ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

พายุเทวดา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ดารินมาถึงท่าเรือเกาะมุกพร้อมกระเป๋าเดินทางใบย่อม เธอแต่งตัวทันสมัย ใส่วิกเปลี่ยนทรงผม สวมแว่นตาดำกรอบใหญ่ยืนแฝงตัวอยู่มุมหนึ่ง เฝ้ามองผู้หญิงสองคนในชุดดำที่ดูละล้าละลังชอบกล

“คุณผู้หญิงขา กลับเถอะค่ะ เรื่องมันจะไปกันใหญ่”

“ฉันเชื่อว่าหลวงปู่มรณภาพเพราะฝีมือคนของผัวฉัน”

“อย่าพูดยังงั้นสิคะ”

“ฉันจะไปกราบศพท่าน” กานดาดึงดันไม่ฟังคำทัดทานของพร้อม แต่ทันใดถึงกับก้าวขาไม่ออกเมื่อกลุ่มของคงคาเดินเข้ามาเผชิญหน้า

“ถ้าเธอก้าวอีกก้าวเดียว ฉันจะให้ไอ้พวกนี้ระเบิดท่าเรือ คราวนี้คงมีคนตายนับสิบ เธอจะได้รู้สึกผิดเพิ่มขึ้น เอามั้ย” คงคากระชากแขนกานดามาตะคอกเบาๆ “ฉันเป็นผัวเธอ ให้เกียรติฉันบ้างสิ...กลับบ้าน”

กานดามองสามีและลูกชายอย่างคับแค้น สะกดกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลเดินผ่านหน้าหยาดฟ้าไป

“เกาะมุกต้อนรับฉันด้วยเหตุการณ์บ้าๆอย่างนี้เชียวเหรอ” ดารินพึมพำ ถอยห่างออกมาปะปนกับผู้คนที่ล้วนแต่งชุดดำ ก้องมองหญิงสาวแปลกหน้า แน่ใจว่าเป็นนักท่องเที่ยวจึงเข้ามาถามอย่างสุภาพว่า

“มีกระเป๋าให้ผมช่วยถือไหมครับ”

“ไม่เป็นไร ฉันถือเองได้ ถามอะไรหน่อยสิ ทำไมเขาแต่งชุดดำกันหมด”

“เขาไปกราบศพหลวงปู่กัน หลวงปู่หาญที่วัดเกาะมุกใต้น่ะ ว่าแต่คุณเถอะ มาเที่ยวเหรอ”

“จ้ะ พอจะหาห้องให้ฉันเช่าสักห้องไหมจ๊ะ”

“ถามไอ้เดชดีกว่า...ทางนี้” ก้องเดินนำไปหาเดชที่ท่ารถสองแถว เดชมองหญิงสาวตั้งแต่หัวจดเท้า บอกว่ามีห้องเช่าพอดี เฮียเม้งเพิ่งสร้างหอพักเสร็จจะพาไปส่งก็ได้ แต่ขอไปเผาศพก่อน

“ศพพระน่ะเหรอจ๊ะ เห็นพี่คนนี้บอก”

“หลวงปู่ท่านไม่ต้องเผาหรอก ศพไม่ได้ฉีดยายังไม่เน่าเลย วิชาอาคมท่านน่ะแก่กล้ามาก รับรองว่าศพไม่เป็นอะไร ไม่เชื่อคอยดูสิ แต่ฉันจะไปเผาศพน้าเป้า คนกว้างขวางบนเกาะมุกนี่แหละ”

“จ้ะ งั้นพี่ก็พาฉันไปเถอะ ฉันจะได้นั่งรถเที่ยวเกาะมุกด้วย”

ดารินเต็มใจนั่งรถไปกับสองหนุ่ม ถึงลานวัดเดชบอกให้เธอรอก่อน เผาศพเสร็จแล้วจะพาไปส่ง สองหนุ่มเดินไปหน้าเมรุ ถามหาสิงห์อยู่ไหน ใกล้พิธีเผาศพแล้วทำไมไม่เห็น

สิงห์นั่งร้องไห้อยู่ไม่ไกล คร่ำครวญเสียใจที่เปียไม่มาเผาศพพ่อ ก่นด่าฤทธิ์และคงคาไม่มีชิ้นดี จังหวะนั้นฤทธิ์เดินมาพร้อมลูกน้องสองคน สิงห์ลุกขึ้นยืนโงนเงนชี้หน้าด่าอย่างโกรธแค้น

“ไอ้ฤทธิ์ ไอ้เนรคุณ...มาทำไมวะ”

“สิงห์ไม่เอาน่า นายเมามากแล้วนะ” มนต์เข้ามา รั้งสิงห์

“กูไม่ได้เมา ถ้ากูเมากูก็คงจำหน้าไอ้คนชั่วนี้ไม่ได้หรอก ออกไป อย่ามายุ่งกับศพพ่อตากู”

“ฉันเป็นกำนันเกาะมุก เผื่อว่าจะต้องการให้ฉันช่วยเหลืออะไรบ้าง”

“กลับไปซะเถอะ ที่นี่ไม่มีอะไรที่ต้องให้แกช่วย เพราะแกจะมาหรือไม่มา ศพไอ้เป้ามันก็เผาได้”

ฤทธิ์จ้องหน้าสนอย่างไม่พอใจ พลันต้องตกใจเมื่อเห็นเทวาก้าวเข้ามา

“พี่ฤทธิ์ ผมไม่คิดเลยว่าพี่จะเปลี่ยนไปถึงขนาดนี้”

“เอ็งกลับมาเมื่อไหร่”

“หลังจากพี่ทำหลวงปู่ตายแค่อึดใจเดียว ถ้าผมมาทัน คนที่ตายไม่ใช่หลวงปู่แน่”

“ข้าไม่ได้ทำอะไรหลวงปู่ น้าบุญกู้คงปรักปรำข้าละสิ”

“ถ้างั้นเอ็งอธิบายได้ไหมล่ะว่าหลวงปู่เป็นอะไรตาย เอ็งอยู่ในเหตุการณ์นี่” เดชโพล่งขึ้นมา ทุกคนจ้องฤทธิ์เป็นตาเดียว

“กูไม่ได้ทำ อย่ามาหาเรื่องกู อย่าลืมนะโว้ยว่ากูเป็นกำนันเกาะมุก อำนาจทุกอย่างอยู่ในมือกู”

ลูกน้องคอยคุ้มกันฤทธิ์ สิงห์สะบัดหนีจากมนต์จะเข้าไปทำร้าย เดชกับก้องต้องช่วยกันจับตัวไว้

“ปล่อยกู...กูจะฆ่ามัน ให้เผาไปพร้อมกับพ่อเป้าของกู”

“ไอ้สิงห์ ถ้ามึงอยากอยู่เกาะมุกอย่างมีความสุข อย่าทำให้กูไม่พอใจ” ฤทธิ์คำราม แสงดาวฟังมานานอดรนทนไม่ไหวสวนขึ้นมา

“อย่ามาทำอวดเบ่งนักเลงที่นี่ ถามหน่อยว่าเป็นกำนันหรือเป็นอันธพาล”

“รู้ว่าเหม็นก็อย่าเข้าใกล้ นังแสงดาว” สนดึงลูกสาวออกมา

“ถ้าพี่ฤทธิ์คิดว่ามีอำนาจมากนักละก็ จำคำผมไว้เลยนะ ผมจะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ใหญ่บ้านมาคานอำนาจกับพี่ พี่จะได้ทำร้ายคนเกาะมุกไม่ได้อย่างที่เป็นอยู่”

“ไอ้มนต์! มึงท้าทายกู” ฤทธิ์คำรามแล้วเดินกลับออกไปพร้อมลูกน้อง

เทวายืนนิ่ง สีหน้าผิดหวังในตัวฤทธิ์ พร้อมกันนั้นก็สงสารสิงห์ที่เอาแต่คร่ำครวญเสียใจกับการตายของเป้าและการจากไปของเปียที่ยังไม่รู้ชะตากรรม แสงดาวก็คับแค้นกับเหตุการณ์ร้ายๆที่เกิดขึ้น เข้ามาต่อว่าเทวาอย่างไม่พอใจ

“กลับมาทำไม คิดจะเกาะซากศพน้าเป้ากับหลวงปู่สร้างความสำคัญให้ตัวเองใช่ไหม ก่อนหน้านี้ทุกคนต้องการความช่วยเหลือจากพี่ แต่ตอนนี้สายไปแล้ว พี่กลับไปเถอะ จะไปอยู่ที่ไหนก็ไป พวกเราอยู่กันได้ไม่ต้องห่วงพวกเราหรอก”

“แสงดาว ฟังพี่ก่อน”

“ฉันไม่ฟัง ฉันไม่ต้องการเหตุผลอะไรทั้งนั้น พี่รู้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นกับเกาะมุก เสร็จงานแล้วลองไปดูให้ทั่ว เกาะมุกมันกลายเป็นเกาะอบายมุขไปแล้ว มีใครห้ามกำนันฤทธิ์ได้ เขากลัวใครที่ไหน ใครๆก็บอกว่ามีพี่คนเดียวเท่านั้นที่รับมือกับเขาได้ เมื่อไม่มีพี่ เขาก็เลยย่ำยีเกาะมุกจนไม่เหมือนเดิมแล้ว”

“แสงดาวก็น่าจะรู้ว่าพี่ไปจากท่ีนี่เพราะอะไร”

“ใช่ ฉันรู้ ก็ไอ้อารมณ์น้อยเนื้อต่ำใจของพี่ไง อารมณ์ที่ไม่เด็ดขาดของพี่ไงล่ะ ที่ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นอย่างนี้ สมแล้วกับที่พ่อฉันบอกว่าพี่น่ะเป็นคนเชื่อถือไม่ได้”

“กลับบ้าน...ไว้ค่อยพูดกันวันหลัง ทุกคนก็มีเหตุผลทั้งนั้น” แสงจันทร์ปรามน้องสาว

“ใช่ ทุกคนมีเหตุผล แต่จะใช้เหตุผลเพื่อตัวเองหรือเพื่อคนอื่นล่ะ ทุกวันนี้พี่มีความสุขหรือเปล่า ถามตัวเองดูซิ” แสงดาวทิ้งท้ายก่อนผละไป ก้องกับเดชเดินเข้ามาหามนต์ เดชเปรยว่าเรื่องชักจะไปกันใหญ่ มนต์หนักใจแต่บอกว่าไม่เป็นไร ให้เดชกับก้องดูแลเทวา ส่วนตนจะหาทางอธิบายให้แสงดาวเข้าใจเอง

ดารินยังอยู่ในรถสองแถวของเดชที่ลานวัด ปลาดุกเดินมาเห็น ตามด้วยเทวาอีกคน ดารินสำทับเรื่องที่ตกลงกันไว้ว่าเทวาต้องไม่รู้จักเธอ ทำให้เทวาฉุนขึ้นมาทันที

“ใช่...เธอกับฉันไม่รู้จักกัน หลอกให้ฉันคอยที่ขนส่ง คอยเธออีกวันที่ฝั่งโน้น ถ้าไม่คอยเธอ หลวงปู่ก็คงไม่ตาย เรื่องร้ายๆ ก็คงไม่เกิดขึ้น”

ดารินหน้าเจื่อน เทวาจะผละไปแต่ไม่ลืมบอกปลาดุกว่าเพื่อนเธอมาแล้วให้ไปอยู่ด้วยกันซะ ก้องกับเดชเดินสวนมา เทวาเลยรู้ว่าทั้งคู่กำลังจะพาดารินไปเช่าห้องพักของเฮียเม้ง

ด้านฤทธิ์ที่หัวเสียกลับไปเพราะมนต์จะลงสมัครผู้ใหญ่บ้าน เขารีบโทร.รายงานเสี่ยคงคา ทางนั้นเลยจะดันคำรณลงสมัครแข่งขันเพื่อครอบครองเกาะมุกให้อยู่ในอุ้งมือ

หลังจากได้ห้องพักแล้ว ดารินกับปลาดุกออกไปดูลาดเลาบริเวณผับบาร์ เทวาเองก็มาสำรวจความเปลี่ยนแปลงของเกาะมุกเช่นกัน แล้วมีปากเสียงกับฤทธิ์ที่มาชวนดื่มเหล้าแถมยังกล่าวถึงหลวงปู่อย่างไม่เคารพนับถือ

เทวาไม่พอใจที่ฤทธิ์สนับสนุนให้เกาะมุกเปลี่ยนไปในทางที่ผิด แต่ฤทธิ์แย้งว่าไม่มีใครอยากอดตาย และอยู่อย่างลำบาก การมีผับบาร์ทำให้คนที่นี่มีงานทำมีเงินใช้

“เขาอาจจะไม่อยากทำก็ได้ ทำไมพี่ไม่ส่งเสริมให้เขามีอาชีพ มีสำนึกที่ดีบ้างล่ะ”

“นายไปอยู่กรุงเทพฯ ไม่กี่เดือน พูดอะไรฟังยากว่ะ บอกไว้ก่อนนะ อย่ายุ่งกับกิจการทั้งหมดของฉัน เตือนไอ้มนต์ด้วยว่าถ้าไม่อยากตายก็ให้มันถอนตัวจากการสมัครผู้ใหญ่บ้านซะ เพราะตำแหน่งนี้มีคนจองแล้ว”

เทวาสงสัยแต่ไม่ซักไซ้ ได้แต่มองฤทธิ์เดินจากไปด้วยความผิดหวัง...อีกด้าน ดารินกับปลาดุกเข้าไป

ที่ร้านอาหารของเฮียเม้ง ดารินมาสมัครงานอ้างว่าตนดูดวงแม่น ถ้าจะให้ตั้งโต๊ะบริการแขกในบางคืนตนรับรองว่าสร้างสีสันให้ร้านได้ หรือจะให้นั่งคุยกับแขกก็ได้ แต่ไม่ออฟไปข้างนอกเพราะตนไม่ถนัด

เฮียเม้งตกลงรับดารินและให้เริ่มงานคืนนี้เลย ปลาดุกยืนมองอยู่ห่างๆ ยอมรับว่าดารินมืออาชีพจริงๆ จากนั้นปล่อยเธอทำงานของเธอไป ส่วนตัวเองเดินเรื่อยเปื่อยมาเจอเทวา พอเขาถามหาดาริน ปลาดุกก็พูดยียวนไปมาก่อนบอกว่าเธอได้งานทำแล้วตรงร้านหัวมุม

“ร้านเฮียเม้ง...แล้วทำไมไม่รอกลับ”

“นายพูดเป็นเด็กอมมือ ถ้ารินเขาได้แขกล่ะ ฉันมิต้องตามไปดูเขาเหรอ”

“ไม่รู้โว้ย” เทวาขึ้นเสียงอย่างหึงหวงแล้วเดินจากไป ไม่ฟังเสียงปลาดุกที่กระเซ้าว่ารู้สึกยังไงกับเขาก็บอกเขาไป มัวอมพะนำอยู่ทำไม

เทวาไม่เหลียวหลัง เดินเร็วขึ้นตามอารมณ์ที่ขุ่นมัว โดยไม่รู้ว่าภัยกำลังจะมาถึงตัว...ลูกน้องฤทธิ์ดักทำร้ายเทวาแต่ไม่สำเร็จ แถมมันยังโดนเทวาอัดแทบหมดสติ

“ไปบอกกำนันฤทธิ์ด้วยว่า ถ้าอยากประลองกับฉันเหมือนก่อน ที่ไหน เมื่อไหร่ก็ได้”

ถ้อยคำของเทวาถึงหูฤทธิ์ในอีกครู่ต่อมา ฤทธิ์ไม่พอใจที่ถูกท้าทายจะใช้พลังเทวดาและพลังมารจัดการเทวาอย่างที่ทำกับหลวงปู่ แต่พยายามเท่าไหร่ก็ไม่สำเร็จ สงสัยว่าพลังของตนหายไปไหน ที่สุดก็แหงนมองท้องฟ้าร้องเรียกอาจารย์คล้าม

“อาจารย์ช่วยผมด้วย...ผมรู้สึกว่าอาจารย์ไม่ได้อยู่กับผม อาจารย์หายไปไหน”

อาจารย์คล้ามไม่ปรากฏตัวตามที่ฤทธิ์เรียกร้องเพราะเขากำลังไปทวงสัญญาจากคงคาให้ส่งคนมาหยอดน้ำผึ้งให้แก่กายสังขารของตน แล้วยังแสดงอิทธิฤทธิ์ผลักกานดาตกบันไดได้รับบาดเจ็บ

เมื่อไม่มีอาจารย์คล้ามมาช่วยเหลือ ฤทธิ์จึงไม่กล้าออกไปประลองฝีมือกับเทวาตามคำท้า ฝ่ายดารินเลิกงานในคืนนั้นก็มุ่งหน้ากลับที่พัก แต่ระหว่างทางโดนไอ้หนุ่มกลัดมันสองคนดักฉุด แต่เธอก็ใช้วิชามวยไทยเอาตัวรอดมาได้ และไม่คิดถอดใจไปจากเกาะมุกเมื่อปลาดุกทักท้วงเรื่องความปลอดภัย เธอยืนยันจะอยู่ที่นี่จนกว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะดีขึ้น...

กลางดึก ฤทธิ์นอนหลับฝันเห็นหลวงปู่หาญมาอบรมสั่งสอนให้เป็นคนดี เลิกมีจิตพยาบาทอาฆาตแต่ฤทธิ์กลับปฏิเสธด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ

“หลวงปู่ไม่เมตตาผม ก็ไม่ต้องเสียเวลามาสอนผม”

“พลังเทวดาของเจ้ากำลังจะหมดไป เพราะเจ้า ผิดศีล ยิ่งเจ้าไปนับถือคล้ามเป็นอาจารย์ เท่ากับเจ้ากำลังยื่นมือให้มันจับแล้วกระชากเจ้าลงสู่อเวจี”

หลวงปู่เดินจากไปด้วยท่าทีสงบ...ฤทธิ์สะดุ้งตื่น ความฝันเหมือนจริงมากแต่ก็ไม่ทำให้เขาสำนึกตัว กลับพูดจาลบหลู่หลวงปู่ขึ้นมาอีก

“จะมาเตือนทำไม คนตายก็อยู่ส่วนคนตาย เมื่อหลวงปู่รักไอ้เทวาและคนอื่นมากกว่าผม ผมก็จะยิ่งทำเลวให้สมกับที่ทุกคนเกลียดชังผม ไม่รักผม”

ทันใดนั้น หลวงปู่หาญปรากฏกายตรงหน้าฤทธิ์ สำทับว่า “นั่นมันข้ออ้างของคนพาล คิดเข้าข้างตัวเองเพื่อแสวงหาในสิ่งที่ตัวเองโลภ กลับตัวกลับใจเสียใหม่เถอะเจ้าฤทธิ์”

“ไม่...หลวงปู่อย่ายุ่งกับผม...ออกไป!” ฤทธิ์โวยวาย... ตัดสินใจแน่แน่วเดินหน้าต่อไปตามทางของตน

ooooooo

กานดาตกบันไดบาดเจ็บที่ข้อเท้าจนเดินไม่ได้ ต้องนั่งรถเข็นจนกว่าจะหายเป็นปกติ หยาดฟ้าสะใจมากพูดจาสมน้ำหน้าและแขวะอีกหลายคำ แต่กานดาไม่อยากโต้เถียงจึงสั่งให้พร้อมพาตนไปจากตรงนี้ ตนไม่อยากพูดกับเด็กกำพร้าข้างถนน

คำว่า “เด็กกำพร้า” ทำให้หยาดฟ้ามีปฏิกิริยาขึ้นมาทันที จ้องหน้ากานดาถามว่ากล้าดียังไงถึงเรียกตนแบบนี้

“ไม่จริงหรือไง ผัวฉันเห็นหล่อนเดินขอทานอยู่ริมหาด เอามาเลี้ยงดูให้อยู่ดีกินดี แล้วหล่อนก็แว้งกัดฉัน เนรคุณทุกอย่าง เพราะต้องการแทนที่ฉัน...พร้อม ถ้าแกไม่รู้ว่าอีงูเห่าที่กัดชาวนาตายน่ะหน้าตาเป็นยังไง ก็ดูหน้าผู้หญิงคนนี้ไว้”

“อิฉันเห็นแล้วค่ะ ลิ้นสองแฉกตวัดไปตวัดมาน่าเกลียดน่ากลัวเชียวค่ะ” จบคำพร้อมก็เข็นรถกานดาออกไป หยาดฟ้าเจ็บใจหันขวับมาเล่นงานหวานใจว่าปล่อยให้มันด่าตนอยู่ได้ยังไง

“ไว้ให้มันอยู่คนเดียวก่อนค่ะ หวานไม่เอามันไว้แน่ ว่าแต่ที่คุณผู้หญิงพูดน่ะเป็นความจริงหรือคะ”

หยาดฟ้าไม่พอใจจ้องหน้าหวานใจเขม็ง หวานใจรู้ว่าพลาดไปแล้วก็เลยหน้าจ๋อยรีบขอโทษ...

พร้อมพากานดาออกไปทางหน้าบ้านเห็นฤทธิ์เดินเข้ามาพอดี กานดาถามเขาว่ามาทำไมที่นี่บ่อยๆ พอฤทธิ์บอกว่าทำงานให้เสี่ย กานดาอยากรู้ว่างานอะไร แต่ไม่ได้คำตอบเพราะคงคากับคำรณก้าวเข้ามาเสียก่อน

หยาดฟ้าสะใจอีกครั้ง เมื่อได้ยินกานดาโดนคงคาตำหนิราวกับเป็นแค่คนอาศัยในบ้าน แล้วคำรณลูกชายสุดที่รักก็ไม่ปกป้องหรือช่วยเหลือ

ฤทธิ์มาบอกเล่าเรื่องเทวาท้าทายตนและเรื่องอาจารย์คล้ามเข้าฝันทวงสัญญาจากเสี่ยให้หยอดน้ำผึ้งแก่สังขารของอาจารย์ คงคาโยนหน้าที่นี้ให้ฤทธิ์ทันที

ฤทธิ์เต็มใจไปเพราะต้องการเรียนวิชาเพิ่มเติมเนื่องจากรู้ว่าตนเริ่มหมดพลังแล้ว อีกอย่างเทวาก็กลับมา และเทวามีวิชาเหนือกว่าตน โดยขอใช้เรือเร็วไปที่เกาะหัวสิงห์ในวันพรุ่งนี้

“ถ้างั้นวันนี้นายฤทธิ์ช่วยจัดการเก็บส่วยบนเกาะมุกมาให้ด้วย หวังว่าอำนาจของกำนันเกาะมุกคงทำให้ งานนี้ไม่ยุ่งยากสำหรับนายฤทธิ์นะ”

“ครับคุณหยาด ผมจะกลับไปทำให้คุณหยาดวันนี้เลย”

ฤทธิ์ปฏิบัติภารกิจที่รับปากหยาดฟ้าทันทีที่กลับถึงเกาะมุก เรียกเก็บค่าคุ้มครองจากเจ้าของกิจการสถานบันเทิง รายไหนไม่ให้ก็สั่งลูกน้องลงไม้ลงมือจนต้องยอมจ่าย

สิงห์ยังคงกินเหล้าเมามาย ฤทธิ์ฉวยโอกาสนี้ยุแหย่ให้สิงห์เข้าใจเทวาผิดว่าความจริงแล้วเทวาอยากพบเสี่ยคงคาเพราะต้องการเงินและอำนาจ สิงห์เชื่อสนิทเพราะเหล้าทำให้ขาดสติยั้งคิด โมโหโกรธาเทวาแทบจะไม่นับญาติ แต่พวกมนต์ไม่มีใครเชื่อที่สิงห์พูด ยกเว้นแสงดาวเพียงคนเดียว

“ใครไม่เชื่อพี่สิงห์ แต่ฉันเชื่อ”

“ทำไม”

“ฉันต่างหากล่ะที่ต้องเป็นฝ่ายถามพี่มนต์”

“ถ้าไอ้เทวามันเห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้อย่างที่ไอ้สิงห์พูด มันคงไม่หนีไปจากเกาะมุก แต่ที่มันไปก็เพราะมันเสียสละให้พี่ได้แต่งงานกับพี่สาวของเธอไงล่ะ แสงดาว”

“เอามาวัดได้ด้วยเหรอ คนขี้ขลาดหนีปัญหา

ใครจะนับว่าเป็นคนดีก็นับไปเถอะ แต่ฉันไม่” ว่าแล้วแสงดาวจะเดินเข้าบ้าน มนต์รีบคว้าแขนเธอไว้

“ยอมรับความจริงสิแสงดาว เธอกับพี่ก็มีส่วนผิดที่ทำให้แสงจันทร์ต้องแต่งงานกับพี่ ทั้งๆที่เขาไม่ได้รักพี่เลย”

แสงดาวรีบส่งสัญญาณห้ามมนต์พูดเพราะกลัวพี่สาวของตนได้ยิน แต่หารู้ไม่ว่าแสงจันทร์ยืนฟังอยู่นานแล้ว เธอน้ำตาไหลพราก โดยมีสนยืนอยู่ข้างหลัง และเมื่อทุกคนเผชิญหน้ากัน สนพูดจริงจังว่า

“ทุกคนมีส่วนผิดทั้งนั้น แต่ในฐานะพ่ออย่างข้า ข้าก็ถือว่าข้าทำดีที่สุดแล้ว อย่างน้อยแสงจันทร์ก็ได้แต่งงานกับครูมนต์ ไม่ใช่คนหลักลอยอย่างไอ้เทวา”

“แล้วทำไมพ่อไม่คิดบ้างว่าที่พี่เทวาจะเข้าเป็นพวกกำนันฤทธิ์ก็เพื่อสร้างหลักฐานให้แก่ตัวเองจะได้ไม่เป็นคนหลักลอยไร้สาระอย่างที่พ่อเข้าใจ”

“นังแสงดาว” สนตวาด...แต่แสงดาวเดินหนีไปอย่างไม่สะทกสะท้าน

คืนนั้น มนต์บอกกับแสงจันทร์อย่างจริงจังไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น ตนยืนยันว่าไม่มีวันเปลี่ยนเป็นอื่น เขารักแสงจันทร์ยิ่งกว่าชีวิตของเขา

“ฉันเชื่อพี่...แต่ฉันไม่อยากเห็นพี่น้องของพี่ทุกคนต้องแตกคอกันเพราะคำพูดของพี่สิงห์”

“พี่เชื่อว่าคงเป็นแผนของกำนันฤทธิ์ที่ต้องการสลายพลังเทวดา ต่อไปพวกมันจะทำอะไรก็ได้บนเกาะนี้”

“จริงสิ...พี่ต้องทำให้ทุกคนเข้าใจนะ ไม่งั้นเข้าทางพวกมันแน่...”

มนต์ไม่ตอบแต่รีบร้อนออกจากบ้านไป จุดหมาย ปลายทางคือวัดเกาะมุกใต้

ooooooo

เวลานั้น ฤทธิ์ยืนอยู่ที่ระเบียงบ้าน มองดูทะเลยามค่ำคืนและพึมพำกับตัวเองอย่างลำพองใจ

“พวกนักเลงเทวดาแตกคอกัน พลังเทวดาก็ไม่มีความหมาย หลวงปู่คงขัดขวางอะไรผมไม่ได้อีกแล้วต่อไปนี้ผมจะนับอาจารย์คล้ามเป็นอาจารย์ของผมคนเดียว... คนเดียวเท่านั้น”

เสียงฟ้าครืนๆ แล้วผ่าเปรี้ยง ฤทธิ์กวาดตามองไปทั่วแผ่นฟ้า ก่อนจะก้มมองร่างกายตัวเองที่เต็มไปด้วยรอยสักยันต์ แล้วหัวเราะลั่นด้วยความดีใจ

“จิตผมสื่อกับญาณของอาจารย์ได้ พรุ่งนี้ครับอาจารย์ พรุ่งนี้ผมจะไปหาอาจารย์ที่ถ้ำ”

ส่วนที่เกาะมุกใต้ สิงห์ยังไม่สร่างเมา พูดจาตามที่ฤทธิ์เป่าหูมาว่าเทวาไม่ใช่คนดี มันกำลังจะไปเป็นพวกเสี่ยคงคา ก้องกับเดชไม่เชื่อแถมทำท่าจะทำร้ายสิงห์ด้วยซ้ำ บุญกู้เลยต้องมาห้ามปรามและจะชี้แจงความจริง พอดีเทวากลับเข้ามาได้ยินเลยพูดเสียเองว่า

“ถามกูดีกว่า...พวกมึงจะได้หายสงสัย กูนัดกับไอ้พี่ฤทธิ์กะไปเจรจากับมันให้มันเลิกทำเรื่องชั่วๆบนเกาะนี้ซะที ไม่เชื่อก็ถามน้าบุญกู้ดูสิ”

“เรื่องจริง น้ายังห้ามมันเลย แต่มันไม่ฟัง”

“รู้ไหมว่าไอ้ฤทธิ์บอกกูว่าไง...มันบอกกูว่าขอเวลาสักพักมันจะกลับตัว มันถลำเข้าไปลึกแล้วจะค่อยๆเลี่ยงออกมา แต่มันกลับไปบอกไอ้สิงห์อีกอย่าง...ทีนี้ให้กูถามบ้าง ไอ้สิงห์ ทำไมมึงถึงมากับมันได้ ทั้งที่มันทำระยำ ตำบอนกับเมียมึงจนมึงเป็นไอ้ขี้เมาแบบนี้”

สิงห์อึ้งไป เดชรุกเร้าจะเอาคำตอบ ก็พอดีมนต์ขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามา

“ข้าว่าทุกคนตกเป็นเหยื่อไอ้ฤทธิ์หมดแล้ว เลิกทะเลาะกันเถอะวะ มาทะเลาะกันต่อหน้าเจดีย์ เอ็งว่าหลวงปู่ไม่ได้ฟังเราอยู่เหรอ”

คำพูดของมนต์ทำให้สิงห์รู้สึกผิดถึงกับเอ่ยปากขอโทษเทวาแล้วโผเข้ากอดกันอย่างเข้าใจ ทุกคนพลอยโล่งใจ แต่ไม่มีใครเห็นร่างหลวงปู่หาญปรากฏขึ้นเป็นเงาจางๆซ้อนอยู่กับเจดีย์ ใบหน้าท่านยิ้มบางๆอย่างปลาบปลื้ม

ooooooo

วันต่อมา ฤทธิ์ไปพบอาจารย์คล้ามที่ถ้ำหัวสิงห์ เขายอมเป็นศิษย์และสัญญาจะมาหยอดน้ำผึ้งให้กาย สังขารของอาจารย์เป็นประจำ แลกกับการที่อาจารย์จะคอยช่วยเหลือเขาโดยแฝงร่างของเขาตลอดเวลา

ส่วนที่เกาะมุก มนต์ตัดสินใจลงสมัครผู้ใหญ่บ้านโดยมีคู่แข่งที่น่ากลัวคือคำรณลูกชายของเสี่ยคงคา เมื่อเป็นเช่นนี้ทุกคนที่อยู่ฝ่ายมนต์จึงต้องร่วมแรงร่วมใจกันหาเสียงกับชาวบ้าน โดยมีประสิทธิ์กับแสงจันทร์ฐานะครูประจำโรงเรียนบอกผ่านเด็กๆให้ผู้ปกครองเลือกครูมนต์ และอย่าขายเสียงเป็นอันขาด เพื่อความเจริญก้าวหน้าของพวกเราชาวเกาะมุก

พวกเทวาก็ช่วยกันหาเสียงให้เลือกครูมนต์คนบ้านเดียวกัน ใจซื่อมือสะอาดและเรียกใช้ได้ตลอดเวลา กลุ่มของคงคาผ่านมาเห็นส่งสายตาข่มขู่ก่อนจะพากันจากไปอย่างอาฆาต แล้วไปปรึกษากึ่งออกคำสั่งฤทธิ์ต้องทำให้คำรณได้เป็นผู้ใหญ่บ้านเพื่อความยิ่งใหญ่ของพวกเรา

ปรากฏว่าผลการเลือกตั้งมนต์ได้เป็นผู้ใหญ่บ้าน ฤทธิ์จึงไม่ปล่อยมนต์ลอยนวลให้มาคานอำนาจตำแหน่งกำนันของตน อีกทั้งต้องการเอาใจเสี่ยคงคาด้วย เขาส่งมือปืนไปยิงมนต์ในงานวัด เพราะได้รับคำแนะนำจากอาจารย์คล้ามว่าการจัดการพลังเทวดาต้องใช้ในขณะที่ผู้มีพลังเทวดาไม่มีสติหรืออยู่ในทีเผลอ

มนต์ถูกยิงตายคาที่ขณะขึ้นไปมอบรางวัลบนเวทีประกวดร้องเพลง แสงจันทร์และพวกเทวาเศร้าโศกเสียใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะสนที่รู้สึกผิดเหลือเกิน รำพันต่อหน้าทุกคนว่าตนไม่น่าเลย ไม่น่าสนับสนุนให้มนต์สมัครผู้ใหญ่บ้าน ไม่งั้นมันคงไม่ตาย

“ลุงสนไม่ผิดหรอกครับ คนผิดคือคนทำต่างหาก” เทวาท้วงขึ้นมา แต่กลายเป็นทำให้แสงดาวไม่พอใจสวนทันควันว่า

“พี่พูดอย่างนี้ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าพี่จะล้างแค้นให้พี่มนต์หรือเปล่า”

“ทำไมถามพี่แบบนี้ล่ะแสงดาว”

“กลัวว่าพอเงินถึงมือถึงปาก ไอ้ที่อยากแก้แค้นก็ลืมหมด”

“อย่าดูถูกพี่ เพราะพี่ยังมีความเป็นคนอยู่ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงพี่ได้หรอก”

“แม้แต่เงินและอำนาจ”

“ใช่...และพี่ก็เชื่อว่านี่คือสิ่งที่วิญญาณของพี่มนต์ต้องการ”

ก้อง เดช สิงห์ พากันเข้ามาหลังจากพยายามไปดำเนินการเรื่องงานศพมนต์ แต่ไม่มีที่ไหนรับทำกรอบรูปแล้วร้านสังฆภัณฑ์ก็ไม่ยอมขายของให้ ขนาดพระยังไม่กล้ารับนิมนต์มาสวดศพ

แสงจันทร์ฟังแล้วร้องไห้หนักขึ้น แสงดาวคอยปลอบใจอยู่ไม่ห่าง เทวาแน่ใจว่าเป็นฝีมือพวกคงคาโกรธแค้นอกแทบระเบิด

“น้าบุญกู้บอกว่าให้ไปจัดงานที่วัด พี่มนต์จะได้อยู่กับหลวงปู่ด้วย”

“เป็นไปได้เหรอไอ้สิงห์ วัดเกาะมุกไม่มีเมรุเผาศพ ตอนหลวงปู่ตายข้ายังนึกว่าต้องสร้างเมรุลอย แต่ศพหลวงปู่ไม่เน่า ก็เลยไม่ต้องทำ”

“ฉันก็ไม่รู้นะลุงสน น้าบุญกู้บอกมาอย่างนี้” สิงห์ยืนยันเสียงเรียบ...

ooooooo

ขณะที่พวกเทวาเตรียมนำศพมนต์ไปที่วัดเกาะมุกใต้ เป็นเวลาที่พวกคงคากำลังสะใจกับการตายของมนต์ และเตรียมดันคำรณเป็นผู้ใหญ่บ้านแทนโดยจะใช้เงินแจกชาวบ้านไม่อั้น

กานดาแอบฟังการสนทนาของพวกเขาอยู่นานก่อนจะปรากฏตัวออกมาอย่างรับไม่ได้

“คำรณ...แม่แอบฟังมานานแล้ว แม่ขอละ ถ้าคนอื่นคิดชั่วทำชั่ว ลูกของแม่ก็ไม่จำเป็นต้องชั่วตามเขา”

หยาดฟ้าไม่พอใจถลามาตรงหน้ากานดา แหวใส่ทันที “ว่าใคร ในเมื่อห้องนี้นอกจากคุณคำรณแล้วก็เหลือเสี่ยคงคากับฉัน...แกว่าฉันชั่วใช่ไหม นังประสาท”

“ถ้าชั่วจริงก็รับไปสิ หรือว่าจะปฏิเสธล่ะว่าเธอไม่ได้อยู่เบื้องหลังการฆาตกรรมผู้ใหญ่มนต์”

คงคาปราดมาบีบคอกานดา “ถ้าเธอเอาเรื่องนี้ไปพูด ฉันจะฆ่าเธอ แกด้วยนังพร้อม”

พร้อมก้มหน้าหวาดกลัว ขอร้องกานดาให้กลับไปเรือนเล็ก ขณะที่หยาดฟ้ายังกร่างไม่เลิก

“ก่อนที่เสี่ยจะลงมือ ฉันนี่แหละจะฆ่าแกก่อน นังกานดา”

คำรณไม่ยอมให้หยาดฟ้าทำอย่างนั้นแน่ เขากระชากเธอแล้วตวาดใส่หน้าอย่างฉุนเฉียว

“คนที่จะพูดและทำกับแม่ผมได้มีคนเดียวเท่านั้นคือพ่อ คนอื่นไม่มีสิทธิ์”

คงคาละมือจากคอของกานดา หันมาห้ามคำรณที่หน้าตาถมึงทึงพร้อมจะเอาเรื่องหยาดฟ้า

“อย่า...หยาดฟ้าออกไปก่อน...ไปสิ”

“ไม่ค่ะ หยาดจะต้องพูดกับเสี่ยให้รู้เรื่องก่อน คุณคำรณกับนังนี่จะต้องออกไปต่างหากล่ะ”

“ก็ได้...คนอื่นออกไปก่อน”

กานดาแสร้งทำท่าจะเป็นลมและยอมให้พร้อมพาออกไป โดยมีคำรณตามหลังไปดูแลด้วย ในห้องจึงเหลือแค่คงคากับหยาดฟ้าสองคน

“นังแก่นั่นช่างสำออยเจ้ามารยาเหมือนกันนะคะเสี่ย ถามจริงๆเถอะตอนหนุ่มๆไปตกบ่วงเสน่ห์มันได้ไง”

“หยุด!!” คงคาตวาดลั่น

“หยาดไม่มีสิทธิ์พูดอะไรเลยเหรอ ในเมื่อหยาด เป็น...”

“เธอจะเป็นอะไรก็ช่าง แต่เธอไม่มีสิทธิ์ก้าวร้าวกานดา”

“เสี่ยเข้าข้างมัน ไหนเสี่ยบอกว่าเบื่อมันเต็มทีไงคะ”

“ฉันจะเบื่อหรือรัก เธอก็ไม่มีสิทธิ์วุ่นวายกับกานดา”

“โอเคค่ะ หยาดจะได้จำไว้ว่าหยาดไม่มีความหมายสำหรับเสี่ย แต่เสี่ยก็ระวังไว้ด้วยว่าจะตายในคุกเพราะความปากสว่างของนังแก่เมียเสี่ย” หยาดฟ้าเดินปึงปังออกไป คงคาส่ายหน้ากลุ้มใจ

ooooooo

ที่วัดเกาะมุกใต้ ศพมนต์ถึงวัดแล้ว แสงจันทร์นั่งซบหน้ากับโลงศพร้องไห้อย่างทำใจรับไม่ได้กับการจากไปอย่างกะทันหันของสามี

แสงดาวเวทนาพี่สาวเข้าไปนั่งข้างๆ เตือนให้สงบจิตสงบใจเสียบ้าง วิญญาณพี่มนต์จะได้ไปสู่สุคติไม่ต้องห่วงคนข้างหลัง

“ใช่ แสงจันทร์เอ๊ย เกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมดา ใครก็หนีไม่พ้นหรอก” บุญกู้ปลอบอย่างปลงๆ

“รีบจัดการศพเจ้ามนต์เถอะ ไม่งั้นก็จะยิ่งเสียใจกันไปมากกว่านี้” สนเอ่ยหน้าเศร้า

“ฉันว่าจะฝังศพมนต์ไว้ก่อน รอให้ทุกสิ่งทุกอย่างเรียบร้อยค่อยเผาตามประเพณี วิญญาณเจ้ามนต์คงไม่ไปไหนหรอก หากความยุติธรรมยังไม่เกิดขึ้นบนเกาะมุก”

ทุกคนนิ่งอย่างเห็นด้วยกับคำแนะนำของบุญกู้ ครูประสิทธิ์กับหมอนทีนำชาวบ้านมากลุ่มหนึ่งเข้ามา ดารินและปลาดุกปะปนมาด้วย

ประสิทธิ์บอกทุกคนว่าพวกชาวบ้านที่ไม่กลัวอิทธิพลกำนันฤทธิ์ขอมาร่วมงานศพมนต์ แล้วพอรู้จากบุญกู้ว่าจะฝังศพมนต์ไว้ก่อน ประสิทธิ์ก็เห็นดีด้วย

“นั่นคนนอกเกาะก็มากับเขาด้วยเหรอ” แสงดาวปรายตาไปทางดารินกับปลาดุก

“ถึงเราสองคนจะมาจากที่อื่น แต่ก็ผูกพันกับผู้ใหญ่ ได้เห็นเขาตั้งใจที่จะทำให้คนเกาะมุกมีความสุข ฉันอยากมาร่วมพิธีด้วย คุณคงไม่ว่าอะไรนะ” ดารินพูดนิ่มๆ แต่แสงดาวฮึดฮัดรู้สึกไม่ชอบหน้า หมอนทีรีบปรามเบาๆ

“แสงดาว...ไม่เอาน่า”

“ถ้าเป็นอย่างที่ว่าก็ไม่เป็นไร แต่ฉันมีสิทธิ์ถาม เพราะวันก่อนฉันกับพี่เดชถูกคนลอบฆ่าเกือบตายเพราะ ฉะนั้นฉันย่อมมีสิทธิ์ไม่ไว้ใจคนอื่น” แสงดาวพูดปาวๆ

เทวาเห็นใจดารินจึงช่วยคลี่คลายบรรยากาศ

“ผมว่าเป็นเรื่องดี บางทีวิญญาณของพี่มนต์อาจดลใจให้คนที่คิดดีต่อเขามาที่นี่ตอนนี้ก็ได้”

“ถ้างั้นก็จัดการเถอะ เดี๋ยวพระอาทิตย์จะตกเสียก่อน พรุ่งนี้นิมนต์พระมารับบาตรแล้วค่อยกรวดน้ำให้มัน”

ทุกคนทำตามคำแนะนำของบุญกู้ จัดการนำโลงศพมนต์ลงหลุมที่ขุดไว้แล้ว แสงจันทร์ร้องไห้คร่ำครวญตลอดเวลา คนอื่นๆพากันเศร้าซึม เสียดายคนดีๆอย่างครูมนต์

“พี่มนต์...พี่อย่าทิ้งพวกเรานะ พี่ต้องอยู่ช่วยพวกเรา” เทวาพูดพึมพำ...เสียใจอย่างสุดซึ้ง

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"บีม&แพท" เลิฟซีนเร่าร้อน ฉากแบบนี้ของทั้งคู่หาดูยาก

"บีม&แพท" เลิฟซีนเร่าร้อน ฉากแบบนี้ของทั้งคู่หาดูยาก
19 พ.ย. 2562
07:15 น.