ตอนที่ 16
เช้าขึ้นตื่นมาไม่เห็นวิศนี...อารุมเที่ยวตามหาทั่วบ้าน และชายหาดที่เธอชอบไปแต่ไม่พบสักแห่ง จึงย้อนกลับมาสำรวจห้องนอน พบว่าเสื้อผ้าในตู้ของเธอหายไปหมด
อารุมร้อนใจไปถามฉายกับเพ็ญที่ บ้าน ปรากฏว่าสองผัวเมียไม่รู้เห็น แต่ก็รีบไปสอบถามชาวบ้านละแวกใกล้เคียงจนได้ความว่าเห็นวิศนีหิ้วกระเป๋า ขึ้นรถสองแถวไปแต่เช้า เมื่อเพ็ญถามอารุมว่าทะเลาะอะไรกันหรือเปล่า เขาส่ายหน้าเพราะจำเหตุการณ์เมื่อคืนไม่ได้ แต่จันทร์พูดโพล่งด้วยความสะใจและหมั่นไส้วิศนี
“ก็คงจะเรียกร้องความสนใจเหมือนเคย พี่อารุมอย่าไปสนเลย ถ้าเขาน้อยใจอยากตายก็ปล่อยให้ตายๆไปเถอะ อยู่ไปก็รกโลก”
“อย่าพูดอย่างนี้นะจันทร์ เขาเป็นเมียพี่”
จันทร์ อ้าปากค้างอย่างไม่เชื่อหู ไม่นึกว่าอารุมจะยอมรับออกมาตรงๆ เลยเดินตะบึงตะบอนออกไปหน้าบ้าน พลันต้องแปลกใจกับรถคันหรูที่แล่นมาจอด
โยธิน มาพร้อมอวลอบ ลงจากรถเรียกหาวิศนีลั่นไปหมด อารุมและทุกคนออกมาเผชิญหน้า ยืนยันกับสองแม่ลูกว่าวิศนีไม่ได้อยู่ที่นี่ โยธินไม่เชื่อจะเข้ามาค้นในบ้าน ฉายกับอารุมขัดขวางจึงเกิดวางมวยแลกหมัดกันไปมา จันทร์ตกใจมากร้องขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน และบอกสองแม่ลูกว่าวิศนีไปจากที่นี่แล้ว ให้พวกเขาไปตามหากันที่อื่น
ปรากฏ ว่าโยธินเชื่อคำพูดจันทร์ เดินนำหน้าอวลอบกลับไปที่รถ “กุสุมาบอกว่าเด็กคนนั้นเป็นคนโทร. บอกให้กุสุมามาที่นี่เพื่อขัดขวางอารุมกับคุณวิศนี ผมว่ามันก็คงไม่อยากให้คุณวิศนีอยู่ที่นี่เหมือนกัน”
“แล้วนี่หนูวิศนีไปอยู่ที่ไหน ทำไมจะต้องมาบังเอิญคลาดกันวันนี้ด้วยนะ” อวลอบบ่นอย่างหงุดหงิด พอขึ้นรถก็รีบโทร.รายงานกรแก้วทันที...
อำนวย เพิ่งกลับจากญี่ปุ่น ยิ้มรับข่าวดีว่าวิศนียังมีชีวิตอยู่ แต่พอรู้ว่าเธอไปอยู่กับอารุม รอยยิ้มนั้นเหือดหายกลายเป็นความเครียดเข้ามาแทนที่
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย วิศนีไปอยู่กับไอ้...นายอารุมงั้นเหรอ มันไปได้ยังไง”
“เรา ยังไม่รู้ข้อเท็จจริง อย่าเพิ่งไปตีตนไปก่อนไข้ เอาแค่ตอนนี้แน่ใจได้แล้วว่าไม่ได้เกิดเรื่องร้ายขึ้น ยังไงเราจะต้องพบเธอแน่ๆค่ะ” กรแก้วปลอบใจสามี ทั้งที่ตัวเองก็ไม่สบายใจเท่าไหร่นัก
ooooooo
วิศนีถึง กรุงเทพฯ แต่ยังไม่รู้จะไปไหนต่อ เธอโทร.ให้เดชชาติมารับและขอไปอาศัยอยู่ที่บ้านของเขาเป็นการชั่วคราว เดชชาติเต็มใจอย่างยิ่ง และจำเป็นต้องยกเลิกนัดนีรนุชดูคอนเสิร์ตเย็นนี้ไปก่อน แม่และน้องๆของเดชชาติต้อนรับวิศนีด้วยความเต็มใจเช่นกัน เพราะรู้จักกันดีอยู่แล้ว แต่ถึงอย่างไรหญิงสาวก็เกรงใจทุกคน จะรีบหาที่อยู่ใหม่เพื่อรบกวนพวกเขาให้น้อยที่สุด
“คุณชาติจะไม่ถามฉันเหรอคะ ว่าเกิดอะไรขึ้น ฉันถึงออกมาจากที่นั่น” วิศนีเอ่ยปากเมื่ออยู่ตามลำพังกับชายหนุ่ม
“ในเมื่อคุณขอร้องไม่ให้ผมบอกเรื่องนี้กับใคร ก็แปลว่าคุณยังไม่พร้อมที่จะพูด ผมจะรอวันที่คุณพร้อมครับ”
วิศ นียิ้มบางๆแทนคำขอบคุณ...ทางด้านโยธินพอกลับถึงกรุงเทพฯ ก็รีบติดต่อกุสุมา บอกเล่าว่าวิศนีออกจากบ้านนั้นไปแล้ว กุสุมายิ้มย่อง อาสาไปสืบให้เอง เพราะถ้าวิศนีไม่ได้อยู่ที่นั่นจริง ตนก็หมดเสี้ยนหนามหัวใจ และถือเป็นโอกาสทองที่ตัวเองจะได้ใกล้ชิดปลอบใจอารุม...
ส่วนนีรนุ ชยังงอนเดชชาติไม่หาย เพราะโดนเขายกเลิกนัดอย่างกะทันหัน พอเช้าวันใหม่เธอตั้งใจไปต่อว่าเขาถึงบ้าน กลับพบวิศนีอยู่ที่นั่นด้วย
“คุณนี่เองที่ทำให้พี่ชาติยอมผิดนัดกับฉัน ทำไมพี่ชาติไม่บอกนุชตรงๆ ว่าที่ไปดูคอนเสิร์ตไม่ได้เพราะจะต้องมาดูแลคุณวิศนี”
“มันไม่ใช่อย่างนั้นนะนุช คุณวิศนีเธอมีปัญหา”
“ดูคุณจะมีปัญหาอยู่ตลอดเวลาเลยนะคะ น่าจะรู้จักช่วยตัวเองบ้าง จะได้ไม่ต้องวิ่งโร่ไปพึ่งคนนั้นคนนี้ทุกที”
วิศนีก้มหน้านิ่งละอายใจ เดชชาติมองเธอด้วยความ สงสาร
“เอา เถอะค่ะ นุชไม่ว่าอะไรหรอกพี่จะรับช่วงดูแลเขาต่อจากพี่อารุมก็ตามใจ แต่นุชจะเตือนไว้นะว่าคนที่มันเป็นตัวปัญหา อยู่ที่ไหนมันก็จะมีแต่ปัญหา พี่ระวังตัวไว้ก็แล้วกัน”
นีรนุชมองวิศนีอย่างชิงชังแล้วผลุนผลันออกไป เดชชาติถอนใจเฮือก วิศนีเห็นแล้วยิ่งลำบากใจที่จะอยู่ในบ้านหลังนี้ต่อไป
“ฉันขอโทษนะคะที่ทำให้คุณต้องโกรธกับคุณนุชไปด้วย ฉันจะรีบหาที่อยู่ใหม่”
“ไม่นะครับ คุณอยู่ที่นี่เถอะครับ อย่าออกไปอยู่ ตามลำพังเลย นอกจากว่าคุณจะกลับบ้าน”
“ฉันกลับบ้านไม่ได้หรอกค่ะ เพราะพ่อคงไม่ต้อนรับฉัน”
“คุณ วิศนีคะ ถ้าคุณยังไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหนก็อยู่ที่นี่ไปก่อนเถอะค่ะ ป้ากับชาติยินดีต้อนรับ จะได้ถือเป็นการตอบแทนคุณที่เคยช่วยพวกเราไว้ด้วย ส่วนยายนุช แกก็งอนไปตามประสาเด็กๆ เดี๋ยวชาติมันไปอธิบายก็คงจะเข้าใจเองแหละค่ะ ใช่ไหมชาติ”
“จ้ะ...ใช่จ้ะ” เดชชาติพยักหน้าสำทับ แต่วิศนียังไม่คลายกังวล มองสองแม่ลูกด้วยความเกรงใจ
ooooooo
เพราะความน้อยใจที่เดชชาติเห็นวิศนีสำคัญกว่า นีรนุชจึงไม่ยอมพูดจากับเขาทั้งที่บ้านและที่ทำงาน แถมยังประชดด้วยการไปสนิทสนมกับวุฒิรุ่นพี่ในแผนกเดียวกันให้เขาเห็นบ่อยๆ แล้วเลยกลายเป็นมีปากเสียงกันถึงขนาดเดชชาติโมโหจนลืมตัวจูบนีรนุชอย่างหนัก หน่วง แต่ก็โดนเธอตบหน้ากลับมาหนักมือเหมือนกัน
วิศนีดูออกว่าทั้งคู่ต่างก็มีใจให้กัน ซึ่งเธอไม่ต้องการเป็นตัวปัญหาให้พวกเขา จึงคิดจะย้ายออกจากบ้านเดชชาติ แต่พอจะไปอาศัยบ้านแม่ก็รับไม่ได้อีก เพราะบ้านหลังนั้นแทบจะกลายเป็นบ่อนไปแล้ว วิศนียืนมองจากหน้าบ้านเห็นแม่และขาไพ่เต็มไปหมดก็ไม่กล้าเรียก ได้แต่ถอยออกมาอย่างเศร้าซึม สุดท้ายเธอต้องย้อนกลับมาอยู่บ้านเดชชาติอีกเหมือนเดิม และไม่รู้ว่าชีพเห็นเธอแล้วโดยบังเอิญ
ด้านกุสุมาที่แจ้นไปหาอารุมถึงบ้านวิโรจน์...นึกว่าจะหมดเสี้ยนหนามเพราะวิศนีหนีไปแล้ว แต่ยังต้องมาเจอจันทร์อีกคนที่หลงรักอารุมไม่น้อยไปกว่าตน อารุมเอาแต่กินเหล้าเมามายเสียใจและไม่เข้าใจว่าทำไมวิศนีถึงทิ้งตนไป กุสุมาพยายามทำดีดูแลเอาใจพร้อมทั้งทอดสะพานให้เมื่อมีโอกาส แต่อารุมไม่ยอมเล่นด้วย เพราะไม่เคยคิดกับเธอมากกว่าเพื่อน
แต่สำหรับวิศนีที่เป็นภรรยาของเขาแล้ว อารุมยังโหยหาและต้องการตามตัวเธอให้พบ เขาลองโทร.ถามเดชชาติ มั่นใจว่าเพื่อนต้องรู้ว่าเธออยู่ที่ไหน แต่เดชชาติปฏิเสธ และพยายามถามหาสาเหตุที่เธอหนีมา อารุมจำเหตุการณ์ที่ตัวเองเมามายร้ายกาจกับเธอไม่ได้ จึงได้แต่ตอบว่าตนไม่รู้จริงๆ
หลังจากเห็นวิศนีเมื่อวันก่อน ชีพแอบสืบเสาะจนรู้แหล่งที่อยู่ของเธอ ก่อนจะคาบข่าวไปบอกอวลอบเพื่อหวังเงินค่าจ้าง โดยไม่สนใจว่าใครต่อใครจะเดือดร้อนกันบ้าง
เดชชาติเดือดร้อนแน่! เขาโดนอำนวยเชิญตัวมาที่สถานีตำรวจ พิมรู้ข่าวร้อนใจมากรีบมาตามวิศนีไปช่วยเดชชาติ เมื่อไปถึงเผชิญหน้ากับอำนวยและกรแก้ว รวมทั้งโยธินด้วย วิศนีไม่พอใจอย่างมากที่โยธินวุ่นวายกับเธอไม่จบสิ้น ถามเขาว่าทำอย่างนี้ทำไม?
“ถ้าไม่ทำอย่างนี้ คุณวิศนีก็คงไม่ปรากฏตัว จริงไหมคะ” กรแก้วชิงตอบเสียเอง
“พ่อรู้ว่าหนูต้องห้ามไม่ให้เดชชาติบอกใครๆ ว่าหนูอยู่ที่ไหน แล้วพ่อก็แน่ใจว่าเดชชาติก็คงไม่กล้าขัดใจหนู” อำนวยเหลือบมองเดชชาติที่ก้มหน้าหลบสายตาแล้วเข้ามาจับมือวิศนี ขอร้องให้กลับบ้าน อย่าทำให้เดชชาติต้องตกที่นั่งลำบาก
“พ่อไม่น่าทำแบบนี้ เดชชาติเขาเป็นเพื่อนหนูนะคะ”
“ตำรวจยังไม่ได้แจ้งข้อหาเดชชาตินะคะ แค่เชิญตัวมาสอบปากคำเฉยๆ ถ้าคุณวิศนีตกลงกลับบ้าน ก็ไม่มีปัญหาอะไร”
ฟังกรแก้วอธิบายแล้วพิมโล่งใจเข้าไปกอดลูกชาย วิศนีเห็นแล้วยิ่งรู้สึกผิด แต่พอหันกลับมาเห็นอำนวยกับกรแก้วก็แอบหงุดหงิดเดินหนีไป อำนวยทำท่าจะตามแต่เดชชาติขออนุญาตไปคุยกับเธอให้เอง
วิศนีเดินออกมาหน้าสถานีตำรวจด้วยความอึดอัดสับสน เหลียวมาเห็นเดชชาติเดินตามจึงรีบขอโทษเขาที่ทำให้เดือดร้อน
“ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจคุณพ่อคุณ แล้วผมก็เข้าใจคุณด้วย”
“พ่อฉันรู้เรื่องนี้ได้ยังไงคะ”
“ผมไม่ทราบครับ แต่คุณวิศนีอย่าหนีไปไหนอีกเลยนะครับ การที่ท่านประธานทำแบบนี้ก็คงเพราะคิดถึงคุณมาก แต่ไม่รู้จะทำยังไงถึงจะได้พบกับคุณ อย่าทำให้ท่านเป็นทุกข์กว่านี้เลยนะครับ”
วิศนีลำบากใจแต่ก็ยอมกลับบ้านไปพร้อมพ่อและแม่เลี้ยง ซึ่งทั้งคู่ต้อนรับเธอด้วยความดีใจ โดยเฉพาะอำนวยเอาใจเธอเป็นพิเศษ เพราะรู้สึกผิดที่ตัวเองทำรุนแรงกับลูกเกินไป
“วิศนี...พ่อรู้ว่าหนูยังโกรธอยู่ เรื่องที่พ่อพูดจารุนแรงจนทำให้หนูไม่อยากอยู่ที่บ้านหลังนี้ พ่อรู้ว่าตัวเองผิด แล้วพ่อก็รับโทษจากความผิดนั้นแล้วตั้งแต่วันหนูไปจากที่นี่ ทุกคืนพ่อไม่เคยหลับตานอนได้อย่างสบายใจเลย ไม่มีอะไรทรมานสำหรับการเป็นพ่อแม่มากกว่าการไม่รู้ว่าลูกของตัวเองเป็นตายร้ายดีอยู่ที่ไหนอีกแล้ว หนูอย่าทิ้งพ่อไปอีกนะ”
“หนูคิดว่าพ่อไม่ต้องการหนูแล้วซะอีก”
“ไม่จริงเลยลูก พ่อคิดถึงหนูทุกวันทุกคืน”
“พวกเราตามหาคุณจนทั่วเลยนะคะคุณวิศนี ตอนที่ตำรวจมาบอกว่าพบกระเป๋ากับข้าวของคุณถูกขโมย พวกเราก็ไม่สบายใจมาก กลัวคุณจะเป็นอันตราย”
“ขอบคุณนะคะ ที่ทำให้หนูรู้สึกว่าตัวเองยังพอจะมีความหมายสำหรับใครอยู่บ้าง”
อำนวยยิ้มโล่งใจ ดึงวิศนีมากอด ย้ำว่าลูกมีความหมายสำหรับพ่อเสมอ กรแก้วคลี่ยิ้มสบายใจที่พ่อลูกปรับความเข้าใจกันได้เสียที...ในขณะเดียวกัน โยธินกับอวลอบก็กำลังร่าเริงเบิกบาน คาดหวังว่าอีกไม่นานแผนการของตนคงสัมฤทธิ์ผล
“ใกล้ความจริงแล้วนะครับคุณแม่ ใครจะไปนึกว่าไอ้ชีพมันก็มีน้ำยาเหมือนกัน”
“แม่ถึงได้บอกไงว่าต้องร้อยมันไว้ใช้ คนสันดานโจรอย่างไอ้ชีพมันเป็นมือเป็นไม้ให้เราได้ดี ไม่ต้องเหนื่อยแรงทำอะไรเอง ตอนนี้ที่โยต้องทำก็คือเตรียมตัวทำหล่อไว้ใส่ชุดเจ้าบ่าวในเร็วๆนี้”
“นี่ผมก็ไม่พ้นต้องรับเดนไอ้อารุมมันจริงๆ”
“ยังไม่รู้สักหน่อยว่าตอนวิศนีไปอยู่บ้านนั้น เขามีอะไรกันไปถึงขั้นไหน บางทีอาจจะไม่มีอะไรก็ได้ ไม่งั้นวิศนีจะหนีไอ้อารุมกลับมาเหรอ หรือถึงมี ก็ไม่เห็นเป็นไร ใช่ว่าแกจะไม่เคยกินของเหลือคนอื่น ไอ้ที่ไปคว้ามาจากผับน่ะนึกว่าบริสุทธิ์ผุดผ่องนักหรือไง”
โยธินยอมจำนนด้วยเหตุผลของแม่ แล้วค่ำนั้นเองเขาไปที่คอนโดฯ บอกวิเวียนว่าจะเลิกเช่าห้องนี้เพราะแม่เป็นคนสั่ง หญิงสาวไม่พอใจ คาดเดาได้ว่าเพราะวิศนีกลับมาแล้ว เขาก็เลยเตรียมเขี่ยเธอทิ้ง
“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกน่า” โยธินพูดโดยไม่มองหน้า
“ไม่กี่วันมานี้คุณทำตัวห่างเหินกับวิเหลือเกิน พอวันนี้มีข่าวว่าคุณวิศนีกลับมาแล้ว คุณก็ให้วิเก็บของกลับไปอยู่บ้าน จะให้วิคิดยังไง”
โยธินอ้ำอึ้ง พยายามไม่ตอบโต้...วิเวียนยิ่งไม่พอใจ
“วิเสียสละเพื่อคุณไปมากนะคะ ถ้าคุณคิดจะสลัดวิทิ้ง คุณคงรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น”
วิเวียนพูดอย่างมีเลศนัยแล้วเดินเข้าห้องไป โยธินใจคอไม่ดีรีบตามมากอดออดอ้อนใช้น้ำเย็นเข้าลูบ บอกว่าตนไม่เคยจะทิ้งเธอ แล้วเธอก็ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น ตนจะพูดกับแม่เอง
“แม่คุณคงจะยอมหรอก”
“ไม่ยอมก็ต้องยอม เพราะผมรักวิ ไม่ได้รักคุณวิศนี”
วิเวียนเริ่มลังเล โยธินรื้อกระเป๋าเธอเอาเสื้อผ้ากลับไปแขวนที่เดิม ก่อนจะเข้ามาอ้อนอีกว่า ให้เวลาตนหน่อย ตนจะเคลียร์เรื่องนี้ แล้วเราจะได้อยู่ด้วยกันโดยไม่มีใครมาขัดขวางอีก
แค่คำพูดหอมหูกับสายตาหวานฉ่ำเจ้าชู้ของโยธิน ทำให้วิเวียนใจอ่อนยอมให้เขาโอบเอนลงบนเตียงนอนอย่างง่ายดาย...
คืนเดียวกันที่บ้านวิโรจน์ กุสุมาวางแผนมอมเหล้าอารุม แต่จันทร์รู้ทันแอบเอายานอนหลับผสมในแก้วของกุสุมา ทำให้แผนการเผด็จศึกอารุมต้องพังพาบไม่เป็นท่า แถมกุสุมาเองก็หลับไหลไม่รู้เรื่องข้ามคืนข้ามวัน
เช้าวันถัดมา อำนวยพาวิศนีเข้าบริษัทและนัดนักข่าวมาเพื่อเปิดตัวรถรุ่นใหม่ด้วย งานนี้เองทำให้นักข่าวพบเจอวิศนี จึงรุมสัมภาษณ์เธอด้วยคำถามชวนอึดอัดรำคาญทั้งนั้น โดยเฉพาะที่ยิงตรงมาว่าเธอหายไปอยู่กับคู่หมั้นของคนที่ขับรถชนตาย
“ไม่จริงนะครับ วิศนีไปต่างประเทศมา เพิ่งกลับมาเมื่อวานนี้เอง” อำนวยรีบออกตัวแทนลูกสาว
“นั่นสิครับ คุณวิศนีจะไปเกี่ยวข้องกับผู้ชายคนนั้นได้ยังไง ในเมื่อเธอเป็นคู่หมั้นผม เรากำลังจะแต่งงานกัน” โยธินถือโอกาสโอบกอดวิศนีโชว์นักข่าว วิศนีไม่พอใจแต่พยายามเก็บอาการ
ทันใดนั้นเอง วิเศษโผล่พรวดเข้ามาแทบถึงตัววิศนีด้วยสีหน้าท่าทีดีใจมาก ถามเธอว่าหายไปไหนมา รู้ไหมว่าตนเป็นห่วงเหลือเกิน
“เฮ้ย...อย่าแตะต้องคู่หมั้นฉันนะ” โยธินตวาดพร้อมกับพุ่งเข้ามากระชากวิเศษออกห่างวิศนี
วิเศษฮึดฮัดและชกหน้าโยธินก่อน เท่านั้นเองศึกชิงนางเกิดขึ้นทันที! ผู้คนพากันแตกตื่น แต่นักข่าวยิ้มย่องรีบเก็บภาพความชุลมุนนี้ไว้อย่างมันมือ ส่วนวิศนีมองความวุ่นวายที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างเบื่อหน่าย เดินหลบออกไปมุมหนึ่ง เจอวิเวียนก้าวออกมาดักหน้า
“ยินดีต้อนรับกลับมานะคะคุณวิศนี ภูมิใจไหมคะที่มาวันแรกก็ทำให้ผู้ชายต่อยกันเพราะคุณได้ ช่วงนี้เรื่องชู้สาวในออฟฟิศมันเยอะจนเหม็นคาวไปทั้งตึก คุณว่าไหม”
วิเวียนจงใจแขวะเพราะหึงโยธิน แต่วิศนีไม่เข้าใจ ได้แต่มองตามหลังเธอไปด้วยสีหน้างงๆ เดชชาติเดินมาจากอีกทาง ตรงดิ่งมาทักด้วยรอยยิ้ม
“ผมดีใจนะครับที่เห็นคุณวิศนีกลับมาทำงาน”
“ทำไงได้ล่ะคะ มันเป็นหน้าที่ของลูก แต่กลับมาเจอความวุ่นวายแบบนี้ก็เริ่มเบื่ออีกแล้ว”
นีรนุชเดินออกมาเห็นทั้งสองยืนคุยกันพอดี ความน้อยใจแล่นขึ้นจนขอบตาร้อนผ่าว เพราะเห็นเดชชาติยิ้มแฉ่งเดินเคียงคู่ไปกับวิศนี...
เลิกงานเย็นนั้น นีรนุชประชดเดชชาติอีกครั้งด้วยการไปเที่ยวกับวุฒิ ซึ่งครั้งนี้เธอเกือบโดนเขาพาเข้าโรงแรมม่านรูดถ้าเดชชาติตามมาช่วยไว้ไม่ทัน
เดชชาติโมโหมากเล่นงานวุฒิทั้งหมัดทั้งแข้งก่อนไล่ไปไม่ให้ยุ่งกับนีรนุชอีก จากนั้นก็รีบปลอบหญิงสาวที่หน้าซีดขวัญหนีดีฝ่อ
“ไม่เป็นไรแล้วนะนุช พี่เพิ่งรู้ว่าไอ้วุฒิมันมีประวัติเรื่องผู้หญิงไม่ค่อยดีนัก ก็เลยเป็นห่วง แต่นุชอย่าเสียใจไปเลยนะ พี่ว่ารู้แบบนี้ตั้งแต่แรกดีกว่าไปลายออกตอนที่เป็นแฟนกันแล้ว”
“นุชไม่ได้แคร์อะไรไอ้พี่วุฒินั่นซะหน่อย แต่นุชโกรธ โกรธตัวเองที่เอาตัวไปพัวพันกับผู้ชายที่ไม่รู้จักมักคุ้นจนเป็นเรื่อง”
“นุชไม่ได้ชอบมันหรือไง ก็เห็นไปไหนมาไหนด้วยกัน”
“ไม่เลยสักนิด นุชก็แค่...ประชดคนบางคน ที่เห็นคนอื่นสำคัญกว่าน้องข้างบ้านก็เท่านั้นเอง”
เดชชาติชะงัก อารมณ์ดีขึ้นมาอย่างประหลาด
“ก็อีตาพี่ข้างบ้านคนนั้นมัวแต่ไปใส่ใจสาวสวยที่ตัวเองแอบรักอยู่ นุชก็เลยอยากทำให้เขาเห็นว่านุชจะดูแลตัวเอง จะใช้ชีวิตแบบที่ไม่ต้องพึ่งพาเขามากเหมือนเมื่อก่อน”
“แล้วทำได้ไหมล่ะ”
นีรนุชหน้าม่อย สั่นหัวดิก เดชชาติอมยิ้มแทบหลุดขำ
“แต่ตอนนี้สาวสวยกลับบ้านตัวเองไปแล้ว ไอ้เจ้านั่นคงจะมีเวลากลับมาจุ้นจ้านกับยายตัวแสบข้างบ้านเหมือนเดิม ไม่รู้ยายตัวแสบจะว่ายังไงน้า...”
“เราเลิกทะเลาะกันเถอะนะพี่ชาติ นุชเบื่อแล้ว ทะเลาะกันมาตั้งแต่เด็กๆ ผ่านมายี่สิบปีไม่รู้นับรวมกันได้เป็นพันครั้งแล้วมั้งเนี่ย”
เดชชาติขยี้ผมนีรนุชอย่างเอ็นดู แซวว่าให้บอกตัวเองเถอะ คนเริ่มก่อนก็เธอทุกที นีรนุชหน้าตูมเผลอโกรธตั้งท่าจะวีน แต่โดนเขาเอามือปิดปากไว้เสียก่อน
“นี่นับเป็นครั้งที่หนึ่งพันหนึ่งแล้วนะ จะเอาจริงๆเหรอ”
เดชชาติยักคิ้วหลิ่วตากวนๆ นีรนุชยิ้มเก้อๆอย่างนึกได้ แล้วทั้งสองก็เดินโอบไหล่กันกลับบ้านด้วยความอบอุ่นใจ...ในเวลาเดียวกันที่บ้านวิโรจน์ อารุมทุกข์ใจแสน สาหัส พอสร่างเมาก็ออกไปหาซื้อเหล้าที่ตลาดอีก แล้วเผอิญเห็นข่าววิศนีในโทรทัศน์วันที่อำนวยแถลงข่าวเปิดตัวรถรุ่นใหม่ของบริษัท อารุมรีบร้อนกลับมาที่บ้านแล้วขับรถมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ โดยทิ้งกุสุมาไว้ที่นี่อย่างไม่ไยดี
เมื่อไปถึงบ้านอำนวยในตอนเช้า อารุมเจอวิศนีกำลังจะออกไปทำงานพอดี เขาเว้าวอนเธอทั้งที่ไม่รู้ว่าตัวเองทำผิดอะไร นั่นยิ่งทำให้วิศนีเสียใจ ไล่เขากลับไป
“ไม่...ผมไม่กลับ จนกว่าผมจะได้คำตอบว่ามันเกิดอะไรขึ้น คุณไม่พอใจอะไรผม บอกมาสิวิศนี”
“เลิกเรียกร้องอะไรจากฉันได้แล้ว ฉันชดใช้ให้คุณไปหมดแล้ว คุณก็พูดเองไม่ใช่เหรอว่าฉันไม่มีเหลือแล้ว แม้แต่ตัว”
อารุมตะลึง...วิศนีน้ำตาคลอ เจ็บปวดที่ต้องรื้อฟื้นขึ้นมาอีก
“ผมพูดแบบนั้นเหรอ”
“ใช่...คุณพูด แล้วคุณก็ยังทำเหมือนสะใจที่ทำลายฉันได้ พอใจหรือยังคะ ถ้าพอใจแล้วก็กลับไป”
วิศนีสะบัดหลุดจากอารุมแล้วจะวิ่งเข้าบ้าน แต่หันมา เจออำนวยกับกรแก้วยืนตะลึง สายตามองมาอย่างคาดคั้น วิศนีไม่กล้าตอบคำถามของพ่อที่ว่าไปอยู่กับอารุมมาจริงใช่ไหม แต่อารุมตอบรับและบอกด้วยว่า วิศนีเป็นภรรยาของตน
คำตอบนั้นทำให้อำนวยถึงกับทรุดฮวบ โรคหัวใจกำเริบจนกรแก้วกับวิศนีต้องรีบพาส่งโรงพยาบาล อารุมตามมาอย่างรู้สึกผิด แต่ก็โดนวิศนีตอกหน้าทั้งน้ำตาว่า“คุณยังต้องการอะไรจากฉันอีก หรือว่าทำลายตัวฉันคนเดียวมันยังไม่พอ คุณถึงต้องตามมาทำลายล้างครอบครัวฉันด้วย...กลับไปซะ ฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณอีกแล้ว กลับไป”
“เราต้องคุยกันให้รู้เรื่องก่อนนะวิศนี”
“ฉันไม่มีอะไรจะคุย มันจบสิ้นแล้วอารุม ทุกอย่างระหว่างคุณกับฉันมันไม่มีอะไรเหลือแล้ว”
“ทำไม?”
“เพราะไม่ว่าฉันจะทำอะไรเท่าไร ส่วนลึกใน หัวใจคุณก็ไม่มีวันให้อภัยฉันอยู่ดี ฉันยอมแพ้แล้วค่ะ เพราะฉันหมดสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างที่จะให้คุณได้แล้ว เราควรจะแยกย้ายกันไปคนละทางสักที”
“ไม่นะ ผมไม่ยอม คุณเข้าใจผมผิด”
วิศนีปัดป้องไม่ยอมให้อารุมถึงตัว แถมยังเรียกบุรุษพยาบาลแถวนั้นมาไล่เขาออกไป อารุมถึงกับ
คอตกยอมถอย ส่วนวิศนีเข้าไปเยี่ยมพ่อที่รู้สึกตัวแล้วและจำต้องยอมรับเมื่อท่านคาดคั้นเรื่องความสัมพันธ์กับอารุม
อำนวยเสียใจและไม่ต้องการให้อารุมเข้ามาเกี่ยว ข้องกับวิศนีอีกต่อไป จึงคิดจะจับลูกสาวใส่ตะกร้าล้างน้ำให้แต่งงานกับโยธิน เมื่ออวลอบได้รับแจ้งข่าวดีที่รอคอยก็ยินดีปรีดา บอกลูกชายให้เตรียมหาฤกษ์แต่งงานไว้ได้เลย
แต่ขณะที่โยธินเตรียมตัวเป็นเจ้าบ่าว กิ๊กสาวของเขากำลังจะเดือดร้อน วิเวียนเพิ่งรู้เห็นว่าบริษัทจ้างพนักงานตรวจสอบบัญชีคนใหม่มา เธอหวาดผวากลัวโดนจับได้ว่าแอบยักยอกเงิน รีบโทรศัพท์หาโยธินเพื่อขอความช่วยเหลือ...
ooooooo










