กีฬา
100 year

นิยายไทยรัฐ

พายุเทวดา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ที่วัดเกาะมุกใต้...ในคืนอมาวสีหรือคืนจันทร์ดับไม่มีแม้แต่แสงดาว หลวงปู่หาญและบุญกู้ เด็กวัดวัยกลางคนที่เกื้อกูลกันมานาน ต่างรำลึกย้อนไปในอดีตที่เก็บเด็กทารกได้โดยบังเอิญ ด้วยการเกิดจากพลังเทวดาหรือโอปปาติกะ

หลวงปู่หาญและบุญกู้รับเด็กทารกเพศชายทั้งหกคนไว้อุปการะ ส่วนทารกเพศหญิงหนึ่งคนหลวงปู่มอบให้เป็นบุตรบุญธรรมของคนอื่นไป

เด็กหนุ่มหกคนเติบโตโดยไม่รู้ที่มาที่ไปของตัวเอง จนกระทั่งคืนวันอมาวสีในปีนี้  มีโจรสลัดซึ่งนำโดยนายโชติพาสมุนนับสิบแอบเข้ามาขุดเจาะสมบัติภายในวัดตามลายแทงโบราณ เสียงเครื่องมือขุดเจาะปลุกให้หกหนุ่มประกอบไปด้วย ฤทธิ์ มนต์ เทวา ก้อง เดช และสิงห์ ต่างตื่นมาพร้อมกันและต่อสู้
กับกลุ่มโจร แม้แต่อาวุธสงครามก็ไม่ระคายผิว ต่างเรียกลมและสายฟ้าจนธรรมชาติปั่นป่วน ที่สำคัญพวกเขาได้สังหารสมุนสามคนของโชติดับดิ้นก่อนที่โชติจะพาสมุนที่เหลือหนีไปอย่างทุลักทุเล

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้หลวงปู่หาญยอมเปิดเผยความจริงกับหกหนุ่มว่าเป็นโอปปาติกะที่เกิดจากพลังเทวดา มีหน้าที่รักษาทรัพย์สมบัติของแผ่นดิน จะใช้พลังเทวดาได้ก็ต่อเมื่อจำเป็นเท่านั้น และต้องอยู่ในศีล 5 ไม่อย่างนั้นพลังจะหมดลง

บุญกู้รู้เห็นเหตุการณ์เมื่อคืนด้วยใจระทึก นึกไม่ถึงว่าหกหนุ่มจะมีพลังวิเศษสมกับที่หลวงปู่หาญเคยบอกตนว่าทุกคนเป็นพวกนักเลงเทวดา

บนเกาะมุกมีชาวบ้านอาศัยอยู่ไม่น้อย มีวัด มีโรงเรียน และสถานพยาบาลเหมือนหมู่บ้านทั่วไป แม้เกาะจะตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวกลางทะเลก็ตาม

เช้าวันนี้ ขณะที่บุญกู้ฝังศพสมุนของโจรสลัด ครูประสิทธิ์ขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาในวัด นำปิ่นโตอาหารมาถวายหลวงปู่เพราะไม่เห็นท่านออกบิณฑบาต
บุญกู้ปฏิบัติภารกิจเสร็จพอดีรีบเดินมาบอกครูว่าหลวงปู่ยังไม่ออกจากโบสถ์ ครูจึงฝากอาหารไว้ถวาย พลางมองเลยไปยังเนินดิน เดาได้ว่าน่าจะเป็นหลุมฝังศพ ถามว่าศพใคร บุญกู้ อึกอักก่อนโกหกว่าศพใครไม่รู้ ซัดมาอยู่ที่ชายหาดตนก็เลยฝังไว้ก่อนเผื่อจะมีญาติมาติดต่อ

บุญกู้เมินหน้าหนีซ่อนพิรุธเต็มที่ พอดีกับที่สนเดินเข้ามาพร้อมลูกสาวสองคน แสงจันทร์และแสงดาว สามพ่อลูกตั้งใจใส่บาตรเหมือนกันแต่หลวงปู่ไม่ออกบิณฑบาตจึงนำอาหารมาถวาย

“ทุกทีวันพระ ท่านออกรับบาตร แต่วันนี้ไม่เห็น อาพาธหรือเปล่าบุญกู้”

“เปล่า แต่อย่าไปกวนท่านเลยครับ ท่านนั่งสมาธิทั้งคืน เห็นว่าจะเข้านิโรธสักสามวัน ไม่ฉันน้ำ ไม่ฉันอาหารเลยนะ เวลาจำวัดก็หลังไม่แตะพื้น”

“สาธุ ท่านปฏิบัติดีปฏิบัติชอบจริงๆ”

“งั้นเราก็อย่ารบกวนท่านเลยนะพ่อ กลับกันเถอะ”

เมื่อหลวงปู่ไม่ฉันอาหาร แสงจันทร์ซึ่งชอบพอเทวาจึงฝากปิ่นโตอาหารไว้กับบุญกู้ให้เขา แสงดาวเองก็แอบรักเทวาทำท่าไม่ชอบใจ ถามพี่สาวว่าทำไมต้องให้พี่เทวา ทำไมไม่ให้พี่มนต์

“มนต์น่ะ เดี๋ยวก็เจอกันที่โรงเรียน ฝากให้เทวาก็แล้วกัน”

“ครับ ครูแสงจันทร์” บุญกู้รับปิ่นโตมา

“ถ้างั้นผมไปก่อนนะ เดี๋ยวเจอกันที่โรงเรียนนะแสงจันทร์”

“ค่ะ ครูใหญ่”

ประสิทธิ์ขี่มอเตอร์ไซค์ออกไป สวนกับหมอนทีที่ตั้งใจมาชวนแสงดาวไปทำงานพร้อมกัน สนดูเหมือนถูกชะตากับหมอ คะยั้นคะยอให้ลูกสาวคนเล็กไปกับเขา แต่หล่อนกลับตั้งท่าจะปฏิเสธ แสงจันทร์เลยดักคอยิ้มๆ

“ราชรถมาถึงที่ จะปฏิเสธเหรอแสงดาว”

เป็นอันว่าหมอนทีได้แสงดาวซ้อนมอเตอร์ไซค์ เขาอารมณ์ดี พูดคุยกับเธออย่างมีความสุข แต่หญิงสาวไม่ได้ใส่ใจ มองลมฟ้าอากาศเรื่อยไป

ooooooo

ภายในโบสถ์ หกหนุ่มนั่งสมาธิอยู่กับหลวงปู่หาญตั้งแต่เมื่อคืน

“เอาล่ะ ค่อยๆผ่อนลมหายใจเข้าออกยาวๆ เป็นการผ่อนคลายแล้วก็ลืมตาขึ้น ทำอย่างช้าๆ ทำทุกอย่างอย่างมีสติรู้ตัว”

ทุกคนปฏิบัติตามแล้วพนมมือไหว้หลวงปู่โดยพร้อมเพรียง หลวงปู่อธิบายเรื่องหน้าที่ของพวกเขาทุกคนอีกครั้ง

“พวกเจ้ามาที่นี่เพื่อทำหน้าที่ปกป้องทรัพย์แผ่นดินที่ถูกฝังมาแต่โบราณ ต่อสู้กับพวกมารของแผ่นดินที่มุ่งจ้องเอาสมบัติแผ่นดินไปเป็นของตน”

“ทำไมต้องเป็นพวกฉันด้วยล่ะหลวงปู่” ฤทธิ์ถาม

“แรงอธิษฐานที่จะทำหน้าที่ปกป้องทรัพย์สมบัติของแผ่นดินน่ะสิ เมื่อพวกเจ้าตายเพราะแรงปรารถนานี้ เทวดาจึงส่งพวกเจ้ามาเกิดในรูปของโอปปาติกะ พวกเจ้าต้องหมั่นรักษาศีล หากศีลบริสุทธิ์เท่าใด พลังในตัวของเจ้าก็จะยิ่งเพิ่มพูนขึ้น แต่ถ้าเมื่อใดที่ผิดศีล พลังก็จะถดถอยจนหายไปในที่สุด จงใช้พลังเทวดาเฉพาะในเวลาจำเป็นเท่านั้น รับปากหลวงปู่ได้ไหม”

หกหนุ่มพนมมือขานรับพร้อมกัน หลวงปู่พอใจ กำชับทุกคนให้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับ รู้กันเฉพาะพี่ๆน้องๆ แล้วปู่จะนัดมานั่งสมาธิกันใหม่ จะเปิดอดีตชาติของทุกคนให้ได้รู้กัน

หลังออกจากโบสถ์มาไม่นาน ฤทธิ์ซึ่งเป็นพี่ใหญ่อยากทดสอบพลังตัวเองหลบไปยังชายหาด หลับตายื่นฝ่ามือออกมาตรงหน้า พลันมีกระแสไฟวิ่งวนทั่วร่างก่อนปรากฏเป็นสายฟ้าเสียงดังกึกก้อง

มนต์ เทวา ก้อง สิงห์ เดช พากันวิ่งมาโดยเร็ว เทวาถามฤทธิ์ว่าทำอะไร ฤทธิ์หันมา สีหน้าไม่สบอารมณ์

“พวกนายยุ่งอะไรด้วยวะ นี่มันพลังสายฟ้าของฉัน ฉันอยากลองพลังที่มีอยู่ในตัวฉัน”

“แต่หลวงปู่บอกเมื่อกี๊นี้ พี่ฤทธิ์จำไม่ได้เหรอ เราต้องใช้พลังเทวดาต่อเมื่อถึงเวลาจำเป็นเท่านั้น” มนต์ท้วง

“แค่นี้คงไม่เป็นอะไรหรอกน่า พลังพวกนี้อยู่ในตัวเรา ไม่ได้ซื้อหามานี่หว่า จะเป็นอะไรไปวะ หลวงปู่ก็แค่เตือน ไม่ถึงกับตายหรอก อย่ามายุ่ง”

“พี่พูดเหมือนไม่นับถือหลวงปู่”

“ข้ายังไม่ได้พูด อย่าหาความข้านะไอ้สิงห์ พวกนายน่ะถอยไปให้หมด ไม่งั้นละก็...พวกนายเจอพลังสายฟ้าของฉันแน่ เจ็บตัวแล้วอย่าหาว่าไม่เตือนนะโว้ย”

ฤทธิ์หันหลังให้ทุกคน เรียกพลังเทวดาอีกครั้ง คราวนี้สายฟ้าพาดสายรุนแรงกว่าเก่า เดชกับก้องทนไม่ได้วิ่งชนร่างฤทธิ์ แผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่น สิงห์เข้าห้าม ทำให้เกิดประกายไฟทั่วร่างกายของสิงห์ มนต์กับเทวาเห็นท่าไม่ดีรีบแยกทั้งหมดออกจากกัน แล้วขอร้องฤทธิ์ แต่เขาไม่ฟัง แถมตวาดไล่ทุกคนไม่ให้ยุ่ง

“แยกย้ายกันกลับเถอะ ไม่มีประโยชน์หรอก พี่ฤทธิ์กำลังบ้าอำนาจที่มีอยู่”

“ไอ้มนต์ มึงกล้าพูดกับกูอย่างนี้เลยเหรอ”

“ขอโทษ ผมกำลังจะบอกพี่ว่าถ้าหลวงปู่เปิดพลังให้เราได้ ท่านก็ปิดพลังเราได้เช่นกัน ทำไมพี่ฤทธิ์ไม่คิดบ้างว่าท่านจะเสียใจแค่ไหน แค่คำเตือนเล็กๆน้อยๆ พี่ยังปฏิบัติตามที่รับปากหลวงปู่ไม่ได้เลย”

ฤทธิ์จ้องหน้ามนต์อาฆาต ขยับตัวเข้าหาแต่เทวาก้าวมาขวาง บอกว่าถ้าทำอะไรมนต์ พวกตนไม่ยอมเด็ดขาด ฤทธิ์มองหน้าทุกคนที่พร้อมจะเอาเรื่องก็เลยไม่กล้า ได้แต่สบถอย่างหัวเสีย

“ไอ้พวกบ้า พวกเอ็งมันบ้า หลวงปู่ไม่ได้เป็นอะไรกับเราซะหน่อย แค่เลี้ยงเราไว้ใช้งานแล้วก็รอคอยอำนาจจากพวกเรา ท่านแก่แล้ว ท่านก็ต้องการให้พวกเราปกป้องท่าน พวกนายไม่คิดบ้างล่ะ ถ้าไม่มีพวกเราเมื่อคืน สมบัติมันจะยังอยู่ครบในเจดีย์มั้ย”

ฤทธิ์พูดจบก็ผลุนผลันออกไป ทุกคนมองตามอย่างไม่พอใจแกมงุนงงว่าทำไมฤทธิ์ถึงเปลี่ยนไป

“แบบนี้ใช่ไหมพี่มนต์ ที่เขาว่าอำนาจมันเปลี่ยนคนได้”

เทวาตั้งคำถามขึ้นมาอย่างเป็นกังวล มนต์พยักหน้าแทนคำตอบ ก่อนบอกทุกคนให้แยกย้ายกันไปทำงาน ตอนเย็นค่อยกลับมาหาหลวงปู่

ฤทธิ์ทำงานในอู่ซ่อมรถที่ชายหาดฝั่งตรงข้ามเกาะมุก วันนี้เขาได้รู้จักหยาดฟ้าน้องสาวของคงคา ซึ่งแท้จริงแล้วเธอคือเมียเก็บ แต่เพราะคงคายังมีกานดาเมียถูกต้องตามกฎหมายอยู่ร่วมชายคา จึงต้องกำหนดสถานะของหยาดฟ้าไปตามนั้น ทั้งที่เรื่องนี้กานดาก็รับรู้มาตลอด

หยาดฟ้ายังสาวและสวยเซ็กซี่ ไม่แปลกที่จะเตะตาฤทธิ์เป็นอย่างมาก แถมเธอยังวางตัวเชิญชวนโดยไม่แคร์สายตาเฮียชาติเจ้าของอู่ที่รู้จักมักคุ้นกับคงคาเป็นอย่างดี

ส่วนมนต์เป็นครูโรงเรียนเดียวกับแสงจันทร์ มนต์ชอบเธอ แต่เธอกลับไปชอบเทวา ผู้ชายที่ยังไม่มีงานการทำเป็นหลักแหล่ง เจ้าตัวก็บ่นกับหลวงปู่บ่อยเหมือน

กันว่าอยากทำงานเหมือนพี่น้องคนอื่นๆ แต่ทุกทีที่บ่นหลวงปู่ก็จะพูดคำเดิมว่า หน้าที่ของเทวาคือนั่งสมาธิ เรียนมนต์จากตน ตนต้องการถ่ายทอดวิชาให้คนที่มีความพร้อมมากที่สุด แล้วตนก็เชื่อว่าเทวาจะไม่เอาวิชาไปใช้ในทางที่ผิด

ooooooo

วันเดียวกัน ดารินและเนตรทราย สองตำรวจหญิงปฏิบัติภารกิจจับคนร้ายค้ายาเสพติดกลางลำน้ำเจ้าพระยาได้อย่างเก่งกาจสามารถ โดยเฉพาะดารินที่เหมือนมีพลังพิเศษแต่เธอไม่รู้ตัว

การจู่โจมจับคนร้ายครั้งนี้ได้ของกลางจำนวนมาก ซึ่งยาลอตนี้เป็นของคงคา เศรษฐีคนดังที่อยู่คนละฝั่งกับเกาะมุก เมื่อคงคาเห็นตำรวจแถลงข่าวการจับกุมครั้งนี้ก็หัวเสีย แต่จำต้องยุติการส่งยาสายอื่นๆไว้ก่อน เพราะคาดว่าตำรวจคงปิดเส้นทางไว้หมด

ผลงานของดารินเป็นที่กล่าวขานว่าเธอเก่งและแกร่งจนได้รับคำชื่นชมจากผู้บังคับบัญชาและเพื่อนตำรวจด้วยกัน แต่คนที่ไม่ได้รู้สึกยินดีไปด้วยกลับเป็นแม่ผู้พิการทางสายตาของเธอ ทุกครั้งที่มณีทราบข่าวลูกสาวจับคนร้าย เธอเป็นห่วงเหลือเกิน ไม่อยากให้ลูกสาวมีจุดจบเหมือนพ่อ

ดารินรบเร้าอาบุญเกิดบ่อยครั้งให้ท่านเล่าเรื่องราวของพ่อซึ่งเป็นอดีตนายตำรวจ แต่บุญเกิดบ่ายเบี่ยงมาตลอด เหมือนมีบางอย่างที่ไม่ต้องการจะเปิดเผย

ทางด้านฤทธิ์ พอรู้ว่าเทวากลายเป็นบุคคลสำคัญที่หลวงปู่ไว้วางใจถ่ายทอดวิชาให้ก็ยิ่งไม่พอใจ คอยหาเรื่องเทวาอยู่เรื่อย นับว่าโชคดีที่น้องๆคนอื่นไม่มีใครเป็นไปด้วย ฤทธิ์เลยเหมือนหัวเดียวกระเทียบลีบ แต่กระนั้นก็ไม่ทำให้เขาเปลี่ยนนิสัย กลับอาฆาตแค้นเทวายิ่งขึ้นไปอีก...

วันหนึ่ง คงคาเรียกโชติหัวหน้าโจรสลัดมาพบเพื่อมอบหมายงานให้เอายาเสพติดไปเก็บที่เกาะมุก เพียงโชติได้ยินชื่อเกาะก็ผวาเยือก บอกปัดไม่รับงานนี้ เพราะเขาเพิ่งกลับมาไม่กี่วัน หลังจากพาลูกน้องไปตายถึงสามคน

“เกิดอะไรขึ้นวะ” คงคาซัก

“ก็ผมไปขุดเจาะสมบัติที่วัดเกาะมุกใต้ตามลายแทงที่ได้มานานแล้ว มันมีเด็กหนุ่มหกคนมาขวาง เสี่ยเชื่อไหมครับ ปืนยังยิงมันไม่ได้เลย มันปล่อยแสงออกจากตัวได้ สารพัดวิชา เกิดมาผมก็เพิ่งเคยเห็น”

หยาดฟ้าหัวเราะราวกับฟังเรื่องตลก คงคากับลูกน้องพลอยขำขันไปด้วย แต่พอโชติยืนยันหนักแน่นว่าพวกมันมีอิทธิฤทธิ์เหมือนไม่ใช่คน ตนกับลูกน้องเห็นกับตา พวกคงคาก็เริ่มเอนเอียง แต่ที่สนใจมากกว่าก็คือลายแทงสมบัติ

“ถ้าฉันขอซื้อลายแทงของแก แกขายเท่าไหร่”

“จะดีเหรอเสี่ย”

“เท่าไหร่” คงคาเสียงเข้ม พร้อมๆกับลูกน้องสองคนก็ขยับเข้ามา โชติเลยไม่กล้ายึกยัก ระบุตัวเลขทันทีว่าหนึ่งล้าน

“ได้...หักหนี้เก่าที่แกมาเอาไปคราวก่อนหกแสน เหลือสี่แสน”

“โธ่เสี่ย ตอนนี้ผมปล้นเรือประมงไม่ได้เลย พวกมันติดอาวุธไปหมดแล้ว แถมร้ายแรงกว่าผมอีก ผมขอละกัน”

“ถ้ายังอยากหากินในน่านน้ำนี้อยู่ นายไม่น่าปฏิเสธหรือต่อรองกับฉัน ไหนเอามาดูซิ”

โชติจำใจส่งลายแทงให้เพราะเห็นลูกน้องคงคาขยับปืนที่เอว คงคายิ้มพอใจ เก็บลายแทงแล้วสั่งหยาดฟ้าจัดการเรื่องเงินให้โชติด้วย

“แล้วพรุ่งนี้แกมารับของจากฉันไปส่งที่เกาะมุกตามสัญญา”

ประโยคสุดท้ายของคงคาเล่นเอาโชติถึงกับปาดเหงื่อ หนักใจเหลือเกินที่จะกลับไปเหยียบเกาะมุกอีก

หลังจากโชติกลับไปแล้ว พร้อม แม่บ้านคนสนิทของกานดาภรรยาคงคารีบมาดักเจอพันซึ่งเป็นลูกชาย พันเป็นสมุนของคงคา เหตุที่พร้อมมาดักลูกชายเพราะกานดาอยากรู้ว่าชายที่มาเมื่อสักครู่เป็นใคร

เมื่อได้คำตอบแล้ว กานดาพรวดพราดมาพบคงคา แต่ไม่นึกว่าจะเจอหยาดฟ้ากำลังออดอ้อนสามีของตนอยู่ หญิงสาวขยับตัวออกห่างแต่ไม่มีท่าทีเกรงกลัวกานดาแม้แต่นิดเดียว กานดาหมั่นไส้ด่าเธอไปสองสามคนก่อนจะหันมาต่อว่าคงคาว่าผู้ชายที่มาหาเขาไม่ใช่คนดี ทำไมถึงคบกับมัน นับวันเขาทำตัวแปลกๆเข้าไปทุกที เรื่องดีๆทำไมไม่ทำ คิดทำแต่เรื่องชั่วๆ

“หยุดเลยนะกานดา กลับไปตึกของเธอ จะสวดมนต์หรือเอาหนังสือธรรมะต้มกินก็เรื่องของเธอ แต่อย่ามายุ่ง กับเรื่องของฉัน”

“น่าอร่อยจังเลยนะคะเสี่ย อยากรู้จังว่ารสชาติมันเป็นยังไง หวาน เค็ม เผ็ด เปรี้ยว”

“จะถามทำไม ในเมื่อมันเป็นของแสลงสำหรับผู้หญิงอย่างหล่อนไม่ใช่เหรอ”

หยาดฟ้าหน้าม้าน จิกตามองกานดาอย่างไม่พอใจ กานดาไม่สน หันมาฉะสามีอีกชุดใหญ่

“ตั้งแต่คุณพี่เอาผู้หญิงคนนี้เข้ามาอุปโลกน์ว่าเป็นญาติ แล้วก็ให้มาชูคออยู่ในบ้านหลังนี้ แผ่นดินทรุดลงไปตั้งเยอะ พอกับคุณพี่ที่นับวันก็ทำแต่เรื่องชั่วๆได้ทุกวัน”

“กานดา! กลับไป ตราบใดที่ฉันยังให้เกียรติเธอ เธอก็น่าจะดีใจที่ยังกินดีอยู่ดีมีความสุขในบ้านหลังนี้ด้วยเงินของฉัน”

“อีกไม่กี่วันลูกก็จะกลับจากเมืองนอกแล้ว ฉันหวังว่าคุณคงกลับตัวกลับใจเพื่อลูกของเรานะคะ แล้วก็กรุณาอย่าทำอะไรประเจิดประเจ้อแบบนี้อีก ลูกเห็นเข้าจะหมดความนับถือในตัวพ่อมัน”

กานดาทิ้งท้ายแล้วกลับออกไป หยาดฟ้ายิ้มเยาะไล่หลัง บอกคงคาว่าแบบนี้ต้องไม่ให้รู้ให้เห็นอะไรเลย ไม่งั้นจะเป็นอุปสรรคต่องานของเราไปตลอด คงคาไม่พูดอะไร แต่ในใจนั้นเห็นด้วยกับเธออย่างยิ่ง

ooooooo

รุ่งขึ้น หยาดฟ้าทำหน้าที่ไปรับคำรณลูกชายของคงคาที่กลับจากเมืองนอก แรกเห็นหญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกับตน คำรณแทบไม่เชื่อสายตา เพราะเข้าใจมาตลอดว่าอาต้องแก่คราวพ่อ หยาดฟ้าหัวเราะใส่จริต ขอร้องคำรณอย่าเรียกอาได้ไหม

“ก็อาหยาดมีศักดิ์เป็นน้องของพ่อ”

“ก็แค่ศักดิ์ ถ้านับทางอายุแล้วฉันอายุพอๆกับเธอแหละ เราเป็นเพื่อนกันดีกว่า”

“ก็ดี งั้นผมเรียกคุณว่าหยาดนะ”

หญิงสาวโอเค ยิ้มหว่านเสน่ห์ชวนหลงใหล...

เวลาเดียวกันที่ชายหาดฝั่งตรงข้ามเกาะมุก ดารินพาแม่มณีมาเที่ยวแล้วได้พบเทวาโดยบังเอิญ เทวาช่วยเหลือมณีที่นั่งรถวีลแชร์แล้วเกือบโดนรถยนต์ของหยาดฟ้าเฉี่ยวชน

เทวามากับแสงจันทร์ ช่วยเหลือเสร็จก็รีบผละไปหาเธอ โดยที่ดารินไม่ทันได้เห็นหน้าเขาชัดๆ มณีตกใจมากกับเหตุการณ์เมื่อสักครู่ และเมื่อรู้ว่าที่นี่ใกล้เกาะมุกก็รีบสั่งให้ลูกสาวพาตนกลับ แล้วอย่าพาแม่มาที่นี่อีก

แสงดาวรู้เห็นว่าแสงจันทร์ไปซื้อของกับเทวา เธอมายุยงมนต์ให้ตามไปขัดขวาง แต่มนต์ไม่เล่นด้วยเพราะเห็นแก่น้องชายแสนดีอย่างเทวา...แต่สำหรับฤทธิ์แล้วนั้น เขาจ้องเล่นงานเทวาทุกเมื่อถ้ามีโอกาส

เย็นนี้ ฤทธิ์แอบสะกดรอยตามเทวามาถึงร้านอาหารแห่งหนึ่งที่ติดประกาศรับสมัครนักร้องมีเงินรางวัลห้าหมื่นบาท เทวาสนใจมากคิดว่างานนี้ตัวเองได้เกิดแน่ เดินกลับมานั่งกินข้าวกับแสงจันทร์และบอกเล่าอย่างมีความหวัง จังหวะนี้เองฤทธิ์ซ่อนตัวไม่ไกล แอบใช้พลัง เทวดาทำให้ไฟลุกไหม้ในร้านอาหารจนเกิดเหตุวุ่นวายเกือบมีผู้เสียชีวิต ถ้าเทวาไม่สกัดเอาไว้

เมื่อข้ามกลับมาที่เกาะมุก เทวาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้มนต์และน้องๆฟัง พร้อมทั้งคาดว่าต้องเป็นฝีมือฤทธิ์... เดชสิงห์ และก้องไม่พอใจ อยากให้เทวาเล่าให้หลวงปู่ฟังแต่เทวา ปฏิเสธเพราะไม่ต้องการให้ฤทธิ์เกลียดชังตนไปมากกว่านี้...

ด้านคำรณพอกลับถึงบ้านได้พบแต่บิดา จึงถามหามารดาที่ไม่ได้เจอกันนาน ปรากฏว่าคงคาบ่ายเบี่ยงไม่อยากให้พบ อ้างว่าแม่ของเขาเป็นโรคประสาท แล้วตัดบทให้หยาดฟ้าพาเขาไปดูห้องพัก ซึ่งเธอให้หวานใจจัดเตรียมเอาไว้แล้ว

หวานใจเป็นสาวใช้ในบ้านแต่เชื่อฟังหยาดฟ้าทุกอย่างเพราะเห็นแก่เงิน ไม่ว่ามีงานอะไรให้ทำแล้วมีค่าตอบแทน หวานใจไม่เคยปฏิเสธ แม้แต่คอยดูความเคลื่อนไหวของกานดาก็ไม่เว้น

ฤทธิ์ไม่ชอบเทวาแถมยังพูดจาไม่ยำเกรงน้าบุญกู้ที่เลี้ยงดูมาแต่เล็ก หลวงปู่แม้ไม่ประสบด้วยตัวเองแต่ก็รู้เห็นการกระทำของฤทธิ์โดยตลอด คืนหนึ่งจึงใช้บุญกู้ไปตามหกหนุ่มมาพบในโบสถ์ แล้วชิงพูดขึ้นก่อนว่า

“ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ปู่เลี้ยงพวกเจ้ามา เจ้าคิดอะไรปู่รู้หมด เอาเป็นว่าทุกคนรับปากปู่ได้ไหมว่าจะไม่ทะเลาะกัน จะรักและสามัคคีกัน พลังเทวดาจะศักดิ์สิทธิ์ก็ต่อเมื่อทุกคนรวมพลังกัน แม้ขาดไปบ้างแต่ก็ต้องครบหกคน”

“ถ้าอย่างนั้นก็เห็นจะยากละครับ บอกตรงๆ ว่าผมไม่แน่ใจว่าจะรวมตัวกับพวกมันได้หรือเปล่า”

“ไอ้ฤทธิ์ กล้าพูดอย่างนี้ต่อหน้าหลวงปู่เลยหรือวะ”

“น้าบุญกู้ ผมมีชีวิตของผม ใครจะเป็นเจ้าของชีวิตผมไม่ได้”

“ขาดเจ้าเสียคน ก็คงไม่เป็นไรหรอก”

“แต่ก็ไม่ครบหกสิครับ เรามีกันหกคน โตมาด้วยกัน เล่นด้วยกัน ต่อสู้มาด้วยกัน แล้วทำไมพี่ฤทธิ์ถึงจะทิ้งเราไป”

“เอ็งจะคิดอะไรมากล่ะมนต์ ขนาดหลวงปู่ยังพูดว่าขาดข้าคนหนึ่งยังไม่เป็นไร” ฤทธิ์ตัดพ้อด้วยความน้อยใจ

“พวกเจ้าไม่ได้มีแค่หกคน” คำพูดของบุญกู้ทำ

เอาหกหนุ่มหันขวับมามองเป็นตาเดียว เทวาสงสัยถามว่ายังมีใครอื่นอีกหรือ

“พวกเจ้ามาด้วยกันเจ็ดคน แต่คนที่เจ็ดเป็นผู้หญิง หากเมื่อใดน้องสาวของเจ้ามารวมตัวกันได้ เจ็ดคนพลังก็ยิ่งใหญ่ แต่ถ้ารวมไม่ได้ หกคนก็ยังไม่มีใครทำอะไรพวกเทวดาอย่างพวกเจ้าได้”

คำตอบของหลวงปู่ชัดเจน ฤทธิ์หน้าเครียด กลับออกมาพร้อมน้องๆ ยืนคุยกันที่ลานวัด

“วันนี้ข้าได้รู้แล้วว่าหลวงปู่ไม่ได้รักข้าเลย ข้าขอประกาศไว้ตรงนี้เลยนะว่าวันใดที่ข้าออกไปจากที่นี่ อย่าหาว่าข้าเนรคุณก็แล้วกัน”

“ไม่เอาน่าพี่ฤทธิ์ หลวงปู่กับน้าบุญกู้จะเสียใจ”

มนต์ปลอบใจ เทวาช่วยอีกแรง ด้วยการกราบเท้าขอโทษฤทธิ์หากตนทำอะไรให้ไม่พอใจ แต่ตนอยากได้พี่ชายคนเดิมกลับมา ฤทธิ์ยิ้มพอใจ กอดตอบเทวาที่กราบเสร็จลุกขึ้นมา แต่แววตายังขุ่นอาฆาตเหมือนเดิม

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“จั๊กจั่น” ใจหายตกใจกอด “กอล์ฟ” แน่น “อั๋น-ไอซ์” เห็นภาพบาดตา

“จั๊กจั่น” ใจหายตกใจกอด “กอล์ฟ” แน่น “อั๋น-ไอซ์” เห็นภาพบาดตา
10 ธ.ค. 2562
08:10 น.