สมาชิก

อุบัติเหตุ

ตอนที่ 6

วันรุ่งขึ้น โยธินมาที่บริษัทอำนวยพร้อมช่อ

ดอกไม้ พยายามจะพบวิศนีให้ได้ แต่หญิงสาวไม่อยากเจอเขา เธอบังคับลูกเกดกับชมพู่ไปบอกเขาว่าเธอออกไปทำงานข้างนอกกับอารุม

โยธิน หัวเสียอย่างหนักโยนดอกไม้ทิ้งถังขยะแล้วจะกลับมาขึ้นรถ แต่แล้วนึกถึงนนทลีขึ้นมา “แกหิ้วผู้หญิงของฉันไป ฉันก็จะหิ้วของแกไปเหมือนกัน ไอ้อารุม”

เพราะความแค้นอารุม โยธินโทร.มาอ้อนวอนนนทลีให้ออกไปกินข้าวกลางวัน อ้างว่ามีเรื่องเกี่ยวกับวิศนีอยากปรึกษา ตอนนี้ตนรออยู่หน้าบริษัทแล้ว

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน” นนทลีตอบกลับมา

“โธ่...คุณ ก็รู้ดีว่าเรื่องของเราสองคนมันเกี่ยวกันอยู่แล้ว ถ้าผมแก้ปัญหาไม่ได้ คุณก็จะเดือดร้อนไปด้วย นะครับคุณนน ถือซะว่าเห็นแก่เพื่อนคนนี้เถอะ”

นนทลี ลังเล เหลือบมองกุสุมาที่นั่งทำงานอยู่โต๊ะข้างๆ ก่อนตัดสินใจตอบตกลง...นนทลีไม่แน่ใจว่าโยธินจะมาไม้ไหนจึงชวนกุสุมาไปเป็น เพื่อน โยธินไม่ค่อยพอใจนักแต่ไม่แสดงออก ต้อนรับสองสาวด้วยความยินดี

ที่ ร้านอาหารหรูภายในโรงแรม นนทลีพอใจกับบรรยากาศและอาหารแสนอร่อย กุสุมาจับท่าทีของเพื่อนสาวได้ ก่อนจะขอตัวไปห้องน้ำ แต่ความจริงเธอแอบซุ่มมุมหนึ่งถ่ายรูปนนทลีกับโยธินแล้วส่งเข้าอีเมล์ของ อารุม จังหวะนี้เองวิศนีอยู่ในห้องทำงานคนเดียว และเผอิญอารุมที่อยู่โรงงานโทร.เข้ามาหาเธอ ให้ช่วยเช็กอีเมล์ในเครื่องว่ามีจดหมายจากตัวแทนที่ญี่ปุ่นหรือเปล่า ถ้ามีให้ส่งแฟกซ์มาที่โรงงานด่วน

วิศนีทำตามทันที โดยยังไม่วางสายจากอารุม สักครู่เธอบอกเขาว่าไม่มีอีเมล์จากญี่ปุ่น มีแต่อีเมล์ภาษาอังกฤษ อารุมจึงสั่งให้เปิดดูว่าใช่หรือเปล่า

ทันที ที่กดเข้าไปดู วิศนีถึงกับผงะ ภาพนนทลีกับโยธินในมุมแอบถ่ายหลายช็อตเห็นหน้าชัดเจนมาก เธอไม่เคยรู้มาก่อนว่าทั้งคู่รู้จักกัน แถมยังสนิทสนมมากพอที่จะมากินข้าวกันตามลำพังอีกด้วย

“ว่าไงคุณ ใช่หรือเปล่า” เสียงอารุมดังมา วิศนีเหมือนตื่นจากภวังค์ ตอบพรวดไปว่าไม่มี “งั้นไม่เป็นไร ขอบคุณครับ”

วิศ นีค่อยๆวางสาย แต่สายตายังจับจ้องที่ภาพแอบถ่ายเหล่านั้นอย่างค้างคาใจ จากนั้นนั่งครุ่นคิดอยู่อีกพักหนึ่ง ก่อนตัดสินใจกดคำสั่งลบเมล์นั้นทิ้งไปเพื่อไม่ให้อารุมได้เห็น จะได้ไม่มีเรื่องระหองระแหงกับนนทลี

แต่พอกลับมานั่งโต๊ะตัวเอง วิศนีรู้สึกสับสนว่าตนเองทำถูกหรือผิด เพราะถ้าปล่อยให้อารุมรู้เรื่องนี้

ทั้ง สองคนก็อาจจะเลิกกัน เธอก็ไม่ต้องเป็นมือที่สามของใคร แต่แล้วความคิดของเธอถูกขัดจังหวะเมื่อมีเสียงเอะอะดังมาทางหน้าห้องแววกับ ชีพนั่นเอง ทั้งคู่ตั้งใจมาหาวิศนีเพื่อบอกให้เธอไปกินข้าวกับพ่อแม่ของวิเศษเย็นนี้ พวกเขาอยากรู้จักเธอให้มากขึ้น วิศนีสงสัยว่าอยากรู้จักทำไม แววอึกอักทันที แต่ชีพปากไวพูดพรวด

“แหม...ที่รักก็บอกไปเลยสิจ๊ะ ว่าตกลงกับเถ้าแก่ไว้แล้วเรื่องสินสอดทองหมั้น ส่วนฤกษ์หมั้นฤกษ์แต่งก็กำลังหาอยู่ พูดตรงๆไปเลย เดี๋ยวก็ไม่ทันนังแม่เลี้ยงไฮโซหรอก”

“นี่แม่กำลังจะทำอะไรคะ”

แวว หน้าเจื่อนไปนิด จำต้องสารภาพอย่างไม่อ้อมค้อม “แม่ไม่เห็นด้วยที่หนูจะไปคบกับไอ้โยธินอะไรนั่น ท่าทางมันไม่ใช่คนดี สู้คุณวิเศษก็ไม่ได้ นิสัยสุภาพเรียบร้อย ขยันทำมาหากิน”

“แม่คะ หนูยังไม่คิดเรื่องพวกนี้หรอกค่ะ”

“หนู ไม่คิด แต่นังกรแก้วมันคิด แม่ถึงต้องกันท่ามัน เอาคนที่ดีกว่ามาให้หนูเลือกไงลูก เชื่อแม่เถอะ คุณวิเศษนี่ดีที่สุดแล้ว คบกับเขาซะคนอื่นมันจะได้ไม่กล้า นะลูกนะ หนูกลับบ้านไปแต่งตัวสวยๆ แล้วเย็นนี้ไปกับแม่นะ”

วิศนีสุดเซ็ง อยากปฏิเสธเต็มแก่ แต่ไม่รู้จะพูดยังไงดีเพราะเกรงใจแม่ ขณะเธอกำลังนึกหาข้ออ้างอยู่นั้น อำนวยเดินหน้าตึงเข้ามาถามแววว่ามาทำอะไรที่นี่

“ฉันก็มาหาลูกฉันน่ะสิ มีอะไรไหม”

“นี่ไม่ใช่ที่ที่เธอจะพาคนนอกมาวุ่นวาย ออกไป!”

อำนวย มองชีพอย่างไม่ชอบหน้า ชีพโวยวายไม่ยอมไป แถมยังเดินมานั่งเก้าอี้อารุม ยื่นเท้าพาดบนโต๊ะอย่างท้าทาย อำนวยโมโหทำท่าจะเล่นงาน แต่วิศนีรีบขวางไว้ เห็นแก่ลูกคนเป็นพ่อเลยใจเย็นลง หันไปพูดกับแวว

“เธอจะมาเยี่ยมลูกฉันไม่ว่า แต่ไม่ควรจะถือวิสาสะเข้ามาถึงในนี้ มันเสียมารยาท”

“ทำไมเหรอ ในห้องนี้มีอะไร มันมีสมบัติซ่อนอยู่ตรงไหนหรือไง ไหนดูซิ...ชีพ มาช่วยกันดูเร็ว”

แววเดินไปเปิดตู้เอกสาร รื้อข้าวของยั่วโมโหอำนวย ชีพลุกมาช่วยรื้อที่โน่นที่นี่แล้วหัวเราะสะใจ

“ฉันชักจะหมดความอดทนกับเธอแล้วนะ หยุด! ฉันบอกให้หยุด” อำนวยเข้ามากระชากแขนแวว...แววสะบัดออก ยืนประจันหน้าท้าทาย

“ทำไม จะทำอะไรฉัน”

“พ่อ คะ หนูขอเถอะค่ะ กลับไปก่อนนะคะแม่ นี่ค่ารถค่ะ เดี๋ยวเย็นนี้หนูจะไปกินข้าวด้วย” วิศนียื่นเงินจำนวนหนึ่งมาตรงหน้า แววอารมณ์ดีขึ้นทันตา ได้เงิน แถมลูกสาวยังยอมไปดูตัว

“ก็ได้ งั้นแม่นัดแนะกับทางโน้นแล้วจะโทร.มาบอกนะลูก แม่ไปล่ะ ไปกันเถอะจ้ะชีพ” ว่าแล้วแววหันไปเยาะอำนวย “อยากมาเหยียบตายล่ะ”

ชีพลุกขึ้นมองอำนวยเย้ยๆ เดินตามหลังแววออกไปด้วยท่าทีกวนๆ

ooooooo

หลัง จากแอบถ่ายรูปนนทลีกับโยธินส่งเข้าอีเมล์อารุมแล้ว กุสุมากลับเข้ามานั่งร่วมโต๊ะกับทั้งคู่อย่างไม่มีพิรุธใดๆ พอถึงเวลาต้องกลับมาทำงานต่อสองสาว ยังได้ นั่งรถของโรงแรมที่โยธินจัดการให้อย่างเอาใจ

ทันทีที่ลงจากรถ กุสุมาแกล้งแหย่นนทลีว่ารู้สึกโยธินจะเอาใจเธอเหลือเกิน แถมก่อนแยกกันยังพูดแปลกๆ เหมือนจะจีบ

“นี่เธอคิดว่าเขาจีบฉันเหรอ”

“ก็ น่าจะเป็นอย่างนั้น บางทีเขาอาจจะเบื่อตามตื๊อคุณวิศนี ก็เลยหันมาสนใจเธอแทนก็ได้...นี่ถ้าเธอไม่มีแฟนนะ ฉันจะยุให้เธอคบเขา คงจะสบายน่าดู”

“แต่เผอิญฉันมี แล้วอารุมก็รักฉันด้วย” นนทลียิ้มมั่นใจจนกุสุมาแอบหมั่นไส้ ทั้งสองหันหลังจะเข้าออฟฟิศ อารุมเดินออกมาพอดี

“ไปทานข้าวที่ไหนกันมาเหรอครับ”

“ร้านของเพื่อนน่ะค่ะ” นนทลีรีบตอบ

“เพื่อนที่ไหนเหรอ มีคนบอกผมว่าเป็นชายหนุ่ม” อารุมแซวยิ้มๆไม่ได้คิดอะไร แต่นนทลียิ้มปลื้มคิดว่า

อารุมหึง เดินเข้าไปจับคางเขาบีบเบาๆอย่างหมั่นเขี้ยว

“ไม่ เอาน่ะ อย่าหึงสิคะ เพื่อนจริงๆ นนไปทำงานก่อนนะ” นนทลีตัดบทแล้วเดินยิ้มออกไป จงใจทิ้งปริศนาให้อารุมคาใจอยู่แบบนั้น กุสุมาลอบยิ้มเจ้าเล่ห์ ถามอารุมว่าได้รับอีเมล์ที่ตนส่งไปให้หรือยัง

“เมล์อะไรเหรอ”

“จดหมายภาษาอังกฤษน่ะจ้ะ อยากให้อารุมแปลให้หน่อย”

สอง คนเดินตามกันไปที่ห้องทำงาน เห็นวิศนีกำลังก้มๆเงยๆเก็บเอกสารที่แววกับชีพรื้อค้นเอาไว้กระจัดกระจายให้ เข้าที่ อารุมถามว่าเกิดอะไรขึ้น หญิงสาวรีบบอกไม่มี อะไร ตนซุ่มซ่ามทำแฟ้มตก ชายหนุ่มไม่ติดใจสงสัย เดินนำกุสุมาไปที่โต๊ะตัวเอง เปิดคอมเพื่อเช็กเมล์ วิศนีเหลือบมองลุ้นๆ กังวลว่าเขาจะกู้เมล์ที่ลบทิ้งขึ้นมาดูหรือเปล่า

เมื่อเช็กแล้วไม่ เจออีเมล์ที่กุสุมาส่งให้ อารุมหันไปถามวิศนีว่าเมื่อตอนกลางวันที่เขาให้เช็กเมล์มีของกุสุมาหรือ เปล่า กุสุมาหันขวับมองวิศนีทันทีด้วยความสงสัย วิศนีทำหน้าเหลอหลาเพราะไม่คิดว่าเกี่ยวกับกุสุมา จึงยืนยันว่าไม่มี

“แต่สุส่งให้อารุมแล้วนะ มันจะไม่มีได้ยังไง คุณไม่เห็นจริงๆเหรอคะ”

“เมล์คุณเขียนว่าอะไรเหรอคะ”

คราวนี้กุสุมาเป็นฝ่ายอึ้งไปบ้าง คิดมุกโกหกไม่ทัน เลยตัดบทเอาดื้อๆ “ช่างเถอะจ้ะอารุม สุไม่รบกวนแล้วดีกว่า เดี๋ยวสุจัดการเองจ้ะ”

กุสุมา พยายามข่มความหงุดหงิดแล้วเดินออกไป แต่ไม่วายปรายตามองวิศนีอย่างสงสัย วิศนีแอบมองตามกุสุมา สงสัยเหมือนกันว่าเป็นเจ้าของภาพที่ส่งมาหรือเปล่า?

หลังจากเก็บแฟ้มเอกสารเข้าที่เรียบร้อยแล้ว วิศนีมาของานอารุมทำ เอาแบบเยอะๆหนักๆ รับรองว่าจะไม่บ่นสักคำ

“มีเรื่องอะไรมาอีกแล้วล่ะสิ” อารุมดักคออย่างรู้ทัน

“ก็แม่จะลากฉันไปดูตัวผู้ชายคืนนี้ ฉันไม่อยากไป”

“คุณก็เลยจะเอางานมาบังหน้า” เขาพูดยิ้มๆ

“คุณอย่าขำสิ นี่มันเรื่องคอขาดบาดตายนะ แล้วคุณก็มีส่วนต้องรับผิดชอบด้วย”

“อ้าว เกี่ยวอะไรกับผม”

“คุณบอกให้ฉันทนความเจ้ากี้เจ้าการของแม่ ตอนนี้ฉันก็เลยซวยเพราะกำลังจะถูกยัดเยียดว่าที่แฟนให้อีกคน”

อารุมอมยิ้มกับคำพูดตรงๆของหญิงสาว แต่มันทำให้เธอยิ่งหมั่นไส้เดินเข้ามาใกล้เอามือจี้เอวเขาเป็นการใหญ่ ชายหนุ่มตกใจลุกหนีรอบห้อง

“โอเค พอๆๆ นี่คุณ ผมจะบอกให้นะ เอางานมาบังหน้ามันไม่สำเร็จหรอก คิดเหรอว่าแม่คุณจะเชื่อ”

“แล้วฉันควรจะต้องทำยังไง”

“คุณต้องทำให้ท่านเชื่อว่า ไม่มีประโยชน์ที่จะแนะนำผู้ชายคนอื่นให้เพราะคุณมีตัวจริงอยู่แล้ว”

“แต่ฉันยังไม่มี”

“คุณก็หาเอาสิ”

“แหม...แฟนนะคะไม่ใช่รถเช่า จะได้หาได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง”

“ผมไม่ได้ให้คุณหาแฟนจริงๆซักหน่อย ใครก็ได้ที่จะช่วยให้คุณเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้”

หญิง สาวคิดตาม สบตาเขาเป็นประกายวิบวับ อารุม ร้อนตัวรีบปฏิเสธว่าไม่ใช่ตน ตนเล่นละครไม่เก่ง เดี๋ยวความแตกเธอจะเดือดร้อน หรือไม่เธอก็ต้องทำให้ผู้ชายคนที่มาดูตัวเห็นว่าเธอไม่เหมาะกับเขาเลยสักนิด เดียว

“ฉันรู้แล้ว ขอบคุณนะคะ” วิศนีพูดโพล่งด้วยรอยยิ้ม ถลาเข้าไปเหมือนจะกอด อารุมตกใจถอยหนี แต่ก็ยังโดนเธอ จี้เอว ก่อนหันไปคว้ากระเป๋าสะพายเดินตัวปลิวออกจากห้อง

ooooooo

เย็น นั้นเอง วิศนีในมาดของเลดี้กาก้าจัดเต็มตั้งแต่หัวจดเท้า ไปปรากฏตัวที่ร้านอาหารจีนสุดหรู แววกับชีพ รวมทั้งวิเศษกับพ่อแม่เห็นแล้วอึ้งกิมกี่อย่างรับไม่ได้ วิศนีทำเป็นฝรั่งจ๋า พูดฝรั่งคำไทยคำ กิริยาท่าทางซุ่มซ่าม กินอาหารมูมมาม แถมยังนัดแฟนหนุ่มในชุดหนังมันวับมาร่วมโต๊ะด้วย

ไอ้หนุ่มชุดหนัง ไม่ใช่ใครที่ไหน เขาคือนายเดชชาติเพื่อนคนเดียวที่วิศนีมีนั่นเอง แต่สองคนเตี๊ยมกันมาอย่างดีว่าเป็นแฟนเพื่อตบตาทุกคนในโต๊ะอาหาร หนำซ้ำพวกเขา ยังทำให้พ่อแม่ของวิเศษหัวเสียหนีเตลิด ด้วยการทำทีแอบมาจู๋จี๋กันหน้าห้องน้ำ

หมดกัน! แววหน้าซีดหน้าเสีย พูดไม่ออกบอกไม่ถูก ไม่รู้จะอธิบายกับครอบครัวของวิเศษยังไงดี?

ใน ขณะที่วิศนีกับเดชชาติร่วมกันเล่นละครอย่างสนุกสนานอยู่นั้น อารุมกับนนทลีอยู่ที่หมู่บ้านจัดสรร นนทลี ต้องการเอาใจแฟนหนุ่มจึงชวนมาดูบ้านที่เขาเคยมาดูไว้แล้ว แต่ไม่นึกว่าจะเจอพนักงานคนเก่าแล้วพูดเรื่องที่เขามากับวิศนี นี่เองทำให้นนทลีโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ กระชากเสียงถามอารุม

“คุณตัดสินใจแล้วใช่ไหม ถึงได้ทำแบบนั้น คุณพาผู้หญิงคนนั้นมาดูบ้านที่จะเป็นเรือนหอ มันหมายความว่ายังไง”

“ผมไม่ได้พาเขามา เราแค่...”

“หยุดได้แล้ว!” เธอตวาดสวนด้วยความโมโห “พอ! นนไม่ได้โง่ขนาดที่จะให้คุณมาสนตะพายง่ายๆนะ”

พูด จบ นนทลีผลุนผลันออกไปโดยไม่ฟังคำอธิบายใดๆ อารุมกลุ้มใจ ขับรถตามไปที่บ้านหวังจะได้พูดคุยปรับความเข้าใจกับเธอ แต่ผิดคาด นนทลีไม่ได้กลับเข้าบ้าน เธอไปไหนไม่รู้ นีรนุชกำลังเป็นห่วงอยู่เหมือนกันเพราะมืดค่ำแล้ว

อารุมเข้ามานั่งคุยกับนีรนุชในบ้าน บ่นอย่างเหนื่อยใจว่า พักหลังมานี้นนทลีใจร้อนแล้วก็คิดมาก ไม่ยอมฟังเหตุผลของตนเลย

“พี่อารุมอย่าเพิ่งน้อยใจสิคะ เดี๋ยวนุชจะช่วยอธิบายให้”

“ถึงนุชพูด เขาก็คงไม่ฟัง เขาปักใจไปแล้วว่าพี่คิดไม่ซื่อ”

“ช่วงนี้พี่นนคงเครียดเรื่องงานด้วย จิตใจก็เลยไม่ค่อยปลอดโปร่งเท่าไหร่”

“พี่ก็เครียดเหมือนกัน ทำไมนนไม่คิดอย่างนุชบ้าง”

“พี่อารุม...นุชเข้าใจพี่นะคะ”

“ถ้านนเข้าใจพี่ได้สักครึ่งของนุช มันก็คงไม่มีปัญหาแบบนี้ใช่ไหม”

นีรนุชอึ้งไป เริ่มสัมผัสได้ถึงความท้อแท้ใจในน้ำเสียงอารุม

ooooooo

นนทลีไปหากุสุมาที่บ้าน เล่าให้เพื่อนฟังทั้งน้ำตาว่าอารุมพาวิศนีไปดูเรือนหอ แสดงว่าเขาตกลงปลงใจกันแล้วถึงได้กล้าทำขนาดนี้

แทนที่กุสุมาจะปลอบใจหรือให้เพื่อนค่อยๆคิด กลับถือโอกาสนี้ยุยงให้นนทลีกับอารุมยิ่งแตกหักกัน

“ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ เธอก็ต้องรักตัวเองให้มากๆนะ ผู้ชายมีอีกตั้งเยอะแยะ ถ้าอารุมจะหลงผิดเห็นเงินดีกว่าความจริงใจ เราก็ไม่ต้องไปแคร์”

“ไม่! ฉันทำไม่ได้ ฉันไม่อยากเสียเขาไป” นนทลีสะอึกสะอื้นหนักกว่าเดิมในอ้อมกอดกุสุมา ขณะที่กุสุมาหน้าเครียด เริ่มไม่ดีใจที่อารุมมีปัญหากับนนทลี เพราะรู้แล้วว่าวิศนีคือคู่แข่งรายใหม่...

อารุมรอนนทลีอยู่นานกว่าจะบอกลานีรนุชกลับไปด้วยความไม่สบายใจ นีรนุชเองก็เป็นห่วงพี่สาวมาก มีโอกาสคุยกับเดชชาติจึงบอกให้รู้ว่าพี่ของตนกับอารุมทะเลาะกันอีกแล้ว ด้วยเรื่องเดิมๆที่มีวิศนีมาเอี่ยวด้วย

เดชชาติไม่เข้าใจ ทำท่าจะซักรายละเอียด แต่สาวเจ้างอนเรื่องที่เห็นเขาสนิทสนมกับวิศนีเมื่อเย็น จึงตัดบทไล่เขาไปนอนฝันหวานให้สบายใจ ไม่ต้องมารับรู้ความทุกข์ของคนอื่น...

เช้าวันรุ่งขึ้น วิศนีสะดุ้งตื่นจากที่นอนด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม เสียงเพลงอวยพรวันเกิดดังจากโทรศัพท์มือถือที่เพื่อนๆจากฝรั่งเศสส่งมา เธอดีใจที่ยังมีคนจำวันสำคัญของตัวเองได้ แต่พออาบน้ำแต่งตัวลงมาเพื่อใส่บาตร กลับไม่เห็นบุคคลสำคัญ อำนวยออกไปทำงานแต่เช้าเพราะจำวันเกิดลูกสาวไม่ได้ กรแก้วรู้เข้าก็แอบสงสารวิศนี

ส่วนอีกบ้านหนึ่ง นนทลีนอนซมไร้เรี่ยวแรงจนไปทำงานไม่ไหว และไม่ยอมรับโทรศัพท์อารุมที่เพียรโทร.ตั้งแต่เมื่อคืน ที่สุดเธอให้นีรนุชรับแทน บอกว่าพี่ไม่อยากคุย เมื่ออารุมรู้จากนีรนุชว่านนทลีไม่สบาย จึงบอกว่าเลิกงานจะแวะไปเยี่ยม

หลังอารมณ์บูดออกจากบ้านมา วิศนีต้องมาเจอเรื่องแย่ๆอีกที่หน้าบริษัทพ่อ...แววมากับชีพเพื่อรีดไถเงินวิศนีสามหมื่นเอาไปจ่ายค่าแชร์ วิศนีเสียใจที่แม่จำวันเกิดของตนไม่ได้ แต่ก็ไม่ต่อว่าและไม่ปฏิเสธเรื่องเงิน ขอเข้าไปเขียนเช็คข้างในก่อนเพราะมีเงินสดไม่พอ

ขณะที่วิศนีนำเช็คสามหมื่นมายื่นให้แวว ไม่นึกว่าอำนวยจะตามคว้าเอาไว้ แววโมโหร่ำร้องให้เขาเอาเช็คคืนมา อำนวยยิ้มหยัน ตอกหน้าว่าที่แท้ก็ไม่ทิ้งลายเดิม มาขอเงินลูกใช้ ไม่รู้จักอาย

“ก็ลูกมันเป็นลูกฉัน ทำไมต้องอายด้วย...เอามา”

“ฉันให้ตึกแถวเธอไปเก็บค่าเช่ากินได้ทั้งชาติ มันยังไม่พออีกเหรอ”

“ถ้าพอจะมาขอทำไมล่ะวะไอ้คุณนักธุรกิจใหญ่” ชีพพูดโพล่ง สีหน้ายียวนกวนประสาท

“ที่ไม่พอก็เพราะแกกับแววเอาไปลงบ่อนลงขวดเหล้าหมดน่ะสิ ฉันไม่ให้ อยากได้เพิ่มก็ไปทำมาหากินเอง”

“พ่อคะ...”

“ไม่ต้องพูดยายหนู แม่แกเป็นผีพนันไปแล้ว ให้ไปเท่าไหร่ก็ไม่พอหรอก”

“อย่ายุ่งเรื่องของฉันได้ไหม เอาเงินลูกฉันมานะ” แววพุ่งเข้าใส่จะแย่งเช็ค แต่อำนวยไม่ให้ ชีพพยายามช่วยแย่ง อำนวยจึงตะโกนเรียก รปภ.มาจับทั้งคู่ออกไป

เท่านั้นเอง เกิดการตะลุมบอนชุลมุนไปหมด วิศนีเห็นแล้วสลดใจ เช้าวันเกิดที่สดใสพังพินาศไม่มีชิ้นดี ในที่สุดก็ตัดใจหันหลังเดินหนีมาจากตรงนั้น

อารุมอยู่ในห้องทำงานได้ยินเสียงเอะอะข้างนอก เขาทำท่าจะเดินออกไปดู ก็พอดีวิศนีสวนเข้ามา จึงถามเธอว่าเกิดอะไรขึ้น

“พ่อกับแม่ฉันทะเลาะกันในวันเกิดฉัน เยี่ยมไปเลยไหมคะ ของขวัญวันเกิดที่เขาสองคนร่วมกันให้ลูกสาวคนเดียว”

“วันนี้วันเกิดคุณเหรอ”

“ช่างเถอะค่ะ มันไม่สำคัญสำหรับใครทั้งนั้นแหละ”

วิศนีลงนั่งก้มหน้าก้มตาทำงาน อารุมแอบมองด้วยความเห็นใจ พอใกล้พักเที่ยง เขาชวนเธอออกไปข้างนอกท่าทางเหมือนจะไปทำงาน แต่เปล่าเลย เขาพาเธอไปถวายสังฆทานที่วัด รับศีลรับพรจากหลวงตา ก่อนพาไปที่ท่าน้ำให้อาหารปลา ตามด้วยมีเค้กก้อนเล็กๆ มาเซอร์ไพรส์ หญิงสาวยิ้มแก้มปริ หายเศร้าเป็นปลิดทิ้ง ลืมเรื่องแย่ๆที่พ่อแม่ทะเลาะกัน

ไม่คาดคิดว่านนทลีกับนีรนุชก็มาที่วัดแห่งนี้ สองพี่น้องมาไหว้อัฐิพ่อแม่ นนทลีเห็นอารุมกับวิศนีกำลังขึ้นรถกลับ เธอตกใจหน้าซีดเผือด นีรนุชมองตามสายตาไปก็รู้ว่าอะไรเป็นอะไร

เมื่อตั้งหลักได้แล้ว นนทลีโทร.เข้ามือถืออารุม แกล้งถามเขาว่าไม่ได้อยู่ออฟฟิศใช่ไหม เมื่อสักครู่ตนโทร.เข้าไปไม่เจอ ชายหนุ่มชะงักพลางเหลือบมองวิศนี ไม่กล้าพูดความจริงเพราะกลัวจะเป็นเรื่องอีก

“เปล่า ผมออกมาพบลูกค้าน่ะ กำลังจะกลับเข้าไปครับ”

นนทลีฟังแล้วน้ำตาร่วงพรูทันที แต่พยายามกลั้นสะอื้นไม่ให้ลอดเข้าไปในโทรศัพท์

“นนจะไปหาหมอไหม เดี๋ยวผมจะไปรับ”

“ไม่ต้องค่ะ นนหายแล้ว อารุมไม่ต้องมานะ เดี๋ยวเย็นนี้นนจะไปหาที่คอนโดฯ แล้วเจอกันค่ะ”

นนทลีวางสายลงอย่างซึมๆ ปาดน้ำตาแล้วเดินห่างน้องสาวออกไป นีรนุชมองตามอย่างกลุ้มจัด รู้สึกว่าความเงียบของพี่สาวช่างน่ากลัวเหลือเกิน...

ด้านอารุม ท่าทางเขาขรึมไปหลังวางสายจากนนทลี ความรู้สึกผิดป่วนปั่นอยู่ในใจ วิศนีแอบสังเกตมาตลอด กระทั่งเขาจอดรถหน้าบริษัท เธอตัดสินใจถามถึงนนทลีจนรู้ว่าเธอไม่สบาย

“ฉันขอโทษนะคะ”

“เรื่องอะไร”

“เรื่องที่ทำให้คุณต้องโกหก เรื่องที่คุณต้องเสียเวลาพาฉันไปวัด ทั้งที่คุณควรจะไปเยี่ยมเธอ”

อารุมสะอึก เพิ่งฉุกใจคิดว่าตัวเองเห็นวิศนีสำคัญกว่านนทลีโดยไม่รู้ตัว

“ผมไปแน่ คุณไม่ต้องห่วงหรอก” เขาพูดจบก็เดินหนีเข้าบริษัท วิศนีมองตาม ใจโหวงๆที่ได้ยินอารุมย้ำชัดเจนว่านนทลียังสำคัญเสมอ

ooooooo

ค่ำนั้น อำนวยกับกรแก้วเตรียมฉลองวันเกิดให้วิศนี มีทั้งอาหารมากมายและเค้ก แต่กลายเป็นว่าวิศนีไม่ฉลองด้วย พูดประชดพ่อว่ามันสายไปหลายชั่วโมงแล้ว...

อำนวยหน้าเสีย หมดแรงนั่งลง บ่นอย่างท้อแท้ใจกับกรแก้วว่า ตนไม่เคยทำอะไรถูกเลยใช่ไหม? ส่วนวิศนีที่เดินหนีขึ้นห้องมา นั่งคิดทบทวนคำพูดของอารุมเมื่อหลายวันก่อน

“คุณไม่มีทางเลิกเป็นลูกของพ่อกับแม่ได้ ท่านสองคนก็เลิกเป็นพ่อกับแม่คุณไม่ได้เหมือนกัน สิ่งที่จะทำให้คุณมีความสุขคือยอมรับกับเงื่อนไขของความรักของท่าน มันอาจจะไม่สมบูรณ์ แต่มันก็เป็นแบบของท่าน...หลวงตาสอนผมว่า คนเราน่ะไม่มีวันมีความสุขได้หรอก ถ้าใจไม่ยอมรับความจริงอย่างที่มันเป็น”

ถ้อยคำนั้นของอารุมทำให้วิศนีได้สติว่าตัวเองทำเกินไปกับพ่อ เธอกลับลงมาด้วยท่าทีกระตือรือร้น ถามพ่อที่นั่งซังกะตายว่างานวันเกิดเลิกแล้วเหรอ เจ้าของวันเกิดยังไม่ได้ชิมอาหารเลย อำนวยลุกพรวดทันที ยิ้มกว้างดีใจ บอกสาวใช้ว่าอย่าเพิ่งเก็บข้าวปลาอาหาร จากนั้นก็กระวีกระวาดตักอาหารเอาใจลูกสาว วิศนีแอบมองพ่อแล้วรู้สึกดีที่ทำให้ท่านมีความสุข แต่ยังเก๊กหน้าเฉยวางฟอร์มอีกนิดหน่อย...

เวลาเดียวกันนั้น อารุมเพิ่งกลับถึงคอนโดฯ พบนนทลีรออยู่ที่ล็อบบี้ ชายหนุ่มสังเกตเห็นความซีดเซียวของอีกฝ่าย ลองแตะหน้าผากพลางถามด้วยความเป็นห่วงว่าหายดีแล้วแน่เหรอ น่าจะลองไปให้หมอตรวจดู หญิงสาวน้ำตารื้น ฝืนใจพูดว่าตนแข็งแรงแล้ว เราขึ้นข้างบนกันเถอะ

สิ่งที่ได้ยินจากใครต่อใครและภาพที่เห็นกับตาตัวเองไม่ใช่แค่ครั้งเดียว ทำให้นนทลีแน่ใจว่าอารุมกับวิศนีต้องมีความสัมพันธ์ทางใจ ซึ่งแน่นอนว่าเธอยอมไม่ได้ที่จะเสียเขาไป ดังนั้นเมื่อขึ้นมาอยู่กันในห้องตามลำพัง นนทลีตัดสินใจกระทำเรื่องน่าละอาย เป็นฝ่ายรุกไล่กอดจูบอารุมเหมือนคนคลั่งรัก

ชายหนุ่มตกใจพยายามถอยหนี และผลักเธอออกห่างด้วยความไม่เข้าใจ

“นน...คุณทำอะไรเนี่ย คุณเป็นอะไร ทำอย่างนี้ทำไม”

“คุณไม่ได้ต้องการสิ่งนี้เหรอ คุณไม่ได้รักนนแล้วหรือไง”

“มันต้องไม่ใช่แบบนี้ ก็ไหนเราสัญญาว่าจะ...”

“นนไม่รอแล้ว นนรอไม่ได้ นนรักอารุมนะ” นนทลีละล่ำละลัก โผเข้าหาเขาอีก อารุมปัดป้องห้ามปรามจนเธอชะงัก หลุดปากออกมาทั้งน้ำตา “ทำไมคะ หรือคุณไม่ได้รู้สึกอะไรกับนนแล้ว ถ้างั้นคุณนึกว่านนเป็นวิศนีก็ได้ นนยอมทุกอย่าง เข้าใจไหมว่านนยอมทุกอย่าง...นนยอมรับได้ ถ้าคุณกับเขาจะมีอะไรกัน แต่นนขออย่างเดียว กลับมาหานนได้ไหม อย่าทิ้งนนไป ผู้หญิงคนนั้นเขามีทางเลือกอีกตั้งเยอะแยะ แต่นนไม่มีใครเหลือแล้วนะอารุม”

นนทลีโผกอดเขา พยายามจะเริ่มใหม่อีกครั้ง อารุมขัดขืน ย้ำว่าเธอเข้าใจผิด และขอร้องอย่าทำบ้าๆแบบนี้ แต่หญิงสาวไม่ฟัง เขาจึงผลักเธอออกสุดแรง นนทลีถึงกับซวนเซ ร้องไห้โฮ ทั้งเสียใจทั้งอับอายที่ตัวเองลงทุนขนาดนี้ เขาก็ยังปฏิเสธ

“ผมไม่รู้ว่าคุณคิดอะไรอยู่ แต่สิ่งที่คุณคิดมันผิด แล้วมันก็ทำให้คุณกลายเป็นคนที่ผมไม่รู้จักเลย นนทลีที่เคยทำตัวมีค่ามากกว่านี้หายไปไหน”

หญิงสาวน้ำตานองหน้า เพราะคิดว่ากำลังถูกแฟนหนุ่มตัดรอน ตะโกนใส่หน้าเขาว่า มันจบแล้วใช่ไหม...แล้วหันไปคว้ากระเป๋าวิ่งออกจากห้องทันที อารุมถอนใจเฮือกใหญ่ เหนื่อยจนไม่มีแรงวิ่งตาม ตั้งใจว่าให้เธอใจเย็นกว่านี้ค่อยเคลียร์กัน

นนทลีวิ่งออกมาโบกแท็กซี่หน้าคอนโดฯแล้วโทรศัพท์ หากุสุมามือไม้สั่น พูดเสียงเครือว่าอารุมบอกเลิกตน...กุสุมาแววตาเป็นประกายลิงโลด แต่แสร้งทำเสียงเศร้าเห็นใจเพื่อน บอกให้ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งคิดมาก

“ฉันไปหาเธอได้ไหม”

ได้ยินประโยคนั้นของนนทลี...กุสุมาทำตาหลุกหลิกเหมือนครุ่นคิดตัดสินใจ

“ฉันมาทำธุระกับป้าจ้ะ เดี๋ยวเสร็จแล้วจะโทร.หานะ” กุสุมาตัดสายโดยไม่ฟังเสียงเรียกของเพื่อนที่กำลังทุกข์แสนสาหัส...แล้วพูดกับตัวเองอย่างสะใจ “เรื่องอะไรฉันจะไปปลอบใจแก เสียใจให้ตายไปเลยยิ่งดี อารุมจะได้เป็นของฉันเร็วๆ”

นนทลีนั่งแท็กซี่ไปอย่างไม่มีจุดหมาย นึกย้อนวันวานอันแสนหวานระหว่างตัวเองกับอารุมแล้วยิ่งเจ็บปวด น้ำตาไหลพรากอย่างสุดกลั้น...

ในเวลานั้น นีรนุชนั่งกระวนกระวายรอพี่สาวอยู่ในบ้าน พอเห็นเดชชาติโผล่เข้ามา เธอหน้างอใส่ ก่อนบอกเล่าเรื่องที่เห็นอารุมกับวิศนีที่วัด พร้อมกันนี้ก็ตำหนิว่าที่พี่เขยเป็นการใหญ่ เดชชาติคาดไม่ถึง ร้อนใจรีบไปพบอารุมถึงคอนโดฯ

อารุมนั่งคอตก ยอมรับว่านนทลีมาที่นี่แต่กลับไปแล้ว เดชชาติถามว่าคุยกันเข้าใจหรือยัง อารุมส่ายหน้าก่อนระบายความกลัดกลุ้มออกมา

“ฉันไม่รู้ว่าวันนี้นนเป็นอะไร อยู่ๆเขาก็พยายามจะให้ฉันแตะต้องเขา บอกว่าไม่อยากเสียฉันให้คุณวิศนี มันไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้วไอ้ชาติ เขาไปฟังใครมาอีกก็ไม่รู้”

“ไม่ได้ฟังใครหรอก เขาเห็นกับตามากกว่า...วันนี้แกไปวัดกับคุณวิศนีใช่ไหม”

อารุมไม่ตอบแต่ก้มหน้านิ่งรู้สึกผิด เข้าใจแล้วว่านนทลีระแวงอะไร “ที่นนเป็นแบบนี้ก็เพราะฉัน เพราะฉันคนเดียว”

“ถึงเวลาที่แกต้องตัดสินใจให้เด็ดขาดแล้วว่าจะเอายังไงกับนน แกยังรักเขาอยู่หรือเปล่า”

“ฉันไม่เคยไม่รักนน”

“แต่มันก็คงไม่พอ ถ้าเขารู้สึกว่ามีผู้หญิงอีกคนได้รับมันเท่าๆกัน ฉันไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่นนคิดมันจริงหรือไม่จริง แต่มีแค่แกคนเดียวที่จะทำให้เขาพ้นจากความทุกข์ได้ ถ้าแกรักเขาก็ทำอะไรสักอย่างที่ทำให้เขามั่นใจ หรือถ้าไม่รักกันแล้วก็ปล่อยเขาไป อย่าให้เขาทรมานอีกเลย”

ฟังเดชชาติพูดแล้วอารุมนิ่งอึ้งไปอย่างครุ่นคิด หนักใจ...

ในที่สุดจุดหมายปลายทางของนนทลีก็คือผับที่โยธินเป็นหุ้นส่วน เธอหอบความชอกช้ำมาดื่มเพื่อดับทุกข์ ปะเหมาะพอดีเจอโยธิน จึงเล่าให้เขาฟังตามความเข้าใจของตนเองว่าวิศนีกับอารุมมีอะไรกันแล้ว

“คุณแน่ใจได้ยังไงว่าเขามีอะไรกันแล้ว” โยธินย้อนถามด้วยสีหน้าโกรธขึ้ง ไม่สบอารมณ์

“แล้วคุณคิดว่าทำไมอารุมถึงปฏิเสธฉัน ทำไมเขาถึงปฏิเสธคนที่เขารักมาเจ็ดปีล่ะ ฉันมันไร้ค่าจริงๆ บากหน้าไปเสนอตัวให้เขาถึงห้อง เขาก็ไม่เอา”

“ไม่จริงหรอกครับ คุณนนอย่าตำหนิตัวเอง คนที่ควรตำหนิคือไอ้หมอนั่น มันคงจะหวังตกถังข้าวสาร”

นนทลียิ่งจิตตก เหมือนถูกตอกย้ำความพ่ายแพ้ โยธินรีบปลอบเพราะมีจุดประสงค์ส่วนตัว

“เราไม่พูดเรื่องนี้กันดีกว่า มาดื่มให้ลืมเรื่องบ้าๆ นี่เถอะครับ”

โยธินยื่นแก้วมาตรงหน้า นนทลียกแก้วชนแต่โดยดี อารมณ์กึ่มๆเมาๆทำให้ความคิดฟุ้งซ่านไปไกล มองเขาอย่างพิจารณา แล้วหวนนึกถึงเหตุการณ์ต่างๆที่ผ่านมาที่เขาทำดีด้วย และคำพูดกุสุมาที่ว่าเขาจีบเธอ

“คุณชอบฉันใช่ไหม” หญิงสาวโพล่งออกมาจนชายหนุ่มชะงัก ถามเธอว่าพูดอะไร “คุณคิดอะไรกับฉันหรือเปล่า เพราะเพื่อนฉันบอกว่าคุณคิด”

โยธินไม่ตอบ แต่สบตาหญิงสาวด้วยแววตาคมกริบเหมือนพญาอินทรีย์เจอเหยื่อตัวน้อย

ooooooo

เกิดเรื่องใหญ่ที่บริษัทแต่เช้า นีรนุชร้อนใจมาตามหาพี่สาวที่หายตัวไป ปรากฏว่านอกจากเมื่อคืนนนทลีไม่กลับบ้านแล้ว เช้านี้เธอก็ไม่ได้มาทำงานด้วย ทุกคนเป็นห่วงมาก อารุมกับเดชชาติช่วยกันโทร.ถามเพื่อนๆของเธอ แต่ไม่มีวี่แวว

วิศนีเพิ่งมาถึง แปลกใจกับท่าทีของทุกคน นีรนุชไม่พูดพล่าม ตรงเข้าตราหน้าวิศนีอย่างเหลือทน

“คนเลว! คุณทำลายชีวิตพี่สาวฉัน ถ้าพี่นนเป็นอะไรไป ฉันจะฆ่าคุณ”

เดชชาติกับอารุมตกใจรีบเข้ามาดึงนีรนุช ขอร้องให้ใจเย็น แต่หญิงสาวเย็นไม่ไหวแล้ว ตอกหน้าวิศนีไปอีก

“อยากได้มากนักใช่ไหมผู้ชายคนนี้ เอาไปเลย แล้วเลิกทำให้พี่สาวฉันต้องตายทั้งเป็นเสียที”

วิศนีสะอึกอึ้ง มองนีรนุชที่ดิ้นเร่าๆจะไม่ยอมให้อารุมกับเดชชาติจับตัว พนักงานแถวนั้นโผล่หน้าออกมามองกันอย่างสนใจ

เมื่อรู้ว่านนทลีหายไปตั้งแต่เมื่อคืน วิศนีพลอยตกใจไปด้วย อยากช่วยคิดอ่าน แต่โดนนีรนุชขับไล่ ฝ่ายกุสุมาที่คุยกับนนทลีเป็นคนสุดท้ายเมื่อคืน กลับตอบ

คำถามอารุมว่าเพื่อนสาวไม่ได้โทร.มาหา

วิศนีอยู่เฉยไม่ได้ ตามพวกอารุมไปที่บ้านนนทลี อยากช่วยเหลือจริงๆ อ้างว่าถ้านีรนุชคิดว่าตนเป็นต้นเหตุ ก็น่าจะให้ตนมีส่วนร่วมรับผิดชอบด้วย

“เอาล่ะๆ ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาทะเลาะกันนะนุช เราต้องการความช่วยเหลือจากทุกคน”

นีรนุชฟังอารุม แต่ยังกระฟัดกระเฟียดใส่วิศนี จู่ๆกุสุมาโพล่งขึ้นอย่างนึกได้

“จริงสิ เราน่าจะไปถามคุณโยธิน”

ทุกคนหันขวับไปหากุสุมาด้วยความแปลกใจ สาวเจ้าทำอึกอักลังเลเหมือนไม่กล้าพูด ทั้งที่ความจริงอยากแฉจนตัวซีดตัวสั่น

“คือ...สุเห็นนนกับคุณโยธินเขาสนิทกัน”

อารุมกับนีรนุชอึ้งไปเพราะไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน ในขณะที่เดชชาติกับวิศนีดูว้าวุ่น สังหรณ์ใจ

ooooooo

นนทลีไปค้างกับโยธินที่บ้าน เธอยินยอมพร้อมใจเป็นของเขา คิดว่าอย่างน้อยอกหักจากอารุมก็ยังมีผู้ชายหล่อรวยมาดามใจ แต่กลายเป็นว่าเธอคิดผิดมหันต์ ฉากหลังโยธินจนกรอบ แต่ฉาบหน้าไว้ด้วยความโก้หรูไฮโซ

เธอรู้ความจริงในตอนเช้า ตื่นนอนออกมาเดินสำรวจ บ้านใหญ่โตโอ่อ่าของเขาแล้วเจออวลอบด่าทออย่างหยาบคายว่าใจง่ายเหมือนผู้หญิงทุกคนที่ลูกชายตนหิ้วมา โยธินได้ยินเสียงเอะอะรีบวิ่งออกมา เลยโดนแม่เล่นงานด้วยอีกคน

“แม่บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าหิ้วผู้หญิงต่ำๆพวกนี้มานอนอีก...พวกแกนี่มันหน้าด้านจริงๆ มันต้องให้เจ็บตัวใช่ไหมถึงจะรู้สึก” อวลอบจิกผมนนทลีจนหน้าหงาย โยธินเข้าห้ามกลัวจะตกบันไดลงไป อวลอบกำลังโมโหแว้ดใส่ “ดี ให้มันตายๆไปเลย”

“ถ้าเขาตายคุณแม่ก็ติดคุก แล้วชื่อเสียงตระกูลเราจะเป็นยังไง”

นนทลีได้ยินถึงกับอึ้ง โยธินไม่ได้ห่วงเธอสักนิด แต่ห่วงตัวเองมากกว่า...ด้วยความผิดหวังเธอสะบัดหลุดจากอวลอบวิ่งหนีลงบันได สองแม่ลูกวิ่งตามมาหน้าบ้าน เจอเจ้าหนี้นำรถบรรทุกเข้ามาจอดพอดี

สองแม่ลูกอับอายที่ถูกทวงหนี้ซึ่งหน้า พยายามไล่พวกเขากลับไปก่อน แต่เจ้าหนี้ไม่ยอม และไม่รออะไรอีกแล้ว สั่งลูกน้องเข้าไปขนสิ่งของมีค่ามาใส่รถ อวลอบโวยวายเป็นการใหญ่ วิ่งตามพวกเขาเข้าบ้านตัวเนื้อสั่น โยธินละล้าละลังจะตาม แต่แล้วหยุดกึกกับแววตาสมเพชและถ้อยคำหยามหยันของนนทลี

“ที่แท้คุณมันก็เหลือแต่ตัว!”

“ใช่...ทำไม ผิดหวังเหรอ”

สีหน้าของนนทลีแสดงความผิดหวังอย่างปิดไม่มิด โยธินเริ่มเข้าใจ แค่นหัวเราะออกมา

“นี่อย่าบอกนะว่าคุณหวังสูงอยากจะเป็นเมียผม เราแค่นอนกันคืนเดียวเองนะคุณนนทลี อย่าหวังอะไรให้มากนัก”

นนทลีทั้งเจ็บทั้งอายเพราะโดนจี้ใจดำเข้าอย่างจังเอ่ยเสียงสั่นเครือ “ฉันไม่นึกเลยว่าคุณจะเป็นคนแบบนี้”

“ก็คุณดันเผยความหิวเงินให้ผมเห็นก่อนทำไมล่ะ ก็ดีแล้ว จะได้ไม่มีอะไรต้องปิดบังกัน ต่อไปจะได้คบกันง่ายๆ”

“ใครว่าฉันจะคบกับแก”

“อ้าว ที่แท้ก็รักสนุกไม่ผูกมัดหรอกเหรอ งั้นก็ยิ่งดี ผมชอบ”

“สารเลว!!” นนทลีพุ่งเข้าไปทุบโยธิน เขาโมโหจับแขนทั้งสองข้างของเธอบีบค่อนข้างแรง ตามด้วยคำพูดตอกย้ำความอับอายให้หญิงสาวอย่างสุดทน

“คุณโกรธผมทำไม อย่าลืมสิว่าคุณเป็นคนเชื้อเชิญผมเอง ไอ้ผมมันก็เห็นใจผู้หญิงเปลี่ยวๆ ไม่อยากจะขัดศรัทธา”

นนทลีแค้นจัดสะบัดมือออก กำหมัดชกโยธินจนหน้าหงาย แล้ววิ่งเตลิดออกจากบ้านโดยไม่มีเงินติดตัวสักบาท โยธินโมโหทำท่าจะตามไป แต่แล้วเปลี่ยนใจรีบกลับเข้าบ้าน...

ทางด้านคณะของอารุมที่เร่งรีบไปตามหานนทลีที่โรงแรมของโยธินแต่ไม่พบ วิศนีจึงนำทางต่อไปที่บ้านคุณหญิงอวลอบ นับเป็นโชคดีของสองแม่ลูกที่วิศนีไม่เจอเจ้าหนี้ที่เพิ่งกลับไป ไม่งั้นคงได้อับอายขายหน้าแทบแทรกแผ่นดิน!

อวลอบโวยวายไม่ยอมให้ทุกคนเข้าบ้าน วิศนีเลยต้องออกโรงบอกว่านนทลีเพื่อนร่วมงานของตนหายไป อยากรู้ว่าเธอมาที่นี่หรือเปล่า อวลอบหันมองลูกชายงงๆ แต่สีหน้าโยธินดูอึกอักมีพิรุธจนคนเป็นแม่จับได้ รีบแก้ต่างว่าพนักงานบริษัทหนูจะมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง แล้วโยธินไปรู้จักมักจี่ตั้งแต่เมื่อไหร่

“รู้จักผิวเผินน่ะครับคุณแม่ ทำไมคุณวิศนีมาตามที่นี่ล่ะครับ ผมจะพาเขามาที่บ้านทำไม”

“คุณแน่ใจนะที่พูดอย่างนั้น” อารุมจ้องโยธินอย่างจับผิด

“นายกำลังจะพูดอะไร คิดว่าฉันลักพาตัวแฟนนายมาหรือไง เป็นแฟนกันทำไมไม่ดูแลกันให้ดีๆล่ะวะ”

อารุมไม่พอใจและสงสัยท่าทีบางอย่าง เพราะโยธินดูหลุกหลิกมีพิรุธ

“คุณได้เจอพี่สาวฉันบ้างหรือเปล่า” นีรนุชถามอย่างร้อนใจ

“จะเจอได้ยังไง ฉันกับพี่สาวเธอไม่ได้สนิทกัน”

เดชชาติได้ยินอย่างนั้นก็ฮึดฮัดอยากพูดเรื่องที่ตัวเองเห็นโยธินให้ดอกไม้นนทลี แต่ไม่กล้าพอเพราะกลัวจะเป็นเรื่องยาว ได้แต่กระสับกระส่ายอึดอัดใจ

“นั่นสิ โยธินเขาจะไปคบหากับพวกพนักงานระดับล่างทำไม พี่สาวเธอคงจะเอาเรื่องนี้ไปแอบอ้างจนทั่วล่ะสิ มันน่าแจ้งตำรวจจับนัก”

“พูดอย่างนี้หมายความว่ายังไงป้า” นีรนุชปรี่เข้าหาอวลอบ เดชชาติรีบดึงหญิงสาวไว้ และเห็นจมูกโยธินแดงๆ ถามเขาว่าไปโดนอะไรมา โยธินสะดุ้งรีบเอามือปิดจมูก ตวาดว่าเกี่ยวอะไรกับพวกแก...อวลอบเห็นลูกชายจะเสียท่า รีบทำเอะอะกลบเกลื่อน

“นี่มันเรื่องอะไรกัน มาบุกรุกบ้านฉัน แล้วยังมาสอบสวนลูกชายฉันเหมือนเป็นคนร้ายอีก พวกเธอไม่มีสิทธิ์นะ ออกไปเดี๋ยวนี้...หนูวิศนีจ๊ะ พวกนี้มันเป่าหูอะไรหนู อย่าไปเชื่อมันเชียวนะ”

“ฉันจะถามคุณอีกครั้งนะโยธิน แน่ใจนะว่าคุณนนทลีไม่ได้มาที่นี่”

โยธินยัวะ แต่เห็นว่าเป็นวิศนีเลยไม่กล้าโวย รีบเดินเข้าไปจับมือเธอ “ผมเคยพบเขาแค่ไม่กี่ครั้งเองนะครับ คุณอย่าไปเชื่อคำพูดมั่วๆของคนพวกนี้ มันหวังผลประโยชน์จากพวกเรา”

นีรนุชฮึดฮัดจะเอาเรื่องโยธินอีก เดชชาติและกุสุมารีบจับตัวไว้ อารุมเห็นว่าไม่ได้ความแน่จึงตัดบท

“กลับกันเถอะครับ ถ้านนไม่ได้มาที่นี่ก็แล้วไป ก็คงต้องไปแจ้งความแล้วล่ะ”

ทุกคนกลับออกไปแล้ว สองแม่ลูกผ่อนลมหายใจโล่งอก แต่อวลอบไม่วายหันมาหยิกแขนลูกชายด้วยความโมโห

“มันน่าหยิกให้เนื้อขาดนัก เกือบไปแล้วไหมล่ะ ทีหลังอย่าไปยุ่งกับนังนั่นอีกนะ ถ้าความแตกขึ้นมา แกเข้าหน้าหนูวิศนีไม่ติดแน่”

โยธินพยักหน้าหงึกหงัก พลางลูบแขนตัวเองป้อยๆ เจ็บที่โดนแม่หยิก

ooooooo

อุบัติเหตุ

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด