ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

พายุเทวดา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ฤทธิ์ถ่ายพลังให้คำรณและลูกน้องจนตัวเองหมดแรงนอนฟุบอยู่กับพื้นภายในบ้าน จึงไม่รู้ว่าพวกคำรณออกไปสนุกสนานกับการใช้พลังสายฟ้าอยู่ที่ชายหาดอีกแล้ว

เทวาใช้พลังลมสลาตันของตนสยบพลังสายฟ้าไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่คราวนี้หลวงปู่หาญจัดการด้วยตนเอง ทำให้พวกคำรณไม่สามารถทำอะไรได้อย่างใจคิด คงคาเลยเข้าใจว่าเป็นเพราะพวกคำรณไม่ได้ถือศีลแปดอย่างที่ฤทธิ์บอก

ด้านเทวาที่ออกจากเกาะไปด้วยใจที่ห่อเหี่ยวผิดหวังจากแสงจันทร์ คืนเดียวกันเขาไปร้องเพลงในร้านคาราโอเกะแล้วเผอิญเจอปลาดุกสาวทอมหน้าตาดี ปลาดุกเหมือนผู้ชายมากจนตอนแรกเทวาคิดว่าเป็นชายเหมือนกัน แต่มารู้ก็ตอนที่เธอพาเขาหนีนักเลงในร้านคาราโอเกะออกไปที่งานวัดแล้วจะขึ้นชกมวยหญิง

ส่วนดารินปลอมตัวมาในคราบสาวขายบริการเพื่อสืบจับเจ้าของร้านอาหารแห่งหนึ่งที่มีเด็กสาวขายบริการอย่างผิดกฎหมาย แถมเจ้าของร้านยังจะส่งพวกเธอไปขายที่ต่างประเทศด้วย ดารินทำตัวได้แนบเนียนมากจนสามารถเข้ามาในร้านและเห็นเด็กสาวพวกนั้น ก่อนจะแอบส่งสัญญาณบอกสารวัตรและเนตรทรายให้นำกำลังเข้ามาจู่โจม

แต่แล้วดารินแทบเอาตัวไม่รอดถูกพวกแมงดาในร้านไล่ล่า โชคดีที่หนีเข้าไปในงานวัดแล้วได้เทวากับปลาดุกช่วยเหลือ ส่วนพวกแมงดาถูกตำรวจจับกุมตัวไปดำเนินคดี

เทวากับปลาดุกยังไม่รู้ว่าดารินเป็นตำรวจ เข้าใจไปตามที่เห็นว่าเธอคือหญิงขายบริการ เทวาถามด้วยความสงสัยทำไมเธอถึงถูกตามล่า ปลาดุกเดาทันทีว่าคงโดนมันฉุด

“เปล่า ฉันเป็นผู้หญิงอาชีพพิเศษ พวกมันเป็นแมงดา มันบังคับให้ฉันขายตัว”

“ก็ถ้ามีอาชีพอย่างนั้นอยู่แล้วทำไมมันต้องบังคับคุณด้วยล่ะ”

“มันกะจะเอาฉันไปขายให้พวกแก๊งแมงดาเมืองนอก”

“ได้ไปต่างประเทศ ไม่ชอบเหรอ”

“ไม่มีใครอยากถูกบังคับหรอก ว่าแต่คุณสองคนไม่รังเกียจฉันเหรอ”

“ไม่...ผมรู้สึกคุ้นๆคุณยังไงก็ไม่รู้”

“เคยใช้บริการมั้ง”

เทวาตบหัวปลาดุกหนึ่งทีโทษฐานปากไว ดารินมองยิ้มๆ แล้วขอตอบแทนน้ำใจของทั้งสองคนด้วยการเลี้ยงข้าวหนึ่งมื้อตอนเย็นวันพรุ่งนี้

“แต่เราสองคนไปไหนไม่เป็น คืนนี้ยังไม่มีที่พักเลย” ปลาดุกพูดซื่อๆ ดารินคิดนิดเดียวก่อนบอกว่า

“เดี๋ยวฉันจัดการให้เอง”

ooooooo

ดารินพาทั้งคู่ไปพักที่อพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งก่อนที่ตัวเธอจะกลับมาที่บ้าน เนตรทรายกลับมาก่อนและดูแลพาแม่ของเธอเข้านอนไปแล้ว

“เล่าเรื่องของเธอให้ฉันฟังบ้าง พอเธอหนีไปด้านหลังร้านแล้วเกิดอะไรขึ้นบ้าง”

เนตรทรายคะยั้นคะยอจนดารินต้องเล่าเหตุการณ์ให้ฟังอย่างละเอียด พอฟังจบเนตรทรายอยากรู้ต่อไปอีกว่าหนุ่มคนที่มาช่วยนั้นหน้าตาหล่อเหลาแค่ไหน

“ไม่รู้” ดารินตอบสั้นๆเพื่อตัดบท แต่เพื่อนสาวกลับไม่จบ ทำเป็นเปรยขึ้นมาว่า

“หรือว่าบุพเพสันนิวาสเกิดขึ้นในงานวัด”

“บ้าสิ...พรุ่งนี้ฉันจะเจอเขาอีก”

“ชัวร์เลย”

“อย่าเดาน่า ฉันรู้ว่าเขามาจากเกาะมุก ฉันก็ต้องหาทางพบเขา”

“รู้ได้ไงว่าเขามาจากเกาะมุก”

“ฉันเคยเจอเขาแล้ว แต่เขาจำฉันไม่ได้...ส่วนฉันจำได้แม่น”

“หมู่นี้อะไรๆก็เกาะมุก ฉันว่าเธอคงหลีกมันไม่ได้ซะแล้ว”

“ขอให้เป็นอย่างนั้นเถอะเนตร” ดารินสีหน้าแน่วแน่ จิตใจมุ่งมั่นที่จะไปให้ถึงเกาะมุกในเร็ววัน

ooooooo

ฤทธิ์อาการดีขึ้นแต่เรี่ยวแรงยังไม่เต็มร้อย เช้านี้หยาดฟ้าให้หวานใจจัดไข่ลวกมาบำรุง คงคากับคำรณไม่ค่อยใส่ใจเรื่องนี้นัก คิดจะเอาแต่ประโยชน์จากฤทธิ์ท่าเดียว

“บ่ายๆ แกพาฉันไปเกาะมุกทีนะ ครั้งก่อนเฮียเม้งพาฉันไปไม่ได้เรื่องเลย แกเกิดที่เกาะมุก โตที่เกาะมุก แกน่าจะรู้จักเกาะมุกดีกว่าคนอื่น”

“เสี่ยจะไปทำไมหรือครับ”

“เดี๋ยวไปถึงก็รู้เอง”

“หวังว่าแกจะไม่ทำให้พ่อฉันผิดหวังนะ ไอ้พลังเทวดาที่แกถ่ายพลังให้ฉันน่ะมันอ่อนเกินไป มีพลังเทวดาอย่างอื่นมั้ย”

“ผมเรียกสายฟ้าให้คุณคำรณได้ ยังอ่อนอีกเหรอครับ”

“แต่มันล่มเรือตกหมึกไม่ได้ พลังลมที่ไหนก็ไม่รู้มันพัดพาสายฟ้าของฉันไปหมด”

“หวังว่านายคงไม่ได้เล่นกลหลอกฉันกับลูกนะนายฤทธิ์”

“ไม่ครับ...ไม่ได้เป็นอย่างที่เสี่ยคิดแน่นอนครับ”

ฤทธิ์ยืนยันขันแข็งแล้วเดินออกไปนอกบ้าน นึกถึงคำพูดคำรณที่ว่าพลังลมที่ไหนไม่รู้พัดพาสายฟ้าของตนไปหมด

“พลังลม ถ้ามันแรงจนพัดสายฟ้าได้ก็คงมีแต่สลาตันเท่านั้นแหละ...เทวา สลาตัน ต้องเป็นฝีมือของไอ้เทวาแน่ๆ” ฤทธิ์พึมพำกับตัวเองด้วยสีหน้าแค้นๆ พลันเหลือบเห็นพร้อมกับกานดาเดินตรงมา ฤทธิ์ทำท่าจะเดินหนี แต่ต้องหยุดชะงักเมื่อกานดาส่งเสียงเรียกแถมปรี่เข้ามาใกล้

“เดี๋ยว...ฉันอยากรู้ว่าเธออยู่บ้านหลังนี้ในฐานะอะไร”

“เสี่ยให้ผมมาอยู่ ผมก็มา คุณผู้หญิงมีอะไรให้ผมรับใช้หรือครับ”

“มี...ถ้าฉันให้เธอออกไปจากบ้านหลังนี้ เธอจะเรียกเงินเท่าไหร่ ฉันพร้อมจะให้”

“ผมขอฟังเหตุผล”

“ใครก็ตามที่มันชักจูงให้คำรณลูกชายฉันเดินทางต่ำละก็...ฉันก็ต้องขัดขวางหมด”

“ถ้างั้นคุณผู้หญิงก็คงต้องไปเล่นงานเสี่ยคงคาด้วยครับ เพราะท่านเป็นคนสอนให้คุณคำรณเป็นไปตามปากของคุณผู้หญิง”

“ออกไป! ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้”

หยาดฟ้าโผล่มาได้ยินพอดี ออกโรงปกป้องฤทธิ์ทันที “อะไรกัน คุณผู้หญิงจะไล่นายฤทธิ์ไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น”

“ทำไม”

“เสี่ยต้องการให้นายฤทธิ์เป็นบอดี้การ์ดให้คุณคำรณ หรือว่าคุณผู้หญิงอยากเห็นคุณคำรณถูกรังแกล่ะ ไม่เห็นหรือคะแค่ผู้หญิงคนหนึ่งขับรถเบียด คุณคำรณก็ยังต้องนอนโรงพยาบาล”

“ถ้าเราไม่ทำชั่ว ไม่เดินทางต่ำ เราก็ไม่มีศัตรู ก็ไม่จำเป็นต้องมีบอดี้การ์ดหรอก”

“เชิญคุณผู้หญิงไปเรียนให้เสี่ยคงคาทราบด้วยตนเองดีกว่าค่ะ”

“อย่าท้าทายฉันนะหยาดฟ้า”

หยาดฟ้าไม่ตอบ ยิ้มหยันแล้วเดินนำฤทธิ์ออกไป ทิ้งให้กานดายืนอึ้ง สองมือกำแน่นด้วยความเจ็บใจ

ooooooo

แล้วบ่ายนั้นเองเรือของคงคาก็มาถึงท่าเรือเกาะมุก ก้องอยู่บริเวณนั้นรีบหลบวิ่งขึ้นไปหาเดชซึ่งนั่งคอยผู้โดยสารอยู่ที่ท่ารถสองแถว

“มันมากันอีกแล้ว”

“ใครวะ”

“เสี่ยคงคา...พี่ฤทธิ์ก็มากับพวกมัน”

เดชอึ้งไป ก้องหลบเข้ามาในรถสองแถวของเดช เฝ้ามองกลุ่มคงคาเดินตรงไปยังเฮียเม้งที่มารอรับ

“เกาะมุกยินดีต้อนรับเสี่ยครับ”

“ครั้งนี้ต้องไม่พลาดนะ ฉันกับหยาดฟ้าต้องการที่ดินสวยๆสักผืน”

“ต่อไปที่นี่จะมีนักท่องเที่ยวมากมาย ฉันอยากเปิดผับไว้บริการนักท่องเที่ยว เฮียเม้งคงรู้นะว่าทำเลไหนบนเกาะมุกที่เหมาะสมที่สุด”

“ไปตระเวนดูดีกว่าครับ ไอ้ผมน่ะพอรู้ว่าที่ไหน แต่เรื่องว่าใครเป็นเจ้าของน่ะผมไม่ค่อยรู้หรอกครับ”

“ฉันมีนายฤทธิ์มาด้วย...เฮียเม้งไม่ต้องห่วง”

เฮียเม้งมองฤทธิ์จำได้ว่าเป็นลูกศิษย์วัด จึงกระซิบคงคา “มันเป็นพวกหลวงปู่หาญที่วัดเกาะมุกใต้นะครับเสี่ย”

“เฮียเม้งลืมแล้วเหรอว่าเงินซื้อได้ทุกอย่าง”

คงคากับเฮียเม้งหัวเราะชอบใจ ฤทธิ์รู้สึกไม่พอใจเดินเลี่ยงไป หยาดฟ้าตามมาติดๆ แสร้งปลอบอย่างใจเย็น

“ฉันเข้าใจเธอนะฤทธิ์ ต่อไปเมื่อเธอเป็นใหญ่ในเกาะมุกจะไม่มีใครมาทำกับเธอแบบนี้ได้”

“ผมน่ะเหรอจะเป็นใหญ่ที่นี่ ใครจะยอมให้ผมข้ามหัวล่ะ”

“ถ้าเธอมั่นใจฉัน ทุกอย่างย่อมเป็นจริงเสมอ”

ฤทธิ์หันไปมองพัน ธง ศร ที่ยืนคุมเชิงอยู่ คำรณตัดบทชวนเดินทางเพราะตนอยากเห็นที่ดินแปลงสวยๆเต็มทีแล้ว

กลุ่มคงคาขึ้นรถของเฮียเม้งออกไปได้ครู่เดียว สนออกมาจากมุมหนึ่งเดินตรงมาหาเดชที่รถสองแถว

“อ้าว...ลุงสน”

“ข้าแอบดูอยู่ทางโน้น มันมาหาซื้อที่เหมือนเดิมใช่ไหมวะ”

“คงไม่มีเรื่องอื่นหรอก”

“ไปที่โรงเรียนกันเถอะ ข้าอยากเจอครูใหญ่ แล้วเอ็งไปตามหมอนทีมาด้วยล่ะ งานนี้ต้องร่วมมือกัน”

ก้องรีบลงจากเบาะหน้าไปนั่งข้างหลัง ให้สนนั่งคู่กับเดช มุ่งหน้าไปยังโรงเรียน

ooooooo

รถเม้งเข้าจอดหน้าร้านของเป้าซึ่งเป็นร้านอาหารทำเลดีมาก เป้าไม่ได้ใส่ใจผู้มาเยือน ยังคงนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ต่อไป ส่วนเปียลูกสาวทำความสะอาดโต๊ะเก้าอี้ตามปกติ โดยมีสิงห์ช่วยเหลือด้วยความเต็มใจ

ฤทธิ์เห็นสิงห์ เป็นจังหวะเดียวกับที่สิงห์มองมาพอดี สิงห์ดีใจปรี่มาทักฤทธิ์ว่าไปไงมาไง พลางมองที่รถเห็นกลุ่มคนจำนวนมาก “มาอย่างงี้ไม่ดีเลยนะพี่ ชาวบ้านเขาจะตกใจหมด ทำไมต้องพกปืนกันด้วย”

“ใครเหรอนายฤทธิ์” ธงถาม

“น้องฉันเอง...สิงห์ เจ้านายฉันอยากซื้อที่ดินบนเกาะ นายพอช่วยได้มั้ย”

“ไม่มีใครอยากยุ่งกับเรื่องนี้หรอก ฉันเชื่อว่าไม่มีใครอยากขายที่ของปู่ย่าตายายหรอก ขายแล้วจะเอาที่ดินตรงไหนซุกหัวนอน”

“น้องชายนายฤทธิ์นี่พูดมากจังโว้ย” ศรทำท่าไม่พอใจ ฤทธิ์รีบยกมือปราม

“ฉันต้องการซื้อร้านนี้ จะขายมั้ย”

สิ้นเสียงหยาดฟ้า เป้าลดหนังสือพิมพ์ลงมองมาที่ทุกคน ส่วนเปียสีหน้าตระหนกรีบหลบเข้าหลังร้าน

“พี่ฤทธิ์ก็รู้ว่าผมกับเปียรักกัน ผมไม่ยอมให้ใครมาข่มขู่ได้ง่ายๆหรอก” สิงห์ตวัดสายตามองหน้าคงคา หยาดฟ้า และคำรณ

“นายไม่ใช่เจ้าของ อย่ายุ่ง”

คำรณท่าทีฮึดฮัด พันกับธงเตรียมพร้อม ชาวบ้านเริ่มเกร่มาดู แล้วยืนวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ห่างๆ ฝ่ายสนกับเดชและก้องไปรอที่โรงเรียนเริ่มผิดสังเกต

“ถ้ามันไม่มาที่โรงเรียนนี่ มันก็ต้องไปที่ตลาด ข้าว่าเราไปที่ตลาดกันเถอะ”

“ไปสิ ผมก็อยากเจอพี่ฤทธิ์”

ทุกคนนั่งรถสองแถวของเดชออกไป...ในเวลานั้นที่ร้านของเป้าบรรยากาศเริ่มตึงเครียด สิงห์เผชิญหน้ากลุ่มคงคา โดยที่เปียออกมาสังเกตการณ์อยู่ใกล้ๆ

“หลีกไป...นายฤทธิ์บอกน้องนายว่าอย่ายุ่งกับเรื่องของเราถ้าไม่อยากเจ็บตัว”

“พี่ขอร้อง”

“พี่ฤทธิ์...นี่พี่เป็นพวกมันไปแล้วเหรอ พี่อย่าลืมนะว่าพี่เกิดและเติบโตที่เกาะมุก พี่กินข้าวก้นบาตรที่คนทั้งเกาะมุกใส่บาตรหลวงปู่ พี่โตมากับข้าวของพวกเขา”

ฤทธิ์โมโหฉุนเฉียว ตวาดสิงห์ไม่ให้พูดเพราะตนไม่อยากฟัง

ทันใดนั้น เป้าออกมาพร้อมปืนยาวในมือ กราดใส่หน้าทุกคน

“ที่ดินตรงนี้เป็นของพ่อแม่ข้า ข้าโตที่นี่และก็จะให้มันเป็นเรือนตายของข้า ถ้าอยากซื้อก็ไปซื้อที่อื่น ที่นี่ไม่ขาย”

“แต่ฉันอยากได้ตรงนี้ ยังไงฉันก็ต้องได้”

“น้องสาวฉันต้องการตรงนี้เท่านั้น” คงคาประกาศกร้าว

“ไอ้เม้ง...เอ็งกับข้าเป็นคู่แข่งกันมาตลอด เอ็งคิดเหรอว่าจะใช้อิทธิพลของคนที่ชายฝั่งมาจัดการ

กับข้า ไม่มีทางหรอกโว้ย ถ้าอยากได้ที่ดินของข้าก็ต้องข้ามศพข้าไปก่อน” เป้าท้าทาย

“พวกข้าได้ข้ามแน่” คำรณสวนทันควัน ตามด้วยเสียงหัวเราะเยาะหยัน

“พี่ฤทธิ์ พาพวกมันกลับไป ไม่งั้นผมไม่รับรองความปลอดภัยนะ” สิงห์เริ่มฮึดฮัด พอดีรถของเดชวิ่งมาจอด ทุกคนลงจากรถ คงคาทักสนอย่างจำได้

“เจ็บตัวคราวนั้นยังไม่เข็ดเหรอลุง”

“ถ้าข้าต้องตายเพราะหวงแหนแผ่นดินที่ข้าอาศัยอยู่ ข้าก็ยอมตาย”

ฤทธิ์หน้าเสีย เดินมากระซิบคงคา “เสี่ยครับ ผมว่าเรื่องมันจะไปกันใหญ่ ชาวบ้านที่นี่ไม่กลัวอะไร พวกเขารักกัน เชื่อผมเถอะครับ เราฆ่าคนได้ไม่กี่คนหรอก แต่คนทั้งเกาะจะรุมเราจนตายหมด”

คงคานิ่งไปนิดอย่างประเมินสถานการณ์ “ฉันให้แกคิดดู แกจะขายเท่าไหร่ก็เรียกได้เลย เอาเงินไปตั้งตัวใหม่ที่ไหนก็ได้ ดีกว่าอยู่อย่างลำบากอย่างนี้...
ไปโว้ยพวกเรา”

คงคายอมถอย คำรณโมโหยิงปืนขึ้นฟ้าหลายนัดเพื่อประกาศศักดา มนต์ที่ติดรถเดชมาด้วยรีบเดินไปหาฤทธิ์ที่กระบะท้าย ขอร้องพี่ชายไปกราบหลวงปู่สักครั้งแล้วจะไปจากที่นี่ตนก็ไม่ว่า

“จำเป็นด้วยเหรอ” ฤทธิ์ยอกย้อน

“เชื่อมนต์มันเถอะพี่ฤทธิ์ อย่างน้อยพี่จะกลับมาที่นี่เมื่อไรก็ได้ แต่ถ้าพี่ไปอย่างคนเนรคุณไม่รู้จักบุญคุณหลวงปู่ คนทั้งเกาะจะสาปแช่งพี่”

คำพูดของเดชทำให้ฤทธิ์เปลี่ยนใจ เดินไปบอกคงคาตรงหน้ารถว่าอีกสักพักตนจะตามไปที่บ้าน...

ooooooo

หลังจากเฮียเม้งออกรถไปแล้ว ฤทธิ์เดินมาเผชิญหน้ากลุ่มน้องๆ มนต์ขอร้องฤทธิ์ให้อยู่ที่เกาะมุก อย่าไปเข้าแก๊งเสี่ยคงคา อีกอย่างตอนนี้เทวาก็ไม่อยู่แล้ว

“มันไปไหน”

“ผมก็ไม่ทราบ”

“อย่ามาทำเป็นพูดดีเลยวะไอ้มนต์ ถือว่าเป็นครูมีหน้าที่สั่งสอนลูกชาวบ้าน รู้จักสั่งสอนตัวเองบ้างสิ เอ็งดีนักหรือที่แย่งเมียของเพื่อนน่ะ ถ้าเอ็งไม่แย่งนังแสงจันทร์จากมันไป มีหรือที่มันจะทิ้งเกาะมุก”

“มันไม่ใช่อย่างที่พี่ฤทธิ์พูด”

“ทำไมวะ ฟังความจริงไม่ได้เหรอ”

“ถ้าพี่จะบอกว่าผมผิด ผมก็ยอมรับผิด แต่ธุระที่ผมจะพูดกับพี่ก็คือผมขอให้พี่ถอนตัวออกมาจากกลุ่มอันธพาลพวกนั้น คนเกาะมุกจะเกลียดชังพี่”

“วันนี้มันเกลียด แต่สักวันหนึ่งคนที่เกาะมุก รวมถึงพวกนายด้วยจะต้องสยบอยู่แทบเท้าของข้า”

เดช ก้อง และสิงห์โมโห พูดเป็นเสียงเดียวกันให้ฤทธิ์หยุดพล่าม พวกตนไม่อยากฟัง แล้วพวกตนก็ไม่มีทางก้มหัวให้เขาและคนเลวๆพวกนั้น

ฤทธิ์โกรธหงายมือขึ้นเรียกพลังเทวดา พลันสายฟ้าสว่างวาบแล้วผ่ากลางทะเลเปรี้ยง ทุกคนบริเวณนั้นตกใจ มนต์ สิงห์ เดช ก้อง ตัดสินใจใช้พลังเทวดาของตนเพื่อสยบฤทธิ์

เพียงพริบตา ธรรมชาติก็ปั่นป่วน แผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่น...เทวาอยู่ในอพาร์ตเมนต์ ผลุนผลันออกมา

ที่ระเบียงมองท้องฟ้า คาดเดาว่าต้องมีใครใช้พลังเทวดา

“หลวงปู่...ถ้าหากว่าพวกเราถูกรังแก ผมขอใช้พลังสลาตันของผมเข้าไปสลายให้ศัตรูแพ้พ่าย”

ขาดคำ เทวาหลับตาเรียกพลังลมสลาตัน ปลาดุกวิ่งออกมาดูด้วยความตื่นเต้น ถามว่าลมอะไร แต่ไม่ได้คำตอบจากเทวา...

เวลาเดียวกันที่วัดเกาะมุกใต้ บุญกู้วิ่งหน้าตื่น

มาเรียกหลวงปู่ที่โบสถ์ หลวงปู่ปรากฏตัวอย่างสงบบอกบุญกู้ว่าไม่ต้องตกใจ ตนใช้พลังควบคุมทุกอย่างไว้แล้ว...

ที่ชายหาด ฤทธิ์มองลมสลาตันที่หมุนวนอยู่เหนือชายหาด รำพึงชื่อเทวาขึ้นมาด้วยความแค้นใจ

“ไหนพวกนายว่าไอ้เทวามันไม่อยู่แล้วไง”

“ไม่อยู่ แต่มันก็ส่งสลาตันมาช่วยเราได้ เห็นไหมพี่ฤทธิ์ สลาตันพัดสายฟ้าพี่ไปหมดแล้ว”

ขาดคำ ก้องผู้บ้าพลังก็โถมตัวเข้าใส่ฤทธิ์จนล้มลงบนผืนทราย เดชกับสิงห์ร่วมด้วยช่วยกันรวบตัวฤทธิ์ บังคับให้ไปหาหลวงปู่ ให้ท่านเคาะกะโหลก บางทีเขาอาจจะได้คิดอะไรขึ้นมาบ้าง

“ไม่! อย่าบังคับข้า...ปล่อย ปล่อยสิวะ” ฤทธิ์ดิ้นรนแต่สู้แรงน้องๆไม่ได้

“อย่าคิดสู้เลยพี่ฤทธิ์ วันนี้สายฟ้าของพี่อ่อนพลังมาก พี่ถ่ายพลังให้คนอื่นใช่ไหม”

มนต์ถามจี้ใจดำจนฤทธิ์หยุดชะงัก และในที่สุดก็ยอมไปหาหลวงปู่ที่วัด แต่ยังไม่วายปากดีต่อหน้าทุกคนอีก

“ผมจะถ่ายพลังให้ใครมันก็เรื่องของผมไม่ใช่เหรอ พลังนี้มันติดตัวผมมาตั้งแต่เกิด ผมไม่ได้เอาพลังมาจากหลวงปู่ ไม่มีใครอ้างสิทธิ์เป็นเจ้าของพลังเทวดาของผมได้ แม้แต่พวกเอ็งด้วย จงจำไว้ว่านี่คือ

พลังที่มันติดตัวพวกเอ็งมาแต่เกิด”

“พี่ฤทธิ์พูดแบบนี้เหมือนไม่เห็นความสำคัญของหลวงปู่ กราบขอขมาหลวงปู่เดี๋ยวนี้นะ”

“ไม่” ฤทธิ์เสียงแข็ง...มนต์สุดทน ตบหน้าพี่ชายอย่างแรง “ไอ้มนต์ เอ็งตบหน้าข้า”

“ใช่ ผมตบหน้าพี่ ให้พี่จำไว้ว่าผมยอมได้ทุกอย่างยกเว้นเรื่องเดียว อย่าก้าวร้าวหลวงปู่ ถึงท่านจะไม่ใช่พ่อแม่ที่แท้จริงของพี่และพวกเรา แต่ท่านก็ให้ชีวิตเราให้การศึกษาเรา ให้ทุกสิ่งทุกอย่างแก่เรา”

“ถ้าพี่ยังก้าวร้าวหลวงปู่อีก ผมกับไอ้สิงห์จะไม่ยอมให้อภัยพี่เลย” ก้องสำทับ

“พอแล้ว...ไม่มีใครสอนใครได้หรอก ถ้าคนคนนั้นขาดสำนึกผิดชอบชั่วดี”

ฤทธิ์ตวัดสายตากร้าวมาที่หลวงปู่ บุญกู้พูดโพล่งไม่พอใจ

“ชาตินี้เอ็งจะไม่มีวันพบกับความเจริญในชีวิตเลยไอ้ฤทธิ์ ป่วยการจะสั่งสอนครับหลวงปู่ ปล่อยมันไปเถอะ”

“ไปเถอะเจ้าฤทธิ์ ถ้าคิดว่าเศษเงินของคนที่หามาได้ด้วยวิธีการทุจริต เงินนั้นก็เป็นของร้อน ทุกลมหายใจเต็มไปด้วยเสียงสาปแช่ง ชีวิตของเจ้าก็จะมีแต่ความร้อนรุ่มเหมือนมีไฟนรกสุมอยู่ในใจ”

ฤทธิ์มองทุกคนอย่างอาฆาต แล้วผลุนผลันออกไปทั้งที่ร่างกายตนเองเริ่มอ่อนแรง ท้ายที่สุดเขาไปทรุดหมดสติอยู่ที่ชายหาด โชคดีครูประสิทธิ์กับหมอนทีเจอเข้า จึงช่วยเหลือพาไปส่งที่อนามัย

ooooooo

ที่อพาร์ตเมนต์ ปลาดุกนั่งวิจารณ์เทวาที่เย็นนี้แต่งตัวหล่อเป็นพิเศษ “นายนี่กล้าลงทุนมากเลยนะ เงินมีอยู่นิดเดียวไปถอยเสื้อใหม่มา พรุ่งนี้จะเอาอะไรกินล่ะ คิดบ้างหรือเปล่า”

เทวายักคิ้ว ยิ้มหน้าระรื่น พูดติดตลกว่า “ท้องหิวไม่มีคนรู้ แต่ถ้าไม่หล่อนี่สิคนเห็นกันทั้งเมือง นัดกับสาวทั้งทีแต่งตัวโทรมได้ไง”

“นายไม่รังเกียจเหรอ เขาเป็นผู้หญิงหากินนะ”

“เธอก็ต่อยมวยหากินเหมือนกัน ใครๆก็หากินทั้งนั้น จะรังเกียจทำไม”

“อ้าว นายอย่าเอาฉันไปเปรียบกับเขาสิ...ไม่เหมือนกัน”

“ไม่เหมือนกันยังไง อ้อ ต่างกันจริงๆด้วย เขาเป็นผู้หญิง แต่นายไม่ใช่”

ปลาดุกมองแค้นๆ อยากจะต่อยเทวาสักเปรี้ยง แต่ระงับไว้ก่อนเพราะต้องเว้าวอนขอเขาไปกินข้าวเย็นด้วย

“เฮ่ย...ไหนว่ารังเกียจเขาไง แล้วจะไปด้วยทำไม”

“ก็แค่อยากรู้ว่านายคุยอะไรกัน อย่าลืมนะเวลานี้ฉันเป็นผู้ปกครองของนาย”

“ใครแต่งตั้งวะ แต่งตั้งตั้งแต่เมื่อไหร่”

ปลาดุกทำไม่รู้ไม่ชี้ เทวาส่ายหน้าขำๆ อีกครู่ดารินขับรถมาจอดรอหน้าตึก เธอแต่งตัวสไตล์สาวเปรี้ยวโฉบเฉี่ยวเซ็กซี่เหมือนเคย กดกระจกลงมองเทวากับปลาดุกที่เดินออกมา ปลาดุกกระซิบเทวาว่าหล่อนขับรถคันโก้เสียด้วย ไม่รู้ไปหลอกเศรษฐีที่ไหนมา

“นายมองคนในแง่ดีเป็นมั้ย ปลาดุก”

“เป็น...แต่ไม่ใช่ยัยตุ๊กตาเสียกบาลคนนี้”

ดารินกดแตรเรียก ทั้งสองเร่งฝีเท้ามาที่รถ เทวาเปิดประตูหน้าจะนั่งคู่กับดารินแต่ปลาดุกแทรกตัวเข้าไปนั่งก่อน แล้วส่งสัญญาณให้ชายหนุ่มไปนั่งเบาะหลัง

ดารินอมยิ้ม เหลือบมองเทวาทางกระจกมองหลัง เห็นสีหน้าไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก...เมื่อไปถึงร้านอาหาร ทั้งสามคนนั่งทานอาหารและพูดคุยอย่างเป็นกันเอง จู่ๆเทวาก็ตั้งคำถามขึ้นมาจนดารินชะงัก

“ถามจริงๆเถอะ ไม่คิดจะเปลี่ยนอาชีพบ้างเหรอ”

“อาชีพนี้มันเสียหายตรงไหน”

“ก็ไม่เสียหาย แต่ไม่อยากให้ใครเขามองคุณอย่างรังเกียจ คุณก็รู้นี่ว่าอาชีพนี้สังคมไม่ยอมรับ”

“ก็ช่างสังคมปะไร ว่าแต่คุณยอมรับฉันหรือเปล่าล่ะ”

“ผมน่ะยอมรับได้อยู่แล้ว”

“ขอบใจ แค่นี้ฉันก็พอใจแล้ว...เราไม่อาจเป็นที่รักที่พอใจของคนทั้งสังคมหรอก มีคนรักมีคนพอใจเราแค่คนสองคนก็ถมเถไปแล้ว”

เทวากับดารินสบตากัน ปลาดุกแกล้งกระแอมกระไอ พอเทวาถามว่าเป็นอะไร สาวทอมก็ทำไม่รู้ไม่ชี้พูดหน้าตายว่าก้างติดคอ...

ooooooo

คุยกันไปคุยกันมาอีกครู่หนึ่ง ดารินวกเข้าประเด็นสำคัญด้วยการบอกเทวากับปลาดุกว่าตนอยากไปเกาะมุก

“ไปทำไม ที่นั่นไม่เห็นมีอะไร ผมน่ะมาจากเกาะมุกตัวจริงเสียงจริงเลยละครับคุณดาริน เชื่อผมสิ”

“ฉันอยากไปหากินที่นั่น”

“หากิน?” พูดแล้วเทวาหัวเราะออกมา

ดารินนิ่วหน้าแปลกใจ ถามเขาว่าหัวเราะทำไม?

“ไม่มีใครเป็นลูกค้าคุณหรอก คนที่นั่นเขาเป็นคนดีมีศีลธรรม ผัวเดียวเมียเดียว ไม่มีใครสนใจคุณหรอก”

“แต่ฉันรู้มาว่าต่อไปเกาะมุกจะเจริญมาก มีนักท่องเที่ยวเต็มเกาะ โรงแรม ร้านอาหาร ผับบาร์จะผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด มีนักลงทุนจ้องจะเข้าไปลงทุนกันตั้งหลายราย ถ้าฉันไปก่อน ฉันก็จะกลายเป็นเจ้าแม่ที่นั่น”

“เกาะมุกจะไม่มีวันเป็นอย่างนั้นเด็ดขาด” เทวาเสียงเข้ม

“เกาะหลายเกาะที่กำลังฮิตกันอยู่ทุกวันนี้ก็เคยเป็นอย่างเกาะมุกมาก่อน ไม่มีใครห้ามความเจริญได้หรอก”

คำพูดของดารินทำให้เทวานิ่งไปด้วยความหนักใจ...

ขณะเดียวกัน ฤทธิ์นอนหลับใหลอยู่ที่อนามัยบนเกาะมุก หมอนทีบอกพวกมนต์ว่าฤทธิ์อ่อนเพลียเหมือนผ่านการทำงานหนักมาเป็นเวลานานไม่ได้พักผ่อน แสงดาวพูดอย่างสะใจว่าเสี่ยคงคาคงใช้เขาทำงานหนัก สมน้ำหน้าอยู่ดีไม่ว่าดีอยากไปเป็นสมุนของคนพาล

“ไม่เอาน่าแสงดาว ไปว่าพี่ฤทธิ์เขา เรายังไม่รู้อะไรแน่ชัด อย่ารีบสรุป”

“แค่มันมาข่มขู่น้าเป้าให้ขายร้านให้มัน พี่แสงจันทร์ยังว่าเราไม่รู้อะไรอีกเหรอ นี่แหละเวรกรรมที่พี่ฤทธิ์ทำกับคนเกาะมุก เลยต้องเจ็บตัวแบบนี้”

หมอนทีมองแสงดาวแล้วส่ายหน้ายิ้มๆ เย้าว่าโชคดีนะที่แสงดาวไม่ได้รู้สึกแบบนี้กับคนไข้ของหมอทุกคน

“ทุกคนที่มารักษาเป็นคนดี เป็นพี่น้องชาวเกาะมุก ฉันจะไปว่าอะไร หมออย่าหาเรื่องฉันนะ” แสงดาวยอกย้อนแล้วสะบัดหน้าหนีงอนๆ หมอนทีอมยิ้มไม่ถือสา...ยังไงก็รักอยู่ดี

มนต์ เดช ก้อง สิงห์ พากันกลับมาที่วัด เล่าเรื่องฤทธิ์นอนป่วยอยู่ที่อนามัยให้หลวงปู่ฟัง แล้วบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่าฤทธิ์ไปทำอะไรมาถึงได้ล้มป่วย

“เจ้าฤทธิ์ถ่ายพลังเทวดาให้คนอื่น โดยที่คนพวกนั้นไม่ได้รักษาศีลให้บริสุทธิ์ก่อน พลังจึงหมดจากตัวเจ้าฤทธิ์”

ทุกคนถึงบางอ้อทันที สิงห์แน่ใจว่านี่คือผลกรรมที่ฤทธิ์ทำไว้กับหลวงปู่ แต่ไม่ว่าจะยังไงสิงห์ก็ไม่อยากให้ฤทธิ์กลับไปที่ชายฝั่งอีก...เดชเอ่ยขึ้นอย่างหนักใจว่า

“คงห้ามยาก พี่ฤทธิ์เหมือนถูกล้างสมองจนไม่เหลือความเป็นพี่ชายคนโตของพวกเราแล้ว”

“ทุกอย่างเป็นอนิจจัง อย่ายึดมั่นถือมั่น วันนี้เป็นอย่างหนึ่ง วันหน้าเป็นอีกอย่างหนึ่งก็ได้ แม้แต่พวกเจ้าทุกคน วันหน้าก็อาจจะเปลี่ยนแปลงไปยิ่งกว่าเจ้าฤทธิ์ก็ได้”

ฟังหลวงปู่แล้วทุกคนนิ่งเงียบกันไปหมด...

ทางด้านเทวา ปลาดุก และดาริน หลังจากอิ่มหนำ สำราญกันแล้ว ดารินจะไปส่งทั้งคู่ที่อพาร์ตเมนต์ แต่ปลาดุกชิงบอกเสียก่อนว่าตนจะไปงานวัด วัดเดิมที่คืนก่อนดารินหนีพวกแมงดา

“ไปทำไม” ดารินแปลกใจ...เทวารีบส่งสัญญาณไม่ให้ปลาดุกพูด

“อายอะไร...บอกเขาไปเลยว่าไม่มีเงินใช้ ก็เลยจะไปหากิน แต่ไม่ได้มีอาชีพพิเศษอย่างเธอนะ ฉันจะไปชกมวย ส่วนนายเทวาจะไปประกวดร้องเพลง”

“งั้นฉันจะไปเชียร์เธอสองคน”

ดารินขับรถออกไป เทวาเริ่มซ้อมร้องเพลง ขณะที่ปลาดุกซึ่งนั่งเบาะหลังรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดนักมวยอย่างว่องไว

ถึงงานวัด ปลาดุกขึ้นชกมวยหญิง ผลปรากฏว่าเธอน็อกคู่ต่อสู้ตั้งแต่ยกแรก ได้เงินรางวัลมาอย่างง่ายดาย ส่วนเทวาก็ใช่ย่อย ร้องเพลงไพเราะจับใจคนฟังก่อนจะชนะใจกรรมการได้ที่หนึ่งมาครอง

ooooooo

ฤทธิ์นอนให้น้ำเกลือหนึ่งคืนที่อนามัย เช้าขึ้นเขาเตรียมตัวเดินทางทั้งที่หน้าตายังอิดโรย หมอนทีกำชับว่าช่วงนี้เขาต้องพักผ่อนมากๆ แสงดาวที่ยืนอยู่ด้วยเบ้หน้า พูดขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ว่า

“จะทำได้เหรอ อยู่ดีไม่ว่าดีไปเป็นวัวเป็นควายให้เขาใช้ ครั้งหน้าคงไม่แค่ให้น้ำเกลือ เผาเลยดีกว่า”

“คุณแสงดาว” หมอนทีปรามเบาๆ

แสงดาวเมินหน้าหนีไม่สนใจ เห็นเดชขับรถสองแถวเข้ามาพอดี สิงห์ลงจากรถพร้อมเดช เดินเข้ามาบอกฤทธิ์ว่าน้าบุญกู้อยากพบ เดชเสริมว่าทุกคนจะไปพร้อมกันที่วัด ตอนนี้ก้องไปรับมนต์จากโรงเรียน

“ไม่ไปได้ไหม” ฤทธิ์เอ่ยปาก

“น้าบุญกู้ไม่เคยขออะไรพวกเราเลยนะ แกเลี้ยงเรามาแกขอร้องแค่นี่พี่ฤทธิ์ให้ไม่ได้เชียวเหรอ” น้ำเสียงสิงห์บ่งบอกไม่ค่อยพอใจนัก ฤทธิ์เลยตัดใจนั่งรถไปกับน้องๆ

ทันทีที่ถึงลานวัด ฤทธิ์เร่งน้าบุญกู้ให้รีบพูดธุระเพราะตนมีเวลาไม่มากนัก

“ฤทธิ์...คืนนี้ค้างที่วัดได้ไหม”

“ทำไม”

“เมื่อเอ็งจะไป ก็ไม่มีใครห้ามเอ็งได้ น้าขอเอ็งครั้งเดียว และจะขอเป็นครั้งสุดท้ายด้วย...นั่งสมาธิรวมพลังกันเรียกเทวากลับมาได้ไหม”

“ได้น่ะได้อยู่หรอกน้า แต่ไอ้เทวามันจะกลับมาหรือเปล่าผมไม่รู้ มันยิ่งไม่ถูกกับผมอยู่ด้วย”

“น้าเชื่อว่าพวกเอ็งทุกคนทำได้ เทวามันผูกพันกับแกนะฤทธิ์ ถ้าแกส่งจิตถึงมัน มันจะรับกระแสพลังจากพวกเราได้”

“ผิดไปแล้วมั้งน้าบุญกู้ ไอ้เทวาน่ะหรือผูกพันกับผม มันเกลียดผมจะตายไป แต่เอาเถอะ เพื่อตอบแทนบุญคุณของน้า...ผมจะลองดู”

“ขอบใจฤทธิ์ ขอบใจจริงๆ” บุญกู้ยิ้มพอใจ

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“เอ๊ะ” มึนตึ้บ เจอดราม่า ก่อนลงจอ รับ "สางนางพราย” ปราบเซียน หินทุกฉาก!

“เอ๊ะ” มึนตึ้บ เจอดราม่า ก่อนลงจอ รับ "สางนางพราย” ปราบเซียน หินทุกฉาก!
18 พ.ย. 2562
16:48 น.