ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

พายุเทวดา

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

พายุเทวดา ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

ที่วัดเกาะมุกใต้...ในคืนอมาวสีหรือคืนจันทร์ดับไม่มีแม้แต่แสงดาว หลวงปู่หาญและบุญกู้ เด็กวัดวัยกลางคนที่เกื้อกูลกันมานาน ต่างรำลึกย้อนไปในอดีตที่เก็บเด็กทารกได้โดยบังเอิญ ด้วยการเกิดจากพลังเทวดาหรือโอปปาติกะ

หลวงปู่หาญและบุญกู้รับเด็กทารกเพศชายทั้งหกคนไว้อุปการะ ส่วนทารกเพศหญิงหนึ่งคนหลวงปู่มอบให้เป็นบุตรบุญธรรมของคนอื่นไป

เด็กหนุ่มหกคนเติบโตโดยไม่รู้ที่มาที่ไปของตัวเอง จนกระทั่งคืนวันอมาวสีในปีนี้  มีโจรสลัดซึ่งนำโดยนายโชติพาสมุนนับสิบแอบเข้ามาขุดเจาะสมบัติภายในวัดตามลายแทงโบราณ เสียงเครื่องมือขุดเจาะปลุกให้หกหนุ่มประกอบไปด้วย ฤทธิ์ มนต์ เทวา ก้อง เดช และสิงห์ ต่างตื่นมาพร้อมกันและต่อสู้
กับกลุ่มโจร แม้แต่อาวุธสงครามก็ไม่ระคายผิว ต่างเรียกลมและสายฟ้าจนธรรมชาติปั่นป่วน ที่สำคัญพวกเขาได้สังหารสมุนสามคนของโชติดับดิ้นก่อนที่โชติจะพาสมุนที่เหลือหนีไปอย่างทุลักทุเล

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้หลวงปู่หาญยอมเปิดเผยความจริงกับหกหนุ่มว่าเป็นโอปปาติกะที่เกิดจากพลังเทวดา มีหน้าที่รักษาทรัพย์สมบัติของแผ่นดิน จะใช้พลังเทวดาได้ก็ต่อเมื่อจำเป็นเท่านั้น และต้องอยู่ในศีล 5 ไม่อย่างนั้นพลังจะหมดลง

บุญกู้รู้เห็นเหตุการณ์เมื่อคืนด้วยใจระทึก นึกไม่ถึงว่าหกหนุ่มจะมีพลังวิเศษสมกับที่หลวงปู่หาญเคยบอกตนว่าทุกคนเป็นพวกนักเลงเทวดา

บนเกาะมุกมีชาวบ้านอาศัยอยู่ไม่น้อย มีวัด มีโรงเรียน และสถานพยาบาลเหมือนหมู่บ้านทั่วไป แม้เกาะจะตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวกลางทะเลก็ตาม

เช้าวันนี้ ขณะที่บุญกู้ฝังศพสมุนของโจรสลัด ครูประสิทธิ์ขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาในวัด นำปิ่นโตอาหารมาถวายหลวงปู่เพราะไม่เห็นท่านออกบิณฑบาต
บุญกู้ปฏิบัติภารกิจเสร็จพอดีรีบเดินมาบอกครูว่าหลวงปู่ยังไม่ออกจากโบสถ์ ครูจึงฝากอาหารไว้ถวาย พลางมองเลยไปยังเนินดิน เดาได้ว่าน่าจะเป็นหลุมฝังศพ ถามว่าศพใคร บุญกู้ อึกอักก่อนโกหกว่าศพใครไม่รู้ ซัดมาอยู่ที่ชายหาดตนก็เลยฝังไว้ก่อนเผื่อจะมีญาติมาติดต่อ

บุญกู้เมินหน้าหนีซ่อนพิรุธเต็มที่ พอดีกับที่สนเดินเข้ามาพร้อมลูกสาวสองคน แสงจันทร์และแสงดาว สามพ่อลูกตั้งใจใส่บาตรเหมือนกันแต่หลวงปู่ไม่ออกบิณฑบาตจึงนำอาหารมาถวาย

“ทุกทีวันพระ ท่านออกรับบาตร แต่วันนี้ไม่เห็น อาพาธหรือเปล่าบุญกู้”

“เปล่า แต่อย่าไปกวนท่านเลยครับ ท่านนั่งสมาธิทั้งคืน เห็นว่าจะเข้านิโรธสักสามวัน ไม่ฉันน้ำ ไม่ฉันอาหารเลยนะ เวลาจำวัดก็หลังไม่แตะพื้น”

“สาธุ ท่านปฏิบัติดีปฏิบัติชอบจริงๆ”

“งั้นเราก็อย่ารบกวนท่านเลยนะพ่อ กลับกันเถอะ”

เมื่อหลวงปู่ไม่ฉันอาหาร แสงจันทร์ซึ่งชอบพอเทวาจึงฝากปิ่นโตอาหารไว้กับบุญกู้ให้เขา แสงดาวเองก็แอบรักเทวาทำท่าไม่ชอบใจ ถามพี่สาวว่าทำไมต้องให้พี่เทวา ทำไมไม่ให้พี่มนต์

“มนต์น่ะ เดี๋ยวก็เจอกันที่โรงเรียน ฝากให้เทวาก็แล้วกัน”

“ครับ ครูแสงจันทร์” บุญกู้รับปิ่นโตมา

“ถ้างั้นผมไปก่อนนะ เดี๋ยวเจอกันที่โรงเรียนนะแสงจันทร์”

“ค่ะ ครูใหญ่”

ประสิทธิ์ขี่มอเตอร์ไซค์ออกไป สวนกับหมอนทีที่ตั้งใจมาชวนแสงดาวไปทำงานพร้อมกัน สนดูเหมือนถูกชะตากับหมอ คะยั้นคะยอให้ลูกสาวคนเล็กไปกับเขา แต่หล่อนกลับตั้งท่าจะปฏิเสธ แสงจันทร์เลยดักคอยิ้มๆ

“ราชรถมาถึงที่ จะปฏิเสธเหรอแสงดาว”

เป็นอันว่าหมอนทีได้แสงดาวซ้อนมอเตอร์ไซค์ เขาอารมณ์ดี พูดคุยกับเธออย่างมีความสุข แต่หญิงสาวไม่ได้ใส่ใจ มองลมฟ้าอากาศเรื่อยไป

ooooooo

ภายในโบสถ์ หกหนุ่มนั่งสมาธิอยู่กับหลวงปู่หาญตั้งแต่เมื่อคืน

“เอาล่ะ ค่อยๆผ่อนลมหายใจเข้าออกยาวๆ เป็นการผ่อนคลายแล้วก็ลืมตาขึ้น ทำอย่างช้าๆ ทำทุกอย่างอย่างมีสติรู้ตัว”

ทุกคนปฏิบัติตามแล้วพนมมือไหว้หลวงปู่โดยพร้อมเพรียง หลวงปู่อธิบายเรื่องหน้าที่ของพวกเขาทุกคนอีกครั้ง

“พวกเจ้ามาที่นี่เพื่อทำหน้าที่ปกป้องทรัพย์แผ่นดินที่ถูกฝังมาแต่โบราณ ต่อสู้กับพวกมารของแผ่นดินที่มุ่งจ้องเอาสมบัติแผ่นดินไปเป็นของตน”

“ทำไมต้องเป็นพวกฉันด้วยล่ะหลวงปู่” ฤทธิ์ถาม

“แรงอธิษฐานที่จะทำหน้าที่ปกป้องทรัพย์สมบัติของแผ่นดินน่ะสิ เมื่อพวกเจ้าตายเพราะแรงปรารถนานี้ เทวดาจึงส่งพวกเจ้ามาเกิดในรูปของโอปปาติกะ พวกเจ้าต้องหมั่นรักษาศีล หากศีลบริสุทธิ์เท่าใด พลังในตัวของเจ้าก็จะยิ่งเพิ่มพูนขึ้น แต่ถ้าเมื่อใดที่ผิดศีล พลังก็จะถดถอยจนหายไปในที่สุด จงใช้พลังเทวดาเฉพาะในเวลาจำเป็นเท่านั้น รับปากหลวงปู่ได้ไหม”

หกหนุ่มพนมมือขานรับพร้อมกัน หลวงปู่พอใจ กำชับทุกคนให้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับ รู้กันเฉพาะพี่ๆน้องๆ แล้วปู่จะนัดมานั่งสมาธิกันใหม่ จะเปิดอดีตชาติของทุกคนให้ได้รู้กัน

หลังออกจากโบสถ์มาไม่นาน ฤทธิ์ซึ่งเป็นพี่ใหญ่อยากทดสอบพลังตัวเองหลบไปยังชายหาด หลับตายื่นฝ่ามือออกมาตรงหน้า พลันมีกระแสไฟวิ่งวนทั่วร่างก่อนปรากฏเป็นสายฟ้าเสียงดังกึกก้อง

มนต์ เทวา ก้อง สิงห์ เดช พากันวิ่งมาโดยเร็ว เทวาถามฤทธิ์ว่าทำอะไร ฤทธิ์หันมา สีหน้าไม่สบอารมณ์

“พวกนายยุ่งอะไรด้วยวะ นี่มันพลังสายฟ้าของฉัน ฉันอยากลองพลังที่มีอยู่ในตัวฉัน”

“แต่หลวงปู่บอกเมื่อกี๊นี้ พี่ฤทธิ์จำไม่ได้เหรอ เราต้องใช้พลังเทวดาต่อเมื่อถึงเวลาจำเป็นเท่านั้น” มนต์ท้วง

“แค่นี้คงไม่เป็นอะไรหรอกน่า พลังพวกนี้อยู่ในตัวเรา ไม่ได้ซื้อหามานี่หว่า จะเป็นอะไรไปวะ หลวงปู่ก็แค่เตือน ไม่ถึงกับตายหรอก อย่ามายุ่ง”

“พี่พูดเหมือนไม่นับถือหลวงปู่”

“ข้ายังไม่ได้พูด อย่าหาความข้านะไอ้สิงห์ พวกนายน่ะถอยไปให้หมด ไม่งั้นละก็...พวกนายเจอพลังสายฟ้าของฉันแน่ เจ็บตัวแล้วอย่าหาว่าไม่เตือนนะโว้ย”

ฤทธิ์หันหลังให้ทุกคน เรียกพลังเทวดาอีกครั้ง คราวนี้สายฟ้าพาดสายรุนแรงกว่าเก่า เดชกับก้องทนไม่ได้วิ่งชนร่างฤทธิ์ แผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่น สิงห์เข้าห้าม ทำให้เกิดประกายไฟทั่วร่างกายของสิงห์ มนต์กับเทวาเห็นท่าไม่ดีรีบแยกทั้งหมดออกจากกัน แล้วขอร้องฤทธิ์ แต่เขาไม่ฟัง แถมตวาดไล่ทุกคนไม่ให้ยุ่ง

“แยกย้ายกันกลับเถอะ ไม่มีประโยชน์หรอก พี่ฤทธิ์กำลังบ้าอำนาจที่มีอยู่”

“ไอ้มนต์ มึงกล้าพูดกับกูอย่างนี้เลยเหรอ”

“ขอโทษ ผมกำลังจะบอกพี่ว่าถ้าหลวงปู่เปิดพลังให้เราได้ ท่านก็ปิดพลังเราได้เช่นกัน ทำไมพี่ฤทธิ์ไม่คิดบ้างว่าท่านจะเสียใจแค่ไหน แค่คำเตือนเล็กๆน้อยๆ พี่ยังปฏิบัติตามที่รับปากหลวงปู่ไม่ได้เลย”

ฤทธิ์จ้องหน้ามนต์อาฆาต ขยับตัวเข้าหาแต่เทวาก้าวมาขวาง บอกว่าถ้าทำอะไรมนต์ พวกตนไม่ยอมเด็ดขาด ฤทธิ์มองหน้าทุกคนที่พร้อมจะเอาเรื่องก็เลยไม่กล้า ได้แต่สบถอย่างหัวเสีย

“ไอ้พวกบ้า พวกเอ็งมันบ้า หลวงปู่ไม่ได้เป็นอะไรกับเราซะหน่อย แค่เลี้ยงเราไว้ใช้งานแล้วก็รอคอยอำนาจจากพวกเรา ท่านแก่แล้ว ท่านก็ต้องการให้พวกเราปกป้องท่าน พวกนายไม่คิดบ้างล่ะ ถ้าไม่มีพวกเราเมื่อคืน สมบัติมันจะยังอยู่ครบในเจดีย์มั้ย”

ฤทธิ์พูดจบก็ผลุนผลันออกไป ทุกคนมองตามอย่างไม่พอใจแกมงุนงงว่าทำไมฤทธิ์ถึงเปลี่ยนไป

“แบบนี้ใช่ไหมพี่มนต์ ที่เขาว่าอำนาจมันเปลี่ยนคนได้”

เทวาตั้งคำถามขึ้นมาอย่างเป็นกังวล มนต์พยักหน้าแทนคำตอบ ก่อนบอกทุกคนให้แยกย้ายกันไปทำงาน ตอนเย็นค่อยกลับมาหาหลวงปู่

ฤทธิ์ทำงานในอู่ซ่อมรถที่ชายหาดฝั่งตรงข้ามเกาะมุก วันนี้เขาได้รู้จักหยาดฟ้าน้องสาวของคงคา ซึ่งแท้จริงแล้วเธอคือเมียเก็บ แต่เพราะคงคายังมีกานดาเมียถูกต้องตามกฎหมายอยู่ร่วมชายคา จึงต้องกำหนดสถานะของหยาดฟ้าไปตามนั้น ทั้งที่เรื่องนี้กานดาก็รับรู้มาตลอด

หยาดฟ้ายังสาวและสวยเซ็กซี่ ไม่แปลกที่จะเตะตาฤทธิ์เป็นอย่างมาก แถมเธอยังวางตัวเชิญชวนโดยไม่แคร์สายตาเฮียชาติเจ้าของอู่ที่รู้จักมักคุ้นกับคงคาเป็นอย่างดี

ส่วนมนต์เป็นครูโรงเรียนเดียวกับแสงจันทร์ มนต์ชอบเธอ แต่เธอกลับไปชอบเทวา ผู้ชายที่ยังไม่มีงานการทำเป็นหลักแหล่ง เจ้าตัวก็บ่นกับหลวงปู่บ่อยเหมือน

กันว่าอยากทำงานเหมือนพี่น้องคนอื่นๆ แต่ทุกทีที่บ่นหลวงปู่ก็จะพูดคำเดิมว่า หน้าที่ของเทวาคือนั่งสมาธิ เรียนมนต์จากตน ตนต้องการถ่ายทอดวิชาให้คนที่มีความพร้อมมากที่สุด แล้วตนก็เชื่อว่าเทวาจะไม่เอาวิชาไปใช้ในทางที่ผิด

ooooooo

วันเดียวกัน ดารินและเนตรทราย สองตำรวจหญิงปฏิบัติภารกิจจับคนร้ายค้ายาเสพติดกลางลำน้ำเจ้าพระยาได้อย่างเก่งกาจสามารถ โดยเฉพาะดารินที่เหมือนมีพลังพิเศษแต่เธอไม่รู้ตัว

การจู่โจมจับคนร้ายครั้งนี้ได้ของกลางจำนวนมาก ซึ่งยาลอตนี้เป็นของคงคา เศรษฐีคนดังที่อยู่คนละฝั่งกับเกาะมุก เมื่อคงคาเห็นตำรวจแถลงข่าวการจับกุมครั้งนี้ก็หัวเสีย แต่จำต้องยุติการส่งยาสายอื่นๆไว้ก่อน เพราะคาดว่าตำรวจคงปิดเส้นทางไว้หมด

ผลงานของดารินเป็นที่กล่าวขานว่าเธอเก่งและแกร่งจนได้รับคำชื่นชมจากผู้บังคับบัญชาและเพื่อนตำรวจด้วยกัน แต่คนที่ไม่ได้รู้สึกยินดีไปด้วยกลับเป็นแม่ผู้พิการทางสายตาของเธอ ทุกครั้งที่มณีทราบข่าวลูกสาวจับคนร้าย เธอเป็นห่วงเหลือเกิน ไม่อยากให้ลูกสาวมีจุดจบเหมือนพ่อ

ดารินรบเร้าอาบุญเกิดบ่อยครั้งให้ท่านเล่าเรื่องราวของพ่อซึ่งเป็นอดีตนายตำรวจ แต่บุญเกิดบ่ายเบี่ยงมาตลอด เหมือนมีบางอย่างที่ไม่ต้องการจะเปิดเผย

ทางด้านฤทธิ์ พอรู้ว่าเทวากลายเป็นบุคคลสำคัญที่หลวงปู่ไว้วางใจถ่ายทอดวิชาให้ก็ยิ่งไม่พอใจ คอยหาเรื่องเทวาอยู่เรื่อย นับว่าโชคดีที่น้องๆคนอื่นไม่มีใครเป็นไปด้วย ฤทธิ์เลยเหมือนหัวเดียวกระเทียบลีบ แต่กระนั้นก็ไม่ทำให้เขาเปลี่ยนนิสัย กลับอาฆาตแค้นเทวายิ่งขึ้นไปอีก...

วันหนึ่ง คงคาเรียกโชติหัวหน้าโจรสลัดมาพบเพื่อมอบหมายงานให้เอายาเสพติดไปเก็บที่เกาะมุก เพียงโชติได้ยินชื่อเกาะก็ผวาเยือก บอกปัดไม่รับงานนี้ เพราะเขาเพิ่งกลับมาไม่กี่วัน หลังจากพาลูกน้องไปตายถึงสามคน

“เกิดอะไรขึ้นวะ” คงคาซัก

“ก็ผมไปขุดเจาะสมบัติที่วัดเกาะมุกใต้ตามลายแทงที่ได้มานานแล้ว มันมีเด็กหนุ่มหกคนมาขวาง เสี่ยเชื่อไหมครับ ปืนยังยิงมันไม่ได้เลย มันปล่อยแสงออกจากตัวได้ สารพัดวิชา เกิดมาผมก็เพิ่งเคยเห็น”

หยาดฟ้าหัวเราะราวกับฟังเรื่องตลก คงคากับลูกน้องพลอยขำขันไปด้วย แต่พอโชติยืนยันหนักแน่นว่าพวกมันมีอิทธิฤทธิ์เหมือนไม่ใช่คน ตนกับลูกน้องเห็นกับตา พวกคงคาก็เริ่มเอนเอียง แต่ที่สนใจมากกว่าก็คือลายแทงสมบัติ

“ถ้าฉันขอซื้อลายแทงของแก แกขายเท่าไหร่”

“จะดีเหรอเสี่ย”

“เท่าไหร่” คงคาเสียงเข้ม พร้อมๆกับลูกน้องสองคนก็ขยับเข้ามา โชติเลยไม่กล้ายึกยัก ระบุตัวเลขทันทีว่าหนึ่งล้าน

“ได้...หักหนี้เก่าที่แกมาเอาไปคราวก่อนหกแสน เหลือสี่แสน”

“โธ่เสี่ย ตอนนี้ผมปล้นเรือประมงไม่ได้เลย พวกมันติดอาวุธไปหมดแล้ว แถมร้ายแรงกว่าผมอีก ผมขอละกัน”

“ถ้ายังอยากหากินในน่านน้ำนี้อยู่ นายไม่น่าปฏิเสธหรือต่อรองกับฉัน ไหนเอามาดูซิ”

โชติจำใจส่งลายแทงให้เพราะเห็นลูกน้องคงคาขยับปืนที่เอว คงคายิ้มพอใจ เก็บลายแทงแล้วสั่งหยาดฟ้าจัดการเรื่องเงินให้โชติด้วย

“แล้วพรุ่งนี้แกมารับของจากฉันไปส่งที่เกาะมุกตามสัญญา”

ประโยคสุดท้ายของคงคาเล่นเอาโชติถึงกับปาดเหงื่อ หนักใจเหลือเกินที่จะกลับไปเหยียบเกาะมุกอีก

หลังจากโชติกลับไปแล้ว พร้อม แม่บ้านคนสนิทของกานดาภรรยาคงคารีบมาดักเจอพันซึ่งเป็นลูกชาย พันเป็นสมุนของคงคา เหตุที่พร้อมมาดักลูกชายเพราะกานดาอยากรู้ว่าชายที่มาเมื่อสักครู่เป็นใคร

เมื่อได้คำตอบแล้ว กานดาพรวดพราดมาพบคงคา แต่ไม่นึกว่าจะเจอหยาดฟ้ากำลังออดอ้อนสามีของตนอยู่ หญิงสาวขยับตัวออกห่างแต่ไม่มีท่าทีเกรงกลัวกานดาแม้แต่นิดเดียว กานดาหมั่นไส้ด่าเธอไปสองสามคนก่อนจะหันมาต่อว่าคงคาว่าผู้ชายที่มาหาเขาไม่ใช่คนดี ทำไมถึงคบกับมัน นับวันเขาทำตัวแปลกๆเข้าไปทุกที เรื่องดีๆทำไมไม่ทำ คิดทำแต่เรื่องชั่วๆ

“หยุดเลยนะกานดา กลับไปตึกของเธอ จะสวดมนต์หรือเอาหนังสือธรรมะต้มกินก็เรื่องของเธอ แต่อย่ามายุ่ง กับเรื่องของฉัน”

“น่าอร่อยจังเลยนะคะเสี่ย อยากรู้จังว่ารสชาติมันเป็นยังไง หวาน เค็ม เผ็ด เปรี้ยว”

“จะถามทำไม ในเมื่อมันเป็นของแสลงสำหรับผู้หญิงอย่างหล่อนไม่ใช่เหรอ”

หยาดฟ้าหน้าม้าน จิกตามองกานดาอย่างไม่พอใจ กานดาไม่สน หันมาฉะสามีอีกชุดใหญ่

“ตั้งแต่คุณพี่เอาผู้หญิงคนนี้เข้ามาอุปโลกน์ว่าเป็นญาติ แล้วก็ให้มาชูคออยู่ในบ้านหลังนี้ แผ่นดินทรุดลงไปตั้งเยอะ พอกับคุณพี่ที่นับวันก็ทำแต่เรื่องชั่วๆได้ทุกวัน”

“กานดา! กลับไป ตราบใดที่ฉันยังให้เกียรติเธอ เธอก็น่าจะดีใจที่ยังกินดีอยู่ดีมีความสุขในบ้านหลังนี้ด้วยเงินของฉัน”

“อีกไม่กี่วันลูกก็จะกลับจากเมืองนอกแล้ว ฉันหวังว่าคุณคงกลับตัวกลับใจเพื่อลูกของเรานะคะ แล้วก็กรุณาอย่าทำอะไรประเจิดประเจ้อแบบนี้อีก ลูกเห็นเข้าจะหมดความนับถือในตัวพ่อมัน”

กานดาทิ้งท้ายแล้วกลับออกไป หยาดฟ้ายิ้มเยาะไล่หลัง บอกคงคาว่าแบบนี้ต้องไม่ให้รู้ให้เห็นอะไรเลย ไม่งั้นจะเป็นอุปสรรคต่องานของเราไปตลอด คงคาไม่พูดอะไร แต่ในใจนั้นเห็นด้วยกับเธออย่างยิ่ง

ooooooo

รุ่งขึ้น หยาดฟ้าทำหน้าที่ไปรับคำรณลูกชายของคงคาที่กลับจากเมืองนอก แรกเห็นหญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกับตน คำรณแทบไม่เชื่อสายตา เพราะเข้าใจมาตลอดว่าอาต้องแก่คราวพ่อ หยาดฟ้าหัวเราะใส่จริต ขอร้องคำรณอย่าเรียกอาได้ไหม

“ก็อาหยาดมีศักดิ์เป็นน้องของพ่อ”

“ก็แค่ศักดิ์ ถ้านับทางอายุแล้วฉันอายุพอๆกับเธอแหละ เราเป็นเพื่อนกันดีกว่า”

“ก็ดี งั้นผมเรียกคุณว่าหยาดนะ”

หญิงสาวโอเค ยิ้มหว่านเสน่ห์ชวนหลงใหล...

เวลาเดียวกันที่ชายหาดฝั่งตรงข้ามเกาะมุก ดารินพาแม่มณีมาเที่ยวแล้วได้พบเทวาโดยบังเอิญ เทวาช่วยเหลือมณีที่นั่งรถวีลแชร์แล้วเกือบโดนรถยนต์ของหยาดฟ้าเฉี่ยวชน

เทวามากับแสงจันทร์ ช่วยเหลือเสร็จก็รีบผละไปหาเธอ โดยที่ดารินไม่ทันได้เห็นหน้าเขาชัดๆ มณีตกใจมากกับเหตุการณ์เมื่อสักครู่ และเมื่อรู้ว่าที่นี่ใกล้เกาะมุกก็รีบสั่งให้ลูกสาวพาตนกลับ แล้วอย่าพาแม่มาที่นี่อีก

แสงดาวรู้เห็นว่าแสงจันทร์ไปซื้อของกับเทวา เธอมายุยงมนต์ให้ตามไปขัดขวาง แต่มนต์ไม่เล่นด้วยเพราะเห็นแก่น้องชายแสนดีอย่างเทวา...แต่สำหรับฤทธิ์แล้วนั้น เขาจ้องเล่นงานเทวาทุกเมื่อถ้ามีโอกาส

เย็นนี้ ฤทธิ์แอบสะกดรอยตามเทวามาถึงร้านอาหารแห่งหนึ่งที่ติดประกาศรับสมัครนักร้องมีเงินรางวัลห้าหมื่นบาท เทวาสนใจมากคิดว่างานนี้ตัวเองได้เกิดแน่ เดินกลับมานั่งกินข้าวกับแสงจันทร์และบอกเล่าอย่างมีความหวัง จังหวะนี้เองฤทธิ์ซ่อนตัวไม่ไกล แอบใช้พลัง เทวดาทำให้ไฟลุกไหม้ในร้านอาหารจนเกิดเหตุวุ่นวายเกือบมีผู้เสียชีวิต ถ้าเทวาไม่สกัดเอาไว้

เมื่อข้ามกลับมาที่เกาะมุก เทวาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้มนต์และน้องๆฟัง พร้อมทั้งคาดว่าต้องเป็นฝีมือฤทธิ์... เดชสิงห์ และก้องไม่พอใจ อยากให้เทวาเล่าให้หลวงปู่ฟังแต่เทวา ปฏิเสธเพราะไม่ต้องการให้ฤทธิ์เกลียดชังตนไปมากกว่านี้...

ด้านคำรณพอกลับถึงบ้านได้พบแต่บิดา จึงถามหามารดาที่ไม่ได้เจอกันนาน ปรากฏว่าคงคาบ่ายเบี่ยงไม่อยากให้พบ อ้างว่าแม่ของเขาเป็นโรคประสาท แล้วตัดบทให้หยาดฟ้าพาเขาไปดูห้องพัก ซึ่งเธอให้หวานใจจัดเตรียมเอาไว้แล้ว

หวานใจเป็นสาวใช้ในบ้านแต่เชื่อฟังหยาดฟ้าทุกอย่างเพราะเห็นแก่เงิน ไม่ว่ามีงานอะไรให้ทำแล้วมีค่าตอบแทน หวานใจไม่เคยปฏิเสธ แม้แต่คอยดูความเคลื่อนไหวของกานดาก็ไม่เว้น

ฤทธิ์ไม่ชอบเทวาแถมยังพูดจาไม่ยำเกรงน้าบุญกู้ที่เลี้ยงดูมาแต่เล็ก หลวงปู่แม้ไม่ประสบด้วยตัวเองแต่ก็รู้เห็นการกระทำของฤทธิ์โดยตลอด คืนหนึ่งจึงใช้บุญกู้ไปตามหกหนุ่มมาพบในโบสถ์ แล้วชิงพูดขึ้นก่อนว่า

“ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ปู่เลี้ยงพวกเจ้ามา เจ้าคิดอะไรปู่รู้หมด เอาเป็นว่าทุกคนรับปากปู่ได้ไหมว่าจะไม่ทะเลาะกัน จะรักและสามัคคีกัน พลังเทวดาจะศักดิ์สิทธิ์ก็ต่อเมื่อทุกคนรวมพลังกัน แม้ขาดไปบ้างแต่ก็ต้องครบหกคน”

“ถ้าอย่างนั้นก็เห็นจะยากละครับ บอกตรงๆ ว่าผมไม่แน่ใจว่าจะรวมตัวกับพวกมันได้หรือเปล่า”

“ไอ้ฤทธิ์ กล้าพูดอย่างนี้ต่อหน้าหลวงปู่เลยหรือวะ”

“น้าบุญกู้ ผมมีชีวิตของผม ใครจะเป็นเจ้าของชีวิตผมไม่ได้”

“ขาดเจ้าเสียคน ก็คงไม่เป็นไรหรอก”

“แต่ก็ไม่ครบหกสิครับ เรามีกันหกคน โตมาด้วยกัน เล่นด้วยกัน ต่อสู้มาด้วยกัน แล้วทำไมพี่ฤทธิ์ถึงจะทิ้งเราไป”

“เอ็งจะคิดอะไรมากล่ะมนต์ ขนาดหลวงปู่ยังพูดว่าขาดข้าคนหนึ่งยังไม่เป็นไร” ฤทธิ์ตัดพ้อด้วยความน้อยใจ

“พวกเจ้าไม่ได้มีแค่หกคน” คำพูดของบุญกู้ทำ

เอาหกหนุ่มหันขวับมามองเป็นตาเดียว เทวาสงสัยถามว่ายังมีใครอื่นอีกหรือ

“พวกเจ้ามาด้วยกันเจ็ดคน แต่คนที่เจ็ดเป็นผู้หญิง หากเมื่อใดน้องสาวของเจ้ามารวมตัวกันได้ เจ็ดคนพลังก็ยิ่งใหญ่ แต่ถ้ารวมไม่ได้ หกคนก็ยังไม่มีใครทำอะไรพวกเทวดาอย่างพวกเจ้าได้”

คำตอบของหลวงปู่ชัดเจน ฤทธิ์หน้าเครียด กลับออกมาพร้อมน้องๆ ยืนคุยกันที่ลานวัด

“วันนี้ข้าได้รู้แล้วว่าหลวงปู่ไม่ได้รักข้าเลย ข้าขอประกาศไว้ตรงนี้เลยนะว่าวันใดที่ข้าออกไปจากที่นี่ อย่าหาว่าข้าเนรคุณก็แล้วกัน”

“ไม่เอาน่าพี่ฤทธิ์ หลวงปู่กับน้าบุญกู้จะเสียใจ”

มนต์ปลอบใจ เทวาช่วยอีกแรง ด้วยการกราบเท้าขอโทษฤทธิ์หากตนทำอะไรให้ไม่พอใจ แต่ตนอยากได้พี่ชายคนเดิมกลับมา ฤทธิ์ยิ้มพอใจ กอดตอบเทวาที่กราบเสร็จลุกขึ้นมา แต่แววตายังขุ่นอาฆาตเหมือนเดิม

ooooooo

ตอนที่ 2

ดารินสนใจเกาะมุกจึงให้เนตรทรายที่เป็นตำรวจด้วยกันช่วยสืบจนรู้ว่าที่นั่น เป็นแดนเถื่อนที่ทำให้ร้อยเอกสุชาติพ่อของเธอตายและมณีตาบอด เหตุนี้เองทำให้ดารินตัดสินใจเดินทางไปเกาะมุกโดยฝากแม่ไว้กับบุญกู้และเนตร ทราย

ทางด้านเสี่ยคงคากับหยาดฟ้าก็ข้ามฟากไปยังเกาะมุกพร้อมลูกชายและ สมุน เพื่อตระเวนหาซื้อที่ดินแปลงสวยไว้สำหรับเป็นที่ฟอกเงินและเป็นที่พักของยา เสพติด แต่ถูกต่อต้านจากครูประสิทธิ์ หมอนที หลวงปู่หาญ รวมถึงนายสน คนเก่าแก่บนเกาะ

เมื่อชาวบ้านออกมาต่อต้าน ในที่สุดก็เกิดปะทะกัน สนถูกซ้อมบาดเจ็บและอาจถึงตายถ้าเทวา ก้อง เดช และสิงห์ไม่เข้ามาช่วยด้วยพลังเทวดา พวกคงคาถอยร่นเพราะรับรู้ได้ถึงความผิดปกติ และคาดว่าหนุ่มๆ พวกนี้คงเป็นกลุ่มคนที่โชติเคยพูดให้ฟังว่ามันมีพลังพิเศษไม่ใช่คน

แต่แล้วสองฝ่ายก็เจอกันอีกครั้งที่งานวัดฝั่งตรงข้ามเกาะมุก เทวามาประกวดร้องเพลงโดยมีพี่น้องและแสงจันทร์กับแสงดาวมาช่วยเชียร์ ส่วนดารินปลอมตัวมาในมาดสาวรำวงย้อนยุค

การ ประกวดยังไม่สิ้นสุด พวกคำรณก็หาเรื่องน้องๆของเทวาสร้างความชุลมุนวุ่นวายจนชาวบ้านแตกกระเจิง เทวาโดดลงจากเวทีร้องเพลงลงไปช่วยเหลือโดยที่ ฤทธิ์ก็ร่วมด้วย หยาดฟ้าจำฤทธิ์ได้เพราะเคยเจอกันครั้งหนึ่งที่อู่ซ่อมรถ จึงบอกคำรณไม่ให้ตามพวกเขาที่วิ่งหนีไปทางชายหาด

เพียงเช้าวันถัดมา คงคาก็วางแผนสลายพลังของ หกหนุ่มแห่งเกาะมุก แต่ต้องทำอย่างแนบเนียนด้วยการตีสนิทแล้วเอามันมาเป็นพวก เลี้ยงมันด้วยเงินและของดีๆ มีหรือมันจะไม่สนใจ ได้มาแค่สองคนก็ทำให้เรายิ่งใหญ่ได้

“ถ้างั้น หยาดช่วยเสี่ยได้ค่ะ” หยาดฟ้าเสนอตัวก่อนมุ่งหน้าไปยังอู่ซ่อมรถที่ฤทธิ์ทำงาน

แต่เวลานั้นฤทธิ์ยังไม่ได้ข้ามมาทำงาน ยังอยู่ที่วัดกับพี่น้องทุกคนเพื่อฝึกสมาธิเพิ่มเติมหลังจากเมื่อคืนใช้พลังเทวดาโดยไม่จำเป็น ตอนแรกฤทธิ์ดึงดันจะไปทำงาน แต่พอหลวงปู่บอกว่าจะประจุพลังธาตุทั้งสี่ให้ก็เปลี่ยนใจ

หลวง ปู่เลือกเทวากับฤทธิ์เข้ามาทำพิธีในโบสถ์ก่อน ส่วนอีกสี่หนุ่มรอในคราวต่อไป...การประจุพลังธาตุทั้งสี่ต้องใช้เวลาและความ อดทนอย่างมาก ฤทธิ์สู้ไม่ไหวโอดโอยตลอดเวลาจึงทำไม่สำเร็จ ต่างจากเทวาที่อึดและทนเจ็บปวดโดยไม่ปริปากสักคำ

“เจ้าผ่านได้ไม่ครบทุกด่าน ประจุธาตุในกายของเจ้าล้มเหลว”

“ล้มเหลว แล้วไอ้เทวาล่ะครับ” ฤทธิ์ถามหลวงปู่เสียงแข็ง

“กายของเทวาได้รับการประจุธาตุครบทั้งดิน น้ำ ลม ไฟ ใครก็เอาชนะเจ้าไม่ได้ เว้นแต่ตัวเจ้าเอง”

“ตัวผม...หมายความว่ายังไงครับ”

“หาก เจ้าไม่รักษาศีลห้าให้บริสุทธิ์ พลังเทวดาและประจุธาตุที่อยู่ในกายของเจ้าก็จะหมดไป พลังเทวดาของทุกคน เจ้าสามารถเรียกมาใช้ได้ เหมือนเจ้าเป็นเจ้าของพลังเทวดานั้น”

“แม้แต่สายฟ้าของผมหรือหลวงปู่”

“ใช่”

คำตอบนั้นทำให้ฤทธิ์ผงะ ความเกลียดชังยิ่งทวีคูณ พูดโพล่งว่าหลวงปู่ไม่ยุติธรรม แล้วผลุนผลันออกไป เทวาตกใจทำท่าจะลุกตาม แต่หลวงปู่รีบห้าม

“อย่า...บุญวาสนาของแต่ละคนมีมาไม่เท่ากัน เมื่อเจ้าฤทธิ์ใช้อารมณ์เป็นที่ตั้ง ยึดถือตัวเองเป็นใหญ่ ก็เท่ากับว่ากำลังเดินไปสู่ทางเสื่อม ป่วยการที่จะไปพูดอะไรให้เขาเข้าใจ จงใช้ประจุธาตุและพลังเทวดาเพื่อประโยชน์ของคนอื่นให้มากที่สุดนะเทวา”

“ครับ หลวงปู่ ผมจะทำอย่างที่หลวงปู่สอน” เทวากราบหลวงปู่ก่อนจะกลับออกมาบอกบุญกู้ว่าฤทธิ์ทำไม่สำเร็จ แต่หลวงปู่จะประจุธาตุทั้งสี่ให้พวกเราจนครบ แต่ใครจะรับได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับตัวเอง

ooooooo

ฤทธิ์ข้ามฟากไปที่ อู่ซ่อมรถทั้งที่เย็นมากแล้ว ปรากฏว่าหยาดฟ้ายังรอเขาอยู่...สองคนนั่งรถออกไปด้วยกันโดยหยาดฟ้าเป็นคนขับ พาไปยังบ้านเสี่ยคงคา

หยาดฟ้าบอกฤทธิ์ว่าตนอยากรู้จักคนเกาะมุก และคิดว่าเขาคงอยากมีบ้านสวยๆ มีเงินทองใช้ ฤทธิ์ยอมรับแล้วลงจากรถเดินตามเธอเข้าไปในบ้านเสี่ยคงคา

“นี่ไงเสี่ยคงคา ผู้กว้างขวางของที่นี่”

ฤทธิ์ยกมือไหว้ แล้วเริ่มระแวงเมื่อได้ยินคงคาพูดว่าคืนก่อนเขาก่อเรื่องกับพวกตนในงานวัด

“วันนี้พ่อกะเอาคืนมันใช่ไหม” คำรณวางท่าข่มขู่ ฤทธิ์รีบบอกว่าตนไม่ได้ตั้งใจ แล้วก็ไม่ได้เป็นฝ่ายหาเรื่องก่อนด้วย

“อย่าขวัญเสียสิ ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรนายเลย ว่าแต่นายชื่ออะไร”

“ชื่อฤทธิ์ครับ”

“ยินดีที่รู้จักนายฤทธิ์”

“คืนนี้เลี้ยงฉลองเพื่อนใหม่กันหน่อยดีมั้ย”

“ดีเลยคุณหยาดฟ้า” คำรณสนับสนุน รอยยิ้ม

เจ้าเล่ห์ผุดพราย...

พร้อม แอบมองจากมุมหนึ่ง แต่ต้องรีบผละออกไปเมื่อพันซึ่งอยู่ในกลุ่มเสี่ยคงคาหันมาเห็น พร้อมตั้งใจไปหากานดาที่บ้านอีกหลังที่อยู่ในรั้วเดียวกัน  แต่เจอหวานใจเด็กของหยาดฟ้าหาเรื่องเพราะกลัวพร้อมจะคาบข่าวมารายงานกานดา

กานดาได้ยินเสียงเอะอะรีบออกมาปรามหวานใจด้วยความโมโห “หยุดนะหวานใจ เธอไม่มีสิทธิ์มาที่เรือนของฉัน”

“ค่ะคุณผู้หญิง ถ้าอย่างงั้นก็เตือนแม่พร้อมด้วยว่าอย่าไปยุ่มย่ามที่เรือนใหญ่”

“ฉันใช้พร้อมไปเอง ถ้าเธอห้ามพร้อมก็เท่ากับห้ามฉัน  หวังว่าเธอคงเข้าใจนะว่าเธอกับฉันน่ะมันต่างกัน”

“ค่ะ คุณผู้หญิง” หวานใจกระแทกเสียงแล้วผละไป

พร้อมขยับมารายงานเจ้านาย “คนแปลกหน้าอีกแล้วค่ะ เห็นว่ามาจากเกาะมุก เป็นพวกที่มีเรื่องกับคุณคำรณคืนก่อนที่งานวัด”

“นี่จะก่อเรื่องอะไรกันอีกนะ...พร้อม ช่วยบอกคำรณมาพบฉันหน่อย”

“ตอนนี้คงไม่ได้แล้วล่ะค่ะ  พากันออกไปข้างนอกหมดแล้ว ไว้อิฉันจะสั่งไอ้พันให้เรียนคุณคำรณนะคะ”

กานดานิ่งไป ไม่สบายใจเรื่องลูกผัวเอาเสียเลย

ooooooo

หลัง เกิดเหตุในงานวัดทำให้ดารินรู้เรื่องราวของพวกเสี่ยคงคามากขึ้น  และเมื่อเธอย้อนกลับมาที่บ้านทราบจากเนตรทรายว่าผู้บังคับบัญชาระงับเรื่อง ที่เธอร้องขอไปก็ออกอาการเซ็งสุดขีด

“ระงับไม่ให้ฉันไปจัดการกับไอ้คงคา ทั้งที่มีข้อมูลว่ามันอยู่เบื้องหลังขบวนการค้ายาเสพติดแล้วก็ทำผิดกฎหมาย อีกหลายอย่าง หัวหน้ากำลังทำให้ฉันหมดศรัทธา”

“เธอนี่ใจร้อนจัง หัวหน้าเขาคงมีเหตุผลน่า”

“ถึงยังไงฉันก็จะไปให้ได้ ไปด้วยกันไหมเนตร”

“ไปไหน”

“เกาะมุก ถ้าไม่ไป ฉันฝากแม่ด้วย”

“คิดดีแล้วเหรอริน จะไปเมื่อไหร่”

“คืนนี้”

“คืนนี้? กว่าจะถึงมิดึกเหรอ”

ดารินสีหน้ามุ่งมั่นมาก ไม่สนใจคำทักท้วงของเพื่อนสาว...

ดารินปลอมตัวมาในคราบหญิงสาวทำงานกลางคืน เข้ามาติดต่อห้องพักในโรงแรมริมหาดของเสี่ยคงคาที่ค่อนข้างสงบไม่ค่อยมีลูกค้า

นึกไม่ถึงว่าการมาครั้งนี้เธอได้เห็นการประลองวิชาพลังเทวดาที่ฤทธิ์ถูกคงคาจัดฉากว่าตนกับพรรคพวกตกอยู่ในอันตรายแล้วฤทธิ์เข้าช่วยเหลือ ดารินไม่รู้ว่าสิ่งที่เห็นคืออะไร แต่คิดว่าขืนอยู่ในที่นี้ต่อไปต้องไม่ปลอดภัยแน่ จึงรีบร้อนออกจากโรงแรม

คำรณซึ่งพอใจดารินตั้งแต่แรกเห็นตอนเธอเข้ามาติดต่อห้องพัก พอเขารู้จากพนักงานว่าหญิงสาวขับรถออกไปไม่นาน จึงขึ้นรถไล่ตามแต่ถูกเธอเบียดจนประสบอุบัติเหตุบาดเจ็บ

ดารินหนีไปได้อย่างหวุดหวิด ส่วนคำรณถูกส่งไปรักษาที่โรงพยาบาล...ไม่นานนัก กานดากับพร้อมตามมาสมทบ คนเป็นแม่ร้อนใจห่วงลูกชายมาก แต่คงคากลับเห็นเป็นเรื่องเล็กน้อย บอกกานดาว่าคำรณแค่ขับรถเร็ว หัวแตก ไม่เห็นมีอะไรน่าตื่นเต้น

“แค่นั้นเหรอ เอกซเรย์หรือยัง กลัวว่าจะกระทบ กระเทือน คุณต้องให้หมอตรวจด้วยนะ”

“กลับไปก่อน พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ หมอยังไม่ให้เยี่ยม”

“ฉันขอร้อง อย่าให้ลูกไปพัวพันกับเรื่องไม่ดีเลย นะคุณ”

“พร้อม...เมื่อเย็นให้คุณผู้หญิงกินยาระงับประสาทหรือยัง”

พร้อมอึกๆอักๆ คงคารำคาญสั่งพันให้พาพร้อมและกานดากลับไปก่อนที่เขากับแม่จะไม่มีที่ซุกหัวนอนทั้งคู่ พันรับคำแล้วก้มหัวเชิงขอร้องกานดา เธอเห็นใจพันจึงยอมกลับ ฤทธิ์อยู่ในเหตุการณ์จับตามองอย่างสงสัย โดยเฉพาะท่าทีของกานดากับหยาดฟ้าดูแปลกๆพิกล

ครู่ต่อมา หยาดฟ้าตีหน้าเศร้ายืนคุยกับฤทธิ์ตาม ลำพังในมุมหนึ่งของโรงพยาบาล

“ฉันเป็นญาติกับเสี่ยคงคา ก็เป็นลูกพี่ลูกน้องกันน่ะนายฤทธิ์ พ่อแม่ฉันตายหมด เสี่ยก็เลยเอามาอุปการะ รู้ไหมตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ นังกานดาเมียเสี่ยมันทำทุกวิถีทางที่จะกลั่นแกล้งฉัน หาเรื่องฉัน เพื่อให้เสี่ยไล่ฉันออกไปจากบ้าน...นายฤทธิ์รู้อย่างนี้แล้ว สัญญาได้ไหมว่าจะดูแลฉัน ไม่ยอมให้เขารังแกฉัน”

“ครับ ผมรับปาก ต่อไปนี้จะไม่มีใครรังแกคุณหยาดฟ้าได้เป็นอันขาด”

“ฉันไม่คิดเลยว่าจะได้พบเพื่อนผู้แสนดีอย่างเธอ”

“เช่นกันครับคุณหยาด” ฤทธิ์ส่งสายตาหวานฉ่ำ หลงเสน่ห์หยาดฟ้าเข้าเต็มเปา

ooooooo

เมื่อคืนฤทธิ์ไม่กลับวัด เทวาและทุกคนเป็นห่วง เผอิญวันนี้มนต์ต้องข้ามฝั่งไปซื้อของกับแสงจันทร์ จึงแวะไปถามที่อู่ซ่อมรถ ได้ความว่าฤทธิ์ไม่ได้ทำงานที่อู่แล้ว แต่น่าจะไปทำงานกับเสี่ยคงคา

มนต์กลับมาส่งแสงจันทร์ที่บ้านและบอกเล่าเรื่องฤทธิ์ให้สนฟัง สนจำชื่อเสี่ยคงคาได้แม่นว่าเป็นคนที่ซ้อมตนปางตาย ไม่คิดเลยว่าฤทธิ์จะเห็นดีเห็นงามไปกับพวกอันธพาล

“พี่ฤทธิ์คงถูกหลอกน่ะพ่อ”

“ใครจะหลอกคนอย่างมันได้ ฉลาดเป็นกรดเว้น แต่ว่ามันสมัครใจเอง...นี่มันคงหวังเอาไอ้ฤทธิ์เป็นพวกจะได้มากว้านซื้อที่ดินบนเกาะมุกได้ง่าย ฮึ ไม่มีทางหรอก”

“ถ้าเป็นอย่างที่พ่อว่า คนเกาะมุกก็ไม่ควรนับถือพี่ฤทธิ์อีกต่อไป หลวงปู่คงเสียใจนะพี่มนต์”

คำพูดของแสงดาวทำให้มนต์ถึงกับซึมไปอย่างไม่ สบายใจ เมื่อกลับไปบอกพวกเทวาที่วัด เทวาบ่นเสียใจที่ตนอาจเป็นต้นเหตุให้ฤทธิ์เข้าไปร่วมแก๊งกับเสี่ยคงคา แต่สิงห์ เดช และก้องไม่คิดเช่นนั้น ต่างปลอบเทวาไม่ให้คิดมาก ถ้าฤทธิ์เจอพิษสงพวกมันเข้าเดี๋ยวก็กลับมาเอง

“แต่ข้ากลัวว่าพวกมันจะใช้พี่ฤทธิ์มาหาผลประโยชน์บนเกาะมุกน่ะสิ” มนต์พูดอย่างหนักใจ แต่บุญกู้สีหน้าท่าทีหนักใจกว่า เปรยขึ้นว่า

“ถ้าเจ้าฤทธิ์ไปเสียคน พลังเทวดาของพวกเอ็งก็เหลือน้อยจะเอาปัญญาที่ไหนไปสู้กับพวกมัน”

ห้าหนุ่มมองหน้ากันไปมา เห็นเค้าลางของปัญหาอย่างที่บุญกู้พูด

ooooooo

สนต้องการให้แสงจันทร์ลูกสาวคนโตลงเอยกับมนต์มากกว่าเทวาที่ยังไม่มีงานทำเป็นเรื่องเป็นราว อีกอย่างมนต์ก็เป็นครูโรงเรียนเดียวกับแสงจันทร์

พอแสงดาวได้ยินพ่อพูดเรื่องนี้ก็ถือโอกาสยุยงส่งเสริม แถมยังไปถามพี่สาวว่าเทวาเคยบอกรักพี่บ้างไหม เขาเคยคิดจะแต่งงานอยู่กินกับพี่หรือเปล่า

แสงจันทร์ส่ายหน้า เพราะเทวาไม่เคยพูดอะไรทำนองนี้เลย และเพื่อเป็นการพิสูจน์ เย็นนั้นเธอจึงไปพบเทวาที่ชายหาด ตั้งคำถามหยั่งเชิงว่า

“พ่อจะให้ฉันแต่งงานกับครูมนต์ พี่จะว่ายังไง”

“แล้วแสงจันทร์ว่ายังไงล่ะ”

“ฉันถามพี่...ถ้าพี่รักฉันจริง พี่ก็พาฉันหนีไปที่ไหนก็ได้ เราไปใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน”

“พี่ทำอย่างนั้นไม่ได้หรอกแสงจันทร์...หลวงปู่ต้องเสียใจ”

“กี่ปีมาแล้วที่ฉันไม่เคยมีใครอยู่ในหัวใจเลย นอกจากพี่ แล้วทำไมพี่ถึงไม่กล้าที่จะทำอะไรสักอย่าง ให้ใครๆเขารู้ว่าเรารักกัน...พี่เองก็รู้ใช่ไหมว่าครูมนต์เขาคิดยังไงกับฉัน”

เทวาพยักหน้า แสงจันทร์โมโหสุดขีด ทั้งผลักและทุบตีเขาทั้งน้ำตา

“รู้...แต่ก็ปล่อยให้เขาเข้ามาในชีวิตฉัน พี่ไม่รักฉันพี่ก็บอกมาตรงๆดีกว่า อย่าให้ฉันต้องโง่อยู่คนเดียวเลย”

“แสงจันทร์ ฟังพี่ก่อน”

เทวาจะกอดและปลอบใจ แต่แสงจันทร์ผลักไสวิ่งร้องไห้หนีไป เทวากลัดกลุ้มเพราะความจริงเขารักแสงจันทร์แต่ด้วยรู้ว่าตัวเองไม่มีความมั่นคงเท่ากับมนต์จึงไม่อยากรั้งเธอมาลำบาก อีกทั้งมนต์ก็เป็นคนดี

“หลวงปู่ครับ ระหว่างความรักกับมิตรภาพที่มีต่อเพื่อน ผมควรเลือกอะไรครับ”

หลวงปู่มองหน้าเทวา ยิ้มบางๆอย่างคนมีเมตตาและเข้าใจโลก

“ความรักแบบไหนที่จะทำให้เราเห็นแก่ตัวน้อยที่สุด และความรักของเราจะช่วยพยุงความดีไว้ได้ นั่นแหละคือทางเลือกที่ถูกต้อง”

คำพูดของหลวงปู่ทำให้เทวาตัดใจได้เด็ดเดี่ยวไปคุยกับมนต์ตามลำพัง ฝากแสงจันทร์ให้เขาดูแล

“ฉันก็อยากพูดเรื่องนี้กับนายเหมือนกัน ฉันรู้ว่านายรักแสงจันทร์ ฉันผิดที่มาทีหลัง ฉันสัญญาว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับแสงจันทร์อีก”

“เราต่างหากที่ต้องพูดแบบนี้กับนาย เรามันคนไม่มีอนาคต ไม่มีอะไรที่จะทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเรารักมากภาคภูมิใจได้เลย อีกอย่างถ้าเราเลือกแต่งงานกับแสงจันทร์แล้วใครล่ะจะดูแลหลวงปู่”
“ฉันเหมือนคนเห็นแก่ตัวนะเทวา...อย่าเลย”

“ให้ครูใหญ่เป็นเถ้าแก่ไปสู่ขอแสงจันทร์ซะ ลุงสนจะได้สบายใจ แกไม่ชอบเรา ถึงเราจะแต่งงานกับลูกสาวแก ชีวิตครอบครัวของเรากับแสงจันทร์ก็คงไม่มีความสุขหรอก”

เหตุผลสุดท้ายของเทวาทำให้มนต์จำนนในที่สุด

ooooooo

แสงจันทร์ยังอาวรณ์เทวา เธอมาพบเขาอีกครั้งในวันรุ่งขึ้น บอกให้รู้ว่าครูประสิทธิ์จะมาเป็นเถ้าแก่สู่ขอตนจากพ่อ

“ฉันจะมาขอคำยืนยันจากพี่เป็นครั้งสุดท้าย พี่ตัด สินใจว่ายังไง ถ้าพี่จะพาฉันหนีไปจากเกาะมุกฉันก็พร้อม”

“มนต์รักเธอมาก เขาจะเป็นสามีที่ดีของเธอนะแสงจันทร์”

“ฉันเกลียดพี่...ฉันไม่ต้องการคำตอบแบบนี้ ทำไมพี่ต้องทำร้ายฉันด้วย ฮือๆๆ”

แสงจันทร์เสียใจและน้อยใจ วิ่งร้องไห้ไปตามชายหาด เทวาเองก็เสียใจ แต่ไม่แสดงความรู้สึกออกมา

วันเดียวกันนี้ มนต์ไปพบฤทธิ์ที่หน้าบ้านเสี่ยคงคา บอกข่าวเรื่องตนจะแต่งงานกับแสงจันทร์

“แล้วไอ้เทวาล่ะ นายนึกยังไงถึงได้แย่งผู้หญิง ของมัน”

“ผมไม่ได้แย่งแต่เทวาไม่ยอมแต่งกับแสงจันทร์ เธอก็เลยตัดสินใจแต่งงานกับผม”

“สะใจดีว่ะ ฉันขอให้แกโชคดี แต่ฉันคงไปร่วมงานแต่งนายไม่ได้หรอก ฉันมีงานต้องทำ แค่นี้นะ”

ฤทธิ์หันกลับเข้าบ้าน ส่วนมนต์เดินหน้าจ๋อยจากมา...คงคาแอบมองจากในบ้าน เร่งรีบบอกกับหยาดฟ้าให้หว่านเสน่ห์ฤทธิ์เพื่องานของเรา พอฤทธิ์เดินมาถึง คงคาซักถามว่าผู้ชายที่มาหาเป็นใคร

“น้องชายผมครับ”

“ทำไมราศีถึงผิดกันนัก น้องชายดูสง่า สงสัยว่านายจะเสียสละให้น้องมาทั้งชีวิต หรือไม่หลวงปู่ของนายก็รักลูกศิษย์ไม่เท่ากัน”

คำพูดของคงคาจี้ใจดำฤทธิ์อย่างแรง ยอมรับว่าตนไม่ใช่ศิษย์โปรด

“เธอก็เลยไม่ได้อะไรเหมือนที่น้องๆได้” หยาดฟ้ากระทุ้งเข้าให้อีก ฤทธิ์ถึงกับนิ่งงัน คงคาได้ทีเข้าไปตบไหล่ปลอบใจ

“เลิกคิดเรื่องนั้นได้เลยนะนายฤทธิ์ เพราะต่อไปนี้นายจะมีทุกสิ่งทุกอย่างตามที่นายต้องการ ขอเพียงสิ่งแลกเปลี่ยนเล็กๆน้อยๆเท่านั้น”

“อะไรครับ”

“ถ่ายพลังเทวดาที่นายมีอยู่ให้กับลูกชายของฉัน”

“ในเมื่อนายมีพลังเทวดาได้ แล้วทำไมฉันจะมีไม่ได้” คำรณวางท่าผยอง

“ให้เราสามคนด้วยนะเสี่ย เราจะได้ช่วยงานเสี่ยได้ไงล่ะครับ”

“จริงของเอ็ง ไอ้พัน...เอ็งสามคนด้วย ว่าไงนายฤทธิ์”

ฤทธิ์อ้ำอึ้ง หยาดฟ้าทำทีเห็นใจ เอ่ยปากขอเสี่ยคงคาให้เวลาฤทธิ์คิดดูก่อนสักคืน...แล้วคืนนั้นเอง หยาดฟ้าก็ล่วงล้ำเข้าไปในห้องนอนฤทธิ์ แสดงความเป็นห่วงกลัวเขาจะตัดสินใจผิดแล้วชีวิตจะดิ่งลงเหว

“หมายความว่ายังไงครับ”

“เข้ามาอยู่ที่นี่ตั้งหลายวันแล้วเธอยังไม่รู้อีกเหรอว่าอิทธิพลเสี่ยคงคาน่ะมากแค่ไหน ไม่ได้มีเฉพาะริมหาดเกาะมุกและในจังหวัดนี้เท่านั้น เครือข่ายนักเลงของเสี่ยคงคามีทั่วประเทศ หากเธอไม่ยอมรับเงื่อนไขของเสี่ย ก็หมายถึงว่าชีวิตเธอจะไม่มีความสุขไปจนวันตาย แล้วก็อย่าเชื่อมั่นพลังเทวดาของเธอนักเลย ผู้วิเศษที่ยอมสยบรับเงินของเสี่ยคงคายังมีอยู่ทั่วประเทศ เหนือฟ้าก็ยังมีฟ้า...เพราะฉันรู้สึกดีกับเธอหรอกนะ ฉันถึงเข้ามาเตือน...ฝันดีนะจ๊ะ”

หยาดฟ้ายิ้มโปรยเสน่ห์แล้วออกจากห้องไป ทิ้งให้ฤทธิ์นั่งนิ่งครุ่นคิดอยู่คนเดียว...ในที่สุด ฤทธิ์ยอมทำตามเงื่อนไขของเสี่ยคงคา โดยบอกกับเขาในเช้าวันถัดมาว่า

“หลวงปู่ยังไม่เคยสอนให้ถ่ายพลัง ผมไม่แน่ใจหรอกนะครับ ก่อนอื่นทุกคนต้องถือศีลแปดสักเจ็ดวัน”

“ศีลแปด นี่แกจะให้ฉันอดเหล้าอดข้าวเย็นเหรอวะ ไม่เอาๆๆ ถ้านายไม่คิดท้าทายฉัน นายก็ต้องถ่ายพลังให้ฉันได้ เว้นแต่ว่านายแหกตา ถึงตอนนั้นฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าพลังเทวดาบ้าบอของนายกับลูกปืน อะไรศักดิ์สิทธิ์กว่ากัน”

คำรณโวยวายแล้วชักปืนขึ้นมาเล็งไปที่ฤทธิ์ พร้อมๆกับสมุนทั้งสามต่างขยับตัวพร้อมปกป้องคำรณ

“พลังสายฟ้าของนายอาจมีพลังมาก แต่ถ้าลูกปืนทุกกระบอกจากพวกของฉันมันพุ่งไปที่นายเป็นจุดเดียว ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่านายจะทนได้ไหม”

ฤทธิ์ไม่มีทางเลือก ยอมถ่ายพลังเทวดาให้คำรณ พัน ธง และศรภายในห้องที่คงคาจัดให้อย่างมิดชิด โดยไม่ยอมให้กานดาเข้ามายุ่มย่ามวุ่นวาย

หลังจากเสร็จพิธี คำรณกับสมุนทั้งสามพากันไปลองวิชาที่ชายหาด ทิ้งฤทธิ์หมดสภาพอยู่ในห้องเพียงลำพัง...พลังสายฟ้าของฤทธิ์บังเกิดจะจะกับตา พวกคงคาถึงกับยิ้มร่าด้วยความตะลึงพรึงเพริด

“สนุกจังเลยพ่อ...ไม่น่าเชื่อว่าฉันจะมีพลังแบบนี้ด้วย”

“ดีแล้ว ต่อไปจะได้ใช้มันทำมาหากินสร้างความร่ำรวยและอำนาจให้กับพวกเรา”

ทั้งกลุ่มหัวเราะชอบใจ ต่างจากเทวาที่กำลังข้ามฟากเพื่อหลบการไปร่วมงานแต่งงานของแสงจันทร์กับมนต์ เขาเห็นสายฟ้าฟาดเปรี้ยงก็นึกรู้ว่าต้องเป็นพลังของฤทธิ์อย่างแน่นอน ถ้าขืนให้เป็นอย่างนี้ชาวบ้านใกล้เคียงต้องเดือดร้อน

เทวาตัดสินใจใช้พลังของตนต้านพลังสายฟ้า ไม่ช้าท้องฟ้าก็สงบลงเช่นเดิม คงคากับหยาดฟ้าแปลกใจ รีบชักชวนพวกคำรณกลับเข้าบ้านเพื่อความปลอดภัย...

งานแต่งงานของแสงจันทร์กับมนต์จัดเลี้ยงที่ชายหาด คนสนิทใกล้ชิดมาร่วมงานแต่ขาดเทวาไปหนึ่งคน ก่อนหน้านี้ สิงห์ เดช และก้องเห็นพลังสลาตันของเทวาปะทะกับพลังสายฟ้าของฤทธิ์ที่ชายหาดฝั่งตรงข้าม สามหนุ่มไม่สบายใจและเป็นห่วงเทวา เร่งรีบชวนกันนั่งเรือประมงออกไปตามหา

ooooooo

ตอนที่ 3

ฤทธิ์ถ่ายพลังให้คำรณและลูกน้องจนตัวเองหมดแรงนอนฟุบอยู่กับพื้นภายในบ้าน จึงไม่รู้ว่าพวกคำรณออกไปสนุกสนานกับการใช้พลังสายฟ้าอยู่ที่ชายหาดอีกแล้ว

เทวาใช้พลังลมสลาตันของตนสยบพลังสายฟ้าไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่คราวนี้หลวงปู่หาญจัดการด้วยตนเอง ทำให้พวกคำรณไม่สามารถทำอะไรได้อย่างใจคิด คงคาเลยเข้าใจว่าเป็นเพราะพวกคำรณไม่ได้ถือศีลแปดอย่างที่ฤทธิ์บอก

ด้านเทวาที่ออกจากเกาะไปด้วยใจที่ห่อเหี่ยวผิดหวังจากแสงจันทร์ คืนเดียวกันเขาไปร้องเพลงในร้านคาราโอเกะแล้วเผอิญเจอปลาดุกสาวทอมหน้าตาดี ปลาดุกเหมือนผู้ชายมากจนตอนแรกเทวาคิดว่าเป็นชายเหมือนกัน แต่มารู้ก็ตอนที่เธอพาเขาหนีนักเลงในร้านคาราโอเกะออกไปที่งานวัดแล้วจะขึ้นชกมวยหญิง

ส่วนดารินปลอมตัวมาในคราบสาวขายบริการเพื่อสืบจับเจ้าของร้านอาหารแห่งหนึ่งที่มีเด็กสาวขายบริการอย่างผิดกฎหมาย แถมเจ้าของร้านยังจะส่งพวกเธอไปขายที่ต่างประเทศด้วย ดารินทำตัวได้แนบเนียนมากจนสามารถเข้ามาในร้านและเห็นเด็กสาวพวกนั้น ก่อนจะแอบส่งสัญญาณบอกสารวัตรและเนตรทรายให้นำกำลังเข้ามาจู่โจม

แต่แล้วดารินแทบเอาตัวไม่รอดถูกพวกแมงดาในร้านไล่ล่า โชคดีที่หนีเข้าไปในงานวัดแล้วได้เทวากับปลาดุกช่วยเหลือ ส่วนพวกแมงดาถูกตำรวจจับกุมตัวไปดำเนินคดี

เทวากับปลาดุกยังไม่รู้ว่าดารินเป็นตำรวจ เข้าใจไปตามที่เห็นว่าเธอคือหญิงขายบริการ เทวาถามด้วยความสงสัยทำไมเธอถึงถูกตามล่า ปลาดุกเดาทันทีว่าคงโดนมันฉุด

“เปล่า ฉันเป็นผู้หญิงอาชีพพิเศษ พวกมันเป็นแมงดา มันบังคับให้ฉันขายตัว”

“ก็ถ้ามีอาชีพอย่างนั้นอยู่แล้วทำไมมันต้องบังคับคุณด้วยล่ะ”

“มันกะจะเอาฉันไปขายให้พวกแก๊งแมงดาเมืองนอก”

“ได้ไปต่างประเทศ ไม่ชอบเหรอ”

“ไม่มีใครอยากถูกบังคับหรอก ว่าแต่คุณสองคนไม่รังเกียจฉันเหรอ”

“ไม่...ผมรู้สึกคุ้นๆคุณยังไงก็ไม่รู้”

“เคยใช้บริการมั้ง”

เทวาตบหัวปลาดุกหนึ่งทีโทษฐานปากไว ดารินมองยิ้มๆ แล้วขอตอบแทนน้ำใจของทั้งสองคนด้วยการเลี้ยงข้าวหนึ่งมื้อตอนเย็นวันพรุ่งนี้

“แต่เราสองคนไปไหนไม่เป็น คืนนี้ยังไม่มีที่พักเลย” ปลาดุกพูดซื่อๆ ดารินคิดนิดเดียวก่อนบอกว่า

“เดี๋ยวฉันจัดการให้เอง”

ooooooo

ดารินพาทั้งคู่ไปพักที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งก่อนที่ตัวเธอจะกลับมาที่บ้าน เนตรทรายกลับมาก่อนและดูแลพาแม่ของเธอเข้านอนไปแล้ว

“เล่าเรื่องของเธอให้ฉันฟังบ้าง พอเธอหนีไปด้านหลังร้านแล้วเกิดอะไรขึ้นบ้าง”

เนตรทรายคะยั้นคะยอจนดารินต้องเล่าเหตุการณ์ให้ฟังอย่างละเอียด พอฟังจบเนตรทรายอยากรู้ต่อไปอีกว่าหนุ่มคนที่มาช่วยนั้นหน้าตาหล่อเหลาแค่ไหน

“ไม่รู้” ดารินตอบสั้นๆเพื่อตัดบท แต่เพื่อนสาวกลับไม่จบ ทำเป็นเปรยขึ้นมาว่า

“หรือว่าบุพเพสันนิวาสเกิดขึ้นในงานวัด”

“บ้าสิ...พรุ่งนี้ฉันจะเจอเขาอีก”

“ชัวร์เลย”

“อย่าเดาน่า ฉันรู้ว่าเขามาจากเกาะมุก ฉันก็ต้องหาทางพบเขา”

“รู้ได้ไงว่าเขามาจากเกาะมุก”

“ฉันเคยเจอเขาแล้ว แต่เขาจำฉันไม่ได้...ส่วนฉันจำได้แม่น”

“หมู่นี้อะไรๆก็เกาะมุก ฉันว่าเธอคงหลีกมันไม่ได้ซะแล้ว”

“ขอให้เป็นอย่างนั้นเถอะเนตร” ดารินสีหน้าแน่วแน่ จิตใจมุ่งมั่นที่จะไปให้ถึงเกาะมุกในเร็ววัน

ooooooo

ฤทธิ์อาการดีขึ้นแต่เรี่ยวแรงยังไม่เต็มร้อย เช้านี้หยาดฟ้าให้หวานใจจัดไข่ลวกมาบำรุง คงคากับคำรณไม่ค่อยใส่ใจเรื่องนี้นัก คิดจะเอาแต่ประโยชน์จากฤทธิ์ท่าเดียว

“บ่ายๆ แกพาฉันไปเกาะมุกทีนะ ครั้งก่อนเฮียเม้งพาฉันไปไม่ได้เรื่องเลย แกเกิดที่เกาะมุก โตที่เกาะมุก แกน่าจะรู้จักเกาะมุกดีกว่าคนอื่น”

“เสี่ยจะไปทำไมหรือครับ”

“เดี๋ยวไปถึงก็รู้เอง”

“หวังว่าแกจะไม่ทำให้พ่อฉันผิดหวังนะ ไอ้พลังเทวดาที่แกถ่ายพลังให้ฉันน่ะมันอ่อนเกินไป มีพลังเทวดาอย่างอื่นมั้ย”

“ผมเรียกสายฟ้าให้คุณคำรณได้ ยังอ่อนอีกเหรอครับ”

“แต่มันล่มเรือตกหมึกไม่ได้ พลังลมที่ไหนก็ไม่รู้มันพัดพาสายฟ้าของฉันไปหมด”

“หวังว่านายคงไม่ได้เล่นกลหลอกฉันกับลูกนะนายฤทธิ์”

“ไม่ครับ...ไม่ได้เป็นอย่างที่เสี่ยคิดแน่นอนครับ”

ฤทธิ์ยืนยันขันแข็งแล้วเดินออกไปนอกบ้าน นึกถึงคำพูดคำรณที่ว่าพลังลมที่ไหนไม่รู้พัดพาสายฟ้าของตนไปหมด

“พลังลม ถ้ามันแรงจนพัดสายฟ้าได้ก็คงมีแต่สลาตันเท่านั้นแหละ...เทวา สลาตัน ต้องเป็นฝีมือของไอ้เทวาแน่ๆ” ฤทธิ์พึมพำกับตัวเองด้วยสีหน้าแค้นๆ พลันเหลือบเห็นพร้อมกับกานดาเดินตรงมา ฤทธิ์ทำท่าจะเดินหนี แต่ต้องหยุดชะงักเมื่อกานดาส่งเสียงเรียกแถมปรี่เข้ามาใกล้

“เดี๋ยว...ฉันอยากรู้ว่าเธออยู่บ้านหลังนี้ในฐานะอะไร”

“เสี่ยให้ผมมาอยู่ ผมก็มา คุณผู้หญิงมีอะไรให้ผมรับใช้หรือครับ”

“มี...ถ้าฉันให้เธอออกไปจากบ้านหลังนี้ เธอจะเรียกเงินเท่าไหร่ ฉันพร้อมจะให้”

“ผมขอฟังเหตุผล”

“ใครก็ตามที่มันชักจูงให้คำรณลูกชายฉันเดินทางต่ำละก็...ฉันก็ต้องขัดขวางหมด”

“ถ้างั้นคุณผู้หญิงก็คงต้องไปเล่นงานเสี่ยคงคาด้วยครับ เพราะท่านเป็นคนสอนให้คุณคำรณเป็นไปตามปากของคุณผู้หญิง”

“ออกไป! ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้”

หยาดฟ้าโผล่มาได้ยินพอดี ออกโรงปกป้องฤทธิ์ทันที “อะไรกัน คุณผู้หญิงจะไล่นายฤทธิ์ไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น”

“ทำไม”

“เสี่ยต้องการให้นายฤทธิ์เป็นบอดี้การ์ดให้คุณคำรณ หรือว่าคุณผู้หญิงอยากเห็นคุณคำรณถูกรังแกล่ะ ไม่เห็นหรือคะแค่ผู้หญิงคนหนึ่งขับรถเบียด คุณคำรณก็ยังต้องนอนโรงพยาบาล”

“ถ้าเราไม่ทำชั่ว ไม่เดินทางต่ำ เราก็ไม่มีศัตรู ก็ไม่จำเป็นต้องมีบอดี้การ์ดหรอก”

“เชิญคุณผู้หญิงไปเรียนให้เสี่ยคงคาทราบด้วยตนเองดีกว่าค่ะ”

“อย่าท้าทายฉันนะหยาดฟ้า”

หยาดฟ้าไม่ตอบ ยิ้มหยันแล้วเดินนำฤทธิ์ออกไป ทิ้งให้กานดายืนอึ้ง สองมือกำแน่นด้วยความเจ็บใจ

ooooooo

แล้วบ่ายนั้นเองเรือของคงคาก็มาถึงท่าเรือเกาะมุก ก้องอยู่บริเวณนั้นรีบหลบวิ่งขึ้นไปหาเดชซึ่งนั่งคอยผู้โดยสารอยู่ที่ท่ารถสองแถว

“มันมากันอีกแล้ว”

“ใครวะ”

“เสี่ยคงคา...พี่ฤทธิ์ก็มากับพวกมัน”

เดชอึ้งไป ก้องหลบเข้ามาในรถสองแถวของเดช เฝ้ามองกลุ่มคงคาเดินตรงไปยังเฮียเม้งที่มารอรับ

“เกาะมุกยินดีต้อนรับเสี่ยครับ”

“ครั้งนี้ต้องไม่พลาดนะ ฉันกับหยาดฟ้าต้องการที่ดินสวยๆสักผืน”

“ต่อไปที่นี่จะมีนักท่องเที่ยวมากมาย ฉันอยากเปิดผับไว้บริการนักท่องเที่ยว เฮียเม้งคงรู้นะว่าทำเลไหนบนเกาะมุกที่เหมาะสมที่สุด”

“ไปตระเวนดูดีกว่าครับ ไอ้ผมน่ะพอรู้ว่าที่ไหน แต่เรื่องว่าใครเป็นเจ้าของน่ะผมไม่ค่อยรู้หรอกครับ”

“ฉันมีนายฤทธิ์มาด้วย...เฮียเม้งไม่ต้องห่วง”

เฮียเม้งมองฤทธิ์จำได้ว่าเป็นลูกศิษย์วัด จึงกระซิบคงคา “มันเป็นพวกหลวงปู่หาญที่วัดเกาะมุกใต้นะครับเสี่ย”

“เฮียเม้งลืมแล้วเหรอว่าเงินซื้อได้ทุกอย่าง”

คงคากับเฮียเม้งหัวเราะชอบใจ ฤทธิ์รู้สึกไม่พอใจเดินเลี่ยงไป หยาดฟ้าตามมาติดๆ แสร้งปลอบอย่างใจเย็น

“ฉันเข้าใจเธอนะฤทธิ์ ต่อไปเมื่อเธอเป็นใหญ่ในเกาะมุกจะไม่มีใครมาทำกับเธอแบบนี้ได้”

“ผมน่ะเหรอจะเป็นใหญ่ที่นี่ ใครจะยอมให้ผมข้ามหัวล่ะ”

“ถ้าเธอมั่นใจฉัน ทุกอย่างย่อมเป็นจริงเสมอ”

ฤทธิ์หันไปมองพัน ธง ศร ที่ยืนคุมเชิงอยู่ คำรณตัดบทชวนเดินทางเพราะตนอยากเห็นที่ดินแปลงสวยๆเต็มทีแล้ว

กลุ่มคงคาขึ้นรถของเฮียเม้งออกไปได้ครู่เดียว สนออกมาจากมุมหนึ่งเดินตรงมาหาเดชที่รถสองแถว

“อ้าว...ลุงสน”

“ข้าแอบดูอยู่ทางโน้น มันมาหาซื้อที่เหมือนเดิมใช่ไหมวะ”

“คงไม่มีเรื่องอื่นหรอก”

“ไปที่โรงเรียนกันเถอะ ข้าอยากเจอครูใหญ่ แล้วเอ็งไปตามหมอนทีมาด้วยล่ะ งานนี้ต้องร่วมมือกัน”

ก้องรีบลงจากเบาะหน้าไปนั่งข้างหลัง ให้สนนั่งคู่กับเดช มุ่งหน้าไปยังโรงเรียน

ooooooo

รถเม้งเข้าจอดหน้าร้านของเป้าซึ่งเป็นร้านอาหารทำเลดีมาก เป้าไม่ได้ใส่ใจผู้มาเยือน ยังคงนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ต่อไป ส่วนเปียลูกสาวทำความสะอาดโต๊ะเก้าอี้ตามปกติ โดยมีสิงห์ช่วยเหลือด้วยความเต็มใจ

ฤทธิ์เห็นสิงห์ เป็นจังหวะเดียวกับที่สิงห์มองมาพอดี สิงห์ดีใจปรี่มาทักฤทธิ์ว่าไปไงมาไง พลางมองที่รถเห็นกลุ่มคนจำนวนมาก “มาอย่างงี้ไม่ดีเลยนะพี่ ชาวบ้านเขาจะตกใจหมด ทำไมต้องพกปืนกันด้วย”

“ใครเหรอนายฤทธิ์” ธงถาม

“น้องฉันเอง...สิงห์ เจ้านายฉันอยากซื้อที่ดินบนเกาะ นายพอช่วยได้มั้ย”

“ไม่มีใครอยากยุ่งกับเรื่องนี้หรอก ฉันเชื่อว่าไม่มีใครอยากขายที่ของปู่ย่าตายายหรอก ขายแล้วจะเอาที่ดินตรงไหนซุกหัวนอน”

“น้องชายนายฤทธิ์นี่พูดมากจังโว้ย” ศรทำท่าไม่พอใจ ฤทธิ์รีบยกมือปราม

“ฉันต้องการซื้อร้านนี้ จะขายมั้ย”

สิ้นเสียงหยาดฟ้า เป้าลดหนังสือพิมพ์ลงมองมาที่ทุกคน ส่วนเปียสีหน้าตระหนกรีบหลบเข้าหลังร้าน

“พี่ฤทธิ์ก็รู้ว่าผมกับเปียรักกัน ผมไม่ยอมให้ใครมาข่มขู่ได้ง่ายๆหรอก” สิงห์ตวัดสายตามองหน้าคงคา หยาดฟ้า และคำรณ

“นายไม่ใช่เจ้าของ อย่ายุ่ง”

คำรณท่าทีฮึดฮัด พันกับธงเตรียมพร้อม ชาวบ้านเริ่มเกร่มาดู แล้วยืนวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ห่างๆ ฝ่ายสนกับเดชและก้องไปรอที่โรงเรียนเริ่มผิดสังเกต

“ถ้ามันไม่มาที่โรงเรียนนี่ มันก็ต้องไปที่ตลาด ข้าว่าเราไปที่ตลาดกันเถอะ”

“ไปสิ ผมก็อยากเจอพี่ฤทธิ์”

ทุกคนนั่งรถสองแถวของเดชออกไป...ในเวลานั้นที่ร้านของเป้าบรรยากาศเริ่มตึงเครียด สิงห์เผชิญหน้ากลุ่มคงคา โดยที่เปียออกมาสังเกตการณ์อยู่ใกล้ๆ

“หลีกไป...นายฤทธิ์บอกน้องนายว่าอย่ายุ่งกับเรื่องของเราถ้าไม่อยากเจ็บตัว”

“พี่ขอร้อง”

“พี่ฤทธิ์...นี่พี่เป็นพวกมันไปแล้วเหรอ พี่อย่าลืมนะว่าพี่เกิดและเติบโตที่เกาะมุก พี่กินข้าวก้นบาตรที่คนทั้งเกาะมุกใส่บาตรหลวงปู่ พี่โตมากับข้าวของพวกเขา”

ฤทธิ์โมโหฉุนเฉียว ตวาดสิงห์ไม่ให้พูดเพราะตนไม่อยากฟัง

ทันใดนั้น เป้าออกมาพร้อมปืนยาวในมือ กราดใส่หน้าทุกคน

“ที่ดินตรงนี้เป็นของพ่อแม่ข้า ข้าโตที่นี่และก็จะให้มันเป็นเรือนตายของข้า ถ้าอยากซื้อก็ไปซื้อที่อื่น ที่นี่ไม่ขาย”

“แต่ฉันอยากได้ตรงนี้ ยังไงฉันก็ต้องได้”

“น้องสาวฉันต้องการตรงนี้เท่านั้น” คงคาประกาศกร้าว

“ไอ้เม้ง...เอ็งกับข้าเป็นคู่แข่งกันมาตลอด เอ็งคิดเหรอว่าจะใช้อิทธิพลของคนที่ชายฝั่งมาจัดการ

กับข้า ไม่มีทางหรอกโว้ย ถ้าอยากได้ที่ดินของข้าก็ต้องข้ามศพข้าไปก่อน” เป้าท้าทาย

“พวกข้าได้ข้ามแน่” คำรณสวนทันควัน ตามด้วยเสียงหัวเราะเยาะหยัน

“พี่ฤทธิ์ พาพวกมันกลับไป ไม่งั้นผมไม่รับรองความปลอดภัยนะ” สิงห์เริ่มฮึดฮัด พอดีรถของเดชวิ่งมาจอด ทุกคนลงจากรถ คงคาทักสนอย่างจำได้

“เจ็บตัวคราวนั้นยังไม่เข็ดเหรอลุง”

“ถ้าข้าต้องตายเพราะหวงแหนแผ่นดินที่ข้าอาศัยอยู่ ข้าก็ยอมตาย”

ฤทธิ์หน้าเสีย เดินมากระซิบคงคา “เสี่ยครับ ผมว่าเรื่องมันจะไปกันใหญ่ ชาวบ้านที่นี่ไม่กลัวอะไร พวกเขารักกัน เชื่อผมเถอะครับ เราฆ่าคนได้ไม่กี่คนหรอก แต่คนทั้งเกาะจะรุมเราจนตายหมด”

คงคานิ่งไปนิดอย่างประเมินสถานการณ์ “ฉันให้แกคิดดู แกจะขายเท่าไหร่ก็เรียกได้เลย เอาเงินไปตั้งตัวใหม่ที่ไหนก็ได้ ดีกว่าอยู่อย่างลำบากอย่างนี้...
ไปโว้ยพวกเรา”

คงคายอมถอย คำรณโมโหยิงปืนขึ้นฟ้าหลายนัดเพื่อประกาศศักดา มนต์ที่ติดรถเดชมาด้วยรีบเดินไปหาฤทธิ์ที่กระบะท้าย ขอร้องพี่ชายไปกราบหลวงปู่สักครั้งแล้วจะไปจากที่นี่ตนก็ไม่ว่า

“จำเป็นด้วยเหรอ” ฤทธิ์ยอกย้อน

“เชื่อมนต์มันเถอะพี่ฤทธิ์ อย่างน้อยพี่จะกลับมาที่นี่เมื่อไรก็ได้ แต่ถ้าพี่ไปอย่างคนเนรคุณไม่รู้จักบุญคุณหลวงปู่ คนทั้งเกาะจะสาปแช่งพี่”

คำพูดของเดชทำให้ฤทธิ์เปลี่ยนใจ เดินไปบอกคงคาตรงหน้ารถว่าอีกสักพักตนจะตามไปที่บ้าน...

ooooooo

หลังจากเฮียเม้งออกรถไปแล้ว ฤทธิ์เดินมาเผชิญหน้ากลุ่มน้องๆ มนต์ขอร้องฤทธิ์ให้อยู่ที่เกาะมุก อย่าไปเข้าแก๊งเสี่ยคงคา อีกอย่างตอนนี้เทวาก็ไม่อยู่แล้ว

“มันไปไหน”

“ผมก็ไม่ทราบ”

“อย่ามาทำเป็นพูดดีเลยวะไอ้มนต์ ถือว่าเป็นครูมีหน้าที่สั่งสอนลูกชาวบ้าน รู้จักสั่งสอนตัวเองบ้างสิ เอ็งดีนักหรือที่แย่งเมียของเพื่อนน่ะ ถ้าเอ็งไม่แย่งนังแสงจันทร์จากมันไป มีหรือที่มันจะทิ้งเกาะมุก”

“มันไม่ใช่อย่างที่พี่ฤทธิ์พูด”

“ทำไมวะ ฟังความจริงไม่ได้เหรอ”

“ถ้าพี่จะบอกว่าผมผิด ผมก็ยอมรับผิด แต่ธุระที่ผมจะพูดกับพี่ก็คือผมขอให้พี่ถอนตัวออกมาจากกลุ่มอันธพาลพวกนั้น คนเกาะมุกจะเกลียดชังพี่”

“วันนี้มันเกลียด แต่สักวันหนึ่งคนที่เกาะมุก รวมถึงพวกนายด้วยจะต้องสยบอยู่แทบเท้าของข้า”

เดช ก้อง และสิงห์โมโห พูดเป็นเสียงเดียวกันให้ฤทธิ์หยุดพล่าม พวกตนไม่อยากฟัง แล้วพวกตนก็ไม่มีทางก้มหัวให้เขาและคนเลวๆพวกนั้น

ฤทธิ์โกรธหงายมือขึ้นเรียกพลังเทวดา พลันสายฟ้าสว่างวาบแล้วผ่ากลางทะเลเปรี้ยง ทุกคนบริเวณนั้นตกใจ มนต์ สิงห์ เดช ก้อง ตัดสินใจใช้พลังเทวดาของตนเพื่อสยบฤทธิ์

เพียงพริบตา ธรรมชาติก็ปั่นป่วน แผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่น...เทวาอยู่ในอพาร์ตเมนต์ ผลุนผลันออกมา

ที่ระเบียงมองท้องฟ้า คาดเดาว่าต้องมีใครใช้พลังเทวดา

“หลวงปู่...ถ้าหากว่าพวกเราถูกรังแก ผมขอใช้พลังสลาตันของผมเข้าไปสลายให้ศัตรูแพ้พ่าย”

ขาดคำ เทวาหลับตาเรียกพลังลมสลาตัน ปลาดุกวิ่งออกมาดูด้วยความตื่นเต้น ถามว่าลมอะไร แต่ไม่ได้คำตอบจากเทวา...

เวลาเดียวกันที่วัดเกาะมุกใต้ บุญกู้วิ่งหน้าตื่น

มาเรียกหลวงปู่ที่โบสถ์ หลวงปู่ปรากฏตัวอย่างสงบบอกบุญกู้ว่าไม่ต้องตกใจ ตนใช้พลังควบคุมทุกอย่างไว้แล้ว...

ที่ชายหาด ฤทธิ์มองลมสลาตันที่หมุนวนอยู่เหนือชายหาด รำพึงชื่อเทวาขึ้นมาด้วยความแค้นใจ

“ไหนพวกนายว่าไอ้เทวามันไม่อยู่แล้วไง”

“ไม่อยู่ แต่มันก็ส่งสลาตันมาช่วยเราได้ เห็นไหมพี่ฤทธิ์ สลาตันพัดสายฟ้าพี่ไปหมดแล้ว”

ขาดคำ ก้องผู้บ้าพลังก็โถมตัวเข้าใส่ฤทธิ์จนล้มลงบนผืนทราย เดชกับสิงห์ร่วมด้วยช่วยกันรวบตัวฤทธิ์ บังคับให้ไปหาหลวงปู่ ให้ท่านเคาะกะโหลก บางทีเขาอาจจะได้คิดอะไรขึ้นมาบ้าง

“ไม่! อย่าบังคับข้า...ปล่อย ปล่อยสิวะ” ฤทธิ์ดิ้นรนแต่สู้แรงน้องๆไม่ได้

“อย่าคิดสู้เลยพี่ฤทธิ์ วันนี้สายฟ้าของพี่อ่อนพลังมาก พี่ถ่ายพลังให้คนอื่นใช่ไหม”

มนต์ถามจี้ใจดำจนฤทธิ์หยุดชะงัก และในที่สุดก็ยอมไปหาหลวงปู่ที่วัด แต่ยังไม่วายปากดีต่อหน้าทุกคนอีก

“ผมจะถ่ายพลังให้ใครมันก็เรื่องของผมไม่ใช่เหรอ พลังนี้มันติดตัวผมมาตั้งแต่เกิด ผมไม่ได้เอาพลังมาจากหลวงปู่ ไม่มีใครอ้างสิทธิ์เป็นเจ้าของพลังเทวดาของผมได้ แม้แต่พวกเอ็งด้วย จงจำไว้ว่านี่คือ

พลังที่มันติดตัวพวกเอ็งมาแต่เกิด”

“พี่ฤทธิ์พูดแบบนี้เหมือนไม่เห็นความสำคัญของหลวงปู่ กราบขอขมาหลวงปู่เดี๋ยวนี้นะ”

“ไม่” ฤทธิ์เสียงแข็ง...มนต์สุดทน ตบหน้าพี่ชายอย่างแรง “ไอ้มนต์ เอ็งตบหน้าข้า”

“ใช่ ผมตบหน้าพี่ ให้พี่จำไว้ว่าผมยอมได้ทุกอย่างยกเว้นเรื่องเดียว อย่าก้าวร้าวหลวงปู่ ถึงท่านจะไม่ใช่พ่อแม่ที่แท้จริงของพี่และพวกเรา แต่ท่านก็ให้ชีวิตเราให้การศึกษาเรา ให้ทุกสิ่งทุกอย่างแก่เรา”

“ถ้าพี่ยังก้าวร้าวหลวงปู่อีก ผมกับไอ้สิงห์จะไม่ยอมให้อภัยพี่เลย” ก้องสำทับ

“พอแล้ว...ไม่มีใครสอนใครได้หรอก ถ้าคนคนนั้นขาดสำนึกผิดชอบชั่วดี”

ฤทธิ์ตวัดสายตากร้าวมาที่หลวงปู่ บุญกู้พูดโพล่งไม่พอใจ

“ชาตินี้เอ็งจะไม่มีวันพบกับความเจริญในชีวิตเลยไอ้ฤทธิ์ ป่วยการจะสั่งสอนครับหลวงปู่ ปล่อยมันไปเถอะ”

“ไปเถอะเจ้าฤทธิ์ ถ้าคิดว่าเศษเงินของคนที่หามาได้ด้วยวิธีการทุจริต เงินนั้นก็เป็นของร้อน ทุกลมหายใจเต็มไปด้วยเสียงสาปแช่ง ชีวิตของเจ้าก็จะมีแต่ความร้อนรุ่มเหมือนมีไฟนรกสุมอยู่ในใจ”

ฤทธิ์มองทุกคนอย่างอาฆาต แล้วผลุนผลันออกไปทั้งที่ร่างกายตนเองเริ่มอ่อนแรง ท้ายที่สุดเขาไปทรุดหมดสติอยู่ที่ชายหาด โชคดีครูประสิทธิ์กับหมอนทีเจอเข้า จึงช่วยเหลือพาไปส่งที่อนามัย

ooooooo

ที่อพาร์ตเมนต์ ปลาดุกนั่งวิจารณ์เทวาที่เย็นนี้แต่งตัวหล่อเป็นพิเศษ “นายนี่กล้าลงทุนมากเลยนะ เงินมีอยู่นิดเดียวไปถอยเสื้อใหม่มา พรุ่งนี้จะเอาอะไรกินล่ะ คิดบ้างหรือเปล่า”

เทวายักคิ้ว ยิ้มหน้าระรื่น พูดติดตลกว่า “ท้องหิวไม่มีคนรู้ แต่ถ้าไม่หล่อนี่สิคนเห็นกันทั้งเมือง นัดกับสาวทั้งทีแต่งตัวโทรมได้ไง”

“นายไม่รังเกียจเหรอ เขาเป็นผู้หญิงหากินนะ”

“เธอก็ต่อยมวยหากินเหมือนกัน ใครๆก็หากินทั้งนั้น จะรังเกียจทำไม”

“อ้าว นายอย่าเอาฉันไปเปรียบกับเขาสิ...ไม่เหมือนกัน”

“ไม่เหมือนกันยังไง อ้อ ต่างกันจริงๆด้วย เขาเป็นผู้หญิง แต่นายไม่ใช่”

ปลาดุกมองแค้นๆ อยากจะต่อยเทวาสักเปรี้ยง แต่ระงับไว้ก่อนเพราะต้องเว้าวอนขอเขาไปกินข้าวเย็นด้วย

“เฮ่ย...ไหนว่ารังเกียจเขาไง แล้วจะไปด้วยทำไม”

“ก็แค่อยากรู้ว่านายคุยอะไรกัน อย่าลืมนะเวลานี้ฉันเป็นผู้ปกครองของนาย”

“ใครแต่งตั้งวะ แต่งตั้งตั้งแต่เมื่อไหร่”

ปลาดุกทำไม่รู้ไม่ชี้ เทวาส่ายหน้าขำๆ อีกครู่ดารินขับรถมาจอดรอหน้าตึก เธอแต่งตัวสไตล์สาวเปรี้ยวโฉบเฉี่ยวเซ็กซี่เหมือนเคย กดกระจกลงมองเทวากับปลาดุกที่เดินออกมา ปลาดุกกระซิบเทวาว่าหล่อนขับรถคันโก้เสียด้วย ไม่รู้ไปหลอกเศรษฐีที่ไหนมา

“นายมองคนในแง่ดีเป็นมั้ย ปลาดุก”

“เป็น...แต่ไม่ใช่ยัยตุ๊กตาเสียกบาลคนนี้”

ดารินกดแตรเรียก ทั้งสองเร่งฝีเท้ามาที่รถ เทวาเปิดประตูหน้าจะนั่งคู่กับดารินแต่ปลาดุกแทรกตัวเข้าไปนั่งก่อน แล้วส่งสัญญาณให้ชายหนุ่มไปนั่งเบาะหลัง

ดารินอมยิ้ม เหลือบมองเทวาทางกระจกมองหลัง เห็นสีหน้าไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก...เมื่อไปถึงร้านอาหาร ทั้งสามคนนั่งทานอาหารและพูดคุยอย่างเป็นกันเอง จู่ๆเทวาก็ตั้งคำถามขึ้นมาจนดารินชะงัก

“ถามจริงๆเถอะ ไม่คิดจะเปลี่ยนอาชีพบ้างเหรอ”

“อาชีพนี้มันเสียหายตรงไหน”

“ก็ไม่เสียหาย แต่ไม่อยากให้ใครเขามองคุณอย่างรังเกียจ คุณก็รู้นี่ว่าอาชีพนี้สังคมไม่ยอมรับ”

“ก็ช่างสังคมปะไร ว่าแต่คุณยอมรับฉันหรือเปล่าล่ะ”

“ผมน่ะยอมรับได้อยู่แล้ว”

“ขอบใจ แค่นี้ฉันก็พอใจแล้ว...เราไม่อาจเป็นที่รักที่พอใจของคนทั้งสังคมหรอก มีคนรักมีคนพอใจเราแค่คนสองคนก็ถมเถไปแล้ว”

เทวากับดารินสบตากัน ปลาดุกแกล้งกระแอมกระไอ พอเทวาถามว่าเป็นอะไร สาวทอมก็ทำไม่รู้ไม่ชี้พูดหน้าตายว่าก้างติดคอ...

ooooooo

คุยกันไปคุยกันมาอีกครู่หนึ่ง ดารินวกเข้าประเด็นสำคัญด้วยการบอกเทวากับปลาดุกว่าตนอยากไปเกาะมุก

“ไปทำไม ที่นั่นไม่เห็นมีอะไร ผมน่ะมาจากเกาะมุกตัวจริงเสียงจริงเลยละครับคุณดาริน เชื่อผมสิ”

“ฉันอยากไปหากินที่นั่น”

“หากิน?” พูดแล้วเทวาหัวเราะออกมา

ดารินนิ่วหน้าแปลกใจ ถามเขาว่าหัวเราะทำไม?

“ไม่มีใครเป็นลูกค้าคุณหรอก คนที่นั่นเขาเป็นคนดีมีศีลธรรม ผัวเดียวเมียเดียว ไม่มีใครสนใจคุณหรอก”

“แต่ฉันรู้มาว่าต่อไปเกาะมุกจะเจริญมาก มีนักท่องเที่ยวเต็มเกาะ โรงแรม ร้านอาหาร ผับบาร์จะผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด มีนักลงทุนจ้องจะเข้าไปลงทุนกันตั้งหลายราย ถ้าฉันไปก่อน ฉันก็จะกลายเป็นเจ้าแม่ที่นั่น”

“เกาะมุกจะไม่มีวันเป็นอย่างนั้นเด็ดขาด” เทวาเสียงเข้ม

“เกาะหลายเกาะที่กำลังฮิตกันอยู่ทุกวันนี้ก็เคยเป็นอย่างเกาะมุกมาก่อน ไม่มีใครห้ามความเจริญได้หรอก”

คำพูดของดารินทำให้เทวานิ่งไปด้วยความหนักใจ...

ขณะเดียวกัน ฤทธิ์นอนหลับใหลอยู่ที่อนามัยบนเกาะมุก หมอนทีบอกพวกมนต์ว่าฤทธิ์อ่อนเพลียเหมือนผ่านการทำงานหนักมาเป็นเวลานานไม่ได้พักผ่อน แสงดาวพูดอย่างสะใจว่าเสี่ยคงคาคงใช้เขาทำงานหนัก สมน้ำหน้าอยู่ดีไม่ว่าดีอยากไปเป็นสมุนของคนพาล

“ไม่เอาน่าแสงดาว ไปว่าพี่ฤทธิ์เขา เรายังไม่รู้อะไรแน่ชัด อย่ารีบสรุป”

“แค่มันมาข่มขู่น้าเป้าให้ขายร้านให้มัน พี่แสงจันทร์ยังว่าเราไม่รู้อะไรอีกเหรอ นี่แหละเวรกรรมที่พี่ฤทธิ์ทำกับคนเกาะมุก เลยต้องเจ็บตัวแบบนี้”

หมอนทีมองแสงดาวแล้วส่ายหน้ายิ้มๆ เย้าว่าโชคดีนะที่แสงดาวไม่ได้รู้สึกแบบนี้กับคนไข้ของหมอทุกคน

“ทุกคนที่มารักษาเป็นคนดี เป็นพี่น้องชาวเกาะมุก ฉันจะไปว่าอะไร หมออย่าหาเรื่องฉันนะ” แสงดาวยอกย้อนแล้วสะบัดหน้าหนีงอนๆ หมอนทีอมยิ้มไม่ถือสา...ยังไงก็รักอยู่ดี

มนต์ เดช ก้อง สิงห์ พากันกลับมาที่วัด เล่าเรื่องฤทธิ์นอนป่วยอยู่ที่อนามัยให้หลวงปู่ฟัง แล้วบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่าฤทธิ์ไปทำอะไรมาถึงได้ล้มป่วย

“เจ้าฤทธิ์ถ่ายพลังเทวดาให้คนอื่น โดยที่คนพวกนั้นไม่ได้รักษาศีลให้บริสุทธิ์ก่อน พลังจึงหมดจากตัวเจ้าฤทธิ์”

ทุกคนถึงบางอ้อทันที สิงห์แน่ใจว่านี่คือผลกรรมที่ฤทธิ์ทำไว้กับหลวงปู่ แต่ไม่ว่าจะยังไงสิงห์ก็ไม่อยากให้ฤทธิ์กลับไปที่ชายฝั่งอีก...เดชเอ่ยขึ้นอย่างหนักใจว่า

“คงห้ามยาก พี่ฤทธิ์เหมือนถูกล้างสมองจนไม่เหลือความเป็นพี่ชายคนโตของพวกเราแล้ว”

“ทุกอย่างเป็นอนิจจัง อย่ายึดมั่นถือมั่น วันนี้เป็นอย่างหนึ่ง วันหน้าเป็นอีกอย่างหนึ่งก็ได้ แม้แต่พวกเจ้าทุกคน วันหน้าก็อาจจะเปลี่ยนแปลงไปยิ่งกว่าเจ้าฤทธิ์ก็ได้”

ฟังหลวงปู่แล้วทุกคนนิ่งเงียบกันไปหมด...

ทางด้านเทวา ปลาดุก และดาริน หลังจากอิ่มหนำ สำราญกันแล้ว ดารินจะไปส่งทั้งคู่ที่อพาร์ตเมนต์ แต่ปลาดุกชิงบอกเสียก่อนว่าตนจะไปงานวัด วัดเดิมที่คืนก่อนดารินหนีพวกแมงดา

“ไปทำไม” ดารินแปลกใจ...เทวารีบส่งสัญญาณไม่ให้ปลาดุกพูด

“อายอะไร...บอกเขาไปเลยว่าไม่มีเงินใช้ ก็เลยจะไปหากิน แต่ไม่ได้มีอาชีพพิเศษอย่างเธอนะ ฉันจะไปชกมวย ส่วนนายเทวาจะไปประกวดร้องเพลง”

“งั้นฉันจะไปเชียร์เธอสองคน”

ดารินขับรถออกไป เทวาเริ่มซ้อมร้องเพลง ขณะที่ปลาดุกซึ่งนั่งเบาะหลังรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดนักมวยอย่างว่องไว

ถึงงานวัด ปลาดุกขึ้นชกมวยหญิง ผลปรากฏว่าเธอน็อกคู่ต่อสู้ตั้งแต่ยกแรก ได้เงินรางวัลมาอย่างง่ายดาย ส่วนเทวาก็ใช่ย่อย ร้องเพลงไพเราะจับใจคนฟังก่อนจะชนะใจกรรมการได้ที่หนึ่งมาครอง

ooooooo

ฤทธิ์นอนให้น้ำเกลือหนึ่งคืนที่อนามัย เช้าขึ้นเขาเตรียมตัวเดินทางทั้งที่หน้าตายังอิดโรย หมอนทีกำชับว่าช่วงนี้เขาต้องพักผ่อนมากๆ แสงดาวที่ยืนอยู่ด้วยเบ้หน้า พูดขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ว่า

“จะทำได้เหรอ อยู่ดีไม่ว่าดีไปเป็นวัวเป็นควายให้เขาใช้ ครั้งหน้าคงไม่แค่ให้น้ำเกลือ เผาเลยดีกว่า”

“คุณแสงดาว” หมอนทีปรามเบาๆ

แสงดาวเมินหน้าหนีไม่สนใจ เห็นเดชขับรถสองแถวเข้ามาพอดี สิงห์ลงจากรถพร้อมเดช เดินเข้ามาบอกฤทธิ์ว่าน้าบุญกู้อยากพบ เดชเสริมว่าทุกคนจะไปพร้อมกันที่วัด ตอนนี้ก้องไปรับมนต์จากโรงเรียน

“ไม่ไปได้ไหม” ฤทธิ์เอ่ยปาก

“น้าบุญกู้ไม่เคยขออะไรพวกเราเลยนะ แกเลี้ยงเรามาแกขอร้องแค่นี่พี่ฤทธิ์ให้ไม่ได้เชียวเหรอ” น้ำเสียงสิงห์บ่งบอกไม่ค่อยพอใจนัก ฤทธิ์เลยตัดใจนั่งรถไปกับน้องๆ

ทันทีที่ถึงลานวัด ฤทธิ์เร่งน้าบุญกู้ให้รีบพูดธุระเพราะตนมีเวลาไม่มากนัก

“ฤทธิ์...คืนนี้ค้างที่วัดได้ไหม”

“ทำไม”

“เมื่อเอ็งจะไป ก็ไม่มีใครห้ามเอ็งได้ น้าขอเอ็งครั้งเดียว และจะขอเป็นครั้งสุดท้ายด้วย...นั่งสมาธิรวมพลังกันเรียกเทวากลับมาได้ไหม”

“ได้น่ะได้อยู่หรอกน้า แต่ไอ้เทวามันจะกลับมาหรือเปล่าผมไม่รู้ มันยิ่งไม่ถูกกับผมอยู่ด้วย”

“น้าเชื่อว่าพวกเอ็งทุกคนทำได้ เทวามันผูกพันกับแกนะฤทธิ์ ถ้าแกส่งจิตถึงมัน มันจะรับกระแสพลังจากพวกเราได้”

“ผิดไปแล้วมั้งน้าบุญกู้ ไอ้เทวาน่ะหรือผูกพันกับผม มันเกลียดผมจะตายไป แต่เอาเถอะ เพื่อตอบแทนบุญคุณของน้า...ผมจะลองดู”

“ขอบใจฤทธิ์ ขอบใจจริงๆ” บุญกู้ยิ้มพอใจ

ooooooo

ตอนที่ 4

เย็นนั้น ดารินมารับเทวากับปลาดุกที่อพาร์ตเมนต์ ไปตระเวนประกวดร้องเพลงและชกมวย ปลาดุกเริ่มรู้สึกว่าดารินสนใจเทวา แต่ไม่รู้ว่าลึกๆแล้วเธอต้องการไปเกาะมุกมากกว่า เมื่อรู้ว่าเทวาเป็นคนเกาะมุกก็ยิ่งอยากตีสนิท

ขณะที่เทวาประกวดร้องเพลง ในคืนนี้ เกิดสิ่งแปลกประหลาดขึ้นมา จู่ๆเขาเสียงแหบร้องไม่ออก ส่วนดารินก็ปวดหัวจนยืนแทบไม่อยู่ เทวาต้องลงจากเวทีมาประคองเธอกลับไปที่รถ...

สาเหตุมาจากการนั่งสมาธิของพวกฤทธิ์ที่วัด ทุกคนรวมพลังเพื่อเรียกเทวากลับมาแต่ไม่สำเร็จ พลังส่ง

ไปแต่ไม่มีใครรับ ฤทธิ์เดาว่าบางทีเทวาอาจจะตายแล้วก็ได้ ก้องไม่พอใจจะโดดเข้าใส่ มนต์กับเดชรีบกันไว้

“ไม่เอาน่าก้อง”

“หมดธุระแล้วใช่ไหม ผมจะได้กลับ”

สิงห์มองฤทธิ์อย่างผิดหวัง ถามเสียงขุ่นว่า “ข้าวที่วัดนี้มันมียางน้อยกว่าข้าวไอ้เสี่ยคงคาหรือไง”

ฤทธิ์ไม่พูดอะไร ลุกเดินจากไปด้วยความเจ็บใจ

ooooooo

ดารินเป็นลมไปพักใหญ่กว่าจะรู้สึกตัว โดยที่เทวากับปลาดุกยังดูแลอยู่ใกล้ๆ

“ฉันดีขึ้นแล้วล่ะ ไม่ต้องเป็นห่วง”

“เป็นอะไร จู่ๆก็เป็นลม หิวข้าวทำไมไม่บอก”

“เปล่า ตอนที่นายร้องเพลงน่ะ ฉันรู้สึกเหมือนมีคลื่นอะไรบางอย่างมันลอยมาในอากาศ แล้วฉันก็ปวดหัวจนทนไม่ได้ หน้ามืดไปเฉยๆ”

“แบบนี้ที่บ้านฉันเขาเรียกว่าเป็นลม” ปลาดุกพูดเรื่อยเจื้อย แต่เทวามองหน้าดารินจริงจังเหมือนจะค้นหาอะไรบางอย่าง

จนกระทั่งกลับมาที่อพาร์ตเมนต์แล้วเทวายังเก็บเรื่องนี้มาขบคิด ส่วนปลาดุกนอนบนเตียงหลับปุ๋ยไปแล้ว

เทวานอนลืมตาโพลงบนพื้นข้างเตียง บอกตัวเองว่าเป็นไปได้ยังไงที่ดารินจะรับพลังเทวดาได้ คงเป็นเรื่องบังเอิญมากกว่า...

เช้าวันถัดมา เทวาเข้าไปที่วัดใกล้ๆที่พัก กราบพระในโบสถ์แล้วตั้งจิตอธิษฐานถึงหลวงปู่หาญ

“ผมไม่มีโอกาสได้กราบหลวงปู่ ขอหลวงปู่โปรดทราบและสื่อพลังมาถึงผมด้วยเถิดครับ”

เทวานั่งหลับตาทำสมาธิ พลันได้ยินเสียงหลวงปู่หาญดังแว่วมา

“ขอความกตัญญูที่เจ้ามีจงเป็นเกราะคุ้มครองให้เจ้าปลอดภัยตลอดไป”

พลันบังเกิดแสงสว่างพุ่งมาอาบร่างเทวา ก่อนที่ปลาดุกจะพรวดพราดเข้ามาเรียกเทวาหลังจากตามหาเขาไปทั่ว

“ตามหาทำไม ไม่ได้เป็นแฟนกันซะหน่อย” เทวาแกล้งแหย่

“เออ ไม่ได้อยากเป็นด้วยหรอก กินอะไรหรือยัง”

เทวาไม่ทันตอบ เสียงรถหวอดังมา ปลาดุกฟันธงทันทีว่าเสียงแบบนี้ไฟไหม้แน่ๆ

เมื่อทั้งคู่พากันไปยังที่เกิดเหตุซึ่งอยู่ไม่ไกลจากวัดนัก เห็นชาวบ้านพากันวิ่งขนของด้วยความตระหนกตกใจ มีเปลสนามแบกร่างของคนบาดเจ็บวิ่งปะปนมาด้วยดารินอยู่ในกลุ่มอาสาสมัครเปิดรถพยาบาลนำคนเจ็บขึ้นรถ

“นี่ นายเห็นอย่างฉันหรือเปล่า” ปลาดุกตาโต

“ไม่น่าเชื่อว่าผู้หญิงอย่างดารินจะเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือคน ผู้หญิงคนนี้แปลกดี”

ปลาดุกมองเทวาที่เผลอยิ้ม ยื่นมือมาปัดตรงหน้าเขาให้รู้สึกตัว

“เพ้อแล้ว...นายนี่ก็แปลกนะ ทำไมถึงชอบผู้หญิงแบบนั้น ผู้หญิงมีตั้งมากมายไม่ชอบ”

“ก็ไอ้ที่มีอยู่ตรงนี้น่ะแปลกสุดแล้วละ”

“เออ ฉันสงสัยมากเลย เมื่อคืนนายร้องเพลงเสียงเพี้ยนหนัก เป็นไรไปวะ หรือว่าเขินดาริน”

“ไม่รู้เหมือนกัน ถ้าเป็นแบบนี้บ่อยๆคงต้องเลิกร้องเพลง” ตอบเสร็จเทวาเดินหนี ไม่อยากถูกสาวทอมซักไซ้อะไรอีก

ooooooo

เป้าคิดหนักเรื่องเสี่ยคงคาจะมากว้านซื้อที่ดินบนเกาะมุก โดยเฉพาะทำเลดีๆ ตรงร้านค้าของเขาคือเป้าหมายสำคัญที่หยาดฟ้าอยากได้มาก
วันนี้ เป้าตัดสินใจเรียกสิงห์ซึ่งมาช่วยงานที่ร้านเป็นประจำมาซักถามว่าชอบเปียลูกสาวของตนแค่ไหน

“เท่าชีวิตของฉันแหละน้า น้าถามอย่างนี้ น้าไม่รังเกียจเด็กวัดจนๆ อย่างฉันเหรอ”

“ก่อนข้าจะมีเมีย หาเงินมาซื้อร้านนี้ได้ ข้าก็เป็นลูกศิษย์หลวงปู่มาก่อน เอ็งน่ะมันรุ่นหลัง แต่ก่อนนะข้าเดินตามท่านบิณฑบาตทุกเช้าแหละ”

“จริงหรือน้า”

“เออสิวะ ถ้าเอ็งรักนังเปีย รับปากน้าได้ไหมว่าจะดูแลมัน อย่าให้ใครรังแกมันได้”

“ถ้าเปียเป็นเมียฉัน ฉันก็ต้องดูแลไปจนวันตายแหละ น้าพูดเหมือนน้าจะยกเปียให้ฉันงั้นแหละ”

“ก็เออสิวะ ไม่ต้องแต่ง ไม่ต้องมีพิธีมันหรอก ตั้งแต่พรุ่งนี้เอ็งมาอยู่ที่ร้านน้าได้เลยนะ”

สิงห์ยิ้มร่า โผเข้ากอดว่าที่พ่อตาด้วยความดีใจสุดขีด...ต่อมาเมื่อเดชและก้องทราบเรื่องก็พลอยดีใจกับสิงห์ด้วย แต่สิงห์ยังห่วงทั้งคู่จะอยู่ยังไงถ้าตนออกจากวัดไปอีกคนเหมือนเช่นเทวา

“ไม่ต้องห่วงข้าสองคนหรอก ข้าอยู่ได้ สักวันข้าก็จะหาเมียเหมือนเอ็งแหละวะไอ้สิงห์”

“ข้าว่าน้าเป้าแกต้องมีแผนอะไรสักอย่าง”

“แผนอะไรวะเดช”

“แกคงกลัวกลุ่มไอ้เสี่ยคงคามารังแกอีก แกก็เลยอยากหาคนคุ้มครองลูกสาวแก”

“ให้มันมาเลย ไอ้สิงห์ยอมตาย”

มันมาแน่! และมาในคืนนี้ด้วย!

เสี่ยคงคาส่งฤทธิ์และสมุนมาเผาตลาดบนเกาะมุกวอดวายเกือบหมด แต่จู่ๆมีฝนตกลงมาทำให้ไฟมอดไม่ลามไปถึงร้านของเป้า ซึ่งพวกมนต์และชาวบ้านเชื่อว่าเป็นบารมีของหลวงปู่หาญที่ช่วยเหลือพวกเรา

สนเป็นเดือดเป็นแค้น มั่นใจว่าเป็นฝีมือพวกเสี่ยคงคา คิดไม่ถึงว่ามันจะเล่นงานเราหนักขนาดนี้

“ผมว่านี่มันแค่เริ่มต้นเท่านั้น ชาวบ้านคงยอมมันในที่สุด ไม่มีใครว่างพอที่จะต่อสู้เพื่อความถูกต้องหรอก ตราบใดที่ท้องยังหิว”

“มันต้องมีวิธีสิครู อย่างน้อยก็ต่อไปนี้เราต้องจัดเวรยามไว้คอยป้องกันเหตุร้าย”

“พี่เห็นด้วยนะแสงดาว ไม่มีอะไรดีเท่ากับป้องกันตัวเอง”

“อนามัยผมพร้อมรับคนเจ็บตลอด 24 ชั่วโมง ผมเชื่อว่าพวกมันต้องกลับมาเล่นงานเราอีกแน่”

“ถ้างั้นผมจะเรียกประชุมชาวเกาะมุกให้จัดเวรยาม มีระบบป้องกันภัยของพวกเรากันเอง ตอนนี้

ชาวบ้านอพยพไปอยู่ที่วัดกันแล้ว หลวงปู่ให้น้าบุญกู้ช่วยเหลือตามมีตามเกิด”

ที่ลานวัด กลุ่มชาวบ้านกอดเข่าเจ่าจุก บางรายยังร้องไห้เสียดายทรัพย์สินที่ถูกไฟไหม้ ของส่วนใหญ่ที่ขนมาได้เป็นของใช้ในครัวเรือนที่ไม่มีราคาค่างวดอะไร

“อย่านั่งเสียใจกันเลย เสียแล้วเสียไป หาใหม่ดีกว่า ช่วยกันหุงหาอาหารกินกันเถอะ โรงครัวของวัดยังมีอาหารแห้ง ข้าวสารพอเลี้ยงพวกเราอีกหลายวัน” บุญกู้ปลอบใจทุกคน สนกับลูกสาวสองคน ประสิทธิ์และมนต์เดินเข้ามาสมทบ

สนเริ่มปลุกระดมชาวบ้าน “เราอยู่ที่เกาะมุกมานับแต่ปู่ย่าตายายเป็นร้อยปีไม่เคยพบกับความวิบัติฉิบหายอย่างนี้มาก่อน นี่เป็นเพราะคนบนชายฝั่งมาขอซื้อที่จากพวกเรา พอพวกเราไม่ขายมันก็ส่งคนมาเผา นี่คือสิ่งที่พวกมันให้กับเรา พวกเราจะต้องจำแล้วก็ท่องไว้ว่าเราจะไม่มีวันขายที่ดินแค่เพียงเท่าฝ่ามือให้แก่พวกมัน ไม่อย่างนั้นมันก็จะย่ำยีพวกเราได้ทั้งชีวิต ลูกหลานวันหน้าของพวกเราจะลำบาก”

“รับปากได้ไหมพวกเรา” ครูประสิทธิ์โพล่งขึ้น

ชาวบ้านขานรับกันอื้ออึง ทุกคนยิ้มพอใจ แล้วทั้งหมดลงนั่งเมื่อเห็นหลวงปู่หาญเดินตรงมา

“ทุกอย่างเป็นอนิจจัง ไม่มีอะไรเที่ยง ความทุกข์เข้ามาในชีวิตเราได้ มันก็ต้องออกไปได้ ขอเพียงจิตใจของพวกโยมอย่าเศร้าหมอง ถ้าจิตใจเศร้าหมองเมื่อไหร่ โยมจะไม่มีวันชนะความทุกข์ได้ ช่วยกันหุงหาอาหารเลี้ยงสังขารอันเป็นเรือนของใจก่อนเถิด กายสบายใจสบายแล้วปัญญาจะเกิด”

“ธรรมะของหลวงปู่ประเสริฐจริงๆครับ...พวกเราสาธุ น้อมรับคำสอนของหลวงปู่พร้อมๆกัน”

ทุกคนพนมมือขึ้นเหนือหัว เปล่งเสียงพร้อมเพรียงกันตามที่ครูประสิทธิ์บอก

ooooooo

ด้านเสี่ยคงคากำลังหัวเสีย หลังทราบจากเฮียเม้ง โทร.มาส่งข่าวว่าไฟไหม้ตลาดหมด ยกเว้นร้านของเป้าคนเดียวที่รอดราวปาฏิหาริย์ เพราะจู่ๆฝนเทลงมา

กานดากลับจากตลาดทราบข่าวนี้เหมือนกัน เธอมาคาดคั้นสามีเพราะเชื่อว่ามีส่วนรู้เห็น

“เพ้อเจ้อน่าแม่ ใครเขาจะไปทำยังงั้น แม่กลับไปนอนเถอะ” คำรณรีบตัดบท กานดามองลูกชายน้ำตาคลอ ตัดพ้อด้วยความน้อยใจ

“คำรณ...รู้ไหมว่าความทุกข์ที่สุดในหัวใจของคนเป็นแม่ก็คือเลี้ยงลูกให้ดีแล้วไม่ได้ดี แกก็เป็นคนหนึ่งที่ทำให้แม่เป็นอย่างนั้น”

“พร้อม...พาคุณผู้หญิงออกไป” คงคาสั่งเสียงเข้ม

“คุณผู้หญิงขา ไปพักที่ตึกเล็กเถอะค่ะ” พร้อมประคองกานดาออกไป

หยาดฟ้ารอจนทั้งคู่คล้อยหลัง ก่อนจะถามขึ้นมาด้วยท่าทีร้อนใจ “เสี่ย...แสดงว่าไอ้พวกเกาะมุกสงสัยเรา นี่มันจะซัดทอดมาถึงเราหรือเปล่า”

“ถ้าเธอริจะทำชั่วก็จงเชื่อมั่นในความชั่วของเธอ หยาดฟ้า”

ในเวลาต่อมาเมื่อฤทธิ์ทราบเรื่องจากพวกคงคาก็ฟันธงทันทีว่า “ถ้าเป็นอย่างที่เสี่ยเล่า แสดงว่าน้องๆของผมใช้พลังเทวดาช่วยให้เกาะมุกรอดพ้นจากการถูกไฟไหม้”

“หมายความว่าพลังเทวดาของแต่ละคนมีไม่เหมือนกัน”

“ใช่ ถ้าหากประสานพลังกันจะบันดาลให้เป็นไปตามที่ต้องการ ศัตรูไม่สามารถเอาชนะได้”

“ดี...ที่นายบอกฉันตามตรง หวังว่านายจะเป็นพวกของฉันตลอดไป แล้วฉันนี่แหละจะเอาน้องของพวกแกมาเป็นพวกให้ได้ พลังเทวดาจะได้ประสานกันไม่ได้ เมื่อนั้นพลังเทวดาก็ไม่มีความหมาย” พูดแล้วคงคาแสยะยิ้ม อย่างมั่นใจในตัวเอง...

วันเดียวกัน ดารินทราบข่าวไฟไหม้ที่เกาะมุกจากเนตรทราย เธอรีบร้อนออกจากสถานีตำรวจไปหาเทวาและปลาดุก ทำทีเลียบเคียงถามเทวาว่าไม่คิดจะกลับเกาะมุกเหรอ ตอนนี้ที่นั่นเกิดเรื่องใหญ่ ไฟไหม้ตลาดวอดวาย

“เธอรู้ได้ยังไง” เทวาย้อนถาม

“ก็มีเพื่อนจะไปหากินที่นั่นเจอเหตุการณ์นี้ซะก่อนเลยเผ่นกลับ นายไปเกาะมุกกับฉันเถอะ บางทีเราจะได้ร่วมมือกันหากิน”

“ไม่ได้ ผมบอกคุณแล้วไงว่าคนที่เกาะมุกไม่ต้อนรับคนมีอาชีพแบบคุณ”

ดารินยิ้มไม่สะทกสะท้านกับคำพูดของเทวา กลับพูดจาอ่อนหวานชวนให้ปลาดุกหมั่นไส้ “เธอยังไม่รังเกียจฉันเลย คนเกาะมุกก็ต้องไม่รังเกียจฉันด้วยเหมือนกัน”

“สรุปง่ายนี่”

“เขาว่าคนเกาะมุกใจดี ฉันเชื่อนะ”

“เชื่อง่ายอีก”

“ตกลงจะไปมั้ย” ดารินเริ่มเสียงขุ่น เทวานิ่งไปอึดใจ นึกถึงแสงจันทร์แล้วตอบปฏิเสธเสียงดังฟังชัด

จนดารินชะงัก ตัดพ้อขึ้นมาอย่างไม่พอใจ “ต่อไปอิทธิพลของคนที่อื่นคงเข้าไปในเกาะมุกหมด ความสวยงามแบบเกาะมุกคงไม่เหลือแล้วล่ะ ฉันผิดหวังในตัวเธอจริงๆนะเทวา”

“ผมก็ผิดหวังคุณเหมือนกัน”

“ผิดหวังฉันเรื่องอะไร”

“ทำไมคิดแต่เรื่องจะไปทำมาหากินที่เกาะมุก ไม่คิดอย่างอื่นบ้างเลยเหรอ”

“ห่วงฉันหรือห่วงเกาะมุกกันแน่”

“หมายความว่าไง”

“ก็สงสัยว่าเป็นห่วงฉัน กลัวฉันโดนคนเกาะมุก

ขับไล่หรือว่าห่วงเกาะมุก กลัวว่าเกาะมุกจะมีมลทินเพราะฉัน”

“คิดเอาเองแล้วกัน”

“จะทะเลาะกันอีกนานมั้ย” ปลาดุกแทรกขึ้นมา... ดารินน้อยใจเทวา หยิบแบงก์ห้าร้อยวางไว้บนโต๊ะเป็นค่าอาหารแล้วเดินหน้าตึงออกไป เทวาไม่เข้าใจบ่นกับปลาดุกว่า

แค่ตนไม่กลับบ้านก็ต้องโกรธด้วยเหรอ

ooooooo

ชาวบ้านต้องอพยพมาอยู่ที่วัดเกาะมุกใต้ รับอาหารจากโรงทานที่หลวงปู่หาญจัดให้ แต่แล้วหยาดฟ้าก็คิดแผนการให้ชาวบ้านไปพักพิงที่โรงแรมริมหาดของคงคา พร้อมกับพูดจาโน้มน้าวขอซื้อที่ดินจากชาวบ้านเป็นผลสำเร็จจนได้รับคำชมจากคงคาว่าทั้งเก่งและฉลาด

นอกจากหยาดฟ้าจะกล่อมชาวบ้านได้แล้ว คงคายังมองหาลู่ทางเพื่อตั้งตนเป็นใหญ่ในเกาะมุก โดยอาศัยโชติให้นำพาไปพบอาจารย์คล้ามที่รู้จักพลังเทวดาเป็นอย่างดี

อาจารย์คล้ามอยู่ในถ้ำที่เกาะหัวสิงห์เพียงลำพัง มีวิชาอาคมแก่กล้าไม่ต่างจากหลวงปู่หาญ เพราะทั้งคู่เคยเป็นศิษย์สำนักเดียวกัน

แรกเห็นอาจารย์คล้ามในถ้ำ พวกคงคาพาตกตะลึงมองร่างของแกนอนอยู่บนแท่นหินสภาพเหมือนคนตายมากกว่าคนเป็น

“พวกมึงต้องการอะไรจากกู ถึงได้ดั้นด้นมาถึงที่นี่”

“เจ้านายผมกำลังเดือดร้อน ต้องการความช่วยเหลือจากอาจารย์ครับ” โชติรายงาน

คล้ามมองหน้าคงคาเขม็ง ขณะเดียวกันฤทธิ์ก็หลับตากำหนดจิตก่อนจะบังเกิดประกายสายฟ้าดังเปรี้ยงอยู่นอกถ้ำ แล้วพุ่งเข้ามาหาคล้ามแต่ไม่ถูก เขายกมือต้านพลังแล้วปัดมาที่ฤทธิ์จนร้องลั่นว่ากลัวแล้ว

กองทัพงูเลื้อยยั้วเยี้ยอยู่หน้าถ้ำ คล้ามหัวเราะสะใจ ตวัดฝ่ามือเข้าหาตัว พลันร่างของฤทธิ์ก็กลิ้งไปมาครู่หนึ่งก่อนจะสงบนิ่ง แล้วรีบก้มกราบคล้ามอย่างยอมรับ

“ผมผิดไปแล้วครับอาจารย์ ต่อไปผมจะไม่ล่วงเกินอาจารย์อีกแล้วครับ ยกโทษให้ผมด้วยครับ”

“เอ็งเป็นศิษย์ไอ้หาญ?”

“ครับ ผมโตมากับหลวงปู่หาญ...อาจารย์รู้จักด้วยหรือครับ”

“มันกับข้าเป็นเพื่อนกันมา เป็นศิษย์อาจารย์เดียวกัน อายุมันก็พอๆกับข้า ห้าร้อยกว่าปี”

“ห้าร้อยกว่าปี...แล้วทำไม” คงคาอุทานหน้าตื่น

“พลังสมาธิและการภาวนาอย่างเคร่งครัดทำให้คำอธิษฐานที่จะเป็นอมตะเป็นจริง แต่ข้าละสังขารไปแล้ว”

“หมายความว่า...”

“ใช่...ข้าตายแล้ว แต่ที่นั่งคุยกับพวกเอ็งได้ ก็ด้วยจิตอันแข็งแกร่งที่ประคองสังขารให้คงอยู่ เดินเหินไปไหนมาไหนได้”

“แล้วทำไมอาจารย์ถึงไม่คงสังขารมนุษย์เหมือนหลวงปู่”

“มันไม่คล่องตัว ข้าอยู่ในถ้ำบนเกาะหัวสิงห์ กว่าสังขารของข้าจะเดินทางไปที่ใดก็ต้องใช้เวลา เว้นแต่ถอดจิตไป แต่นี่ข้าอยากไปไหนก็ได้ ปรากฏเป็นร่างแบบใดก็ขึ้นอยู่กับความปรารถนาของจิต”

“อัศจรรย์จริงๆครับ...ผมขอฝากตัวเป็นศิษย์ของอาจารย์”

คล้ามหัวเราะก้อง พลันร่างที่พูดคุยอยู่หายไปในทันที กลายเป็นศพบนแท่นหินนอนหงายมองเพดาน... ทุกคนเงียบงัน มองหน้ากันเลิ่กลั่ก

“พวกเอ็งต้องสัญญาว่าจะไม่ทิ้งข้า ทุกเดือนจะต้องส่งคนมาหยอดน้ำผึ้งให้แก่กายสังขารของข้า รับปากข้าได้หรือไม่”

“ได้ครับ” คงคารับปาก

“โชติ...เอาน้ำผึ้งหยอดปากข้า”

โชติมองซ้ายขวาเห็นหินย้อยก้อนหนึ่งมีน้ำผึ้งไหลมาตลอดเวลา จึงหยิบถ้วยที่ทำจากกะลามะพร้าวรองน้ำผึ้งทีละหยด คงคา ฤทธิ์ และลูกน้องอีกสองคนมองอย่างหวาดๆ

“ไอ้หาญ...เพื่อนผู้กลายเป็นศัตรู...ต่อไปนี้มันจะได้รู้ว่าความแค้นของคน ต่อให้ตายแล้วเกิดอีกสิบชาติร้อยชาติก็ยังไม่หาย”

คล้ามหัวเราะเสียงต่ำ โชติได้น้ำผึ้งพอประมาณก็ส่งให้ฤทธิ์

“เร็ว นายฤทธิ์...หรือเอ็งสองคนก็ได้”

ธงกับศรส่ายหน้าพร้อมกัน ฤทธิ์คว้ากะลาน้ำผึ้งตรงไปที่ศพของคล้าม ดวงตาคล้ามหลับ แต่ปากขยับออก ควันสีขาวพวยพุ่งออกจากปาก ฤทธิ์ค่อยๆเทน้ำผึ้งลงไปในปาก ถ้ำที่อับแสงมีประกายระยิบระยับ ควันขาวลอยอวลอย่างน่าอัศจรรย์ พร้อมๆกับร่างของคล้ามกางแขนออกแล้วลอยขึ้นสู่ที่สูง หัวเราะกังวานไปทั้งถ้ำ

“ต้องการให้ข้าช่วยอะไรบอกมา”

“กำจัดพลังเทวดาของไอ้พวกที่เกาะมุก ผมต้องการที่ดินบนเกาะมุกมาทำธุรกิจครับอาจารย์”

“แล้วข้าจะได้อะไรแลกเปลี่ยน”

“เงิน อำนาจ ผู้หญิง และความจงรักภักดีของผมกับพวก...ผมจะส่งคนมาทำหน้าที่กรอกน้ำผึ้งให้อาจารย์ทุกเดือนครับ”

“คืนนี้ข้าจะจัดการกับไอ้หาญเอง พวกเอ็งคอยดูฝีมือข้า”

คงคายิ้มพอใจ แต่ทันทีที่กลับออกมาจากถ้ำถึงชายฝั่งก็รีบบอกฤทธิ์ให้กลับไปที่เกาะมุกไปอยู่กับหลวงปู่หาญ

“คนที่นั่นไม่ค่อยต้อนรับผม เสี่ยจะให้ผมไปทำไม”

“ก็ถ้านายไม่ไป เราจะรู้เหรอว่าอาจารย์คล้ามโกหกเราหรือเปล่า แล้วนายค่อยกลับมารายงานฉัน”

ฤทธิ์ปฏิเสธไม่ออก พยักหน้าอย่างจำยอม...เมื่อฤทธิ์แยกไปแล้ว คงคากับสมุนแวะไปที่สำนักงานซึ่งหยาดฟ้าและคำรณรออยู่

คำรณหัวเราะชอบใจหลังฟังเรื่องอาจารย์คล้ามและความเฉลียวฉลาดของพ่อที่รอบคอบดีเหลือเกิน

“มันต้องรอบคอบ...ยิ่งมันมีวิชาเหนือเรา มันก็ต้องมีเล่ห์เหลี่ยมมากกว่าเรา ดูอย่างหยาดสิ ใช้ปัญญาหลอกเอาที่ดินพวกมันมาได้เกือบทั่งเกาะแล้วภายในวันเดียว”

“วิเศษจริงๆ แต่ไม่ใช่ว่าป่านนี้พอมันกลับไปเกาะมุกก็โดนพวกไอ้สนปั่นหัวจนเปลี่ยนใจล่ะ”

“เปลี่ยนไม่ได้หรอกค่ะ หยาดให้เซ็นเอกสารสัญญาจะซื้อจะขายกันทุกคนแล้ว อีกอย่างก็แกล้งมีเมตตาต่อพวกมัน ให้มันพักโรงแรมริมหาด ที่นอนนุ่มๆ แอร์เย็นๆ มีอาหารดีๆกิน ไม่เปลี่ยนพวกมันให้กลายเป็นพวกเราก็ให้รู้ไปสิ”

“แบบนี้เรียกว่าใช้ทั้งเล่ห์กลทางธุรกิจแล้วแถมวิชาไสยศาสตร์อีกนะ เออ คำรณ ถ้าหากว่าอาจารย์คล้ามเอาชนะหลวงปู่หาญได้ พ่อจะให้เอ็งเรียนวิชาจากอาจารย์คล้าม ต่อไปจะ
ได้ไม่มีใครรังแกลูกพ่อได้”

“ครับพ่อ” คำรณยิ้มย่อง รอคอยวันนั้น!

ooooooo

ฤทธิ์ทำตามแผนของคงคากลับมาทำทีอยากขอขมาหลวงปู่หาญ แต่พวกน้องๆไม่ไว้ใจและพากันขับไล่เมื่อพบว่าคืนนั้นมีสิ่งเร้นลับบางอย่างเข้ามาทำร้ายหลวงปู่หาญ แต่บุญกู้รับเคราะห์แทนจนบาดเจ็บ

หลังจากฤทธิ์กลับไปด้วยอารมณ์อาฆาตมาดร้ายในเช้าวันรุ่งขึ้น ทุกคนที่วัดพากันสงสารบุญกู้ รุมถามเขาว่าเจ็บมากไหม

“ไม่เจ็บหรอก แต่มันอยู่ในนี้...น้าเจ็บใจ พวกเทวดาอย่างเอ็งก็ไม่รักไม่สามัคคีกัน ชาวบ้านก็ยอมให้พวกมันหลอก เกาะเล็กๆ ยังรักษาไว้ไม่ได้ ต่อไปจะรักษาประเทศชาติที่ปู่ย่าตายายยอมตายเพื่อให้ลูกหลานได้อยู่อาศัยหรือ...น้าเจ็บใจ น้าเจ็บใจ”

บุญกู้ลุกขึ้นทุบอกตัวเองอย่างคับแค้นใจ เดชกับก้องต้องยื้อมือไว้ ต่างร้องไห้สะเทือนใจ

“อย่า น้าบุญกู้...เจ็บตัวเปล่า น้าเชื่อฉันเถอะ ธรรมะต้องชนะอธรรม หลวงปู่ก็เคยสอนไว้ไงน้า”

หลวงปู่เดินเลี่ยงไปด้วยท่าทีสงบ มนต์ ก้อง เดช และสิงห์ตามเข้ามาในโบสถ์ นั่งฟังหลวงปู่อย่างสงบนิ่ง

“หลวงปู่อยากจะบอกอะไรกับพวกเจ้าไว้ บางทีชีวิตของปู่อาจจะไม่ได้ยืนยาวแล้วก็ได้”

“ทำไมหลวงปู่พูดอย่างนั้นล่ะครับ”

“ศัตรูของปู่เผยโฉมออกมาแล้ว ปู่นึกว่ามันหายไปจากโลกนี้แล้ว เมื่อคืนมันส่งผีร้อยแปดตนมาเล่นงาน แต่บุญกู้รับเคราะห์แทนเรา อีกอย่างที่พวกเราไม่เป็นอะไรก็เพราะมีคนส่งพลังพุทธคุณมาช่วยเราไว้”

“ใครครับ หลวงปู่”

“เทวา”

“แสดงว่าหลวงปู่ติดต่อกับเทวาได้หรือครับ”

“ไม่...เว้นแต่ว่ามันจะส่งจิตมาถึง หลวงปู่ถึงจะรับได้”

“แล้วจะมีวิธีไหนที่จะดึงมันกลับมาได้หรือเปล่า พวกเราต้องเผชิญกับไอ้พวกเสี่ยคงคา แถมยังเจอดีกับเรื่องคุณไสยอีก”

“คืนอมาวสีที่จะมาถึงนี่แหละ ปู่จะให้พวกเจ้าช่วยกันทำพิธีเพื่อส่งจิตถึงเทวา...และบางทีน้องเล็กของพวกเจ้าที่ปู่ให้คนอื่นไปเลี้ยงตั้งแต่แบเบาะอาจจะกลับมาด้วย...เธอเป็นเด็กผู้หญิง ปู่ไม่อยากให้อยู่ในวัด พี่น้องจึงต้องพลัดพราก ไม่ครบเจ็ดคน”

“พวกเราร่วมมือกันอยู่แล้ว แต่ผมสงสัยว่าศัตรูของปู่เป็นใครกัน”

“เจ้าคล้าม...เคยร่ำเรียนวิชาในสำนักเดียวกับปู่เมื่อห้าร้อยปีที่แล้ว มันอยากได้วิชาพายุเทวดา แต่อาจารย์ของปู่ไม่ยอมสอนให้ เพราะเจ้าคล้ามฝักใฝ่ไสยศาสตร์ อาจารย์ของปู่เกรงว่าจะเอาไปทำร้ายคนอื่น เป็นเหตุให้เจ้าคล้ามเข้าใจว่าปู่แอบเอาวิชาไว้คนเดียว พวกเจ้าจะต้องหมั่นปฏิบัติ อย่าผิดศีล พลังเทวดาจะได้คุ้มครองพวกเจ้าทุกคน”

สี่หนุ่มรับทราบ ก้มกราบหลวงปู่อย่างเลื่อมใสศรัทธา

ooooooo

เรื่องย่อละคร พายุเทวดา

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"เกรท" ป๊ะ "เก้า" ยุ่งเหยิง ชวนฮา "เขาวานให้หนูเป็นสายลับ"
17 พ.ย. 2562

07:01 น.