ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

อุบัติเหตุ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เช้าวันนี้ นนทลีเห็นกับตาตัวเองว่าอารุมกับวิศนีไม่ลงรอยกัน จึงเบาใจว่าทั้งคู่คงไม่มีอะไรเชิงชู้สาว แต่พอสายหน่อย กุสุมากลับมาเล่าว่าเห็นวิศนีเอาแต่นั่งจ้องหน้าอารุม งานการไม่ยอมทำ...นนทลีไม่อยากเชื่อ และไม่เข้าใจว่าทำไมกุสุมาต้องมีท่าทีเหมือนโกรธวิศนีด้วย

วิศนียังไม่มีงานทำเป็นชิ้นเป็นอัน เธอนั่งวาดรูปอารุมด้วยความตั้งใจ ภาพที่ออกมาเหมือนจริงมากจนเจ้าตัวถึงกับเอ่ยปากชม แต่ชมเสร็จก็ทำท่าจะฉีกทิ้ง ด้วยเหตุผลที่ว่ามันไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องทำในบริษัทนี้ วิศนีฉุนกึก ประชด ประชันของานทำ เขาเลยจัดหนักให้เอาสัญญาเช่าซื้อจำนวนมากไปถ่ายเอกสารแล้วเก็บใส่แฟ้มมาให้เรียบร้อย

วิศนีเห็นกองเอกสารแล้วขยาดเหมือนกัน แต่เพราะต้องการเอาชนะนายอารุมที่พูดท้าทายว่าทำได้หรือเปล่า จึงเกิดลูกฮึดหอบมันออกไป แต่แล้วกลับเงอะงะเพราะไม่เคยใช้เครื่องถ่ายเอกสาร อารุมนึกอยู่เหมือนกัน เดินเข้ามาสาธิตทีละขั้นตอน แถมสอนวิธีการเติมหมึกให้ด้วย

หญิงสาวฟังไปล้อเลียนไปเหมือนเด็กๆ ยิ่งเห็นเขาหงุดหงิดโมโห เธอยิ่งสนุก ช่วงหนึ่งที่เขาเผลอเอามือเลอะหมึกมาลูบหน้า วิศนีเห็นแล้วอดขำไม่ได้ แต่ก็ใจดีอาสาเช็ดให้เมื่อเขาหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมา

อารุมหน้าร้อนผ่าว เหมือนตกอยู่ในภวังค์เมื่อได้สบตากัน วิศนีค่อยๆเช็ดคราบหมึกออกจนหมด ขณะที่หน้าอารุมแดงจัดเพราะความประหม่า

เอ๊ะ ทำไมเช็ดสีดำออกแล้วหน้าคุณถึงกลายเป็นสีแดงล่ะ”

อารุมรู้ตัวว่าถูกแซวก็เสียฟอร์ม รีบดึงผ้าเช็ดหน้าคืนมา นนทลีเข้ามาพอดี มองทั้งคู่อย่างจับสังเกต

“มาอยู่ที่นี่เอง นนนึกว่าออกไปทานข้าวกันแล้วซะอีก”

“ผมมาสั่งงานคุณวิศนีน่ะ พักเที่ยงแล้วเหรอนน ไปสิครับ”

“แล้วฉันล่ะคะ” วิศนีแทรกขึ้นมา

“คุณรับปากเองว่าถ้าทำไม่เสร็จจะไม่ออกจากห้องนี้ จะไม่รับผิดชอบคำพูดตัวเองตั้งแต่งานแรกเลยเหรอครับ”

อารุมจ้องหน้าวิศนีกวนๆ แล้วเดินออกไปกับแฟนสาว วิศนียืนอึ้ง มองเอกสารกองโตอย่างสุดเซ็ง นนทลีชำเลืองมองกลับไป พลางถามอารุมว่าไม่โหดไปหน่อยเหรอที่ห้ามเธอไม่ให้พักเที่ยง

“เขารับอาสาเอง ผมไม่ได้บังคับ”

“แต่ถ้าคุณวิศนีไปฟ้องท่านประธานล่ะ”

“อย่างแย่ผมก็ตกงาน หรืออย่างดีเขาก็จะได้ขอย้ายไปทำแผนกอื่นที่ไม่เกี่ยวกับผมไง”

“อารุมไม่ชอบคุณวิศนีขนาดนั้นเลยเหรอ”

“ไม่ได้รู้จักกันมากพอที่จะไม่ชอบ แต่ก็ไม่อยากรู้จักมากไปกว่านี้หรอก”

นนทลีคลี่ยิ้มออกมาอย่างสบายใจ เกาะแขนแฟนหนุ่มเดินตรงไปโรงอาหาร วิศนียืนมองผ่านหน้าต่างออกไปเห็น ฮึ่มฮั่มจะหาทางแก้เผ็ดอารุมให้ได้ แต่ตอนนี้เธอต้องสะสางงานที่เขามอบหมายให้สำเร็จ จะให้เขาดูถูกไม่ได้

ผ่านไปเกือบบ่ายโมง งานกองนั้นสำเร็จได้ด้วยความช่วยเหลือของชมพู่กับลูกเกด สามคนช่วยกันหอบกลับเข้ามาที่ห้องทำงานของอารุม

“เสร็จแล้วนะคะเจ้านาย บ่ายโมงตรงพอดี”

อารุมเหลือบมองนาฬิกาที่ผนังเห็นเวลาตามที่วิศนีบอก แล้วมองลูกเกดกับชมพู่อย่างจับผิด

“คุณไม่ได้ทำคนเดียวใช่ไหม”

ลูกเกดกับชมพู่อึกอักพูดไม่ออก พากันหลบวูบออกไปอย่างรวดเร็ว

“สองคนนั่นเขามีน้ำใจมาช่วยฉัน แล้วมันผิดตรงไหน...ฉันจะออกไปทานข้าวล่ะ”

วิศนีตัดบทหันไปคว้ากระเป๋า แต่แล้วต้องหยุดกึก เมื่อได้ยินเจ้านายหนุ่มบอกให้ดูนาฬิกาที่ผนังว่ากี่โมง

“ก็บ่ายโมงไงคะ ฉันส่งงานตรงเวลา”

“ผมรู้ แต่มันหมดเวลาพักเที่ยงแล้ว ปกติผมไม่อนุญาตให้ผู้ช่วยออกไปทำธุระส่วนตัวในเวลางานถ้าไม่จำเป็น”

“แต่ฉันยังไม่ได้ทานข้าว” เธอสวนกลับเสียงเขียว

“คุณมีเวลาพักเที่ยงสองชั่วโมง แต่ทำงานไม่เสร็จเองนี่”

“คุณจงใจจะแกล้งฉัน”

“มีตรงไหนที่แกล้ง คุณอยากทำงาน ผมก็หางานให้ทำ ผมบอกว่าขอก่อนบ่าย คุณก็รับปากว่าจะเร่งทำให้เสร็จทันเวลา ซึ่งคุณก็ทำได้ ขอบคุณนะครับ” อารุมยิ้มกวน แล้วทำเป็นก้มหน้าทำงานต่อ

“ฉันไม่ออกไปก็ได้” พูดจบเธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดฉับๆ สั่งพิซซ่าและอาหารอีกสองสามอย่าง แจ้งที่อยู่จัดส่งไปเสร็จสรรพ และชื่อผู้สั่งคืออารุม

อารุมชะงักเงยหน้ามอง วิศนียิ้มท้าทาย เดินนวยนาดกลับไปนั่งที่โต๊ะตัวเอง

“สั่งมากินที่นี่ก็ดีเหมือนกัน จะได้ชวนคนอื่นมาทานด้วย แต่เอ...จะให้ฉันบอกว่าเจ้านายเลี้ยงในโอกาสอะไรดีคะ”

ชายหนุ่มเหลือทน รีบโทร.ไปยกเลิกการสั่งอาหารเมื่อสักครู่ วิศนีไม่พอใจอย่างแรง แว้ดขึ้นจนวิเวียนกับยุพเยาว์ที่กำลังจะเดินผ่านหน้าห้องเบรกกันตัวโก่ง

“นี่คุณ...คุณทำอย่างนี้อยากจะมีเรื่องกับฉันใช่ไหม”

“คุณต้องหัดเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตอยู่ในกฎเกณฑ์ของส่วนรวมบ้างนะคุณวิศนี โดยเฉพาะถ้าอีกหน่อยคุณจะต้องมาเป็นเจ้านายของทุกคนที่นี่รวมทั้งผม”

“ฉันแทบจะรอเวลานั้นไม่ไหวแล้ว”

“แต่ในระหว่างที่ยังต้องรอ คุณก็ต้องเชื่อฟังผมซึ่งยังเป็นเจ้านายของคุณไปก่อน ผมอนุญาตให้คุณพักดื่มกาแฟ แล้วกลับเข้ามาภายสิบห้านาที มีงานอื่นรออยู่”

วิศนีจ้องหน้าเขาเขม็ง เจ็บใจที่เอาชนะไม่ได้ เดินสะบัดสะโบกไปกระชากประตู สองสาวที่แนบตัวแอบฟังถึงกับล้มระเนระนาด ยุพเยาว์หัวไวแก้สถานการณ์ด้วยการบ่นว่าตนทำต่างหูร่วง ให้วิเวียนช่วยหา แต่กระนั้นวิศนีก็รู้ทันว่าพวกเธอโกหก เพราะเห็นเต็มตาว่าต่างหูของยุพเยาว์อยู่ครบทั้งสองข้าง แต่ไม่อยากมีเรื่องให้เสียเวลา ข่มใจเดินเซ็งออกไป

เธอตั้งใจจะมาคุยกับเดชชาติแก้เซ็ง ปรากฏว่าเขาออกไปพบลูกค้า เลยได้แต่หันไปหันมาจนโดนพนักงานหนุ่มๆ แอบนินทาทำนองว่าเธอปิ๊งเดชชาติเข้าให้แล้ว

ooooooo

เดชชาติอยู่ที่บริษัทของเสี่ยโชคซึ่งเป็นลูกค้ารายใหญ่ สั่งจองรถทีละหลายคัน เดชชาติกำลังคุยจ้อนำเสนอสินค้าประสาเซลส์มือหนึ่ง จู่ๆ นีรนุชเดินทะเล่อทะล่าเข้ามาชนจนเอกสารในมือเธอหล่นกระจาย

หนุ่มสาวทักทายกันอย่างสนิทสนม เสี่ยโชคมองนีรนุชตาวาวอย่างพึงพอใจ ยิ่งพอรู้ว่าเธอมาสมัครงานในบริษัท ก็ทำกะลิ้มกะเหลี่ยหลอกถามข้อมูลของเธอจากเดชชาติ

“อ๋อ เธอเป็นน้องเพื่อนผมเอง ชื่อนีรนุช เป็นเด็กดีมากครับ เรียนก็เก่ง จบเกียรตินิยมด้วย”

“อั๊วไม่สนใจพวกเรียนเก่งหรอก บางคนจบสูงแต่ทำงานไม่ได้เรื่องเยอะแยะ”

“งั้นยิ่งดีเลยครับเสี่ย ยายนุชเป็นเด็กขยัน ว่านอนสอน ง่าย ไม่เกี่ยงงาน ให้ทำอะไรก็ทำหมดเลยครับ เสี่ยไม่ผิดหวังแน่”

“แน่นะ”

“แหม...เสี่ยครับ เสี่ยเป็นลูกค้าชั้นหนึ่ง ผมไม่กล้าโกหกเสี่ยหรอกครับ”

เดชชาติหัวเราะประจบแล้วจัดเอกสารต่อ ไม่ทันเห็นว่าเสี่ยโชคยิ้มกริ่ม มีแผนการบางอย่าง

นีรนุชนั่งรอเรียกสัมภาษณ์นานหลายชั่วโมง เดชชาติกลับไปแล้วก็ยังไม่ถึงคิว กระทั่งสี่โมงเย็นพนักงานคนหนึ่งมาบอกให้เธอเข้าไปพบเสี่ยโชค แทนที่จะสัมภาษณ์งาน เสี่ยโชคกลับหว่านล้อมจะเลี้ยงดู แถมยังทำตัวเป็นไอ้แก่ตัณหากลับจะลวนลาม นีรนุชตกใจมากและฮึดสู้เตะเข้าหว่างขาก่อนวิ่งหนีกระเซอะกระเซิงออกมา...

ช่วงเวลานั้นเป็นเวลาเลิกงานแล้ว แต่อารุมยังต้องมีภารกิจต่อเพราะวิศนีคิดแก้เผ็ดที่เขาทำให้เธออดข้าวกลางวัน เธอบังคับให้เขาพาไปดูโรงงานผลิตรถยนต์โดยอ้างคำสั่งของอำนวย ทั้งที่เธอรู้ว่าเขามีนัดกับนนทลี อารุมปฏิเสธไม่ออก แต่อยากจะไปส่งแฟนสาวกลับบ้านก่อน

“อย่าเลยค่ะ ย้อนไปย้อนมาจะยิ่งเย็นกว่าเดิม อารุมพาคุณวิศนีไปโรงงานเถอะ เดี๋ยวนนกลับกับสุได้”

“ทำไมจะต้องไปวันนี้ด้วยก็ไม่รู้” อารุมบ่นขึ้นมา กุสุมาได้ทีเสี้ยมว่า เหมือนเขาจงใจจะแกล้ง แต่นนทลีไม่คิดมาก บอกว่ามันเป็นหน้าที่ของอารุมต้องดูแลเขา แล้วเราค่อยนัดกันใหม่ก็ได้

แยกจากอารุมมาไม่ทันไร กุสุมายังพูดเป่าหูให้นนทลีหวาดระแวงว่าวิศนีอาจจงใจลากอารุมไปไหนต่อไหน แต่เอางานมาอ้าง

“ไม่จริงหรอก เขาไม่ถูกกันนะสุ”

“คนของเราอาจจะไม่ถูกกับเขา แต่แน่ใจเหรอว่าเขาจะไม่ถูกกับคนของเรา”

นนทลีฟังแล้วนิ่งไป ในใจเริ่มไขว่เขวเหมือนกัน ...แต่แล้วต้องยุติเรื่องนี้อย่างฉับพลัน เมื่อนีรนุชโทร.มาหาน้ำเสียงไม่สู้ดี ยิ่งพูดยิ่งร้องไห้ นนทลีใจคอไม่ดีรีบโบกแท็กซี่ไปหาน้องสาว

ฝ่ายอารุมที่ต้องจำใจพาวิศนีไปดูโรงงาน ระหว่างทางเห็นหญิงสาวนั่งไม่ระวัง กระโปรงที่สั้นอยู่แล้วรั้งขึ้นมาเห็นขาขาวจั๊ว

“คุณวิศนี คุณมีผ้าเช็ดหน้าผืนใหญ่ๆไหม ปิดหัวเข่าไว้หน่อยก็ดี จะได้ไม่น่าเกลียด”

“นี่ อย่ามาติหัวเข่าฉันนะ ฉันอาบน้ำขัดถูดูแลอย่างดีย่ะ”

“ไม่ใช่อย่างนั้น...ช่างเถอะ คุณนั่งให้มันดีๆก็แล้วกัน”

“อ๋อ คุณวอกแวกหรือไงคะ ก็อย่ามองฉันสิ” ว่าแล้วเธอแกล้งนั่งไขว่ห้างทำไม่รู้ร้อนรู้หนาว แต่ทันใดนั้น อารุมก็กระชากรถแรงๆ จนหัวเข่าเธอไปกระแทกกับลิ้นชักข้างหน้า ร้องโอ๊ยด้วยความเจ็บ

“ผมเตือนแล้วว่าให้คุณนั่งดีๆ” ชายหนุ่มตีตาเฉย ขับรถต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

วิศนีคลำหัวเข่าป้อยๆ เลิกนั่งไขว่ห้าง แต่ยังแอบมองเขาอย่างมันเขี้ยว จนเมื่อรถไปจอดหน้าโรงงาน อารุมยังบ่นเป็นตาแก่

“คุณควรจะรู้ไว้ว่าการมาที่นี่ตอนนี้ ทำให้เราต้องจ่ายค่าโอทีเพิ่ม เพราะผมไม่อยากให้คุณมาดูโรงงานร้างๆ ตอนที่ไม่มีใครอยู่ทำงานแล้ว”

“คุณคิดว่าฉันกลัวผีเหรอ ฉันไม่กลัวหรอก ตอนอยู่เมืองนอกฉันชอบตระเวนเที่ยวปราสาทผีสิง ชินแล้วค่ะ”

อารุมเก็บกลั้นความไม่พอใจ ลงจากรถเดินนำเธอไปพบชำนิผู้จัดการโรงงาน หลังจากแนะนำตัวกันแล้ว ชำนิพาทั้งคู่ชมกระบวนการผลิต พวกช่างเห็นสาวสวยในชุดเซ็กซี่ก็ส่งสายตาเจ้าชู้ใส่โดยไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร อารุมเห็นแล้วอดกระซิบเธอไม่ได้ว่า แต่งตัวไม่เหมาะสมกับสถานที่

“ทำไมคะ ไม่สวยเหรอ”

“มันไม่เรียบร้อย คุณไม่เห็นหรือไงว่าตัวเองเป็นเป้าสายตาใครมั่ง”

วิศนีหันมองรอบตัว เห็นพวกช่างแอบมอง แทนที่จะเขินอายเธอกลับโปรยยิ้มและโบกมือเป็นกำลังใจให้พวกเขาสู้ๆ ทำงานอย่าได้เหน็ดเหนื่อย

ooooooo

เดชชาติดีอกดีใจที่วันนี้ขายรถให้เสี่ยโชคได้ ตกเย็นเขารีบกลับมาหาแม่พิมที่ตลาด ควักแบงก์พันเหมาขนมของแม่ทั้งหมดเพื่อจะได้กลับบ้านไปฉลองของอร่อยกับน้องๆอีกห้าคน

พิมรีบเก็บข้าวของใส่รถเข็น ยิ้มหน้าบานเดินตามลูกชายเข็นรถนำไป พอเข้าซอยบ้านเจอนนทลีกับนีรนุชยืนปลอบกันอยู่ ชายหนุ่มถามต้นสายปลายเหตุที่นีรนุชร้องไห้ พอรู้ว่าเป็นเพราะตัวเองพูดให้เสี่ยโชคเข้าใจผิด ที่ว่านีรนุชว่านอนสอนง่ายให้ทำอะไรก็ทำทั้งนั้น จนเธอเกือบโดนปล้ำ เดชชาติโกรธแค้นเสี่ยโชคมาก ผลุนผลันกลับไปเอาเรื่องเขาถึงบริษัท

เสี่ยโชคโดนเดชชาติทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บถึงกับเลือดตกยางออก เดชชาติเองก็ถูกลูกน้องเสี่ยรุมหน้าตาบวมปูดเหมือนกัน กลายเป็นเรื่องต้องขึ้นโรงพัก พิมตกใจมากรีบมาส่งข่าวนนทลีกับนีรนุช นนทลีจึงโทร.บอกอารุมที่กำลังกินส้มตำอยู่กับวิศนีหลังออกมาจากโรงงาน

อารุมกับวิศนีตามไปสมทบที่โรงพัก นีรนุชมองวิศนีอย่างไม่ชอบหน้าเพราะเคยได้ยินกุสุมาเม้าท์ให้ฟังมาบ้าง เห็นเธอมากับว่าที่พี่เขยของตนแบบนี้ ก็ยิ่งไม่ถูกชะตา

วิศนีรีบประกันตัวเดชชาติออกจากห้องขัง เสี่ยโชคเข้ามากับลูกน้องพอดี เขาเอะอะโวยวายทันที

“เฮ้ย อะไรวะ เอามันออกมาได้ยังไง จับมันยัดกลับเข้าตะรางเดี๋ยวนี้ อั๊วจะเอาเรื่องมันให้ถึงที่สุด จะเอาให้มันติดคุกลืมไปเลย”

“งั้นแกก็ต้องเตรียมตัวติดคุกเหมือนกัน ไอ้เสี่ยโชค”

“แกเป็นใคร” เสี่ยโชคจ้องวิศนีตาวาวโรจน์

“ฉันเป็นลูกสาวคุณอำนวย สุริยาทิตย์”

เขาชะงักเล็กน้อย ก่อนถามเธอว่ารู้หรือเปล่าว่าตนเป็นใคร สำคัญกับพ่อของเธอแค่ไหน

“รู้สิ แกมันลูกค้าชั้นเลวของบริษัทฉันไง ฉันรู้พฤติกรรมชั่วๆที่แกทำไว้หมดแล้ว จะต้องให้พูดประจานต่อหน้าตำรวจไหม แกจะได้ติดคุกคืนนี้เลย”

เสี่ยโชคหันมองนีรนุชแล้วหวาดๆ แต่ยังทำปากแข็งโวยวายกลบเกลื่อนความผิด

“พวกมันโกหก มันหมิ่นประมาทอั๊ว จับมันเลยคุณตำรวจ จับมันไปให้หมด” เห็นตำรวจยืนนิ่งก็ยิ่งโมโห “จับสิโว้ย ไม่งั้นอั๊วจะฟ้องมันทั้งโรงพักเลย”

วิศนีรำคาญ หันไปคว้าแจกันบนโต๊ะมาดึงดอกไม้ออกแล้วเอาน้ำสาดใส่หน้าเสี่ยโชค

“หายบ้าหรือยัง”

“อีนัง...” เสี่ยโชคจะปรี่เข้าหา แต่ลูกน้องกับตำรวจช่วยกันจับตัวไว้

“เอาสิ จะชกฉันเหรอ มาเลย สันดานอย่างแกมันก็คงทำเป็นได้อย่างเดียวคือทำร้ายผู้หญิง แต่แกอย่าคิดว่าฉันไม่สู้นะ ที่หัวแตกปากแตกเมื่อเย็นมันยังน้อยไปสำหรับความเลวของแก”

“ใจเย็นๆคุณ เดี๋ยวคุณก็ติดคุกซะเองหรอก” อารุมเตือนวิศนี

เสี่ยโชคมองวิศนีอย่างฮึดฮัด อีกใจหนึ่งก็กลัว เพราะรู้ว่าตัวเองมีข้อหาพยายามข่มขืนค้ำคออยู่

“เรื่องมันไม่จบแค่นี้แน่ ลื้อจำไว้” เสี่ยโชคตวาดลั่นแล้วปึงปังออกไปพร้อมลูกน้อง วิศนีกลัวซะที่ไหน ปาแจกันไล่หลังอย่างเดือดดาล

“แกน่ะสิต้องจำ จำใส่กะโหลกไว้นะว่าวันนี้แกถูกผู้หญิงขู่จนต้องวิ่งหางจุกตูด ไอ้เสี่ยบ้า”

วิศนีตะโกนด่าปาวๆ โดยมีทนายกับอารุมช่วยกันยึดแขนไว้ คนอื่นมองวิศนีที่เป็นเดือดเป็นแค้นแทนเดชชาติกับนีรนุชอย่างอึ้งๆ

พิมยกมือไหว้ขอบอกขอบใจวิศนีที่ช่วยประกันลูกชายตนออกมา วิศนีตกใจห้ามไม่ให้ไหว้เพราะตนเป็นเพื่อนกับเดชชาติ

“แค่ที่คุณมาช่วยผมก็เป็นพระคุณล้นหัวแล้ว อย่านับผมเป็นเพื่อนเลยครับ ไม่งั้นชาตินี้ผมคงตอบแทนคุณไม่ไหวแน่ๆ” เดชชาติเอ่ยด้วยความซึ้งใจ

“แล้วเพื่อนที่ไหนต้องการสิ่งตอบแทนจากเพื่อนล่ะคุณชาติ กลับบ้านกันเถอะค่ะ จะได้ไปพักผ่อน แล้วอย่าลืมกินยานะ”

สองแม่ลูกพยักหน้าแล้วเดินออกไป วิศนีเดินเข้ามาหาอารุมกับสามสาว บอกว่าหมดธุระแล้ว ตนขอตัวกลับเลย แต่อารุมเห็นว่ามืดค่ำจึงอาสาไปส่งเธอ โดยชวนพวกนนทลีไปด้วย แต่นนทลีให้เขาไปคนเดียว เธอจะรีบพาน้องสาวกลับบ้าน

ทันทีที่สองคนนั้นนั่งรถไปด้วยกันแล้ว กุสุมาบ่นนนทลีไม่น่าปล่อยอารุมไปง่ายๆ ทำอย่างนี้ก็สมใจวิศนี ถ้าพวกเราติดรถไปด้วยอย่างน้อยก็จะได้คอยขัดจังหวะ

“พี่สุพูดเหมือนกับว่าเขามีแผนจะทำอะไรกัน”

“มันก็ไม่แน่ พี่บอกแล้วไงว่าเขา...”

“พอได้แล้วสุ ฉันไม่อยากฟังเรื่องนี้แล้ว วันนี้ฉันเหนื่อยมาก เข้าใจไหมว่าฉันเหนื่อย” นนทลีระเบิดอารมณ์แล้วเดินลิ่วออกไปเรียกรถ นีรนุชรีบก้าวตาม เหลือแต่กุสุมาที่ยืนหน้างอง้ำไม่ได้ดังใจ หาว่าสองพี่น้องโง่นัก เตือนอะไรไม่รู้จักฟัง

ooooooo

อารุมขับรถมาจอดหน้าบ้านหลังใหญ่ที่ปิดเงียบเหมือนไม่มีคนอยู่ วิศนีชวนเขาเข้าไปดื่มกาแฟแก้ง่วง หลังจากต้องตะลอนมาทั้งวัน เธอโชว์ฝีมือชงกาแฟด้วยตัวเอง แต่เขาดื่มแล้วกลับบอกว่าดีกว่ากินน้ำเปล่า

“นี่คุณ...วันนี้เลขาทั้งตำส้มตำ ทั้งชงกาแฟให้กิน งานที่บริษัทก็ทำให้เรียบร้อย แถมยังช่วยเคลียร์เรื่องที่โรงพักให้อีก เจ้านายจะมีคำชมดีๆหน่อยไม่ได้หรือไงคะ”

“ก็ได้...คุณทำดี”

“แค่เนี้ย?” วิศนีทำเป็นค้อนแต่สายตายั่วล้อ อารุมเห็นแล้วเขินทำเมินไม่มอง เปลี่ยนไปคุยเรื่องบ้าน ทำไมถึงเงียบจัง “ก็คนอยู่น้อยนี่คะ บ้านหลังใหญ่แต่อยู่กันแค่สามคน มันก็ไม่ต่างจากบ้านผีสิงหรอก”

“ถึงว่า คุณเลยไม่กลัวผี”

“ฉันชินกับการอยู่บ้านหลังใหญ่ๆคนเดียวมาตั้งแต่เด็กแล้ว สมัยที่พ่อยังไม่จ้างคนรับใช้ บางคืนฉันก็ต้องนอนคนเดียว เพราะพ่อทำงานจนไม่กลับบ้าน แล้วคุณล่ะกลัวผีหรือเปล่า”

“ผมอยู่วัด ถ้ากลัวก็คงอยู่ไม่ได้”

“คุณเคยเป็นพระเหรอ”

“เปล่า ผมเป็นเด็กวัด”

วิศนีอึ้งไปอย่างนึกไม่ถึง แล้วรีบฝืนยิ้มเพราะไม่อยากให้อารุมคิดว่าสงสาร

“ก็ดีนะคะ อยู่ในวัดคนเยอะดี ไม่เหงาเหมือนฉัน”

“เหงาสิ มันเหงาอยู่ข้างใน”

หนุ่มสาวสบตากันเหมือนเข้าใจความรู้สึก แต่ครู่เดียวต่างก็เบือนหน้าหลบ นั่งจิบกาแฟกันไปเงียบๆ โดยไม่รู้ว่ากรแก้วอยู่ข้างบน กระทั่งละอองเอาน้ำและยาแก้ปวดหัวขึ้นไปให้ กรแก้วรีบรุดลงมาทันที หลังรู้จากละอองว่าวิศนีมากับผู้ชาย

จังหวะนั้น วิศนีเดินกลับเข้ามาหลังจากส่งอารุมขึ้นรถไปแล้ว กรแก้วถามถึงแขกของเธอ พลางบ่นเสียดายไม่ทันได้เจอ หวังว่าเขาคงจะมาอีก

“อาจจะไม่มาก็ได้ เพราะฉันเป็นคนไม่ชอบทำอะไรซ้ำๆ พรุ่งนี้คุณอาจจะได้เจออีกคน หรือไม่ก็อีกคนนึง”

“คราวหน้าเรียกฉันด้วยก็แล้วกัน ฉันจะลงมาอยู่เป็นเพื่อน หนูเป็นผู้หญิง เชิญผู้ชายเข้าบ้านตอนกลางคืนมันจะไม่เหมาะ”

วิศนีสะดุดหูกับคำพูดกรแก้ว เริ่มไม่ชอบใจ ยิ่งพูดยั่ว “แล้วถ้าฉันเชิญเขาขึ้นห้องเลย คุณจะตามไปอยู่เป็นเพื่อนไหมคะ”

“หนูวิศนี!” กรแก้วสีหน้าตกใจ

“พูดเล่นน่ะค่ะ ฉันไม่ไวไฟขนาดนั้นหรอก อย่างน้อยก็อาจจะรอซัก 5-6 เดือน เหมือนกับที่พ่อฉันรอคุณไง” วิศนียิ้มมีเลศนัย กรแก้วหน้าแดงจัดเหมือนถูกหยามน้ำหน้า เริ่มเสียงแข็งอย่างทนไม่ไหว

“หนูวิศนี ฉันรู้ว่าหนูไม่ชอบฉัน แต่พูดอะไรควรจะให้เกียรติฉันบ้างนะจ๊ะ”

“คุณได้รับเกียรติมากพอแล้วจากพ่อฉัน เว้นฉันไว้ซักคนเถอะค่ะ เพราะฉันเสแสร้งไม่เป็น”

วิศนีสวนกลับนิ่งๆ แต่แฝงไว้ด้วยความมึนตึง

กรแก้วยืนนิ่งพยายามข่มอารมณ์โกรธ...

ทางด้านเดชชาติที่กลับบ้านไปพร้อมแม่ เขาบาดเจ็บฟกช้ำดำเขียวไม่น้อยเหมือนกัน น้องๆช่วยกันทายาให้ แต่ทุกคนมือหนัก พี่ชายเลยแหกปากโอดโอยไม่หยุดหย่อน นีรนุชตามมาเห็น อาสาจัดการให้เอง กระนั้นก็ยังแสบแผลอยู่ดี แต่เดชชาติไม่กล้าโวยวายมากเพราะยังรู้สึกผิดต่อเธออยู่

“นุชหายโกรธพี่แล้วเหรอ”

“ก็พี่เอาหน้าตัวเองไปให้เขากระทืบซะขนาดนี้ ใครจะไปโกรธลง”

“พี่ไม่ได้ตั้งใจจริงๆนะนุช พี่แค่อยากให้นุชได้งานทำเฉยๆ ไม่รู้ว่าไอ้เสี่ยมันเจตนาอย่างอื่น ถ้ารู้ตั้งแต่แรกพี่จะไม่ยอมให้มันเข้าใกล้นุชเด็ดขาด...อู้ยยยยย”

“หยุดพูดได้แล้ว ยิ่งพูดมากแผลก็ยิ่งฉีก อยากจะเป็นแผลเป็นหรือไง ยิ่งไม่หล่ออยู่ เดี๋ยวก็ขี้เหร่มากกว่านี้หรอก”

“พูดอย่างนี้เจ็บกว่ากระทืบอีกนะเนี่ย”

นีรนุชหัวเราะออกมา ชายหนุ่มนิ่วหน้ายังไม่หายแสบ เสร็จแล้วเดชชาติเดินไปส่งเธอที่บ้านซึ่งอยู่ใกล้กัน เขาแนะนำให้เธอลองคุยกับอารุมเผื่อจะฝากงานที่บริษัทได้ เพราะเจ้านายใจดี

“ผู้หญิงคนนั้นน่ะเหรอ”

“คุณวิศนีไม่ใช่เจ้านายโดยตรง แต่ก็คงช่วยนุชได้ นุชก็เห็นว่าเธอมีน้ำใจกับพวกเรา คนอาไร้...ทั้งสวยแล้วยังนิสัยดีอีก” เดชชาติทำหน้าเคลิบเคลิ้ม นีรนุชเบ้ปากไม่เชื่อ

“ดีจริงหรือว่าจะทำคะแนนเหอะ พี่สุบอกว่าคุณวิศนีอะไรเนี่ยจ้องพี่อารุมตาเป็นมันเลย”

“บ้าแล้ว สองคนนี้เขาเขม่นกันมาตั้งแต่...” เดชชาติชะงัก เกือบหลุดปากเรื่องรถชนกัน พอนีรนุชซักว่า ตั้งแต่อะไร เขาตัดบททันที “ไม่มีอะไรหรอก แต่พี่รับรองว่าคุณวิศนีเธอไม่ปิ๊งไอ้อารุมแน่ แต่ถ้าปิ๊งพี่ล่ะก็ไม่แน่ เพราะพี่ยังโสด”

นีรนุชยิ่งหมั่นไส้และขัดหูมากกว่าเดิม “ชิ งั้นก็รีบเด็ดดอกฟ้าให้ได้เร็วๆเถอะย่ะ คนแถวนี้เขาจะได้เลิกจับคู่นุชกับพี่ซะที มันเสื่อม”

“เฮ้ย! นี่แกด่าฉันนี่หว่ายายนุช” เดชชาติตั้งท่าโวยวาย แต่นีรนุชรีบหนีเข้าบ้านไปเสียก่อน

ฝ่ายนนทลีพี่สาวของนีรนุช ตั้งแต่กลับจากโรงพัก เธอยังหมกหมุ่นครุ่นคิดถึงคำพูดยุแยงของกุสุมาที่ว่า

ไม่น่าปล่อยอารุมไปกับวิศนี เพราะผู้หญิงคนนี้ไว้ใจไม่ได้...คิดไปคิดมานนทลีอดระแวงไม่ได้ ลองโทร.หาอารุมถามว่าถึงคอนโดหรือยัง ปรากฏว่าเขากำลังจอดรถอยู่หน้าบ้านเธอนั่นเอง

“ผมคงนอนไม่หลับคืนนี้ ถ้าไม่ได้เห็นหน้าแล้ว

ก็บอกฝันดีกับนน”

คำพูดแสนหวานจากจริงใจของอารุม ทำให้นนทลี สลัดทิ้งความระแวงหมดสิ้น ยืนมองเขาตรงระเบียงด้วยรอยยิ้มเปี่ยมสุข

ooooooo

เช้าขึ้น วิศนีจำเป็นต้องนั่งรถไปกับกรแก้วเพราะอำนวยออกไปตั้งแต่เช้าแล้ว วิศนีไม่นั่งเบาะหลังคู่กับกรแก้ว แต่มานั่งคู่กับประยุทธคนขับ แถมระหว่างทางเธอยังแกล้งเปิดเพลงเสียงดังลั่นรถ สร้างความหงุดหงิดรำคาญให้กรแก้วจนแทบข่มใจไม่ไหว

ถึงบริษัท กรแก้วหวังดีรีบบอกเรื่องที่อำนวยให้เธอพาวิศนีไปเลือกรถที่อยากได้ ซึ่งเธอระบุให้เป็นรถใหม่ป้ายแดง แต่วิศนีกลับต้องการรถมือสองที่เดชชาตินำเสนอ แถมยังจะออกไปลองรถกับเขาด้วย โดยไม่ฟังคำทักท้วงของกรแก้วที่ลึกๆแล้วไม่ต้องการให้เธอสนิทสนมกับพนักงานในบริษัท

แต่ไม่ทันที่ทั้งสองคนจะออกไป ยุพเยาว์วิ่งหน้าตาตื่นมาบอกวิศนีว่าท่านประธานต้องการพบด่วน เดชชาติสงสัยว่ามีอะไร แอบถามยุพเยาว์ก็ไม่ได้ความกระจ่าง รู้แค่ว่าเรื่องใหญ่มาก

อำนวยตำหนิวิศนีต่อหน้ากรแก้ว เรื่องที่เธอไปเล่นงานเสี่ยโชคบนโรงพักส่งผลให้บริษัทต้องขาดทุน

“เสี่ยโชคโทร.มาเล่าให้ฉันฟังหมดแล้ว ไอ้ที่แกไปเล่นงานเขาที่โรงพัก แล้วก็ขู่จะทำร้ายร่างกายเขาน่ะ”

“แล้วมันบอกพ่อหรือเปล่าว่ามันไปทำชั่วอะไรไว้”

“ฉันไม่สนว่าจะทำอะไร แต่เสี่ยโชคเป็นลูกค้าใหญ่ของเรา ตอนนี้แกทำให้เขาโกรธมากจนเขากับพวกยกเลิกรถที่จองไว้กับบริษัทเราหมดแล้ว แกรู้ไหมว่าตั้งยี่สิบคัน”

วิศนีอึ้งไปเหมือนกัน พอจะคำนวณได้ว่าเสียประโยชน์มากมาย แต่ยังไม่ทันอธิบายอำนวยก็ขึ้นเสียงต่อ หน้ามืดด้วยความโกรธ

“งามหน้าไหมล่ะ มาทำงานได้แค่สองวันทำบริษัท เจ๊งไปขนาดนี้ แล้วฉันจะไว้ใจแกต่อไปดีไหม ตั้งแต่แกกลับมาเนี่ย ไม่เคยสร้างความสบายให้ฉันเลย อยู่ที่ไหนก็มีแต่ปัญหา”

กรแก้วเห็นอำนวยคุมอารมณ์ไม่อยู่ก็เข้ามาเกาะแขนปราม...วิศนีสะเทือนใจที่ถูกด่า น้ำตารื้นจะหยดด้วยความน้อยใจ แต่ขณะเดียวกันก็เกิดทิฐิ

“ใช่ ก็หนูมันชอบสร้างปัญหาอย่างนี้แหละ พ่อยังไม่ชินอีกเหรอ พ่อเป็นคนลากหนูมาทำงานเอง ถ้าให้หนูนั่งๆนอนๆอยู่บ้าน ไม่ต้องทำอะไรเลยมันก็ไม่เกิดเรื่อง”

“งั้นก็ไป ไปให้พ้น ฉันไม่อยากเห็นหน้าแก ออกไป” อำนวยเอะอะยิ่งกว่าเดิม วิศนีเม้มปากแน่นกลั้นความสะเทือนใจ สะบัดหน้าออกไปทันที

วิศนีวิ่งตาแดงออกมาจากบริษัท ตรงมาที่รถ เดช–ชาติกำลังจะทักแต่เธอไม่สนใจ กระชากประตูขึ้นนั่งขับออกไปอย่างรวดเร็วด้วยอารมณ์ที่ร้อนเป็นไฟแทบจะชนใครต่อใคร พอพ้นจากบริษัท น้ำตาก็ไหลเป็นทางอย่างกลั้นไม่อยู่ และไม่ทันเห็นอารุมกับนนทลีที่มองมาด้วยความสงสัย

ครู่ต่อมา เดชชาติโดนอำนวยเล่นงานอีกคน โทษหนักถึงกับไล่ออก สั่งให้เก็บข้าวของออกจากบริษัทภายในครึ่งชั่วโมง เพื่อนร่วมงานพากันตกใจ โดยเฉพาะอารุม ซักถามเพื่อนรักเป็นการใหญ่ว่าเกิดอะไรขึ้น

“ก็เรื่องเมื่อวานนั่นแหละ ท่านเรียกฉันไปด่าเรื่องที่ทำร้ายร่างกายกับทุบรถไอ้เสี่ยโชค ตอนนี้มันกับพรรค พวกยกเลิกรถที่จองไว้กับเราหมดเลย คุณวิศนีก็โดนหางเลขไปด้วย ไม่น่าเลย”

อารุมเห็นใจวิศนี และไม่ยอมให้เดชชาติถูกไล่ออกง่ายๆแบบนี้ เขาลากเพื่อนรักเข้าไปอธิบายเรื่องราวให้อำนวยกับกรแก้วฟัง โดยนนทลีตามไปช่วยยืนยันด้วยว่าเสี่ยโชคพยายามจะปล้ำน้องสาวของเธอ

ไม่นานนัก ทั้งสามคนกลับออกมา เพื่อนร่วมงานต่างกรูมาสอบถามด้วยความเป็นห่วงเดชชาติ

“ฉันกับอารุมเล่าเรื่องที่เสี่ยโชคพยายามจะปล้ำนุชให้ท่านฟัง ท่านก็เลยเข้าใจหมดแล้ว ท่านบอกว่าจะเคลียร์ให้เดชชาติเอง”

ขาดคำของนนทลี เพื่อนๆส่งเสียงเฮขึ้นมาพร้อมกัน แล้วแย่งกันเข้ามากอดยินดีกับเดชชาติ

“แล้วนี่คุณวิศนีกลับมาหรือยัง” เดชชาติถามขึ้น

“เฮอะ คงจะกลับมาหรอก โดนพ่อด่าเปิงขนาดนั้น เป็นฉันฉันลาออกย่ะ” วิเวียนจีบปากจีบคอ คนอื่นๆ พยักพเยิดเห็นด้วย แต่อารุมนิ่งไปด้วยความสงสารวิศนี

อำนวยร้อนใจพยายามโทร.หาลูกสาวหลายครั้ง ก่อนจะวางลงอย่างท้อแท้ กรแก้วเองก็กระวนกระวายเป็นห่วงวิศนี เธอลุกขึ้นมาถามสามีว่า ติดต่อได้ไหม?

“ยายหนูไม่ยอมรับสาย ผมผิดเองที่ใจร้อน น่าจะสอบสวนให้รู้เรื่องก่อนว่าอะไรเป็นอะไร”

“คุณทำไปเพราะคำนึงถึงผลประโยชน์ของบริษัทนี่คะ แล้วแกก็ไม่ยอมอธิบาย แกเองก็คงร้อนเหมือนกัน ปล่อยหนูวิศนีไปก่อนเถอะค่ะ พอเย็นลงทั้งคู่แล้วค่อยคุยกัน”

อำนวยสบตากรแก้วอย่างไม่สบายใจ

ooooooo

วิศนีขับรถไปหาแม่ที่บ้าน...แววกำลังตั้งวงไพ่อย่างสนุกสนาน หงวนเห็นรถมาจอดนึกว่าเป็น

ตำรวจ รีบวิ่งเข้ามาบอก ขาไพ่นับสิบเลยวิ่งหนีกันกระจัดกระจายไปหาที่ซ่อนตัว กว่าจะรู้ว่าเป็นลูกสาวของแวว ทุกคนก็หอบแฮ่ก งานนี้หงวนเลยโดนแววด่าเช็ด

แววดีใจที่ลูกมาหา คุยโขมงอวดเพื่อนบ้านและขาไพ่เป็นการใหญ่ โดยเฉพาะเรื่องรถยนต์คันหรูที่ลูกขับมา แววนำพาทุกคนออกมาดูเป็นบุญตา

“เคยเห็นแต่ในทีวีล่ะสิ นี่ไงของจริง รถแบบนี้มีเงินอย่างเดียวซื้อไม่ได้นะแก ต้องมีรสนิยมด้วย เป็นไงล่ะลูกสาวฉัน”

แววโอบเอววิศนียืดเต็มที่ด้วยความภูมิใจ บรรดาเพื่อนบ้านมองวิศนีอย่างชื่นชม แต่หญิงสาวกลับรู้สึกอึดอัดเหลือเกินที่ต้องมายืนอวดฐานะแบบนี้ เพราะโดยนิสัยเธอไม่ใช่คนโอ้อวด

ระหว่างนี้ หงวนเดินลิ่วออกมาจากในบ้าน แหกปากไม่บันยะบันยัง “คุณผู้หญิงขา พวกข้างในเขาบอกว่าถ้าคุณผู้หญิงไม่เล่นต่อ เขาจะกลับแล้วนะคะ”

“อุ๊ย เล่นสิเล่น ยังไม่ได้ทุนคืนเลย ไปๆ หมดเวลาดูแล้ว อย่าเกะกะ” แววรีบจูงวิศนีกลับเข้าบ้าน พลางบอกเสียงหวาน “เดี๋ยวอยู่กินข้าวกับแม่ก่อนนะลูก นังหงวน แกออกไปซื้อกับข้าวที่ร้านเจ๊ต่ายมาที เอาอาหารฝรั่งก็แล้วกัน...เอาอะไรดีล่ะ ข้าวผัดอเมริกัน เออ แล้วก็สปาเก็ตตี้ มักโรนีอะไรก็ได้ เอามาให้หมดเลย”

“จะดีเหรอคะคุณผู้หญิง”

“ทำไมจะไม่ดี”

“ก็คุณผู้หญิงติดค่ากับข้าวเจ๊ต่ายไว้ตั้งแต่เดือนที่แล้ว ขืนหงวนโผล่ไปตอนนี้ก็โดนถีบกลับมาสิคะ”

แววเซ็งจัด กระชากเสียงถามว่าเท่าไหร่ พอหงวน บอกสามพัน เธอถึงกับร้องลั่นว่าบ้า โกหกหรือเปล่า จะกินล้างกินผลาญอะไรขนาดนั้น

“ก็กินล้างกินผลาญกันสองคนกะคุณชีพ จะมาถามอะไรหงวนล่ะ”

“เอ๊ะ อีนี่...เอ้าเอาไป แล้วรีบไปซื้อมา อย่าเถลไถลนะโว้ย”

หงวนรับเงินแล้ววิ่งแจ้นออกไป แววจะดึงวิศนีเข้าบ้าน แต่เธอขืนตัวไว้ บอกให้แม่เข้าไปก่อน เธอขอเดินดูอะไรรอบบ้านสักหน่อย แววพยักหน้า ผละเข้าบ้านทันที แล้วส่งเสียงเรียกพูดคุยกับพวกขาไพ่เอะอะเหมือนกลับเข้าสู่โลกของตัวเอง วิศนีละเหี่ยใจเดินเลี่ยงมาทางหลังบ้าน เห็นสวนที่มีต้นไม้รกเรื้อแล้วอดนึกถึงอดีตในวัยเด็กไม่ได้ ตอนนั้นตรงนี้เป็นสวนสวยสะอาดสะอ้าน เธอนั่งเล่นหม้อข้าวหม้อแกงกับพ่อแม่อย่างมีความสุข

นึกถึงภาพเก่าๆแล้วเธออดน้ำตารื้นไม่ได้ หันหลังจะกลับชนกับชีพที่มายืนอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ชีพทำทีเป็นห่วงแต่ความจริงแอบแต๊ะอั๋งจับมือเธอ

“ระวังหน่อยสิจ๊ะ แถวนี้งูเงี้ยวเขี้ยวขอมันเยอะ พี่ว่าน้องกลับเข้าบ้านดีกว่านะจ๊ะ”

“ขอบคุณ แต่ฉันไม่กลัวงูหรอก ฉันกลัวพวกแมลงมีปีกที่มันเพ่นพ่านอยู่ในบ้านแม่ฉันมากกว่า กลัวจะทนไม่ไหวกระทืบมันตายน่ะ”

วิศนีพูดขึงขังแล้วสะบัดหนีไป ชีพมองตามทั้งหมั่นไส้ทั้งหมายมาดอยากเชยชม...หนีพ่อเลี้ยงมาแล้ว วิศนีมองเข้าไปในบ้านยังเห็นแม่เล่นไพ่อย่างเพลิดเพลิน เธอตัดสินใจไม่เข้าไปลาแม่ เดินกลับมาขึ้นรถอย่างเหงาๆ หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาดู เห็นโชว์เบอร์พ่อโทร.มาสามสิบครั้ง

หญิงสาวชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตัดสินใจลบทิ้ง ไม่ยอมโทร.กลับไป และไม่กลับเข้าบ้านด้วย แต่ไปนั่งกินอาหารในโรงแรม กระทั่งอารุมมาเห็นโดยบังเอิญ

เสร็จธุระกับลูกค้าแล้ว อารุมรีบเข้ามาทักเธอและถามว่าทำไมไม่กลับไปทำงาน วิศนีบอกว่าตนลาออกแล้ว แต่อารุมยังตื๊อว่าพ่อของเธออยากพบ

“ฉันรู้ แต่ฉันไม่อยากพบใคร” วิศนีพูดจบก็ยกมือเรียกพนักงานมาเก็บเงิน แล้วเดินหนีอารุมออกมา

อารุมไม่ปล่อยเธอไปง่ายๆ เดินตามมาคว้าแขนเธอจะให้กลับไปพร้อมกัน วิศนีพูดโพล่งอย่างไม่พอใจ

“คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งฉัน เพราะฉันไม่ได้เป็นเลขาฯของคุณแล้ว ไม่ดีใจหรือไงที่ไม่ต้องทำงานกับเลขาห่วยๆ ที่ดีแต่สร้างปัญหาอย่างฉัน”

“งั้นคุณก็กลับไปคุยกับพ่อคุณให้รู้เรื่องว่าคุณจะลาออก ไม่ใช่ทิ้งงานมาเฉยๆ”

“ฉันไม่กลับ” วิศนีพยายามจะแกะมืออารุมออก แต่คราวนี้อารุมดื้อไม่ยอมปล่อย

ขณะที่สองคนยื้อยุดกันไปมา โยธินผ่านมาเห็น วิศนีจำเขาได้ร้องขอความช่วยเหลือ ก่อนจะรู้ในเวลาต่อมาว่าโยธินคือเจ้าของโรงแรมนี้ เธอจึงให้เขาหาห้องพักให้ ส่วนอารุมที่กลับไปก่อนหน้านั้น เห็นท่าทีสนิทสนมของทั้งคู่แล้ว อดคิดไม่ได้ว่าเป็นแฟนกัน

โยธินแปลกใจที่จู่ๆวิศนีมาเปิดห้องที่โรงแรม เขาโทร.ไปเล่าให้อวลอบฟัง คาดเดาว่าสงสัยเธอจะทะเลาะกับพ่อ แต่รับรองว่าเขาจะดูแลเธอเป็นอย่างดี

ooooooo

ตกเย็นเลิกงาน นนทลีและกุสุมานั่งรถอารุมกลับบ้านเหมือนเคย จู่ๆกุสุมาก็ถามขึ้นมาว่าวิศนีจะไม่กลับมาทำงานแล้วใช่ไหม อารุมประหลาดใจย้อนถามเธอว่า รู้ได้อย่างไร ใครบอก?

“ก็เพื่อนสุที่ทำงานอยู่โรงแรมที่สุขุมวิทเขาเห็นคุณหนูวิศนีไปป้อเจ้านายเขาอยู่น่ะสิ”

อารุมชะงัก นึกถึงภาพที่เห็นเมื่อตอนกลางวัน รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ

“เห็นว่าเปิดห้องกันกลางวันแสกๆเลยนะ แบบนี้คงไม่กลับมาทำงานแล้วมั้ง อาจจะต้องรอฉีกผ้าอ้อมแทน”

“เป็นลูกเศรษฐีนี่มันดีจังเลยนะ ทำงานเล่นๆ รอวันเจอผู้ชายรวยๆมาแต่งงานด้วย อยากจะเป็นคุณวิศนีเขาซักวันจริงๆ”

นนทลีพลอยผสมโรงไปกับกุสุมา หัวเราะกันขำๆไม่ได้คิดอะไร แต่อารุมซึ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่แล้วได้ยินนนทลีพูดแบบไม่คิดก็ฉุนกึก

“ผมขอโทษนะนน ที่เกิดมาไม่รวยพอ จนทำให้นนต้องไปอิจฉาคนอื่นเขา”

“อะไรคะอารุม ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะ”

“ก็นนพูดอะไรล่ะ นนอิจฉาคนอื่นตลอดเวลาเพราะคิดว่าชีวิตตัวเองไม่ดีพอ ผมว่าผมเองก็คงเป็นส่วนหนึ่งที่ไม่ดีพอในชีวิตนนด้วยนั่นแหละ”

นนทลีหน้าเสีย บอกว่าตนพูดเล่น แต่อารุมไม่ฟัง จะให้เธอเลือกคนรักใหม่ที่ดีกว่าเขา นนทลีน้อยใจถึงกับน้ำตารื้น สั่งเขาจอดรถเดี๋ยวนี้ เธอจะลง... อารุมใจเสียแต่ไม่ยอมจอด กระทั่งเธอทุบตี จึงต้องหักรถเข้าข้างทางหวังจะเคลียร์กันให้เข้าใจ แต่ปรากฏว่านนทลีวิ่งไปโบกแท็กซี่หนีไป กุสุมาสะใจเป็นบ้า แต่ทำทีปลอบใจอารุมอย่าคิดมาก

ด้านอำนวยกับกรแก้ว เมื่อกลับถึงบ้านทราบจากสาวใช้ว่าวิศนีมาเก็บเสื้อผ้าออกไปก็ตกใจ อำนวยนึกถึงแวว รีบเดินทางไปพร้อมกรแก้ว แต่ไม่พบลูกสาว แถมยังมีปากเสียงกับแววและชีพที่กำลังเมาปลิ้น เพราะแววด่ากรแก้วอย่างเสียๆหายๆ แล้วยังจะทำร้ายร่างกายด้วย
กลับออกจากบ้านแววได้สักครู่ สองสามีภรรยาก็รีบร้อนไปยังโรงแรมหลังจากอวลอบโทร.มาเล่าให้กรแก้วฟังว่าวิศนีอยู่ที่นั่น

วิศนีกำลังเต้นหลุดโลกสนุกสนานอยู่ในผับของโรงแรม อำนวยเห็นแล้วรับไม่ได้ เข้ามาบังคับลูกสาวให้กลับบ้าน พร้อมกับคว้าขวดน้ำเปล่าในมือโยธินสาดใส่หน้าเมื่อเธอพยายามสะบัดหนี

“นี่มันอะไรกันเนี่ย ฉันไปเจอแม่แกเมาแอ๋ก็ทุเรศใจพออยู่แล้ว นี่ยังต้องมาเจอแกสภาพนี้อีก” อำนวยระเบิดอารมณ์อย่างเหลืออด กรแก้วขายหน้าคนอื่นรีบสะกิดปรามสามี อำนวยจึงลดเสียงลง สั่งวิศนีให้กลับบ้าน

“หนูไม่กลับ!” วิศนีสวนทันควัน

“อย่าดื้อกับพ่อนะวิศนี พ่อมีความอดทนจำกัดนะ”

“งั้นก็ไม่ต้องทน เพราะหนูก็ไม่อยากจะทนแล้วเหมือนกัน พ่อบอกว่าหนูเป็นตัวปัญหาแล้วพ่อจะมาตามหนูกลับไปสร้างปัญหาในชีวิตพ่ออีกทำไม ให้หนูใช้ชีวิตแบบที่หนูเคยใช้สิคะ พ่อจะได้ไม่ต้องปวดหัวมากไปกว่านี้”

“แต่แกเป็นลูกฉัน แกจะมาเหลวแหลกต่อหน้าต่อตาฉันแบบนี้ไม่ได้”

“ก็นี่แหละหนู หนูเป็นแบบนี้มาตลอดทั้งชีวิตแล้ว มันคงเปลี่ยนไม่ได้หรอก สิ่งเดียวที่พ่อจะทำได้ก็คือทิ้งหนูไว้แบบนี้แหละ” วิศนีตะโกนลั่นแล้ววิ่งกระเซอะกระเซิงหนีไป อำนวยจะก้าวตามแต่ไปไม่ไหว ซวนเซเหมือนจะล้ม จนกรแก้วต้องเข้าประคอง

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"อ๊อฟ" ปั้น "บีบี" เป็นผู้จัด จับคู่ "ณเดชน์-โบว์" “มนต์รักหนองผักกะแยง”

"อ๊อฟ" ปั้น "บีบี" เป็นผู้จัด จับคู่ "ณเดชน์-โบว์" “มนต์รักหนองผักกะแยง”
10 พ.ค. 2564

00:15 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม 2564 เวลา 08:59 น.