ตอนที่ 5
วันรุ่งขึ้นมาทำงาน อารุมซึ่งไม่รู้ว่าเมื่อคืนนนทลีไปที่โรงแรมและรู้เห็นอะไรบ้าง นึกว่าเธอแค่งอนเขาเรื่องไปดูละครที่วิศนีเล่น แต่นนทลีท่าทางแข็งกระด้าง ฉุนเฉียวมาก พูดโพล่งโดยไม่แคร์ว่าใครจะได้ยิน
“อารุมไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไร นนรับรู้เต็มสองตาของนนตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ละครคงจะสนุกมากสินะ คุณถึงต้องหิ้วนางเอกไปแสดงรอบสองต่อเป็นการส่วนตัว”
วิศนียืนแอบฟังอยู่ข้างประตูถึงกับตะลึงในสิ่งที่ได้ยิน ลูกเกดกับชมพู่แอบอยู่ด้านหลังอ้าปากค้าง มองหน้ากันเลิ่กลั่กเพราะไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน
อารุมกระสับกระส่ายไม่สบายใจ บอกนนทลีว่าไม่ใช่อย่างนั้น พูดแบบนี้วิศนีจะเสียหาย นนทลีสวนทันควันว่า เขาต้องเสียหายอยู่แล้ว ถ้าคิดจะแย่งแฟนคนอื่น
วิศนีหน้าซีดแล้วซีดอีก ทั้งละอายใจ ทั้งไม่พอใจ ขยับจะเดินไปหา แต่ชะงักเพราะลูกเกดกับชมพู่ดึงไว้ด้วยความหวังดี
อารุมเริ่มโมโหแต่พยายามคุมอารมณ์ไม่ให้ร้อนใส่ นนทลีกลับเข้าใจว่าเขาไม่รู้จะแก้ตัวยังไง
“เห็นไหม สุดท้ายคุณก็แก้ตัวไม่ได้อยู่ดี นนถึงได้บอกว่าเราอย่าพูดอะไรกันอีกเลย”
ว่าแล้วเธอสะบัดพรืด เดินหนีมาทางห้องกาแฟ วิศนีโผล่พรวดมาดักหน้า นนทลีชะงักนิดๆ แล้วเดินคอแข็งผ่านไปเหมือนวิศนีไม่มีตัวตน วิศนีหน้าเสีย มองเลยไปยังอารุม ก่อนจะเดินตามเขามาที่ห้องทำงาน
อารุมเข้าใจความรู้สึกของวิศนี แต่ไม่อยากให้เธอคิดมาก เพราะไม่ใช่ความผิดของเธอ
“ทำไมจะไม่ใช่ล่ะคะ เพราะฉันคนเดียวนี่แหละ ขอโทษนะคะที่ทำให้คุณต้องเดือดร้อนไปด้วย”
อารุมมองวิศนีอย่างอาทร “แล้วคุณ...เป็นยังไงบ้าง”
“เรียบร้อยดีค่ะ คงไม่มีใครเซ้าซี้อะไรฉันอีก อย่างน้อยก็อีกซักพัก ฉันควรจะไปคุยกับคุณนนไหมคะ”
“อย่าเพิ่งเลยครับ ให้ผมลองคุยกับนนก่อน”
วิศนีพยักหน้ารับแล้วก้มหน้าก้มตาทำงาน แต่ไม่ทันไรลูกเกดโทร.เข้ามาบอกเธอว่าโยธินมาขอพบ วิศนีถึงกับหน้าเจื่อน ละห้อยละเหี่ยกับชะตากรรมตัวเองที่ยังหนีโยธินไม่พ้น...
กุสุมาได้ยินคนเม้าท์ว่าอารุมกับนนทลีทะเลาะกันเมื่อเช้า อยากรู้ว่าจริงหรือไม่ จึงทำทีเข้ามาหยั่งเชิง ปรากฏว่านนทลีตอบอย่างไม่แคร์
“ก็ดี ให้รู้กันซะให้หมด คนที่คิดจะแย่งของชาวบ้านจะได้ไม่กล้า”
กุสุมาชะงัก รู้สึกเหมือนถูกนนทลีด่ากระทบไปด้วย แต่พยายามกลบเกลื่อนถามต่อไปว่า เธอไม่อายคนอื่นเหรอ?
“เธอไม่ใช่ฉัน เธอไม่เข้าใจหรอกสุ”
“ทำไมฉันจะไม่เข้าใจ เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งนาน เธอรู้สึกยังไงฉันเข้าใจทั้งนั้นแหละ ถ้าเธอจะเล่นไม้แข็งกับเขาสองคน ก็ต้องแข็งให้ถึงที่สุดนะ โดยเฉพาะกับอารุม”
กุสุมาพูดอย่างมีความหมายเพราะหวังจะให้อารุมกับนนทลีร้าวฉานกันมากขึ้น แต่นนทลีไว้ใจเพื่อนจนตามความคิดไม่ทัน เข้าใจว่ากุสุมาพร้อมจะยืนอยู่เคียงข้าง...
โยธินนั่งรอวิศนีอยู่ที่แผนกต้อนรับ เขารีบลุกขึ้นยิ้มแฉ่งเมื่อเห็นเธอเดินมาหา แต่เธอกลับถามเขาอย่างเย็นชาว่ามีธุระอะไร ตนกำลังทำงานอยู่ ชายหนุ่มบอกว่าเป็นห่วง เมื่อคืนติดต่อเธอไม่ได้ ถามหยั่งเชิงว่ามีคนพาเธอไปส่งบ้านอย่างปลอดภัยหรือเปล่า
“ถ้าไม่ปลอดภัยฉันคงไม่ยืนอยู่ตรงนี้หรอกค่ะ”
โยธินรับรู้ว่าวิศนีรำคาญแต่ไม่สนใจ พยายามเอายิ้มเข้าสู้ “คุณแม่ผมฝากขอโทษคุณด้วยที่ปล่อยปละ ละเลยจนเกิดเรื่องขึ้น ท่านเองก็ไม่สบายใจที่มีคนนอกเข้ามาวุ่นวายจนงานต้องเลิกกะทันหัน”
“คนนอกที่คุณว่าก็คือแม่ฉันเอง ฉันคงโทษใครไม่ได้หรอกค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นให้ผมได้ขอโทษในส่วนของผมได้ไหมครับ ที่ปกป้องคุณไม่ได้จนทำให้คุณต้องขายหน้า ผมอยากจะเชิญคุณไปทานข้าวสักมื้อนึง”
วิศนีกำลังจะปฏิเสธ แต่สายตาเหลือบเห็นนนทลีเดินออกมา เลยตอบรับค่อนข้างดัง โยธินอึ้งไปที่ทุกอย่างดูง่ายดาย วิศนียิ้มใส่ พยายามเล่นละครให้นนทลี สบายใจ เดินนำโยธินอย่างกระตือรือร้น พลางหันมาสบตานนทลีที่ยืนมองอยู่
โธยินขับรถพาวิศนีออกไปจากบริษัทอย่างเบิกบาน ผ่านหน้าเดชชาติที่เดินออกมาจากโชว์รูม เดชชาติมองตามด้วยความแปลกใจระคนเป็นห่วงวิศนี ลูกเกดกับชมพู่จับตาอยู่ตลอด เดินเข้ามาแหย่ชายหนุ่มให้ทำใจ นอกจากเขาไม่มีรถสปอร์ตขับแล้วยังไม่มีตำแหน่งเป็นผู้จัดการด้วย ชะเง้อจนคอหลุดเครื่องบินก็ไม่จอดหรอก
“ถึงผมจะเป็นแค่หมามองเครื่องบิน แต่หมาตัวนี้ก็ไม่เคยกัดใคร แล้วก็ไม่เคยเห่าสร้างความรำคาญให้ใครเหมือนคนแถวนี้”
สองสาวสะอึกที่โดนเดชชาติตอกหน้า โดยเฉพาะลูกเกดปากมากถึงกับเต้นเร่าๆด้วยความเจ็บใจ...
ตอนกลางวัน เดชชาติกับอารุมออกไปกินข้าวด้วยกัน อารุมถือโอกาสจะอธิบายเรื่องเมื่อคืนเพราะไม่อยากให้เขาฟังข้อมูลผิดๆจากคนอื่น เดชชาติถามทันทีว่าคนอื่นคือนนทลีใช่ไหม อารุมแปลกใจที่เพื่อนรู้แล้ว
“ข่าวมันแพร่ไวยิ่งกว่าไข้หวัดนกอีกแกเอ๊ย”
“ดีนะที่คุณวิศนีกลับไปแล้ว” อารุมหลุดปากออกมา แต่สะกิดใจเดชชาติอย่างจังจนต้องตั้งคำถาม
“ดูแกจะห่วงคุณวิศนีมากเลยนะ ห่วงมากกว่านนหรือเปล่า”
“แกกำลังจะพูดอะไร”
“ฉันก็แค่ลองถามดู เผื่อจะช่วยให้แกรู้ใจตัวเองมากขึ้นด้วยไง”
อารุมชะงัก สัมผัสได้ถึงความคลางแคลงในสีหน้าเพื่อนรัก “ชาติ...เรื่องของฉันกับคุณวิศนีมันไม่มีอะไร เมื่อคืนฉันก็แค่พาเขาหลบไปสงบสติอารมณ์ แล้วก็แยกย้ายกันกลับบ้าน แกไว้ใจฉันได้”
“ต่อให้มีอะไรมากกว่านั้นฉันก็ไม่ตัดสินแกอยู่แล้ว ฉันแค่อยากให้แกรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ แกกับนนคบกันมากี่ปีแล้วนะ”
“เจ็ดปี”
“นานมากนะเว้ย นานมากจริงๆ” เดชชาติพูดพลางสบตาอารุมจริงจัง เหมือนจะเตือนอยู่ในทีให้เขามีสติ...อารุมมองตอบนิ่งๆ แต่มีแววเคร่งเครียดสับสนอยู่ในใจ
ooooooo
ขณะที่ความสัมพันธ์ของนนทลีกับอารุมกำลังสั่นคลอน แต่ของยุพเยาว์กับแฟนหนุ่มมีอันต้องยุติลงวันนี้แล้ว ยุพเยาว์จับได้ว่าแฟนนอกใจแต่เพิ่งได้รับข้อความ บอกเลิกทางบีบี เธอเสียใจร่ำไห้น้ำตาท่วม เอ่ยชวนวิเวียนไปฉลองความโสดกันคืนนี้ให้เมาปลิ้นไปเลย
นนทลีไม่เห็นด้วย พูดกับกุสุมาที่ยืนมองอยู่ด้วยกันว่า คิดอะไรโง่ๆ แค่ผู้ชายคนเดียวไม่เห็นค่า ทำไมจะต้องทำร้ายตัวเอง
“เธอก็รู้ว่าพวกเขามันเด็กเที่ยว ก็หาเรื่องเที่ยวกันไปเรื่อยนั่นแหละ แต่คราวนี้เราน่าจะไปด้วยนะ”
“เธอจะบ้าเหรอสุ”
“ฉันมีแผน” กุสุมายิ้มพราย...
ตกเย็นเลิกงาน นนทลีทำตามแผนของกุสุมา เข้าไปบอกอารุมว่าเย็นนี้ไม่ต้องรอ ตนจะไปเที่ยวผับกับกลุ่มของวิเวียน พออารุมท้วงว่าเธอไม่เคยเที่ยวสถานที่แบบนั้น นนทลีท้าทายทันทีว่า ก็กำลังจะเคยแล้วนี่ไง
“นน...ถ้านนไม่พอใจอะไรก็มาคุยกันดีกว่า เราจะได้เข้าใจกัน อย่าทำอย่างนี้เลย ผมขอร้อง”
“การที่นนจะไปเที่ยวมันไม่เกี่ยวอะไรกับอารุมเลยนะ แล้วที่นนบอกก็ไม่ได้เป็นการขออนุญาต”
นนทลีพูดจบก็เดินออกไป ทิ้งให้อารุมนั่งหน้าเครียด กุสุมาที่รอจังหวะอยู่แล้ว เดินเข้ามาแสดงความ เห็นใจ อารุมกุมศีรษะกลุ้มใจ บ่นกับเธอว่าไม่รู้จะทำยังไง ดีแล้ว นนทลีไม่ให้โอกาสตนเลย
กุสุมายิ้มสาสมใจที่ทั้งคู่กำลังมีปัญหากันมากขึ้น แต่พออารุมเงยหน้า ก็รีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นเห็นอกเห็นใจทันควัน
“สุก็ไม่รู้จะทำยังไง ห้ามเท่าไรนนเขาก็ไม่ฟัง คงจะถูกพวกนั้นยุให้ประชดอารุมนั่นแหละ”
“สุจะไปกับนนใช่ไหม”
“ก็คงต้องไป สุไม่กล้าให้นนไปที่แบบนั้นคนเดียวหรอก เอาเถอะจ้ะอารุม ลองปล่อยนนไปสักครั้ง บางทีเขาอาจจะไม่ชอบจนเข็ดไปเลยก็ได้นะ” กุสุมากุมมือเขาปลอบใจ อารุมสบตาเธอ พยักหน้ารับอย่างจำยอม
ooooooo
โยธินพาวิศนีไปกินอาหารที่โรงแรมของตน จู่ๆอวลอบโผล่มาพร้อมกลุ่มนักข่าว ชายหนุ่มทำไก๋ว่าแม่มาได้ยังไง ทั้งที่ความจริงสองแม่ลูกเตี๊ยมกันไว้ล่วงหน้า ต้องการให้วิศนีเป็นข่าวกับโยธิน
ได้ผล! นักข่าวรุมถ่ายรูปกันใหญ่ แถมแย่งกันสัมภาษณ์ถึงความสัมพันธ์ของทั้งคู่ อวลอบทำเป็นห้ามปราม ต้อนนักข่าวไปสัมภาษณ์เชฟและถ่ายรูปมุมอื่นเพื่อเอาไปออกทีวี พร้อมกันนี้ก็แอบส่งข้อความเข้ามือถือลูกชายว่าแม่จัดการโปรโมตให้แล้ว ต่อไปก็เป็นหน้าที่ของลูกต้องรวบหัวรวบหางให้เร็วที่สุด อย่าให้พลาด!
โยธินแอบอ่านข้อความแล้วใช้สมองคิดแผนต่อ ถามวิศนีว่าคืนนี้ว่างหรือเปล่า เขาอยากเชิญเธอไปฟังเพลงที่ผับของเพื่อน น้องสาวเพื่อนกำลังจะไปเรียนที่ฝรั่งเศส เลยอยากปรึกษาเรื่องการใช้ชีวิตที่โน่น...วิศนีเคยอยู่ฝรั่งเศสมาก่อน ได้ยินเหตุผลของเขาก็ปฏิเสธไม่ออก
เย็นนั้น อารุมไม่สบายใจเรื่องนนทลีจนไม่อยากกลับไปนอนคอนโดคนเดียวกลัวฟุ้งซ่าน เขาตั้งใจไปนอนที่กุฏิหลวงตา แต่ทำไปทำมาก็ต้องกลับคอนโดอยู่ดี หลังถูกหลวงตาจับได้ว่ามีปัญหา แล้วเตือนสติให้ทบทวนหาต้นเหตุและคิดอ่านแก้ไข
อารุมกลับมาใคร่ครวญอยู่สักพัก เขาไม่ยอมให้ความรักที่บ่มเพาะมาตั้งเจ็ดปีพังทลายลงง่ายๆ เขาโทร.หานีรนุชก่อนจะตามนนทลีไปที่ผับเพื่อปรับความเข้าใจกัน นนทลีพอรู้จากน้องสาวว่าอารุมกำลังจะมาก็ดีใจ รีบบอกกุสุมาแล้วจะไปรอเขาหน้าผับ
กุสุมาเซ็งทันที ท่าทางสองคนจะคืนดีกันเร็วกว่าที่คิด รีบเดินตามมารั้งนนทลีไว้
“เธอจะกลับเลยไม่ได้นะ มันจะเสียแผนหมด ฉันบอกแล้วว่าที่เรามาที่นี่ ก็เพื่อให้อารุมเห็นว่าเธอเปลี่ยนไปเพราะเขาเป็นต้นเหตุ ต้องทำให้เขารู้สึกผิดให้ถึงที่สุดก่อน อย่าไปยอมง่ายๆ”
“แต่ที่นี่มันเสียงดัง ฉันไม่ชอบ”
“แต่ถ้าเขามาง้อแล้วเธอก็คืนดีง่ายๆ มันก็จะกลับไปเป็นแบบเดิมอีก เธอจะชอบเหรอ มาถึงขนาดนี้แล้วนะนน เธอต้องกล้าเสี่ยง ไม่งั้นเธออาจจะต้องเป็นฝ่ายแพ้”
“แล้วฉันต้องทำยังไง”
“กลับไปนั่งที่โต๊ะ ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ก่อน ถ้าอารุมมา เขาต้องเป็นฝ่ายหาเธอให้เจอเอง”
นนทลีคล้อยตาม ยอมให้กุสุมาดึงแขนกลับไป พอทั้งสองคล้อยหลัง วิศนีที่มากับโยธินได้สักพักเดินเซไปทางห้องน้ำ เธอไม่รู้สาเหตุว่าตัวเองเป็นอะไรถึงมึนๆ เบลอๆ แต่โยธินรู้แก่ใจเพราะเป็นคนผสมยาบางอย่างในแก้วเครื่องดื่มให้เธอกิน แล้วนั่งใจเย็นรอคอยเมื่อเธอขอตัวไปห้องน้ำ
อารุมมาถึงผับแล้ว ผู้คนมากมายคิดว่าเดินหานนทลีคงลำบาก จึงโทร.หาเพื่อให้รู้ตำแหน่ง แต่เจ้าของมือถือไม่ทันจะกดรับ กุสุมาแย่งไปพร้อมกับส่ายหน้าปราม นนทลีมองเพื่อนงอนๆ แต่ก็ไม่แย่งคืนเพราะความเชื่อใจ
เมื่อติดต่อแฟนสาวไม่ได้ อารุมเดินทางโน้นทางนี้จนไปเจอวิศนีทรุดอยู่หน้าห้องน้ำ เขาตกใจมากเข้าประคองพาเธอออกมาที่โล่งหน้าผับ ถามเธอว่าเป็นอะไร วิศนีคอพับคออ่อนเห็นอารุมเบลอๆ พูดไม่รู้เรื่อง ทิ้งตัวเอนซบไหล่เขา ลูกเกดกับชมพู่เดินออกมาเห็นพอดี!
จากนั้นไม่นานนัก นนทลีก็ชักแถวเพื่อนๆออกมาเห็นกับตาตัวเอง อารุมกำลังป้อนน้ำวิศนีที่สะลึมสะลือ นนทลีทั้งโกรธทั้งหึงหวง กระชากเสียงใส่แฟนหนุ่มดังลั่น
“อารุม! นี่คือเหตุผลที่คุณมาที่นี่เหรอ”
“ไม่ใช่นะนน ผมเพิ่งพบคุณวิศนีข้างใน เธอ...”
“ก็เลยลากกันออกมานัวเนียอวดชาวบ้าน”
กุสุมาทำเป็นดึงแขนนนทลีอย่างปรามๆ ลูกเกด ชมพู่ ยุพเยาว์ วิเวียน และเพื่อนคนอื่นๆเกาะติดสถานการณ์ตาลุกวาว
“นน...อย่าเพิ่งพูดกันตอนนี้ได้ไหม คนมองเยอะแล้ว” อารุมขอร้อง
“มองก็มองไปสิ นนไม่อาย คนแย่งแฟนชาวบ้านสิต้องอาย คุณทำอย่างนี้ได้ยังไง คุณไม่นึกถึงใจนนเลยเหรอ คุณมาหานน แต่พอเจอผู้หญิงคนนี้คุณก็หนีมานั่งกอดกับเขา”
วิศนีได้ยินเสียงเอะอะ พยายามลืมตามองและจะอ้าปากพูด แต่เกิดคลื่นไส้โก่งคอขย้อนมาทางนนทลี...อารามตกใจกลัวโดนอ้วกใส่ นนทลีผลักเธอให้ห่างตัว วิศนีซึ่งป้อแป้เต็มทีทรงตัวไม่อยู่ล้มหงายหลังไปกับม้านั่งแล้วแน่นิ่ง อารุมเข้ามาเขย่าตัววิศนีพลางต่อว่าแฟนสาวทำไมทำอย่างนี้ นนทลียิ่งเจ็บใจ ตวาดลั่นทั้งน้ำตา
“เชิญเลย เชิญดูแลกันไปซะให้พอ!!”
นนทลีวิ่งหนีเข้าไปในผับทันที หลายคนใช้โทรศัพท์ ถ่ายคลิปโดยตลอด อารุมประคองวิศนีที่หมดสติไปแล้วขึ้นมา และมองตามนนทลีไปอย่างพะวักพะวน ก่อนจะหันกลับมาที่กุสุมา
“คุณวิศนีท่าทางจะแย่ ผมคงต้องไปส่งเธอก่อน บอกนนด้วยนะว่าเดี๋ยวจะกลับมารับ”
กุสุมาพยักหน้า แต่มองตามอารุมที่อุ้มวิศนีออกไปด้วยสีหน้าไม่พอใจนัก...ส่วนในผับ โยธินกระสับกระส่ายที่วิศนีหายไปนาน ให้พนักงานช่วยตามหาก็ไม่เจอ ฝ่ายนนทลีที่กลับเข้ามากับกลุ่มของยุพเยาว์ เธอสั่งเหล้ามาดื่ม กุสุมาตามมาเห็น ลอบยิ้มสะใจแล้วกระทุ้งเข้าไปอีกว่า อารุมฝากมาบอกว่าเขาจะพาวิศนีไปส่งบ้าน นนทลีเจ็บจี๊ดที่ใจ คว้าเหล้าดื่มอั๊กๆ
ooooooo
อารุมขับรถมาส่งวิศนีที่ยังไม่รู้สึกตัว อำนวยกับกรแก้วตกใจ สาวใช้สองคนรีบวิ่งมาประคองวิศนีลงจากรถ อำนวยถามอารุมว่าเกิดอะไรขึ้น
“ผมพบคุณวิศนีที่ผับน่ะครับ ดูเหมือนเธอจะไม่ค่อยสบาย”
“สภาพนี้คงเมามาล่ะสิ ทำไมถึงได้เหลวไหลอย่างนี้นะ วิศนีตื่น...ตื่นเดี๋ยวนี้” อำนวยปราดเข้าไปจับหน้า วิศนีเขย่าด้วยความโกรธ กรแก้วอายอารุมรีบเตือนสามี แต่เขาโกรธจนลืมตัวถึงกับพูดโพล่ง “เมาเละขนาดนี้ยังจะเหลืออะไรให้อายอีกล่ะคุณ...วิศนีตื่น ฉันบอกให้แกตื่น”
กรแก้วเห็นท่าไม่ดี เร่งสาวใช้ให้พาวิศนีไปเช็ดตัวบนห้อง อารุมจึงไหว้ลาผู้ใหญ่ทั้งสองแล้วหันมาขึ้นรถ แต่ยังได้ยินเสียงอำนวยตามไปเอะอะกับวิศนีอีก เขาอดเป็นห่วงเธอไม่ได้
อำนวยหงุดหงิดโมโหลูกสาวที่สร้างแต่เรื่อง ตั้งใจว่าพรุ่งนี้เช้าต้องเล่นงาน แต่กรแก้วไม่เห็นด้วย กลัวจะกลายเป็นยิ่งว่าเหมือนยิ่งยุ เขาน่าจะรู้จักนิสัยลูกตัวเองดี
“แต่ยังไงผมเป็นพ่อ ผมปล่อยให้มันทำตัวอย่างนี้ไม่ได้”
“งั้นก็จัดการเรื่องเธอกับโยธินให้เป็นเรื่องเป็นราวสิคะ คุณไม่แปลกใจเหรอว่าทำไมคุณวิศนีถึงกลับมากับนายอารุม ทั้งที่โยธินเป็นคนมารับเธอออกไป”
อำนวยฟังแล้วนิ่งไป เพิ่งฉุกใจคิดเหมือนกัน กรแก้วย้ำว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรก เขายิ่งลังเลว่าเรื่องที่อวลอบกับกรแก้ว สงสัยจะเป็นจริง...
ที่ผับ...นนทลีเริ่มมึนเมา บอกเพื่อนๆว่าฉลองให้ตัวเองที่เป็นโสดแล้ว กุสุมานั่งยิ้มสะใจ แต่ท้วงเพื่อนว่าอย่าพูดส่งเดช
“ก็หรือไม่จริง แฟนฉันไปกับผู้หญิงคนอื่นต่อหน้าต่อตา ยังจะคิดว่าฉันเหลือความหวังอะไรอีกเหรอ...ไม่มีเหล้าแล้วใช่ไหม งั้นฉันจะไปสั่งเอง”
นนทลีลุกขึ้นเดินเซออกไป กุสุมาร้องเรียกแต่ไม่เดินตาม พอเห็นโทรศัพท์มือถือนนทลีที่เก็บไว้ในกระเป๋าตัวเองส่องแสงวาบๆเพราะอารุมโทร.มา ก็ทำที ลุกขึ้นบอกลาพวกยุพเยาว์ พร้อมกับคว้ากระเป๋านนทลีออกไปด้วย
โยธินกำลังหงุดหงิดตามหาวิศนีไม่เจอ เขาเดินมาชนนนทลีอย่างจัง ชายหนุ่มรีบขอโทษและถามเธอว่ามากับใคร หญิงสาวไม่ตอบแต่ยอกย้อนด้วยความโมโห
“แล้วคุณล่ะมากับใคร มากับวิศนีหรือว่าตามมันมา”
โยธินทำหน้างุนงง นนทลีพาลตบฉาดเข้าที่หน้าเขาเพราะความเมา
“มันไปแล้ว มันไปกับอารุมอีกแล้ว เข้าใจมั้ย ผู้หญิงของคุณแย่งแฟนฉัน”
นนทลีพูดจบก็ปล่อยโฮออกมา แล้วโผเข้าหาโยธินอย่างต้องการที่พึ่ง...ขณะเดียวกันนั้นหน้าผับ กุสุมาจัดการปิดมือถือของนนทลี แล้วใช้เครื่องตัวเองโทร.หาอารุม แต่งเรื่องว่าอยู่ดีๆนนทลีก็ผลุนผลันกลับบ้านไม่รอตนเลย ตนโทร.หาก็ปิดเครื่อง และตนก็ไม่รู้จะกลับยังไง อารุมกำลังจะถึงผับอยู่แล้ว จึงบอกให้กุสุมารอก่อน เดี๋ยวตนไปรับเอง
ขณะที่กุสุมายืนยิ้มสมใจรอคอยอารุมอยู่นั้น...ด้านในผับ นนทลีสงบสติอารมณ์ได้แล้ว เธอถามโยธินตรงๆว่าเป็นอะไรกับวิศนี ไม่ใช่แฟนกันหรอกหรือ ถึงปล่อย ให้เธอมายุ่งกับคนของตน ชายหนุ่มอึกอัก ไม่อยากให้ข้อมูลผูกมัดตัวเองตามประสาหนุ่มเจ้าชู้ เลยตอบอ้อมแอ้ม
“ที่จริงเราก็แค่รู้จักกันเฉยๆ ผมคงไปห้ามอะไรเขาไม่ได้หรอก”
“ต้องห้ามได้สิ คุณต้องห้ามเขา ฉันไม่อยากเสียอารุมไป”
“แฟนคุณวิเศษมากขนาดนั้นเลยเหรอ คุณคิดไปเองหรือเปล่า”
“คุณไม่รู้อะไร ผู้หญิงคนนี้จ้องอารุมมาตั้งแต่ทำงานวันแรกแล้ว ใครๆก็เตือน แต่ฉันไม่เชื่อ สุดท้ายฉันก็เสียรู้มัน”
นนทลีฟุบหน้าลงร้องไห้กับโต๊ะ โยธินถือโอกาสแต๊ะอั๋งด้วยการลูบไหล่ปลอบ นนทลีเรียกสติตัวเองคืนมา เงยหน้าปาดน้ำตาแล้วลุกขึ้นบอกว่าจะกลับบ้าน แต่พอเดินมาที่โต๊ะเพื่อนๆ ปรากฏว่าทุกคนกลับไปหมดแล้ว โยธินจึงอาสาไปส่ง โดยให้เธอบอกทาง
ooooooo
ขณะนั่งมาในรถโยธิน นนทลีผล็อยหลับเพราะความเมา ชายหนุ่มถือโอกาสนี้พาเธอไปที่บ้านของตน แต่จังหวะที่ประคองเธอลงจากรถ เธอรู้สึกตัวโวยวายใส่เขาอย่างไม่พอใจ ยิ่งได้ยินเขาบอกว่านอนที่นี่สักคืนแล้วจะชอบ หญิงสาวยิ่งโมโห ฟาดหน้าเขาฉาดใหญ่แล้ววิ่งหนีเตลิดออกไป
โยธินกลัวจะเป็นเรื่องใหญ่ อีกใจก็ยังจะหวังใช้ประโยชน์จากนนทลีในการแยกวิศนีกับอารุม จึงขึ้นรถขับตามเธอไป กดกระจกลงขอร้องเธอให้ขึ้นรถ
“ไปให้พ้นนะ ไม่งั้นฉันจะร้องให้คนช่วย” เธอตวาดแว้ด
“คุณนนทลี ผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจจะดูถูกคุณ ผมแค่เมาไปหน่อย ขึ้นรถเถอะครับ เดี๋ยวผมไปส่ง”
“ฉันไม่ได้โง่นะ”
“แล้วคุณจะกลับยังไง แท็กซี่ก็ไม่มี กระเป๋าสตางค์ก็อยู่ที่เพื่อนคุณไม่ใช่เหรอ”
นนทลีนึกได้ ชะลอฝีเท้าลง โยธินขับรถมาจอดเทียบ พยายามอ้อนวอน
“ผมขอโทษเรื่องเมื่อกี้จริงๆนะ ให้ผมได้แก้ตัวอีกครั้งนะครับ”
นนทลีหยุดเดินแต่ยังมองเขาอย่างลังเล โยธินให้ความมั่นใจด้วยการหยิบโทรศัพท์มือถือออกมากดเลข 191 ทิ้งไว้ให้
“เอ้า ผมให้โทรศัพท์คุณไว้ ถ้าคิดว่าผมจะทำมิดีมิร้าย ก็กดได้เลย”
หญิงสาวรับโทรศัพท์มา เห็นเป็นอย่างที่เขาพูดก็คลายใจ แต่ยังไงก็ไม่ยอมนั่งคู่เขาเบาะหน้า เดินมาเปิดประตูนั่งเบาะหลังอย่างระมัดระวังตัว
ที่บ้านนนทลี...เดชชาติกับน้องชายอีกคนมาอยู่เป็นเพื่อนนีรนุชจนผล็อยหลับไปก่อนด้วยความง่วง นีรนุชเองก็เริ่มไม่ไหว กำลังเคลิ้มๆต้องตกใจกับเสียงทุบประตูดังระรัว
หญิงสาวสะบัดศีรษะไล่ความง่วง รีบเดินไปเปิดประตู ทันใดนั้นนนทลีพรวดพราดเข้ามาในสภาพมึนเมา กลิ่นเหล้าคละคลุ้ง
“พี่นน...นุชเป็นห่วงแทบแย่ โทร.ไปก็ไม่ติด”
พี่สาวไม่ตอบ ก้มหน้าก้มตาเดินเลี่ยงไป...นีรนุชยังตามตื๊อด้วยความเป็นห่วง
“ทำไมพี่นนกลับช้าจังล่ะคะ แล้วพี่อารุมไปรับหรือเปล่า”
นนทลีได้ยินชื่ออารุมก็รู้สึกเซ็งขึ้นมาอีก แต่ยังไม่อยากเล่าอะไร ได้แต่บอกน้องว่าอย่าเพิ่งถามตอนนี้เลย ตนเพลียมาก แต่นีรนุชอดรนทนไม่ไหวถามเรื่องกินเหล้าอีก พี่สาวละอายใจ ทำเป็นโกรธกลบเกลื่อน
“ก็บอกว่าอย่าเพิ่งถามไง”
นีรนุชอึ้งเพราะไม่เคยถูกดุมาก่อน นนทลีเหมือนรู้ตัว พยายามปรับอารมณ์ใหม่ พูดเสียงอ่อนลง
“พี่ง่วงแล้ว มีอะไรค่อยคุยกันพรุ่งนี้”
นนทลีเดินหนีขึ้นห้องทันที นีรนุชมองตามพี่สาวด้วยความเป็นห่วง รับรู้ได้ถึงความไม่ชอบมาพากล
ooooooo
วิศนีเดินเข้ามาในบริษัทตอนเช้าวันใหม่ สังเกตเห็นพนักงานจับตามองตนและหยิบโทรศัพท์ออกมาดูพลางซุบซิบกัน บ้างก็ชี้ชวนดูอะไรบางอย่างในคอมพิวเตอร์ วิศนีรู้สึกแปลกๆกับท่าทางของแต่ละคน แต่พยายามไม่สนใจ ก้าวต่อไปเกือบจะถึงห้องทำงานตัวเองอยู่แล้ว ฉับพลันก็ได้ยินเสียงพนักงานสองคนเม้าท์กัน
“จริงหรือเปล่าที่เขาว่าคุณวิศนีกับนนทลีตบกันในผับ”
“จริงสิ ฉันเห็นในยูทูบแล้ว หน้าชัดเป๊ะ เธอไปเซิร์ชเลยนะชื่อคลิปไฮโซตบกันแย่งผู้ชาย”
“ต๊าย...ฉาวมากเลยนะเนี่ย ไม่ดังไปทั่วประเทศแล้วเหรอ”
วิศนียืนอึ้งตัวชา เพราะจำไม่ได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น เวลาเดียวกันนั้นเอง กรแก้วเห็นข่าวนี้แล้วเช่นกัน เธอรีบโทร.หาอำนวยที่บริษัท ถามเขาว่าตอนนี้อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์หรือเปล่า?
หลังจากนั้นไม่นาน วิศนีถูกอำนวยเรียกพบเพื่อให้อธิบายคลิปฉาวในอินเตอร์เน็ตว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่วิศนีตอบไม่ได้ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น อำนวยโมโหถึงกับทุบโต๊ะเปรี้ยง
“แกแก้ตัวได้แค่นี้เหรอ”
เสียงเคาะประตูดังขึ้น อำนวยหันไปเห็นอารุมกับนนทลี “อ้อ มาพร้อมกันก็ดี จะได้ช่วยกันเล่าซิว่ามันเกิดอะไรขึ้น”
อารุมอธิบายว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน ทุกอย่างเป็นอุบัติเหตุ แต่พออำนวยถามวิศนีว่าจริงหรือเปล่า คำตอบก็ยังเหมือนเดิมคือเธอจำไม่ได้ นนทลีจึงอธิบายเสริมว่า เมื่อคืนวิศนีไม่สบายแล้วกำลังจะอาเจียน ตนตกใจก็เลยพลั้งมือผลักเธอออกไป
“นี่แกเมาขนาดนี้เลยเหรอ” อำนวยหันไปตำหนิวิศนีอย่างฉุนๆ เพราะอายลูกน้องด้วย
“ผมรับรองได้ครับว่านนไม่ได้ทำร้ายใคร เธอไม่ได้มีนิสัยแบบนั้น”
นนทลีเหลือบมองอารุมทันที ไม่นึกว่าหลังจากเกิดเรื่องแบบนั้นเขายังจะเข้าข้าง อำนวยนิ่งไปนิดแล้วคิดขึ้นมาได้อีกเรื่อง เพราะเป็นสิ่งที่ตัวเองกังวลอยู่
“แล้วไอ้ที่เขาว่า...ตบตีแย่งผู้ชายกันล่ะ”
“ผมกับคุณวิศนีเป็นแค่เพื่อนร่วมงานกันครับ แล้วผมกับนนก็รักกันดีครับ” อารุมย้ำหนักแน่น จับมือนนทลีกุมไว้ สบตาเธออย่างจริงใจ วิศนีแอบเหลือบมองสองมือที่กุมกันนั้นด้วยความเจ็บแปลบ ในขณะที่อำนวยโล่งใจ
“ถ้าคุณยืนยันแบบนี้ ผมก็ไม่ติดใจอะไร...เชิญ”
อารุมกับนนทลียกมือไหว้อำนวยแล้วหันหลังออกไป วิศนีจะเดินตาม แต่อำนวยรีบบอกให้อยู่คุยกับพ่อก่อน...
กลุ่มเพื่อนพนักงานด้วยกันเห็นอารุมกับนนทลีเดินออกมา ทุกคนพุ่งเข้าใส่อยากทราบผล อารุมตอบสั้นๆ ท่านไม่ได้ว่าอะไร แล้วเดินจากไปทันที เดชชาติจึงให้ทุกคนแยกย้ายไปทำงาน
ในห้อง สองพ่อลูกเผชิญหน้ากันตามลำพัง อำนวยต้องการคำตอบจากวิศนีว่าเมื่อคืนทำไมอารุมถึงเป็นคนมาส่งเธอ
“หนูไม่รู้ จำได้แค่ว่าเพื่อนคุณโยธินสั่งเครื่องดื่มให้ระหว่างที่เขายังมาไม่ถึง แต่พอดื่มไปแล้วหนูก็ไม่รู้ตัวอีกเลย”
“พ่อคุยกับโยธินแล้ว เขาบอกว่าเมื่อคืนอยู่ๆแกก็หายตัวไป ตามหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ จนร้านเลิกเขาถึงกลับบ้าน”
“พ่อคิดว่าหนูโกหกหรือไงคะ คิดว่าหนูนัดพบกับคุณอารุมในผับที่แฟนเขามาเที่ยวกับเพื่อนเพื่อจะให้เขามาแหกอกประจานหนูไปทั่วอินเตอร์เน็ตอย่างนี้เหรอ”
“พ่อไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น แต่แกรู้ใช่ไหมว่ามีคนซุบซิบเรื่องของแกกับอารุม พ่อไม่อยากให้มันบานปลายไปมากกว่านี้ มันจะเสียการปกครอง”
“พ่อไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ก็อย่างที่คุณอารุมเขาบอกนั่นแหละ หนูกับเขาเป็นแค่เพื่อนร่วมงานกันเท่านั้น ไม่มีทางเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นได้” วิศนีเชิดหน้าตอบ ในใจก็พยายามบอกตัวเองให้คิดแบบนั้นเช่นกัน เพื่อไม่ให้เจ็บไปกว่านี้...
นนทลีตามอารุมเข้ามาในห้องทำงาน เธอขอบคุณเขาเรื่องที่พูดต่อหน้าอำนวยเมื่อสักครู่ ชายหนุ่มย้ำอีกครั้งว่ามันเป็นสิ่งที่ตนต้องทำอยู่แล้ว แล้วมันก็เป็นเรื่องจริง หญิงสาวได้ฟังยิ่งละอายกับความเลอะเทอะของตัวเอง
“แล้วเมื่อคืนคุณกลับยังไง รู้ไหมว่าผมเป็นห่วงมาก” อารุมลุกมาถามอย่างอาทร นนทลีไม่กล้าสบตา โกหกเขาว่ากลับแท็กซี่ “อย่าทำแบบนั้นอีกนะ สงสารผมเถอะ”
นนทลีแทบน้ำตาร่วงด้วยความซึ้งใจ ยอมรับว่าเมื่อคืนตนทำตัวแย่มาก ตนรู้ตัวแต่ที่ทำลงไปก็เพราะกลัวจะเสียเขาไป
“ผมรู้”
นนทลีกลั้นน้ำตาไม่อยู่ โผเข้ากอดเขาแน่น “นนขอโทษ มันจะไม่มีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นอีกแล้ว”
นนทลีร้องไห้สะอึกสะอื้นในอ้อมอกอารุม...วิศนียืนหน้าเศร้ามองเข้ามา ครู่หนึ่งก็ถอยออกไปเงียบๆ พยายามปลอบตัวเองให้เข้มแข็ง ไปชวนเดชชาติกินข้าวกลางวัน พอถึงร้านอาหาร เดชชาติถามเธอว่าจะทำยังไงกับเรื่องคลิป
“ไม่ทำยังไงหรอกค่ะ มันหลุดออกไปแล้วก็ต้องช่างมัน ใครจะคิดยังไงก็ปล่อยเขา ขอแค่คนที่รักฉันเข้าใจฉันก็พอ”
“ผมเข้าใจครับ” เดชชาติตอบพรวดอย่างลืมตัว พอเห็นหญิงสาวชะงักก็เขินหน้าแดง รีบกลบเกลื่อน “เอ่อ...ผมหมายถึง ผมก็เป็นคนหนึ่งที่เข้าใจคุณวิศนีนะครับ”
วิศนีรู้ว่าเดชชาติคิดยังไง แต่ไม่สามารถตอบสนองได้ พูดจากใจว่า “ขอบคุณค่ะ คุณเป็นเพื่อนแท้ของฉันจริงๆ”
เดชชาติหน้าเสีย เมื่อรู้ว่าหญิงสาวให้ค่าเขาเพียงแค่เพื่อนเท่านั้น...ครู่ต่อมา อารุมกับนนทลีเดินเข้ามานั่งโต๊ะถัดไป สองฝ่ายเห็นกัน วิศนีพยายามทำตัวสนิทสนมเดชชาติเพื่อความสบายใจของนนทลี ขณะเดียวกันนนทลีก็ดูเอาอกเอาใจอารุมเป็นพิเศษ แถมชักชวนเขาทำท่าน่ารักๆถ่ายรูปด้วยมือถือเก็บไว้
เมื่อกลับเข้าบริษัท นนทลีร่าเริงเบิกบานจนกุสุมาแปลกใจทักถามเธอว่าอารมณ์ดีมาจากไหน?
“ก็ฉันคืนดีกับอารุมแล้ว”
กุสุมาหน้าเผือดไปอย่างผิดหวัง “เหรอ ดีใจด้วยนะ แล้วตกลงเมื่อคืนอารุมเขาไปไหนล่ะ”
“เขาก็ไปส่งคุณวิศนีที่บ้าน แล้วก็กลับมารับเธอไม่ใช่เหรอ”
กุสุมาตกใจ เพราะไม่นึกว่านนทลีจะรู้เรื่องนี้แล้ว รีบแก้ตัวปากคอสั่น “คือ...ตอนนั้นฉันไม่รู้ว่าเธอไปไหน คิดว่าเธอกลับไปแล้ว ฉันก็เลยบอกอารุม แล้วเธอไปทำอะไรที่ไหน ทำไมถึงไม่กลับมาหาฉัน”
คราวนี้นนทลีเป็นฝ่ายหน้าเผือดบ้าง เพราะไม่อยากให้ใครรู้เรื่องตนกับโยธิน “ช่างเถอะ มันเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน อ้อ แต่วันนี้ฉันกับอารุมอยากกลับบ้านกันตามลำพัง เธอคงกลับเองเป็นนะ”
กุสุมารู้ว่าถูกแดกดัน มองตามนนทลีอย่างเจ็บใจ...ครั้นตกเย็นอารุมไปส่งนนทลีที่บ้าน พอรถชายหนุ่มคล้อยหลังเท่านั้น หญิงสาวยังไม่ทันเข้าบ้าน โยธินโผล่มาจากไหนไม่รู้พร้อมช่อดอกไม้ ตรงเข้ามาขอโทษเธอเรื่องเมื่อคืน
“คุณโยธิน...คุณไม่ต้องทำอย่างนี้ก็ได้”
“ต้องทำสิ ก็ผมทำให้คุณหมดความไว้เนื้อเชื่อใจ ทั้งที่จริงๆแล้วเราควรจะเป็นเพื่อนกันได้ ผมเสียใจจริงๆนะครับคุณนน”
“เอาเถอะค่ะ ฉันไม่ถือสาหรอก คุณกลับไปเถอะ แล้วก็ไม่ต้องมาที่นี่อีกนะคะ ฉันไม่อยากอธิบายกับใครต่อใครว่าเรารู้จักกันได้ยังไง”
“ผมมันน่ารังเกียจขนาดนั้นเลยเหรอ”
“ไม่ใช่ แต่ฉันมีแฟนแล้วคุณเข้าใจไหม คุณเอาเวลาไปตามตื๊อคุณวิศนีเถอะ จะได้ไม่มีเรื่องกันอีก”
ขณะที่สองคนยืนคุยกัน เดชชาติกับน้องชายเดินผ่านมาเห็น แต่สองคนนั้นไม่เห็นพวกเขา น้องชายเดชชาติจำโยธินได้เพราะเคยเล่นละครด้วยกัน ทำท่าจะเข้าไปทัก เดชชาติรีบดึงคอเสื้อน้องไว้
“เฮ้ยๆ ไม่ต้อง ผู้ใหญ่เขากำลังคุยกัน...ไปช่วยแม่เก็บร้านดีกว่า”
เดชชาติรุนหลังน้องชายเดินออกไปอีกทาง แต่ยังไม่วายมองมาที่นนทลีกับโยธินด้วยความสงสัย...ต่อมา เมื่อนีรนุชเห็นพี่สาวเข้าบ้านพร้อมดอกไม้ช่อสวย เธอยิ้มแซวพี่สาวและอยากรู้ชื่อแซ่คนให้
“เธอไม่ต้องรู้หรอก ถ้าชอบก็เอาไปไว้บนห้องไป”
นีรนุชไม่เอะใจ หอมแก้มพี่สาวแล้วรีบเอาดอกไม้ขึ้นไปใส่แจกันที่ห้องตัวเอง พอเห็นเดชชาติยืนมองจากหน้าต่างบ้านเขา เธอรีบชูแจกันโชว์ดอกไม้ คุยอวดว่าสงสัยพี่อารุมให้พี่นนมา เดชชาติรู้ว่าไม่ใช่แต่ไม่ขัด ครุ่นคิดแปลกใจซ้ำสองว่านนทลีกับโยธินสนิทสนมกันถึงขั้นไหน
ooooooo
ทางด้านโยธิน หลังแยกจากนนทลีมาแล้วเขากลับเข้าบ้าน เจออวลอบนั่งหน้าเครียดเพราะเพิ่งตัดใจขายรถส่วนตัวใช้หนี้ แต่ก็ได้แค่บางราย ยังมีอีกหลายรายที่ทวงแล้วทวงอีก เธอไม่รู้จะทำยังไงดีแล้ว
“เอาบ้านไปจำนองไหมครับคุณแม่”
“จะบ้าเหรอ ถ้าเป็นแบบนั้นคนก็ยิ่งรู้น่ะสิว่าเราถังแตก...ทำไมพ่อแกไม่อยู่รับผิดชอบสิ่งที่ตัวเองก่อไว้นะ” อวลอบเครียดจนเริ่มพาล
“ใจเย็นๆครับคุณแม่”
“ก็แกมัวแต่ใจเย็นอยู่นี่ไง ถึงจับยายวิศนีนั่นไม่ได้ซักที เดี๋ยวไอ้บ้าที่ไหนคว้าไปกิน เราได้อดตายกันทั้งแม่ทั้งลูกแน่ เราต้องเดินหน้ามากกว่านี้”
โยธินเดินหน้าอย่างที่อวลอบต้องการในวันรุ่งขึ้น เขานัดหมายจะไปกินข้าวที่บ้านอำนวยโดยบอกผ่าน กรแก้วมา ซึ่งสองผัวเมียอยากแยกวิศนีออกจากอารุมอยู่แล้ว จึงพยายามคะยั้นคะยอให้เธออยู่รอ เพื่อจะได้ทำความคุ้นเคยกับโยธินให้มากๆ แต่วิศนีปฏิเสธหัวชนฝา ทำให้อำนวยโมโหมากสั่งกักบริเวณเธอห้ามออกไปไหน จนกว่าโยธินกับอวลอบจะมาถึง
วิศนีไม่ยอมแพ้ แอบปีนป่ายหนีลงจากห้องมาจนได้ แล้วรีบร้อนขับรถออกจากบ้าน สวนกับรถโยธินที่กำลังเข้าซอยมา สองแม่ลูกเห็นชัดว่าวิศนีไปแล้ว ได้
แต่มองตามอย่างเจ็บใจ แต่ยังไงโยธินก็ไม่รามือง่ายๆ ยิ่งวิศนีท้าทายแบบนี้ เขายิ่งต้องเอาชนะ
หนีออกมาได้สักพัก วิศนีเจออารุมโดยบังเอิญที่ริมถนน รถของเขาเสียอีกตามเคย ทั้งที่เพิ่งเอาออกจากอู่ซ่อมมาไม่นาน อารุมเซ็งมาก บอกเธอว่าคงต้องให้อู่มาลากไป
“แล้วนี่คุณมาทำอะไรแถวนี้คะ”
“มีบ้านจัดสรรเปิดโครงการใหม่ใกล้ๆแถวนี้ ผมเลยแวะมาดู”
“เรือนหอเหรอคะ”
อารุมพยักหน้า หญิงสาวแอบเศร้า แต่พยายามทำสดชื่นกลบเกลื่อน บอกว่าดีเลย ตนอยากไปดูบ้านของตัวเองเหมือนกัน ชวนเขาไปด้วยกัน ครั้นถึงหน้าสำนักงานขาย อารุมถามวิศนีว่านึกยังไงถึงจะมาดูบ้านของตัวเอง
“ก็เบื่อไงคะ เบื่อคน อยากอยู่คนเดียว จะได้ไม่ต้อง มีใครมาวุ่นวายกับชีวิต”
ชายหนุ่มพยักหน้าเข้าใจ เพราะรู้ว่าเธอมีปัญหาอะไร พนักงานขายออกมาเห็นทั้งคู่ก็รีบต้อนรับขับสู้พาชมบ้านตัวอย่างซึ่งมีหลายแบบ หล่อนอธิบายน้ำไหลไฟดับ เข้าใจว่าพวกเขาเป็นคู่รักที่กำลังจะซื้อเรือนหอ
อารุมกับวิศนีชอบบ้านหลังเดียวกัน ซึ่งเป็นบ้านหลังเล็กแต่มีบริเวณค่อนข้างกว้าง ภายในตกแต่งเรียบง่ายแต่สวยงามน่าอยู่
“คุณว่าคุณนนทลีจะชอบบ้านหลังนี้ไหมคะ” วิศนีตั้งคำถามจนอารุมอึ้งไปนาน รู้อยู่แก่ใจว่าบ้านแบบนี้ไม่ใช่เรือนหอในฝันของนนทลีแม้แต่นิดเดียว
“เย็นแล้ว กลับกันเถอะครับ” ชายหนุ่มตัดบท เดินนำออกจากบ้านทันที
แล้วก็เป็นจริงอย่างที่อารุมคิดไว้ นนทลีไม่ชอบแบบบ้านที่เขาเอามาให้เลือก
“ทำไมล่ะครับ ผมว่าโครงการนี้ทำเลดีมากเลยนะ ติดถนนใหญ่ ใกล้ทางด่วน เข้าเมืองสะดวก”
“แต่บ้านในโครงการมีแต่หลังเล็กๆกระจุ๋มกระจิ๋ม อยู่ไปก็อึดอัดแย่”
นีรนุชนั่งอยู่ด้วยเห็นอารุมหน้าเสียก็สงสาร พยายามไกล่เกลี่ยพี่สาวตัวเอง
“แหม...พี่นน ก็อยู่กันสองคนจะเอาอะไรมากคะ อย่างหลังนี้ก็กว้างขวางดี มีที่ให้เด็กๆวิ่งด้วย”
“พี่ไม่ได้ห่วงแค่พื้นที่ พี่ห่วงเรื่องสภาพแวดล้อมด้วย บ้านราคาแค่นี้มันถูกไปนะคะอารุม นนกลัวจะได้เพื่อนบ้านไม่ดี ถ้าอีกหน่อยเรามีลูก จะให้แกโตขึ้นมาในสิ่งแวดล้อมแบบนี้เหรอ นนเห็นมาเยอะแล้ว พวกหมู่บ้านเล็กๆถูกๆ สักพักก็ไม่ต่างอะไรกับสลัมคอนกรีต”
“นนไม่ชอบซักหลังเลยเหรอ”
“เอาไว้เราไปดูโครงการใหญ่ๆดีกว่าค่ะ เดี๋ยวนี้เขาทำหมู่บ้านกลางเมืองกันเยอะแยะไป อารุมเงินเดือนสูงอยู่แล้ว กู้ไม่ยากหรอก”
อารุมอึดอัดแต่จำต้องพยักหน้าตามใจแฟนสาว...หลังจากอารุมกลับไปแล้ว นีรนุชบ่นพี่สาวไม่น่าด่วนตัดสินใจเลย น่าจะไปดูก่อน
“ดูไปก็เท่านั้น ยังไงพี่ก็ไม่ไปอยู่”
“แต่พี่อารุมอุตส่าห์ไปหามา นุชสงสารเขา”
“ก็พี่บอกแล้วว่ายังไม่ต้องรีบ อารุมใจร้อนเอง”
“ก็เพราะรักพี่ไงคะ พี่อารุมถึงอยากจะทำอะไรให้มันเรียบร้อย พี่น่าจะดีใจมากกว่าที่คนที่พี่รักมองถึงอนาคตที่อยากอยู่เป็นครอบครัวกับพี่”
นนทลีอึ้งไป ไม่เคยคิดถึงมุมนี้มาก่อน นีรนุชกอดพี่สาวอย่างเอาใจ
“อย่าหาว่านุชสอนเลยนะคะ นุชว่าคนเราจะอยู่ด้วยกัน มันต้องลดตัวเราแล้วเพิ่มตัวเขาอย่างละครึ่ง ถึงจะอยู่กันได้อย่างราบรื่น พี่นนว่างั้นไหม”
นนทลีนิ่งคิด แอบรู้สึกผิดที่ตัดรอนอารุมแบบนั้น
ooooooo










