยาว่า ถ้าเมรีหรือใครมาพูดอะไรอย่าไปเชื่อ อันยาพยักหน้ากรายๆทวยเทพดีใจที่ยังไม่เสียอันยาไป

ooooooo

ตอนที่ 6

เมื่อเหตุการณ์ทำให้อันยาไม่อาจล้มเลิกโปรเจกต์ได้ เธอรู้สึกอ่อนเพลียกลับมาคอนโด ต้องชะงักเมื่อเจอทวยเทพถือช่อดอกไม้รอง้ออยู่ เพราะเขาเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เรื่องราววุ่นวาย

“อัน ผมผิดไปแล้ว แต่...มันก็เพราะคุณนะ มีผู้หญิงรอเดทกับผมเต็มไปหมด แต่คุณกลับทำกับผมแบบนี้ ถ้าคุณคิดถึงใจผมบ้าง ผมไม่มีทางสนใจใครอยู่แล้ว” ทวยเทพยังหลงตัวเอง

“ฉันใจร้ายใช่ไหม...งั้นฉันจะปรับปรุงตัว จะไม่ทำให้คุณเสียใจอีก ฉันจะให้คุณมีอิสระ อยากเดทกับใคร

ก็เดทไปเลยนะ ยัยเมรีหรือใครก็ได้...ไปดีนะคะ” อันยาผละเดินไปทวยเทพอึ้ง ตะโกนไล่หลัง “อัน นี่คุณบอกเลิกผมเหรอ อัน เฮ้ย! หึงแล้วอย่าทำแบบนี้สิ อัน...หึ่ย ทำไมง้อยากง้อเย็นนักวะ ทีตัวเองผิดไม่เห็นมาง้อเราบ้าง”

อันยาเข้าห้อง ถอนใจอย่างเหนื่อยอ่อน ความแตกก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องปั้นหน้าอีกต่อไป จู่ๆคำสนทนาของแสนกับพิลาสินีก็ผุดเข้ามาในหัว ที่พิลาสินีทึกทักว่าที่นั่งซ้อนท้ายจักรยานแสนเป็นของเธอ แต่แสนพูดขำๆว่าเป็นของเธอเมื่อไหร่...จึงทำให้ความคิดของอันยาฮึดสู้อีกครั้ง ตนยังมีสิทธิ์เอาชนะแสนได้...

วันรุ่งขึ้น เอกชัยยืนอยู่ตรงเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ สองสาวคุณหญิงเหมือนกับอิงค์กี้เดินมาจะเข้าไปหาแสน เอกชัยขวางต้องแลกบัตรและดูตารางนัดหมายก่อน สองสาวจึงติดสินบนวางเงินให้ ต่างเกทับกัน จนกระทั่งเมขลา อันยา และเพียงดาวเดินมาเห็น อันยาจะเข้าไปช่วยเอกชัย แต่เพียงดาวรั้งไว้เพราะเห็นพิลาสินีเดินมาเอ็ด

“ที่นี่ไม่ใช่บ่อนที่จะมาเกเงินทับกันแบบนี้...คนนึงเป็นนางเอกของประชาชน อีกคนเป็นผู้ดีเก่า ไม่ทราบว่าไม่เคยเรียนรู้กฎเกณฑ์สังคมเลยเหรอคะ ว่าให้สินบนพนักงานมันผิด”

สองสาวผงะเมื่อเห็นพิลาสินี อันยาแปลกใจ เมขลาบอกว่า ไม่มีใครไม่รู้จักด็อกเตอร์แพม

“อย่างที่ฉันบอก ถ้าด็อกเตอร์แพมอยู่ พวกสิ้นหวังกระเด็นไปคนละทิศละทาง” เพียงดาวแขวะอันยาและให้รอดูเฉยๆไม่ต้องเข้าไปยุ่ง เพราะแค่นี้พิลาสินีเอาอยู่

อันยานิ่วหน้า แต่ก็เห็นพิลาสินีรับมือกับสองสาวได้ง่ายๆ โดยแกล้งหยิบกล่องที่บอกว่าบรรจุเชื้อแบคทีเรีย มีผลต่อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมออกมาขู่ ทำให้สองสาววิ่งหนีกันไม่เป็นท่า

เพียงดาวปรบมือชื่นชม “ด็อกเตอร์แพมทุบสกอร์ตามเคย บางคนที่เข้าใจว่าตัวเองแน่ คงรู้แล้วว่าไม่ได้พิเศษตรงไหน”

อันยาสะอึกที่โดนแขวะ มองเพียงดาวเดินไปประจ๋อประแจ๋พิลาสินีอย่างไม่อยากเชื่อ

จากนั้น พิลาสินีก็มาทวงรางวัลกับแสน ที่เป็นกันชนสองสาวนั่นให้ เธอขอให้เขาเลี้ยงกาแฟ แสนเหลียวมองอันยาที่นั่งทำงานอยู่ แล้วบอกพิลาสินีว่า จะให้อันยาชงกาแฟมาให้ พิลาสินีไม่ยอม จะให้พาไปร้านโปรดของตน ว่าแล้วก็เดินไปห้องทำงาน อันยาแอบเบ้ปาก เห็นแสนมองตามหลังพิลาสินียิ้มๆ ก็ใจแป้ว ทำปากมุบมิบอย่างไม่พอใจ

คุณหญิงเหมือนกับอิงค์กี้ ใช้สเปรย์น้ำแร่ฉีดตามตัวกำจัดเชื้อโรคกันอยู่ด้านหน้าบริษัท พลันสองสาวเห็นประกาศเรื่องงานสัมมนาต่างจังหวัดที่แปะอยู่ ก็ยิ้มกริ่ม...

เย็นวันนั้น อันยามาเดินซื้อชุดว่ายน้ำกับคิมหันต์ หวังจะเอาไปพิชิตใจแสน คิมหันต์ท้วงยังคิดจะใช้แผนมารยาหญิงอีกหรือ ไหนบอกว่าพิลาสินีมาแรงแซงโค้ง และที่สำคัญ คนทั้งออฟฟิศก็เชียร์เธอ แล้วจะเอาอะไรไปสู้ อันยาสะเทือนใจ

“คนอื่นพูด ฉันไม่ว่าอะไรหรอกนะ แต่...แม้แต่แกก็พูดงั้นหรือ ฉันสู้ด็อกเตอร์แพมไม่ได้ตรงไหน”

“ทุกตรง...เอาง่ายๆ เจ๊บ้าวัตถุ แต่เขาเป็นพวกทำงานเพื่อส่วนรวม เจ๊ปลอมตัวมา แต่เขาเป็นด็อกเตอร์ตัวจริง เจ๊หาวิธีให้ด็อกเตอร์มารักเจ๊เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง แต่ว่าเขาสองคนอาจจะรักกันจริงๆ”

“นี่! แกต้องว่าฉันขนาดนี้เลยเหรอ” อันยารู้สึกเจ็บและจุกมาก

“เจ๊เลิกแผนการนี้ไปเถอะ ก่อนที่จะถลำลึกไปกว่านี้”

“ฉันแยกแยะได้น่า ว่านี่เป็นเรื่องงาน แล้วแกเองไม่ใช่เหรอที่ยุฉันให้ทำแผนนี้ตั้งแต่แรก”

คิมหันต์ว่าเขาเห็นเธอเปลี่ยนไป อันยาไม่ยอมรับ กลับยืนยันว่าจะไม่ทำให้บอสกับเหนือเทพผิดหวัง คิมหันต์ถอนใจ...แต่แล้ว อันยาก็ต้องมาหงุดหงิดใจจะทำอย่างไรให้แสนชอบตน

ooooooo

เมื่อมาถึงโรงแรม อันยาเดินมาริมหาด วาดฝันบรรยากาศสุดโรแมนติกที่จะทำให้แสนบอกรักตน...ไม่ทันไร เสียงเอกชัยขัดความฝันของเธอ อันยาหันมามอง เห็นเอกชัยลากกระเป๋าของเพียงดาวมา ปากก็บ่นว่าขนอะไรมาเยอะแยะ เพียงดาวโต้ ยังน้อยกว่าบางคน

อันยารู้ว่าโดนกระทบ เอกชัยเยินยอ “คุณอันยา...

ผมนึกว่านางแบบที่ไหน น่าเสียดายนะครับ บรรยากาศแบบนี้น่าจะได้มากับแฟนมากกว่ามากับพวกเรา”

“ที่ไม่มีคนดีๆคบ ก็คงเพราะทำตัวเอง” เพียงดาวยังแขวะ

เอกชัยเถียงแทนว่าสวยอย่างอันยาเลือกได้อยู่แล้ว อันยาขอบคุณ แต่ความจริงตนเห็นงานสำคัญกว่าเรื่องผู้ชาย เพียงดาวเบ้หน้าไม่เชื่อ พลัน เมขลาชี้บอกทุกคนว่า แสนมารถพิลาสินี เพียงดาวได้ทีบอกว่าสองคนคงมีเรื่องคุยกันตามลำพัง แบบนี้เรื่องงานก็ได้เรื่องผู้ชายก็ไม่เสีย อันยาตาร้อนผ่าว ปากว่าไม่แคร์ผู้ชาย แต่ใจมันคุกรุ่น

ตกบ่าย ทุกคนมารวมกันที่ลานกิจกรรม เอกชัยรับหน้าที่จัดเกมเพื่อความปรองดอง เพียงดาวเห็นราย– ละเอียดถึงกับอุทานว่าสัปดน เอกชัยโต้ ด้านได้อายอดแบบนี้แหละถึงจะปรองดองกันของจริง เอกชัยกำลังจะทำสลากชื่อสาวๆ อันยาเห็นเป็นโอกาส อาสาทำให้เธอเขียนชื่อสาวทุกคนในกระดาษ ม้วนและผูกริบบิ้น โดยที่ชื่อตนผูกริบบิ้นลายสวยสดใสกว่าใคร ส่วนของพิลาสินีผูกด้วยด้ายธรรมดา เพราะคิดว่าขี้เหร่แบบนี้คงไม่มีใครจับขึ้นมา

พอเริ่มงาน บุรินทร์กล่าวเปิดงานที่จัดมีการสัมมนาก็เพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีของคนในบริษัท ส่วนการสัมมนาจริงๆอยู่ในวันสุดท้าย วันนี้ให้ทุกคนสนุกกันเต็มที่...เอกชัยรับช่วงต่ออธิบายเกมที่ให้ทุกคนร่วมเล่น โดยแบ่งเป็นสองทีม คือทีมเอของแสน และทีมบีของตน ให้จับชื่อสาวมาเป็นคู่เล่นเกม แสนมองสลากในกล่องแล้วเลือกหยิบอันที่ผูกด้าย อันยาเห็นรีบแย้ง

“ไม่ได้นะคะ!” ทุกคนตกใจหันมอง “คือฉัน...ฉันอาจจะทำสลากผิด เขียนชื่อไม่ครบ”

แสนบอกไม่เป็นไร เขาแกะด้ายอ่านชื่อ...พิลาสินี เธอดีใจรีบมายืนคู่เขา อันยาหน้าเจื่อน เอกชัยประกาศถึงคราวตนจะจับชื่อสาวขึ้นมาบ้าง ไม่ทันจะจับ เสียงอิงค์กี้กับคุณหญิงเหมือนเข้ามาขัดจังหวะขอเล่นเกมนี้ด้วย สองสาวปรี่เข้าเกาะแขน แสนดันพิลาสินีออก เพียงดาวไม่พอใจ

“ขอโทษค่ะ นี่เป็นกิจกรรมภายในบริษัท เราคนนอกกรุณาดูเฉยๆมืออย่าต้องของจะเสีย”

สองสาวโวยพวกตนเป็นคนสนิทของแสน เอกชัยเห็นจะไปกันใหญ่จึงกระซิบเพียงดาว “เจ๊ลองคิดดูนะ ระหว่างกีดกันพวกนี้ กับให้เขาได้เห็นด็อกเตอร์ทั้งสองสวีทกัน อะไรจะมันกว่า”

เพียงดาวทึ่งความคิดของเอกชัย แต่มีสองสาวจะทำอย่างไรเอกชัยประกาศให้สองสาวเล่นเกมด้วย แต่ต้องปรับเปลี่ยนกติกา ว่าแล้วก็ดึงอันยามาอยู่ทีมแสนอีกคน และให้สองสาวมาอยู่ทีมตน คุณหญิงเหมือนกับอิงค์กี้โวยวายไม่ยอม เพียงดาวเสียงเฉียบ ถ้าไม่เห็นด้วยก็กลับไป สองสาวหน้าเจื่อน ตกลงกันว่าจะไม่ยอมให้พิลาสินีกับอันยาควงแสนเข้าเส้นชัย

เอกชัยส่งต่อไมค์ให้บุรินทร์ทำหน้าที่แทน บุรินทร์กระเซ้า “แกนี่แผนสูงจริงๆ...”

ว่าแล้วบุรินทร์ก็รับหน้าที่อธิบายเกมตามสคริปต์ คือให้เอาหน้าชนกันหนีบผลไม้เดินข้ามเครื่องกีดขวางเข้าเส้นชัย สาวๆฮือฮาเพราะมันแนบชิดกันเกินไป รอบแรกผู้ชนะจะได้ 5 คะแนน รอบที่สองจะได้ 10 คะแนน ฉะนั้นถ้าผู้ทำคะแนนรอบสองได้อาจเป็นผู้ชนะไปเลย

แสนเริ่มเล่นกับพิลาสินี ผลไม้เป็นแอปเปิ้ล สองคนใช้แก้มหนีบผลไม้ ช่วยกันประคองเดินข้ามเครื่องกีดขวาง หลายครั้งที่แสนต้องขยับหน้าเข้าใกล้พิลาสินีเพื่อไม่ให้ผลไม้หล่นทำให้คุณหญิงเหมือนซึ่งจับคู่กับเอกชัยคอยชำเลืองมองอย่างเคืองๆ ทำให้แพ้คู่ของแสนในรอบแรก... รอบสอง แสนจับคู่กับอันยา คราวนี้ผลไม้ลูกเล็กลง ทั้งสองใช้หน้าผากหนีบ ทำให้หน้าชิดใกล้แทบจะจูบกัน อันยาใจสั่นจนก้าวขาไม่ค่อยออกเมื่อสบตาแสนใกล้ๆ เธออ้างว่ากลัวหล่น

“ไม่หล่นหรอก เอางี้ คุณยืนเฉยๆแต่ห้ามเอาหน้าออกจากผลไม้เลยนะ” อันยางงว่าแสนจะทำอะไร จู่ๆแสนก็โอบเอวเธออุ้มข้ามเครื่องกีดขวาง

ทุกคนที่ดูส่งเสียงวิ๊วฮิ๊ว...กันยกใหญ่ พิลาสินีมองด้วยความรู้สึกชอบกล อันยาเองก็ตกใจเกือบทำผลไม้หล่น แสนกระชับหน้าเข้าประชิด จึงเป็นเหตุให้ริมฝีปากเขาจุ๊บปากอันยาเข้า

“แม่เจ้า!!” เพียงดาวอุทาน

อิงค์กี้ที่จับคู่กับเอกชัยเห็นช็อตนั้น ผละจากเอกชัย ปราดเข้าดึงอันยามาตบหน้าเพี๊ยะ...ทุกคนตะลึง อันยาโกรธชกสวนกลับทันที อิงค์กี้ร้องลั่น

“อ๊าย! หน้า หน้าฉัน รู้ไหมว่าถ้าจมูกฉันหัก แกต้องชดใช้เท่าไหร่”

“แล้วทีทำหน้าคนอื่นเป็นรอยล่ะ ยัยนางเอกอันธพาล” อันยาโต้

แสนจะเข้าไปช่วยอันยาแต่คุณหญิงเหมือนมาดึงเขาไว้ หาว่าเขาโดนอันยาทำมิดีมิร้ายปล่อยอิงค์กี้เคลียร์ให้ อิงค์กี้ยังอาละวาดใส่อันยา คว้าอุปกรณ์แถวนั้นจะฟาดใส่อันยา แต่แสนสะบัดตัวหลุดจากคุณหญิงเหมือนเข้าขวางจึงโดนอิงค์กี้ฟาดกลางหลังอย่างจัง...บุรินทร์โกรธมาก เอ่ยปากไล่สองสาวกลับ พิลาสินีรีบเข้าประคองแสน และบอกสองสาว ถ้าไม่กลับไปจะเรียก รปภ. สองสาวกลัวรีบพากันออกไป อันยายืนอึ้งมองแสนอย่างห่วงใยแต่เข้าไม่ถึง...

อันยาหลบมายืนครุ่นคิดอยู่ริมทะเล นึกถึงจูบโดยบังเอิญของแสนแล้วสะเทิ้นอาย แต่ใบหน้าพิลาสินีเข้ามาแทรกในความคิด เธอสลัดความคิดและปลอบใจตัวเอง

“แค่นี้อย่าเพิ่งยอมแพ้สิ อันโกะ”

“พูดซะดัง เดี๋ยวคนอื่นก็ได้ยินหรอก” เสียงคิมหันต์ดังมา ทำให้อันยาสะดุ้ง

“คิมบอมบ์! ฉันตกใจหมด แล้วแกมาที่นี่ทำไมเนี่ย”

คิมหันต์ยิ้มกริ่มก่อนจะตอบว่า ที่มาเพราะอยากให้แน่ใจ ว่าแผนการจะราบรื่น ตนห่วงงานผิดด้วยหรือ อันยาไม่เชื่อหาว่าเขาไม่ไว้ใจมากกว่า จึงยืนยันว่ามันจะต้องสำเร็จตนมีวิธี

ooooooo

ในขณะที่ เมรีกับอาโปเดินทางมาถึง เห็นแต่ร่องรอยของกิจกรรม พนักงานพักทานกลางวัน ทั้งสองเดินมองหาตัวอันยา แต่เห็นแสนกับพิลาสินีที่ดูจะสนิทสนมกันมาก พร้อมกับเสียงเพียงดาวที่กำลังเม้าท์กับพนักงานแถวนั้นว่า สองคนนี้เหมาะสมกันมาก

เมรีกับอาโปจึงรี่เข้าไปร่วมวง ทำทีชื่นชมในความเก่งของแสนอย่างมาก แล้วถามถึงสาวที่เคียงคู่เขาเป็นใคร พนักงานกำลังจะสาธยาย เพียงดาวปราม ต้องเป็นตนที่จะเล่าได้ถูกต้องที่สุด

“ในฐานะที่พวกคุณชื่นชมด็อกเตอร์แสน ฉันจะเล่าแบบจัดเต็มเลยนะคะ ผู้หญิงคนนั้นน่ะคือ ด็อกเตอร์แพม ชื่อเต็มๆว่าพิลาสินี สนิทกับด็อกเตอร์แสนมาก...” เพียงดาวลากเสียง

ส่วนอันยาคิดแผนจะเข้าใกล้แสน ด้วยการเอายา

มาให้เขาที่ห้อง แสนเปิดประตูรับ อันยายื่นหลอดยาให้เขาเอาไปนวดรอยช้ำที่โดนอิงค์กี้ฟาด พลัน เสียงพิลาสินีดังมาจากในห้อง

“ใครมาเหรอคะแสน”

แสนหันไปบอกว่าอันยาเอายามาให้ พิลาสินีเดินถือยาออกมาชูให้ดูว่าตนเอามาให้แล้วอันยาหน้าเหวอ ขอตัวกลับแต่แสนชวนให้เข้าไปเอาขนมในห้องไปแบ่งพนักงานคนอื่น อันยาจำต้องเดินเข้าไป พิลาสินีแกล้งยั่วเรียกแสนมาให้ตนนวดยา แสนปฏิเสธว่าทาเองได้

“ไม่ต้องอายคุณอันเขาน่า ตั้งแต่สมัยเรียน

แล้วล่ะ ที่แสนเขาชอบทำอะไรเกินตัว ไปช่วยอาจารย์แบกของหนักๆบ้าง ช่วยเพื่อนบ้าง พอเดี้ยงขึ้นมา เดือดร้อนฉันนี่แหละต้องนวดยาให้ประจำ...มาเร็ว” พิลาสินีดึงแสนมานั่งข้างๆแสดงความสนิทสนม

อันยามองภาพทั้งสองอย่างเจ็บจี๊ดๆในใจ รีบขอตัวกลับออกไป ความเก่งที่ตั้งใจจะทำเมื่อครู่ หายไปหมดอย่างไม่รู้ตัว...เดินกลับมาหาคิมหันต์ที่ริมหาด เธอยืนนิ่งพูดอะไรไม่ออก ทันใด เมรีกับอาโปก็โผล่มาเยาะเย้ยถากถาง ว่าด็อกเตอร์พิลาสินีช่างเหมาะสมกับด็อกเตอร์แสนเสียจริงๆ ไม่รู้ว่าคนที่อ้างตัวเป็นแฟนแสนจะเอาอะไรมาอ้างอีก อันยาฮึดโต้

“แฟนกัน ไม่จำเป็นต้องไปยืนโชว์ตัวคู่กันเสมอหรอกนะ คนที่ไม่มีแฟน ได้แต่แอบควงแขนผู้ชายของคนอื่น ไม่เข้าใจหรอก”

“ยัยอันยา! ลำบากแล้วยังไม่รู้ตัว รู้ไหมว่าใครอนุญาตให้ฉันมาที่นี่”

“ใครบางคนทำงานย่ำอยู่กับที่ บอสก็เลยให้

คุณเมรีกับอาโปมาตรวจดูการทำงาน” อาโปเสริม อันยากับคิมหันต์ตะลึงไม่อยากเชื่อ เมรีท้าให้ โทร.ไปถามธกฤต

ด้านแสน เดินออกมาจากห้องพร้อมพิลาสินี พอดีบุรินทร์ โทร.เรียกเธอไปพบ แสนจึงเดินเล่ียงมาตามหาอันยา มาเจอกำลังเถียงกับเมรีและอาโปก็แปลกใจ พออันยาเห็นแสนก็รีบมาเกาะแขนเหมือนคิดถึงเหลือเกิน ไม่ได้เจอกันตั้งหลายนาที แสนงง

“อันยา...คุณเป็นอะไร...”

“แหม...ไม่ต้องอายหรอกค่ะ คนกันเองทั้งนั้น ผู้หญิงคนนี้เป็นเพื่อน...เก่าฉันน่ะค่ะ”

แสนมองเมรีอย่างจำได้ อาโปจะแฉความจริงว่าอันยามาหลอก เมรีรีบกระซิบถ้าบอสรู้พวกเราเด้งแน่ อันยาฉวยโอกาสกระซิบแสนว่า เมรีเป็นแฟนใหม่ของแฟนเก่าตน ตนจึงพยายามหลบหน้าไม่อยากเป็นต้นเหตุให้ทั้งสองผิดใจกัน...แล้วอันยาก็โพล่งขึ้นต่อหน้าเมรี

“เรื่องอดีตน่ะ ให้มันจบไปเถอะนะ ตอนนี้ฉันกับด็อกเตอร์รักกันแล้ว ฉันไม่มีทางทำให้ใครผิดหวังหรอก”

ทั้งเมรีและอาโปเหวอ เมรีรีบถามแสนว่าจริงหรือที่เป็นแฟนกับอันยา แสนตอบอึกอักๆ

“ผมไม่แน่ใจ...”

“โป๊ะเช๊ะ! นั่นไงล่ะ” อาโปร้องลั่นด้วยความดีใจ แล้ว ต้องเจื่อนลงเมื่อแสนพูดต่อ

“เพราะผมไม่ถนัดกับการใช้ คำว่าแฟน ผมบอกได้แค่ ผมไม่อยากเห็นอันยาเขาเสียใจ หรือว่าไม่สบายใจ เขาเป็นคนที่ผมอยากเห็นว่าเขายิ้มได้...เวลาที่เขายิ้ม โลกมันสดใสขึ้นนะ พวกคุณไม่รู้สึกเหรอ...ถ้ามีใครทำให้อันยาเขาไม่สบายใจ ผมก็อยากให้คนๆนั้น ลองทบทวนดูใหม่ ทำให้คนอื่นไม่มีความสุข ก็เท่ากับทำลายความสุขของตัวเราเองด้วยนะครับ”

ทุกคนยืนฟังอึ้งๆ แสนแตะมืออันยาอย่างให้กำลังใจพาเดินไป...อันยาเหมือนตัวลอย พอได้สติก็ขอบคุณแสนที่ช่วย เขาย้อนถามว่าแค่ขอบคุณหรือ อันยาเหวอ

“คุณชอบทวงบุญคุณคนตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”

“ไม่ใช่กับทุกคน แค่บางคน ผมก็อยากทวงรางวัลบ้าง”

อันยาเขินบิดตัวไปมา คิมหันต์เอ่ยขอบคุณแสนที่ช่วยลูกพี่ตน อันยาถลึงตาใส่ คิมหันต์รีบกลบเกลื่อนว่า เป็นห่วงพี่ที่มีศัตรูเก่าเยอะ แล้วขอตัวกลับไปทำงาน แต่ไม่วายกระซิบเตือน

“เจ๊เชื่อผมเถอะ รีบหาทางปิดจ็อบด็อกเตอร์ เพราะเราไม่รู้ว่ายัยเมรีจะมาไม้ไหนอีก”
อันยาชักหนักใจมากขึ้น...แสนสะกิดอันยา ชวนไป ดื่มกาแฟ อันยาทำหน้าประหลาดใจ ย้อนถามว่าพิลาสินี ไม่ว่างหรือ ถึงมาฆ่าเวลากับเลขาอย่างตน

“ผมชวนคุณกินกาแฟ เกี่ยวกับแพมตรงไหน อุตส่าห์จะปลอบใจ เห็นว่าคุณเพิ่งเจอโจทก์เก่ามา...เวลาเจอเรื่องแย่ๆ กลิ่นหอมของกาแฟช่วยแก้เครียดได้นะ จะได้ไม่หน้าย่นแบบนี้ไง”

อันยาเผลอจับหน้าผาก แสนขำก่อนจูงมือเธอเดินไป อันยารู้สึกอบอุ่นใจอย่างประหลาด ส่วนพิลาสินี บุรินทร์เรียกพบเพราะรายงานที่เธอส่งมาเพื่อพรีเซนต์ยังใช้ไม่ได้ ข้อมูลภาคสนามยังไม่ถูกต้อง พิลาสินีอ้างว่าตนเพิ่งกลับมายังไม่มีเวลาลงพื้นที่เก็บข้อมูล

“ถ้าอย่างนั้น คุณก็ต้องจำกัดขอบเขตโปรเจกต์ลงมา คงจะแก้ไม่ทันพรีเซนต์วันพรุ่งนี้แล้ว ถ้าไงครั้งนี้ก็ให้แสนเขาพรีเซนต์ไปก่อน ส่วนคุณกลับไปแก้แล้วพรีเซนต์ใหม่ที่บริษัทก็แล้วกัน”

“ไม่เป็นไรค่ะ เรื่องแค่นี้แพมจัดการได้ แค่แก้งานให้เสร็จทันวันพรุ่งนี้ก็พอใช่ไหมคะ” พิลาสินีกลัวเสียหน้า ยอมไม่ได้ ขอให้เป็นไปตามกำหนดการเดิม บุรินทร์มองอย่างไม่สบายใจ

จากนั้น พิลาสินีให้เมขลาช่วยค้นข้อมูลจากฐานข้อมูลส่วนกลางตามรายการใส่ทัมไดร์ฟ มาให้เธอเร็วที่สุด...เมขลาถือโน้ตบุ๊กเดินหน้าเครียดมาชนกับคิมหันต์อย่างจัง โน้ตบุ๊กหล่นเธอหน้าเสีย คิมหันต์ตกใจแสดงความรับผิดชอบ หาโน้ตบุ๊กมาให้ยืมใช้

“ผมไปยืมของเจ๊อันโกะมาให้คุณใช้ก่อน เห็นว่ารีบ ส่วนคอมที่เสีย ซ่อมเสร็จแล้วก็ส่งบิลมาที่ผมแล้วกันนะ”

เมขลาหงุดหงิดแต่ไม่อยากวีน คิมหันต์ข้องใจ ทำไมบอสเธอต้องการข้อมูลด่วน ทั้งที่จะต้องพรีเซนต์พรุ่งนี้แล้ว แสดงว่าบอสเธอทำงานไม่เสร็จ...เมขลาหน้าเจื่อน เปิดเครื่องอันยาเข้าเว็บข้อมูลการวิจัยในพื้นที่แล้วต้องงงที่มีมากมายไปหมด คิมหันต์จึงช่วย

“หาแบบนั้นนายคุณรอเหงือกแห้งแน่ๆ ทำแบบนี้สิครับ...แค่นี้ก็ตัดช้อยส์อันที่ไม่ใช่ออกไปได้ตั้งเยอะ” คิมหันต์กรอกคำเฉพาะเข้าไป

“จริงด้วยค่ะ ขอโทษนะคะ ทีแรกฉันเครียดไปหน่อย เจ้านายฉันด็อกเตอร์แพมต้องแก้งานด่วน ต้องหาข้อมูลพื้นที่วิจัยอย่างละเอียดมาให้ได้น่ะค่ะ”

“ที่เจ้านายคุณต้องการคือ ข้อมูลพื้นที่วิจัยอย่าง ละเอียด...โครงการชุมชนเกษตรอินทรีย์ และข้อมูลการลงพื้นที่โดยละเอียด-หมู่บ้านนกกระเต็น” คิมหันต์เกิดความคิด ก๊อบปี้ไฟล์ให้อย่างมีแผนการบางอย่าง

ooooooo

พอพิลาสินีได้ไฟล์ข้อมูลจากเมขลา ก็แปลกใจที่มีข้อมูลการลงพื้นที่อย่างละเอียดอยู่ด้วย เมขลาบอกว่าตนได้ค้นจากฐานข้อมูลของบริษัท พิลาสินีอ่านรายละเอียดอย่างชั่งใจ...ระหว่างที่แก้งานอยู่ เพียงดาวมารบเร้าพิลาสินีให้ลงประกวดมิสเพียงพอดี เมขลาอาสาพิมพ์งานที่เหลือให้

พิลาสินีเห็นว่าใช้เวลาร่วมงานเพียงสองสามชั่วโมง ยังเหลือเวลาศึกษางานก่อนพรีเซนต์ จึงยอมตกลง...ด้านอันยา เลือกเสื้อผ้าสุดเริ่ดและแต่งหน้าอย่างที่คิดว่าสวยสุด คิมหันต์เห็นแล้วอดบ่นไม่ได้ว่าเสียเวลาเปล่า หาแผนอื่นที่มันจะได้ผลกว่านี้ดีกว่า แต่อันยาโต้

“ก็ถ้าทุกคนเขาเห็นว่าฉันสวยเริ่ด แล้วแกคิดว่าด็อกเตอร์จะว่ายังไง”

“ก็...คงมีปลื้มๆบ้าง ยังไงเขาก็...ผู้ชายอ่ะนะ”

“เห็นมั้ย แล้วที่ฉันทำมันเสียเวลาตรงไหน วันนี้เขายังบอกยัยเมรีกะอาโป ว่าเวลาที่ฉันยิ้มโลกมันสดใสขึ้น เพราะงั้น ฉันต้องรีบฮุกเข้ากลางใจของเขา จะปล่อยไว้นานไม่ได้ ฉันรู้สึกนะว่า จะได้ความจริงในใจด็อกเตอร์แสน เร็วๆนี้แหละ”

คิมหันต์มองอันยาที่ท่าทางมั่นใจ อย่างไม่ค่อยมั่นใจด้วย...

พลบค่ำ บรรยากาศของงานเป็นแบบชิลๆ เอกชัยทำหน้าที่พิธีกรบนเวที ประกาศเชิญผู้เข้าประกวดมิสเพียงพอดี ขึ้นโชว์โฉมบนเวที จนกระทั่งมาถึงหมายเลข 8 คือ อันยา รักษ์เรืองรอง เมื่่ออันยาปรากฏตัวขึ้น ทุกคนฮือฮาในความสวยเริ่ดของเธอ แม้แต่แสนยังตะลึง ขนาดบุรินทร์เรียกยังไม่ได้ยิน เพียงดาวหน้าหงิกไม่พอใจ บุรินทร์จึงถาม

“นี่ถ้าขนาดคุณอันยา คุณว่าไม่สวย แล้วต้องขนาดไหนถึงจะสวยล่ะ”

เพียงดาวยิ้มๆไม่ตอบ จนกระทั่ง เอกชัยซึ่งตื่นเต้นอันยาจนออกหน้าออกตา “ผมว่าไม่ต้องโหวตเราก็คงได้ผู้ชนะกันแล้วนะครับ” เสียงผู้เข้าประกวดฮือฮา “ครับๆโหวตก็ได้ แต่ความจริงมันก็ต้องเป็นความจริงวันยันค่ำ...อะไรนะครับคุณเม ยังมีผู้เข้าแข่งขันอีกคน เอ...รู้ไหมครับว่าใครเอ่ยยังไม่ได้ขึ้นมาบนเวที”

พนักงานทุกคนส่งเสียงขึ้นมาว่า ด็อกเตอร์แพมๆ อันยารู้สึกเหมือนแฟนคลับเรียกศิลปินของตัว ชักใจเสีย เอกชัยประกาศเชิญพิลาสินีหมายเลข 9 ออกมา...พิลาสินีเดินออกมาในลุคที่สวยสง่า มีกลิ่นอายของการมาพักผ่อนทะเล พนักงานปรบมือเกรียวกราว เพียงดาวถามบุรินทร์

“ทีนี้ทราบคำตอบแล้วใช่ไหมคะบอส”

“แต่ผมว่า อันยาเขาก็สวยไม่น้อยกว่าแพมนะ ว่าไหมแสน”

แสนชะงักเอาแต่ยิ้มๆไม่พูดอะไร เพียงดาวบอกให้รอดูผลโหวตอย่างมั่นใจ...ทุกคนต้องเขียนชื่อคนที่ตนเลือกใส่กล่องที่เมขลาเดินไปรับ พอมาถึงบุรินทร์เขาลังเลจะเลือกใคร เอกชัยยุ

“เลือกคุณอันยาสิครับบอส สวยแนวใหม่ ฉีกสไตล์ไม่ซ้ำใคร นานๆบริษัทเราจะมีแบบนี้สักคน ต้องสนับสนุนคลื่นลูกใหม่นะครับบอส”

“เหลวไหล! เลือกด็อกเตอร์แพมเท่านั้นค่ะบอส สวยเลอค่าอมตะคลาสสิก รสนิยมกินขาด เลือกเลยค่ะบอส” เพียงดาวแย้ง

“พวกคุณทำอย่างงี้ กดดันผมนะเนี่ย ถามแสนดีกว่า” บุริทร์หันมา ปรากฏว่าแสนไม่อยู่แล้ว จึงคิดว่าไปห้องน้ำ เมขลาเร่งให้บุรินทร์รีบเลือกเพราะพิลาสินีต้องไปทำงานต่อ

บุรินทร์ตัดสินใจเขียนชื่อหยอดลงกล่อง เพียงดาวอยากรู้ว่าเลือกใคร แต่เขาบอกว่าประกาศออกมาก็รู้เอง เพราะมั่นใจว่าคนที่ตนเลือกต้องชนะ...ผ่านไปสักครู่ผลนับคะแนนออกมาว่า อันยากับพิลาสินีมีคะแนนเสมอกัน เอกชัยบ่นจะตัดสินอย่างไรดี พอดีนึกได้ว่า ผลคะแนนไม่ครบจำนวนคน หายไปหนึ่ง แสนเดินกลับมา บุรินทร์จึงถามแสนว่าลงคะแนนหรือยัง เขาส่ายหน้า

“นี่ เขาป่วนกันหมดแล้ว แพมกับอันยาคะแนนเท่ากัน ตัดสินไม่ได้อยู่นะ” บุรินทร์บอกเอกชัยว่าแสนยังไม่ได้ลงคะแนน

“โอเคครับ งั้นผมขอผลโหวตสดๆจากด็อกเตอร์ก็แล้วกัน เรามาดูกันครับ คะแนนเดียวจากด็อกเตอร์แสนจะตัดสินว่าสาวงามท่านใดจะได้ครองตำแหน่งมิสเพียงพอดีของเรา”

เสียงพนักงานเชียร์ทั้งอันยาและพิลาสินี แสนลำบากใจสุดๆสบตาอันยาอย่างขอโทษก่อนจะเอ่ยยากลำบากว่า “ผมเลือก...ด็อกเตอร์แพม...”

อันยาหน้าเสีย เอกชัยกับบุรินทร์ผิดหวังเล็กน้อย พิลาสินีกล่าวขอบคุณทุกคนด้วยความดีใจ แสนยิ้มเจื่อนๆ เป็นห่วงความรู้สึกอันยาอย่างมาก

ooooooo

คืนเดียวกัน เมรีกับอาโปนั่งรอลูกค้าอยู่ในคลับหรูกลางกรุง แต่เผอิญลูกค้าโทร.มาเลื่อนนัด เมรีหงุดหงิด ส่วนอาโปลั้นลากับการมองเด็กเสิร์ฟหนุ่มๆ เมรีคว้ากระเป๋าจะกลับ ทวยเทพเข้ามาขวางขอนั่งคุยด้วย เมรียิ่งโกรธจะเดินหนี ทวยเทพคว้ามือไว้ ขอโทษกับนัดเดทครั้งก่อน

“อย่าพูดถึงครั้งที่แล้วเลย ให้ฉันพูดตรงๆไหมคุณน่ะมันแหย กลัวแฟนจนขึ้นสมอง หน้าอย่างคุณไม่มีทางควงผู้หญิงคนอื่นได้ รอแฟนเอาสายจูงมาคล้องคอพาไปเดินก็พอ”

เมื่อโดนเมรีหยาม ทวยเทพทนไม่ได้ คว้าตัวเมรีมาจูบกลางผับ อาโปตกตะลึง พอผละออกเมรีตบหน้าเขาแล้ววิ่งหนีออกไป ทวยเทพวิ่งตามไปทันด้านนอก

“ผมขอโทษ...ก็คุณท้าผมแบบนั้นทำไมเรื่องอันยาผมไม่ได้แหย ไม่ได้กลัวเขามากขนาดจะเอาไปเปรียบกับ ไอ้พวกสี่ขานั่น ผมก็แค่เกรงใจอันเขาเฉยๆ”

“หยุด! ถ้าตอนนี้คุณพูดถึงยัยอันยาอีกคำ ก็ลืมไปได้เลย เรื่องที่...จะได้เดทกับฉันอีก”

“ก็ผมแค่อธิบาย...อะ...อะไรนะ!” ทวยเทพมองเมรีที่เดินไป แล้วค่อยๆยิ้มออก

แต่เมรีแค่หวังจะใช้ทวยเทพเป็นเครื่องมือแฉเรื่องของอันยาเท่านั้น...

ด้านอันยา เดินคอตกผิดหวังเสียใจอยู่ในสวนของโรงแรม จนกระทั่งกระเป๋าหล่น พอรู้ตัวก็หันมาจะเก็บแต่แสนช่วยเก็บส่งให้ อันยาดึงมาแบบงอนๆ แล้วจะเดินหนี แสนรีบถามว่าโกรธหรือ อันยาชะงัก หันมาโต้จะโกรธทำไม เขาก็แค่มองว่าตนไม่สวย แสนอึ้งงานเข้าแน่แล้ว

“แต่ก็แปลกนะ...เมื่อกลางวันคุณเพิ่งบอกว่าฉันยิ้มแล้วโลกมันสดใสขึ้น เพิ่งรู้ว่าคำชมของคนเรามันขึ้นๆลงๆ เดี๋ยวชมเดี๋ยวไม่ชม” อันยาน้อยใจ

“คุณไม่ได้ชนะหรอก แล้วคุณก็ไม่ได้อยากสวยที่สุดด้วย” แสนเอ่ยขึ้น

“ฉันไม่อยากชนะ! ไม่อยากสวยที่สุด! แต่งมาซะขนาดนี้เนี่ยนะไม่อยาก”

“ใช่...คุณก็แค่มาร่วมกิจกรรมสนุกๆ เพื่อทำให้ทุกคนเขามีความสุขกัน ถ้าไม่มีคุณซะคนงานเราคงไม่สนุกขนาดนี้”

“อ๋อเหรอ...เพิ่งรู้นะเนี่ย ว่าฉันเป็นคนดีขนาดนี้” อันยาประชดแล้วเดินไป

แสนมองตามอันยาเศร้าๆ พึมพำ “ถ้าให้คุณชนะ แล้วแพมเขาแพ้ ทั้งงานก็กร่อยนะสิ”...

รุ่งเช้า อันยานั่งทานอาหารอย่างเห็นได้ชัดว่าอารมณ์ยังไม่ดี แสนเห็นเข้ามานั่งด้วยแล้วเปรย “เขาว่าเริ่มต้นวัน ให้อารมณ์ดีเข้าไว้ ทั้งวันจะได้มีแต่เรื่องดีๆ เวลาอารมณ์ไม่ดี ผมจะดูรูปตลกๆ แก้เครียด คนเนี้ยะตลกมากเลยนะรับรองว่าดูแล้วต้องยิ้ม”

อันยาเบ้หน้าไม่สนใจ แต่พอแสนยื่นมือถือให้ดูภาพ และเลื่อนไปอีกหลายภาพ เป็นภาพตัวเธอในอิริยาบถตั้งแต่แอบหลับ ตอนกิน และท่าอื่นๆ แบบโก๊ะๆ

“นี่! นี่คุณแอบถ่ายรูปฉันไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ถ่ายไว้ตั้งหลายรูปแน่ะ...ถ่ายทำไม”

“นั่นสิ ทำไมนะ...เมื่อคืนแค่เลือกตามใจเสียงส่วนใหญ่ แต่ส่วนตัว ผมว่า...คนนี้ดูแล้วอารมณ์ดีแบบนี้แหละ...สวย” แสนเขินเก็บมือถือเดินอมยิ้มไป

อันยาฟังแล้วอึ้ง ทำอะไรไม่ถูกอยู่อึดใจ ก่อนจะเผลอยิ้มสบถออกมาว่า “บ้า...”

แสนแอบมองเห็นอันยายิ้มได้แล้วก็สบายใจ อันยาเงยหน้ามาเห็นเขาแอบมองก็เขินจะหุบยิ้มแต่ไม่สำเร็จ พลันคิมหันต์โทร.เข้ามาขัดจังหวะ เธอรีบลุกไปหาที่คุย คิมหันต์โทร.มาเตือน

“เจ๊ ผมก็ไม่แน่ใจนะ...ถ้าหากว่าระหว่างพรีเซนต์มีอะไร คือ...ถ้าหากว่ามีปัญหาอะไร เจ๊ก็อย่าลืมหาทางยื่นขอเสนอของวิชั่นออฟฟิวเจอร์ให้ด็อกเตอร์แสนล่ะ”

“คิมบอมบ์ นี่แกทำอะไร มีเรื่องอะไร ทำไมการพรีเซนต์ถึงมีปัญหา”

“ผม...มันอาจจะไม่มีอะไรก็ได้ เอาเป็นว่า เจ๊ลองดูสถานการณ์ก็แล้วกันนะ แค่นี้ก่อนนะเจ๊” คิมหันต์ตัดสายไปดื้อๆ

อันยาแปลกใจว่าลูกน้องทำอะไร โทร.หาก็ปิดเครื่องไปแล้ว เธอชักใจไม่ดี...คิมหันต์เองก็ไม่สบายใจ เกรงบาปแต่คิดเสียว่า ถ้าพิลาสินีไม่ใช้ก็แล้วไป แต่ถ้าใช้แสนก็จะได้งานใหม่ที่ดีกว่า

ooooooo

ใกล้เวลาพรีเซนต์เข้ามาทุกที บุรินทร์ถามพิลาสินีพร้อมแล้วแน่หรือ เธอตอบอย่างมั่นใจว่าให้คอยฟัง มีเซอร์ไพรส์ไม่ผิดหวังแน่ พนักงานทุกคนมานั่งรอฟังรวมทั้งอันยากับแสน

พอพิลาสินีขึ้นกล่าวทักทายและแนะนำชื่อเรื่องโปรเจกต์ของเธอ ซึ่งเปลี่ยนจากเดิมเป็น...โครงการชุมชน สีเขียว แผนปรับปรุงวิถีเคมีสู่การเกษตรอย่างยั่งยืนหมู่บ้านนกกระเต็น...ทั้งบุรินทร์ แสนและอันยาต่างอึ้ง ที่ชื่อโปรเจกต์ของพิลาสินีเปลี่ยนไป แถมคล้ายโปรเจกต์ของแสนบุรินทร์ให้ฟังไปก่อนอาจจะคนละเรื่อง แต่พอพิลาสินีพรีเซนต์ ปรากฏว่าเป็นข้อมูลที่แสนหามาทั้งหมด ทั้งสามต่างแปลกใจ เพียงดาวมองมาอย่างสงสัยที่สามคนกระซิบกระซาบอะไรกัน

บุรินทร์จะลุกขึ้นระงับการพรีเซนต์ของพิลาสินี แต่แสนปรามไว้ อันยาหน้าเจื่อนนึกถึงคำเตือนของคิมหันต์ แล้วรู้สึกโกรธ...สามคนออกมาคุยกันนอกห้องสัมมนา

“ผมไม่นึกเลยจริงๆว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ นายเก็บข้อมูลภาคสนามนั่นมาตั้งนาน ทำไมล่ะแสน ทำไมไม่ให้ผมระงับการพรีเซนต์ของแพม” บุรินทร์เสียงเครียด

“ถ้าทำแบบนั้น แพมก็จะเสียหน้าและมีปัญหาความน่าเชื่อถือในสายตาพนักงานนะครับ”

“แล้วตัวคุณเองล่ะคะ คุณแสนคุณไม่ห่วงชื่อเสียงแล้วก็เครดิตงานของตัวเองเลยเหรอ ถ้าคุณไม่ได้พรีเซนต์” อันยาแย้ง

บุรินทร์เห็นด้วย เขาจะหยุดการพรีเซนต์ของพิลาสินีแล้วให้มาคุยกันว่าเอาข้อมูลของแสนไปได้อย่างไรแต่แสนท้วงและเสนอทางออกอีกทางหนึ่งให้ ทำให้บุรินทร์ยอมจำนน

เมื่อบุรินทร์ แสนและอันยากลับเข้ามาในห้องสัมมนา พิลาสินีจบการพรีเซนต์พอดี เธอแปลกใจที่บอสไม่ได้อยู่ฟังการพรีเซนต์ของเธอ บุรินทร์หน้าเครียดตอบว่าเรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเดี๋ยวค่อยคุยกัน แล้วนั่งฟังแสนขึ้นพรีเซนต์

แสนกล่าวกับทุกคน “ขอเรียนให้ทราบก่อนนะครับ ว่าผมจะไม่ใช้โปรแกรมพรีเซนเทชั่น...ผมขอเล่าโครงการที่เตรียมมาให้ฟังอย่างง่ายๆ ก็แล้วกันนะครับ”

พิลาสินีแปลกใจ จะถามแต่บุรินทร์ทำหน้าเครียดจึงชะงักไว้...แสนเรียกอันยาขึ้นมาช่วย แล้วเขาก็ชี้ไปที่สร้อยรูปแตงโมของเธอซื้อมาราคาเท่าไหร่ อันยาจำไม่ได้แสนทายว่าหมื่นสอง

“บ้า! หมื่นสองมันราคากระเป๋าย่ะ” พนักงานหัวเราะกันครืน

“โอเค คุณซื้อมาไม่ถึงหมื่นสอง เพราะคุณว่ามันแพงเกินไปใช่ไหม...แต่ทุกคนทราบไหมครับว่าเกษตรกรซื้อเมล็ดพันธุ์แตงโมกิโลกรัมละหมื่นสองพันบาท”

“หมื่นสอง! ค่าเมล็ดแตงโมเนี่ยนะ ฉันเห็นพวกชาวบ้าน เดือนๆ นึงใช้เงินไม่เกินสองสามพัน” อันยาแทบไม่อยากเชื่อ

แสนสาธยายว่า พวกชาวนาจ่ายในราคาสูงยังไม่รวมค่าปุ๋ยและค่ายาปราบศัตรูพืช อันยาแย้ง ทำไมพวกเขาไม่ปลูกผักแบบเกษตรอินทรีย์ ดีกับคนปลูกและคนกิน

“ข้อเท็จจริงที่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้ก็คือ เมล็ดพันธุ์ที่ซื้อมาจากบริษัทพาณิชย์เกษตร ขาดปุ๋ยและยาไม่ได้ พวกนั้นจงใจพัฒนาพันธุ์พืชที่ตอบสนองต่อปุ๋ยและยาของตัวเอง ถ้าขาดมันพืชก็จะไม่โต ยิ่งกว่านั้นพวกเขายังใช้เทคโนโลยีที่ทำให้เมล็ดใช้ได้ปีต่อปี เกษตรกรนำไปเพาะใช้เองไม่ได้ เพื่อที่ทางบริษัทจะได้ผูกขาดผลประโยชน์ไว้...

หมายความว่า ทุกวันนี้ถ้าเกษตรกรลงทุนปลูกแตงโมไปหนึ่งแสนบาท ประมาณหกหมื่นบาทเป็นต้นทุนที่ต้องจ่ายให้กับบริษัท เท่ากับเกษตรกรของเราไม่ได้กำลังทำงานเพื่อตัวเอง แต่กำลังเหนื่อยยากเพื่อความร่ำรวยของบริษัท”

ทุกคนฟังกันอย่างทึ่ง ไม่เคยรู้ข้อมูลที่แท้จริงนี้มาก่อน พิลาสินีทนไม่ไหว ลุกขึ้นค้านว่าทำไมแสนไม่พูดถึงโปรเจกต์ของตัวเอง แสนกล่าวขอโทษ แค่อยากชี้ให้เห็นความสำคัญของเรื่องนี้ เพราะสมัยก่อนชาวนาของเราก็เพาะพันธุ์เมล็ดได้เอง ไม่ต้องพึ่งสารเคมี แต่ทุกวันนี้ พืชพันธุ์พื้นบ้านได้สูญหายไปกว่าหลายร้อยชนิด โครงการของตนคือ การอนุรักษ์เมล็ดพันธุ์พื้นบ้าน รวบรวมเมล็ดพันธุ์กลับคืนสู่มือของเกษตรกร สร้างเครือข่ายการบริโภคพืชผักพื้นบ้าน เพื่อลดวงจรการผูกขาดของบริษัท เป็นการแก้ที่รากปัญหาให้ชาวนาได้กลับมาเป็นนายของตัวเอง

บุรินทร์ลุกขึ้นปรบมือ ทุกคนปรบมือตามอย่างชื่นชม อันยามองแสนด้วยความยินดี แม้ใจหนึ่งจะรู้ว่าคนที่ตกที่นั่งลำบากคือตนเอง...บุรินทร์เข้าไปชื่นชมแสน พิลาสินีกระเซ้ามีโปรเจกต์ดีๆ แล้วซุ่มเงียบ แต่บุรินทร์กลับมองเธอด้วยสายตาเคลือบแคลง

“แพม เดี๋ยวผมขอคุยด้วย”

แสนใช้แววตาขอร้อง “เอ่อ ให้ผมถามแพมเองเถอะครับบอส...นะครับ”

ในขณะเดียวกัน อันยาออกมาพบคิมหันต์ที่ริมหาด เขายอมสารภาพว่า เป็นคนเอาข้อมูลของแสนใส่ในทรัมฟ์ไดร์ฟเมขลา โดยที่เธอคิดว่าเป็นข้อมูลกลางของบริษัท อันยาตกใจ

“คิมบอมบ์! ทำไมถึงไม่บอกฉันก่อน ข้ามไลน์กันอย่างนี้ได้ยังไง...แล้วอีกหน่อยฉันจะไว้ใจใครได้ฉันต้องคอยระวังแก เหมือนที่คอยระวังยัยเมรีกับยัยอาโปรึเปล่า”

“เจ๊ ที่ผมทำมันผิดผมยอมรับ แต่ผมไม่มีวันเหมือนสองคนนั่นแน่ๆ เจ๊พูดอย่างนี้ได้ยังไง”

“ก็นายอยากทำให้ฉันไม่ไว้ใจเอง”

“ดี งั้นจะบอกให้ ผมก็ไม่ไว้ใจเจ๊เหมือนกัน ที่ผมต้องลงมือเอง มันเป็นเพราะอะไร เจ๊เคยถามตัวเองบ้างมั้ย...

ก็เพราะเจ๊นั่นแหละ เจ๊เปลี่ยนไป รู้ตัวบ้างรึเปล่า ปากก็บอกว่าจะปิดจ็อบให้ได้ แต่การกระทำน่ะ ตรงกันข้าม วันๆคอยแต่ห่วงว่าด็อกเตอร์แสนเขาจะรู้สึกอะไรกับตัวเอง เจ๊รู้ตัวไหมว่าเจ๊กำลังหลงเขา จนลืมงานของเราแล้ว” คิมหันต์ระเบิดความอัดอั้นออกมา มองอันยาอย่างผิดหวังก่อนจะเดินจากไป อันยาหน้าชาเหมือนโดนตบ ร้องเรียกคิมหันต์ให้กลับมา

ooooooo

เพียงดาวกำลังกล่าวชื่นชมพิลาสินีกับแสน ระหว่างเก็บเอกสารอยู่กับเมขลา พิลาสินีเดินหน้าเครียดเข้ามาเอาเรื่องเมขลาหาว่าไปขโมยข้อมูลของแสนมาให้ตน เมขลาปฏิเสธพัลวันแต่พิลาสินีโกรธไม่ฟังคำอธิบาย ไล่เมขลาออก แสนเข้ามาขอร้องอย่าให้ถึงขั้นนั้น

บุรินทร์ออกมาตัดสิน เมขลาไม่ได้ตั้งใจ จะไล่คนออกชุ่ยๆไม่ได้ พิลาสินียังโกรธประกาศคืนโปรเจกต์ให้แสน แต่เขาไม่รับ เพราะจะทำให้เธอเสียเครดิต

“จะให้ฉันทำไม่รู้ไม่ชี้ แล้วเอาผลงานคุณมาเป็นผลงานตัวเองอย่างนั้นหรือคะ”

“คุณรู้ไหม จริงๆแล้วผมไม่โกรธเลย เพราะผมรู้ว่า ด็อกเตอร์พิลาสินีไม่มีทางเอาเปรียบผม เรื่องที่เกิดขึ้นมันต้องมีสาเหตุอื่น ด็อกเตอร์พิลาสินีเก่งจะตาย ไม่เห็นต้องก๊อบปี้งานใครเลยนี่ โชคดีนะ ที่เขาไม่รู้ว่าเป็นข้อมูลของผม ไม่งั้นคงไม่มีคนเอาข้อมูลนี้ไปพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิม”

พิลาสินีเย็นลง แสนชมว่าแม้แต่ชื่อโครงการ เธอยังตั้งได้ดีกว่าตน และชวนให้เธอเอาโครงการสีเขียวมาช่วยขยายผล ช่วยกันทำเพื่อบริษัทและชาวนา พิลาสินียังอิดออด

“ผมจะดีใจและวางใจ ถ้าคนที่จะมารับผิดชอบโปรเจกต์นี้เป็นคุณ ช่วยรับทำเพื่อเพื่อนตาดำๆได้ไหมครับ ด็อกเตอร์แพม”

พิลาสินีจำนนต่อคำขอของแสน จึงเอ่ยปากขอโทษ แสนกอดปลอบใจอย่างเพื่อน อันยาผ่านมาเห็นภาพบาดตา รู้สึกเจ็บร้าวใจ จนต้องขับรถออกมาหนีความว้าวุ่นในใจ วิทยุปล่อยเพลงที่ตอกย้ำจิตใจเธอเข้าไปอีก...ถึงเธอจะทำผิดแค่ไหน เราก็อภัยให้เธอได้ไม่ใช่เพราะใจเรากว้าง แต่เพราะใจเรามีแต่เธอ เราทำใจแข็งกับคนที่เรารัก ไม่ได้จริงๆ...อันยาน้ำตาซึมฟุบหน้ากับพวงมาลัย จนกระทั่งรถหลังบีบแตรไล่ จึงรู้สึกตัวขับรถต่อไปอย่างรู้สึกว่าหัวใจมันอ่อนล้าสุดๆ

ห้างสรรพสินค้ากลางกรุง มุมเกมเซ็นเตอร์ คิมหันต์กำลังเล่นเครื่องเกมอย่างเคร่งเครียดเหมือนระบายอารมณ์ก็ไม่ปาน พอจะหยอดเหรียญเริ่มเกมใหม่ก็มีคนมาหยอดให้ เขาแปลกใจเงยหน้ามองเป็นอันยา นั่งลงเล่นเกมด้วย เขาถามเธอมาได้อย่างไร อันยาไม่ตอบกลับบอกให้เขาระวังจะแพ้...สุดท้าย คิมหันต์ก็เล่นเกมแพ้อันยาจนได้ เธอวางเหรียญที่แลกมาให้เขาทั้งหมด

“ง้อลูกน้องได้แย่มาก...ผมไม่ใช่เด็กๆแล้วนะ จะได้ดีใจที่ผู้ปกครองแลกเหรียญมาให้”

“ฉันก็ไม่ใช่เด็กๆแล้ว ต้องมาง้อลูกน้องในที่แบบนี้ ก็น่าจะเห็นใจกันบ้าง” อันยาโวยกลับเพราะเห็นคิมหันต์จะเดินหนี

“ผมน่ะเหรอไม่เห็นใจเจ๊ คิดดูสิว่าที่ผ่านมา ผมช่วยเจ๊ทำอะไรบ้าง ทั้งเรื่องซีดี ทั้งขนปูน”

อันยาตัดบทว่าเขาพูดถูกทุกอย่าง และยอมรับว่าตนว่อกแว่กไปจริงๆ เพราะความดีและความไว้ใจที่แสนมีต่อตน จึงเคลิ้มไปบ้าง...อันยายอมรับหน้าสลด คิมหันต์เตือนว่าผิดกฎวิชาชีพ ครูห้ามจีบนักเรียน เฮดฮันเตอร์ห้ามจีบแคนดิเดทของตัวเอง อันยาโต้ มีหลายคนที่ลงเอยกันได้

“แต่ไม่ใช่เฮดฮันเตอร์ที่ไปปลอมตัว โกหกหลอกแคนดิเดท อย่างเจ๊นะ”

“ไม่ต้องย้ำ เฮ้อ...รู้น่าว่าไม่ควร แต่มันไม่ได้ตั้งใจนี่ ฉันไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่เขาเข้ามาวุ่นวายในใจฉัน  ไล่เท่าไหร่...ก็ไม่ยอมไป...”

“บอกมาซะแต่แรกก็สิ้นเรื่อง ผมไม่ใช่ไม่มีหัวใจนะเจ๊ เข้าใจว่าเรื่องแบบนี้มันลำบาก ถ้าเจ๊เจอใครสักคนที่ทำให้รู้สึกแบบนั้นได้ ผมก็ไม่ต่อต้านหรอก แล้วถ้าหากว่าด็อกเตอร์กับเจ๊ใจตรงกัน ก็ไม่เห็นจะต้องปิดกั้นตัวเอง”

อันยาไม่ยอมรับ คิมหันต์แปลกใจ ก็ถ้าแสนยอมรับในตัวตนของเธอได้ อันยากล่าวเศร้าๆว่า แสนรักพิลาสินี อันยาประมวลจากงานสัมมนาที่ผ่านมา...คิมหันต์ช่วยปลอบใจอันยาด้วยการเขียนคำขวัญเตือนใจ แปะไว้ทั่วห้องพักของเธอ เพื่อเตือนไม่ให้เธอหวั่นไหวอีก

ในขณะเดียวกัน ทวยเทพกับเมรีออกเดทด้วยกัน เมรีพยายามซักถามและให้เขามาร่วมมือแฉอันยา แม้ทวยเทพจะโกรธเคืองอันยา เพราะยังรักอยู่จึงลังเล

แต่พอเมรีบอกว่าอันยาเอาตัวเข้าแลกกับแสนเพื่องานนี้ ทวยเทพไม่เชื่อเพราะรู้ว่าอันยาไว้ตัวมากและตนก็ยอมไม่ได้ด้วย เมรีชักจะชอบความมั่นคงของทวยเทพ จึงยั่วยวนชวนเขาเข้ามาในห้องพักของเธอ แต่ก่อนที่ทวยเทพ

จะเคลิบเคลิ้มไปด้วย ก็นึกถึงหน้าอันยาขึ้นมา จึงผละกลับไป ทำให้เมรียิ่งแค้นอันยามากขึ้น

ooooooo

ตอนที่ 5

แผนพิชิตใจด็อกเตอร์แสนในเดทเดียวของอันยาเริ่มต้นขึ้นด้วยการที่เธอเดินเลือกซื้อเสื้อผ้าที่สวยและ เซ็กซี่พอที่จะดึงดูดสายตาแสนได้ คิมหันต์กังวลใจ แผนนี้จะดีหรือ อันยาร่าย

“อย่าเพิ่งเถียง ฟังแผนฉันก่อน...เริ่มด้วยร้านอาหารบรรยากาศดีๆ อาหารถูกปาก บทสนทนาถูกใจชวนให้เคลิ้ม ก่อนจะถึงหมัดเด็ดที่จะทำให้ผู้ชายร้อยทั้งร้อยต้องแพ้”

คิมหันต์สีหน้าตื่นเต้นตั้งใจฟังคิดภาพตามที่อันยาสาธยาย...บรรยากาศสุดโรแมนติกเสียงแก้วไวน์กระทบกันเบาๆเคล้ากับดนตรีแจ๊ส คู่รักโอบกอดและเต้นรำกันอย่างใกล้ชิด...ชิดกันมากจนกระทั่ง เสียงแสนกระซิบแผ่วเบาว่า “อันยา คุณเป็นแฟนผมนะ”

อันยาฟุ้งว่า ถ้าแสนคิดอะไรกับตนจริง เจอ บรรยากาศแบบนั้น โอกาสแบบนั้นจะไม่ฉวยเอาไว้เชียวหรือ “ฉันจะทำให้ด็อกเตอร์ขอฉันเป็นแฟน แล้วออกจากเพียงพอดี เพื่อมาร่วมสร้างอนาคตกับแฟนสาว แล้ว ทั้งหมดนี้ มันจะทำให้เราสองคนได้ปิดจ็อบยังไงล่ะ เตรียมดีใจไว้ได้”

ด้านเมรี ก็ออกมาซื้อชุดสวยกับอาโปเพื่อใส่ไปเดทกับทวยเทพเช่นกัน หวังจะล้วงความลับเรื่องอันยาให้ได้ และเป็นการเย้ยอันยาที่ตนแย่งแฟนมาได้ด้วย...

คิมหันต์อดถามอันยาไม่ได้ว่า ครั้งนี้เธอเล่นกับหัวใจคนอื่นแบบนี้ ยังสบายใจอยู่ได้หรือ อันยาสลดลง แต่ปลอบใจตัวเองว่า วิธีนี้ ปรานีกว่าการดิสเครดิตเสียอีก อย่างน้อยเขาก็ลาออกเอง เพราะตามใจแฟน คิมหันต์ตอกย้ำ ไม่เป็นการทำร้ายจิตใจหรือ และที่เขาอยากรู้อีกอย่าง

“สมมติว่าแผนนี้สำเร็จ แล้วด็อกเตอร์ยอมออกจากงานเพื่อเจ๊ จนเราปิดจ็อบได้เรียบร้อยแล้วเนี่ย เจ๊จะทำยังไงกับเขาอ่ะ แบบว่าจะหาเรื่องเลิก หรือว่า...ก็เนียนๆคบต่อไปเลย เพราะจะว่าไป ด็อกเตอร์แสนก็โปรไฟล์ไม่เลว”

อันยาฟังแล้วอมยิ้ม คิมหันต์ดักคอยิ้มอะไร หรือว่าแผนนี้ทำเพราะอยากเป็นแฟนแสน

“บ้า! ใครจะไปคิด ฉันทำทุกอย่างเพื่องานของเราเท่านั้นย่ะ ชัตอัพเลยนะ”

“ไม่คิดแล้วทำไมต้องโวยด้วย ร้อนตัวไปเปล่า”

“ก็แกถามอะไรบ้าๆ ทีแรกฉันยิ้มเพราะเห็นป้าย เซลส์นั่นต่างหาก มันลดเยอะดี”

“ถ้าไม่คิดจริงก็ดี เพราะถ้าวันนึงเขารู้ขึ้นมาว่าเราเข้ามาหาเขาเพราะจุดประสงค์อะไร คนที่เสียใจจะได้มีแค่เขาฝ่ายเดียว อย่าเผลอไปชอบเขาก็ดีแล้ว” คิมหันต์นึกได้ ส่งซองเอกสารให้ “เกือบลืม นี่เอกสารหักภาษีค่าคอมมิชชั่นเคสก่อนๆของเจ๊ เก็บให้ดีๆล่ะอย่าให้ใครสงสัย”

อันยารับซองพร้อมบอกว่าไม่ต้องห่วง ที่เพียงพอดีไม่มีใครสงสัยตนแต่ในใจครุ่นคิดถึงคำพูดของคิมหันต์

ooooooo

วันต่อมา เพียงดาวกำลังติจดหมายที่เมขลาพิมพ์ว่ามีข้อผิดพลาดหลายจุด แบบนี้จะเลื่อนตำแหน่งมาเป็นเลขาได้อย่างไร เอกชัยให้กำลังใจผิดนิดหน่อยอย่าเข้มนักเลยดูอย่างอันยาไม่ได้เป็นอะไรมาก ยังทำงานถูกใจด็อกเตอร์แสน เพียงดาวปรี๊ด

“จะอ้างแบบนั้นไม่ได้นะยะ นี่จะปล่อยให้มีเลขาไร้ประสิทธิภาพอยู่ในบริษัท แล้วเป็นแบบอย่างแย่ๆอย่างนี้ไม่ได้!” เพียงดาวหยิบเอกสารที่อันยาพิมพ์มาดู “นี่ก็ผิดฟอร์แมท...อันนี้ก็พิมพ์ผิดตั้งเยอะ...นี่ก็ด้วย ใช้คำไม่เป็นทางการในรายงานการประชุม โอ๊ย! ยัยอันยานี่เป็น เลขาประสาอะไร หาความรอบคอบไม่เจอเลย”

“เขาแค่พิมพ์เอกสารผิดนิดหน่อย ไม่ได้ฆ่าคน ตาย” เอกชัยแก้ตัวแทน

“เอกสารมันก็คือหน้าตาของเจ้านาย ถ้าผิดพลาดไปนายก็เสีย ไม่รู้ว่าด็อกเตอร์แสนทนร่วมงานกับเลขาแบบนี้เข้าไปได้ยังไง” เพียงดาวบ่นไม่เลิก

อันยาเดินเข้ามาตอบเอง “ก็เพราะด็อกเตอร์มองเห็นความสามารถอื่นของฉันน่ะสิคะ”

ทุกคนชะงักหันมอง เพียงดาวโต้ความสามารถที่ว่ามันคืออะไร เอกชัยตอบแทนว่าที่อันยาจัดการคุณหญิงเหมือนกับอิงค์กี้ได้ แถมยังช่วยโครงการภาคสนามได้ดี...เพียงดาวค้อนขวับหาว่าเก่งแต่เรื่องอื่น เรื่องหลักๆของตัวเองกลับไร้ระบบระเบียบ

อันยาแกล้งย้อน “ระเบียบจัดเกินไป ก็ขาดความสร้างสรรค์คร่ำครึน่ะสิคะ”

เพียงดาวไม่พอใจหาว่าอันยาทำงานไม่มีระเบียบ ทั้งที่งานนั้นคือหัวใจของงานเอกสาร อันยาต่อปากต่อคำ พอคลายเครียด เพียงดาวจึงสั่งเสียงเฉียบให้เอาไปแก้ไขใหม่

“ฉันแก้ก็ได้ค่ะ...แต่ต้องเป็นคำสั่งของด็อกเตอร์ แสน เจ้านายฉัน” อันยารวบเอกสารไป

เอกชัยทำหน้าสะใจ เพียงดาวเหวอ แค้นตาเดือดปุดๆ...เรื่องถึงหูแสน เขาบอกอันยาว่า ที่เพียงดาวเตือนเพราะหวังดีกับบริษัท น่าจะฟังคำแนะนำบ้าง และว่าเธอก็ไม่เหมือนเลขาจริงๆ

“แค่ฉันไม่ใช่คนหัวอ่อน คะๆขาๆเชื่อฟังก็เป็นเลขาไม่ได้เหรอคะ” อันยาย้อน

“คุณอาจจะดูไม่เหมือนเลขาคนอื่นๆ แต่สำหรับผม คุณเป็นเลขาที่ดีมากโอเคไหม”

อันยาชะงัก เขินกับคำเยินยอของแสน ยอมเอาเอกสารไปแก้โดยดี แสนนึกได้ถามถึงนัดหมายกับสมพงษ์ ทางนั้นคอนเฟิร์มมาหรือยัง...เข้าทางอันยาพอดีเธอรีบบอกว่า ร้านอาหารร้านนั้นอยู่ไม่ไกลจากคอนโดเท่าไหร่ ตนขอไปเจอที่ร้านเลยแสนตอบไม่มีปัญหา

จากนั้น อันยาก็รีบมาแก้ไขเอกสารใหม่ให้เสร็จ เผอิญซองเอกสารที่ได้จากคิมหันต์ไหลหล่นจากกระเป๋ามาอยู่บนโต๊ะ ทำให้อันยาเผลอรวบรวมไปกับเอกสารที่แก้ไขใหม่

ooooooo

ร้านอาหารหรูที่อันยาใช้เป็นที่ปฏิบัติการคิมหันต์กับอันยาติดต่อกันผ่านบลูทูธ คิมหันต์แจ้งว่าตนอยู่ประจำที่เรียบร้อย อันยาตอบกลับว่า เป้าหมายกำลังจอดรถ

อันยาเช็กความเรียบร้อยของตัวเองก่อนจะเดินไปรับแสน เขามองเธออย่างประหลาดใจที่เธอแต่งตัวสวยเกินเหตุ แค่มาคุยงาน เธออ้างว่าแต่งให้เข้ากับบรรยากาศของร้าน

“ทำไมคะ มัน...ดูไม่ดีเหรอคะ”

“เปล่า คุณสวยจนผมแปลกใจต่างหาก”

“แปลกใจง่ายจัง ระวังจะมีอะไรให้แปลกใจอีกเยอะนะคะ” อันยาเห็นแสนงงกับคำพูดจึงแก้ “เอ่อฉันหมายถึงเรื่องงานน่ะค่ะ”
อันยายิ้มกริ่มแอบพูดกับคิมหันต์ว่า แสนชมว่าตนสวยได้ยินแล้วใช่ไหม คิมหันต์โต้ “นี่เพิ่งช็อตแรกข้างในน่ะของจริงเอาให้อยู่เถอะ”

“จิ๊บๆ คอยดูก็แล้วกัน” อันยาย้ำอย่างท้าทาย

เมื่อเข้ามาอยู่ในร้าน  แสนมองรอบๆร้านที่บรรยากาศสุดโรแมนติก ไม่น่าจะคุยงาน อันยาอ้างว่าคุณสมพงษ์คงชอบร้านนี้ แล้วเธอก็ทำทีว่าเขาโทร.เข้ามา โดยคนที่โทร.คือคิมหันต์

“อุ๊ย! คุณสมพงษ์โทร.มาค่ะ...สวัสดีค่ะ อันยาเลขาด็อกเตอร์แสนค่ะ อะไรนะคะ จะมาเลทเหรอคะ ค่ะค่ะ” อันยาหันมาบอกแสนว่าสมพงษ์จะมาเลทชั่วโมงหนึ่ง ให้ทานอาหารไปก่อน

แสนเห็นว่าไม่ควร แต่อันยาทำทีว่าหิว แสนจึงยอมสั่งอาหารกันก่อน อันยาได้อ่านบทสัมภาษณ์ของเขาทั้งหมดมาแล้วว่า เขาชอบทานอาหารประเภทไหน เครื่องดื่มอะไร จึงไม่ยากที่เธอจะสั่งอาหารให้เหมือนกับเขา พอดูเมนูทั้งสองพูดพร้อมกันว่า...เอาเซ็ตอาหารไทยชุดเอ

เด็กเสิร์ฟอมยิ้มที่ทั้งสองใจตรงกัน คิมหันต์ได้ยิน ทึ่งกับความสามารถของลูกพี่แสนเปรย “ทุกทีผมเห็นคุณไม่ค่อยสั่งอาหารไทยเท่าไหร่นะ”

“นั่นสิคะ สงสัยวันนี้จะมีอะไรพิเศษกว่าทุกที ฉันถึงได้...ใจตรงกับด็อกเตอร์”

“แต่ผมว่า มันคงบังเอิญมากกว่า”

อันยาหน้าเจื่อนเล็กน้อยที่แสนไม่รับมุก เด็กเสิร์ฟถามจะสั่งเครื่องดื่มอะไร ทั้งสองพูดเหมือนกันอีกว่า เอาน้ำอัญชัน เด็กเสิร์ฟแซว ใจตรงกันอีกแล้ว อันยาย้อนคำแสนว่า คงบังเอิญ

ทางด้านเพียงดาวกำลังตรวจเอกสารที่อันยาพิมพ์ใหม่อย่างจับผิด มีเมขลากับเอกชัยคอยลุ้นเอาใจช่วย เพียงดาว บ่น ตั้งใจทำแต่แรกก็ไม่ต้องบ่น ตนทำเพื่อบริษัทจะได้ไม่มีเลขาที่ทำงานบกพร่อง พลันเพียงดาวเห็นซองเอกสารแพลมออกมา มุมซองมีชื่อ ไรท์เพอร์เซิ่ลคอมพานีพร้อมที่อยู่และเบอร์โทร. เอกชัยคุ้นๆว่าบริษัทนี้เป็นบริษัทจัดหางาน จึงคิดกันว่า อันยากำลังหางานใหม่ เมขลาไม่เชื่อและห้ามทั้งสองเปิดซองเอกสาร เพราะเป็นการเสียมารยาท

ส่วนอันยาทานอาหารหน้าตาเบิกบานกับแสน โดยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่เพียงพอดี...อันยาเอ่ยถามแสนว่า เอาแต่ทำงานคงไม่ค่อยได้มาทานอาหารร้านแบบนี้ แสนตอบยิ้มๆว่า ลำพังตัวเองคงไม่ได้มา แต่ที่มาเป็นเพื่อนคุณหญิงเหมือนและอิงค์กี้ เพราะปฏิเสธไม่ได้ แสนเห็นสีหน้าอันยาไม่สบอารมณ์ จึงพูดอย่างเอาใจว่า

“ทีหลังผมจะอ้างว่า เลขาไม่อนุญาตให้มาดีไหม”

“ฉันจะไปมีสิทธิ์ห้ามคุณได้ยังไงล่ะคะ ถ้าคุณอยากจะไปกับสองคนนั้น” อันยางอน ก้มหน้าก้มตาสวาปามอาหารตรงหน้า แสนเห็นอาการเธอจึงถาม

“คุณ...ไม่พอใจอะไรรึเปล่า”

“ฉันจะไม่พอใจอะไรล่ะคะ...ขอตัวไปห้องน้ำนะคะ” อันยาลุกพรวดเดินออกไปแสนมองตามอย่างงงๆ...คิมหันต์ดักถามว่าเป็นอะไร อันยาเผลอบ่น ตนอุตส่าห์ช่วยเรื่องชาวนา แต่เขากลับไปเดทกับสาวๆ แถมเคยมาร้านนี้แล้วไม่ได้ยินหรือ คิมหันต์ย้อนถาม

“ผมไม่ได้สงสัยด็อกเตอร์ แต่เจ๊นั่นแหละที่น่าสงสัย หึงป่าวเนี่ย”

อันยาโวยวายพูดบ้าอะไร คิมหันต์เกริ่น ตอนวางแผนก็แอบยิ้ม พอทำก็ออกอาการหึง อันยาอึดอัดใจมากจนต้องยอมรับออกมาว่าแค่เสียฟอร์ม คิมหันต์ตอกย้ำ

“ยิ่งพูดยิ่งดูเหมือนหึงเลยว่ะเจ๊...ขีดเส้นใต้สิบเอ็ดเส้น ระหว่างเสียฟอร์มกับเสียงาน เจ๊จะต้องเลือกแล้ว”

อันยาชะงักนั่นสิ ว่าแล้วก็ปรับความรู้สึกเดินกลับมาที่โต๊ะ แล้วต้องประหลาดใจเมื่อเห็นบนโต๊ะเก็บอาหารไปหมด มีจานเค้กน่ารักๆ ตกแต่งด้วยสตรอเบอร์รี่หวานฉ่ำ น่ารับประทาน

“ผมสั่งขนมมาให้ ไม่รู้ว่าจะถูกใจคุณรึเปล่านะ”

อันยายังตะลึง แสนถามไม่ชอบหรือ เธอย้อนถามเคยบอกหรือว่าตนชอบสตรอเบอร์รี่

“เปล่า ผมเดาเอาว่า พวกชีสเค้กหรือช็อกโกแลตเค้กคงธรรมดาไปสำหรับคุณ คุณน่าจะชอบสตรอเบอร์รี่ แต่สตรอเบอร์รี่ช็อกเค้กก็คงจะธรรมดาไปอีก เมนูนี้อร่อยด้วย มีสไตล์ด้วย น่าจะถูกใจคุณ”

“คุณเดาขนมจากสไตล์ของฉัน” อันยาทึ่ง

“ผมไม่ได้ทำอะไรให้คุณไม่พอใจอีกใช่ไหม”

“รู้ไหม ว่าคุณเป็นคนแรกที่ไม่ได้บ่นว่าฉันเยอะ ให้ไปลดๆความเป็นตัวเองลง”

“เวลาใครบอกว่าอันนี้เยอะ อันนั้นน้อย เขาใช้ อะไรวัด คุณเป็นอย่างที่เป็นมันก็ดีอยู่แล้ว”

อันยานั่งอึ้ง รู้สึกอบอุ่นใจที่ได้ยิน เธอตักขนมกินอย่างเคลิบเคลิ้ม เผลอชมว่าตนชอบที่สุด แล้วตักป้อนให้เขาทำตาวิ้งๆ ทำเอาแสนใจเต้นรัว...คิมหันต์แอบมองอย่างชื่นชม พลันสายตาเหลือบไปเห็นเมรีควงแขนทวยเทพ  เข้ามา จึงรีบส่งข้อความบอกอันยาว่า...SOS...อันยาหน้าเหวอ เกิดอะไรขึ้น เธอรีบขอตัวจากแสนมาหาคิมหันต์ ทั้งสองแอบมองเมรีกับทวยเทพ

“นี่ไม่รู้ว่าไปแอบกิ๊กกันตอนไหน ล้วงความลับกันไปถึงไหนแล้วก็ไม่รู้” คิมหันต์ตอกย้ำ

“โอ๊ย! อย่าเพิ่งทำให้เครียดกว่านี้ได้ไหม ฉันจะทำยังไงดีเนี่ย”

คิมหันต์เตือนอย่าให้ทั้งสองรู้ว่าเธอมากับแสน... อันยารีบกลับมาบอกแสนว่า สมพงษ์เปลี่ยนสถานที่นัด เพราะเขามีประชุมต่อ เราต้องรีบไป อันยาดึงแสนลุกขึ้นเดินไปเช็กบิล เมรีควงทวยเทพเดินมา คิมหันต์รีบหาทางช่วยด้วยการเข็นรถอาหารไปขวางให้ทั้งสองเดินไปอีกทาง เมรีเอะใจมองไปเห็นหลังไวๆ อันยารีบหลบเอาตัวแสนบัง คิมหันต์ตามมาบุ้ยใบ้ว่าเมรีมอง อันยาจึงบอกแสนว่าตนขอตัวไปเลือกซื้อขนม ว่าแล้วก็หลบเข้าไปในห้องเตรียมขนม

เมรีเห็นแสนก็ตรงดิ่งมาทักทายและถามถึงสาวที่เขาพามาด้วย แสนกำลังจะตอบ พอดีทวยเทพตามมาเขม่น ถามอย่างดูถูกว่ามาร้านแบบนี้ได้อย่างไร แสนไม่อยากให้อันยามีปัญหาจึงเลี่ยงไม่ตอบและขอตัวกลับ แต่ทวยเทพยังหาเรื่อง

“คงไม่ได้เอาเวลางานมาเที่ยวกับแฟนคนอื่นเขาหรอกนะ”

“ผมว่าคุณถามคำถามนั้นกับตัวเองดีกว่า ลูกผู้ชายไม่ควรทำอะไรต่อหน้าอย่าง ลับหลังอีกอย่าง” แสนโต้

“อย่างที่แกชอบทำน่ะเหรอ ต่อหน้าทำเป็นสุภาพบุรุษ ลับหลังก็อยากแย่งแฟนชาวบ้าน”

“ผมว่าคนที่ต้องตรวจสอบตัวเอง น่าจะเป็นฝ่ายคุณมากกว่า ขอตัวนะครับ” แสนเดินไป เมรีแปลกใจทำไมสองคนนี้รู้จักกัน ทวยเทพหงุดหงิดต่อว่าเมรีมากับตนแล้วไปยุ่งกับแสนทำไม เมรีบอกว่าแค่ทักทายเพราะรู้สึกจะเห็นอันยา ทวยเทพยิ่งร้อนตัวจะให้เห็นเรามาด้วยกันได้อย่างไร ว่าแล้วเขาก็จะกลับ บอกเธอว่าถ้าอยากให้ไปส่งก็ตามไป เมรียิ่งข้องใจ

พออันยาเห็นทั้งสองกลับไป ก็บอกพนักงานว่าตนไม่เอาอะไรแล้วจะเดินออก พนักงานเตือนให้ระวัง ไม่ทันการณ์ อันยาชนกับพนักงานที่ถือเค้กเข้ามา เค้กหล่นเลอะผมและเสื้อผ้าเธอ คิมหันต์ตามเข้ามาหน้าเหวอ รีบพาอันยาไปล้างในห้องน้ำ อันยาบ่นไปล้างผม เช็ดเสื้อที่เลอะไป

“ดูสภาพฉันสิ...แบบนี้แผนดินเนอร์สุดโรแมนติกตอนค่ำ ที่จะพาด็อกเตอร์ไปก็หมดกัน”

คิมหันต์ตำหนิอันยาที่เลือกร้านที่มาประจำกับทวยเทพ เธอโอดโอยใครจะไปคิดว่าเขาจะมาแถมมากับเมรีอีกต่างหาก...อันยาเดินหัวลีบ ชุดเปียกออกมาโกหกแสนว่า สมพงษ์ยกเลิกนัดฝากขอโทษที่ทำให้เสียเวลา แสนเห็นท่าทางอันยาจ๋อยจึงปลอบใจ

“แค่นักวิจัยเลื่อนนัดเราแค่นี้ คุณไม่ต้องจ๋อยขนาดนั้นก็ได้”

“ฉันทำผิดพลาด แล้วยังซุ่มซ่ามทำตัวเองเลอะเทอะไปหมด หัวก็เปียก หน้าก็ลบหมด ชุดก็เปียก ทั้งๆที่มันน่าจะไปได้ดีแล้วแท้ๆ ...เอ่อ...ฉันหมายถึง นัดคุยงานวันนี้น่ะค่ะ”

แสนมองอันยาแล้วคิดอยากทำให้เธออารมณ์ ดีขึ้น จึงพาเธอมาที่สวนสาธารณะซึ่งคนไม่พลุกพล่าน พาเธอมาซ้อนท้ายจักรยาน ขี่ไปตามทาง เขาถามเธอรู้สึกอย่างไรบ้าง เธอตอบดื้อๆ

“ก็...รู้สึกเหมือน นั่งซ้อนท้ายจักรยานน่ะค่ะ”

แสนหัวเราะที่เธอตอบกำปั้นทุบดิน  “ถึงเราจะกลับบริษัทตอนนี้ ก็ใกล้เลิกงานแล้ว ผมเลยพาเลขามาปรับอารมณ์ดีกว่า ตอนนี้ผมคุณน่าจะแห้งขึ้นแล้วนะ แล้วอารมณ์ดีขึ้นรึยัง”

อันยาเพิ่งสังเกตเห็นว่าผมตนแห้งปลิวไสว แอบอมยิ้มกับวิธีของแสน เขายังปลอบใจว่า ถึงผมจะเปียกหน้าจะลบไปบ้างแต่ก็ยังดูดี อันยาแกล้งถามว่า น่ารักใช่ไหม

“ผมไม่ได้พูดแบบนั้นซะหน่อย”

“ถ้าไม่ดูแย่ ก็ต้องดูดีสิคะ”

แสนทำไม่รู้ไม่ชี้ อันยาท้วงเมื่อเช้าเขายังชมว่าตนสวย แสนจึงบอกว่าฟังบ่อยจะเบื่อ อันยาโต้อยู่ที่ใครเป็นคนพูด บางคนตนก็อยากให้ชมบ่อยๆ แสนแอบยิ้มหัวใจพองโต อันยาเหลือบมองแต่ไม่เห็น...แสนจอดพักแล้วหาน้ำเย็นมาให้ดื่ม อันยารู้สึกสดชื่น แสนบอกว่าสมัยเรียนตนมาที่นี่บ่อยๆ อันยาเย้าว่ามากับคุณหญิงเหมือนกับอิงค์กี้ แสนปฏิเสธ

“ผมไม่มากับสองคนนั้น นอกจากเพื่อนคนหนึ่ง...

คุณเป็นคนแรกนะที่ได้ซ้อนท้ายรถจักรยานผม” ...อันยาแอบปลื้ม

ooooooo

ด้านเพียงดาว ด้วยความอยากรู้ แต่โดนเมขลาดักคอไว้ไม่ให้เปิดซองเอกสารของอันยาออกดู เอกชัยเองก็อยากรู้ เพียงดาวจึงบอกว่า ไม่เปิดดูแต่ก็โทร.ถามได้ไม่ผิดตรงไหน แต่แล้วต้องหน้าแตกเพราะทางไรท์เพอร์เซิ่ลไม่สามารถบอกความลับของลูกค้าได้

แต่พีอาร์ของบริษัทกลับเอาเรื่องที่มีคนโทร.มาถามถึงอันยาไปเปรยๆกับเมรีและอาโป

“มิ้วได้ยินว่าพี่เขาลาพักร้อนอยู่ แต่วันนี้มีคนจากบริษัทนึงโทร.มาบอกว่าพี่อันยาเป็นพนักงานบริษัทเขา แล้วถามว่าพี่อันยาให้บริษัทเราหางานให้รึเปล่า... มันแปลกมากเลยนะคะ”

เมรีตาโพลงรีบถามว่าบริษัทอะไร พอรู้ว่าเพียงพอดี และอันยาทำหน้าที่เลขาด็อกเตอร์แสน เมรีแค้นมากที่อันยาตบตาพวกตนมาตลอด

ในขณะที่แสนมาส่งอันยาหน้าคอนโด อันยายังอยากจะทำแผนให้สำเร็จ ตัดสินใจทำใจกล้าชวนเขาขึ้นไปบนห้อง...คิมหันต์หมดหน้าที่กลับที่พัก พอได้ยินอันยาโทร.มาบอกว่า จะพิชิตใจแสนให้ได้ในคืนนี้ ก็ตกใจอุทานว่า

“โห ในที่สุดความโสดที่เฝ้าเก็บงำมายี่สิบ...สามสิบปี เอาแต่บ้างาน เอาแต่แข่งกับเพื่อนร่วมงาน ในที่สุดก็จะถึงจุดสิ้นสุดกันวันนี้”

“มากไปแล้วย่ะ แล้วฉันไม่ได้จะมาพรากความโสดอะไรอย่างที่แกว่า ฉันแค่ต้องการให้ด็อกเตอร์เขาขอเป็นแฟน แค่นั้นไม่ติดเรต”

“เฮ้อ...ถ้าเจ๊เป็นกระต่ายน้อยวัยขบเผาะ ผมคงเป็นห่วงนะ ปูนนี้แล้ว เอ็นจอยให้เต็มที่นะเจ๊ ช่องทางเปิดแล้วทั้งที”

อันยาโวยวายจนคิมหันต์ต้องชิงวางสาย...อันยาเดินออกมาจากห้องนอน ทำทีหาหลอดไฟให้แสนช่วยเปลี่ยนห้องกลางให้ แต่หาไม่เจอ แสนจะลองเปิดสวิตช์

ดู อันยาร้องห้ามจนเขาสะดุ้ง อ้างว่าไม่ชอบเวลาไฟมันกะพริบๆ...สุดท้ายอันยาให้แม่บ้านช่วยไปซื้อหลอดไฟ แล้วเอาผ้าขนหนูมาให้แสนเข้าไปล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำ แสนบอกว่าตนไม่ร้อน แต่อันยาคะยั้นคะยอผลักเขาเข้าห้องน้ำ อ้างว่า ย่าสอนเสมอต้องดูแลแขกให้สบายที่สุด แสนทำตามอย่างงงๆ

จากนั้น อันยาก็วิ่งพล่านจัดเตรียมของกินและจัดห้อง...แสนล้างหน้าพอเอาผ้าขนหนูมาเช็ดหน้า ก็รู้สึกถึงความหอมของผ้า เขาเดินออกมา นึกอยากลองเช็กสวิตช์ไฟดู จึงลองกด...พอเดินมาเห็นอันยาจัดโต๊ะมีกระถางต้นไม้ขนาดย่อมจัดวาง อันยาถือแก้วไวน์ยื่นให้ แสนกลับขอเปลี่ยนเป็นน้ำเปล่า อันยาหงุดหงิดแล้วจะทำให้เขาเคลิ้มได้อย่างไร แสนมองกระถางต้นไม้

อันยาถามเสียงหวาน “คนรักธรรมชาติอย่างคุณ น่าจะชอบดอกไม้ใช่ไหมคะ”

“นี่ใกล้ค่ำแล้ว เดี๋ยวต้นไม้จะคายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา ไม้กระถางขนาดนี้ ไม่ควรจะเอาไว้ในห้อง มันจะแย่งอากาศกับคุณนะ” แสนยกออกไปวางตรงระเบียง แล้วเข้ามาเปิดม่านให้สว่างขึ้น “ผมว่าเราอยู่กันสองคุณมืดๆมันไม่ค่อยดี”

อันยาฮึดฮัด ทำอะไรก็ไม่ถูกใจสักอย่าง จึงดื่มไวน์หมดแก้ว แสนห้ามและเอาผลไม้มาป้อนเข้าปาก อันยาชะงัก แสบลูบหัวเธอเหมือนปลอบเด็ก อย่าดื้อ ทานเสียแล้วจะสดชื่น แต่พอเขาเห็นแววตาเธอซึ้งก็ชักทำตัวไม่ถูกเดินเลี่ยง ไปเปลี่ยนเพลงที่ฟังดูโรแมนติกให้คึกคักขึ้น

“คุณ...คุณรู้ได้ไงว่านั่นเป็นแผ่นโปรดของฉัน”

“อ้าวเหรอ! ผมไม่รู้หรอก”

“ทุกทีเวลาที่ฉันอารมณ์ไม่ดี ฉันก็เปิดแผ่นนี้แหละ นี่แล้วฟังเฉยๆไม่ได้นะ มันต้องมีท่าประกอบด้วย” อันยาเต้นท่าประกอบเพลง แล้วชวนแสนเต้นด้วย

แสนเขินไม่กล้าเต้น แต่พอโดนเธอท้าก็นึกสนุก เต้นไปด้วย สองคนสนุกจนอันยาเซจะล้ม เขาประคองเธอไว้ อันยามองหน้าแสนที่อยู่ประชิด เธอหลับตาลงหวังรอจุมพิตจากเขา แต่แสนกลับชะงักแล้วผละออก อันยารุกประกอบกับความมึน

“คุณแสน ที่คุณชมว่าฉันเป็นเลขาที่ดีที่สุดของคุณ...คุณหมายถึงแค่เรื่องงานเท่านั้นเหรอ”

แสนอึกอักทำตัวไม่ถูก ใจเต้นระรัวแต่ด้วยความเป็นสุภาพบุรุษ เขารีบขอตัวกลับ อันยาตกใจว่าตนทำอะไรผิด แต่ไม่กล้ารบเร้าเขา จึงบอกว่าไฟที่เสียจะให้ช่างมาซ่อมเอง

“ไฟคุณไม่ได้เสีย ผม...ลองเทสต์ดูแล้ว”

อันยาเหวออายจนต้องหลบตา “ฉัน...ช่วงนี้คงเครียดไปหน่อย ก็เลยทำอะไรบ้าๆ คุณอย่าถือฉันเลยนะคะอย่าเกลียด...ฉันเลยนะ ฉันขอโทษ”

แสนเข้าจับมือเธอ “คุณไม่ได้ทำอะไรผิด ผมแค่ ...เพราะว่าเป็นคุณ...คุณมีค่ามากกว่าที่จะให้ใครมาทำเล่นๆด้วย” แสนลูบผมอันยาอย่างอ่อนโยน

อันยาอึ้ง เสียงแสนก้องเต็มสองหู รู้สึกเหมือนเขาหลุดลอยไปไกลแสนไกล

ooooooo

ธกฤตถูกเหนือเทพบีบจะขอพบตัวอันยาเพื่อถามความคืบหน้าเอง...ในขณะที่เมรีกับอาโปกำลังจะเดินทางไปเปิดโปงอันยาถึงบริษัทเพียงพอดี แต่พีอาร์มาบอกว่าอันยาจะเข้าออฟฟิศ

คิมหันต์รีบมาหาอันยาที่คอนโดแต่เช้า เห็นสภาพอันยาหัวฟูเหมือนไม่ได้หลับได้นอนเขามาเพื่อบอกว่าบอสเรียกประชุมด่วน อันยาอึกอักเหมือนมีเรื่องในใจ คิมหันต์แปลกใจ

“ไม่ปกตินะเนี่ย ปกติพอบอกว่าเรื่องงาน เคยช้าซะที่ไหน หรือว่าเมื่อวานกะด็อกเตอร์ มีปัญหาอะไร...ตกลงสำเร็จไหม”
อันยาได้ยินชื่อแสนก็ได้สติ “เรื่องนั้นแกอย่าเพิ่งถามเลย ใช่...ฉันต้องไปประชุม ต้องไปเจอบอส ฉัน...ฉันมีเรื่องสำคัญต้องบอกบอส”

“ต้องงี้สิเจ๊ แผนเจ๊สำเร็จใช่ไหม”

“แต่ก่อนบอกบอส ฉันต้องบอกแกก่อน ฉัน...ฉันอยากเลิกแผนทั้งหมด”

คิมหันต์ตกใจคิดว่าตัวเองหูฝาด...

เช้าวันนั้น เมรีกับอาโปรีบเดินไปหาธกฤติ แต่เขาเดินมากับเหนือเทพเสียก่อน เมรีมองอย่างสงสัย เลียบเคียงติดสินบนเลขาธกฤตเพื่อซักถาม อันยาเกี่ยวอะไรด้วย และขอให้ช่วยเปิดประตูห้องไว้ให้พวกตนแอบฟัง

ด้านอันยากับคิมหันต์รีบเข้ามาที่ออฟฟิศ อันยาถาม “คิมบอมบ์ แกโกรธฉันรึเปล่า ที่ฉันตัดสินใจแบบนี้”

“โกรธสิเจ๊...ที่เจ๊คิดช้า น่าจะรู้ตัวเองตั้งแต่แรก เล่นเอาเหนื่อย ลงทุนลงแรง ลุ้นไส้แทบระเบิด แต่...ช่างมันเหอะ ผมเองก็ไม่ค่อยสบายใจตั้งแต่เจ๊รับจ๊อบนี้แล้วล่ะ มันไม่เหมือนที่เราทำๆมา เลิกๆไปซะก็ดี แต่บอสจะว่ายังไงเนี่ยสิ”

“ฉันคิดไว้แล้ว จะขอทำเคสชดใช้ให้มากกว่าหรือเท่ากับเปอร์เซ็นต์ที่บริษัทจะได้จากค่าตัวด็อกเตอร์ แต่เราคงต้องเหนื่อยกันหน่อย”

คิมหันต์ไม่ยี่หระ ว่าอย่างไรว่าตามกัน แต่อยากรู้ว่า ทำไมถึงจะออกจากโปรเจกต์ อันยากำลังจะตอบ ธกฤตออกมาเจอ จึงเรียกให้เธอเข้าห้องประชุมอันยารีบบอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วยแต่พอเห็นเหนือเทพเดินมาทักก็ชะงัก “คนนี้เองเหรอ มือหนึ่งของไรท์เพอร์เซิ่ล”

ทั้งอันยาและคิมหันต์อึ้ง ธกฤตแนะนำให้รู้จักผู้บริหารวิชั่นออฟฟิวเจอร์ อันยาหน้าเจื่อนพูดอะไรไม่ออก ต้องเลยตามเลย เมรีอดรนทนไม่ไหว โผล่ออกมาขอเปิดโปงเรื่องน่าอายของอันยา เพราะทำให้บริษัทเสียผลประโยชน์ เมรีสาธยายว่าเห็นอันยาเอาเวลางานไปออกเดทกับด็อกเตอร์แสน จนลืมหน้าที่การงาน ธกฤตพยายามปรามให้เมรีหยุด ไว้คุยกันทีหลัง แล้วหันมาทางอันยา บอกให้เล่าแผนการว่าก้าวหน้าไปถึงไหนแล้ว อันยาตัดสินใจยอมรับว่าตนไปเดทจริง

“นั่นไง เห็นไหมคะ ว่าฉันไม่ได้จ้องจับผิดใคร แต่อันยาทำจริงๆ”

“แต่ว่านั่นเป็นแผน ฉันคิดว่าคนอย่างด็อกเตอร์ ใช้ไม้แข็งหรือวิธีตรงๆคงไม่ได้ผล ฉันจะใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัว โน้มน้าวให้ด็อกเตอร์อยากเปลี่ยนงานค่ะ”

เมรีเยาะ “นี่เธอบอกว่า ตัวเองจะข้ามขั้นไปเป็นแฟนเขาเหรอไง อย่างเธอน่ะนะ”

อันยายอมรับว่าตนกับแสนกำลังเริ่มคบหากัน แต่เพิ่งเริ่มจึงยังบอกอะไรไม่ได้ เมรีโวยว่าอันยาโกหก ธกฤตปรามให้เงียบ เหนือเทพชอบใจแผนการของอันยา เขาทึ่งที่เธอทุ่มเท ยอมให้เวลาเธอดำเนินการต่อ ธกฤตโล่งใจ แต่อันยาเหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่างไปแล้ว

แสนแปลกใจเมื่อรู้จากเมขลาว่า อันยาขอลากิจ เขาสงสัยว่าเธอจะอายเรื่องเมื่อคืนหรือเปล่า แต่พอเพียงดาวบอกเรื่องอันยาจะหางานใหม่ เขายิ่งเป็นกังวล ยังหวังและ เชื่อมั่นว่า อันยาคงอยากทำงานเป็นเลขาของเขาต่อไป ใจหนึ่งเขาอยากโทร.ถาม แต่อีกใจเกรงเป็นการบีบคั้นเธอ

อันยามานั่งหน้างออยู่กับคิมหันต์ในร้านกาแฟ ครุ่นคิดที่เมรีรู้เรื่องตนจากคนที่เพียงพอดีโทร.มา แต่เรื่องนี้ก็ไม่ทำให้กลุ้มใจเท่าเรื่องที่ตนยังไม่ได้คบหากับแสนตามที่บอกบอสไป

“ฮ้า!นี่ นี่เจ๊หลอกบอสกับคุณเหนือเทพเหรอ”

“ก็จะให้ทำยังไงเล่า ยัยเมรีเตรียมมีดมาแทงข้างหลังฉันซะขนาดนั้น”

“ก็จริง...แต่ ถ้าไม่ได้ปิ๊งกะด็อกเตอร์ แล้วทำไม ตอนแรกเจ๊ถึงจะเลิก...”

อันยานึกถึงคำพูดของแสนที่ว่า...คุณมีค่ามากกว่าที่จะให้ใครมาทำเล่นๆด้วย...เธอสารภาพ

“ฉัน...แค่รู้สึกว่า ถ้าไม่ต้องหลอกคนคนนั้นอีก มันก็ คงดี...แต่แกลืมมันไปเถอะ เราหันหลังกลับไม่ได้ ด็อกเตอร์เขาก็แค่เปลี่ยนงาน แต่ถ้าเราพลาดคงโดนเหยียบจมดิน แล้วฉันก็ทำให้บอสผิดหวังไม่ได้ ไม่ว่ายังไงฉันก็ต้องหาวิธีให้ด็อกเตอร์แสนไปทำงานกับวิชั่นออฟฟิวเจอร์ให้ได้” อันยาตัดความหวั่นไหวในใจทิ้งไป กลับมายืนหยัด ในภารกิจ

ในขณะที่ เมรีโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง ร้องไห้สะอึก สะอื้นที่ธกฤตยอมรับว่า ให้อันยาได้ตำแหน่งหัวหน้าแผนกเพราะขู่จะลาออก แต่เขาจะขึ้นเงินเดือนให้แก่เมรีและจะไม่ให้เธอต้องขึ้นกับอันยา ให้รับงานโดยตรงจากเขา เมรีปิ๊งความคิดบางอย่างได้ ขอข้อแลกเปลี่ยนบางอย่าง...

วันต่อมา อันยามาบริษัทเพียงพอดี เอกชัยดีใจที่ไม่มีกล่องมาขนของ แสดงว่าไม่ได้จะลาออก อันยาทำทีว่ามีคนมาทาบทามจริง แต่ตนปฏิเสธ และขอโทษแสนที่ลากิจกะทันหัน แสนห่วงความรู้สึกเธอ อยากจะขอโทษเรื่องคืนก่อน แต่อันยาตัดบท ล้อเขาเรื่องท่าเต้นให้หัวเราะ พลันมีเสียงเคาะประตู อันยาคิดว่าเพียงดาวเอาเอกสารมาให้ แต่พอเปิดประตู กลับพบหญิงสาวสวย ท่าทางดีแววตาแฝงความฉลาด มั่นใจในตัวเอง จึงถามว่านัดไว้หรือเปล่า อันยามองแสน เขาส่ายหน้า จึงหันไปบอกหญิงสาวว่า ด็อกเตอร์ไม่สะดวกพบตอนนี้

“กล้ามากนะด็อกเตอร์แสน อยากเจอพิษแบคทีเรียจากแอฟริการึเปล่า” หญิงสาวโพล่งขึ้น

“ไม่ต้องอาศัยพิษจากแอฟริกาหรอกครับ แค่ขัดใจด็อกเตอร์แพม ก็คงจะโดนคนทั้งออฟฟิศเล่นงานแล้วล่ะ เห็นใจพนักงานตาดำๆอย่างผมเถอะนะ...ที่ปฏิเสธว่าไม่ได้นัดคุณ มันก็จริง แต่ยังฟังไม่จบนะ สำหรับด็อกเตอร์แพมไม่ต้องนัดก็เข้ามาได้เสมอ”

“งั้นศาลยกโทษให้กึ่งหนึ่ง” หญิงสาวหัวเราะ

อันยารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นส่วนเกิน แสนรีบแนะนำให้รู้จักกับด็อกเตอร์พิลาสินี เป็นผู้บริหารฝ่ายวิจัยอีกคนของเพียงพอดี แล้วก็เป็นเพื่อนร่วมงาน พิลาสินีกระเซ้า แค่เพื่อนนะ อย่าบอกว่าสนิทกันล่ะ แสนหัวเราะ บอกอันยาว่า เราไม่สนิทกันเลย อันยารู้สึกเหมือนหูอื้อตาลายเดินออกมา ได้ยินเพียงดาวกำลังสรรเสริญพิลาสินีให้เอกชัยกับเมขลาฟังว่า สองคนนี้เหมาะสมกันยิ่งกว่ากิ่งทองใบหยก พอเห็นอันยาเข้ามาฟังก็พูดกระทบ

“ที่ผ่านมา อะไรๆมันวุ่นวาย ก็เพราะด็อกเตอร์พิลาสินี หรือด็อกเตอร์แพม เธอไปดูงานที่แอฟริกามาครึ่งปี พวกไม่มีหวัง ก็เลยเข้ามารุมทึ้งด็อกเตอร์แสน”

เอกชัยช่วยขยายความ หมายถึงคุณหญิงเหมือนกับอิงค์กี้ แต่เพียงดาวตอกย้ำ “ด็อกเตอร์แพมของฉัน คือนางเอกตัวจริง ก็ลองเบิ่งตาดูสิ ใครที่ทั้งสวยสมาร์ทปราด เปรียว และที่สำคัญไอคิวระดับเดียวกับด็อกเตอร์แสน จะหาใครเหมาะกันเท่านี้อีก”

“แต่...ถ้าคนสองคนเหมือนกัน แล้วจะต้องมีอีกคนนึงไปทำไมล่ะคะ ฉันว่าคนเหมือนกันอยู่ด้วยกันไม่เห็นจะสนุกเลย ต้องต่างกันสิคะ มันถึงจะโรแมนติก”

“โห! คุณอันยาพูดได้เจ๋งอ่ะ ยิ่งพูดยิ่งโดนใจเอกฝุดๆ”

เพียงดาวค้อนขวับ ย้ำอีกว่าสองคนนี้เกิดมาเพื่อกันและกัน “เขารู้จักกันมาแต่เล็กแต่น้อย พวกเธอคิดว่า มันเป็นความบังเอิญงั้นเหรอ พวกเธอประสบการณ์ชีวิตยังน้อย ไม่เคยสังเกตล่ะสิ เคยเห็นคู่สร้างคู่สมที่เขาเจอกันตั้งแต่เด็กๆ ไหมล่ะ แล้วก็เกื้อกูลสนับสนุนดูแลกันมา พอโตขึ้นก็ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันไปจนแก่จนเฒ่า คู่ชีวิตแบบนี้ เขาเรียกว่า ฟ้าสร้างสวรรค์ส่ง”

“โห...โรแมนติกอ่ะ ไม่น่าเชื่อว่าเจ๊จะพูดอะไรโรแมนติกอย่างนี้ได้”

เพียงดาวแขวะ พวกแมลงหวี่แมลงวันหมดสิทธิ์ เอกชัยยังเห็นด้วยกับอันยา และเชียร์สุดใจถ้าเธอจะลงแข่งด้วย เมขลาออกตัวแทนว่าอันยาเป็นเพียงเลขาไม่คิดอย่างนั้น อันยาเออออเดินกลับมา ปัดความรู้สึกไม่ใส่ใจ เห็นเวลาเที่ยงจึงเคาะประตูเข้าไปชวนแสนทานข้าว แต่ไม่พบ อันยาคิดว่าเขาคงไปที่ห้องพิลาสินี จึงเตร่มาชะเง้อมอง เห็นประตูห้องแง้มอยู่ มองเข้าไปเห็นแสนคุยหัวเราะสนุกสนานอยู่กับพิลาสินี

เสียงพิลาสินีถามแสนว่า ช่วงที่ตนไม่อยู่ เขาเอาสาวไหนซ้อนจักรยาน แสนอมยิ้ม อันยาหูผึ่ง แสนตอบว่าเลขาเขาเอง พิลาสินีถอนใจดังๆ

“โธ่เอ๊ย นึกว่ามีข่าวดีแล้วซะอีก ที่แท้ก็ไปกับเลขา... แล้วบอกคุณอันยารึเปล่า ว่าเบาะท้ายรถจักรยานคุณเป็นของฉันนะ”

“เป็นของคุณเมื่อไหร่” แสนถามขำๆ

“ก็ไม่เคยมีสาวๆคนไหนได้นั่ง นอกจากฉันคนแรก คนเดียว”

อันยานึกถึงคำพูดแสนที่บอกว่า ตนเป็นคนแรกที่ได้นั่ง นอกจากเพื่อนคนหนึ่ง แสดงว่าเพื่อนคนนั้นคือพิลาสินี...อันยาแทบทรุดลงไปกองกับพื้น

เมื่อบุรินทร์ได้เจอกับพิลาสินีก็ดีใจ ถึงกับเอ่ยปากว่า จะกักตัวไม่ให้ไปดูงานที่ไหนอีกแล้ว เธอแกล้งท้วงจะร้องเรียนกรมแรงงาน แต่คิดว่าจะไม่ทำดีกว่า เพราะคิดถึงทุกคนที่นี่ บุรินทร์เห็นสายตาพิลาสินีก็รู้ว่าหมายถึงแสน จึงชวนว่า

“คุณกลับมาได้จังหวะพอดีเลยนะ เดี๋ยวจะมีงานสัมมนาประจำปีของบริษัทเรา คุณก็ต้องไปด้วยนะแพม ไปเปลี่ยนบรรยากาศ ประชุมนอกสถานที่กันบ้าง”

คนอื่นๆตื่นเต้นเพราะรู้ว่านั่นเป็นการได้เที่ยวพักผ่อนไปในตัว บุรินทร์นึกได้เตือนแสนกับพิลาสินีว่า อย่าลืมพรีเซนต์โปรเจกต์แข่งกันตอนท้ายงานสัมมนา พิลาสินียิ้มๆ

“แพมไม่ลืมหรอกค่ะ บอสจัดให้แบทเทิลโปรเจกต์กันทุกปี จนเป็นประเพณีของบริษัทไปแล้ว โปรเจกต์ของใครชนะก็ได้ลงมือทำก่อนใช่ไหมคะ”

บุรินทร์พยักหน้า พิลาสินีแกล้งถามแสนว่า ซุ่มเตรียมการไปถึงไหนแล้ว แสนส่ายหน้าขอยกเว้นปีหนึ่ง เพราะยังทำงานที่มีอยู่ไม่เสร็จ แต่พิลาสินีไม่ยอม บุรินทร์แกล้งบอกว่า เจ้าแม่สั่งแล้วหนีไม่ได้ ว่าแล้วก็ชวนออกไปทานมื้อกลางวัน ตนเป็นเจ้ามือ เพียงดาวเข้ามาขัดขอถ่ายภาพทั้งสามคน และภาพคู่ของแสนกับพิลาสินี อ้างจะเอาไปติดบอร์ดให้พนักงานชื่นชม

ด้านเมรียังไม่ยอมรามือ ปร๊ินต์ข้อมูลงานสัมมนาของเพียงพอดีมาศึกษา เพื่อจะเข้าไปเปิดโปงอันยา โทษฐานมาแย่งตำแหน่งหัวหน้าแผนกตน อาโปสยองเกรงโดนฟ้องร้องจนต้องปิดบริษัท และอันยาอาจโดนติดคุกก็เป็นได้ เมรีหัวเราะร่า นั่นแหละที่ตนต้องการ

ooooooo

ตอนที่ 4

ชาวบ้านเบนมาเห็นด้วยกับพุฒที่ว่าการทำนา แบบต้องซื้อปุ๋ย ซื้อยาฆ่าแมลง ทำให้ไม่มีกำไรแถมยังเป็นหนี้ แต่โกมลโต้ว่า เพราะไม่รู้วิธีบริหารเองมากกว่า ที่แน่ๆมัวรอวิธีแกล้งดินของแสน รับรองขาดทุน มีใครรู้บ้างว่าวิธีนี้ขั้นตอนเยอะแค่ไหนชาวบ้านเริ่มเอนเอียงอีก

โกมล สาธยาย “ต้องใส่ปูนขาว กักน้ำ ระบายน้ำแล้วพักดินอีก เสียเวลาตั้งมากตั้งมาย สู้ใส่ปุ๋ยเคมีไม่ได้ ใส่ปุ๊บปลูกได้ปั๊บ ของมันดีกว่าเห็นๆ พวกเอ็งจะรออะไร”

“อัดปุ๋ยลงไปได้ผลเร็ว แต่ว่าดินเสื่อมโทรม...วิธีแกล้งดิน ในหลวงท่านทำให้ที่เสื่อมโทรม กลายเป็นที่ทำกินของชาวนาชาวไร่มาเยอะแล้ว” เสียงแสนขัดขึ้น

ทุกคนหันมา มองแสนที่เพิ่งมาถึง แล้วตั้งใจฟังแสน แต่โกมลยังโต้ว่าดินที่นี่ไม่ได้เสื่อมขนาดนั้น แค่ใส่ปุ๋ยก็ใช้ได้แล้ว มัวรอแกล้งดิน ผลาญเวลาไปเปล่าๆ แสนแย้ง

“ไม่เสียเวลาเปล่าหรอกครับ วิธีของเราใช้ธรรม– ชาติดูแลธรรมชาติระยะยาวแล้วจะประหยัดมาก ไม่ต้องเสียเงินซื้อปุ๋ย ซื้อยาฆ่าแมลง ทุกคนคงรู้ดีว่าค่าใช้จ่ายสองอย่างนี้สูงแค่ไหน”

โกมลไม่ชอบใจหาว่าวิธี เก่าใช้กันมาตั้งแต่รุ่นพ่อ ทำไมจะทำต่อไม่ได้ แสนพยายามอธิบายว่าใช้ได้ แต่จะไม่ถึงรุ่นหลาน เพราะดินกับน้ำจะเสื่อมเสียหมด ตอนนี้บ่อน้ำที่ขุดก็ดื่มกินไม่ได้แล้ว ถ้ายังใช้วิธีเดิมปุ๋ยเคมีแค่ไหนก็ช่วยไม่ได้อีกแล้ว

อันยายิ่งร้อนใจว่า คิมหันต์ทำสำเร็จตามแผนหรือไม่...ในขณะที่คิมหันต์ต้องไปดักรถขนปูนขาวที่มา ส่งให้แสน แล้วแกล้งหลอกให้คนขับกับคนที่มาด้วย ลงมาช่วยเข็นรถให้ตน จากนั้นก็ให้คนที่ตนจ้างมา ช่วยกันเปลี่ยนถุงปูนขาวในรถ

พอรถขนปูนขาวมา ถึงที่นาของพุฒ ก็ขอโทษขอโพยที่มาช้า โกมลหงุดหงิดเรียกลูกน้องกลับ เผอิญเห็นถุงปูนขาวในกระบะรถแตก มีปูนขาวไหลออกมาเป็นสีออกเหลืองๆ ก็ยิ้มเยาะตะโกนเสียงดังให้ทุกคนได้ยินว่า “เฮ้ย! ปูนเสีย”

แสนและทุกคน ตกใจรีบเข้ามาดู โกมลให้ลูกน้องเช็กทุกถุง ปรากฏว่าเสียแทบทุกถุง พุฒกับชาวบ้านหน้าเสีย มองแสนเชิงตั้งคำถาม แสนรีบถามคนส่งของว่าเช็กของก่อนจะออกมาหรือเปล่า คนขับรถตอบว่า เจ๊เป็นคนเช็กเองกับมือ โกมลแกล้งเปรย สงสัยเห็นพวกชาวบ้านโง่ ชาวบ้านเคืองพากันจะกลับ อันยาเห็นสีหน้าแสนแล้วสงสาร แต่ข่มใจเตือนตัวเอง

“แค่ครั้งนี้ อันยา...มันก็จะจบแล้ว...”

แสน กล่าวขอโทษพุฒและบอกว่าจะรีบเช็กกลับไปที่ร้านและให้จัดของมาใหม่ พอแสนโทร.กลับไปที่ร้าน เฮียกับเจ๊ตกใจมากเพราะเช็กของเองกับมือ รับปากจะส่งของให้ใหม่แต่ขอเวลาสองวัน...โกมลได้ยินแสนบอกพุฒ ก็รีบเสนอทันที

“พุฒ...ถ้าแกไม่รอปูน ฉันจะลดราคาปุ๋ยให้แก 30 เปอร์เซ็นต์เลย”

แสนรับรองจะหาของที่อื่นมาให้ โกมลเยาะแค่ปูนขาวยังต้องรอ ต่อไปต้องรออะไรอีก ดอกเบี้ยบานพอดี แสนเครียด พุฒตัดสินใจ

“ก็ได้ครับ...”

“มันต้องอย่างนี้สิ คิดอะไรให้มันเด็ดขาด รับไปเอาปุ๋ย เอายาที่ร้านข้ามาได้เลย” โกมลย้ำ

“นา อินทรีย์ปีที่แล้ว ถ้าไม่ได้พันธุ์ข้าวของด็อกเตอร์ ผมคงแย่ ผมจะรอครับ แต่ผมอาจจะรอได้ไม่นานนะครับ เพราะถ้าเลยไปกว่านี้ จะทำนาไม่ทัน” พุฒกล่าวกับแสน

โกมลเหวอ โกรธเดินบ่นกลับไปว่าโง่ที่เชื่อแสน ...แสนสัญญากับพุฒว่าภายในสองวันทุกอย่างต้องเรียบร้อย อันยาฟังแล้วเครียดขึ้นไปอีก...หลังจากนั้น อันยาแอบมาพบคิมหันต์ที่หลังกอไม้ใหญ่ลับตาคน บ่นว่าแสนต่อรองกับพุฒจะดำเนินการใหม่ ตนจะทำอย่างไรดีโกมลผ่านมาได้ยิน โผล่พรวดเข้าเยาะเย้ย

“ที่แท้ก็เป็นแผนของเธอนี่เอง ไอ้ด็อกเตอร์มันคงช็อกถ้ารู้ว่าเลขาคนสนิททำพิษแบบนี้”

“ไม่ได้นะ พวกคุณห้ามบอกด็อกเตอร์นะ!” อันยาตกตะลึง

คิมหันต์ พลอยเครียดไปด้วย พวกโกมลสะใจที่แสนโดนหลอก อันยาคิดหาทางออก ย้อนถามว่า สะใจแล้วได้อะไร ถ้าอยากขายปุ๋ยขายยาฆ่าแมลงเหมือนเดิมก็ต้องร่วมมือกัน คิมหันต์ชะงักสะกิดอันยา เธอกระซิบกลับไม่มีทางเลือกแล้ว โกมลไม่ไว้ใจ

“แล้วทำไมพวกฉันต้องเชื่อเธอ เธอหักหลังได้แม้แต่เจ้านายตัวเอง”

“ด็อกเตอร์แสน ไม่ใช่เจ้านายจริงๆของฉัน ฉันถูกจ้างมาให้ทำลายหน้าที่การงานของเขา”

“ฮ่าๆสนุกจริงๆ นึกแล้วว่าคนอย่างไอ้ด็อกเตอร์ ต้องขวางหูขวางตาเขาไปทั่ว อยากเห็นวันที่มันย่อยยับซะจริงๆ”

“คุณจะได้เห็นเร็วขึ้น ถ้าหากร่วมมือกับฉัน ว่ายังไงล่ะ”

โกมล มองอันยาอย่างชั่งใจก่อนจะตัดสินใจ... คิมหันต์ไม่คิดเลยว่า อันยาจะเอาตัวรอดไปได้ลื่นไหลยิ่งกว่าปลาไหลเสียอีก พลิกวิกฤติเป็นโอกาส ดึงศัตรูมาอยู่ข้างเดียวกันได้

“เคยได้ยินไหม ศัตรูของศัตรู คือมิตร...เอามิตรไว้ใกล้ตัว แต่ต้องเอาศัตรูไวใกล้ตัวกว่า” อันยาบอกคิมหันต์เมื่ออยู่กันตามลำพัง

คิมหันต์สุดทึ่ง แต่ยังสงสัยว่าโกมลจะช่วยอะไรได้ อันยาว่าความลับของตนเริ่มมีคนรู้มากขึ้น ทำอะไรต้องรอบคอบ ฉะนั้น มีแนวร่วมยังดีกว่าไม่มี ส่วนที่เหลือตนจัดการเอง

ooooooo

นับวัน อันยาก็ต้องเหนื่อยใจมากขึ้น แม้แต่กับทวยเทพ ที่ต้องทำดีด้วยเพราะเขากำความลับไว้ เธอจำต้องมาเที่ยวดูหนังกับเขา ทั้งที่อ่อนเพลียจนหลับคาโรงหนัง ทวยเทพหันมาเจอยิ้มกริ่ม ยื่นหน้าจะจูบแก้มเธอ แต่เผอิญเสียงระเบิดในหนังทำให้อันยาสะดุ้งตื่นมาเสียก่อน

ทวยเทพคอหดโกหกว่าเห็นยุงจะกัดแก้มเธอ อันยาไม่ค่อยไว้ใจ บ่นอยากกลับบ้านนอน ทวยเทพท้วง “อันนี่... คุณไม่สนุก ไม่มีความสุขที่เราอยู่ด้วยกันเลยเหรอ”

อันยานึกได้รีบแก้ตัว ตนแค่เพลียจากการเดินทางและการทำงาน ทวยเทพจึงบอกว่านี่แหละตนถึงอยากให้เลิกทำงานบ้าๆนั่น อันยาต้องข่มใจ หาวิธีพูดให้เขาพอใจว่า ถึงอย่างไรตนก็ให้เวลาอยู่กับเขา ทวยเทพหลงดีใจว่า คงถึงเวลาที่อันยายอมโอนอ่อนให้ใจ ให้กายตนแล้วแน่ๆ...

วันต่อมา แสนเครียดที่หาปูนขาวร้านอื่นๆไม่ได้เลย หารู้ไม่ว่า อันยาให้โกมลล็อบบี้ร้านใกล้เคียงไม่ให้ขายปูนขาวแก่เขา...อันยาทำทีช่วยโทร.หาของแล้วรายงานแสนว่า

“โรงงานที่ไกลออกไป ก็ไม่มีของค่ะ เขาบอกว่า ต้องส่งให้ที่อื่น”

“ไม่น่าเชื่อ ปกติปูนขาวไม่ใช่ของหายากขนาดนั้น...รู้สึกในลิสต์ของบริษัท จะมีรายชื่อร้านค้าวัสดุอยู่อีกนะ ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมจะลองติดต่อดูเอง”

อันยาตระหนกรีบเสนอจะเป็นคนจัดการให้ เขากลับบอกให้ช่วยๆกัน แล้วแบ่งรายชื่อร้านให้เธอ อันยาร้อนรนจะทำอย่างไรดี พลันโชคช่วย...เสียงอิงค์กี้แปร๋นขึ้นมา

“ด็อกเตอร์คะ อยู่รึเปล่าเอ่ย”

อันยาทำตามหน้าที่เข้าขวาง อ้างเข้าพบได้เฉพาะแขกที่นัดหมาย อิงค์กี้ตวาด สนิทระดับตน ไม่ต้องนัดก็ได้ อันยาโต้ว่าแสนไม่เคยบอกว่าเธออยู่ในกรณียกเว้น อิงค์กี้โวย

“เอ๊ะ! พูดไม่รู้เรื่องรึไง”

“ฉันพูดรู้เรื่อง แต่คุณฟังรู้เรื่องรึเปล่า ด็อกเตอร์งานยุ่ง คุณต้องนัดก่อนถึงจะพบได้”

อันยาแอบยิ้มที่มีตัวช่วยแล้ว แกล้งกดมือถือตัวเองเข้าเครื่องที่โต๊ะทำงาน พอเสียงโทรศัพท์ดังก็หัน ไปสบตาแสนขอไปรับสาย อ้างเกรงเป็นร้านปูนโทร.มา อิงค์กี้ได้โอกาสบุกเข้าประชิดแสน แล้วบ่นว่าเลขาของเขาไม่มีมารยาท...อันยาโล่งใจที่แสนคงทำงานไม่ได้ไปพักใหญ่

อิงค์กี้ทำอาหารมาให้แสนกิน เขาปฏิเสธอย่างนุ่มนวล เธอไม่ท้อ จู่โจมเข้านวดไหล่ให้แทน อ้างจะได้คลายเครียด ไม่ทันไร คุณหญิงเหมือนโผล่มาอีกคน พอสองสาวเจอกันก็ปะทะฝีปากกันตามเคย แสนสุดระอาขอร้องให้ทั้งสองหยุด ตนต้องการทำงาน ว่าแล้วแสนก็เดินออกจากห้อง กำชับไม่ให้ใครตาม...แสนตรงมาหาอันยาเพื่อถามติดต่อร้านไหนได้บ้าง อันยาโกหกไปว่า มีบางร้านแต่ขอเวลาสองอาทิตย์ แสนยิ่งกลัดกลุ้มเป็นไปได้ไง อันยาร้อนตัว

“หรือว่าคุณไม่เชื่อฉัน!”

“ผมจะไม่เชื่อคุณได้ยังไง ถึงเราจะเพิ่งร่วมงานกัน แต่คุณทำหน้าที่เลขาให้ผมดีที่สุดเท่าที่ผมเคยมีเลขามา ผมเชื่อคุณอยู่แล้ว แต่เรามีเวลาแค่สองวัน จะทำยังไงดี”

อันยาแสร้งทำเป็นปลอบใจ เราจะต้องหาได้...แสนเดินกลับไปกลับมาด้วยความเครียด อันยาบอกเขาว่าสองสาวนั่นอาจจะกลับไปแล้ว เพราะตนไปบอกพวกเธอว่า เขาออกไปธุระข้างนอก แสนขอบคุณที่ช่วย อันยาตอบติดตลกว่า

“ยินดีให้บริการค่ะ รับขนมจีบ ซาลาเปาเพิ่มไหมคะ”

จากที่เครียด แสนยิ้มออกมา อันยารีบบอกว่า ยิ้มแบบนี้ค่อยยังชั่วหน่อย แสนสบตาเธอเพลิน พลันรอยยิ้มต้องเจื่อนลง เมื่อเขาเห็นทวยเทพเดินเข้ามา อันยามองตามสายตาเขา เห็นทวยเทพถือถุงจากห้างดังมาด้วยก็หน้าตึง เผอิญ เอกชัย เพียงดาวและเมขลาเดินมา เสียงอันยาถามทวยเทพมาทำอะไรที่นี่ ทวยเทพตอบเสียงดังจงใจให้ทุกคนได้ยิน

“ผมก็มาหาผู้หญิงที่ผมรัก ผมมีข่าวดีมาบอกด้วยนะอันนี่”

“ข่าวดีอะไรของคุณ”

“ผมจองรีสอร์ตสุดหรูบนเกาะเสม็ดไว้แล้ว ไปเสม็ดกันนะจ๊ะ อันของผม”

อันยาถลึงตาใส่ ไว้เลิกงานค่อยคุยกัน ให้กลับไปก่อน เขาหวั่นสายตาดุของเธออยู่เหมือนกัน แต่อยากวางก้ามข่มแสน จึงต้องยื้อต่อ บอกอันยาว่าตนมีของมาฝากด้วย เขาหยิบชุดบิกินี่สีแดงออกจากถุง โชว์ให้เธอดูว่า เขาซื้อมาเข้าชุดกับกางเกงว่ายน้ำของเขา  อันยาทั้งโกรธทั้งอายสั่งให้เก็บเดี๋ยวนี้

“แหม...แค่นี้ก็ต้องอาย คนเรารักกันใส่ชุดว่ายน้ำสีเดียวกันน่ารักจะตาย ดูสิสีแมตช์กันมาก”

แสนสุดทนกับกิริยาของทวยเทพ จึงเตือนว่าควรจะคุยเรื่องส่วนตัวที่อื่น ไม่ใช่สถานที่ทำงานแบบนี้ ทวยเทพ โต้ว่าตนคุยกับอันยา แสนจึงย้ำ ถ้าเห็นแก่คนรักก็ควรจะเคารพและให้เกียรติเธอมากกว่านี้   ไม่เห็นหรือว่า ทำให้เธออึดอัด ทวยเทพโมโห

“แส่อีกแล้ว!”

เพียงดาวเห็นเรื่องไปกันใหญ่จึงทำทีเรียก รปภ.ทวยเทพชะงัก อ้างไม่อยากมีเรื่องกับคนกระจอก และเรียกอันยาให้กลับไปกับตน แต่อันยาปฏิเสธมีงานต้องทำ เขาเสียหน้ามาก อันยาเข้ากระซิบ ถ้างานตนไม่เสร็จตนก็ไปเที่ยวกับเขาไม่ได้ ทวยเทพหลงเชื่อจึงบอกว่าคืนนี้คุยกัน

อันยาถอนใจมองทวยเทพเดินปึ่งๆกลับออกไป เพียงดาว เอกชัยและเมขลาซุบซิบกันใหญ่ว่า อันยาไม่น่ามีแฟนแบบนี้...อันยากลับมาทำงานต่อสรุปกับแสนว่า ตนจะถามคนรู้จักให้ว่ามีร้านไหนขายปูนขาวบ้าง ไม่ต้องห่วง แสนนิ่งๆก่อนจะเตือน

“เดี๋ยวก่อนครับ คือผมไม่อยากก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของคุณ แต่นายทวยเทพนั่นเขาเคยข่มเหงคุณมาแล้ว ทั้งที่เขาอันตราย ทำไมคุณถึงยัง...”

“ฉันรู้ค่ะ แต่...ความจริง เขาก็...ไม่ได้ทำตัวแย่แบบนั้นทุกวันนะคะ”

“คุณไว้ใจคนเกินไป คนบางคน พูดดีทำดีกับเรา เพราะมีจุดประสงค์อื่น...ผมคงจะพูดมากไป ผมแค่...ไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นกับคุณอีก” แสนสบตาเธออย่างห่วงใย

“ด็อกเตอร์คะ ฉันกับเขาเป็นแค่เพื่อนกันนะคะ แต่ทวยเทพเขาเป็นคนที่โดนปฏิเสธแรงๆไม่ได้ ฉันเลยว่าจะค่อยๆหาทางห่างเขา” อันยาทนไม่ได้พยายามอธิบาย

แสนตัดบทมันเป็นเรื่องส่วนตัวของเธอ อันยาอึ้ง รู้สึกเหมือนเด็กทำผิด ร้อนรนในใจ

ooooooo

เสียงบุรินทร์หัวเราะร่า เมื่อฟังแสนบ่นเรื่องอิงค์กี้กับคุณหญิงเหมือน ถึงกับเอ่ย ฮอตทั้งเจ้านาย ทั้งลูกน้อง เรื่องหัวใจนี่อลหม่านจริงๆ เขารู้สึกว่าแสนเป็นห่วงอันยามาก แสนข้องใจ

“ผมไม่เข้าใจ ทั้งๆที่รู้ว่าคนคนนั้นไว้ใจไม่ได้ ทำไมเขายังเอาตัวเองไปเสี่ยงอีก”

“เรื่องของหัวใจมันก็แบบนี้แหละ ใช้เหตุผลมาอธิบายไม่ได้ ไม่เคยเห็นเหรอ พวกที่ปากบอกว่าไม่ แต่ตัวไม่เคยห่างออกมาได้ เดี๋ยวรักเดี๋ยวเลิกจนนับครั้งไม่ถ้วน”

แสนไม่อาจยอมรับได้ บุรินทร์แนะให้ลองมีความรัก จะเข้าใจเอง แสนว่าตนคงรักคนที่ทำร้ายตัวเองแบบนั้นไม่ได้ บุรินทร์นึกได้ถามถึงเรื่องปูนขาว แสนถอนใจสงสัยโดนแบล็กลิสต์ บุรินทร์คิดว่าถ้ามีการขัดผลประโยชน์คนบางคน มันก็เป็นธรรมดา แต่เราก็ต้องทำงานให้ถึงที่สุด แสนกลัดกลุ้มรับปากพุฒไว้แล้ว จะแก้ไขให้ภายในสองวัน แต่นี่ยังหาปูนขาวไม่ได้เลย

คืนนั้น อันยาต้องมาอ้อนทวยเทพขอร้องให้เลื่อนการเที่ยวออกไป รอให้ตนเสร็จภารกิจก่อน แล้วตนจะมีเซอร์ไพรส์ให้ด้วย ทวยเทพตื่นเต้นยอมแต่โดยดี...อันยาแอบมาเข่นเขี้ยว เสร็จภารกิจเมื่อไหร่ เจอเซอร์ไพรส์ปิดฉากแน่...จากนั้นความคิดเป็นห่วงแสนก็แว่บเข้ามา เธอพยายามสลัดมันออกจากหัว

รุ่งขึ้น แสนขับรถพาอันยาออกมาหาร้านค้าที่จะซื้อปูนขาวซึ่งอยู่นอกเมือง เธอตาเหลือกถามทำไมไม่ใช้โทรศัพท์สั่ง เขาตอบว่าไปดูเองเลยดีกว่า จะได้แน่ใจว่ามีของหรือไม่ แถมบอกว่าพอถึงร้านให้ทำทีเป็นลูกค้าทั่วไป อย่าบอกชื่อบริษัทจนกว่าซื้อของได้แล้วจะได้ไม่มีปัญหา

ในขณะที่โกมลมาเกลี้ยกล่อมพุฒให้เลิกรอแสน แล้วหันมาซื้อปุ๋ยที่ร้าน ตนยินดีลดราคาให้ แต่พุฒยืนยันว่าจะรอเพราะรับปากแสนไว้แล้ว มาลีกับแตงกวาดีใจที่พุฒไม่เชื่อโกมล...ด้านอันยาคิดหาทางขวางไม่ให้แสนไปสั่งปูนขาวได้ จึงอาสาดูแผนที่บอกทางกะให้หลง แต่แสนกลับจำทางในแผนที่ได้ ไม่สนใจที่อันยาบอกให้เลี้ยวไปทางไหน อันยาจนใจจะทำอย่างไรดีจึงร้องโอดโอยขึ้นว่าปวดท้องมาก แสนจะหาห้องน้ำให้ เธอร้องว่าไม่ได้ปวดแบบนั้นแต่ปวดเหมือนไส้บิด แสนจึงรีบพาเธอมาที่อนามัย หมอจะจับฉีดยา อันยาหน้าเหวอ ลุกพรวดบอกว่าดีขึ้นแล้ว ตนเป็นแค่โรคกระเพาะ ไม่ต้องฉีดยา แสนมองหน้าหมอ หมอบอกว่าเป็นไปได้

แสนประคองอันยามานั่งรอรับยา แล้วบอกให้เธอรอที่นี่ ตนจะไปร้านขายปูนก่อนที่มันจะปิดเสีย อันยาอ้อนให้เขาอยู่เป็นเพื่อน รับยาแล้วไปด้วยกัน พยาบาลเข้ามาบอกว่าหมอให้เธอพักเฉยๆสักครู่อย่าเพิ่งไปไหน แสนจึงเดินไป...แต่พอมาถึงที่ร้านกลับมีป้ายปิดไว้ว่า ปิดสามวัน แสนถึงกับเครียดหนักขึ้นไปอีก

หน้าอนามัย อันยาออกมานั่งรอแสนอย่างกระวน กระวายใจ กลัวเขาซื้อปูนขาวได้ เธอนั่งพิงกำแพงทำให้ ฝุ่นสีขาวติดเสื้อและแขนเธอ เมื่อแสนกลับมาถึง เธอรีบเข้าไปถามเป็นอย่างไรบ้าง สีหน้าแสนเครียดตอบว่าไปไม่ทัน พออันยารู้ก็โล่งอก แต่แกล้งทำตกใจ

“ขอโทษนะคะ เป็นเพราะฉันคนเดียว ทำไมต้องมาปวดท้องเอาวันนี้ แย่ๆๆมากอันยา”

“อย่าโทษตัวเอง เพราะผมไม่รอบคอบเอง ไม่เผื่อเวลาให้มากกว่านี้” แสนแตะไหล่ปรามแล้วหันมาถามอาการอันยา และออกมานั่งข้างนอกทำไม

“เอ่อ...ฉัน...พอดีฉันเป็นห่วงเรื่องคุณน่ะค่ะ”

แสนกลับโทษตัวเองที่ให้คนป่วยต้องมาห่วง อันยายิ่งรู้สึกผิดในใจ...พอแสนขับรถมาส่งที่คอนโด อันยา อดถามไม่ได้ว่าพรุ่งนี้เขาจะทำอย่างไร แสนถอนใจ

“ผมยังไม่เคยผิดคำพูดกับชาวบ้านมาก่อนเลย ครั้งนี้มันสำคัญซะด้วย แต่คุณไม่ต้องกังวลหรอก คิดมากเดี๋ยวโรคกระเพาะจะไม่หาย...อันยา ผมขอสั่งคุณ คุณต้องดูแลตัวเองให้หายป่วย ในเร็วๆนี้ เพราะผมไม่อยากเสียเลขาดีๆ อย่างคุณไปนะครับ” แสนทำเสียงขึงขังอยากให้สบายใจ

“รับทราบค่ะเจ้านาย วันนี้คุณเหนื่อยมากแล้ว รีบกลับไปพักผ่อนเถอะค่ะ”

แสนสังเกตเห็นเสื้อและแขนอันยาเลอะฝุ่นขาวเต็มไปหมด จึงบอกเธอ อันยาตกใจเล็กน้อย สงสัยมาจากที่อนามัย เพราะพยาบาลบอกว่าแถวนั้นมีเหมืองหินที่ปิดแล้ว แต่ฝุ่นมันยังปลิวออกมาอยู่ แสนฟังอย่างครุ่นคิด เขาบอกให้เธอขึ้นห้องพักผ่อน...แสนกลับขึ้นรถ กดมือถือหาบุรินทร์

“ขอโทษนะครับบอส ที่ผมโทร.มากวนตอนนี้ พอดีมีเรื่องสำคัญ ขอถามอะไรหน่อยนะครับ” แสนคุยมือถือสีหน้าจริงจัง

ooooooo

คืนนั้น ทวยเทพนั่งอยู่ในผับคนเดียว มองมือถือ ตัวเอง บ่นอย่างหงุดหงิด โทร.หาทีไรก็เหนื่อย ไม่ว่าง เสม็ดก็ยังไม่ไป เขาเสียใจที่อันยาปฏิเสธทุกเรื่อง พลัน มีเสียงสาวขอนั่งด้วยคน เขาหันมามองเป็นเมรีก็แปลกใจหลงคิดว่าเธอตามมาเพราะสนใจตัวเขา เมรีหัวเราะ

“คุณนี่ไม่เหมือนใครจริงๆ ฉันชอบคุณก็ตรงนี้แหละ ไม่ต้องคิดลึกค่ะ คำว่าชอบมันมีหลายแบบ หลายระดับ คุณมั่นใจดีแล้วก็กล้ายอมรับด้วย น่ารักจัง”

“ก็...ทำไมผมต้องถ่อมตัวไม่เข้าเรื่องด้วย พูดอ้อมค้อมกันไปมา เมื่อไหร่จะคุยกันรู้เรื่อง”

“ผู้ชายสมัยนี้ หาแมนๆใจๆแบบคุณไม่ค่อยได้แล้ว ฉันคิดไม่ผิดจริงๆที่มานี่”

“อย่าเข้าใจผิดนะ ผมแค่คุยกับคุณแบบคนรู้จักเฉยๆ” ทวยเทพภูมิใจคิดว่าเมรีสนใจตัว

“ก็ได้ค่ะ แค่นั้นก็ได้ ต่อให้อันยาเขารู้ ก็คงไม่ว่าอะไร” เมรีพยายามยั่ว

“คุณไปหาเพื่อนคุยคนอื่นเถอะ อย่ายุ่งกับคนที่เขามีแฟนแล้วเลย ขอโทษนะ เห็นคุณบอกว่า ชอบที่ผมพูดตรงๆ” ทวยเทพลุกไปดื้อๆ ทำเอาเมรีแทบร้องกรี๊ด

เมรีมาบ่นกับอาโป ถ้าไม่ใช่เพราะต้องหาทางตีสนิทเพื่อล้วงความลับ ตนไม่สนใจผู้ชายโง่ๆอย่างทวย–เทพแน่...

รุ่งเช้า อันยาโทรศัพท์หาธกฤต เพื่อถามให้แน่ใจว่า ถ้าแผนที่ตนทำครั้งนี้สำเร็จ แสนจะออกจากเพียงพอ–ดีไปอยู่วิชชั่นออฟฟิวเจอร์ ในตำแหน่งใหญ่จริงๆ แน่หรือ

“ก็ต้องอย่างนั้นสิอันยา ถ้าแค่ตำแหน่งจิ๊บจ๊อยจะต้องให้คุณลงทุนปลอมตัวขนาดนี้เหรอ เอ...ทำไมคราวนี้ถึงถามล่ะ ทุกทีไม่เห็นคุณจะสนใจเลยนี่”

อันยาอึกอักไม่รู้จะตอบอย่างไร ธกฤตย้อนถาม คงไม่สบายใจใช่ไหม เพราะเคสนี้ไม่ตรงเหมือนเคสอื่น แต่จงมั่นใจว่า คนที่ได้ประโยชน์ที่สุดคือตัวด็อกเตอร์แสนเอง ชีวิตเขาจะดีขึ้นไม่รู้กี่เท่า เธอกำลังช่วยเขาอยู่ อันยามีกำลังใจขึ้น

จากนั้น อันยามาทำงาน เธอบอกเมขลาว่าตนมาสาย ไปหน่อย เกรงแสนจะตำหนิ เมขลากลับบอกว่า ทุกคนรออยู่ในห้องประชุม อันยาแปลกใจมีเรื่องอะไรด่วนหรือแผนตนจะสำเร็จ...อันยาสะเทือนใจแต่ปลอบตัวเองว่า คนเก่งอย่างแสนต้องมีงานใหม่ที่ดีกว่า เธอเตรียมเล่นละคร

พอเข้ามาในห้องประชุม กลับเห็นสีหน้าทุกคนแจ่มใส ส่วนแสนหน้าตาเหมือนคนอดนอน เอกชัยเอ่ยขึ้น งานนี้ขาดคนสำคัญอย่างเธอไม่ได้ อันยายิ่งแปลกใจประชุมเรื่องอะไร

“ประชงประชุมอะไรกัน ไม่ซีเรียสอย่างนั้นหรอกครับ” เอกชัยตอบแทน

“อ้าว แล้วเรื่องที่ต้องส่งปูนไปแก้ดินเปรี้ยววันนี้ล่ะคะ ไม่สนใจกันแล้วเหรอ”

ทุกคนจิบกาแฟ กินขนมหน้าระรื่น อันยาของขึ้น “ชาวบ้านเขาเดือดร้อน รอแก้ดินเปรี้ยวอยู่นะคะ เรายังมาสนุกสนานกันแบบนี้ได้ยังไง”

ทุกคนมองหน้ากันยิ้มๆ อันยายิ่งปรี๊ด บุรินทร์ลุกขึ้นปรบมือ คนอื่นปรบตาม อันยาเหวอ  บุรินทร์เอ่ยกับแสน “เขาเป็นอย่างที่นายบอกจริงๆ  สู้สุดตัวเพื่อชาวบ้าน ผมดีใจนะที่บริษัทเรามีคนอย่างคุณเพิ่มขึ้นมาอีกคนนึง”

อันยากลับรู้สึกผิดหวัง มาชมกันทำไมในเมื่อเราทำงานพลาด ชาวบ้านกำลังเดือดร้อน  ชื่อเสียงบริษัทจะเสียหาย มันต้องมีคนรับผิดชอบ อันยาหันไปมองแสน เอกชัยปรบมือขึ้นอีก

อันยาปรี๊ด “พอแล้ว คุณปรบมือทำไมเนี่ย นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะคะ”

“อันยา...ใจเย็นๆ  ขอโทษด้วยนะที่ผมยังไม่ได้บอกคุณ พอดีเห็นว่าเมื่อวานคุณไม่สบาย  ผมก็เลยไม่อยากรบกวน เรื่องปูนขาวน่ะ มันคืออย่างนี้...หลังจากที่ไปส่งคุณแล้ว ผมมาคิดถึงเรื่องที่คุณพูดเรื่องฝุ่นจากเหมืองนั่น ก็นึกอะไรบางอย่างได้ เลยโทร.หาบอส”

แสนเล่าว่า เขาโทร.ถามบุรินทร์ถึงเหมืองร้างนั่นเพราะจำได้ว่าเป็นของเพื่อนเขา แล้วจึงขอเข้าไปเก็บหินบดที่เหมืองมาทำการทดสอบค่าความเป็นกรดด่าง และคุณสมบัติ ต่างๆดู ผลออกมา หินบดที่เหมืองนั่น มีสภาพเป็นด่างใช้แทนปูนขาวได้ดี บุรินทร์เสริม

“พวกเราก็มัวแต่ตกใจเรื่องที่เจอแบล็กลิสต์ซื้อของไม่ได้ จนลืมไปว่าวัสดุแก้ดินเปรี้ยวไม่ได้มีแค่ปูนขาว ปูนมาร์ล ยังมีพวกยิปซัมและหินบดต่างๆก็ใช้ได้”

เพียงดาวโล่งอกจะหาของไปเซ่นเจ้าที่ แต่แสนกลับเห็นว่า ต้องขอบคุณอันยา เพราะมีส่วนช่วยมาก อันยาไหล่ลู่ผิดหวังอย่างมาก มองแสนอย่างไม่ค่อยเข้าใจ แสนขยายความ

“ถ้าคุณไม่ไปที่อนามัย ผมคงลืมเรื่องเหมืองนั่น วัตถุดิบที่ได้มาเนี่ย ดีกว่าปูนขาวที่เราจะไปหาซื้อซะอีก”

“แบบนี้ต้องเรียกว่าเลขานำโชคใช่ไหมครับด็อกเตอร์” เอกชัยล้อ ทุกคนหัวเราะกันครืน

ooooooo

ตกกลางวัน แสนมาอธิบายให้พุฒกับชาวบ้านนกกระเต็นฟังที่ที่นาของพุฒ มีโกมลกับลูกน้องคอยขัดคอ แสนบอกทุกคนว่า ตนได้หินบดจากเหมืองร้างมาฟรีๆ เสียแต่ค่าขนส่ง ซึ่งทางบริษัทจะออกให้ ฉะนั้น ผู้ใดอยากเข้าร่วมโครงการให้มาลงชื่อไว้ได้เลย

เมื่อเห็นว่าไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ชาวบ้านก็เอนเอียงมาทางแสน อันยาต้องฝืนยิ้มทำหน้าที่รับรายชื่อ ครอบครัวพุฒหน้าบานด้วยความดีใจที่ไม่ต้องเป็นหนี้สิน โกมลยืนมองด้วยความไม่พอใจ เริ่มสงสัยว่าอันยาคิดไม่ซื่อ

ช่วงเย็น อันยาหลบมาคุยโทรศัพท์กับคิมหันต์

“ฉันไม่รู้ว่าด็อกเตอร์ทำบุญมาด้วยอะไรเนี่ย ยังไปได้วัสดุที่ดีกว่ามาอีก นอกจากไม่เสียเครดิตยังได้หน้า โอ๊ย...ฉันอยากจะบ้า”

“ทั้งเฮงทั้งเก่ง นี่เขาเป็นญาติกับไอน์สไตน์หรือเปล่า”

อันยาปรี๊ด “ถ้าเขาโง่ จะเป็นด็อกเตอร์ได้ยังไงล่ะแก เฮ้อ...นี่ฉันจะทำยังไงดี จะบอกบอสยังไงดี บอสต้องไม่แฮปปี้แน่ๆ ถ้ารู้ว่างานนี้เราพลาด แล้วจะให้โอกาสเราอีกรึเปล่า”

ตกเย็น บุรินทร์ฉลองความสำเร็จที่ร้านคาราโอเกะ ให้ทุกคนกินให้เต็มคราบ เอกชัยถือไมค์ประกาศ

“อะแฮ่ม แต่ก่อนจะอิ่มอร่อยกัน คงจะไม่เอ่ยถึงคนสำคัญไม่ได้ ด็อกเตอร์แสนกับคุณอันเลขานำโชค...ทั้งสองคนช่วยกันลุยโปรเจกต์แก้ดินเปรี้ยวได้อย่างสวยงาม แล้วทำให้มีชาวบ้านมาร่วมโครงการเพิ่มอีกเพียบ เอ้า พวกเราปรบมือ...ณ บัดนาวได้เวลาสนุกสนานกันแล้ว”

เอกชัยเข้ามานั่งรวมกลุ่มกับเพียงดาวและเมขลา เขาเอ่ยขึ้นว่า ดูแสนกับอันยาเหมาะสมกันมาก เพียงดาวแย้งไม่จริง เอกชัยจึงถามว่าไม่เหมาะกันตรงไหน

“ทุกตรง...ด็อกเตอร์ทั้งหล่อ ทั้งเก่ง ทั้งดี เพอร์เฟกต์ ส่วนแม่นั่นไม่เห็นจะดีสักอย่าง รสนิยมการแต่งตัวก็ประหลาด รสนิยมการคบผู้ชายยิ่งแย่เนอะ” เพียงดาวหันมาทางเมขลา

เมขลายิ้มแหยๆไม่เข้าข้างใคร เอกชัยโต้แทนว่า ผู้ชายพื้นๆอย่างแสน เหมาะกับผู้หญิงสีลูกกวาดอย่างอันยา ที่สุด...เอกชัยลุกขึ้นร้องเพลง อันยากระดกค็อกเทลหมดไปหลายแก้วจนแสนเป็นห่วง เอกชัยร้องเพลงจบ เชิญอันยาขึ้นมาร้อง อันยาชักมึนโบกมือปฏิเสธ บุรินทร์ยุ

“ร้องสิอันยา ผมอยากฟังเหมือนกัน”

เมื่อโดนกดดัน อันยาจำต้องลุกขึ้น รับไมค์จากเอกชัย เธอเลือกร้องเพลง แสงสุดท้ายของบอดี้สแลม เนื้อหาถึงความพยายามต่อสู้กับชีวิต แม้จะยากเย็นแค่ไหน หมดเรี่ยวหมดแรงอย่างไร หัวใจก็ไม่ยอมหยุด ยังก้าวเดินสู้ต่อไปจนสุดปลายแสง แม้มืดค่ำก็มีแสงนำทางให้ถึงจุดหมาย...อันยาทุ่มร้องสุดตัว ทุกคนปรบมือให้ เธอวางไมค์แล้วกลับมายกค็อกเทลดื่มต่อ จนแสนต้องปราม แต่เธอไม่สนใจคำเตือนของเขา...ระหว่างนั้นทวยเทพโทร.หาอันยา แต่เธอไม่ได้ยิน ทำให้เขายิ่งหงุดหงิด

ทุกคนทยอยออกจากร้าน อันยายังอาเจียนอยู่ในห้องน้ำ มีแสนและเมขลาดูแล เพียงดาวบ่นว่าผู้หญิงสมัยนี้ไม่รู้จักดูแลตัวเอง ดื่มจนขาดสติ ต้องเป็นภาระแก่แสน เอกชัยเย้า

“ด็อกเตอร์คงไม่ได้มองคุณอันเป็นภาระหรอกเจ๊ ดูท่าทางเต็มใจดูแลออก บอกแล้วว่าคู่นี้เหมาะกัน”

บุรินทร์เห็นด้วย แต่เพียงดาวยังแย้งว่าไม่เหมาะ แสนประคองอันยาออกมากับเมขลาบอกทุกคนให้แยกย้ายกันกลับได้ ตนจะไปส่งอันยาที่บ้านเอง

ระหว่างอยู่ในรถ อันยาเมาร้องเพลงอ้อแอ้ไปตลอดทาง แสนหันมองเธอยิ้มๆจนกระทั่งเธอหลับคอพับคออ่อนลง เขาจึงจอดรถ ปรับเบาะให้เธอนอนสบายๆเอาเสื้อแจ็กเกตมาห่มให้

“ทำไมมันยากแบบนี้...จะทำยังไงดี...”  อันยาเผลอพึมพำ “พัง...พังหมดแล้ว ทำไงดี...ด็อกเตอร์แสนทำไมคุณถึง...ถึง ...โชคดีแบบนี้...”

แสนเงี่ยหูฟัง โชคดีอะไร อันยาพึมพำต่อ “โชคดีเกินไป...โชคดีเกินไปแล้ว”

แสนข้องใจหมายความว่าอย่างไร เขาขยับออกมองเธออย่างครุ่นคิด...ในขณะที่ทวยเทพมารออันยาที่ล็อบบี้คอนโดอย่างหงุดหงิด ที่ดึกขนาดนี้ยังไม่กลับมา แถมติดต่อไม่ได้อีกต่างหาก พลันเขาเห็นคนแต่งตัวเหมือนอันยาเดินผ่าน จึงรีบเดินตามออกไป จังหวะนั้น แสนประคองอันยาเข้ามาตรงไปที่ลิฟต์ ทั้งสองสวนกันอย่างฉิวเฉียด

แสนพาอันยามาส่งถึงบนห้อง เขาให้เธอนอนที่โซฟา แล้วไปหาผ้าขนหนูชุบน้ำมาให้เธอเช็ดหน้าเช็ดตา อันยาสะลึมสะลืองงๆว่าตนกลับมาได้อย่างไร

“คุณเมามาก ผมก็เลยขับรถมาส่ง...ผ้าน่ะ ผมให้เช็ดหน้านะครับ ไม่ใช่เอามาถือไว้”

อันยาพยักหน้าดูยังมึนๆ แสนถามอยากอาเจียนไหม อันยาส่ายหน้า พยายามจะคลี่ผ้าเพื่อเช็ดหน้า แต่ผ้าหลุดมือหล่นพื้น เธอก้มเก็บพร้อมกับแสน ใบหน้าทั้งสองประชิดกัน ความเมาทำให้อันยาไม่สะเทิ้นอาย กลับจ้องมองเขาจนเขา ต้องเป็นฝ่ายหลบตา แล้วถอยห่างออกมา อันยาสังเกตเห็นว่ามือเขาสั่น แสนขอตัวกลับ อันยาเดินมาส่งเขาหน้าประตู รู้สึกว่าเขามีอะไรคาใจ

“มีอะไรรึเปล่าคะ”

“ถ้าคุณมีอะไรไม่สบายใจก็ระบายออกมาบ้างก็ได้นะ เก็บเอาไว้คนเดียวจะอึดอัดเปล่าๆ”

“ทำไมด็อกเตอร์ถึงคิดว่าฉันไม่สบายใจล่ะคะ”

“ก็ผมสังเกตคุณ...เอ่อ...ความจริงก็ดูไม่ยาก เอาเป็น ว่าผมรู้ก็แล้วกัน...ดึกมากแล้วผมกลับนะ” แสนตัดใจเดินไป

อันยาแปลกใจกับคำที่เขาบอกว่าสังเกตตน เธอเข้าห้องมาหยิบมือถือดู เห็นมิสคอลของทวยเทพถึง 87 มิสคอลก็ตกใจ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า ตั้งใจจะกดหา พอดีเห็นข้อความของธกฤตส่งมา จึงกดอ่านก่อน ข้อความว่า

“เรื่อง ดร.แสนเป็นไงบ้าง ใกล้ปิดจ็อบรึยัง ผมรอฟังข่าวดีอยู่” อันยาถึงกับเครียด ทันใดทวยเทพโทร.เข้ามาอีกครั้ง เธอจำต้องรับสาย ไม่ทันพูดอะไร เขาก็ใส่ไม่ยั้ง

“ทำไมไม่รับโทรศัพท์ ผมโทร.ไปเป็นร้อยรอบ คิดจะโทร.กลับบ้างไหม แล้วนี่กลับรึยังผมรอที่คอนโดตั้งนาน นี่ผมชักจะไม่ไว้ใจคุณแล้วนะ”

อันยาปรี๊ดแตก “ฉันกลับมาแล้ว เพิ่งกลับ พอใจรึยัง ก่อนจะโวยวาย ถามกันดีๆได้มั้ย นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว ฉันเหนื่อย ได้ยินมั้ยว่าเหนื่อย!”

ทวยเทพได้ยินอย่างนั้นยิ่งโมโห โวยกลับว่าตนเป็นห่วง ไปไหนกับใคร ทำงานอะไรทำไมต้องกลับดึก อันยาโต้กลับอย่างโกรธๆว่า...งานน่ะไม่ดึก แต่ไปคาราโอเกะ ร้องเพลงสนุก ทวยเทพสวนทันควันว่าเธอยอมรับแล้วใช่ไหมว่าไปลั้ลลากับแสน อันยาตวาดกลับ

“ใช่ อย่างน้อยเขาก็ไม่มาจ้องจับผิดฉัน ตกลงที่โทร.หาฉัน 87 มิสคอล เพื่อจะถามแค่นี้ใช่ไหม ถ้างั้นแค่นี้นะ ฉันเพลีย ไม่อยากคุย...”

“นี่! อย่าวางสายนะอัน ห้ามวาง! นี่คิดจะทำยังไงกับผมก็ได้งั้นเหรอ คุณเห็นผมเป็นอะไร ผมทนมาพอแล้วนะ อัน...อัน...โธ่เว้ย...แล้วคุณจะต้องเสียใจที่ทำแบบนี้กับผม” ทวยเทพไม่สบอารมณ์อย่างมาก

ooooooo

เช้าวันต่อมา ก่อนถึงที่ทำงาน อาโปแวะซื้อกาแฟตามคำสั่งเมรี พลันเห็นธกฤตกำลังนั่งคุยอยู่กับอันยา อาโปตาโพลงขยับเข้าแอบฟัง แต่ไม่ได้ยิน เห็นแต่สีหน้าอันยาที่ดูจ๋อย

อาโปรีบแล่นมาบอกเมรี เธอครุ่นคิด ระหว่างนั้น มือถือดังขึ้น เมรีไม่สนใจจะรับ อาโปจึงรับแทน พอรู้ว่าเป็นทวยเทพ เมรีก็รีบคว้ามาคุย ถามเขาได้เบอร์ตนมาได้อย่างไร

“เบอร์ของเฮดฮันเตอร์ชื่อดัง คงไม่ยากเท่าไหร่ ทีคุณยังหาที่อยู่ผมได้ไม่ยากเลยนี่”

เมรีย้อนถามว่าเขาคงไม่ได้ต้องการให้ตนหาพนักงานให้ ทวยเทพตอบกลับว่า ตนมาคิดดูแล้ว พูดจาไม่ค่อยดีกับเธอ จึงอยากนัดไถ่โทษสักครั้ง เมรีชูนิ้วโป้งให้อาโป ทำนองปลาฮุบเหยื่อ

ด้านอันยาคุยกับคิมหันต์ในร้านกาแฟกลางกรุงว่า ธกฤตให้โอกาสทำงานต่อไป เพราะถ้าจะเปลี่ยนคนใหม่ก็จะเสียเวลา แต่ห้ามทำให้เขาผิดหวัง คิมหันต์ยินดีด้วย อันยาหน้าเครียดเพราะยังคิดวิธีไม่ออก พอดีลูกค้าในร้านเม้าท์กันเสียงดังเรื่องละครที่พวกเธอดูเมื่อคืน ว่าผู้ชายต่อให้ดีขนาดไหน สุดท้ายก็แพ้เสน่ห์ผู้หญิง...ทีแรกอันยาก็รำคาญ แต่คิมหันต์ให้ตั้งใจฟัง มันน่าสนใจ

“ละครนํ้าเน่านั่นอ่ะนะ”

“ไม่ใช่ ผมหมายถึงผู้ชาย ไม่ว่าจะเก่งแค่ไหน สุดท้ายก็แพ้เสน่ห์ผู้หญิง...แต่วิธีนั้นอาจจะไม่เหมาะกับเจ๊ว่ะ” คิมหันต์มองอันยาแล้วสรุปเอง

อันยาโวยอย่ามาดูถูกเสน่ห์ตน ขนาดทวยเทพยังหลงหัวปักหัวปํา คิมหันต์แย้งไม่ใช่แสน อันยาชะงัก นึกถึงท่าทีเขาเมื่อคืน เหมือนรู้สึกอะไรกับตน คิมหันต์ไม่อยากเชื่อ อันยายํ้า

“เขาใช้คำว่าสังเกต ได้ยินไหม ด็อกเตอร์คิดอะไรกับฉันแน่ๆ ถ้าไม่คิดอะไร จะมาคอยดูฉันทำไม”

“คนทำงานด้วยกัน เขาอาจจะไม่ได้ตั้งใจสังเกต แต่มันเห็นเองก็ได้นะ”

“ยังไงก็ไม่เชื่อใช่ไหม งั้นคอยดู ฉันจะทำให้นางเอกจากละครที่โต๊ะข้างๆคุยกัน หนาวไปเลย ฉันจะใช้เสน่ห์ของฉัน ทำให้ด็อกเตอร์ออกจากงาน”

“เฮ้ย! นี่ นี่เอาจริงเหรอเจ๊  แล้ว แล้วเจ๊จะทำยังไง”

แววตาอันยามุ่งมั่นกับแผนการในครั้งนี้...พอวันมาทำงาน อันยาก็จัดตารางนัดหมายแสน

“ด็อกเตอร์คะ เรื่องนัดคุณสมพงษ์วันมะรืนนี้ เขาขอเปลี่ยนสถานที่จากที่บริษัทของเขา เป็นร้านอาหารในกรุงเทพฯแทนค่ะ”

“เหรอครับ ปกตินักวิจัยคนนี้ไม่ชอบนัดคุยงานนอกบริษัทนี่นา”

อันยาแก้ตัวว่า เขาคงอยากเปลี่ยนบรรยากาศ แสนตอบตกลง อันยายิ้มกริ่มที่เข้าทางตน

ooooooo

ตอนที่ 3

ปุ๊กลุกกลับมาร้องไห้ฟูมฟายที่บ้าน ปราณีเอ็ดลูกสาวไม่ให้เคียดแค้นใคร ให้รู้จักอภัย โกมลได้ยินกลับสอนลูกว่า เป็นถึงลูกสาวกำนันอย่าลดตัวไปยอมใคร และห้ามยุ่งเกี่ยวกับแสน ปุ๊กลุกไม่ยอมเพราะแสนเป็นคนดีและมีโครงการดีๆ มาช่วยเหลือชาวบ้าน

“นี่ไอ้แสนมันยังไม่เข็ดใช่ไหม” โกมลเข่นเขี้ยว สั่งแจ้งให้ไปจัดการขู่อย่าให้กลับมาอีก

อันยาเผลอหลับสบายระหว่างที่แสนทำงาน ตื่นขึ้นมางานเสร็จเรียบร้อย เห็นแสนกำลังเก็บของเขาบอกเธอให้ตามไปขึ้นรถ อันยาเดินครุ่นคิดจะทำอย่างไรดี รับปากธกฤตไว้ว่าจะต้องมีความคืบหน้าภายในสามวัน พลัน แสนหยุดเดิน อันยาชนเขาอย่างจัง เขาหันมาส่งสัญญาณให้เงียบ แล้วมองไปรอบๆอย่างรู้สึกผิดปกติ เขาจูงมือเธอเดินไปอีกทาง

“ด็อกเตอร์ไม่ต้องจูงฉันก็ได้” อันยางงว่าเกิดอะไรขึ้น “เราจะไปไหนคะรถตู้อยู่ด้านโน้น”

แสนดึงเธอกลับไปทางบ้านพุฒ ไม่ทันไร แจ้งและพวกอีกคนโผล่พรวดออกมาขวาง แสนปกป้องอันยา ถามพวกแจ้งต้องการอะไร อันยาตกใจร้องกรี๊ด พุฒกับเมียกำลังตำนํ้าพริกโป๊กๆ พอได้ยินเสียงก็แปลกใจ...แจ้งชักมีดออกมาขู่ให้อันยาหยุดร้อง แจ้งกระชากกล้องจากแสนมาขว้างทิ้ง แล้วตะคอกใส่พร้อมผลักแสนล้มลง
“อย่าเสือกมาที่นี่อีก จำไว้นะมึง...”

แสนพลิกตัวกลับมาจับแจ้งล้มควํ่าแล้วล็อกแขนไขว้หลังถาม ใครใช้มา ลูกน้องแจ้งซึ่งจับอันยาไว้เห็นเช่นนั้น ก็คว้าไม้จะฟาดแสน อันยาร้องเตือน เสียงปืนดังปังขึ้นพร้อมเสียงพุฒ

“พวกแกทำอะไรวะ!”

แจ้งกับลูกน้องกลัวพุฒจำได้รีบหนี พุฒตามยิงแต่ถูกแจ้งล้มกองไม้ไผ่ขวางทาง อันยาทรุดฮวบลงด้วยความตกใจ แปลงผักของพุฒเสียหายจากการต่อสู้กัน ชาวบ้านมามุงดู จู่ๆอันยาก็เหวี่ยงอย่างไม่เกรงใจใครว่าตนจะกลับเดี๋ยวนี้ แสนขอให้อยู่รอเคลียร์กับตำรวจก่อน

“ใครอยากได้ปากคำ ก็มาถามฉันที่กรุงเทพฯ แต่ฉันจะไม่อยู่ที่นี่ ไม่อยู่ต่อแม้แต่นาทีเดียว”

“ผมรู้ว่าคุณตกใจ แต่คนร้ายหนีไปแล้ว ชาวบ้านก็อยู่กันหลายคน ใจเย็นๆก่อนได้ไหม”

“เชิญคุณเย็นไปคนเดียว ครั้งแรกก็ล้อรถตู้ระเบิด นี่ก็คนร้ายโผล่มา คุณจะเอาตัวเองมาเสี่ยงอีกทำไมคะ”

แสนสะอึกกับถ้อยคำรุนแรงของอันยา เขาขอร้องไว้กลับไปคุยกันที่บริษัท แต่อันยาฟิวส์ขาดแล้ว เธอโวยวายไม่มีอะไรจะพูดแล้ว ที่นี่ป่าเถื่อน ไม่มีความปลอดภัย ตนไม่ทนอีกแล้ว

แสนเสียงเข้มขึ้นทันที “ไม่มีการกลับไปไหนทั้งนั้น จนกว่าจะให้ปากคำเสร็จ”

อันยาแทบกรี๊ด แสนตัดบท “ผมรู้ว่าคุณเสียขวัญแต่เปิดตาดูซะก่อน คนที่เดือดร้อนไม่ได้มีแค่เรานะ คุณควรจะสงบสติอารมณ์ แล้วอดทนเพื่อเห็นแก่คนอื่นบ้างผมขอให้คุณอยู่ให้ปากคำกับตำรวจก่อน แล้วค่อยกลับเข้าใจนะครับ”

อันยายิ่งกว่าหน้าแตกหงายเงิบ เสียงรถตำรวจแล่นมา...ทั้งแสน อันยาและพุฒมาโรงพัก เพราะพุฒให้การว่าแจ้ง คนของกำนันโกมลเป็นคนร้าย โกมลจึงถูกเชิญตัวมาสอบปากคำ แต่เขายืนกรานว่าไม่รู้และว่าถ้าติดต่อแจ้งได้จะเอาตัวมามอบให้ ตนเป็นกำนันไม่ปล่อยเรื่องเลวผ่านไป

แสนจ่ายเงินค่าแปลงผักเสียหายให้แก่พุฒ แต่เขาไม่รับ โกมลเหน็บ น่าจะดีใจที่ได้ค่าผักก่อนผลผลิตจะได้ขาย แสนย้อนกลับว่า คนเราถ้ามีความเดือดร้อนก็น่าจะมาพูดคุยกัน ไม่ใช่ใช้ความรุนแรงดักทำร้ายกันลับหลัง ตนไม่ต้องการสร้างความเดือดร้อนให้ใคร แค่อยากร่วมมือกับชาวบ้านสร้างชุมชนเกษตรอินทรีย์ที่ยั่งยืนขึ้นมา โกมลชะงักไม่รู้ว่าแสนคิดอะไรอยู่

แสนยังทิ้งท้าย “ผมหวังว่าคนที่เสียผลประโยชน์จะยอมวางเรื่องส่วนตัว เพื่อเห็นแก่เรื่องส่วนรวมบ้างลานะครับ”

ลับหลังแสน โกมลสบถ “ทำเป็นพูดดี ร้านปุ๋ยเคมีของฉันอยู่มาก่อนแกเกิด จะให้เปลี่ยนตามแกเหรอ ฝันไปเหอะ”

จากนั้นโกมลก็แอบโทร.สั่งแจ้งให้หลบหน้าไปจนกว่าจะกำจัดแสนให้พ้นทางก่อนค่อยกลับมา...แสนเดินมากับพุฒ พุฒเกรงใจที่แสนมาช่วยชาวบ้านกลับต้องมาเจอเรื่องร้ายๆ แต่แสนกลับไม่หวั่น ถ้ายอมแพ้กับคนเหล่านี้ ประเทศชาติก็ไม่ต้องพัฒนากันพอดี พุฒจึงให้ระวังตัว แสนมาถึงรถตู้ถามชดคนขับรถถึงอันยา ชดรายงานว่า อันยาจ้างรถในหมู่บ้านกลับบริษัทไปแล้ว แสนเป็นห่วงโทร.ถาม แต่อันยาไม่รับสายเพราะโกรธที่เขาหักหน้าตนต่อหน้าชาวบ้าน

ooooooo

เย็นวันนั้น คุณหญิงเหมือนหงุดหงิดที่ติดต่อแสนไม่ได้ เธออยู่ในงานอีเวนต์เปิดตัวนํ้าหอมกลิ่นใหม่กับเมรีและอาโป เมรีแนะนำให้ตีสนิทเลขาของแสน คุณหญิงยิ่งขุ่นเคือง เพราะถ้าเป็นเลขาคนเก่าตนจัดการไปนานแล้ว แต่เลขาคนนี้มันกระดูกเบอร์สิบ

“ยัยอัลไซเมอร์นั่น หยิ่งมาจากไหนก็ไม่รู้ พูดถึงแล้วยังโมโหไม่หาย”

อาโปแทรกถามว่าเป็นลูกครึ่งหรือฝรั่งแท้ คุณหญิงค้อนขวับบ่นว่าแม่นั่นชื่อขึ้นต้นว่าอัน ตนจึงเรียกว่าอัลไซเมอร์ เมรีกับอาโปตาโพลงรีบถามว่าเลขาชื่ออะไร คุณหญิงกำลังนึก อิงค์กี้โผล่มาโยนแก้วน้ำใส่ถังขยะข้างๆ ทำให้น้ำกระเซนโดนสามสาวร้องวี๊ดว๊าย...

“ต๊าย...ขอประทานโทษนะคะ ไม่เห็นว่ามีคน ปกติบริเวณนี้มันเป็นที่สำหรับทิ้งขยะ”

“งั้นต้องเอาตัวเธอนั่นแหละ มากองทิ้งไว้เป็นอย่างแรก เพราะคิดสกปรกมากที่สุด”

“พูดแบบนี้กับพรีเซ็นเตอร์หลัก ตัวเสริมอย่างคุณหญิงระวังจะตกขอบเวที”

คุณหญิงเหมือนชะงัก อุ๊บอิ๊บผู้จัดการของอิงค์กี้ยืนยันว่าเจ้าของสินค้าเป็นคนเลือก เพราะเสน่ห์ความหอมเหมาะกับความแรงของอิงค์กี้ คุณหญิงหมั่นไส้แขวะว่าหอมแรงเท่าพฤติกรรมเหม็นๆของเธอ อิงค์กี้ร้องกรี๊ด เกิดการปะทะคารมยกใหญ่ อุ๊บอิ๊บรีบเตือนว่านักข่าวอยู่เต็ม ทั้งสองจึงทำทีเป็นคุยกันดีกลบเกลื่อนพอโดน สัมภาษณ์ ไม่วายต่างคนต่างบอกว่าเป็นแฟนแสน

สายข่าวรายงานเข้ามาทางมือถืออันยา ว่าเกิดศึกชิงหนุ่มของสองเซเล็บ อันยายิ้มเยาะที่แสนทำเป็นมาสั่งสอนตน แต่เรื่องตัวเองยังเอาตัวไม่รอด

ooooooo

วันรุ่งขึ้น แสนมาทำงาน พบอิงค์กี้อยู่ในห้องทำงานแทนที่จะเป็นอันยา อิงค์กี้ยิ้มเยาะไล่เลขาออกไปก็ดีแล้ว ตนจะหาคนใหม่มาแทน แสนกำลังจะบอกว่าไม่ได้ไล่อันยาออกเธอคงลาป่วย ไม่ทันพูด คุณหญิงเหมือนโผล่มาอีกคน เกิดมีปากเสียงกันจนแสนทนไม่ไหวขึ้นเสียง

“ขอโทษนะครับ...ขอโทษด้วยที่เสียงดัง พอดีผมต้องทำงาน ถ้าหากว่าพวกคุณมีปัญหากัน ขอเชิญไปคุยกันที่อื่น”

สองสาวตกใจเพราะไม่เคยเห็นแสนโกรธแบบนี้มาก่อน ต่างลนลานจะออกไปแต่ก็ไม่วายเกี่ยงกันอีก แสนยังกำชับว่าไม่ต้องหาเลขาคนใหม่มาให้เพราะตนไม่ได้ไล่อันยาออก

ด้านอันยา นั่งจิบกาแฟสบายใจอยู่ที่คอนโด มองจอโทรศัพท์ที่แสนโทร.เข้ามาแต่ไม่รับทำให้แสนวุ่นวายเพราะไม่รู้ตารางนัดหมายในวันนี้ จึงส่งข้อความหาอันยาให้โทร.กลับด่วน มีเรื่องต้องปรึกษา อันยากดอ่านแต่ไม่สนใจ ลองชุดสวยๆ แล้วโทร.ถามร้านประจำว่ารองเท้ารุ่นใหม่เข้ามาหรือยัง ถ้ามาแล้วตนจะเข้าไปดู สักครู่แสนส่งข้อความมาอีกว่า

“ต้องหาตารางงาน ขออนุญาตค้นที่โต๊ะทำงานคุณนะ”

อันยาอ่านแล้วทำท่าไม่พอใจ แต่แล้วนึกได้ว่าเขาไม่มีทางเจออะไร...แสนมาค้นโต๊ะทำงานอันยา ในลิ้นชักมีแต่เครื่องสำอาง เปิดตู้ไม่มีแฟ้มเอกสาร มีแต่กล่องรองเท้า อีกตู้มีแต่ของกินและแมกกาซีนผู้หญิง แสนแปลกใจว่าเอกสารหายไปไหนหมด ทันใด โทรศัพท์ที่โต๊ะอันยาดังขึ้น แสนรับสาย นึกว่าเป็นอันยา แต่กลายเป็นคุณวิชัย บอกว่านัดกับเขาไว้ตอนสิบโมง ไม่ทันไร มือถือแสนดังขึ้น เขารีบบอกคุณวิชัยขอรับอีกสาย

“ผมแสนพูดครับ คุณบันลือ มีนัดกับผมตอนสิบโมงวันนี้! ขอโทษครับ แต่แน่ใจเหรอครับว่าเรามีนัดกัน...อะไรนะ เลขาผมนัดให้!”

พลัน โทรศัพท์บนโต๊ะแสนดังขึ้นอีกเครื่อง แสนต้องยกโทรศัพท์บนโต๊ะอันยาและกำมือถือตัวเองเดินมารับโทรศัพท์ที่โต๊ะตัวเอง เป็นอีกคนที่โทร.มาต่อว่าที่นัดกับเขาสิบโมงอีกคน...

ในขณะที่อันยาออกมาช็อปปิ้งโดยมีคิมหันต์ช่วยถือของเธอหัวเราะร่าเมื่อนึกถึงความวุ่นวายที่แสนกำลังเจอ คิมหันต์ไม่ขำด้วยกลับเตือน

“เจ๊ มันเกินไปแล้ว ไหนบอกจะคิดแผนไปรายงานบอส แล้วนี่เล่นอะไรอยู่ ถ้าเขาโกรธจริงๆ ไล่เจ๊ออกจะทำยังไง”

“ฉันไม่ลืมภารกิจหรอกน่า แล้วก็ไม่มีทางให้อีตาด็อกเตอร์นั่น ไล่ฉันออกด้วย คอยดูนะ” อันยาหยิบมือถือมากดโทร.ออก โดยเปิดสปีกเกอร์โฟนให้คิมหันต์ได้ฟัง

ระหว่างนั้น แสนกำลังเคลียร์กับลูกค้า และขอจัดคิวนัดหมายใหม่ สายอันยาแทรกเข้ามาเขารีบกดรับแล้วต่อว่าทันที “อันยา นี่มันเรื่องอะไรกัน! ทำไมเอกสารถึงได้หายไปหมด แล้วทำไมคุณถึงนัดเจ้าหน้าที่แล้วก็ลูกค้าให้ผมซ้อนกันไปหมดแบบนี้”

คิมหันต์ฟังเสียงเข้มของแสนแล้วสะดุ้งแทน แต่อันยากลับไม่ยี่หระ เลือกเสื้อผ้าอย่างเพลิดเพลิน ปากก็บอกแสนว่า “ขอ...ขอโทษค่ะด็อกเตอร์ ฉันเพิ่งจะเห็นข้อความ ตั้งแต่เมื่อวานตอนเย็นฉันรู้สึกไม่ค่อยสบายน่ะค่ะ แล้วได้ยินว่า บริษัทมีหนู ฉันกลัวของใช้เสีย ก็เลยต้องเอาเก็บไว้ในตู้...แค่กๆ” อันยาทำเสียงไอ “เรื่องนัดมันซ้ำซ้อนกันเหรอคะ ฉัน...ฉันขอโทษ ฉันไม่รู้จริงๆ ตอนนั้นไข้มันคงจะขึ้นแล้วน่ะค่ะ ถึงได้จำอะไรผิดๆ ถูกๆ นี่...นี่ฉันคงทำให้คุณลำบากมากเลยใช่ไหมคะ เดี๋ยว เดี๋ยวฉันจะไปที่บริษัทเดี๋ยวนี้เลยค่ะ...ขอ...ขอกินยา แล้วก็แต่งตัวก่อน แค่กๆ” อันยาพูดไปทั้งที่มือหยิบชุดนั้นนี้มาทาบตัว เธอบอกแสนว่าประมาณสองชั่วโมงตนจะไปถึง”

“ไม่เป็นไร วันนี้คุณไม่ต้องมาทำงานหรอกผมขอโทษนะ ผมไม่รู้ว่าคุณไม่สบาย”

“ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ ฉันไม่ดีเองทำให้คุณมาเดือดร้อนวุ่นวาย ฉันจะไปค่ะ ฉันจะ...”

แสนแทรกขึ้น “อันยา ผมขอร้อง คุณพักผ่อนให้เต็มที่ ห้ามมาทำงาน แล้วถ้าอาการไม่ดีขึ้น อยากให้ผมช่วยอะไรก็รีบโทร.มาบอกนะครับ”

“ด็อกเตอร์...คุณดีกับฉันจริงๆ แค่กๆ...ขอบคุณมากนะคะ” อันยาอมยิ้มทำเสียงแหบพร่า ก่อนจะวางสาย หันไปยักคิ้วให้คิมหันต์ “ไงล่ะ อยากมาหักหน้าฉันก่อน ก็ต้องโดนแบบนี้”

“รู้ว่าเจ๊น่ะเทพ แต่ขอเหอะอย่าทำอะไรเสี่ยงๆแบบนี้อีก นอกจากสะใจแล้วได้อะไรไหม”

“ทำไมจะไม่ได้ นอกจากได้แก้เผ็ดเมื่อวานนี้แล้ว ถ้าอีตาด็อกเคลียร์คิวซ้อนไม่ได้ เพื่อนร่วมงานเกลียดขี้หน้าขึ้นมา เราก็อาจได้ปิดจ๊อบไงล่ะ” อันยาไม่รู้สึกอะไร กลับอ้างว่าการได้ออกมาช็อปปิ้ง มันทำให้สารเอนโดรฟินหลั่ง แล้วตนจะคิดเรื่องรายงานธกฤตได้...

หลังจากวางสาย แสนเปลี่ยนความรู้สึกมาเป็นห่วงอันยา เขาตามเมขลาให้มาช่วยเคลียร์อธิบายลูกค้าและนัดหมายใหม่ให้ จากนั้นเขาก็บอกให้เธอช่วยเรียนบุรินทร์ว่า ช่วงบ่ายตนจะเข้ากรุงเทพฯไปดูพวกอุปกรณ์ห้องแล็ปเพิ่ม เมขลาแย้งว่านัดหมายวันพรุ่งนี้

“เปลี่ยนใจแล้วครับ ไปวันนี้เลยดีกว่า อันยาดูไม่สบายมาก ผมอยากไปเยี่ยมอาการเธอ”

เมขลาขอไปเป็นเพื่อน แสนเห็นว่าดีเหมือนกันจะได้ไม่น่าเกลียดที่เขาจะขึ้นไปเยี่ยมอันยาบนห้อง

ooooooo
ตกเย็น อันยาถือถุงช็อปปิ้งเดินลั้ลลาเข้าคอนโด เสียงทวยเทพขัดความสำราญ ขอคุยด้วยหน้าตาซีเรียสอย่างมาก อันยาโวย บอกล้านครั้งแล้วให้นัดก่อนที่จะมาทวยเทพไม่สนใจ เขาโชว์รูปที่ให้นักสืบไปตามถ่ายเธอมาให้ดูและต่อว่าที่เธอไปทำงานใกล้ชิดกับแสน อันยาโกรธหาว่าเขาไม่รู้จักสิทธิส่วนบุคคลบ้าง

“ถ้าไม่ให้คนไปสืบ ผมคงไม่รู้ว่าอันโกหก หลอกทั้งผม ทั้งที่บริษัท เพื่อจะลดตัวไปเป็นเลขาให้ไอ้แสน ด็อกเตอร์บ้านนอกนั่น หลงเสน่ห์มันมากใช่ไหม”

“ฮ้า! ฉันเนี่ยนะหลงเสน่ห์ด็อกเตอร์ ไปกันใหญ่แล้ว โอ๊ย...ฉันจะพูดยังไงดี”

“ที่พูดไม่ได้เพราะว่ามันจริงใช่ไหมล่ะ รสนิยมคุณก็สูงมาตลอด ทำไมถึงได้ตกต่ำไปยุ่งกับคนโลว์โซแบบนั้น”

อันยาปรี๊ดสุดๆ...ขณะเดียวกัน เมขลาให้แสนเข้า ไปในคอนโดก่อน เธอจะแวะซื้อโจ๊กไปฝากอันยาแต่แล้วต้องมาเจอกับคิมหันต์ที่แวะซื้อเช่นกัน คิมหันต์ตกใจเกรงเมขลาจะรู้ว่าอันยาไม่ได้ป่วยจริง จึงหาวิธีรั้งเธอไว้เพื่อจะส่งข่าวบอกอันยา...พอมือถือดังอันยาจะรับสายทวยเทพปัด “นี่ยังจะสนใจเรื่องอื่นเหรอ...ผมไม่ให้คุณคุยกับคนอื่นตอนนี้”

อันยาโกรธจึงประชดว่าที่เขาพูดทั้งหมดเป็นความจริง ทำให้ทวยเทพโมโหขาดสติปลุกปล้ำอันยา...แสนสอบถามพนักงาน เธอบอกว่าอันยาอยู่ข้างล่าง เขาจึงเดินตามมาหา เห็นทวยเทพทำกับอันยาจึงเข้ามากระชากและต่อยเขากระเด็นไป ทวยเทพหันกลับมา พอเห็นหน้าแสน

“แก ไอ้ด็อกเตอร์กระจอก!” ทวยเทพโถมเข้าจะอัดแสนแต่กลับถูกแสนจับล็อกแขนไขว้หลัง ทวยเทพโวยวายด่าว่าแสนมายุ่งกับแฟนตน แสนชะงักผลักเขาออก แล้วบอกว่า ถ้าไม่อยากให้ยุ่งก็ควรให้เกียรติแฟนตัวเองบ้าง อันยาปฏิเสธ

“ไม่ใช่นะ เขาไม่ใช่แฟนฉัน!”

“คุณเงียบไปเลยดีกว่าอัน...ให้เกียรติเหรอ แล้วไอ้ที่แกมาหาแฟนฉันถึงคอนโดเนี่ย หมายความว่ายังไง”

แสนโต้อย่าคิดอะไรต่ำเกินไป ทวยเทพโวย ความคิดตนมันเหมาะกับสภาพกระจอกๆของเขา แสนยิ่งมองทวยเทพอย่างสมเพช “การศึกษากับฐานะ มันช่วยอะไรคุณไม่ได้จริงๆ”

ทวยเทพโมโหจะเข้าตั๊นหน้าแสน อันยาเข้าห้ามและไล่ทวยเทพกลับ ประกาศชัดเจนว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน อย่ามาให้เห็นหน้าอีก ทวยเทพเหวอทำไมทำกับตนขนาดนี้

“ก่อนจะว่าฉัน คุณควรจะสำรวจตัวเองก่อน ถ้าคุณไม่ล้ำเส้นฉัน เรื่องนี้มันคงไม่เกิดขึ้น”

อันยาขู่จะเรียก รปภ.มาจับเขาโยนออกไป ทวยเทพเสียหน้า ขู่เรื่องนี้ไม่จบแค่นี้แน่ เขากระแทกเท้าเดินไป แม่บ้านกำลังถูพื้นร้องเตือนให้ระวัง แต่ไม่ทัน เขาลื่นล้มอย่างหมดสภาพ อันยาเข้ามาดูแสนว่าเจ็บมากไหม แสนส่ายหน้าตอบว่าแฟนเธอท่าทางจะเข้าใจผิดอันยาโวย “ฉันขอย้ำพร้อมกับขีดเส้นใต้สองเส้น ทวยเทพเป็นแค่เพื่อนไม่ใช่แฟน ไม่รู้เขาทึกทักแบบนั้นได้ยังไง”

“คุณควรระวังตัวเอาไว้บ้าง...บางที คนใกล้ตัวก็น่ากลัวกว่าคนแปลกหน้า”

“แล้ว...คุณมาที่นี่ได้ยังไงคะ”

แสนมองอันยาที่ในมือมีถุงช็อปปิ้งหลายถุงอย่างผิดหวัง เขาเอ่ยว่าเป็นห่วงที่ป่วย ว่าแล้วก็หันหลังเดินกลับไป อันยาอึ้งทำอะไรไม่ถูก...เมขลาที่โดนคิมหันต์หลอกให้ช่วยเลือกซื้อขนมหวาน ถือถุงโจ๊กและขนมเข้ามา เห็นแสนเดินมาจึงอธิบายที่มาช้าเพราะอะไร แสนกลับบอกว่าไม่ต้องเข้าไปเยี่ยมอันยาแล้ว เมขลางงมองแสนที่เดินลิ่วๆออกไป จึงรีบวิ่งตามไปอย่างงงๆ

คิมหันต์ได้ยิน เดาออกว่าเกิดอะไรขึ้น รีบเข้าไปหาอันยา เธอโวยว่าส่งข้อความมาช้า เขาโต้กลับส่งมานานแล้ว แต่เธอไม่เปิดอ่านเอง อันยาหน้าเศร้าให้เขาช่วยคิดหาทางแก้ปัญหา

“ก็ได้...อย่างมากเขาก็มองว่าเจ๊เป็นพวกกะล่อน ปลิ้นปล้อนไม่จริงใจ ต่อไปพูดอะไร เขาคงไม่เชื่อเจ๊อีกแล้ว...”

อันยาหน้างอ “ตอนแรกก็ไม่คิดมากเท่าไหร่ คิดหนักตอนแกพูดนี่แหละ...หรือฉันจะโทร.ไปบอกเขา ว่าถุงพวกนั้นเป็นของคนอื่น”

คิมหันต์เบ้หน้าไม่ทันแล้ว จับได้คาหนังคาเขาแบบนี้ จู่ๆเมขลาย้อนกลับมาเอาถุงของกินยื่นให้คิมหันต์ ฝากไปให้แม่เขาอย่างที่เขาหลอกให้ช่วยซื้อ อันยาถามว่าโกรธตนหรือเปล่า

“อันโกะ เธอรู้ไหม ด็อกเตอร์เป็นห่วงเธอมาก พอได้ยินว่าอันโกะป่วยรู้ว่าอยู่ตัวคนเดียวกลัวจะไม่มีคนดูแล ก็เลยชวนเมขึ้นมาเยี่ยม...ถ้าอันโกะไม่ได้ป่วย ทำไมถึงบอกว่าป่วยล่ะ”

อันยาอึกอักแก้ตัวไม่ออก เมขลาย้ำว่าแสนไม่ชอบคนโกหก เธอต้องหาทางเคลียร์ให้ดีๆ อันยาขอให้ช่วยด้วย เมขลาส่ายหน้าไม่รู้จะช่วยอย่างไร แล้วขอตัวกลับ...คิมหันต์ ชักร้อนตัวถ้าลูกพี่พัง ตนก็พังด้วย จึงขอเบอร์เมขลาจากอันยามาโทร.หาเธอ เมขลาเดินอยู่แปลกใจ

“อันโกะให้เบอร์ฉันกับคุณงั้นเหรอ ทำไมฉันไม่มีอะไรจะคุยกับแฟนของอันโกะหรอกนะ” คิมหันต์ตกใจปฏิเสธยกใหญ่ “เข้าใจผิด! ก็คุณเอาของไปส่งให้อันโกะ แล้วมาหาเขาถึงคอนโด ถ้าพวกคุณไม่ใช่แฟนกัน แล้ว...จะให้เรียกว่าอะไร”

“เฮ้อ เสียๆๆ หมดกัน ผมเป็นแค่รุ่นน้องเขาครับ ไม่เชื่อถามเขาได้ แต่คงตกใจน่าดู ที่มีคนคิดว่ากินเด็ก”

เมขลาจะแก้ตัว คิมหันต์ปัดไม่สำคัญ แต่ที่โทร.มาเพื่อจะอธิบายความจริงที่อันยาไม่ไปทำงาน เป็นเพราะตน เมขลาฟังคิมหันต์อึ้งๆ

ooooooo

ด้วยความเสียใจจากอันยา ทวยเทพนั่งดื่มคนเดียวในผับ เผอิญเมรีกับอาโปมาเจอ จึงเข้าประกบ คิดแผนมอมเหล้าเพื่อรีดความจริงจากเขา เมรีอดเย้ยอันยาไม่ได้ จึงถ่ายภาพคู่ใกล้ชิดส่งไปยั่ว อันยากำลังครุ่นคิดจะแก้ตัวกับแสนอย่างไร พอเห็นภาพที่เมรีส่งมาก็กลัวความแตก

อันยาบึ่งรถออกไปท่ามกลางการจราจรที่ติดอย่างร้ายกาจ เธอตัดสินใจเลี้ยวรถเข้าไปจอดหน้าร้านอาหารร้านหนึ่งยัดเงินให้เด็กคุมรถแล้วเดินออกไปโบกมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปยังผับที่ทวยเทพอยู่ทันที...เมรีกำลังมอมเหล้าล้วงความลับ ทวยเทพรำพัน

“ผมสู้เอาใจเขาทุกอย่าง แบรนด์อะไรแพงแค่ไหน ผมประเคนให้ทั้งคอลเลกชั่น แล้วท่าทางอย่างไอ้นั่นเหรอ จะให้เขาได้เมรีกับอาโปยิ่งอยากรู้ว่าหมายถึงใคร พอได้ยินทวยเทพรำพันต่อว่า ไอ้ด็อกเตอร์กระจอกนั่นดีกว่าตนอย่างไร สองคนยิ่งอยากรู้ กระเหี้ยนกระหือรือเค้นถามชื่อ ทันใด อันยาเดินเข้ามาเรียกทวยเทพแล้วเข้าประคองจะพาเขากลับ ทวยเทพเห็นหน้าอันยาก็ดีใจต่อว่าเล็กน้อยแต่ พร้อมจะไปกับเธอ เมรีขวาง

“เดี๋ยว! จะไปไหน พวกฉันยังคุยกับคุณทวยเทพไม่จบ”

อันยาแกล้งถามทวยเทพคุยจบหรือยัง จะกลับกับตนไหม เขาพยักหน้ายอมไปกับเธอโดยดี เมรีเจ็บใจ อาโปต่อว่าเพราะเมรีโง่ส่งรูปไปเย้ยอันยา จึงตามมาถูก เมรีโกรธที่โดนด่า ยอมไม่ได้จึงตามมาเยาะอันยาที่รถ ว่าทำชั่วอะไรไว้ อย่านึกว่าตนไม่รู้ อันยาโต้

“แสนรู้...แต่เรื่องทำชั่วฉันไม่ถนัดเท่าเธอสองคนหรอก อยู่ในสมองกับสองมือเลยนี่”

เมรีร้องกรี๊ด แล้วสวมรอยว่ารู้เรื่องทั้งหมดจากทวยเทพแล้ว อันยายิ้มเยาะ อย่าทำแอ๊บสู่รู้ ถ้ารู้จริงจะตามมาสาระแนหาพระแสงเลเซอร์อะไร แล้วให้สองคนไปเปลี่ยนชื่อเสีย เป็นสอดกับแส่...พูดจบอันยาขึ้นรถขับออกไป เมรีร้องกรี๊ดไล่หลัง

อันยาขับรถพาทวยเทพมาส่งที่บ้าน และให้สาวใช้ที่บ้านเขาจัดการเช็ดเนื้อตัวเขา แต่ทวยเทพรู้สึกตัวขึ้นมา ไม่ยอมให้อันยากลับ จนเธอต้องยอมเล่าเรื่องจริงที่ต้องไปทำงานกับแสนและขอให้เขาปิดเป็นความลับ โดยเฉพาะกับเมรีและอาโป เพราะเมรีกำลังชิงตำแหน่งกับตน

“ผมเชื่อคุณ...ก็ได้ แต่ตกลงว่าเรื่องของเรายังเหมือนเดิม ใช่ไหมอัน...”

อันยาจำต้องพยักหน้าขอไปที ทวยเทพดีใจบอกเธอว่าเขารักเธอมากขึ้นกว่าเดิมอีก อันยาถอนใจเฮือก

ooooooo

เช้าวันใหม่ อันยาคิดคำแก้ตัวกับแสน จะบอกเขาอย่างไรดี ถึงเรื่องเมื่อวานที่โกหกว่าป่วย เธอเดินละเหี่ยใจมาที่รถ พลันเสียงแสนดังขึ้นข้างหลัง “ขอไปด้วยคนได้ไหมครับ”

อันยาชะงัก “นี่เรา เครียดเรื่องเขาจนประสาทหูหลอนไปแล้วเหรอ”

“พูดคนเดียวก็ได้แฮะ นี่แหละอันยาตัวจริง”

อันยาหันมามอง ตกตะลึงเมื่อเห็นแสนตัวเป็นๆยืนอยู่ เธอละล่ำละลักจะแก้ตัวเรื่องเมื่อวาน แสนชิงขอโทษเธอก่อน ที่ไม่ยอมฟังเธออธิบาย อันยาอึ้งฟัง

“ที่คุณโกหกว่าไม่สบาย ก็เพราะต้องไปช่วยเรื่องคอขาดบาดตายของเพื่อนรุ่นน้องคุณ...คุณเมบอกผม พอดีเขาได้คุยกับเพื่อนคุณชื่อคุณคิม เขาบอกว่าคุณต้องหยุดงานเพื่อมาช่วยเรื่องยุ่งให้ทางบ้านเขา...ต่อไปถ้ามีเรื่องอะไรก็บอกผมตามตรงได้นะอันยา ผมพร้อมจะรับฟังคุณเสมอ”

อันยาอึกอักรับลูก...อ้างว่าไม่แน่ใจ เหมือนเอาคนอื่นมาอ้าง แล้วอีกอย่างเรื่องถุงช็อปปิ้ง แสนปัดไม่อยากรู้ ขออย่างเดียว ต่อไปอย่าโกหก อันยารับคำอย่างแผ่วเบา โล่งอกที่รอดไปได้...

ด้านเมรีกับอาโป ยังแค้นเคืองจะต้องรู้ให้ได้ว่าด็อกเตอร์ที่ทวยเทพพูดถึงใช่แสนหรือเปล่า เมรีพยายามโทร.หาทวยเทพแต่เขาไม่รับสายเพราะเชื่ออันยาว่า สองคนนี้เป็นศัตรู

ส่วนอันยา กลัดกลุ้มจะเอาแผนอะไรไปรายงานธกฤตตามที่ขอเวลาไว้สามวัน...เธอแอบเข้าไปค้นแฟ้มงานในห้องเก็บเอกสารของเพียงพอดี เป็นเอกสารงานวิจัย เห็นชื่อหน้าแฟ้มเป็นชื่อศัพท์ทางการที่เธอไม่รู้เรื่อง ยิ่งกลุ้มใจ พลันเมขลาเข้ามาตาม บอกว่าบุรินทร์เรียกไปพบ

ภายในห้องทำงานของบุรินทร์ อันยานั่งจดบันทึกการประชุมของแสนกับบุรินทร์ แต่ในหัวเธอมีเรื่องกลัดกลุ้ม จึงเผลอต่อคำที่บุรินทร์พูดอย่างลืมตัว เมื่อบุรินทร์ถามแสน

“เรื่องแก้ไขดินเปรี้ยวของสมาชิกโครงการท่ีจังหวัดนครนายกไปถึงไหนแล้ว”

“ยังไม่ไปถึงไหนเล้ย แผนการของเรา” ในหัวอันยาตอบ

เสียงแสนตอบว่า “จะเริ่มดำเนินการแล้วครับ ปริมาณน้ำที่ต้องใช้ก็มีพอแล้ว”

“งั้นก็จะรออะไรล่ะ แกล้งเลยซี่” บุรินทร์แนะ

“อย่าท้านะ ใครเขาอยากจะรอ” อันยาพึมพำเบาๆออกมา

บุรินทร์ให้แสนลงมือแกล้งได้เลย อันยาโพล่งเสียงดังขึ้น “ก็อยากอยู่ แต่ไม่รู้จะแกล้งยังไง” สองหนุ่มชะงัก อันยารู้สึกตัว “ฮ๊ะ ฉัน ฉันเปล่านะ เปล่าจะแกล้งใครนะ เปล่า”

“เปล่าได้ยังไงคุณ ต้องแกล้งนะ” แสนกลับย้ำอันยานึกในใจว่าแสนต้องศึกษางานมากเกินไปจนหลุดโลก จึงบอกไม่ต้องแกล้งหรอก...บุรินทร์กลับย้ำอีกคนว่าต้องแกล้ง แกล้งหนักๆไปเลย จะได้หมดปัญหา อันยางง นึกในใจ

...หรือว่าเขาได้ยินความคิดเรา ไม่น่ะ ที่นี่เขาวิจัยด้านเกษตรไม่ใช่เหรอ ไม่ได้ทดลองทางจิตนี่...

“ผมบอกคุณตั้งแต่ตอนไปลงพื้นที่ดินเปรี้ยวครั้งแรกแล้วไงล่ะ ว่าเราต้องแกล้งดิน”

“แกล้งดิน!” อันยาตกใจกับคำพูดของแสน บุรินทร์พยักหน้าเห็นด้วย

“ก็ใช่น่ะสิ เราหมายถึงแกล้งดินเพื่อลดความเปรี้ยวของดิน คุณคิดว่าแกล้งอะไร” แสนถาม

“เอ่อ ฉัน...ฉัน ไม่ได้จำชื่อนี้น่ะค่ะ ฉันจำว่าวิธีลดดินเปรี้ยวเฉยๆ” อันยายิ้มแหยๆ

บุรินทร์ขำก๊าก ชอบใจที่แสนหาเลขาได้โก๊ะดี แสนปรามอย่าเรียกเธอแบบนั้น ให้เรียกว่า...อันโกะ...ไม่ใช่อันโก๊ะ เพราะตนไม่รับรองความปลอดภัย

อันยาหงุดหงิดกลับมาที่โต๊ะทำงาน “ก่อนคุณจะแกล้งดิน ฉันนี่แหละจะแกล้งคุณ ฮึ่ย...”

แสนมาได้ยิน ถามจะแกล้งใคร อันยารีบกลบเกลื่อนว่ากำลังศึกษาเรื่องแกล้งดิน แสนจึงบอกจะอธิบายให้ฟังระหว่างออกไปทำธุระข้างนอกกับตน อันยาแปลกใจจะไปไหนอีก

ooooooo

ระหว่างทางที่รถแล่นไปตัวจังหวัด แสนอธิบายเรื่องแกล้งดินให้อันยาฟัง เธอข้องใจ

“เข้าใจล่ะ ว่าต้องใช้ปูนขาวปริมาณมากซึ่งมีฤทธิ์เป็นด่างมาผสมในดินที่เป็นกรด ให้ดินลดความเปรี้ยวลงแต่แค่ซื้อปูนขาว ให้ฉันโทร.สั่งให้ก็ได้ไม่เห็นต้องไปเองเลย”

แสนอมยิ้ม เห็นเพิงขายผักริมทาง แสนให้คนรถจอด แล้วลงไปซื้อผักจากป้าแก่ๆคนหนึ่ง อันยาแปลกใจที่ผักเป็นรูดูไม่สวยจะซื้อไปทำไม แสนถามป้าว่าปลูกเองหรือ ป้าตอบว่าใช่ปลูกกินเองแล้วเหลือมาขาย เขาจึงขอเหมาหมด อันยาตกใจมองแสนขนผักใส่รถ

“คุณท่าจะไม่เคยเข้าซุปเปอร์ ผักออร์แกนิคในนั้นใบใหญ่กว่านี้ตั้งเยอะ...อ๋อ ที่แท้ก็ใจดีสงสารป้าเขา”

“ผมเปล่าสงสารป้านะ...ชาวบ้านน่ะ เขาเข้มแข็งและผ่านอะไรๆยากๆมามากกว่าผม กว่าคุณเยอะ ผมต้องนับถือเขามากกว่าที่จะสงสาร ที่ผมซื้อเพราะอยากสนับสนุนเขาต่างหาก...เห็นใครปลูกผักไม่ใส่ปุ๋ยเคมี ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง ผมอยากให้เขาทำต่อไป คุณเองก็น่าจะรู้ ทุกวันนี้มีพวกสารเคมีตกค้าง ทั้งในดินในน้ำ และในอาหารของเราไม่รู้ตั้งเท่าไหร่”

“ตามห้าง มีผักออร์แกนิค ผักอินทรีย์ให้ซื้อเยอะแยะไป”

“ใช่ ชนชั้นกลางที่มีสตางค์ก็พอจะมีทางเลือก แต่กับชาวบ้านหาเช้ากินค่ำ เขาซื้อผักพวกนั้นไม่ได้ ทางที่ดีที่สุดเราต้องพยายามให้มีการปลูกผักอินทรีย์ในวงกว้างมากขึ้น”

“ค่ะ คุณสอน...น่าจะเปลี่ยนเป็นชื่อนี้แทนชื่อแสน”

แสนหัวเราะ หยิบถุงผ้าท้ายรถมาแบ่งผักยื่นให้อันยาไปลองทาน อันยาหาว่าตนต้องเป็นหนูทดลอง

แสนโต้ว่าเขาทดลองมานักต่อนักแล้ว นี่เป็นการหยิบยื่นสิ่งดีๆให้ อันยายิ้มเจื่อนๆมองผักที่เหลืออีกมากมาย...แต่พอมาถึงร้านค้าวัสดุที่แสนมาสั่งปูนขาว เขาก็เอาผักที่เหลือทั้งหมดให้เฮียกับภรรยา ทั้งสองขอบอกขอบใจและแจกลูกน้องในร้าน ทุกคนต่างชอบใจ

“ขอบคุณมากนะ เดินทางดีๆล่ะ แล้วของที่สั่งไว้ เราแถมให้อีกตันนึงเลย...เอาไปเถอะจะได้ทำบุญร่วมกับด็อกเตอร์ กับบริษัทด้วย ช่วยๆกันนะ” เฮียกับภรรยาออกมาส่งที่รถระหว่างนั่งรถกลับ แสนเห็นอากัปกิริยาของอันยา จึงถามว่า อยากพูดอะไรก็พูดมา

“ฉันรู้แล้วว่าทำไมคุณต้องมาด้วยตัวเอง ไม่แค่โทร.สั่ง...ถ้าไม่มาเองก็จะไม่ได้ของแถม”

“คุณนี่ คิดอะไรเป็นต้นทุนกำไรหมดเลยใช่ไหม” แสนแซว “จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตามใจเรื่องนั้นผมไม่ได้หวังอะไร ที่ผมหวังคือได้เจอหน้าค่าตากัน มันสัมผัสความจริงใจกันได้”

อันยาหน้าตึง คิดว่าเขาแขวะเรื่องเมื่อวานแสนรีบขอโทษ ไม่ได้หมายถึงการโกหกอย่าโทษตัวเองอันยานึกในใจ เพราะเขานั่นแหละทำให้ตนต้องโกหก

ooooooo

เมื่อทวยเทพไม่รับโทรศัพท์ เมรีกับอาโปจึงบุกมาที่ บริษัทเฮลท์ตี้ฟู้ดของเขา เมรีพยายามกล่อมให้เขาเชื่อว่าถูกอันยาหลอก และให้บอกว่าอันยากำลังทำอะไร แต่เพราะทวยเทพรับปากอันยาไว้จะไม่บอกใคร จึงปฏิเสธเมรีอย่างไม่ไยดีแล้วคิดเข้าข้างตัวเอง หรือเมรีหลงเสน่ห์ตน

อันยาเดินจงกรมอยู่ในห้องพักที่คอนโด ครุ่นคิดจะเอาแผนอะไรไปบอกธกฤต เพราะจะครบสามวันตามนัดหมายแล้ว...คิมหันต์กำลังผัดผักที่อันยาได้มาให้

“กินเติมพลังก่อน คะน้าน้ำมันหอย ของฝากจากคนที่เราจะทำร้ายเขา” คิมหันต์ประชด

“นึกเหรอว่าพูดงี้แล้วไม่กล้ากิน...ขั้นตอนการแกล้งดินก็อ่านทวนไปไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบแล้ว ทำไมมันคิดไม่...ใช่แล้ว!” อันยาตักผักเข้าปากแล้วร้อง “ใช่รสชาติแบบนี้ล่ะ เห็นหน้าตาเบๆ ทำไมทั้งสดกรอบ หวานนิดมันหน่อย อร่อยได้ใจอย่างนี้”

“โธ่...นึกว่าคิดแผนการออก ให้มันได้งี้สิ”

พลันมือถืออันยาดัง มองหน้าจอเป็นทวยเทพ อันยาทำหน้าเซ็งไม่สนใจ คิมหันต์ต้องเตือนให้รับเสียเพราะเขากำความลับของเธออยู่ อันยาหัวเสียรับอย่างเสีย ไม่ได้ ทวยเทพโทร.มาชวนไปดินเนอร์...อันยาจำใจมาด้วย เขาพาเธอมาร้านอาหารญี่ปุ่น อันยาเขี่ยอาหารไปมาบอกเขาให้รีบกิน ตนต้องกลับไปทำงาน ทวยเทพจึงเล่าเรื่องเมรี พูดทำนองว่าเธออาจมาสนใจเขา อันยากลับย้อนว่า พวกนั้นคงรู้ว่าเขาบ้ายอ ทวยเทพชักสีหน้าอันยาชะงัก

“เอ่อ ไม่ได้หมายความว่าคุณไม่ดีนะ พวกเขารู้จักหาข้อดีของคุณมาชมคุณ...”

“ไม่เป็นไร อารมณ์ขึ้น แสดงว่า...หึง” ทวยเทพคิดเข้าข้างตัวเอง

อันยาแทบสำลัก วางตะเกียบบ่นเลี่ยน แล้วทำท่าอยากจะบ้า...จากนั้น ทวยเทพมาส่งอันยาที่คอนโดเขาบอกเธอว่าเขามีความสุขมาก ที่เธอกลับมาอยู่ข้างๆเขาอีก อันยาถอนใจจะเดินไปทวยเทพคว้ามือเธอไว้ แล้วยื่นหน้ามาขอรางวัล อันยาผลักเขาออกแต่ก็เกรงเขาโกรธ

“คุณ...คุณทำฉันตกใจเมื่อวันก่อน ฉัน...ฉันว่ามันยังไม่ถึงเวลา”

ทวยเทพเซ็ง “แหม จะตกใจอะไรนักหนา โอเค ผมจะรอแต่อย่าให้นานนักนะครับ อย่าลืมว่ามีคนรอต่อคิวคุณอยู่”

อันยาแอบเบ้หน้า ช่างหลงตัวเองจริงๆ ทวยเทพยังทิ้งท้ายให้เธอไปบำรุงผมบำรุงผิวเสียบ้าง ตากแดดจนกร้านแล้ว อันยาร้อนตัว กลับขึ้นห้องค้นครีมบำรุงมาสำรวจ มีอันไหนหมดอายุบ้าง แล้วฉุกคิดยิ้มกระหยิ่มใจ

“คิดออกแล้ว! ทีนี้แหละ ด็อกเตอร์แสน คุณได้ออกจากงานแน่”...

เช้าวันทำการ ที่ลานจอดรถบริษัทเพียงพอดี อันยาหลบอยู่มุมหนึ่ง พยายามโทร.ติดต่อคิมหันต์อย่างร้อนใจ เพราะได้เวลาจะเดินทางแล้วยังไม่ติดต่อกลับมา แสนเดินมาเห็นท่าทีกระวนกระวายของเธอ ก็ถามอย่างห่วงใย ไม่สบายหรือเปล่า อันยาสะดุ้งปฏิเสธพัลวัน

“คุณคงกังวลเพราะเหตุร้ายเมื่อครั้งก่อน แต่ยังไงเรื่องก็ถึงตำรวจไปแล้ว ผมว่าพวกนั้นคงยังไม่ลงมือในเร็วๆนี้หรอก ไม่ต้องกลัวนะ”

อันยารับคำ สีหน้ายังกังวล แสนปลอบถึงตนจะรับรองไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ตนรับรองว่าจะดูแลเธอให้ปลอดภัยเหมือนทุกครั้ง อันยาอึ้ง นึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา ที่เขาปกป้องคุ้มครองมาตลอด แล้วยิ่งอึดอัดใจกับสิ่งที่ตนกำลังจะทำกับเขา เธอเผลอพึมพำ พอเขาถามอะไรนะ

“เปล่าค่ะ คือฉัน...ฉันน่าจะเป็นอย่างคุณบ้างน่ะค่ะ ที่ไม่กลัวอะไรเลย”

“ผมคนธรรมดานะคุณ ทำไมจะไม่กลัว...แต่ว่าผมมีวิธีคิดเพื่อให้ตัวเองทำงานตรงนี้ได้”

“ยังไงเหรอคะ...”

“ก็แทนที่เราจะมัวกลัวกับอุปสรรค ผมจะคิดถึงสิ่งดีๆ ที่จะเกิด ถ้าหากเราลงมือทำ อย่างวันนี้ เราไม่ได้แค่ไปลงพื้นที่ แต่กำลังมอบโอกาสในการทำมาหากินให้กับชาวบ้าน เพื่อให้พวกเขามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น” สีหน้าแสนเต็มไปด้วยความหวัง ความจริงใจ

ยิ่งทำให้อันยายิ้มฝืดๆ ในใจอึมครึมกว่าเดิม...ขณะเดียวกัน ครอบครัวพุฒกำลังคุยกันถึงอนาคตว่าผลผลิตต่อไปนี้ จะมีกำไรมากถึงขนาดส่งแตงกวาเรียนจนจบ แตงกวาขอเรียนถึงด็อกเตอร์แบบแสน แล้วตนจะกลับมาพัฒนาหมู่บ้านนกกระเต็น

แต่กลับมีกำนันโกมลกับลูกน้องมาเป่าหูชาวบ้าน ว่าการปลูกข้าวโดยไม่ใส่ปุ๋ย ไม่ฉีดยา เพลี้ยลงนิดเดียวก็เจ๊ง ชาวบ้านที่จับกลุ่มกันอยู่เริ่มลังเล พุฒกับครอบครัวมาถึง แย้งว่า

“ทำได้สิ มันต้องลองเปลี่ยนบ้าง ที่ผ่านมาเราก็ใช้ปุ๋ย ใช้ยา ปลูกแบบนี้กันมาตั้งกี่ปีแล้ว ไม่เห็นจะมีเงิน มีแต่หนี้...”...ชาวบ้านได้ฟังเริ่มเขวไปทางพุฒ

ooooooo

ตอนที่ 2

ปุ๊กลุ๊กเป็นลูกสาวกำนันโกมล คลั่งไคล้แสนมานานพอเห็นเขาใกล้ชิดอันยาก็ปรี่จะเข้าตบ อันยาตกใจหลบหลังแสนกระตุกให้เขาบอกไปว่าตนไม่ใช่แฟน แสนกลับบอกว่า ถึงตนจะมีแฟนแล้ว แต่ตนก็ยังเป็นพี่ชายเป็นเพื่อนปุ๊กลุ๊กได้ ปุ๊กลุ๊กร้องกรี๊ด...

“ไม่จริง! ยอมรับแล้วเหรอว่าพาแฟนมาหยามหน้าปุ๊กลุ๊ก สันดานผู้ชายมันเป็นอย่างนี้ ได้แล้วก็ทิ้งขว้าง เห็นเราเป็นของเล่น”

“ถ้าปุ๊กลุ๊กเห็นว่าผมเป็นคนแบบนั้น งั้นคงเลิกเสียเวลากับผมได้สักที ไปกันเถอะคุณอัน”

ปุ๊กลุ๊กไม่ยอมด่าว่าอันยา นังหน้าวอก อันยาของขึ้น ด่ากลับ “หน็อย ยัยตัวดำ ยัยหน้าคล้ำ ยัยผิวหมอง” ว่าแล้วก็ดึงผ้าห่อข้าวเหนียวสะบัดพรึ่บ

ปุ๊กลุ๊กคว้ากระด้งจะฟาด แปลกใจถามอันยาทำอะไร อันยายื่นผ้าให้ “เอาไว้ซับน้ำตาที่เช็ดหัวเข่าไง...ถ้าริจะรักคนหลายใจอย่างด็อกเตอร์ ก็ต้องไม่แคร์ที่จะช้ำ ฉันเองมีผ้าเช็ดหน้าเป็นโหลๆ ไว้คอยซับน้ำตาให้กับกิ๊กแต่ละคนที่เวียนมาไม่ซ้ำหน้ากันของเขา”

ปุ๊กลุ๊กชะงักไม่เชื่อ อันยายืนยันว่าจริงแท้แน่นอน ปุ๊กลุ๊กลังเลงั้นเรื่องคุณหญิงเหมือนกับดาราสาวอิงค์กี้ก็เป็นความจริง อันยารับว่าใช่ แสนหน้าเหวอไปไม่ถูกเลย อันยาใส่ไฟว่า สองสาวเซเล็บนั่นตามตื๊อแสนไม่เลิกและยังมีสาวในสต๊อกอีกหลายคน ให้ตัดใจเสีย ปุ๊กลุ๊กฟูมฟายใจสลายร้องไห้วิ่งกระเซอะกระเซิงกลับไป แสนอึ้งหวั่นเกรงเธอจะเป็นอะไร

“คุณแสน! เมื่อครู่ฉันเกือบโดนทำร้ายร่างกาย คุณจะว่ายังไงฮะ” อันยาหน้าตาเอาเรื่อง

อันยาโวยที่เจอสาวๆ ของเขาถึงสามคนเข้าไปแล้ว ยังมีซุกอีกกี่คน แสนติงไม่มีใครกล้าถามแบบนี้ อันยาว่าตนไม่จำเป็นต้องเกรงใจและไม่แน่ใจว่าช่วยเจ้านายที่ทำเรื่องผิดหรือเปล่า แสนเอามือปิดปากเธอให้หยุดฟัง อันยาถึงกับใจเต้นรัว

“ฟังผมบ้าง หัวใจผมไม่ได้เต้นแรงกับทุกคน ผมต้องผูกมิตรกับปุ๊กลุ๊กเพราะเขาเป็นลูกสาวกำนันโกมล ผมหวังจะโน้มน้าวกำนันให้หันมาสนใจแนวทางเกษตรอินทรีย์ดูบ้างเท่านั้น”

พอดีมาลีมาบอกว่ารถมารับที่ด้านหน้าแล้ว แสนจึงชวนอันยากลับ สนุกพอแล้ว อันยาสะดุดหู มันสนุกตรงไหน แอบกวนนะด็อกเตอร์นี่

อันยานัดพบคิมหันต์ทั้งที่อยู่ในชุดชาวนา คิมหันต์ตะลึงคิดว่าลูกพี่ยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองเพราะแสน อันยาปรี๊ดแตก มันเป็นความจำเป็น คิมหันต์ฟังอันยาบ่นระบาย มาสะดุดคำพูดของแสนที่ว่า หัวใจเขาไม่ได้เต้นแรงกับทุกคน อันยาไม่สนใจและยืนยันว่าไม่ใช่ตนแน่

เหนื่อยกลับมาถึงคอนโด อันยาต้องมาเจอทวยเทพหงุดหงิดรออยู่ พอเขาเห็นสภาพเธอก็ยิ่งเข้าใจว่าเธอเปลี่ยน แปลงตัวเองเพราะคนอื่น และต่อว่าที่ไม่รับโทรศัพท์เขา อันยาอธิบายว่ามือถือตกโคลน และตอนนี้อยากขึ้นห้องอาบน้ำพักผ่อนมาก ทำให้ทวยเทพคลางแคลงใจ

วันต่อมา ทวยเทพนัดคิมหันต์มาซักถาม ต้องแก้ต่างและโกหกช่วยลูกพี่ไปเรื่อย ด้านอันยาไม่วายเจอสองเซเลบก่อกวนแต่เช้า ต่างเอากระเป๋าแบรนด์เนมมาเป็นของกำนัลแก่เธอ สองสาวใจตรงกันที่เลือกกระเป๋ายี่ห้อ แบบและสีเดียวกันมาให้ ทั้งคุณหญิงเหมือนและอิงค์กี้ถกเถียงด่าทอกันไปมา เพื่อจะให้อันยาเลือกว่าจะรับของใคร แสนมาถึงพอดีแอบฟัง

“ไม่ต้องข่มกันมากหรอกค่ะ ฉันเลือกแล้ว...ฉันขอ ไม่รับของจากคุณทั้งคู่”

สองเซเลบโวยว่าเงินเดือนที่ได้ยังไม่พอซื้อหูกระเป๋า รู้จักคิดให้ดีๆก่อน อันยาจ้องกลับ

“ของๆ พวกคุณจะราคาแค่ไหนก็ตาม หน้าที่การงานของฉันมันก็แพงและมีค่ากว่านั้นมากค่ะ...ถ้าคิดว่าจะเอาของพวกนี้มาล่อ ให้ฉันยอมจัดคิวด็อกเตอร์แสนให้หรือว่าให้คอยเป็นหูเป็นตาปัดแมลงหวี่แมลงวัน ซึ่งมันไม่ใช่หน้าที่ของเลขาอย่างฉันที่ต้องมาทำ ฉันก็คงรับของพวกคุณไว้ไม่ได้หรอกค่ะ ฉันไม่มีวันแลกแฟชั่นวูบวาบพวกนี้กับชื่อเสียง และเครดิตในการทำงานที่มั่นคงของตัวเองหรอก เชิญคุณสองคนเอาสินบนไปล่อคนที่เขาคิดอะไรตื้นๆ จะดีกว่า อ้อ ได้เวลางานแล้ว ขอตัวก่อนนะคะ”

แสนซึ่งแอบฟังอยู่ อมยิ้มชื่นชมในตัวอันยามาก อันยาเดินห่างออกมายิ้มเยาะคิดจะเอาของเสิ่นเจิ้นมาหลอก ไม่มีวันเสียล่ะ พลันโทรศัพท์ที่โต๊ะทำงานดังขึ้น เธอรับสายแล้วแปลกใจ เพราะแสนเชิญให้เธอไปพบที่ห้องกรรมการบริษัท

เพียงดาวพาอันยาเข้ามาในห้องบุรินทร์ แสนแนะนำ

นี่คืออันยาที่บอสอยากพบ เพียงดาวแขวะ ไม่ค่อยมีคน แต่งตัวไม่สุภาพเข้าพบบอส อันยาหน้าเสีย บุรินทร์รีบแก้ตัวให้

“ไม่สุภาพอะไรกัน ก็แค่แปลกใหม่หน่อยเท่านั้นเอง บริษัทเราไม่ตัดสินใครที่การแต่งตัวหรอกนะ” เพียงดาว เหวอไป “ผมได้ยินข่าวซุปเปอร์เลขาคนใหม่ของแสนที่รับมือคุณหญิงกับคุณอิงค์กี้ได้ เลยอยากเจอตัวจริงมาก”

“ท่านชมเกินไปแล้วค่ะ ฉันก็แค่ทำหน้าที่ของเลขา เคลียร์ทางสะดวก เอ่อ...อำนวยความสะดวกให้เจ้านาย น่ะค่ะ” อันยาประชดเล็กๆ

บุรินทร์ชอบใจไหวพริบของอันยา แสนถามบอสเรียกพวกเขามาด้วยเรื่องอะไร บุรินทร์เริ่มเรื่อง...ตั้งแต่แสนได้รับรางวัล มีรายการสดติดต่อให้ไปออกรายการหลายรายการมาก อันยาเดาออกว่าแสนปฏิเสธหมด บุรินทร์เซอร์ไพรส์ที่อันยารู้จริง

“ไม่ต้องตื่นเต้นมากก็ได้นะครับ บอส”

“ก็มันใช่เลย แสน ฉันรู้ว่านายอยากจะทำงานมากกว่าออกสื่อนะ แต่ว่า...”

แสนต่อคำพูดให้เองว่า “...แต่ว่ามันช่วยประชา– สัมพันธ์ให้บริษัทเราด้วย”

บุรินทร์หัวเราะที่แสนจำแม่น แต่แสนก็ยังไม่อยากเชื่อว่า รายการผู้หญิงอยากบอกที่ติดต่อมา อยากรู้เรื่องการทำงานจริงหรือเปล่า อันยารีบบอกว่า ตนดูรายการนี้ เขาเน้นเอาหนุ่มฮอตจากหลายวงการมาสัมภาษณ์ เจาะถามเรื่องส่วนตัวมากไปนิด แต่ไม่ถึงขั้นเสียหายอะไร ตนยังเคยเอาดาราที่เขาสัมภาษณ์คนหนึ่งมาเป็นแรง บันดาลใจให้ตั้งใจเรียนจนสอบได้ที่หนึ่งเลย

“ถึงแม้ว่าผู้ชมจะเลือกชมรายการเพราะอยากจิ้นแขกรับเชิญ โอ๊ะ! โทษทีค่ะ ปลื้มแขกรับเชิญ แต่ฉันก็เชื่อว่าหลายๆคนจะได้รับสาระดีๆกลับไป...เชื่อฉันเถอะค่ะ ต้องมีบางคนประทับใจแล้วก็อยากทำอะไรดีๆมากขึ้น เพราะได้เห็นสิ่งที่ด็อกเตอร์และบริษัทนี้ทำแน่ๆค่ะ”

บุรินทร์ยกนิ้วชมเชยอันยา แสนอึ้งเมื่อได้ยินแบบนี้ ทำให้คิดหนัก...กลับออกมาจากห้องบอส แสนเอาซีดีมายื่นให้อันยา

“คุณชนะ นี่ซีดีภาพการทำงานของผมและทีมงาน โปรเจกต์ข้าวอินทรีย์ที่หมู่บ้านนกกระเต็นเมื่อปีที่แล้ว ตามที่บอสสั่งว่าให้ส่งซีดีนี้ให้รายการเปิดระหว่างการให้สัมภาษณ์สด”

อันยาแอบดีใจ “ชนะอะไรกัน ฉันก็พูดเพราะหวังดีต่อคุณ ต่อบริษัทเท่านั้นแหละค่ะ”

แววตาอันยามองซีดีในมืออย่างมีเลศนัย...หลังจากนั้น เธอโทร.หาคิมหันต์ สั่งงานที่ทำให้เขาตกตะลึง “โหดไปรึเปล่าเจ๊! นี่มันทำลายเครดิตกันขั้นรุนแรงเลยนะ”

“แต่โอกาสมันมาแล้วนี่ ถ้าเราไม่คว้าเอาไว้ตอนนี้ แล้วต้องรอถึงเมื่อไหร่...แกทำได้น่ะฉันรู้ หนุ่มๆสมัยนี้มีสะสมเอาไว้อยู่แล้ว จริงป่ะล่ะ”

“แหม ก็มีบ้าง มันธรรมดาของผู้ชาย”

“งั้นก็รีบจัดการซะ ทางรายการผู้หญิงยิงอะไร พอรู้ว่าได้คิวด็อกเตอร์ก็รีบแทรกคิวถ่ายมาให้เลย ตอนบ่ายสองวันนี้”

คิมหันต์ตกใจเพราะนี่เกือบสิบเอ็ดโมงเข้าไปแล้ว อันยาให้เขารีบทำส่งมาไม่ต้องคิดมาก อันยาให้คิดเสียว่าแสนทำกรรมกับผู้หญิงไว้มาก กรรมเลยส่งตนมาตามสนองเขา คิมหันต์อึ้ง

ooooooo

เวลาผ่านไป อันยาร้อนรนเพราะคิมหันต์ยังเงียบอยู่ เมขลามาบอกอันยาว่าทีมงานรายการผู้หญิงอยากบอกมาแล้ว อันยาจึงขอร้องให้เมขลาไปรอรับของจากคิมหันต์หน้าบริษัท

คิมหันต์ขี่มอเตอร์ไซค์มาดเท่มาอย่างเร็วจอดข้างเมขลา ทำเอาเธอตกใจและไม่คิดจะขอโทษ กลับสอดส่ายสายตาหาอันยา เมขลาจึงเข้าไปถาม

“คุณใช่คนที่เอาของมาส่งให้อันโกะ เอ๊ย คุณอันยารึเปล่าคะ คุณอันยาต้องไปรับแขกให้ด็อกเตอร์แสน เลยฝากให้ฉันรับของจากคุณไปให้เขาน่ะค่ะ...ซองนั่นรึเปล่าคะ” เมขลาจะหยิบ

“ไม่ต้อง! ผมเอาไปให้เจ๊ เอ๊ย...คุณอันยาเอง”

เมขลาสะดุ้ง พูดอีกครั้งจะรับของไปให้ คิมหันต์เผลอตวาด จะเอาไปให้เอง เมขลาหน้าเสีย พาเขาไปพบอันยาข้างใน เมื่อทั้งสองพบกัน เมขลาก็ขอตัว คิมหันต์โวยอันยาทันที

“ทำไมเจ๊ให้คนอื่นมารับของแทน มันเสี่ยงแค่ไหนรู้ไหม ไม่ใช่เจ๊พังคนเดียวนะผมก็พัง”

“ก็แกอยากมาเลตทำไมล่ะ ไม่ต้องเครียดน่ะ ระดับฉันดูคนเป็น คุณเมเขาไม่มีอะไรหรอก ไม่มีทางเปิดดูของข้างในแน่ๆ”

อันยาทวงของ คิมหันต์ถามย้ำอีกครั้งว่าจะทำแน่หรือ อันยาว่าตนต้องการปิดจ๊อบไวๆ คิมหันต์จับมือเธอขอให้คิดดูอีกที อันยาไล่ให้เขากลับไปได้ และหยิบเงินค่า น้ำมันรถให้ เมขลาเข้ามาตาม เห็นภาพก็เข้าใจว่าอันยามีแฟนเด็กมาไถเงิน คิมหันต์ตั้งใจจะออกมาขอโทษเมขลาที่เสียงดังใส่ แต่ไม่พบเธอแล้วจึงกลับไป

อันยาเอาซีดีที่คิมหันต์ทำมาใหม่ ให้แก่สตาฟฟ์ที่ควบคุมเทคนิค บอกเขาว่าเปิดได้เลยตนเช็กแผ่นแล้ว พอเธอเดินมาเห็นทีมงานเซตโปรเจกเตอร์ใหญ่ยักษ์ก็ตะลึงเล็กน้อย เมขลากล่าว

“โปรเจกต์ปีที่แล้วเราทุกคนทำงานกันหนักมาก โดยเฉพาะด็อกเตอร์ ถ้าแพร่ภาพออกไปแล้วมีคนเห็นความตั้งใจของเรา ก็จะเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่นี่นะจ๊ะ”

อันยาฟังแล้วเสียววูบ เมขลายังชมเชยที่อันยาเชียร์แสนจนยอมออกรายการ อันยาชักรู้สึกผิด จึงมาถามแสนว่ามีอะไรให้ช่วยไหม แสนกลับบอกว่า

“ผมเห็นสคริปต์ของรายการทั้งหมดแล้ว ตอนแรกที่ผมไม่เห็นด้วยกับคุณ ผมขอโทษนะ จริงๆมันก็โอเค ผมสามารถสื่อสารแนวคิดการเกษตรแบบยั่งยืนของเรากับผู้ชมได้มากเลยล่ะ”

อันยาอึกอัก บอกว่าเป็นหน้าที่ของเลขาอยู่แล้ว แสนยังชมเรื่องเมื่อเช้าที่เธอพูดกับคุณหญิงเหมือนและ     อิงค์กี้ เขาแอบได้ยินและดีใจที่เธอมีความซื่อสัตย์ และเคารพตัวเอง ไม่บูชาเงิน หลงในวัตถุเหมือนคนสมัยนี้ อันยากลับรู้สึกเหมือนโดนด่า

“ชมเกินไปแล้วล่ะค่ะ” อันยาฝืนยิ้ม

“คุณสมควรได้รับคำชม เลขาคนก่อนที่เขาต้องรับมือกับเรื่องนี้ ผมก็ไม่โทษเขาหรอกนะ เขาก็แค่ไม่มีจุดยืนที่มั่นคงเหมือนกับคุณ”

อันยาคิดในใจ “ใช่ จุดยืนฉันที่ต้องดิสเครดิตคุณให้ได้ มันมั่นคงมาก”

“ตอนแรกผมจะไม่พูด แต่มาคิดๆดู คนดีควรได้รางวัลไม่ใช่เหรอครับ ใครทำดีเราก็ต้องชื่นชม ผมคิดไม่ผิดจริงๆที่ผมไว้ใจคุณ อันยา”

อันยามองแววตาแสนชื่นชมของแสนแล้วแทบจะล้มทั้งยืน...เมื่อได้เวลาถ่ายทอดสด อันยายืนอยู่ด้วยท่าทีหวาดๆ เมขลาเดินเข้ามาหา เห็นสีหน้าอันยาซีดมือก็เย็นเฉียบจึงถามว่าตื่นเต้นหรือ แสนมองถามด้วยความเป็นห่วงว่าไม่สบายหรือเปล่า ความอาทรของแสนยิ่งทำให้เธอยิ่งแย่ อันยาบอกทุกคนว่าตนไม่เป็นอะไร แล้วเหลียวมองบนโต๊ะที่วางซีดี สตาฟฟ์ เชิญแสนขึ้นเวที อันยาอึกอักๆก่อนจะอวยพรให้เขาโชคดี เพียงดาวแขวะ เป็นเอามากดูตื่นเต้นกว่าคนออกทีวีอีก

พิธีกร พี่หนูตุ่มกล่าวสวัสดีท่านผู้ชม แล้วแนะนำให้รู้จักแขกรับเชิญของรายการ คือ ดร.แสน เผื่อนนาดี เสียงปรบมือในห้องส่งดังขึ้น...อันยามองไปยังโต๊ะที่วางซีดีจิตใจเริ่มหวั่นไหว

ทางออฟฟิศไรท์เพอร์เซิล...อาโปรายงานเมรีว่า ใบลาของอันยาไม่ได้เขียนว่าลาไปไหนแต่มีลายเซ็นอนุมัติจากธกฤตเรียบร้อย เมรีแปลกใจ พลันเสียงพนักงานในบริษัทฮือฮา พวกหล่อนกำลังดูรายการสัมภาษณ์แสน ทางอินเตอร์เน็ต เมรีมาเอ็ดทำไมไม่ทำงาน พวกหล่อนย้อนว่า นี่เป็นเวลาพัก เมรีกับอาโปจึงยืนดูด้วยอย่างเสียไม่ได้

พี่หนูตุ่มสัมภาษณ์แสนถึงเรื่องส่วนตัว ทำให้สาวๆกิ๊วก๊าวกันใหญ่ เขาตอบเรียบๆว่า...ตอนนี้ตนทุ่มเทให้เรื่องงานมากที่สุด เรื่องหัวใจเอาไว้ก่อน พี่หนูตุ่มยังกระเซ้า พูดแบบนี้แสดงว่ามีใครบางคนในใจแล้ว แสนปรายตาไปทางอันยาก่อนจะตอบ

“เอาไว้ให้เวลาช่วยตอบคำถามนี้ดีกว่านะครับ เพราะเวลาย่อมจะเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ดีที่สุด ว่าใครจะมารักผู้ชายบ้างานอย่างผม”

“แหม จะถล่มตัวไปไหนคะ ไม่คาดคั้นก็ได้ค่ะ ขออีกคำถามนึง คนเก่งๆอย่างด็อกเตอร์มองความรักยังไงเหรอคะ”

“ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องนี้นะครับ ถ้าเป็นเรื่องเมล็ดพันธุ์ข้าวก็ว่าไปอย่าง แต่ผมเปรียบเทียบแบบนี้ก็แล้วกัน เวลาที่เราสนใจเมล็ดพันธุ์สักชนิดนึง แล้วเอาไปปลูกในแปลงทดลอง พอมันงอกขึ้นมาอย่างที่เราต้องการ เราก็จะเชื่อมั่นในคุณภาพของมัน แต่ความรักผมว่ามันเหมือนการเกษตรในพื้นที่จริง เราต้องรักและต้องเชื่อในเมล็ดพันธุ์นั้นซะก่อนแล้วมันถึงจะงอกงาม”

อันยาฟังคำของแสนแล้วรู้สึกบีบคั้นในใจ พี่หนูตุ่มเริ่มสัมภาษณ์เรื่องงาน เจ้าหน้าที่จะเปิดภาพการทำงานของแสนจากซีดีที่อันยาเอามาให้ ใจอันยาเต้นระส่ำ

สุดท้ายเธอก็วิ่งมาข้างเวทีร้องบอกให้หยุด...หยุดก่อน...ทุกคนตกใจ พี่หนูตุ่มไหวพริบดี ตัดเข้าโฆษณาทันที เสียงอันยาขอให้ฟังเธอก่อน แสนจึงบอกพี่หนูตุ่มว่าเธอเป็นเลขา คงมีเรื่องสำคัญบางอย่าง

พี่หนูตุ่มทำท่าปวดหัว “เร็วๆนะคะ เดี๋ยวจะต้องตัดเข้ารายการแล้ว”

แสนเข้ามาถามอันยาว่ามีอะไร เธอบอกว่าซีดีเปิดไม่ได้เด็ดขาด แสนไม่ค่อยเข้าใจแต่หันไปขอทางรายการให้เชื่ออันยา โปรดิวเซอร์ถามแล้วจะเสนอการทำงานอย่างไร อันยาเสนอให้เข้าไปถ่ายห้องทำงานของแสน ดูการทำงานที่แท้จริงของเขา ทุกคนโล่งอก รายการสดผ่านด้วยดี

ooooooo

ด้านเมรีหน้าเหวอเหมือนโดนผีหลอก เพราะเธอเห็นอันยาโผล่มาข้างจอทีวี และเสียงที่ดังขึ้น ก็จำได้ว่าเป็นเสียงของอันยา ทั้งเมรีและอาโปเริ่มสงสัยว่าอันยาแอบไปรับจ็อบที่อื่น

เสร็จจากงาน อันยาปั้นหน้าอธิบายให้แสนและทีมรายการฟังว่า ตนสังเกตเห็นว่าซีดีไม่ใช่แผ่นที่ตนเอามาให้ แสดงว่าอาจมีคนเอามาเปลี่ยน สตาฟฟ์เปิดดูแล้วตะลึง เพราะเป็นซีดีหนังเอ็กซ์ยกกำลังสองเลยทีเดียว พี่หนูตุ่มและโปรดิวเซอร์จึงขอบคุณอันยาที่ช่วยให้รายการ ไม่ถูกแบน กลายเป็นความดีความชอบของเธอไป

แต่พออยู่กันลำพัง แสนยังสงสัยว่าใครที่ไม่ประสงค์ดีมาเปลี่ยนซีดี อันยาสะดุ้ง แสนคิดว่าคนคนนั้นต้องอยู่ใกล้ๆ อันยาหน้าซีด แสนเข้าใจว่าเธอกลัว เพราะเป็นเลขาจะเดือดร้อนไปด้วย อันยาถือโอกาสยุให้เขาย้ายบริษัท แสนย้อนถาม

“ถ้าผมย้ายงาน แล้วคุณจะไปเป็นเลขาให้ผมที่บริษัทใหม่รึเปล่า”

อันยาอึกอัก แทนที่เข้าสู่เป้าหมายกลับโดนย้อนถาม จึงตอบว่าที่ใหม่อาจมีคนที่ปั้นมาแทนที่ตนได้ แสนชะงัก

“คุณ พูดเหมือนไม่ใช่เลขาธรรมดาๆ”

“อะไรกัน ฉันออกจะธรรมดา ไม่เห็นจะไม่เหมือนเลขาตรงไหน...นี่คุณระแวงฉันเหรอ”

“ใจเย็นคุณ ผมแค่สงสัยว่า คำพูดคุณดูล้ำๆเกินที่เลขาเขาพูดกัน แต่ไม่ได้สงสัยอะไรหรอก หน้าตาอย่างคุณเนี่ยนะ จะมาทำพิษอะไรใส่ผม”

อันยาคิดในใจก็หน้าตาอย่างตนนี่แหละ ที่เกือบทำคุณล่มจมดินไปแล้ว...แสนแทรกขึ้นว่า “คุณอาจจะแสบแต่อย่างคุณไม่ใช่คนร้ายแน่ๆ ผมแน่ใจว่าผมมองคนไม่ผิด”

อันยาเห็นแสนพูดอย่างเชื่อมั่น แล้วยิ่งอึดอัดใจ...

นัดคิมหันต์มาเจอที่ร้านกาแฟ อันยายอมรับว่าสิ่งที่เขาเตือนว่าซีดีนั่นมันจะทำลายแสนจนวิชั่นออฟฟิวเจอร์อาจไม่ต้องการตัวก็จริงตนจึงไม่ทำ แต่พอคิมหันต์บอกอีกเรื่องคือทวยเทพมาซักถาม และเมรีกับอาโปก็เห็นอันยาในรายการสดนั่น พวกนั้นสงสัยว่าเธอรับจ็อบบริษัทอื่น อันยาโวย

“คนอย่างอันโกะเนี่ยนะ จะเสี่ยงออกจากบริษัทหรูๆ เพื่อไปรับจ็อบเป็นพนักงานบริษัทบ้านนอก กินฟางแทนข้าวกันรึไง”

“พวกนั้นยังไม่รู้ก็ดีแล้ว แต่ฟันเฟิร์มได้เลยว่า สองคนนั่นไม่หยุดแค่นี้แน่ เตรียมรับมือให้ดีเถอะเจ๊”

อันยากลับมานั่งเปิดดูคลิปรายการครุ่นคิดที่ออฟฟิศเพียงพอดี แสนมาเห็นแกล้งแซวจะวิวให้ตนก็ไม่ว่าอะไร อันยาชะงักรีบบอกว่าตนไม่ใช่แก๊งแฟนคลับเขาจะได้ตามไลค์ตามทวิต

“นั่นแหละ...อยู่กับคุณ ผมถึงได้สบายใจ”

อันยาหน้าเจื่อน คิดในใจ อย่าเชื่อใจตนนักเลย แสนยิ้มขำๆ กระเซ้า “คุณนี่ตลกจัง แหย่อะไรก็ตกใจ เที่ยงกว่าแล้ว ออกไปกินข้าวกลางวันด้วยกันไหม ผมไปรอข้างนอกนะ คุณจะได้เก็บข้าวของสะดวกๆ”

“ด็อกเตอร์คะ...คือ...”

แสนหันกลับมามอง อันยาตัดสินใจหยั่งเชิงว่ามีพวกเฮดฮันเตอร์ติดต่อเข้ามา แสนอึ้ง

“ค่ะ ดูเหมือนเขาอยากติดต่อคุณให้ไปทำงานกับบริษัทเกษตรยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง ให้ข้อเสนอที่ค่อนข้างดีเลยล่ะ คุณสนใจจะลองฟังไหมล่ะคะ”

“ดีแล้วล่ะอันยา ที่คุณไม่ต่อสายเข้ามาให้ผม” แสนตัดบท

“ไม่สนเลยเหรอคะ”

แสนพยักหน้า บอกว่าพวกนั้นติดต่อมาหลายครั้งแล้ว คุยไปก็เท่านั้น อันยาถามไหนเมื่อวานเขาบอกว่าทำงานที่นี่บางทีก็มีอุปสรรค แสนตอบยิ้มๆ

“แต่มันก็เป็นอุปสรรคที่ผมได้รับมากกว่า ไปทำงานสบายขึ้น แต่ต้องทิ้งให้เกษตรกรลำบาก ผมทำไม่ได้หรอกและถึงพูดแบบนี้ออกไป พวกเฮดฮันเตอร์ก็ไม่เข้าใจประชดว่าผมกินอุดมการณ์บ้าง มองอะไรคับแคบอยู่แต่ในโลกของความฝันบ้าง พวกนั้นก็คิดแต่เรื่องผลประโยชน์”

อันยาสะอึกเหมือนโดนเหยียบหน้า “แต่ผลประโยชน์มันก็จำเป็นไม่ใช่เหรอ ไม่งั้นคนเราจะอยู่รอดได้ยังไง แล้วไม่ใช่เพราะผลประโยชน์เพราะเงินหรอกเหรอที่ทำให้โครงการเพื่อการเกษตรต่างๆ มันเกิดขึ้นได้”

“ใช่ เงินจำเป็น และมีประโยชน์มาก ถ้าเราใช้

มันเพื่อการพัฒนา ใช้ทำสิ่งดีๆ แต่ถ้าเอาไปถมซื้อความสุขความพอใจส่วนตัว สะสมแก่งแย่งแข่งดีกัน เงินก็เป็นเครื่องมือทำลายล้างที่ทรงพลังที่สุด สังคมมันถึงได้ทราม และตกต่ำอยู่ถึงทุกวันนี้...พอพูดเรื่องนี้ทีไร อันยา...คุณใจแข็งกับคุณหญิงเหมือนและอิงค์กี้ได้ หวังว่าคงไม่ใจอ่อนกับคนพวกนี้นะ”

อันยาเจ็บแปลบเข้าถึงขั้วหัวใจ เชิดหน้าสู้สายตาเขา “ฉันอาจจะใจอ่อนกับคนที่เขาทำมาหากินสุจริต พวกเฮดฮันเตอร์ไม่ได้ทำอะไรผิด แล้วพวกเขาก็ไม่ได้เป็นอย่างที่คุณพูดทั้งหมด”

“ถ้าคุณมีเพื่อนหรือคนรู้จักเป็นพวกนั้น ผมก็ขอโทษด้วยนะ แต่คุณอย่าใส่ใจเลย เพราะคุณไม่ได้เป็นแบบคนพวกนั้น”
อันยายิ่งเครียด ถ้าเขารู้ความจริงว่าตนเป็นใคร

จะทำอย่างไรดี

ooooooo

วันเดียวกัน ธกฤตได้รับเชิญจากเหนือเทพให้ไปพบที่ร้านอาหาร เพื่อถามถึงงานจะสำเร็จเมื่อไหร่ ธกฤตถึงกับกลืนไม่เข้าคายไม่ออก...กลับมาโทร.เรียกอันยามาเจอที่ร้านกาแฟในคืนนั้น

อันยาบอกว่ากำลังพยายามอยู่ กลับโดนเขาต่อว่ามันช้าเกินไป เธอโต้ “แต่บอสคะ มันไม่เหมือนงานเฮดฮันท์แบบที่เราเคยทำกันมา อีกนิดเดียวอันก็จะเหมือนพวกปาปารัซซี่ หรือว่าสปายที่คอยจับผิดและทำลายฝั่งตรงข้ามอยู่แล้ว”

ธกฤตตอกกลับว่าถ้าไม่ถนัดจะส่งเมรีไปแทน อันยาชะงัก “ไม่ได้นะคะ ไหนบอสบอกว่าจะให้เวลาอันสองเดือนไงคะ”

“อันยา วิชั่นออฟฟิวเจอร์ เป็นลูกค้ารายใหญ่ของเรา และไม่เคยมีครั้งไหนที่ผู้บริหารใหญ่ระดับคุณเหนือเทพ มาบรีฟงานเราด้วยตัวเอง เวลาหนึ่งอาทิตย์ที่เสียไป มันไม่เท่าไหร่หรอก แต่คุณก็ควรจะบอกผมได้ว่าเวลาที่เหลือ คุณมีแผนอะไร ที่จะทำให้ด็อกเตอร์แสนออกจากเพียงพอดี”

อันยาอึกอัก โพล่งออกไปว่า ขอเวลา 3 วันภายใน 3 วัน ตนรับรองจะมีความคืบหน้าให้...เมื่อคิมหันต์

รู้เรื่อง โวยอันยาเสนอแบบนั้นทำไม อันยาอ้างบอสจะเอาเมรีมาทำแทน คิมหันต์บอกว่า เมรีกับอาโปกำลังขอรถบริษัทไปปากช่อง คงจะตามหาเธอแน่ๆ แต่อ้างว่าไปทำงาน...

เช้าวันต่อมา เมรีกับอาโปมาถึงบริษัทเพียงพอดี เมรีเห็นระยะทางที่เดินทางมา และลักษณะบริษัทแล้วไม่เชื่อว่าอันยาจะอยากมาทำงานที่นี่

อันยาต้องขอร้องเมขลาให้ช่วยโกหกเมรีว่าบริษัทนี้ไม่มีพนักงานชื่ออันยา อ้างแฟนเมรีมาตามตื๊อตน โดยตนไม่สนใจสักนิดแต่เมรีไม่เชื่อมาคอยราวีทำร้างร่างกาย แถมถ่ายคลิปประจานอีกต่างหาก ถ้าเมขลาไม่ช่วยครั้งนี้ ตนต้องโดนทำร้ายและคงต้องย้ายที่ทำงานหนีอีกครั้ง...

เมขลาลังเลเพราะไม่เคยโกหก แต่เพราะสงสารอันยาที่เห็นแฟนมารีดไถเงินเมื่อวันอัดรายการ

“แล้วนี่แฟนเธอไม่ช่วยอะไรบ้างเลยเหรอ ทำไม เธอถึงต้องเจอแต่คนที่เอาเปรียบและร้ายกับเธออย่างนี้    นะอันโกะ”

อันยางงๆกับคำว่าแฟนแต่มัวกังวลเรื่องเมรีจึงไม่สนใจ...ผ่านไปไม่นาน เมรีกับอาโปก็เดินเข้ามาถามเมขลาซึ่งเป็นประชาสัมพันธ์ เมขลาปฏิเสธไม่มีพนักงานชื่ออันยา อาโปโพล่งขึ้น

“หรือว่าที่นี่ไม่ได้เรียกว่าอันยา แต่เรียกว่า...อันโก๊ะ...” สองสาวหัวเราะอย่างไม่เกรงใจ

“ที่นี่เราทุกคนมีการศึกษา ไม่เรียกใครอย่างไม่ให้เกียรติแบบนั้นหรอกค่ะ” เมขลาไม่พอใจและย้ำว่าไม่มีพนักงานชื่ออันยาแน่ๆ

“ถ้ามีการศึกษาก็แปลว่าไม่โง่ แสดงให้ฉันดูหน่อยว่าเธอมีสมอง” เมรีหยิบธนบัตรหนึ่งพันบาทมาวางให้อันยาซึ่งแอบดูอยู่ด้านหลังชักหวั่นใจว่าเมขลาจะเห็นแก่เงินไหม เมขลาหยิบธนบัตรขึ้นมาดูแล้ววางลง พร้อมกับบอกว่าเงินไม่สะอาด ที่นี่ไม่รับ เมรีกับอาโปเหมือนโดนหักหน้าจะเข้าไปถามด็อกเตอร์แสนเอง เมขลาขวางอ้างต้องนัดหมายก่อน อันยาร้อนรนจะทำอย่างไรดีถ้าเมรีบุกเข้ามา พลันเสียงแสนดังขึ้น “อันยา... นั่นคุณเหรอ”

อันยาสะดุ้งหันมามอง แสนถือกระเป๋าเอกสาร เพิ่งมาถึง อันยารีบดันเขาเข้าไปหลบในห้องเก็บของด้วยกัน เขาจะถาม เธอรีบเอามือปิดปากเขาไว้ แสนอึ้งมองหญิงสาวที่อยู่ชิดใกล้ ส่วนเมรีกับอาโปได้ยินเสียงแสนเรียกอันยาก็ชะงักรี่ออกมาดู สองสาวเดินหา สงสัยว่าต้องเข้าไปอยู่ในห้องเก็บของ จึงทุบประตูเรียก

“ด็อกเตอร์แสน คุณอยู่ในนั้นใช่ไหม ฉันมีธุระมาขอพบคุณค่ะ”

แสนดึงมืออันยาออกกระซิบถาม “ผมว่าแบบนี้มันแปลกๆนะ สองคนนั้นเป็นใคร ทำไมคุณต้องหลบเขาด้วย...ผมว่าการหนีมันไม่ใช่วิธีที่ดี แล้วเขาเรียกผมคงมีธุระอะไรกับผม”

แสนจะออกไป อันยารั้งเขาไว้แต่ไม่ทัน...เมรีกับอาโปกำลังจะงัดประตู เมขลามาห้ามพลันแสนผลักประตูมาโขกหัวอาโปเต็มๆ เมรีดีใจเมื่อแสนออกมา รีบมองเข้า ไปว่ามีใครอยู่ด้วย อันยาหลบตัวลีบเจียนจะขาดใจ แสนผลักประตูปิด เมรีรีบถามว่าเขาคุยกับใคร เขาว่าเธอคงหูฝาด เมรีไม่กล้าเซ้าซี้ แสนถามมีธุระอะไรกับตน

“ฉันมาตามหาคน คิดว่าด็อกเตอร์อาจจะรู้จัก เขาชื่อ...”

พลัน เสียงคุณหญิงเหมือนดังขึ้น “แสนคะ...ลืมนัดของเรารึยังคะ ที่ท่านอาของหญิงขอให้คุณไปบรรยายให้ที่คลาส วันนี้หญิงเอารายละเอียดหัวข้อบรรยายมาให้...”

ทุกคนหันมอง อันยาได้ยินโล่งอก....เมรีทักทายคุณหญิงเหมือน แสนถามทั้งสองรู้จักกันหรือ คุณหญิงรีบบอกว่าเป็นเพื่อน...ห่างๆของตน เมรีหน้าเจื่อน คุณหญิงชักหึงดึงเมรีออกมาข้างนอก ถามว่ามีธุระอะไรกับแสน สองสาวช่วยกันปฏิเสธว่าไม่ได้มาหาแสน แต่มาตามคน

“ไม่ต้องพูดแล้ว ถ้าเป็นธุระจริงๆก็แล้วไป ฉันเห็นมาเยอะพวกที่ชอบสรรหาวิธีมาตีสนิทผู้ชายของเพื่อน เพื่อจะแย่งแฟนเพื่อนไป ฉันหวังว่าเธอคงไม่ใช่คนแบบนั้นนะ”

“ไม่มีทางเลยค่ะคุณหญิง คุณหญิงช่วยแมรี่ทุกอย่าง เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของแมรี่ แมรี่ไม่มีทางแม้แต่จะคิดแย่งกับคุณหญิงสักนิดเดียว”...คุณหญิงเหมือนพยักหน้า เมรีถอนใจเฮือก

ooooooo

เมื่อแสนกับอันยาเข้ามาในห้องทำงาน แสนก็ตักเตือน ที่ตนไม่ให้เมรีค้นห้องเพราะกลัวว่าอันยาจะเสียหายที่อยู่ในห้องแบบนั้นสองต่อสองกับตน อันยาสวมรอยออกตัว

“ขอบคุณนะคะ ฉันไม่ทันคิด พอดีฉันรู้มาว่าผู้หญิงพวกนั้นเป็นเพื่อนของคุณหญิง ฉันไม่อยากให้พวกเขามาวุ่นวายกับคุณ ก็เลย...ต้องพาคุณไปแอบน่ะค่ะ”

“คงไม่ต้องถึงขนาดหลบๆซ่อนๆแบบนั้นหรอก ทีหลังผมจะปฏิเสธพวกเขาเอง...เอ่อ อันยา ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง คราวหลังคุณ...ไม่ควรจะทำแบบนั้นกับผู้ชายนะ”

“ทำแบบนั้นหมายถึง...” อันยางงๆ

“ก็ที่...คุณจูงมือผู้ชายเข้าไปในห้องเก็บของ แล้วเอามือปิดปากน่ะ ผมขอสั่งไม่ให้คุณทำแบบนั้นอีกมันไม่...เหมาะสม” แสนพูดอย่างยากลำบาก

“แต่นั่นมันสถานการณ์ฉุกเฉินนะคะ ฉันไม่มีทางเลือก หรือว่า...นี่คุณคิดอะไรกับฉัน บอกไว้ก่อน ฉัน...ฉันไม่ได้คิดอะไรเลยนะ ฉันแค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า คุณแสน... ตกลงเมื่อกี้นี้คุณ...คุณคิดอะไรกับฉันรึเปล่า!”

“เอาเป็นว่า ผมเตือนคุณด้วยความหวังดีก็แล้วกัน” พูดจบแสนเดินไป

อันยาหวั่นใจว่าแสนต้องคิดไม่ซื่อกับตนแน่ๆ...พอดี บุรินทร์เรียกแสนกับอันยาเข้าพบ เพื่อบอกว่าแสนต้องถ่ายซ่อมวีดิโอโครงการพันธุ์ข้าวอินทรีย์ที่หายไป เพราะเลขาคนเก่าไม่ได้ก๊อบปี้ไฟล์ไว้ ทางพีอาร์ต้องการภาพสถานที่จัดทำโครงการ ที่นา โรงหมักปุ๋ย สหกรณ์ไว้ทำประชาสัมพันธ์โครงการต่อๆไป แสนคิดว่าดีเหมือนกัน จะได้ใกล้ชิดคุยกับชาวนาเพื่อรู้ว่าเขาต้องการอะไร

ชาวบ้านคือกุญแจสำคัญของงานนี้ อันยาได้ฟังหูผึ่งมีแผนร้ายผุดขึ้นในหัว

คืนนั้น อันยามาพบคิมหันต์เพื่อค้นหาข้อมูลโครงการของแสนว่ามีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้าง เอามาเป็นจุดอ่อนให้ชาวบ้านล้มเลิกไม่ทำโครงการนี้ แสนก็จะถูกตำหนิจนต้องออกจากบริษัทเพียงพอดี แล้วไปซบอกวิชั่นออฟฟิวเจอร์ตามคาด

ooooooo

รุ่งเช้า อันยาแต่งตัวทะมัดทะแมงพร้อมลุยแต่สำหรับรองเท้ายังเป็นจิมมีชูว์อยู่เหมือนเดิม แสนเห็นแล้วอมยิ้ม อันยาหน้าตึงบอกว่า ถึงที่นั่นแล้วตนจะเปลี่ยน ขอเป็นตัวของตัวเองบ้าง

เมื่อรถมาถึงหมู่บ้านนกกระเต็น ทีมงานยกกล้องและข้าวของลงจากรถ แสนตรงไปคุยกับชาวบ้าน มีพุฒและแตงกวาคอยต้อนรับ อันยาเห็นแสนสนิทสนมกับชาวบ้าน ลุยเข้าไปดูน้ำหมักชีวภาพซึ่งมีกลิ่นเหม็น เข้าไปโรงปุ๋ยที่อันยาต้องทำหน้าเหย เธอรู้สึกว่าทำไมเขาต้องเป็นคนดีแบบนี้ด้วย...อันยาออกมานั่งที่ศาลา มองหาปุ๊กลุก เพราะจะอาศัยเธอเป็นตัวดำเนินแผน

ไม่ทันไร อันยาก็เห็นปุ๊กลุกลับๆล่อๆอยู่มุมหนึ่ง จึงเรียกให้ออกมา ปุ๊กลุกรีบออกตัวว่าไม่ได้มาแอบดูแสน แค่ผ่านมาเฉยๆ อันยาแกล้งเปรย ไม่คิดถึงด็อกเตอร์เลยหรือ

“นี่! ไม่ต้องมาตอกย้ำกันเลยนะ ไม่มีวันไหน เวลาไหน ลมหายใจเข้าออกครั้งไหนที่ไม่คิดถึง แต่เมื่อเราไม่มีสิทธิ์ก็ต้องบอกลา” ปุ๊กลุกทำท่าจะจากไปอย่างอาลัยอาวรณ์

“เฮ้อ...เสียทีที่พี่แสนเขาบ่นคิดถึงเธอ”

ปุ๊กลุกหูผึ่งหันขวับมาโวยไม่เชื่อ แถมตอกกลับว่า คนที่ดูเป็นคนเลวไม่น่าจะหวังดี อันยาสะอึกข่มความโกรธ พยายามพูดให้ปุ๊กลุกเชื่อว่าแสนคิดถึงเธอจริงๆ จึงอยากให้เธอช่วยงานเขาเพื่อเขาจะได้ซาบซึ้ง ปุ๊กลุกสนใจทันที เข้าทางอันยา เธอให้ปุ๊กลุกเล่นเกมถามตอบกับชาวบ้าน

ปุ๊กลุกยิ้มร่ามาชวนชาวบ้านเจ็ดแปดคนนั่งล้อมวง เล่นเกมถามตอบว่าข้อดีอยู่ไหนกันนะ...แล้วเธอก็เริ่มถามว่า ข้อไหนคือข้อดีของโครงการในครั้งนี้ ก.ใช้เวลาทดลองไม่กี่เดือน ข.ใช้เวลาทดลองเป็นปีๆ...ชาวบ้านตอบข้อ ก.ปุ๊กลุกเฉลยว่าผิด เพราะโครงการนี้ใช้เวลาเป็นปี

ข้อสอง ข้อใดคือข้อดีของโครงการนี้ ก.100 เปอร์เซ็นต์ที่ผลการทดลองจะสำเร็จ ข.ไม่เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ที่จะสำเร็จ...ชาวบ้านตอบข้อ ก.เธอเฉลยว่าข้อ ข.ชาวบ้านเริ่มระส่ำ ยิ่งข้อสามถ้าผลการทดลองผิดพลาด ใครต้องรับผิดชอบ ชาวบ้านตอบพร้อมกันว่า ทั้งชาวบ้านและแสน...ปุ๊กลุกยกนิ้วถูกเผง ชาวบ้านชักไม่พอใจ เฮโลมาถามแสนถึงคำถามทั้งสามข้อ

อันยาลุ้นฟังคำตอบ ในใจคิดว่าคราวนี้แผนต้องสำเร็จแน่ แสนตอบชาวบ้านว่า ทั้งสามข้อเป็นความจริง ชาวบ้านฮือฮาแบบนี้โครงการก็ไม่ดีจริง พุฒปรามให้ทุกคนใจเย็นๆ

“ไม่เป็นไรครับ เป็นสิทธิ์ของทุกคนที่จะตัดสินใจ แต่ผมขออธิบายอะไรหน่อยได้ไหมครับ โครงการนี้ใช้เวลานาน ก็เพราะว่าเราไม่ได้ใช้วิธีตัดต่อพันธุกรรมหรือจีเอ็มโอ ซึ่งจะไปตัดตอนธรรมชาติ อาจจะมีผลเสียต่อผู้บริโภคและระบบนิเวศในระยะยาว แต่ผมใช้เทคโนโลยีไบโอเทคที่เป็นธรรมชาติมากกว่า เลยต้องใช้เวลานานกว่า แต่พันธุ์ข้าวที่เราได้จะมีคุณภาพ และปลอดภัยกับปากท้องของคนไทยจริงๆ...ส่วนเรื่องอาจจะไม่ได้รับผลสำเร็จเพราะเป็นที่แรก ผมไม่เคยคิดจริงๆว่าพี่ป้าน้าอาเป็นหนูทดลอง ผมเลือกที่นี่ก่อนเพราะเห็นว่ามีความพร้อมมากกว่าที่อื่น ผมมองว่าเรากำลังช่วยกันพัฒนาพันธุ์ข้าว เพื่อขยายผลให้เกษตรกรในพื้นที่อื่นๆ เรากำลังช่วยกันเพื่อจะช่วยคนอื่นด้วย แต่ผมก็ผิด ที่ไม่ได้ชี้แจงจุดนี้ให้ชัดตั้งแต่แรก ต้องขอโทษทุกคนด้วยนะครับ ที่อาจจะต้องมารับผิดชอบกับผม”

พุฒรีบบอกว่าไม่ต้องขอโทษ เพราะตนและชาวบ้านรู้แต่แรกแล้ว ใครยอมรับไม่ได้ก็ไม่ต้องเข้าร่วม ทุกคนพร้อมใจจะทำต่อ พุฒจึงถามใครเอาข้อเสียมาแจกแจง ทุกคนหันไปมองปุ๊กลุก เธอเริ่มร้อนตัวส่ายหน้าปฏิเสธว่าไม่ได้ทำร้ายแสน อันยาต่างหากบอกให้ตนทำ อันยาหน้าซีดไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไร แสนกลับแก้ต่างให้แทนว่าอันยาทำถูกแล้ว

“คุณเป็นห่วงชาวบ้านใช่ไหม ไม่งั้นทำไมคุณถึงอยากจะบอกข้อเสียให้พวกเขารู้ล่ะ...อย่าโทษคุณอันยาเลยครับ เขาพยายามเอาข้อเสียของโครงการมาบอก นับว่าเป็นเรื่องที่ดี ทุกคนจะได้ไม่เข้าใจผิดว่าโครงการจะมีแต่ข้อดี แล้วเราจะได้ช่วยกันแก้ไขได้ เวลาที่มันมีปัญหา” แสนหันมาจับไหล่อันยา “ผมรู้ว่าคุณหวังดี แต่ทีหลังควรจะค่อยๆอธิบายให้พวกเขาฟัง ทุกคนจะได้ไม่แตกตื่นเข้าใจไหมครับ”

อันยาสบตารับคำอึ้งๆ ไม่คิดว่าเขาจะเชื่อใจตนขนาดนี้ ปุ๊กลุกเหวอเจ็บใจ...อันยารู้สึกผิดแต่ที่ต้องทำเพื่อความอยู่รอดของตัวเองในหน้าที่การงาน เธอครุ่นคิดหน้าเครียด แสนเห็นเข้าใจว่าเธอตากแดดจนไม่สบาย กุลีกุจอพามาพัก มาลีหายาสมุนไพรซึ่งขมปี๋มาให้ แตงกวาช่วยเอาสตรอว์เบอร์รี่มาให้กินแกล้มลดความขม อันยาเห็นสายตาอาทรของแสน จำต้องกินยาจนหมด

ooooooo

ตอนที่ 1

ไรท์เพอร์เซิ่ลคอมพานี บริษัทของธกฤต มีสโลแกนว่า “คนที่ใช่สำหรับคุณ คือภารกิจสำคัญของเรา” บริษัทนี้เป็นประเภท จ็อบฮันเตอร์ เขามีลูกน้องสองทีมที่เป็นหัวกะทิ คือทีมของอันยาและทีมของเมรี ซึ่งทั้งสองแข่งขันทำผลงานกันมาตลอด ทำให้บริษัทมีชื่อเสียง

อันยาหรือที่ใครๆเรียกว่า “อันโกะ” มีลูกน้องหล่อสไตล์เกาหลีชื่อคิมหันต์ แต่มักเรียกตัวเองว่า “คิมบอม” อันยาเป็นสาวล้ำแฟชั่น เธอจัดเต็มทุกสถานการณ์โดยเฉพาะรองเท้าจะแพงเว่อร์ จนคิมหันต์ส่ายหน้าเสียดายตังค์ แทน...ขนาดกำลังจะไปปิดจ็อบสำคัญ ยังไม่วายหาซื้อรองเท้าใหม่ เพราะเชื่อว่ารองเท้าดีจะนำโชค เธอเล็งไปที่ร้านจิมมีชูส์ พอดีพนักงานเอาแบบล่าสุดมาวางเธอตาโตคว้ามากอดเหมือนเจอของล้ำค่า แม้ราคาจะเหยียบหลายหมื่นเธอก็ไม่ยี่หระ

ในขณะที่ ดร.หนุ่มหล่อ แสน เผื่อนนาดี วิศวกรด้านตัดต่อพันธุกรรมพืช คิดค้นพันธุ์ข้าวใหม่ได้สำเร็จ ที่ทนน้ำท่วมได้ เพราะมันจะยืดตัวสูงขึ้นหนีน้ำ แถมทนต่อแมลงและยังอร่อยอีกต่างหาก เขาจัดแจงให้ชาวนาทดลองไปปลูก...พุฒเป็นหนึ่งในชาวนาที่เข้าร่วมโครงการ ไม่ยอมขายที่นาเหมือนชาวนาคนอื่นๆพยายามปลูกพันธุ์ข้าวตามที่แสนเสนอแนะ

ผลงานนี้ทำให้แสนได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ บุรินทร์เจ้าของบริษัทเพียงพอดี มองแสนแต่งสูทหล่ออย่างปลาบปลื้ม “ลูกน้องฉันเป็นด็อกเตอร์หรือว่าเป็นดาราเนี่ย แยกไม่ออกจริงๆ”

“ถ้าแยกไม่ออกก็จ้างดารามาทำงานแทนผมไหมล่ะครับ”

“แหม...จ้างดาราได้ความหล่ออย่างเดียว จ้างนายฉันได้ทั้งคนหล่อๆวิจัยเก่งๆแบบนี้ ฉันควรจะจ้างใครล่ะ”

แสนส่ายหน้าในความไม่ยอมลดราของบุรินทร์ พอดีพนักงานมาเชิญให้เขาเตรียมขึ้นเวที บุรินทร์รีบบอกว่าอย่าตื่นเต้น แสนย้อนว่า คนที่ตื่นเต้นไม่ใช่ตนแต่เป็นเขา บุรินทร์ชะงัก

“เหรอ สงสัยฉันตื่นเต้นแทนไง แสน...ฉันขอบใจนายมากนะ” บุรินทร์ยกนิ้วโป้งให้

เมื่อแสนขึ้นรับรางวัล ผู้คนปรบมือทั่วหอประชุม แสงแฟลชวูบวาบไม่หยุด แสนกล่าว

“ก่อนอื่นผมขอขอบคุณ คุณบุรินทร์ ประสิทธิ์-เกื้อกูล กรรมการบริหารบริษัทเพียงพอดี ที่ไฟเขียวให้ผมทำโครงการนี้โดยมุ่งเรื่องของผลกำไรเป็นรองเอื้อประโยชน์แก่เกษตรกรผู้เข้าร่วมโครงการของเราเป็นหลัก” แสนกล่าวขอบคุณทีมงานและกลุ่มเกษตรกร “สิ่งที่ผมบอกว่าต้องฟันฝ่า ที่จริงแล้วมันยังน้อยกว่าที่เกษตรกรทุกคนต้องเจอมาก ในโลกของวิทยาศาสตร์ เรามีห้องแล็บที่ควบคุมปัจจัยแวดล้อมต่างๆได้ แต่ในเรือกสวนไร่นา เกษตรกรต้องเผชิญกับความเสี่ยงของจริง ไม่ว่าจากภัยธรรมชาติ โรคภัยและแมลงศัตรูพืชยังไม่นับกลไกการตลาดที่ไม่รองรับผลผลิตที่ลงทุนไปมากมาย”

ทุกคนนิ่งเงียบฟังแสนกล่าวชื่นชมเกษตรกรที่ทุ่มเทยึดมั่นอาชีพเกษตรของพวกเขา ฉะนั้นเขาถือว่าเกษตรกรทุกคนเป็นเจ้าของรางวัลนี้ ตนจะใช้ความรู้ความสามารถตอบแทนชาติบ้านเมือง ผืนแผ่นดินและผู้ที่ปลูกข้าวให้พวกเรากิน...เสียงปรบมือดังกึกก้อง มีเพียง เหนือเทพ ตัวแทนของบริษัทเกษตรยักษ์ใหญ่ วิชั่นออฟฟิวเจอร์ ที่มองแสนเหยียดๆ ให้ผู้ช่วยเขาเข้าไปเชิญแสนที่เพิ่งลงจากเวทีมาพบ เหนือเทพยื่นข้อเสนอให้แสนไปร่วมงานแต่เขาปฏิเสธ

“ผมว่าผมพูดชัดแล้วนะครับ ผมต้องการทำงานที่เกษตรกรส่วนใหญ่ได้ประโยชน์ไม่ใช่งานที่เอื้อประโยชน์ให้กับคนแค่ไม่กี่คน”

“วิชั่นออฟฟิวเจอร์เป็นบริษัทจำหน่ายสินค้าเกษตรที่ใหญ่ติดอันดับ 1 ใน 3 ของประเทศนี้ ถ้าคุณทำงานกับเรา ก็จะมีเกษตรกรมากมายได้ประโยชน์”

“ได้ประโยชน์ที่ไม่ถึง 5% จากที่พวกคุณได้ สำหรับบางรายอาจจะติดลบเสียด้วยซ้ำเพราะราคารับซื้อสินค้าเกษตรไม่เท่ากับค่ายา ค่าปุ๋ยที่คุณขายให้พวกเขา”

“คุณเพิ่งทำงานได้ไม่กี่ปี อย่ารีบตัดสินอะไรเร็วไปนัก ถ้าไม่มีบริษัทใหญ่อย่างเรา กำลังการผลิตโดยรวมจะเข้มแข็งแบบนี้เหรอ”

“จริงครับ การจัดสรรผลผลิตสู่ท้องตลาดคงจะไม่ง่ายเท่านี้ แต่เกษตรกรก็คงจะมีอิสระและมีอำนาจต่อรองมากกว่านี้ ไม่ได้กลายเป็นแค่เบี้ยตัวเล็กๆ ที่โดนควบคุมได้ทุกฝีก้าว ถ้าคุณไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินของผมก็ดีครับ คุณจะได้มองหาคนอื่นที่เหมาะสมกับองค์กรของคุณมากกว่า ขอตัวนะครับ อ้อ...แล้วอันนี้นอกเรื่องนะครับ ผมไม่ชอบการซื้อตัวกัน”

แสนเดินไป เหนือเทพเข่นเขี้ยวจะต้องทำให้แสนคลานเข่ามาของานทำให้ได้...

สถานที่เดียวกัน ก่อนจะลงจากรถ อันยาหยิบรองเท้าที่เพิ่งซื้อมาใหม่ออกมา เหมือนทำพิธีขอความสำเร็จก่อนจะสวมใส่ คิมหันต์เร่งให้เธอเข้าไปเร็วๆ อันยาเดินสวนกับแสน ตรงไปยังผู้ชายท่าทางภูมิฐานที่ยืนหันหลังอยู่ เธอปรี่เข้าทักทาย

“สวัสดีค่ะด็อกเตอร์ ต้องขอโทษด้วยนะคะ เลทไปนิ๊ส” เห็นเผด็จทำหน้างง “ฉันอันยา รักษ์เรืองรอง จากไรท์เพอร์เซิ่ลที่นัดไว้ไงคะ”

เมรีเดินยิ้มกร่างถือกาแฟเข้ามายื่นให้เผด็จ อันยาถลึงตาใส่ รังสีเฮ้ากวงทั้งคู่เปล่งรัศมีออกมาปะทะกัน ทำให้เผด็จรู้ว่าทั้งสองเป็นคนละทีมกัน อันยาต่อว่าเมรีที่มาทำงานซ้ำซ้อน เมรีอ้างอาโปผู้ช่วยเป็นคนนัดหมายให้ แต่อันยารู้ดีว่าเมรีจะชิงตัวเผด็จไปให้อีกบริษัทหนึ่ง เผด็จจึงให้สองสาวยื่นข้อเสนอไว้ แล้วตนจะตัดสินใจ อันยายื่นแฟ้ม เขาเปิดดูเห็นตัวเลขเงินเดือนสองแสน แต่พอเปิดแฟ้มที่เมรียื่นเงินเดือนสองแสนห้า อันยารู้ว่าเสียทีเมรีแน่ จึงรีบชี้แจง

“ถึงเงินเดือนที่ทางวีว่าเสนอให้จะน้อยกว่าอาร์โก้ แต่เขาก็มีข้อเสนออื่นที่น่าสนใจด้วยค่ะ” อันยาขอถามถึงปัญหาที่เผด็จลาออกจากที่ทำงานเก่า

เมรีต่อว่าไม่มีมารยาท เผด็จตอบว่าไม่เป็นไร ที่เขาออกเพราะงานมันโหลดมากขึ้นจนตนและทีมงานเครียด อันยาจึงเสนอการทำงานรูปแบบใหม่ของทางวีว่า

“วีว่าไม่ต้องการเน้นปริมาณงานมาก แต่เน้นผลงานที่สร้างสรรค์จริงๆ เลยวางโปรแกรมการทำงานที่รีแลกซ์และเอื้อให้เกิดไอเดียบรรเจิดกับพนักงานมากที่สุด ที่นี่คุณสามารถเลือกเวลาเข้าออกงานได้เอง กำหนดวันหยุดเองได้ขอแค่เวลางานครบ และผู้บริหารสามารถทำงานทางไกล ประชุมผ่านวีดิโอคอลจากที่บ้าน หรือที่ไหนๆ ก็ได้ ถึงวีคละ 2 วันแน่ะค่ะ”

“ผมเคยได้ยินว่ามีระบบการทำงานแบบนี้ที่ต่างประเทศ แต่ในประเทศเราเห็นว่ายังน้อย”

อันยายังย้ำว่า ที่วีว่ามีโบนัสพิเศษสำหรับทีมงานที่ยอดเยี่ยม ซึ่งไม่ยากสำหรับเขา ท่าทางเผด็จจะชื่นชอบ อันยาขอนัดวันเข้าไปคุยกับวีว่า เมรีหน้าเสียเคสนี้หลุดมือแน่ พลันเห็นเข็มกลัดเนกไทของเผด็จมีตราประจำตระกูลสลักตัวย่อว่า น.ร.ม. เมรียิ้มกริ่มเกิดความคิดอะไรบางอย่าง

ooooooo

อันยายิ้มย่องเดินไปที่จอดรถกับคิมหันต์ กำลังจะส่งข่าวบอสธกฤต ระหว่างที่ง่วนพิมพ์ข้อความอยู่ รถแสนขับมาเบรกตรงหน้าเธอ ด้วยความตกใจอันยาร้องกรี๊ดทรุดลงกองกับพื้น แสนรีบลงจากรถมาดู เธอกำลังจะโวย พอเห็นหน้าเขาก็ตะลึงเกิดอ่อนแอขึ้นมาอัตโนมัติ

“เจ็บตรงไหนไหมครับ” แสนเข้าประคองอย่างห่วงใย

อันยาได้กลิ่นน้ำหอมถึงกับเคลิ้ม พึมพำว่าโคโลญ ใช่ไหม แสนถามอะไร อันยาตกใจ

“ตายแล้ว เมื่อกี้ฉันพูดอะไรออกไปเนี่ย”

“คุณครับ รองเท้าคุณน่ะ”

“จีวองชี่ รุ่นล่าสุด เพิ่งอิมพอร์ตเข้ามาเลยค่ะ”

“ผมไม่ได้ถามยี่ห้อครับ คือมันหัก”

“ห๊ะ! ลูก ลูกแม่!!”

แสนแปลกใจที่เรียกรองเท้าว่าลูก อันยาโวยชนเธอไม่ว่าแต่ทำเจ้าหญิงหัก ทำลายสิ่งที่งดงามได้ลงคอ ตนจะให้ตำรวจจับเขาเข้าคุก ฐานขับรถประมาท แสนโต้ว่า ถ้าเธอไม่ก้มหน้าก้มตาเดินเล่นโทรศัพท์ก็คงไม่เป็นอย่างงี้ อันยาโวยว่าเขาไม่รับผิดชอบยังมาโทษอีก

“คุณก็ไม่รับผิดชอบเหมือนกัน ก็ต้องดูรถด้วย ถึงรีบไปงานแฟนซีแค่ไหนก็เถอะ”

อันยาแปลกใจแฟนซีอะไร แสนมองเสื้อผ้าที่เธอใส่ เธอแว้ด “แฟนซีบ้าบออะไรล่ะ ทำไมเสื้อผ้าฉันมันผิดตรงไหน”

“ไม่ได้บอกว่าผิดที่เสื้อผ้า คือมันแปลกตา...มาก”

“นี่!นอกจากไม่รับผิดชอบแล้วยังตาไม่มีแวว มันเป็นสไตล์ของฉัน รู้ไว้ซะด้วย”

คิมหันต์วิ่งมาแทรกกลาง ช่วยประคองอันยา แสนตัดบทยอมจ่ายเงินสามพันบาทเป็นค่ารองเท้าที่หัก อันยาร้องลั่น “สามหมื่นยังซื้อไม่ได้เลย...จิมมีชูส์ ไม่ใช่รองเท้าธรรมดาๆมันคืองานศิลปะที่ออกแบบมารองรับเท้าอันเรียวงามของผู้หญิง”

“สามหมื่น! เตารีดเนี่ยนะ...จ่ายเงินหลักหมื่นซื้อของแบบนี้ ซื้อข้าวกินได้เป็นสิบปี”

อันยาจะร้องกรี๊ด แสนยื่นนามบัตร บอกเธอให้ส่งเลขบัญชีเข้าอินบอกซ์ แล้วตนจะโอนเงินให้ อันยายังไม่หายโกรธ “ฉันได้ยินนะ นายว่ารองเท้าฉันเป็นเตารีด โนเทสต์มาก แล้วยังเปรียบเทียบรองเท้าฉันกับ...ข้าว นายหาว่าฉันใช้เงินไม่คิด...จะบอกให้รู้ไว้นะ นี่รองเท้าของฉัน เงินของฉัน ฉันหามาเองไม่ได้ไปขอไปโกงใครเขามา เพราะฉะนั้นฉันมีสิทธิ์ใช้ยังไงก็ได้ ต่อให้รองเท้าฉันส้นทองคำฝังเพชร นายก็ไม่มีสิทธิ์มาว่า”

อันยาดึงนามบัตรมาฉีกทิ้งแล้วเดินเขย่งไป แสนมองตามงงๆ...คิมหันต์ปลอบอันยา เราปิดจ็อบใหญ่ได้ เสียรองเท้าแต่เราต้องภูมิใจ พรุ่งนี้บอสคงตบรางวัลแจ่มๆให้แน่ อันยารู้สึกดีขึ้น

ooooooo

สุขไม่ทันไร วันต่อมา อันยาเหมือนโดนใครเอาไม้ทุบหัว เมื่อเผด็จขอยกเลิกงาน เพราะเลือกบริษัทอาร์โก้ของเมรี อันยาจะมาโวยเมรี กลับได้ยินเธอคุยโทรศัพท์

“ขอบคุณมากนะคะคุณหญิงเหมือน แมรี่ไม่มีวันลืมน้ำใจของคุณหญิงในครั้งนี้เลย เอาเป็นว่าถ้ามีอะไรให้แมรี่ช่วย บอกได้เลยนะคะ บายค่ะ” เมรีวางสายยิ้มกริ่ม หันมาเจออันยา

อันยาโกรธที่เมรีใช้เส้นคุณหญิงเหมือน นิรมิต บังคับเผด็จให้เซ็นสัญญากับอาร์โก้ สองสาวเถียงกันจนถึงขั้นยื้อยุด อาโปจะเข้าช่วยแต่ถูกคิมหันต์ขวาง ธกฤตออกมาเอ็ดลั่นให้หยุด

เมรีตีหน้าเศร้าขอให้บอสเห็นใจว่าลูกค้าเลือกคอนเนคชั่นของตน ตนผิดตรงไหน

“แต่ที่ผมรู้มา คุณเผด็จเป็นเคสที่อันยาเขาดีลไว้ให้ไปเป็นหัวหน้าแผนกของบริษัทวีว่า ไม่ใช่เหรอ ทำไมคุณถึงไปทำซ้อนกับเขา”

เมรีหน้าเหวอ โบ้ยความผิดอาโปว่านัดเคสนี้ให้ อาโปเห็นสายตาพิฆาตของเมรีไม่กล้าหือต้องยอมรับผิดแทน คิมหันต์แขวะว่า เมรีเห็นเคสนี้เป็นชิ้นปลามัน อยากได้จนไม่สนว่าต้องข้ามหัวใครบ้าง เมรีเจ็บใจต่อว่าอันยาให้รู้จักอบรมลูกน้องบ้าง ถึงอย่างไรตนก็ระดับซุปเปอร์ไวเซอร์

ธกฤตหนักใจกับลูกน้องสำคัญทั้งสองคน เมรีรีบบอกว่า อาร์โก้เสนอค่าเปอร์เซ็นต์ให้สูงกว่าวีว่า แต่อันยาแย้งว่าเรารับปากวีว่าไว้ก่อนจะแก้ตัวกับเขาอย่างไร ธกฤต

รับปากจะเคลียร์ให้และสั่งลงโทษอาโป ตัดวันลาพักร้อนปีนี้ทั้งปี อาโปร้องไห้คร่ำครวญ อันยาไม่พอใจที่ธกฤตไม่ลงโทษเมรี เมรีรีบดึงอาโปออกไป อันยารับไม่ได้ที่จะอยู่ร่วมออฟฟิศกับคนอย่างเมรี

ธกฤตต้องเอาตำแหน่งหัวหน้าแผนกที่คนเก่าออกไปมาล่ออันยา แต่เพราะอายุงานของเมรีมากกว่า จะเป็นที่ครหาได้ “แต่ถ้าคุณไม่ขัดข้องที่จะพิสูจน์ตัวเอง ผมก็จะให้โอกาส ถ้าคุณทำงานงานนึงได้สำเร็จ ตำแหน่งหัวหน้าแผนกจะเป็นของคุณทันที”

อันยาหันมาสนใจ ธกฤตส่งแฟ้มให้ อันยารับมาอ่านโปร์ไฟล์ของเคสนี้แล้วไม่อยากเชื่อออกมาบ่นกับคิมหันต์ “คิมบอม ฉันสะกดผิดหรือเปล่า กลับจากเมกามาภาษาไทยฉันยังไม่เป๊ะ”

คิมหันต์ยืนยันว่าอ่านไม่ผิด เขาชื่อ “แสน  เผื่อนนาดี” จริงๆ ขนาดชื่อเอาต์หลุดเทรนด์ บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเกษตรยังล่าหัว อยากได้ตัวเขาให้วุ่น เพราะโปรไฟล์จบด้านพันธุกรรมพืชมาจากฮาวาร์ด เพิ่งได้รางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นปีนี้

“เอ๊ะ วันรับรางวัลมันวันที่เราสองคนนัดพบคุณเผด็จนี่ แหม...ถ้ารู้งี้นะ จะแอบไปดูหน้าไว้ก่อน”อันยานึกได้

คิมหันต์หยิบไอแพดมาเปิดเว็บไซต์บริษัทเพียงพอดี เพื่อดูรูปแสน เผอิญมีแต่ชื่อไม่ได้ลงรูปอยู่คนเดียว อันยาจึงสงสัยคงจะหน้าตาอัปลักษณ์จนไม่กล้าลงรูปในโปรไฟล์

ooooooo

แสนนั่งอ่านเอกสารอยู่ จามเสียงดัง เมขลาเข้ามาตกใจนึกว่าไม่สบาย แสนบอกว่าคงเพราะฝุ่นในห้อง เมขลามารายงานว่าฝ่ายไอทีได้ลงประกาศให้แล้ว เดี๋ยวคงมีคนติดต่อเข้ามา แสนทำหน้าอึดอัดใจ ที่ต้องเปลี่ยนเลขาใหม่อีก

ไม่นาน คิมหันต์เห็นข่าวรับสมัครเลขาจึงรีบยุอันยาให้ไปสมัครจะได้ใกล้ชิดแสน...อันยาคิดแผนการบางอย่างได้ มาปรึกษาธกฤต ขอให้เขาหาคนอื่นเสนอวิชั่นออฟฟิวเจอร์แทนแสน

“อันยา คุณก็รู้นี่ ถ้าลูกค้าเจาะจงตัวบุคคลมา แปลว่าเขาต้องการตัวด็อกเตอร์แสน”

“ค่ะอันทราบ แต่ว่า โอเค อันสารภาพตามตรงหลังจากดูข้อมูลของเขาแล้ว สัญชาตญาณอันบอกว่า นายด็อกเตอร์แสนคนนี้ คุยกับเขาไปก็เสียเวลาเปล่า นายนี่เป็นคนหัวแข็ง เชื่อมั่นในตัวเอง กล่อมให้ตายก็ไม่มีทางจะเปลี่ยนใจ” เห็นสีหน้าธกฤต “นี่บอสโกรธอันรึเปล่าคะ”

“คุณพูดถูกเป๊ะทุกอย่าง...ทางวิชั่นออฟฟิวเจอร์เองก็พยายามกล่อมเขามาตั้งหลายครั้งแล้ว เสนอเงินหลักล้านให้ด้วย ยังปฏิเสธหน้าตาเฉย”

“อันถึงได้บอกไงคะ ว่าหาคนที่เขาเต็มใจทำงานดีกว่า พวกแอนตี้เศรษฐี ประกาศตัวจะกินอุดมการณ์แบบเนี้ยะ ให้ตายก็ไม่มีทางเปลี่ยนใจเขาได้ นอกซะจาก...”

ธกฤตตั้งใจฟัง อันยาบอกวิธีที่จะเกลี้ยกล่อมแสนให้มาทำงาน...พออันยาเล่าให้คิมหันต์ฟัง เขาเกรงเป็นการหลอกลวงเกินไป แต่พออันยาถามว่าอยากให้เมรีได้ตำแหน่งหัวหน้าแผนกหรือ คิมหันต์ส่ายหน้า จับมืออันยาเห็นด้วยทันที

สองวันต่อมา อันยาหน้าบอกบุญไม่รับ เพราะต้องแต่งชุดที่คิมหันต์หามาให้ ด้วยเหตุผลที่ว่า จะเป็นเลขาบริษัทเพียงพอดี ซึ่งเน้นความพอเพียง จะแต่งล้ำแฟชั่นแบบของเธอไม่ได้ต้องเชยๆ แบบนี้ แต่ถึงอย่างไร อันยาขอใส่รองเท้าจิมมีชูส์ เพราะเชื่อว่าจะทำให้ประสบความสำเร็จ

อันยามาพบเมขลาตามนัด เมขลามองความสวยของอันยาอย่างเสียดายที่เชยไปหน่อย แล้วบอกให้เธอขึ้นไปรอสัมภาษณ์ที่ห้องของแสน ชั้น 5 ห้องริมสุด อันยาถามหาลิฟต์

“ที่นี่ไม่มีลิฟต์หรอกค่ะ บันไดอยู่ทางโน้น พอดีบริษัทเราเน้นเรื่องการประหยัดพลังงาน”

อันยาเหวอ น่าจะเชื่อคิมหันต์ไม่ใส่จิมมีชูส์...ขณะเดียวกัน แสนด็อกเตอร์หนุ่มขี่จักรยานมาทำงานอย่างอารมณ์ดี เขาถือกระเป๋าเอกสารเข้าบริษัท อันยาลากสังขารขึ้นบันไดอย่างทรมานเผอิญเห็นรองเท้าเลอะก็ตกใจ รีบค้นหาทิชชูในกระเป๋ามาเช็ด เสร็จแล้วมองหาถังขยะไม่มี จึงทิ้งทิชชูลงพื้น แสนเดินตามมาเห็น เขาเก็บทิชชูตาม

เธอมาทันกันหน้าห้องทำงาน เขาแปลกใจเมื่อเห็นอันยาในลุคนี้ เขาอุทาน...คุณนายจีวองชี่! แล้วยื่นทิชชูให้บอกว่า เธอลืมของ “ไม่ใช่ของฉัน นาย!”

แสนจับทิชชูยัดใส่มืออันยาและให้ทิ้งลงถังขยะ อันยาโวยหาว่าหลอกจับมือ

“ไปกันใหญ่แล้ว ผมแค่สอนคุณให้รู้จักเคารพสถานที่เท่านั้นเอง”

“โอ๊ย อุตส่าห์มาตั้งไกล ยังมาเจอพวกโรคจิต นี่ไปให้ห่างๆ ฉันเลยนะ”

“คงทำไม่ได้ เพราะที่นี่ที่ทำงานผม ถ้าจะมีคนไปก็คงจะต้องเป็น...” แสนมองอันยา

“นาย! พอที ไอ้เรื่องสัมภาษณ์บ้าๆนี่ ถ้านายทำงานที่นี่ เราคงอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้”

พอดีเมขลาเดินมาดูและแนะนำให้อันยารู้จักด็อกเตอร์แสน อันยาตะลึงถึงกับเซ...เมื่อแสนรู้ว่าอันยามาสมัครเป็นเลขา จึงลองสัมภาษณ์ อันยารีบบอกเขาว่าที่เห็นตนคราวก่อน ไม่ใช่ปกติ วันนี้คือตัวตนจริงๆชอบความเรียบง่าย ชอบหนังสือพวกวิทยาศาสตร์ แสนมองรองเท้าเธอ

“คือฉันอธิบายได้ ที่ฉันใส่รองเท้าแพงไม่ได้หมายความว่าฉันเป็นพวกใช้จ่ายเกินตัว ไม่รู้จักประหยัดทรัพยากรหรือว่าไม่เห็นใจคนจน พอดีฉันได้รองเท้ามาฟรีๆคือมีคนให้ฉันมา”

“คุณไม่ต้องอธิบายอะไรอีกแล้ว...”

“ไม่ต้องอธิบาย! นี่คุณ ฉันขับรถมาร้อยกว่ากิโลจากกรุงเทพฯเพื่อมาสมัครงานที่บริษัทนี้ซึ่งอยู่ถึงปากช่อง แล้วคุณจะไม่ฟังฉัน ไม่คุยกับฉัน ประวัติงานก็ยังไม่เปิดดูเลยด้วยซ้ำ”

“มันไม่จำเป็น เราคุยกันไปเยอะแล้ว และผมก็ได้ในสิ่งที่ผมต้องการแล้วด้วย”

อันยาโกรธที่ได้คนแล้วยังสัมภาษณ์ให้เสียเวลาอีกกระแทกเท้าจะเดินออก แสนพูดไล่หลัง พรุ่งนี้เริ่มงานแปดโมงครึ่ง...อันยาชะงัก หันขวับมามอง แสนถามมีปัญหาอะไร อันยางงนี่รับตนแล้วหรือ

“แล้วผมจะบอกเวลางานคุณทำไม ถ้าผมไม่รับคุณ ที่บอกให้คุณไม่ต้องอธิบาย เพราะว่าผมไม่ได้มีปัญหาอะไรกับรองเท้าคุณ อีกอย่างนะ ถึงบริษัทนี้จะอยู่ต่างจังหวัด แต่ก็ไม่ได้บังคับให้พนักงานต้องทำตัวเชยๆหรอกนะ...กลับไปเป็นตัวคุณเองเถอะ ยัวร์สไตล์น่ะ”

อันยาหน้าชาเดินอึ้งออกไป แสนยิ้มขำๆ ไม่ทันไรเธอเปิดประตูกลับเข้ามาถาม แล้วที่เขาพูดว่าได้สิ่งที่ต้องการแล้ว...

“ผมได้แล้ว ผมเห็นทั้งตอนที่ผมเจอคุณครั้งแรกและที่หน้าห้องเมื่อกี้นี้ คุณสมบัตินี้แหละที่ทำให้ผมตกลงรับคุณเข้าทำงาน”...อันยาเอ่ยถามคุณสมบัติอะไร

พอรู้คำตอบถึงกับหน้าชากลับมาเล่าให้คิมหันต์ฟัง เขาหัวเราะก๊าก “ด็อกเตอร์รับเจ๊เพราะว่าปากร้ายและสู้คนเนี่ยนะ ฮ่าๆๆสุโค่ยอ่ะ...แน่ใจนะเจ๊ ว่าเขาให้ไปเป็นเลขา ไม่ใช่ไปทวงหนี้”

อันยาโวยไม่เชื่อเหตุผลของแสน เพราะรู้สึกว่ายังมีอะไรนอกเหนือจากนั้น ที่แสนบอกว่าวันหลังจะบอก...

อันยาสงสัยว่าแสนเป็นพวกมือไว ฉวยโอกาส แต่ถึงอย่างไรก็ต้องเสี่ยง

“ปากเสียและอวดดีแบบเนี้ยะ แม้แต่ส้นรองเท้าฉันก็อย่าหวังจะมาแตะ...ด็อกเตอร์แสน ฉันจะป่วนจนนายต้องโดนไล่ออก เซไปซบอกวิชั่นออฟฟิวเจอร์เลย คอยดู” อันยามุ่งมั่น

ปัญหาหนักของอันยาอีกเรื่องคือ ทวยเทพ แฟนหนุ่มขี้หึงที่เธอเองชักไม่แน่ใจว่าควรเอาเป็นแฟน พอเขารู้ว่าเธอต้องไปทำงานต่างจังหวัด ก็จะให้ลาออกมาเป็นภรรยาเลี้ยงลูก เพราะแม่ของเขาอยากมีหลานเต็มแก่

แต่อันยายังไม่พร้อมและไม่คิดจะไปพบเจอครอบครัวเขาด้วยซ้ำ เธอถามเขาว่าคิดถึงขนาดสร้างครอบครัวน่ะ รู้จักเธอดี รู้รสนิยมเธอแล้วหรือ

“ก็...ก็รู้ว่ามัน เอ่อ...บางอย่างไม่ต้องพูดจะดีกว่า” อันยาให้ตอบมา “โธ่ อันนี่ คุณน่ะสวยจะตาย แต่เสื้อผ้าคุณนี่สิ มันทำให้คุณดูพิลึก คือผมไม่รู้จะใช้คำไหน...” ทวยเทพพรั่งพรูติติง

อันยานิ่งไม่พูดอะไร ลุกขึ้นคว้ากระเป๋ากลับ ทวยเทพวิ่งตามขอโทษ ทุกอย่างเขาทนได้ขอเพียงเวลาเจอแม่เขาให้แต่งตัวเรียบร้อยเท่านั้น อันยามีงานสำคัญต้องทำไม่อยากคิดเรื่องนี้

“ฉันบอกคุณแล้วว่า ฉันยังไม่ใช่คู่หมั้นหรือแม้แต่แฟนคุณ เราสองคนเป็นเพื่อนที่กำลังศึกษาเรียนรู้กันอยู่เท่านั้น”

“สำหรับผม คุณสอบผ่านตั้งแต่วินาทีแรกที่ผมเห็นคุณแล้ว อันนี่ เชื่อผมไม่ต้องไปต่างจังหวัด ไม่ต้องพยายามเอาใจบอสของคุณหรอก คุณอยากได้อะไร ผมจะตามใจคุณทุกอย่าง”

“ฝันของฉันคือฉันต้องได้เป็นหัวหน้าแผนก ฉันจะไม่แพ้ให้ยัยเมรีนั่นเด็ดขาด ขอตัวนะคะ พรุ่งนี้ต้องไปทำงานแต่เช้า” อันยาโบกแท็กซี่ขึ้นไปทันที ทวยเทพเข้าใจว่ากำลังถูกสลัดทิ้ง

ooooooo

วันรุ่งขึ้น พนักงานของเพียงพอดีต่างวิพากษ์วิจารณ์กันใหญ่ ว่าเลขาคนใหม่ของแสนคงอยู่ได้ไม่นานอีกตามเคย แม้แต่เพียงดาวเลขาของบุรินทร์ ยังร่วมเม้าท์ด้วยถึงการแต่งตัวเชยๆของเจ้าหล่อน ถ้าแต่งขนาดตนก็ยังพอมีรสนิยมอยู่บ้าง ไม่ทันไร ทุกคนก็ตะลึง  เมขลาอุทาน

“คุณ...คุณอันยา!”

อันยารีบขอโทษที่มาสายไปนิด เมขลาแปลกใจที่อันยาไม่เหมือนเมื่อวานเอาเสียเลย

“ค่ะ เมื่อวานนี้ฉันหลงผิดไปที่ใส่ชุดเอาต์แตกแบบนั้น”

“คล้ายๆแบบนี้เหรอครับ...อุ่ย...” เอกชัยชี้ไปที่เพียงดาว

เมขลาแนะนำให้อันยารู้จักเพียงดาวเลขาบุรินทร์กับเอกชัยฝ่ายแอดมิน เอกชัยทึ่งมากที่แสนรับเลขาลักษณะนี้ นี่แหละถึงจะสมน้ำสมเนื้อ อันยางงหมายความว่าอย่างไร พลัน ม.ร.ว.เหมือน นิรมิต เดินเฉิดฉายเข้ามาด้วยมาดไฮโซลูกหลานผู้ดีเก่า อันยาเห็นรีบหันหลังให้เพราะจำได้ว่าเป็นเซเล็บคนดัง เพื่อนของเมรี จะเดินหนี ได้ยินเสียงเธอถามเมขลาว่าเลขาคนใหม่ของแสนหน้าตาเป็นอย่างไร สวยไหม ทุกคนปรายตาไปทางอันยา คุณหญิงเหมือนเห็นการแต่งตัวสุโค่ยแล้วพูดกระทบ

“หญิงเตือนแสนแล้วว่าอย่าเลือกคนสวย พวกเลขาสวยๆน่ะมักจะมีสมองแค่นิดเดียว”

อันยาจี๊ดขึ้นมาทันที กำหมัดแน่น นึกได้ว่าคุณหญิงไม่เคยเห็นตนนี่นา จึงหันกลับเดินเชิดเข้าหา คุณหญิงเหมือนถามมีธุระอะไร อันยาแนะนำตัวเองและว่ามาให้เห็นใกล้ๆ ว่าอย่างตนมีสมองแค่นิดเดียวหรือเปล่า

“ฉันไม่ได้ว่าเธอ ฉันว่าพวกเลขาสวยๆ แสนนึกยังไงถึงได้รับคนแบบนี้ แต่ก็ดีถ้าเป็นแม่นี่ ต่อให้ต้องอยู่ดึกช่วยงานแสนทั้งคืน ก็ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์”

“ขอโทษนะคะ กรุณาเรียกฉันให้ถูกต้อง เรียกคุณอันยา ไม่ใช่แม่นี่”

“เธอนี่...ไม่สวยแล้วยังไม่รู้จักประมาณตัวเองอีกนะ ยัยเลขาหน้าใหม่”

อันยาย้อนว่าหน้าใหม่ยังดีกว่าหน้าเก่า คุณหญิงเหมือนปรี๊ดเรียกอันยาว่า นังอัลไซเมอร์ไม่รู้หรือว่าตนเป็นใคร อันยาย้อนกลับ ตัวเองยังไม่รู้จักตัวเอง ต้องเที่ยวถามคนอื่น ตนว่าเธอนั่นแหละอัลไซเมอร์ คุณหญิงเหมือนร้องกรี๊ด จะฟ้องแสนให้ไล่ออกประกาศศักดาเป็นแฟนแสน

“ต๊าย! กล้าพูดมากๆนะคะ ว่าเป็นเจ้าของด็อกเตอร์” เสียงอิงค์กี้แผดเข้ามา

อิงค์กี้เป็นดาราสาวหน้าใส เข้ามาวีนว่าตนต่างหากที่เป็นแฟนแสน สองคนจึงต่อล้อต่อเถียงกันใหญ่ เพียงดาวบอกให้อันยาห้ามสองสาวเพราะเป็นหน้าที่ของเลขา อันยาสบตาเมขลาเธอพยักหน้า อันยาคิดจะทำอย่างไรดี แล้วนึกขึ้นได้พึมพำพร้อมหยิบมือถือออกมาถ่าย

“นายด็อกเตอร์ เสร็จแน่ เจอคลิปฉาวไฮโซสาวกับนางเอกดาวรุ่ง ตบกันนัวแย่งด็อกเตอร์หนุ่มไฟแรงปิดจ็อบไว ใสๆเลยงานนี้”

สองสาวเห็นอันยาส่องหามุมถ่ายคลิปก็ตกใจผละออกจากกัน ล้วงแว่นดำมาสวมต่างคนต่างกลับกันไปทุกคนอึ้งที่สงครามสองสาวจบเร็ว เอกชัยร้องขึ้น

“สุดยอด...ซุปเปอร์วูแมนเลยนะเนี่ย หนึ่งนาทีสามวินาที ทำลายสถิติเลขาทุกคนเรียบ”

แสนเดินเข้ามาถามทำไมอิงค์กี้กับคุณหญิงเหมือนถึงกลับไป...พอแสนเห็นคลิปที่อันยาถ่าย ยังไม่ทันเห็นหน้าสองเซเล็บจึงไม่ว่าอะไร อันยาหวั่นเกรงแสนโกรธ กำลังจะแก้ตัว

แต่แสนโพล่งขึ้น “คุณแน่มาก ผมคิดไม่ผิดเลยที่เลือกคุณ คุณทำงานนี้ได้จริงๆ”

“หือ...ตกลงว่านี่คุณชมฉัน แต่...แต่ว่าฉันทำให้แฟนๆ คุณโกรธ”

แสนสวนว่าสองคนไม่ใช่แฟนตน ตนหาเลขาที่จะช่วยกันพวกเธอออกไปนานแล้วเพราะเกรงใจคนในบริษัทจะรำคาญ เขาขอบใจยกใหญ่ อันยายิ่งงงไหงเป็นแบบนี้ไปได้

หลังจากนั้น อันยาก็มาฟังเมขลาเล่าถึงเลขาคนก่อนๆ

ที่ออกไปแล้วถึง 12 คน เพราะไม่อาจทนเซเล็บสองสาวนี้ได้ ต่างก็โดนพวกเธอเล่นงานต่างๆนานาจนลาออกกันไป

“ด็อกเตอร์พยายามไม่ให้พวกนั้นมาวุ่นวายแล้ว แต่ว่า...ก็อย่างที่เห็น พวกเธอคงคิดว่า ตื๊อเท่านั้นที่จะครองโลก เลยยังมาหาด็อกเตอร์ได้ทู้กวัน แต่เธอ! เธอไม่เหมือนคนอื่นๆ แค่วันแรกก็จัดการสองคนนั้นได้ เธอต้องอยู่ที่นี่ได้นานแน่ๆเลยจ้ะ อันยา”

“แล้วตกลงใครอยู่ตำแหน่งไหนล่ะ แบบว่าใครบ้านใหญ่ ใครบ้านเล็ก ใครเป็นแฟน ใครเป็นกิ๊ก” อันยาเซ็งไม่ปลื้ม เพราะไม่ได้ตั้งใจ

เมขลาปรามอย่าพูดให้แสนได้ยิน เพราะเขาคบสองคนนั้นในฐานะคนรู้จักเท่านั้น และยังชื่นชมที่แสนได้คนเก่งอย่างอันยามาร่วมงาน อันยาแอบบ่นสงสารเมขลาที่ถูกแสนล้างสมอง

ooooooo

ด้านเมรีแปลกใจเมื่อรู้ว่าอันยาลาพักร้อนสองเดือน เพราะเป็นไปไม่ได้ที่อันยาจะไปเที่ยวในขณะที่บอสกำลังเฟ้นหาหัวหน้าแผนกคนใหม่ จึงเข้ามาถามธกฤตเขากลับบอกว่าอันยาใช้สิทธิ์วันลาที่เหลือ ตนก็ต้องอนุมัติ เมรีไม่อยากเชื่อจึงให้อาโปไปสืบที่ฝ่ายบุคคล

วันต่อมา แสนบอกอันยาให้ออกไปข้างนอกด้วยกัน อันยาเริ่มไม่ไว้ใจ ยิ่งพอเห็นเขาถอดสูทกับไทด์ออกก็ตาลีตาลานจะออกจากห้องจนแสนแปลกใจ อันยาอ้างขออยู่ที่ออฟฟิศศึกษาตารางงานของเขา แต่แสนกลับบอกว่าเธอเป็นเลขา หน้าที่คือไปช่วยงานตนทุกที่ ควรทำตัวให้ชินกับการต้องออกไปข้างนอกกับตน เพราะมันจะบ่อยมาก...แสนเดินเข้าหา เธอถอยกรูด

“คุณ! จะทำอะไร”

“ก็ออกไปไง คุณยืนขวางประตูอยู่ ผมให้เวลาคุณเตรียมตัว 5 นาที ผมจะรออยู่ที่รถตู้หน้าบริษัทนะ” แสนเดินไป อันยามองตามเลิ่กลั่ก ไม่ค่อยไว้ใจ

พอตามมาขึ้นรถตู้ อันยานั่งห่างชิดประตู กอดกระเป๋าแน่น กะว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากลจะโดดหนีแสนแปลกใจกับท่าทีของเธอ อันยามองข้างทางตลอดเวลาเห็นโรงแรมม่านรูดข้างหน้า ก็ภาวนาให้ผ่านไป แต่เผอิญคนขับรถจอดหน้าโรงแรมแล้วก้มเก็บของที่ทำหล่น อันยาถามแสนจอดทำไม เขาส่ายหน้าไม่รู้ อันยาทนไม่ไหว

“ถ้าคุณไม่รู้ ฉันก็ไม่รู้จะไปทำไมเหมือนกัน” ว่าแล้วก็จะเปิดประตูรถ

แสนยื้อห้ามถามจะทำอะไร พอดีรถเคลื่อนออก ทั้งสองไม่ทันตั้งตัวหงายพิงเบาะ อันยาตกใจโวยวายจะลงจากรถให้ได้ แสนห้ามแถวนี้มันอันตราย

“อยู่กับคุณไม่อันตรายงั้นสิ ปล่อยฉัน” อันยาดิ้นผลักแสนออก

คนขับรถงงว่าเกิดอะไรขึ้น เหลียวมองพลันล้อรถทับบางอย่างแตก รถสั่นไถลไปข้างทาง อันยาเปิดประตูได้โดดลง แสนตกใจโดดตามดึงตัวเธอมากอดปกป้องไว้ เมื่อร่างหยุดกลิ้งอันยาทับอยู่บนตัวแสนกอดเขาแน่นอย่างไม่รู้ตัว แสนลูบหลังเธอปลอบว่าไม่เป็นอะไรแล้ว

อันยารู้สึกตัวผละออกอย่างโกรธๆ “ไม่ต้องมอง ฉันไม่เป็นอะไร ฉันจะกลับ”

พอลุกขึ้น อันยาเห็นรถเสยอยู่กับพุ่มไม้ คนขับรถวิ่งมารายงานว่า มีมอเตอร์ไซค์มาโยนตะปูใส่รถเรา พวกมันหนีไปแล้ว แสนหน้าเครียด รู้ดีเป็นพวกไหน ก็แค่ขู่ อันยา
งงงวยกับสิ่งที่เกิดขึ้น...คนขับรถเริ่มทำการเปลี่ยนยาง แสนอธิบายให้อันยารู้ว่ากำลังจะไปไหน

“คุณพาฉันมาดูที่นาของสมาชิกโครงการ!”

“ก็ใช่น่ะสิ แล้วคิดว่าผมจะพาคุณมานอกเมืองทำไม ถ้าไม่ใช่ให้มาออกฟิลด์ด้วยกัน แล้วที่คุณจะลงให้ได้น่ะ คิดว่าผมจะพาคุณไปต้มยำทำแกงที่ไหนเหรอถึงได้สู้สุดชีวิต
ขนาดนั้น”

อันยาหน้าเหยเผลอมองไปที่โรงแรม แสนมองตามร้องลั่น อย่าบอกนะว่าคิดแบบนั้น อันยาแก้ตัวว่า ไม่ได้คิด เพียงแต่มีเจ้านายหลายรายที่พาเลขามาเคลม แสนทำหน้า
คาดไม่ถึง

“โอเค...ก็ฉันถามตั้งหลายทีแล้ว ว่าคุณจะพาฉัน ไปไหน คุณก็ตอบไม่เคลียร์ แล้วจะให้ฉันเข้าใจว่ายังไงล่ะ นี่...อย่าโกรธฉันเลยนะ”

แสนทนไม่ไหวหัวเราะก๊าก อันยาเหวอ แสนบอกว่าเกิดมาเพิ่งเคยเจอคนเพ้อเจ้ออย่างเธอ อันยางอนโต้ว่ามีเรื่องหนึ่งที่ตนไม่เพ้อเจ้อ คือจะไม่ไปพื้นที่อันตรายกับเขาด้วยเธอจะกลับ แสนท้วงว่าแถวนี้ไม่มีรถแท็กซี่และระวังพวกคนร้ายจะวกกลับมา อันยาชักลังเลยอมตามไปด้วย

เมื่อถึงหมู่บ้านนกกระเต็น แสนเอารองเท้าบูตให้อันยาเปลี่ยน แต่เธอไม่ยอม ด้วยความโก๊ะทำให้ส้นรองเท้าจมโคลนเซไปชนพุ่มไม้ เจอบุ้งเกาะเธอร้องลั่นกระโดดหย็องแหย็ง แสนเกรงจะตกคันนาจะช่วยดึงกลับโดนเธอฉุดตกคันนา เนื้อตัวเลอะโคลนทั้งสองคน

เสียงสุนัขเห่าดังลั่น จนพุฒกับแตงกวาหลานสาวต้องออกมาดูว่าใครมา พอเห็นแสนกับอันยาในสภาพเปรอะโคลนทั้งตัวก็ไม่แปลกใจ ถึงว่าปกติเจ้าจอร์จมันจะไม่เห่า
แสน...ภรรยาพุฒหาเสื้อผ้าให้ทั้งสองเปลี่ยนแล้วออกมานั่งคุย พุฒอดขำไม่ได้ที่อันยาดื้อ

“ทีหลังหนูอันยาต้องเชื่อด็อกเตอร์เขา ใส่บูตน่ะถูกแล้ว”

อันยายิ้มแหยๆรับคำ มาลีภรรยาพุฒเข้าใจว่าอันยาเป็นแฟนแสน อันยาตงิดๆใจ กระซิบถามแสนไม่รู้สึกอะไรบ้างหรือ แสนย้อนถามแปลกอย่างไร

“ก็เหมือนกับว่า...นั่นน่ะ เหมือนเราเป็นอะไรกัน ไม่ต้องมาแอ๊บไม่รู้เรื่องเลยนะ ฉันรู้นะคุณรู้มากจะตาย”

“ทำงานด้วยกันวันเดียว คุณรู้จักผมมากขนาด นั้นเลย”

“ไม่ใช่เพราะคุณน่าทำความรู้จักหรอกนะ แต่นี่ เป็นความสามารถพิเศษของฉันต่างหาก”

“ครับ ครับ แต่ผมว่าคุณคิดมากไปนะ ไม่มีอะไรหรอก ไป...ไปดูที่นาทางโน้นเถอะ”

แสนมาคุยกับพุฒ ซักถามปัญหาที่มีเกี่ยวกับการปลูกข้าวแบบที่เขาแนะนำ อันยาคอยจดบันทึก แสนรับรองกับพุฒว่าจะรอกินผลผลิตข้าวของเขา ท่าทางพุฒมีความสุข
กลับมานั่งบนแคร่ แสนถามอันยารู้สึกอย่างไรที่พุฒทนลำบากเพียงเพื่อรักษาผืนแผ่นดินของบรรพบุรุษ อันยาย้อนถาม ตนต้องคิดด้วยหรือ แสนจึงถามตรงๆว่าเธอเห็น
ด้วยไหม

“ค่ะ ฉันไม่เห็นด้วย...แต่ไม่ใช่เรื่องที่ลุงพุฒเก็บที่ดินไว้ ฉันไม่เห็นด้วยที่คุณมองว่าฉันไม่เห็นด้วยต่างหากล่ะ”

แสนยิ้มๆขอโทษที่เข้าใจผิด อันยาย้ำว่าเข้าใจผิดมากเลย เพราะถ้าเขาอ่านประวัติสมัครงานของตน จะเห็นว่าที่ตนกลับมาอยู่เมืองไทยก็เพราะเป็นห่วงคุณย่าที่ไม่ยอม
ย้ายตามครอบครัวตนไป จึงกลับมาอยู่เป็นเพื่อนท่าน แล้วอันยาก็ถามถึงเรื่องที่โดนขู่ทำร้าย แสนจึงเล่าให้ฟัง

“นี่เป็นที่นาที่ไม่มีปัญหาดินเปรี้ยว แล้วนานี้ก็ปลอดสารพิษ ยาฆ่าแมลงรวมทั้งปุ๋ยเคมีหรือที่เรียกว่า ข้าวเกษตรอินทรีย์ ลงพุฒเข้าร่วมโครงการรับเมล็ดพันธุ์เรามาปลูก
โดยใช้ปุ๋ยคอกและน้ำหมักชีวภาพ การกำจัดศัตรูพืชก็ใช้น้ำหมักจากสมุนไพรที่พัฒนาสูตรกันขึ้นเอง”

“ก็เลยไปขัดผลประโยชน์กับพวกพ่อค้าปุ๋ย ค้ายา ปราบศัตรูพืชใช่ไหมล่ะ” อันยาเสริม

แสนพยักหน้า “ที่นี่กำนันโกมลเป็นพ่อค้าปุ๋ยเคมีรายใหญ่ เขาไม่พอใจที่ทางบริษัทมาชักชวนชาวบ้านเข้าโครงการข้าวและพืชผักอินทรีย์ มันทำให้เขาเสียผลประโยชน์
มาก”

อันยาถามทำไมไม่ให้เจ้าหน้าที่จัดการ แสนตอบว่ายังไม่มีหลักฐานและกำนันก็เป็นผู้มีอิทธิพล แต่ถ้าเราไม่กล้าทำ ชาวนาและผู้บริโภคก็จะตายไวเพราะกินอาหารที่มีสารพิษ...แสนดึงอันยามากินอาหารที่มาลีเตรียมไว้ให้ เขาหยิบข้าวที่เหมือนข้าวเหนียวป้อนเข้าปากอันยา เพราะเธออิดออดไม่ยอมกิน แต่พอได้กิน อันยาถึงกับทึ่ง ที่มันอร่อย เหนียวนุ่มเหมือนข้าวหอมมะลิและหอมมาก อันยากินตุ้ยๆอย่างเอร็ดอร่อยจนข้าวติดปาก แสนหยิบออกให้ อันยาชะงักสบตาเขาสะเทิ้นเบาๆ พลันมีเสียงกรี๊ด...แปดหลอด พอหันมองเห็นสาวผิวดำเต้นเหยงๆ ปรี่จะเข้าทำร้าย ประกาศตัวเป็นลูกสาวกำนันและเป็นแฟนแสน อันยาตะลึงข้าวเหนียวหล่นจากมือ

ooooooo

อันโกะ กลรักสตรอว์เบอร์รี่ เรื่องย่อละคร

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"อ๊อฟ" ปั้น "บีบี" เป็นผู้จัด จับคู่ "ณเดชน์-โบว์" “มนต์รักหนองผักกะแยง”

"อ๊อฟ" ปั้น "บีบี" เป็นผู้จัด จับคู่ "ณเดชน์-โบว์" “มนต์รักหนองผักกะแยง”
10 พ.ค. 2564

00:15 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม 2564 เวลา 07:28 น.