สมาชิก

อุบัติเหตุ

ตอนที่ 18

นอกจากโยธินจะเข้ามาวางท่าเป็นเจ้านายในบริษัทแล้ว อวลอบก็ยังมาแสดงตัวในตำแหน่งรักษาการแทนประธานกรรมการ เธอตั้งใจยึดห้องทำงานของอำนวยและฮุบกิจการอย่างเต็มที่ โดยไม่ฟังเสียงทัดทานของลูกชายที่เกรงว่าจะประเจิดประเจ้อเกินไป

ด้าน กุสุมา หลังจากไม่ประสบความสำเร็จในการตามตื๊ออารุม เธอคิดหาตัวช่วยด้วยการนัดพบโยธินเพื่อให้เขาพยายามแยกวิศนีออกจากอารุม โดยบอกข้อมูลว่าอารุมไปเฝ้าอำนวยทุกวันเพื่อใกล้ชิดวิศนี

โยธินยังรู้สึก ผิดต่ออำนวยจึงหลุดปากว่าตนไม่กล้าไปที่นั่น ทำให้กุสุมาจ้องมองอย่างสงสัย เขาเลยตัดบทก่อนที่เธอจะคาดคั้น “เอาเป็นว่าผมจะประกบวิศนีให้มากกว่านี้ ส่วนคุณก็คอยดูแลคนของตัวเองให้ดีแล้วกัน”

เย็นนั้น อารุมดึงดันไปส่งวิศนีที่บ้านจนได้ และบอกด้วยว่าพรุ่งนี้จะมารับเธอไปโรงพยาบาล แต่วิศนีปฏิเสธเสียงแข็ง เขาจึงตัดพ้อด้วยความน้อยใจว่า ทำไมต้องปฏิเสธตนอยู่เรื่อย

“ก็แล้วทำไม คุณต้องมาคอยวุ่นวายกับฉันอยู่เรื่อย คุณคิดเหรอว่าสิ่งต่างๆที่คุณพยายามทำมันจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น มันไม่มีประโยชน์หรอกนะคะ วันนี้คุณอาจจะรู้สึกผิดที่ทำให้ฉันเสียใจ ถึงพยายามจะทำดีกับฉันเป็นการชดเชย แต่ลึกๆแล้วคุณก็ยังรู้สึกผิดต่อคุณนนทลีอยู่ คุณไม่มีวันที่จะปล่อยให้ฉันมีความสุขได้จริงๆหรอก เมื่อไหร่ ที่คุณคิดถึงเรื่องนั้นขึ้นมา คุณก็จะหาทางทำร้ายฉันอีก...ฉันรับมันไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว ฉันไม่อยากเป็นเหยื่ออารมณ์ของคุณ”

วิศนีเดินลิ่วเข้าบ้าน ทิ้งให้อารุมยืนคอตก เศร้าสร้อยที่ง้อไม่สำเร็จสักที! เมื่อเข้ามาในบ้าน วิศนีสีหน้าเบื่อหน่าย เพราะแววยังหาเรื่องกรแก้วไม่เลิก แววจงใจเอาสร้อยราคาแพงของกรแก้วมาใส่ พอโดนทวงคืนหนักเข้าก็แกล้งดึงเสียขาดกระเด็น

กรแก้วโกรธมากแต่ระงับ อารมณ์ตามแบบฉบับของผู้ดี บอกวิศนีที่มาขอโทษแทนแววว่า ตนจะไปอยู่บ้านพี่สาวสักพัก แล้วเจอกันที่โรงพยาบาล...แววรู้เห็นก็สะใจเป็นบ้า พูดสมน้ำหน้ากรแก้วไล่หลัง วิศนีทนไม่ไหวต่อว่าแม่อย่างเอือมๆ ว่าทำอย่างนี้ทำไม?

“ก็กำจัดเสี้ยนหนามให้หนูน่ะสิ แม่นึกแล้วว่ามันหน้าบาง โดนก่อกวนเข้าหน่อยก็ทนอยู่ไม่ได้หรอก นี่ถือว่าเอาคืนทบต้นทบดอกให้หนูเลยนะลูก ทีนี้ก็จะไม่มีใครมายุ่งกับของของหนูได้อีกแล้ว แต่หนูอย่าเพิ่งวางใจนะ มันไม่ได้ทางบ้านนี้ มันก็ต้องวิ่งโร่ไปทางบริษัทพ่อหนูแน่”

แววใช่แค่ คิด แต่กระทำอย่างเร่งด่วนด้วยการไปปรากฏตัวในบริษัทพร้อมวิศนี แล้วพยายามจะโละทิ้งโยธินกับอวลอบ จนเกิดมีปากเสียงกันก่อนที่วิศนีจะไกล่เกลี่ยได้ เธอต้องการให้โยธินช่วยสอนงาน อวลอบยิ้มย่องพอใจ ยุโยธินให้รีบทำคะแนนโดยเร็ว แต่แล้วจู่ๆ คู่แข่งอีกคนของโยธินก็ปรากฏตัว

วิเศษ หลงใหลได้ปลื้มวิศนีไม่เสื่อมคลาย มาดักหน้าดักหลังเธอจนเกือบวางมวยกับโยธิน วิศนีสุดแสนรำคาญจึงตัดรอนเสียงแข็ง ทำให้วิเศษผิดหวังอย่างแรง เดินใจลอยออกไปหน้าบริษัทเกือบโดนรถชนถ้าไม่ได้ นีรนุชเข้ามาช่วยเหลือไว้

ความดีและความสวยของหญิงสาวทำเอาวิเศษเก็บมาเพ้อฝัน เปลี่ยนเป้าหมายจากวิศนีเป็นนีรนุชอย่างง่ายดาย!

ด้าน โยธิน เมื่อมีโอกาสใกล้ชิดวิศนีก็แอบส่งข่าวกุสุมาเพื่อร่วมมือกันวางแผนให้วิศนี กับอารุมบาดหมางกันยิ่ง ขึ้น โดยโยธินพาวิศนีมากินข้าว แล้วให้กุสุมาตื๊ออารุมมาเจอ

เมื่อสองฝ่ายเผชิญหน้ากัน กุสุมาจงใจยั่วเย้ยวิศนี แต่เมื่อวิศนีนิ่งเฉยไม่แสดงความรู้สึกใดๆ จึงตามเข้าไปหาเรื่องถึงห้องน้ำ

“วันนี้วันเกิดฉันจริงๆนะ จะไม่อวยพรฉันหน่อยเหรอคุณวิศนี”

“ไม่ดีกว่าค่ะ ฉันว่าคุณได้ของขวัญที่ตัวเองอยากได้ที่สุดในชีวิตไปแล้วนี่ คงไม่ต้องการอะไรอีก”

“อารุม เขาเอาใจฉันมากเลยนะคะ เดี๋ยวเสร็จจากทานข้าว เขาก็จะพาฉันไปทำบุญวันเกิดที่วัด เอ๊ะ ใช่ที่เขาเคยพาคุณไปแล้วไปเจอกับนนที่นั่นหรือเปล่า...คุณโชคร้ายนะ แต่ฉันน่ะโชคดีเพราะไม่มีนนอีกต่อไปแล้ว เขาก็เลยไม่ต้องรู้สึกผิดกับใคร”

“ดีใจด้วยค่ะ”

“ดีใจจริงหรือเปล่า อย่าทำเป็นสร้างภาพแล้วแอบวางแผนเข้าหาอารุมลับหลังก็แล้วกัน”

“ฉันทำอย่างนั้นไม่เป็นหรอกค่ะ ทั้งโลกคงมีคุณคนเดียวที่ทำได้”

“วิศนี!” กุสุมาโกรธจัดเงื้อมือจะตบ...แต่แล้วไม่กล้าเมื่อเห็นสายตาคมกริบของวิศนี!

หลัง จากแยกกับกุสุมาในค่ำนั้น อารุมรีบไปหาวิศนีที่บ้านเพื่อจะอธิบายถึงความจำเป็นที่ต้องไปไหนมาไหนกับ กุสุมา แต่วิศนีไม่ต้อนรับแถมให้คนขับรถไล่เขากลับไป...

กรแก้วหลบไปสงบ ใจที่บ้านพี่สาวได้วันเดียวก็ย้อนกลับมาเพราะลืมของใช้จำเป็น ปรากฏว่าแววพาขาไพ่มาตั้งวงอย่างเฮฮา แววพูดจาเย้ยหยามกรแก้วว่าไปไม่รอด แกมกาญจน์มากับน้องสาวด้วยเจ็บใจแทน จึงแอบโทร.แจ้งตำรวจมาจับ

เมื่อวิศ นีรู้ข่าวว่าแม่โดนตำรวจจับก็รีบร้อนไปประกันตัวที่โรงพัก จากนั้นเธอพยายามโน้มน้าวแม่ให้กลับไปอยู่บ้านตัวเอง แววยึกยักไปมาแต่พอเห็นเงินที่ลูกยื่นให้ก็ตาโต โอนอ่อนผ่อนตามในที่สุด

เคลียร์ เรื่องแม่ได้แล้ว วิศนีย้อนกลับไปหาพ่อที่โรงพยาบาลในสภาพเหนื่อยทั้งใจกาย เธอฟุบหน้ากับเตียงรำพึงรำพันเสียงสั่นเครือ อยากให้พ่อฟื้นขึ้นมาเร็วๆ จะได้กลับไปอยู่บ้านของเรา...

อารุมเข้ามารู้เห็น สงสารเธอจับใจ ปลุกปลอบว่าอีกไม่นานพ่อของเธอต้องหาย วิศนีมองหน้าเขานิ่ง ทิฐิที่สร้างขึ้นมาก่อนหน้านี้ทลายลงชั่วคราว เพราะอยากมีคนปรับทุกข์

“แต่นี่มันก็หลายวันแล้ว ถ้าพ่อไม่เป็นอะไร ทำไมไม่ฟื้นขึ้นมาสักที”

“คุณจำได้ไหมว่าผมก็สลบไปหลายวัน แต่คุณก็ยังเฝ้าผมด้วยความอดทน ตอนนั้นคุณเชื่อว่าผมจะหายหรือเปล่า”

“ฉันจำไม่ได้แล้ว” เธอบอกปัดแล้วเมินหน้าหนี อารุมยิ้มรู้ทันและไม่ถือสา ชวนเธอลงไปไหว้ศาลพระภูมิเพื่อความสบายใจ...

ในเวลาเดียวกัน วิเศษที่ผิดหวังจากวิศนีแล้วเปลี่ยนเป้าหมายมาที่นีรนุช เขาเกณฑ์พ่อแม่และญาติสนิทนับสิบมาดูรถโดยให้นีรนุชคอยแนะนำ ทุกคนทำเหมือนจะซื้อแต่ดูแล้วดูอีกก็ยังไม่ตัดสินใจ ซึ่งท่าทีและคำพูดของวิเศษทำให้นีรนุชรู้แกวว่าเขาแค่มาจีบเธอแน่ๆ

เมื่อพวกวิเศษกลับไปแล้ว นีรนุชตัดสินใจพูดให้เดชชาติฟัง แต่เดชชาติไม่ค่อยเชื่อ ประชดว่า

“จ้ะ แม่คนสวยมาก แม่คนงามในสามโลก สวยจนลูกค้าทนไม่ไหวตามจีบเลยเนี่ยนะ เธอคิดว่าตัวเองเป็นมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์สหรือไงฮะ”

“จริงๆนะพี่ชาติ ก็ตอนก่อนกลับ หม่าม้านายวิเศษก็มาขอวันเดือนปีเกิด เวลาตกฟากอะไรไม่รู้ไปจากนุช แถมยังบอกว่าเดี๋ยวจะนัดนุชไปกินข้าวด้วย แล้วพี่จะให้นุชคิดยังไง นุชไม่อยากยุ่งกับอีตานี่เลยจริงๆ นี่ถ้าไม่กลัวบริษัทเสียชื่อ นุชไล่ตะเพิดไปตั้งนานแล้ว”

เดชชาติครุ่นคิดคล้อยตาม ถามนีรนุชว่าจะจัดการเรื่องนี้ยังไงต่อ หญิงสาวอึกอักลังเลนิดหน่อยก่อนจะขอความร่วมมือให้เดชชาติมาเป็นแฟนตนเพื่อตบตาวิเศษ จนกว่าหมอนั่นจะยอมแพ้แล้วเลิกยุ่งไปเอง

ooooooo

หลังจากปะทะคารมกับวิศนีเมื่อตอนกลางวันที่ร้านอาหารแล้วตัวเองเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ...กุสุมากลับมาคิดหนักว่าจะทำอย่างไรให้วิศนีกับอารุมแตกหักกันเสียที!

กุสุมาลงทุนตบหน้าตัวเองจนแดงเถือก แล้วขบฟันกัดริมปีปากจนได้เลือด ก่อนจะโผล่ไปหาอารุมถึงห้องพักในตอนค่ำ บีบน้ำตาแต่งเรื่องชวนให้สงสารว่าตนถูกป้าทำร้ายและไล่ออกจากบ้าน เพียงเพราะตนไม่ยอมแต่งงานกับผู้ชายที่ป้าหาให้

“สุไม่มีที่ไปแล้ว อารุมเป็นคนเดียวที่สุนึกถึง”

“เท่าที่ผมเคยคุยกับป้าของสุ ท่านก็ดูเป็นคนใจดีนี่นา ไม่น่าจะทำร้ายสุได้”

“ป้าเป็นคนโมโหร้ายจ้ะ คือ...แกประสาทไม่ค่อยดี ตั้งแต่ลุงเสียไปแล้วล่ะ ตอนนี้สุยังคิดไม่ออกว่าจะไปอยู่ที่ไหน อารุมพอจะช่วยสุได้ไหม”

“ที่คอนโดฯนี่คงพอจะมีห้องว่าง เดี๋ยวผมจะถามผู้จัดการให้ แต่คืนนี้สุนอนที่นี่ก่อนแล้วกัน”

กุสุมายิ้มเศร้า แต่แววตาลิงโลด แอบบอกตัวเองว่าถึงจะเจ็บแต่ก็คุ้มค่า!

ทางด้านวิเศษที่เกิดปิ๊งนีรนุชเข้าอย่างจัง เช้าวันนี้เขามาหาเธอถึงโชว์รูม อยากชวนเธอไปกินข้าว แต่ทำเนียน บอกว่าพ่อแม่ของตนอยากได้ข้อมูลเรื่องรถเพิ่มเติมประกอบการตัดสินใจซื้อ นีรนุชรู้แกวจึงชวนเดชชาติไปด้วย โดยแนะนำว่าเขาเป็นแฟน แต่เดชชาติดันพูดเต็มปากเต็มคำว่าเป็นสามี!

เมื่อแม่ของวิเศษเห็นหน้าค่าตาเดชชาติก็รู้จักคุ้นตาแต่นึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน เดชชาติเองก็กลัวจะถูกจับได้เพราะเขาเคยสมอ้างเป็นแฟนวิศนีมาแล้วครั้งหนึ่ง และเพราะความกลัวทำให้หลุดพิรุธหลายอย่างจนสองแม่ลูกไม่ค่อยเชื่อว่าทั้งคู่เป็นสามีภรรยากัน...

วันเดียวกันที่โรงพยาบาล โยธินกับอวลอบตามวิศนีมาเยี่ยมอำนวย และถือโอกาสปลอบใจเมื่อเห็นเธอท้อแท้เศร้าใจ

“คุณวิศนีไม่ต้องเป็นห่วงที่บริษัทนะครับ ผมกับคุณแม่คอยรักษาผลประโยชน์ให้อย่างเต็มที่เลย”

“ขอบคุณค่ะ ฉันเองก็ยังไม่คล่องเรื่องการบริหารนัก คงต้องพึ่งคุณกับคุณหญิง”

“อุ๊ย ยินดีค่ะ แต่ก็ติดอยู่เรื่องเดียว...คือเราสองคนเป็นคนนอก อย่างโยธินเองเขาก็ยังถือว่าเป็นคนอื่นจะตัดสินใจทำอะไรก็ไม่ค่อยสะดวก ป้าก็เลยจะมาปรึกษาหนูวิศนีนี่แหละ”

“เรื่องอะไรคะ”

“ผมคิดว่าเราควรจะแต่งงานกันได้แล้วนะครับ เพราะคุณอาอำนวยท่านก็ต้องการเช่นนั้น ก่อนที่ท่านจะเจ็บ ท่านก็วางแผนให้คุณแม่ผมไปหาฤกษ์เอาไว้เรียบร้อยแล้ว ถ้าเราแต่งงานกัน ก็จะมีผลผูกพันทางกฎหมาย ทำให้ผมทำธุรกรรมแทนคุณอา แทนคุณวิศนีได้ง่ายขึ้นไงครับ”

“นั่นไม่ใช่เหตุผลที่ผู้ชายกับผู้หญิงจะแต่งงานกันเลยนะคะ”

“แต่ยังไงหนูวิศนีก็ยังเป็นคู่หมั้นตาโยอยู่นะจ๊ะ หรือว่า...หนูวิศนีมีคนอื่นแล้ว”

“เอาเป็นว่าฉันยังไม่อยากคิดเรื่องแต่งงานหรอกค่ะ จนกว่าคุณพ่อจะฟื้น”

สองแม่ลูกผิดหวัง แอบไปปรึกษากันนอกห้องอย่างเคร่งเครียด

“ถ้ารอให้ไอ้อำนวยฟื้นขึ้นมา มันก็แฉเราเท่านั้นเอง ทีนี้แหละเรื่องแต่งงานยิ่งไม่ต้องคิด หรือจะให้มันตายๆไปเลยดี”

“คุณแม่! ถ้านายอำนวยตาย วิศนีก็ยิ่งจะมีข้ออ้างไม่แต่งงานกับผมน่ะสิครับ”

“แม่รู้ แต่ตอนนี้เราคงจะต้องเอาตัวเองให้รอดก่อน ไม่งั้นเราก็จะอดทั้งสองทางนะ”

โยธินนิ่งไป ใจยังไม่กล้าพอที่จะใช้วิธีรุนแรง เขาพยายามเอาใจวิศนีด้วยการพาเธอไปส่งที่บ้าน หมายจะใช้ความใกล้ชิดทำให้เธอใจอ่อน แต่ไม่สำเร็จ เธอพูดดีด้วยก็จริง แต่ไม่ยอมให้เขาเข้ามาวุ่นวายในชีวิต

โยธินหงุดหงิดที่โดนวิศนีไล่กลับทางอ้อม พอออกมาขึ้นรถเจออารุมหน้าบ้านก็ยิ่งโมโห ชี้หน้าพูดจาหยาบคายใส่

“ไอ้อารุม ใครใช้ให้แกมาที่นี่”

“ผมมาหาวิศนี”

“จะมายุ่งอะไรกับคู่หมั้นฉันอีก กลับไปซะ ที่แกตักตวงไปโดยไม่ได้รับอนุญาตจากฉันมันก็มากเกินพอแล้ว อย่ามาเข้าใกล้วิศนีอีก”

“คุณหมายความว่ายังไง”

“แกเอาคู่หมั้นฉันไปกกถึงตราด ฉันไม่ใช่เด็กอมมือ จะได้คิดว่ามันคงไม่มีอะไรเกิดขึ้น ฉันยอมกินเดนจากแกครั้งนี้เพราะฉันมาช้ากว่า แต่แกก็อย่าหวังจะต่อคิวจากฉันอีก”

“แกดูถูกคุณวิศนีมากไปแล้ว” พูดขาดคำ อารุมยัดกำปั้นใส่หน้าโยธินเต็มแรง

โยธินยัวะสุดๆ สวนกลับไปหนึ่งหมัดแรงพอกัน ประยุทธตกใจรีบวิ่งเข้าไปบอกวิศนีในบ้าน ไม่กี่อึดใจวิศนีก็รีบร้อนออกมาห้ามและถามทั้งคู่ว่าเกิดอะไรขึ้น โยธินไม่พูดความจริงที่ดูหมิ่นวิศนี บอกแต่ว่าอารุมชกตนก่อน

“ฉันคงไม่ชกแก ถ้าแกไม่พูดจาสกปรกแบบเมื่อกี้”

“พูดบ้าอะไร อย่ามาใส่ความฉันนะ” โยธินตวาดกลบเกลื่อน แล้วจะเข้าไปเล่นงานอารุมอีก

“อย่านะ พอได้แล้ว คุณจะมีปัญหาอะไรกันก็ช่าง แต่อย่ามาชกต่อยกันในบ้านฉัน...คุณกลับไปก่อนเถอะค่ะคุณโยธิน”

“แล้วทำไมมันถึงต้องอยู่”

“เพราะฉันอยากให้เขาอยู่”

คำตอบของวิศนีเสียดแทงใจโยธินถึงสะอึก ทนอยู่ต่อไปไม่ได้ ผลุนผลันขึ้นรถแล้วโทร.หาอวลอบ ต้องการเอาชนะทั้งคู่ให้ได้ “คุณแม่ครับ คุณแม่จะทำอะไรก็ทำเถอะครับ ผมอยากแต่งงานกับวิศนีให้เร็วที่สุด”

วิศนีพาอารุมเข้าบ้านแล้วเอายามาทารอยช้ำที่ปากให้ อารุมเห็นเธออ่อนลงก็ได้ใจ ทำตาหวานใส่พร้อมกับจับมือเธอกุมไว้

“มาหาเรื่องเจ็บตัวแท้ๆเลยคุณ”

“ผมรู้ว่าคุณอยู่บ้านคนเดียว ก็เลยเป็นห่วง”

“ฉันยังมีประยุทธกับละอองและสมจิตอยู่เป็นเพื่อนนะคะ อีกอย่างถึงอยู่คนเดียวจริงๆ ฉันก็ชินแล้ว เคยบอกแล้วนี่”

“งั้นผมสารภาพก็ได้ ผมคิดถึงคุณ อยากเห็นหน้า”

วิศนีชะงักด้วยความเขิน เปลี่ยนเรื่องกลบเกลื่อน “แล้วคุณทะเลาะกับคุณโยธินเรื่องอะไร”

“ช่างมันเถอะ คนอันธพาล คุณอย่าไปยุ่งเกี่ยวกับเขาดีที่สุด”

อารุมตัดสินใจไม่เล่า แล้วล้มตัวลงนอนหนุนตักวิศนีหน้าตาเฉย อ้างว่ายาที่เธอเอามาทาทำให้ง่วงนอน

“ง่วงก็กลับไปบ้านคุณสิ”

เขานึกถึงกุสุมาแล้วไม่อยากกลับ อ้อนวิศนีว่านอนที่นี่ไม่ได้เหรอ จะได้อยู่เป็นเพื่อน

“ไม่ต้องมาหาเรื่องเลย ฉันอยู่ได้ กลับไปเถอะค่ะ”

อารุมยังอ้อยอิ่งอย่างเสียดาย แต่เมื่อเธอยืนยันว่าอยู่ได้ ก็ไม่อยากขัดใจ

“งั้นพรุ่งนี้เช้าผมมารับนะ ช่วงนี้คุณหักเงินเดือนประยุทธได้เลย เพราะผมจะมาทำหน้าที่เป็นคนขับรถประจำตัวให้”

“คุณไม่คิดจะกลับไปทำงานหรือไง”

“ถ้าจะทำ ขอเป็นคนขับรถกับ รปภ.ประจำตัวคุณแล้วกัน ผมคิดเงินเดือนไม่แพงหรอก หรือจะให้ทำฟรีก็ได้ เพราะตอนอยู่บ้านวิโรจน์ผมก็ใช้งานคุณฟรีตั้งเยอะ”

วิศนีอมยิ้มขำๆ เดินออกไปส่งเขาที่รถ

“ผมเป็นห่วงคุณนะ ถ้ามีอะไรโทร.หาผมนะครับ แล้วผมจะรีบมา” อารุมทิ้งสายตาอ่อนโยนให้เธอแล้วขึ้นรถขับออกไป วิศนีรู้สึกอบอุ่นใจ กลับเข้าบ้านด้วยรอยยิ้ม...

หลังจากเมื่อตอนกลางวันไปหลอกวิเศษกับพ่อแม่ว่าเป็นสามีภรรยากัน พอตกเย็นเดชชาติกับนีรนุชเลยถูกวิเศษแอบสะกดรอยเพื่อพิสูจน์ความจริงให้ประจักษ์แก่สายตา แต่นับว่าทั้งคู่ยังโชคดีที่ไหวตัวทัน ตาไวเห็นวิเศษก่อนจะเข้าซอยบ้าน

เดชชาติรีบโทร.บอกแม่กับน้องๆให้ช่วยจัดฉากเล่นละครตบตาวิเศษ ซึ่งทุกคนดำเนินการได้อย่างรวดเร็วทันใจ ที่สำคัญแนบเนียนมากด้วย ทำให้วิเศษเชื่อสนิทถึงกับร้องไห้กลับไปด้วยความผิดหวัง...

ด้านอำนวยที่ยังรักษาตัวในโรงพยาบาล ค่ำคืนนี้เอง ชีพเร้นกายเข้ามาภายในห้องหมายเอาชีวิตเขาตามใบสั่งของอวลอบ แต่โชคไม่เข้าข้างคนชั่ว ชีพทำงานไม่สำเร็จเพราะกรแก้วเข้ามาเจอและเอะอะโวยวายขอความช่วยเหลือ

ภายในห้องมืดสนิทเพราะไม่ได้เปิดไฟ ทำให้กรแก้วไม่เห็นหน้าชีพ แต่เมื่อเธอโดนเขาตบจึงคว้ามีดปอกผลไม้ใกล้มือแทงมั่วไป ปรากฏว่าชีพร้องโอ๊ยด้วยความเจ็บ แล้วผลุนผลันหนีออกจากห้องไปก่อนที่ผู้คน จะกรูกันเข้ามา

วิศนีรีบมาโรงพยาบาลทันทีที่ทราบข่าว เห็นแก้มกรแก้วแดงเป็นเปื้อนก็ถามไถ่ด้วยความสงสาร เช่นเดียวกับอวลอบที่มาพร้อมโยธิน สองแม่ลูกแสดงความห่วงใยกรแก้วและอำนวย แล้วร่วมรับฟังเมื่อตำรวจเข้ามาตรวจสอบภายในห้องเกิดเหตุ

ตำรวจคาดว่าคนร้ายน่าจะปีนมาจากระเบียงห้องข้างๆที่ว่างอยู่ แม้ไม่เห็นหน้าคนร้าย แต่ก็ไม่ยากที่จะตามสืบ เพราะทางเราขอดูกล้องวงจรปิดของโรงพยาบาล

“นี่แสดงว่าที่พ่อเจ็บอย่างนี้ไม่ใช่การจี้ปล้นธรรมดาใช่ไหมคะ มันถึงตามมาทำร้ายพ่อซ้ำ” วิศนีตั้งข้อสังเกต ซึ่งตำรวจตอบทันทีว่าเป็นไปได้ “ฉันไม่เข้าใจ ใครคิดจะทำร้ายพ่อ พ่อไปทำอะไรให้”

โยธินกับอวลอบได้ยินแล้วเสียวสันหลังวาบ รีบเบี่ยงเบนไปเรื่องธุรกิจ เผื่อจะเป็นพวกคู่แข่ง ซึ่งโยธินอาสาจะลองหาข้อมูลเพิ่มเติมที่บริษัท...

วิศนีเป็นห่วงและกังวลเรื่องพ่อจนนอนไม่หลับ เธอตัดสินใจโทร.หาอารุมเพื่อปรึกษาหารือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ปรากฏว่ากุสุมารับสายเพราะอารุมหลับไปแล้ว

กุสุมาคุยโอ้อวดอยู่นานสองนาน พูดจาเหมือนมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับอารุมแล้ว ทำให้วิศนีเข้าใจผิดในตัวอารุม ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาสองคนเพิ่งจะพูดคุยกันด้วยดี...เช้าวันรุ่งขึ้น วิศนีจึงไม่รอเขามารับตามที่สัญญากันไว้ ครั้นอารุมตามไปถึงบริษัท เธอก็ไม่ต้อนรับ และไม่ต้องการให้เขามารับส่งเธออีกแล้ว คนที่เธอควรจะพึ่งพิงที่สุดไม่ใช่เขา แต่เป็นโยธินต่างหาก

“ทำไม” อารุมถามเสียงขุ่น

“เพราะเขาช่วยพ่อฉันทำงานในบริษัทนี้ แล้วเขาก็อยู่เคียงข้างฉันในช่วงเวลาที่มีปัญหา คุณรู้ไหมว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น พ่อฉันเกือบจะถูกฆ่าในโรงพยาบาล ฉันพยายามโทร.หาคุณเพื่อปรึกษา”

“ผมไม่รู้เลยว่าคุณโทร.มา”

“ก็เพราะคุณกุสุมาเป็นคนรับไงคะ ถ้าคุณบอกให้ฉันรู้ว่าคุณไม่ใช่ตัวคนเดียวอีกแล้ว ฉันก็คงไม่รบกวนคุณ แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะตอนนี้ฉันรู้แล้ว”

“มันไม่ใช่อย่างนั้นนะวิศนี กุสุมาเขาแค่...”

อารุมยังอธิบายไม่จบ โยธินโผล่พรวดเข้ามาขัด จังหวะ สองหนุ่มโต้เถียงกันไปมาโดยมีวิศนีเป็นคนกลาง ซึ่งคราวนี้เธอเข้าข้างโยธิน ประกาศว่าเธอจะแต่งงานกับ เขาเร็วๆนี้ จากนั้นก็ผลักไสไล่ส่งอารุมด้วยการเรียก รปภ. เข้ามาลากตัวออกไป

โยธินยิ้มกริ่มได้ใจ ก้าวตามไปเยาะเย้ยถากถางอารุมถึงหน้าบริษัท โดยมีลูกเกดกับชมพู่สอดรู้สอดเห็นแอบถ่ายคลิปไว้อย่างมันมือ

“วันนี้แกโชคดีที่ไม่ต้องเจ็บตัว แต่ถ้าฉันเห็นแกมาเกาะแกะคู่หมั้นฉันอีก แกจะโดนหนักแน่”

“นายไม่มีทางห้ามฉันได้ เพราะฉันกับวิศนีรักกัน”

“รักกัน...นี่แน่ะรักกัน” โยธินชกหน้าอารุมแล้ว

ด่าซ้ำ “แกไม่ได้ยินหรือไง ที่คุณวิศนีบอกว่าจะแต่งงานกับฉัน เพราะฉะนั้นแกจะมาใช้คำนี้กับคุณวิศนีอีกไม่ได้จำเอาไว้”

อารุมปากแตกเลือดซึม ชกโยธินคืนไปหนึ่งหมัด โยธินโกรธจัดจะเข้ามาเล่นงานอารุมอีก แต่เดชชาติกับนีรนุชวิ่งออกมาพอดี

“หยุดนะ คุณจะทำอะไรพี่อารุม” นีรนุชตวาดเสียงหลง ส่วนเดชชาติเข้าประคองอารุม

“ไม่ใช่เรื่องของพนักงานกระจอกอย่างพวกแก กลับไปทำงาน ถ้าไม่อยากโดนไล่ออก” โยธินกร่างเต็มที่

“เพื่อนผมถูกทำร้ายต่อหน้าต่อตา จะให้ผมอยู่เฉยๆได้ยังไง”

“งั้นฉันจะไล่แกออก”

“ก็เอาสิ” นีรนุชวิ่งไปดึงโทรศัพท์จากมือลูกเกดทันที “เมื่อกี้พี่ลูกเกดถ่ายคลิปไว้ใช่ไหม นุชจะเอาไปให้ตำรวจดูว่าใครทำร้ายใครก่อน จะได้เรียกค่าเสียหายให้หมดตัว”

ลูกเกดกับชมพู่หน้าซีดและรีบเดินเลี่ยงไป เมื่อเห็นสายตาคมกริบของโยธินที่มองมา

“พอเถอะนุช ชาติ ฉันไม่เป็นอะไร ให้มันจบแค่นี้ เถอะ” อารุมตัดบท...โยธินมองเขม่นทั้งสามคน แล้วผลุนผลันกลับเข้าออฟฟิศอย่างหัวเสีย

หลังฟังอารุมเล่าที่มาที่ไปของเรื่องราวซึ่งเริ่มต้นจากกุสุมาที่แอบรับโทรศัพท์ของเขาเมื่อคืน ส่งผลให้วิศนีเข้าใจผิดถึงขนาดประกาศแต่งงานกับโยธิน เดชชาติกับนีรนุชจึงตัดสินใจบอกเรื่องวิเวียนเป็นกิ๊กของโยธิน เพราะไม่ต้องการให้วิศนีโดนหลอก

เพื่อให้ความจริงกระจ่างและเล่นงานโยธินได้ ทั้งสามคนจึงไปพบวิเวียนที่บ้าน แต่วิเวียนไม่ให้ความ ร่วมมือ ปฏิเสธลูกเดียวว่าเธอไม่ได้เป็นอะไรกับโยธิน

และทำเป็นไม่สนใจข่าวดีของเขากับวิศนี เอะอะโวยวายไล่ทุกคนกลับไป...

ในขณะเดียวกัน อวลอบทราบข่าวดีก็แจ้นมาหาวิศนีถึงบริษัท ถามให้แน่ใจว่าจะแต่งงานกับโยธินจริงหรือ?

“ฉันพูดจริงค่ะ”

“ป้าดีใจที่สุดเลยลูก” อวลอบยิ้มร่า สวมกอดวิศนีอย่างตื่นเต้น...วิศนีสบตาโยธิน เห็นรอยยิ้มยินดีปรีดาของเขาเช่นกัน ทำให้ตัวเองยิ่งอึดอัดใจมากขึ้นอีก

ooooooo

เย็นนั้น อารุมกลับไปสอบถามกุสุมาเรื่องรับโทรศัพท์ที่วิศนีโทร.หาตนเมื่อคืน หญิงสาวยอมรับ โดยอ้างว่าเขาหลับไปแล้ว ตนก็เลยรับแทน

“แล้วสุบอกอะไรกับคุณวิศนี”

“สุก็ไม่ได้บอกอะไร เพราะพอรับสาย คุณวิศนีก็จำเสียงสุได้ แต่เธอก็คงไม่พอใจเท่าไหร่ เพราะไม่ทันไรก็วางหูใส่สุไปเลย ทำไมเหรอจ๊ะ อย่าบอกนะว่าเธอเข้าใจผิด”

อารุมสายตาเคลือบแคลง รู้ว่ามีอะไรมากกว่านั้น แต่ไม่อยากคาดคั้น เพราะยังไงกุสุมาก็เป็นเพื่อน แต่ถ้าเธอยังจะอยู่ที่นี่ต่อ เขาคงต้องหาที่อยู่ใหม่ชั่วคราว

กุสุมาประหลาดใจเมื่อเห็นอารุมเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า ดักหน้าดักหลังถามเขาว่าจะไปไหน?

“ผมถามผู้จัดการคอนโดฯให้แล้ว ตอนนี้ห้องที่นี่ยังไม่ว่าง เพราะฉะนั้นสุอยู่ที่นี่ไปก่อน ผมอนุญาต”

“แล้วอารุมจะไปไหนล่ะ”

“ผมจะไปอยู่กับหลวงตา”

“ไม่ได้นะ อารุมจะทิ้งสุไปไม่ได้”

“ที่นี่ไม่น่ากลัวหรอกสุ รปภ.ก็ทำงานยี่สิบสี่ชั่วโมง ถ้าสุมีปัญหาอะไรก็โทร.หาผู้จัดการได้เลย” อารุมรวบรัดตัดความแล้วหิ้วกระเป๋าออกจากคอนโดฯ แต่กุสุมายังตามประกบจะไม่ยอมให้เขาไป

วิศนีจอดรถแอบมองอยู่หน้าคอนโดฯ เห็นภาพความใกล้ชิดของทั้งคู่ก็ตีความไปตามความคิดของตนเอง ด่วนออกรถไปก่อนที่จะเห็นกุสุมายื้อยุดอารุมทั้งน้ำตา แต่ก็ไม่สำเร็จ...

ส่วนที่บ้านอวลอบ...สองแม่ลูกกำลังจิบไวน์ฉลองข่าวดีที่จู่ๆก็เกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝัน

“ไม่นึกว่าอะไรๆมันจะหล่นเข้าทางง่ายๆแบบนี้นะโย”

“นั่นสิครับ ไม่รู้ว่าไอ้อารุมมันไปทำอีท่าไหน คุณวิศนีถึงเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือแบบนี้ แต่ก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องมีการเสียเลือดเสียเนื้อ”

“มันก็ไม่แน่ เพราะแม่ยังไม่วางใจเรื่องไอ้อำนวย ถ้ามันนอนแบบนี้ไปตลอดชีวิตก็แล้วไป แต่ถ้ามันทำท่าจะลุกขึ้นมาได้เมื่อไหร่ เราก็ต้องจัดการ”

“แต่ยังไงตอนนี้คงยังไม่จำเป็นใช่ไหมครับ ผมไม่อยากให้มีอะไรมาขัดจังหวะจนคุณวิศนีหาเรื่องบ่ายเบี่ยงงานแต่งงานออกไปได้อีก”

“แน่นอน เราต้องจัดการรวบวิศนีมาเป็นเมียตามกฎหมายของแกให้เร็วที่สุด” อวลอบยิ้มมาดมั่น ชูแก้วไวน์ ชนแก้วกับลูกชายอย่างมีความสุข

ขณะเดียวกันนั้นที่โรงพยาบาล กรแก้วกับวิศนีนั่งคุยกันข้างเตียงอำนวย ด้วยเรื่องการแต่งงาน แม้กรแก้วต้องการให้วิศนีกับโยธินลงเอยกัน แต่เธอไม่เห็นด้วยที่จะรีบร้อนจัดงานในช่วงเวลานี้

“ตอนแรกฉันก็คิดอย่างนั้น อยากจะรอให้พ่อฟื้นขึ้นมาก่อน แต่มาคิดอีกที ในเมื่อพ่อต้องการให้ฉันแต่งงาน บางทีข่าวดีนี้อาจจะทำให้พ่อมีกำลังใจที่จะกลับมาหาฉัน...ใช่ไหมคะพ่อ” วิศนีน้ำตาคลอ บีบมืออำนวยที่นอนนิ่งไม่ไหวติง...

ooooooo

คืนนั้นอารุมหนีกุสุมาไปค้างกับหลวงตาที่วัด พอเช้าวันรุ่งขึ้นเขาได้พบป้าของกุสุมาโดยบังเอิญ ทำให้รู้ความจริงจากปากแกหลายอย่าง

“ดีใจจริงๆที่ได้เจอคุณ กำลังกลุ้มใจอยู่พอดี...

ยายสุหายไปไหนไม่รู้ สามวันแล้วยังไม่กลับบ้านเลย คุณน่าจะรู้นะว่ามันอยู่ไหน ก็คุณเป็นแฟนมันนี่”

อารุมอึ้งอย่างคาดไม่ถึง ขณะที่ป้ายังเล่าต่อไปว่ากุสุมาบอกป้าตลอดว่าคบกับเขามาหลายปีแล้ว ตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย แล้วเขาก็กำลังจะมาสู่ขอ

“มันดูรักคุณมากเลยนะ ในห้องมันก็มีแต่รูปคุณเต็มไปหมด”

คำยืนยันของป้าทำให้อารุมต้องย้อนกลับมาหากุสุมาที่คอนโดฯ แต่เวลานั้นหญิงสาวออกไปซื้อกับข้าวข้างนอก อารุมจึงถือวิสาสะรื้อกระเป๋าเธอ และพบรูปถ่ายที่ยืนยันว่ากุสุมารักเขาจริงๆ แต่มีสิ่งหนึ่งที่น่าสงสัยคือแผ่นซีดีที่ผูกโบสีหวาน

กุสุมากลับมาเห็นอารุมเปิดซีดีแผ่นนั้นดูก็หน้าซีดตกใจ เพราะมันคือคลิปของนนทลีกับโยธินที่เธอแอบถ่ายเอาไว้ตอนพวกเขาทะเลาะกัน ซึ่งทั้งภาพและเสียงชัดเจนมาก

“ฉันขอเตือนแก ห้ามเอาเรื่องนี้ไปพูดกับใครไม่งั้นฉันจะแจ้งตำรวจว่าแกข่มขืนฉัน”

“ข่มขืน? เฮอะ ก็เอาสิ ผมจะได้แฉให้หมดว่าใครเป็นคนให้ท่าขอตามไปนอนด้วยถึงบ้าน ผมมีหลักฐานหมดนะว่าคุณออเซาะผมยังไงบ้าง อย่าลืมสิว่าผมเป็นหุ้นส่วนร้านที่เราไปเมากัน ถ้ามันเป็นเรื่องขึ้นมา ผมสู้ได้อยู่แล้ว แต่ไม่ต้องกลัวหรอก ถ้าคุณปิดปากเงียบ ผมก็จะปิดให้มิดชิดเหมือนกัน เพราะเป้าหมายผมมันมีราคากว่าผู้หญิงอย่างคุณเยอะ”

อารุมดูจบแล้วหันมองกุสุมาอย่างข้องใจ กุสุมาอึกอัก แต่ที่สุดก็ต้องสารภาพว่าตนเป็นคนถ่าย

“สุไม่รู้จะบอกเรื่องนี้กับอารุมยังไง สุก็เลยเก็บเป็นความลับมาตลอด อารุมอย่าโกรธสุนะ”

“แล้วสุถ่ายมันไว้ทำไม”

“ก็สุแอบเห็น”

“แล้วทำไมสุต้องถ่ายไว้ ทำไมสุไม่เข้าไปขัดจังหวะเขาสองคน นนเป็นเพื่อนของสุนะ สุไม่เห็นเหรอว่าเขากำลังโดนข่มขู่”

กุสุมาช็อก นึกว่าอารุมจะโกรธนนทลี แต่กลับมาโกรธตนเสียเอง

“อารุม...นี่สุเป็นคนผิดเหรอ ทำไมไม่ใช่นนล่ะ เขานอกใจอารุมไปมีคนอื่นนะ”

“แต่ถ้านนบอกเรื่องนี้กับผม ผมก็จะไม่โกรธ แต่คนที่ผมควรจะโกรธก็คือเพื่อนที่คิดจะหักหลังเพื่อนได้ลงคอ”

“อารุมหมายถึงสุเหรอ”

“ใช่ ผมเคยคิดว่าเราสามคนเป็นเพื่อนแท้กัน ผมไม่นึกเลยว่าสุจะทำแบบนี้ได้”

“ทำไมอารุมจะต้องโกรธสุด้วย คนที่อารุมควรโกรธก็คือนน เพราะมันไม่ซื่อสัตย์กับอารุม”

“ถ้านนไม่ซื่อสัตย์ สุก็ยิ่งแย่กว่า เพราะสุไม่ซื่อสัตย์กับทั้งผมและนนทลีด้วย”

“อารุมพูดอะไร”

“รูปพวกนี้ไง มันบอกทุกอย่าง” อารุมชี้ไปที่รูปคู่ของตนกับนนทลี แต่รูปนนทลีโดนกรีดยับทุกใบ “สุไม่เคยแสดงความรู้สึกของตัวเองให้ผมรู้เลย แต่สุกลับเอามันไประบายกับรูปพวกนี้ สุทำได้ยังไง”

“ก็แล้วจะให้สุทำยังไงล่ะ ในเมื่ออารุมไม่เคยมองสุเลย อารุมจำได้ไหมว่าสุรู้จักอารุมเป็นคนแรก แต่พอนังนนทลีมันเข้ามาใกล้ชิดกับอารุม มันก็ได้อารุมไปเป็นแฟน สุก็กลายเป็นแค่ส่วนเกิน ทั้งที่สุเป็นคนทำให้มันกับอารุมได้รู้จักกันแท้ๆ”

“ผมกับนนไม่เคยคิดว่าสุเป็นส่วนเกิน เราเป็นเพื่อนกันนะ”

“มันไม่พอ เข้าใจไหมว่ามันไม่พอ สุต้องการมากกว่านั้น สุต้องการหัวใจอารุม แต่สุรู้ว่าสุไม่มีวันจะได้มา ถ้านนทลียังอยู่ สุถึงได้ยอมรอให้ถึงวันที่อารุมพร้อมที่จะเปิดใจรับสุ แต่อารุมเห็นแล้วใช่ไหมว่านนทลีไม่ได้จริงใจกับอารุมเลย เขาไม่มีค่าพอที่จะเป็นคนรักของอารุม แต่สุไม่เคยมองคนอื่น ตั้งแต่วันที่สุได้พบกับอารุม สุมีอารุมคนเดียวเท่านั้นนะ”

กุสุมาร่ำไห้เกาะกอดเขาแน่น อารุมขบกรามอย่างเครียดจัด พยายามแกะมือเธอออก

“ผมคงให้สุอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว สุกลับบ้านไปดีกว่า ป้าสุบอกความจริงกับผมแล้ว สุไม่ได้ถูกบังคับให้แต่งงานกับใคร แล้วสุก็ไม่ได้ถูกป้าทำร้ายด้วย ผมไม่รู้ว่าสุ
กล้าทำได้ยังไง สุยอมเจ็บตัวเพื่อหลอกผม แล้วที่ร้ายกว่านั้นสุใส่ร้ายป้าตัวเอง ป้าที่เลี้ยงสุมา ผมรับไม่ไหว”

“อารุม...” กุสุมาร้องไห้โฮอย่างหมดอาย

“สุกลับบ้านไปเถอะนะ ถ้ายังเห็นแก่ความเป็นเพื่อนของเราอยู่บ้าง”

อารุมผลุนผลันออกจากห้องไปแล้ว กุสุมาทรุดลงร้องไห้อย่างหมดหวัง...อารุมไปเอาเรื่องโยธินที่บริษัทอำนวย ชกโครมเข้าที่หน้าก่อนกระชากเสียงถามว่าเขากับนนทลีรู้จักกันแค่ไหน

โยธินเจ็บแต่ยังเค้นเสียงหัวเราะเยาะออกมาได้ “อ๋อ ที่แท้แกก็โกรธเรื่องนี้เอง แกรู้แล้วใช่ไหม ใครบอกแกล่ะ หรือปลุกผีแฟนแกขึ้นมาได้”

“ฉันเห็นคลิปที่แกกับนนทลีคุยกัน บอกฉันมาว่าเรื่องมันเป็นยังไง”

“ก็ไม่มีอะไรมาก แฟนแกวิ่งแร่มาหาฉันเอง ถ้าจำไม่ผิด ก็คงเพราะอารมณ์ค้างจากแกไม่ใช่เหรอ อุตส่าห์ไปเสนอถึงที่ แต่แกมันซื่อบื้อ ไม่รู้จักสนอง ฉันก็เลยจัดให้”

อารุมโกรธจัดชกหน้าโยธินอีกไม่นับ ยุพเยาว์ผ่านมาเห็นรีบวิ่งไปตามวิศนี โยธินเป็นรองถือโอกาสร้องขอความช่วยเหลือจากวิศนีที่รีบร้อนเข้ามา ฟ้องว่าอารุมมาหาเรื่องตนก่อน

“ฉันบอกคุณแล้วไม่ใช่เหรอว่าไม่ให้มาที่นี่อีก” วิศนีตวาดใส่อารุม

“ผมต้องมา เพราะผมเพิ่งรู้ความจริงว่าไอ้สารเลวนี่มันทำอะไรเอาไว้”

“ฉันไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น แกหาเรื่องฉัน”

อารุมเงื้อหมัดจะซัดโยธินอีก วิศนีตรงเข้าไปขวาง แล้วตบหน้าอารุมทันที “พอได้แล้ว ฉันไม่นึกเลยว่าคุณก็จะมีนิสัยอันธพาลแบบนี้เหมือนกัน”

“วิศนี...ฟังผมก่อนได้ไหม”

“ฉันไม่ฟังอะไรทั้งนั้น ออกไปจากบริษัทฉันเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นคราวนี้จะไม่ใช่แค่ รปภ. ฉันจะเรียกตำรวจ”

เมื่ออารุมยังไม่ขยับ วิศนีกดมือถือฉับๆ แจ้งตำรวจให้รีบมาจับคนบุกรุกบริษัท อารุมมองเธอด้วยความน้อยใจ จำต้องถอยกลับไปในที่สุด ฝ่ายโยธินร้อนรนเรื่องคลิป เพราะกลัวจะเป็นหลักฐานสำคัญทำให้วิศนีปฏิเสธการแต่งงาน เขารีบโทร.ปรึกษาอวลอบ จากนั้นไม่นานอวลอบก็จ้างชีพไปขโมยซีดีนั้นในห้องพักอารุม แต่ชีพคว้าน้ำเหลว เพราะอารุมเก็บมันไว้อย่างมิดชิด แถมชีพยังเกือบจะโดนเดชชาติกับนีรนุชจับได้ ถ้าไม่ไหวตัวเร้นกายออกไปอย่างหวุดหวิด

เมื่ออารุมกลับมาถึง เดชชาติกับนีรนุชเล่าเรื่องเห็นหัวขโมยพรางหน้าตาเข้ามาค้นในห้อง อารุมรีบสำรวจสิ่งของแต่ไม่พบว่าของมีค่าอะไรหาย นอกจากแผ่นซีดีจำนวนหนึ่ง จึงคาดเดาว่ามันมาเพราะต้องการคลิปของนนทลีกับโยธินแน่ๆ

อารุมใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจเปิดคลิปนั้นให้ทั้งสองคนดู...นีรนุชตะลึงแทบไม่เชื่อสายตา ดูไม่ทันจบก็บอกให้อารุมปิด ตนไม่อยากรับรู้อีกแล้ว

“พี่ไม่ได้อยากให้นุชดูเพื่อที่จะรู้สึกไม่ดีกับนนนะ แต่พี่ไม่อยากปิดบังนุช หรือให้นุชไปรู้จากคนอื่น”

“นุชไม่นึกเลยว่าสุดท้ายพี่นนกับไอ้โยธินก็เกี่ยวข้องกันจริงๆ”

“ที่มันเป็นอย่างนี้เพราะพี่เองเป็นคนผลักให้นนเดินลงไปในทางนั้น ถ้าพี่มีความเข้าอกเข้าใจให้นนสักนิด มันก็คงไม่เกิดความผิดพลาดขึ้น”

เดชชาติอยากรู้ว่าใครเป็นคนถ่ายคลิป อารุมบอกว่ากุสุมา นีรนุชตกใจอีกครา ขณะที่เดชชาติส่ายหน้า

บ่นกุสุมาไม่น่าทำ ไม่นึกว่าจะเป็นไปได้ถึงขนาดนี้

“นุชสงสารพี่นนที่ต้องเจอคนเลวๆแบบนี้ มีเพื่อนเลวๆอย่างพี่สุไม่พอ ต้องมาเจอผู้ชายเลวๆอย่างไอ้โยธินมันอีก ทำไมพี่นนต้องโชคร้ายแบบนี้ด้วย”

เดชชาติโอบนีรนุชอย่างปลอบใจ พลางถามอารุม ว่าจะทำยังไงกับซีดีแผ่นนี้ จะเอาไปแฉโยธินหรือเปล่า

“มันจะมีประโยชน์อะไร ในเมื่อทุกอย่างมันเกิดขึ้นไปแล้ว แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว”

“แต่มันอาจจะช่วยให้คุณวิศนีรู้ว่าไอ้โยธินมันเป็นคนเลวนะคะ”

“ถึงอย่างนั้นพี่ก็ทำไม่ได้ พี่จะไม่ทำลายเกียรติของนนเพื่อตัวพี่เอง นนสูญเสียมากพอแล้ว”

เดชชาติพยักหน้าเห็นด้วย อารุมเลื่อนแผ่นซีดี ไปตรงหน้านีรนุช

“พี่ให้นุชตัดสินใจว่าจะทำยังไงกับมัน แล้วพี่สัญญาว่าจะไม่มีการพูดเรื่องนี้ขึ้นมาอีก”

นีรนุชสบตาอารุม ซาบซึ้งจนพูดอะไรไม่ออก นอกจากคำว่าขอบคุณ...

กลับถึงบ้านคืนนั้น นีรนุชยังเจ็บใจโยธินไม่หาย เดชชาติไม่อยากให้เธอคิดมาก เตือนด้วยความหวังดีว่าควรทิ้งอดีตไว้ข้างหลัง อย่าไปรื้อฟื้นขึ้นมาอีก

“แต่มันเกือบจะทำลายชีวิตพี่นน”

“นุชก็มีบทเรียนแล้วนี่ว่าการเก็บความเจ็บแค้นไว้กับตัวมันทำให้นุชไม่มีความสุข นุชหลุดพ้นมันมาได้แล้ว จะหาบ่วงใหม่มาคล้องคอทำไม”

“แต่ว่า...”

“คนเลวๆ ที่สุดแล้วก็จะถูกเวรกรรมเล่นงานเอง มันอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นเร็วทันใจเรา แต่ไม่มีใครหนีพ้นได้หรอก”

นีรนุชนิ่งไปอย่างคล้อยตาม ยอมให้เดชชาติทำลายซีดีแผ่นนั้นทิ้งต่อหน้า...ขณะเดียวกันอีกบ้านหนึ่ง กุสุมานั่งน้ำตานองหน้าบนเตียง เธอจำใจย้อนกลับมาอยู่กับป้าเหมือนเดิมหลังจากอารุมรู้ความจริงแล้วไม่ยอมให้อยู่ด้วย

กุสุมาเสียใจไม่ยอมกินข้าวกินปลาที่ป้าอุตส่าห์เอามาส่งให้ถึงห้องนอน แถมยังอาละวาดเหวี่ยงถาดอาหารกระเด็น แล้วตวาดใส่จนป้าหน้าเสีย ไม่เข้าใจ

“ไม่ต้องมายุ่งกับสุ สะใจป้าแล้วใช่ไหมที่ทำลายชีวิตสุได้...เอาออกไป สุไม่อยากกิน สุอยากอยู่คนเดียว ออกไป๊”

ป้าตกใจลุกหนีออกจากห้อง แต่ยังได้ยินเสียงหลานสาวร้องไห้โฮไม่หยุดหย่อน...

ข้างฝ่ายวิเวียนที่หอบเสื้อผ้าออกจากคอนโดฯโยธินกลับมาอยู่บ้านตัวเอง คืนเดียวกันนี้เธอเพิ่งรู้แน่ชัดว่าตัวเองท้อง จึงตั้งใจไปพบโยธินถึงบ้าน แล้วเผอิญได้ยินสองแม่ลูกคุยกันเรื่องส่งชีพไปขโมยซีดีคลิปของนนทลี

เมื่อวิเวียนปรากฏตัว สองแม่ลูกตกใจมาก โดย เฉพาะอวลอบที่ไม่ต้องการให้มีใครอื่นล่วงรู้เรื่องนนทลีกับโยธินมีสัมพันธ์กันลึกซึ้ง เพราะเกรงจะรู้ถึงหูวิศนี แล้วทำให้งานแต่งต้องสะดุด ยิ่งพอรู้ว่าวิเวียนท้องกับโยธิน และต้องการให้เขารับผิดชอบ อวลอบยิ่งยอมไม่ได้ โยนเงินก้อนหนึ่งให้เธอไปทำแท้ง

วิเวียนโวยวายไม่ยอมทำตาม อวลอบของขึ้นฉุดกระชากเธออย่างไม่ปรานี โยธินเห็นท่าไม่ดีรีบห้ามแม่ตัวเอง แล้วแยกวิเวียนออกมาหน้าบ้าน พูดกระซิบกระซาบให้เธอกลับไปก่อน แล้วตนจะคุยกับแม่เอง

“วิไม่ยอมทำลายลูกนะคะ” เธอยืนยันหนักแน่น

“ผมก็ไม่ยอมเหมือนกัน รอให้คุณแม่ใจเย็นกว่านี้ก่อน ผมจะเกลี้ยกล่อมท่าน ได้เรื่องยังไงแล้วผมจะติดต่อไป”

วิเวียนพยักหน้า ยอมออกจากบ้านไป โดยไม่รู้ ว่าตัวเองถูกอวลอบหมายหัวอย่างอำมหิต

“นังนี่...ท่าทางจะเอาไว้ไม่ได้!”

ooooooo

อารุมยังพยายามจะปรับความเข้าใจกับวิศนีให้ได้ อีกทั้งต้องการยับยั้งงานแต่งงานระหว่างเธอกับโยธิน เพราะไม่ต้องการให้โดนหลอก แต่เมื่อเขามาดักเจอเธอหน้าบ้าน เธอไม่ยอมฟังอะไรทั้งนั้น เอาแต่ขับไล่และเดินหนี อารุมจึงตัดสินใจจับเธอขึ้นรถ ตั้งใจพาไปที่ตราด

แต่ระหว่างทางวิศนีดิ้นรนขัดขืน พอได้จังหวะรถติดไฟแดงก็เปิดประตูหนีออกไป โดยมีอารุมวิ่งไล่ตาม เพราะความรีบร้อนทำให้วิศนีสะดุดขอบฟุตปาทหงายหลังล้มลงศีรษะกระแทกพื้นหมดสติ!

อารุมตกใจมากรีบพาเธอส่งโรงพยาบาลเดียวกับที่อำนวยนอนรักษาตัวอยู่ พอแววทราบข่าวก็แจ้นมาดูลูกสาวด้วยความห่วงใย แล้วเล่นงานอารุมที่เป็นต้นเหตุ

แววทุบตีอารุมเพราะคิดว่าเขาจงใจจองล้างจองผลาญวิศนีเพื่อแก้แค้นให้นนทลี อารุมยืนนิ่งไม่ปัดป้อง เพราะรู้สึกผิดจริงๆ กระทั่งกรแก้วต้องเข้ามาห้าม

“คุณแววอย่าค่ะ นี่มันโรงพยาบาลนะคะ”

“โรงพยาบาลแล้วทำไม มันจะฆ่าลูกฉันนี่”

“ไม่ใช่นะครับ มันเป็นอุบัติเหตุ”

“อุบัติเหตุบ้าอะไร ลูกสาวฉันถึงวิ่งไปให้รถมันชนจนหมดสติ ป่านนี้ยังไม่ฟื้น แกคิดจะแก้แค้นแทนแฟนแกใช่ไหม...นังหงวนโทร.เรียกตำรวจมาจับมันไปเลย”

หงวนลังเลนิดหน่อยก่อนทำตามคำสั่งเจ้านาย...จากนั้นไม่นาน อารุมถูกตำรวจจับไปโรงพัก เดชชาติต้องวิ่งเต้นเอาทนายของวิโรจน์มาประกันตัว ส่วนแววเจ้ากี้เจ้าการหาห้องที่ดีที่สุดให้วิศนีรักษาตัว แล้วตั้งใจว่าคืนนี้จะนอนเฝ้า แต่พอขาไพ่โทร.มาตาม ก็เปลี่ยนใจกะทันหัน กรแก้วเลยต้องเฝ้าทั้งวิศนีและอำนวย

ด้านอวลอบที่วางแผนกำจัดวิเวียนให้พ้นทาง

ค่ำนี้เองเธอแอบใช้โทรศัพท์มือถือโยธินส่งข้อความนัดวิเวียนมาพบที่คอนโดฯ แล้วให้ชีพดักอุ้มไปฆ่าทิ้ง โดยให้จัดฉากว่าถูกฆ่าข่มขืน แต่ชีพไม่ทันได้ข่มขืน เพราะวิเวียนวิ่งหนีแล้วล้มกลิ้งลงเนินเขาจนแน่นิ่ง ชีพมั่นใจว่าเธอตายแล้วจึงย้อนกลับมาเอาค่าจ้างจากอวลอบ พอโยธินรู้เรื่องก็เอะอะตกใจ

“นี่มันเรื่องใหญ่มากนะครับคุณแม่ คราวนายอำนวยยังไม่เท่าไหร่ เพราะเขายังไม่ตาย แต่นี่วิเวียน...”

“ไอ้ชีพบอกว่ามันตกเขาตายไปแล้ว”

“คุณแม่...คุณแม่ทำได้ยังไง นั่นมัน...วิเวียนเขาท้องลูกผมอยู่”

“อย่าทำเป็นอ่อนไหวหน่อยเลย ลูกแกจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ถึงใช่มันก็จะทำให้แกเดือดร้อนในอนาคต อย่าลืมสิว่าเป้าหมายเราคืออะไร บางครั้งเราก็ต้องตัดสินใจสละสิ่งเล็กๆน้อยๆ เพื่ออะไรที่มันมีค่ามากกว่า”

โยธินจำต้องนิ่งไปทั้งที่ไม่สบายใจ...นับวันแม่ของตนโหดเหี้ยมขึ้นทุกที!

ooooooo

ทันทีที่ได้ประกันตัว อารุมรีบตรงไปโรงพยาบาลแต่เช้าเพื่อเยี่ยมวิศนี แต่เจอกรแก้วกางกั้นไม่ยอมให้เข้าห้อง

“คุณไม่ควรจะมาที่นี่อีก อยากถูกตำรวจจับอีกหรือไง”

“ผมอยากรู้ว่าคุณวิศนีเป็นยังไงบ้าง”

“เธอยังไม่รู้สึกตัว กลับไปได้แล้ว”

“คุณกรแก้วครับ ผมรู้นะครับว่าผมเป็นต้นเหตุที่ทำให้เธอเป็นอย่างนี้ แล้วผมก็ไม่มีสิทธิ์จะอ้อนวอนขออะไรทั้งนั้น แต่ผมเป็นห่วงวิศนีมากจริงๆ”

“ถ้าคุณเป็นห่วงคุณวิศนีจริง ก็ขอร้องว่าอย่ามาวุ่นวายกับเธออีกเลย ชีวิตเธอพังพินาศก็เพราะคุณ”

กรแก้วพูดอย่างหมางเมินแล้วเดินหนีไป ทิ้งให้อารุมยืนคว้างด้วยความเสียใจ...

ด้านวิเวียนที่ชีพคิดว่าตายแล้วตั้งแต่เมื่อคืน ความจริงเธอแค่บาดเจ็บ และกำลังได้รับความช่วยเหลือจากสองแม่ลูกที่บังเอิญขับรถผ่านมาเจอในตอนเช้า

สองแม่ลูกพลเมืองดีรีบพาเธอส่งโรงพยาบาล หมอช่วยชีวิตวิเวียนไว้ได้แต่เด็กในท้องไม่รอด พอเธอฟื้นและทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ครู่หนึ่งก็จำได้หมด...

ooooooo

อุบัติเหตุ

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด