สมาชิก

เหนือเมฆ2 มือปราบจอมขมังเวทย์

ตอนที่ 6

สมิงอยู่ในห้องบรรยากาศอึมครึมน่ากลัว เขากำลังเทของเหลวคล้ายปรอทลงในปลอกกระสุน 3 นัด ของเหลวนั้นรวมกันกลายเป็นของแข็ง พลังงานบางอย่าง กระจายออกมารอบหัวกระสุน สมิงมองอย่างพอใจ

ส่วนแสงกล้ายังไม่สบายใจจากเรื่องเมื่อคืน เขาหยิบโทรศัพท์พิมพ์ข้อความแต่ยังไม่กดส่ง

เวลาเดียวกัน แพรไพลินนั่งดูวีดิโอความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับแม่ประกอบเพลงที่แสงกล้าเปิดให้ดูเมื่อคืน ต่อสู้กับความคิดของตัวเองว่าจะคืนดีกับแม่ดีหรือไม่ พลันก็ได้รับแมสเสจจากแสงกล้าสั้นๆว่า “ขอโทษ” ทำให้เธอผ่อนคลายลง

ในพิธีรดนํ้าศพครามกับทอรุ้ง แพรไพลินไม่ไป ฝากดาบแหบมาบอกแสงกล้าว่าอยากเคลียร์งานให้เสร็จ ให้เขาเคารพศพแทนด้วย

ด้วยความรัก ความเข้าใจที่มีต่อครามและทอรุ้ง เพื่อนๆต่างพยายามทำในสิ่งที่ทำให้ทั้งคู่สมปรารถนาขณะยังมีชีวิต คมศรถือพานใส่พวงมาลัยไปคล้องที่รูปถ่ายของทั้งสองเหมือนคล้องให้บ่าวสาว

เมฆากับนภาเดินไปยังภาพถ่ายนั้น เมฆาเอ่ยอย่างสะเทือนใจว่า

“ผู้กองคราม ผมภาคภูมิใจในความกล้าหาญเสียสละของคุณ หลังจากนี้ไปคุณจะได้ใช้ชีวิตคู่กับคนที่คุณรักตลอดไป ผมให้สัญญาว่า พวกคุณจะต้องไม่ตายเปล่า...หลับให้สบายเถอะนะ...ผู้กล้าหาญของคนไทย”

“ทอรุ้ง เธอเป็นตัวอย่างของผู้หญิงที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของผู้ชาย เธอทำหน้าที่ดีที่สุดสำหรับคนรักแล้ว หมดห่วง...หมดกังวลกับปัญหาทั้งหมดเถอะนะ” นภาเอ่ย มองภาพทอรุ้งด้วยความรัก

ขณะที่ทุกคนในงานต่างปลื้มปีติเหมือนได้เห็นครามกับทอรุ้งได้แต่งงานกันจริงๆนั่นเอง แสงกล้าถือกล่องที่ครามฝากไว้หลังการประชุมวางแผนอารักขางานแสดงมงกุฎเพชร เวลานั้น ครามมอบกล่องให้กำชับว่า

“งานแต่งงานของผม คุณต้องเป็นบอดี้การ์ดอารักขาสิ่งที่มีค่าที่สุดของผม...”

ในกล่องนั้นคือมงกุฎดอกไม้ที่ครามเคยสัญญากับทอรุ้งว่าจะให้ในวันแต่งงานนั่นเอง แสงกล้านำมงกุฎดอกไม้ไปวางไว้ที่หน้าโลงศพคราม...

ooooooo

แพรไพลินต้องการปลอกกระสุนที่เธอเก็บจากห้องนิรภัยและให้เจ้าหน้าที่เอาไปเก็บไว้ที่สำนักงานสืบสวนพิเศษ เพื่อตนจะนำมาวิเคราะห์ปลอกกระสุนทั้งหมด แต่ถูกปฏิเสธเพราะถูกสำนักงานสืบฯยึดไปแล้ว โดยคำสั่งของ ผบ.รวิ

เธอไปหารวิทันที รวิพูดอย่างท้าทายว่าตนเป็นคนสั่งเก็บหลักฐานชิ้นไว้ เพราะต้องการให้หน่วยงานอื่นสืบหาความจริงพร้อมๆกับนิติเทคฯเพื่อความสมบูรณ์และถูกต้อง

ทั้งคู่โต้เถียงกันรุนแรงในเรื่องหน้าที่การงาน จนลามมาถึงเรื่องครอบครัว รวิระเบิดความเกลียดชังพ่อที่ทิ้งแม่ตนไปมีคนใหม่คือเพชรแท้ เธอบอกว่าไม่เคยนับถือเขาเป็นพ่อ กระทั่งในงานศพเขาตนก็ไม่รู้สึกเสียใจหรือต้องเสียนํ้าตาเลย มีแต่ความดีใจสุขใจที่คนที่ตนเกลียดตายไปเสียได้

ทั้งยังกล่าวอย่างอาฆาตใส่หน้าแพรไพลินว่า “คนที่ทำลายความสุขของฉัน มันต้องได้รับกรรมอย่างสาสม!”

ตกกลางคืน วิญญูมาหารวิที่คอนโดฯ เธอบอกเขาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มมีความสุขว่า

“หลักฐานชิ้นสำคัญถูกยึด ฉันปิดช่องทางในการสืบหาความจริงหมดแล้ว” วิญญูชมว่าเธอไม่เคยทำให้ตนผิดหวัง เดินเข้าหาด้วยแววตาเสน่หาร้อนแรง ถอดเสื้อคลุมรวิออก บอกว่าตนคงต้องให้รางวัล รวิมองเขาด้วย แววตาระริกยั่วยวนอย่างพร้อมที่จะรับรางวัล...

ทั้งคู่กอดรัดกันด้วยเสน่หาที่ร้อนแรง...

ooooooo

สมิงพาแสงกล้าไปยืนที่หน้าโลงศพคราม

แสงกล้ามองลังเลถามว่าจะทำอะไร จะเอาศพมาปลุกเสกคาถาอาคมหรือ

“ผมไม่ใช่พวกไสยดำ แค่จะหาความจริง”

สมิงบริกรรมคาถาครู่เดียวฝาโลงเปิดออก กระสุนลูกสะกดลอยจากโลงศพมาอยู่ในมือ เขาชูให้แสงกล้าดู

“กระสุนอักขระ สะกดวิญญาณของผู้กองครามให้ทำทุกอย่างตามที่มันต้องการ ผู้กองครามควบคุมตัวเองไม่ได้”

“หมายความว่าผู้กองครามไม่ได้ฆ่าทอรุ้ง ถ้างั้นใครเป็นคนทำ”

“ไสยดำ!”

สมิงมอบกระสุน 3 นัดนั้นให้ แสงกล้าบอกว่าตนมีแล้ว สมิงยัดใส่มือ “เอาไว้เถอะน่า ที่มีอยู่มันไม่เหมือนกัน”

วิญญูที่กำลังเริงสวาทกับรวิ รับรู้การกระทำนี้ เขาผลุนผลันลุกออกไป รวิอารมณ์ค้างตามมาถามว่าจะไปไหน

“ไอ้สมิงพบกระสุนในศพไอ้คราม มันต้องกำลังวางแผนทำอะไรอยู่แน่” พูดแล้วผละไปเลย

วันต่อมา แพรไพลินไปทำงานที่นิติเทคฯ เธอโกรธมากเมื่อเห็นเจ้าหน้าที่กำลังเคลียร์ห้องทำงานของเธอ หลักฐานต่างๆที่กำลังพิสูจน์ถูกเก็บไปหมด พอถามก็ได้รับคำตอบจากกุ๊บกิ๊บว่า

“ผบ.รวิค่ะ ท่าน ผบ.ต้องการให้ตึกนี้เปิดดำเนินการโดยปกติให้เร็วที่สุด เพื่อตอกยํ้ากับสื่อว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง” แพรไพลินบอกว่าตนต้องการหลักฐานเพิ่ม “หมอเก็บไปหมดแล้วนี่คะ ไม่มีอะไรเหลือแล้วค่ะ”

แพรไพลินรู้ทันทีว่ารวิต้องการขัดขวางการทำงานของตน เธอมองไปรอบห้องไม่เหลือหลักฐานเลยแม้แต่ชิ้นเดียว!

ooooooo

เมื่อเดินออกจากห้องทำงาน แพรไพลินเจอคมศรมายืนเท่ยิ้มหวานให้ เขาเอาซองปลอกกระสุนให้เธอสองซอง เธอถามว่าได้มาจากไหน

“ตามระเบียบ สำนักงานสืบฯต้องแจ้งหลักฐานทุกชิ้นกับหน่วยงานเลขาฯ ผมรู้สึกแปลกๆเลยเอามาให้คุณ” เธอบอกว่ารวิไม่ต้องการให้ตนตรวจสอบ คมศรพูดอย่างรู้เรื่องของเธอดีว่า มีอะไรระบายออกมาได้ตนพร้อมจะฟัง เขาแสดงความปรารถนาที่จะใช้ชีวิตที่เหลือกับคนที่ตัวเองรัก ถามอ้อนๆว่า “เรากลับมาเหมือนเดิมได้ไหม”

“ฉันมีความสุขกับงาน ไม่พร้อมจะแบ่งเวลาให้ใคร ขอบใจคมศรมากนะที่อยู่เป็นเพื่อนฉันตลอดมา คุณเป็นเพื่อนที่แสนดีของฉันจริงๆ” แพรไพลินท่าทีอ่อนลงเอามือแตะไหล่เขา มองเขาด้วยสายตาขอบคุณแบบเพื่อน

“ผมไม่ยอมแพ้หรอก วันนึงเพื่อนคนนี้จะเปลี่ยนสถานะให้ได้ แล้วคุณคอยดู” คมศรกุมมือเธอที่แตะไหล่ตนไว้มองเธออย่างมาดมั่น

แสงกล้าเดินเข้ามาเห็นภาพนั้นพอดี เขาถอยไปหงอยๆอย่างเข้าใจผิด กลับถึงที่พักแล้วยังนั่งซึมอย่างไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่า “จะจ๋อยไปทำไม ไม่ได้รักเขา ซะหน่อย”

แพรไพลินเอาปลอกกระสุนที่คมศรเอามาให้ไปตรวจหาความผิดปกติ เธอทำงานอย่างมุ่งมั่น ไม่รู้ตัวว่าลูกสะกดที่ฝังอยู่ที่ท้ายทอยเธอนั้นปรากฏแสงเรืองขึ้น

ขมังเวทย์นอนอยู่ในแคปซูลชาร์จพลัง ลืมตาขึ้นทันทีเหมือนรับรู้อะไรบางอย่าง!

ooooooo

แสงกล้าไม่สบายใจที่ส่งข้อความไปขอโทษแล้วแพรไพลินเงียบ โทร.ไปก็ไม่รับสายเพราะเธอต้องการสมาธิในการทำงาน จึงปิดเครื่อง เขาทนไม่ได้ลงมาจะขี่มอเตอร์ไซค์ไปหา รถก็เกิดสตาร์ตไม่ติดอีกสุดท้ายพึ่งแท็กซี่

เวลาเดียวกัน ที่ห้องแล็บทาวน์โฮม แพรไพลินกำลังง่วนกับการนำภาพที่ได้มาเปิดขยายในโน้ตบุ๊ก คอมพิวเตอร์แสดงผลกระสุนทั้งหมดที่เธอนำมาวิเคราะห์ เธอเพ่งอย่างสงสัยกับผลวิเคราะห์ที่มีเงื่อนงำบางอย่าง

“ผลวิเคราะห์เป็นยังไงบ้างครับ” เสียงแสงกล้าทักเข้ามา เธอสะดุ้งบ่นว่ามาไม่ให้สุ้มเสียง แสงกล้าอ้างว่าเห็นประตูหน้าเปิดอยู่เลยเดินเข้ามา ถามอีกว่า “กำลังตรวจหลักฐานอยู่เหรอครับ”
แพรไพลินรู้สึกแปลกๆที่แสงกล้าทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งที่เพิ่งทะเลาะกันมา เธอตอบไปด้วยน้ำเสียงปกติว่า

“วิเคราะห์จากปลอกกระสุน...มาจากกระสุนขนาด 9 มม.ทั้งหมด แต่มีเรื่องผิดปกติอยู่ข้อหนึ่ง” แล้วเธอก็แจกแจงว่า กระสุนทุกนัดเป็นยี่ห้อหนึ่ง แต่อีกนัดเป็นอีกยี่ห้อหนึ่ง แสดงว่ากระสุนนัดนั้นยิงมาจากปืนกระบอกอื่น แสงกล้าถามว่า

“แสดงว่ามีบุคคลที่สามฆ่าผู้กองคราม” เธอบอกว่าหลักฐานชี้ไปทางนั้น เขาหยั่งเชิงว่า “แล้วเราจะสืบหาตัวได้ไง ในเมื่อไม่มีหลักฐานอื่น”

“เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหา ฉันกำลังตรวจสอบลายนิ้วมือที่ติดอยู่บนปลอกกระสุนนัดนี้ว่าเป็นของใคร”

“ตรวจสอบลายนิ้วมือ?”

แพรไพลินบรรยายว่าคนที่บรรจุกระสุนลงในแมกกาซีน ต้องทิ้งลายนิ้วมือไว้ที่ปลอกกระสุน ตนกำลังจะเอาลายนิ้วมือนั้นมาตรวจสอบ โดยจะเริ่มจากฐานข้อมูลใกล้ตัวที่สุด คือ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับเพชรยอดสังข์

แสงกล้าเพ่งที่จอคอมพิวเตอร์ ทำทีถามว่าแขกมาถึงบ้านไม่มีกาแฟบริการเลยหรือ เธอรู้สึกแปลกใจนิดหนึ่ง แต่ไม่ติดใจ บ่นว่าทีเข้ามาเองยังได้ ทำอย่างกับเป็นบ้านตัวเอง ต่อไปก็ให้บริการตัวเองแล้วกัน แต่ก็ลุกไปชงกาแฟให้

ระหว่างนั้น แสงกล้าจะมาจับเมาส์ แพรไพลิน กลับมาพอดีถามว่าจะทำอะไร เขาเฉไฉว่าอยากรู้ผล การวิเคราะห์

“อย่ามายุ่งเครื่องมือฉัน โน่น...ฉันเอากาแฟมาให้แล้ว” พอแสงกล้าเดินไปเธอลงนั่งตรวจหาผลต่อ แสงกล้ามองอยู่ พลันก็แววตาเจ้าเล่ห์เหมือนคิดอะไรบางอย่างได้

ขณะบนจอปรากฏรูปจักรอมตฤทธา แพรไพลินอึ้งกับผลที่ออกมา อยู่ๆไฟในห้องแล็บก็ดับพรึ่บ

ฝีมือแสงกล้าสับคัตเอาต์นั่นเอง!

แพรไพลินโกรธมากถามว่าทำบ้าอะไร เขาทำเป็น ปรารถนาดีว่า

“จำเลยของคุณเป็นถึงรองนายกฯ ผมไม่อยากให้คุณทำคดีนี้มันอันตรายเกินไป”

“หน้าที่ของเราคือ สืบหาความจริง ถ้ามัวแต่กลัวแล้วใครจะปกป้องผู้บริสุทธิ์ การหยุดหรือยอมแพ้ก็เท่ากับเราสมรู้ร่วมคิดกับคนชั่ว”

แสงกล้าพยายามที่จะหยุดเธอด้วยการแสดงความเป็นห่วง กระทั่งกอดเธอจากข้างหลังบอกว่า “ผมรักคุณ”

แพรไพลินตกใจ แต่เก็บอาการ เอามือเลื่อนขึ้นไปที่ต้นคอเขา เธอแปลกใจที่ไม่มีสร้อยคอที่เขาใส่ห้อยพระไว้ประจำ เธอนึกรู้ทันทีว่า คนที่อยู่ตรงนี้ไม่ใช่แสงกล้า เธอเริ่มกลัว ค่อยๆถอยห่างออกมา ทำทีเห็นด้วยกับเขา หาทางเลี่ยงบอกว่าจะไปหาของมาให้เขาทาน แล้วดึงแฟลชไดรฟ์ที่เสียบไว้ติดมือไป แสงกล้ามองตามด้วยสายตาไม่ไว้ใจเช่นกัน

ที่แท้ แสงกล้าที่เห็นนี้คือ ขมังเวทย์ปลอมตัวมา! การเผชิญหน้ากันนับแต่นาทีนั้น จึงเหมือนต่อสู้ชิงไหว ชิงพริบกัน ขมังเวทย์ในร่างแสงกล้าพยายามจะยึดแฟลชไดรฟ์ หาว่าเธอจะเอาข้อมูลหนี แพรไพลินโพล่งถามไปตรงๆว่า

“แกเป็นใคร?”

ขมังเวทย์บอกว่า “แสงกล้า” แพรไพลินโต้ว่าไม่ใช่ เพราะแสงกล้าไม่ใช่คนสุภาพ ไม่ดื่มกาแฟ และสวมสร้อยติดตัวตลอดเวลา

เมื่อถูกจับได้ไล่ทัน ขมังเวทย์เผยตัวตนออกมา แย่งแฟลชไดรฟ์จากมือเธอไปบีบจนกลายเป็นผุยผง หัวเราะหึๆเสียงต่ำทุ้มน่ากลัว แพรไพลินพยายามจะวิ่งหนีออกจากห้อง ก็ถูกขมังเวทย์สะกดไว้จนเคลื่อนไหวไม่ได้ ลูกสะกดที่ฝังอยู่ท้ายทอยเธอเปล่งแสงออกมา ขมังเวทย์บอกเธอว่า “หมอเก่งกว่าที่คิดเยอะ ฉันมีวิธีทำให้เราเป็นมิตรกันมากกว่านี้”

แพรไพลินควบคุมตัวเองไม่ได้ ถูกสะกดให้ปลดกระดุมเสื้อทีละเม็ด...ทีละเม็ด...ด้วยลีลาท่วงท่ายั่วยวนเซ็กซี่...

แสงกล้าตัวจริงนั่งแท็กซี่มาเกิดอุบัติเหตุ กว่าจะได้แท็กซี่นั่งไปหาเธอที่ทาวน์โฮมก็เสียเวลาไปนานโข แต่พอไปถึงเห็นแพรไพลินกำลังปลดกระดุมเสื้อก็ตกใจ ผงะถอยออกมา พึมพำ “ไม่ใช่...ไม่ใช่นิสัย!!” แล้วพุ่งเข้าไปยิงใส่ขมังเวทย์ทันที แต่กระสุนกลับพุ่งกลับมาหาตัวเองจนหลบแทบไม่ทัน

แสงกล้ายิงกระหน่ำไม่ยั้ง กระสุนทั้งหมดกลับรวมกันเป็นกลุ่มกระเด็นกลับมาหาเขา เห็นท่าไม่ดีแสงกล้าวิ่งออกไปด้านนอก ขมังเวทย์ไล่ตามไป แพรไพลินได้แต่มองตามไปด้วยความเป็นห่วงเขา

ooooooo

แสงกล้าวิ่งไปที่สโมสรบริเวณทาวน์โฮม ต่อสู้กับขมังเวทย์อย่างระมัดระวัง ถูกขมังเวทย์ใช้ไสยเวทเคลื่อนโต๊ะเก้าอี้ถล่มใส่ เขายิงจนกระสุนหมดก็ทำอะไรขมังเวทย์ไม่ได้ ตัดสินใจหยิบกระสุนลงอักขระที่สมิงให้ไว้ 3 นัดออกมายัดใส่แมกกาซีน

ได้ผล! ขมังเวทย์ยกมือรับกระสุนตามเคย แต่คราวนี้ถูกกระสุนเจาะมือเลือดพุ่งกระฉูด ขมังเวทย์ตกใจ เจ็บปวดร้องออกมาสุดเสียงทรุดลง แสงกล้าฮึดขึ้นมาหมายซ้ำให้อยู่หมัด แต่ปรากฏว่าขมังเวทย์หายไปแล้ว ทิ้งไว้แต่กองเลือดสีดำที่พื้น

เวลาเดียวกัน ลูกสะกดที่ท้ายทอยแพรไพลินอ่อนแสงลงเรื่อยๆ คล้ายคลายมนต์สะกด เธอรู้สึกตัวรีบหาเสื้อมาใส่

แสงกล้าลุกจากกองวัสดุที่ถูกขมังเวทย์ทุ่มมาเล่นงาน ได้ยินเสียงแพรไพลินร้องถามอย่างเป็นห่วงว่าเป็นอย่างไรบ้าง พอเขาออกไปหาเธอ เธอขอร้องเขาอย่าตามขมังเวทย์เลย เพราะไม่อยากให้เขาเสี่ยง

ฟังแล้วแสงกล้ารู้ทันทีว่านี่คือขมังเวทย์ปลอมมา เขาจับแขนเธอเหวี่ยงออกไป พริบตานั้นแพรไพลินกลายเป็นขมังเวทย์ทันที ทั้งสองพุ่งเข้าต่อสู้กันมือเปล่าด้วยลีลาที่แข็งแรงสวยงาม

ทันใดนั้น แพรไพลินวิ่งเข้ามาเตือนแสงกล้า “ระวังนะคะ มันปลอมตัวเป็นฉัน!” แต่อีกแพรไพลินหนึ่งก็ร้องขึ้นว่า “มันนั่นแหละตัวปลอม”

แสงกล้ามองสองแพรไพลินไปมา ไม่รู้ว่าไหนคือตัวปลอม ไหนคือตัวจริง แต่ทั้งสองร่างก็ยุให้เขายิงอีกฝ่าย แสงกล้าฉุกคิดได้ร้องถาม “หมอแพร...ไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกัน”

พอถูกแพรไพลินดุว่า หน้าสิ่วหน้าขวานยังเล่น ไม่เลิก ทำให้แสงกล้าเชื่อว่าคนนี้คือแพรไพลินตัวจริง เขายิงใส่แพรไพลินตัวปลอมทันที กระสุนอาคมเข้าฝังร่าง เลือดสาดกลายเป็นร่างขมังเวทย์ทรุดลง แสงกล้าพุ่งเข้าไปจะยิงซ้ำ มีแสงวาบเข้าตาจนต้องหลับตา พอลืมตาขมังเวทย์ก็หายไปแล้ว

ทันใดนั้น จ่าสมิงเดินเข้ามาดีดนิ้วเป๊าะๆ แพรไพลินก็หมดสติไป สมิงให้แสงกล้าอุ้มเธอกลับไปที่ห้อง ให้เธอนอนคว่ำ แล้วบริกรรมคาถาเอาลูกสะกดออกจากท้ายทอยเธอได้สำเร็จ บอกแสงกล้าว่าพรุ่งนี้เช้าเธอคงฟื้น แต่จะจำอะไรไม่ค่อยได้

สมิงเอาเบี้ยแก้ฝังไว้ทั่วบ้าน ติดผ้ายันต์อีกแผ่น บอกว่าน่าจะเอาอยู่ แล้วขอไปพักผ่อนเพราะเสียพลังไปมาก ทิ้งให้แสงกล้าอยู่กับแพรไพลินในห้องตามลำพัง ทำเอาหมวดหนุ่มทำตัวไม่ถูก

ฝ่ายขมังเวทย์หนีกลับมานอนชาร์จพลังนอนแช่ในบ่อพาราฟิน ใช้พลังจากเพชรยอดสังข์ดึงกระสุนอาคมออกจากร่าง เลือดที่ไหลท่วมอกก็ไหลกลับเข้าร่าง บาดแผลสมานเป็นเนื้อเดียวเห็นเป็นเนื้อปกติ

ขมังเวทย์ลุกพรวดยืนตัวตรง สีหน้าสดใสไร้ความเจ็บปวด มีแต่แววตาที่คั่งแค้น คำราม...

“ไอ้มงคล!”

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น แพรไพลินตื่นขึ้นมาเห็นแสงกล้านั่งหลับอยู่ เธอเดินไปสะกิด แสงกล้าลืมตาเห็นเธอปลอดภัยก็ดีใจ แล้วก็แปลกใจเมื่อเธอถามว่า “มาทำอะไรที่นี่”

“เอ๊า...ก็คนเป็นห่วง นี่คุณจำอะไรไม่ได้เลยเหรอ”

แพรไพลินพยายามทบทวน จำได้แค่ว่า “เมื่อวาน...

ฉันเอาปลอกกระสุนปืนมาวิเคราะห์ที่นี่ คุณมาถามสถานการณ์ทั้งหมด แต่มันไม่ใช่คุณ!!” เธอมองหน้าแสงกล้าอย่างระแวงถามว่า “แล้วฉันจะแน่ใจได้ยังไงว่าคุณเป็นตัวจริง บางทีไอ้วายร้ายนั่นมันอาจจะปลอมหน้ามาอีกก็ได้”

แสงกล้าคว้าเธอเข้าไปกอดทันที ถามว่าเชื่อหรือยัง ว่าเป็นตัวจริง ทำเอาเธอเขินด่า “บ้า” แล้วไล่ให้ไปห่างๆ แสงกล้าตัดพ้อว่าอุตส่าห์เสี่ยงมาช่วยชีวิตจะขอบคุณสักคำก็ไม่มี เธอเลยขอบคุณอย่างขอไปที

พอได้คืบจะเอาศอก แสงกล้าทวงว่าเธอติดหนี้ตนมาหลายครั้งแล้ว คราวนี้ต้องชดใช้กันมากหน่อย ทำหน้ากรุ้มกริ่มขอหอมเป็นการปลอบขวัญ เธอทำทียอมแต่โดยดี แต่พอแสงกล้ายื่นหน้าเข้าใกล้ เธอเอาเครื่องช็อตไฟฟ้าช็อตเข้าที่เอวจนเขาร้องจ๊ากถอยออกไปแทบไม่ทัน แต่พอเธอเผลอก็ขโมยหอมเสียฟอดใหญ่ แล้วหัวเราะชอบใจบอกว่า

“กลิ่นด็อกเตอร์หอมชื่นใจ...ฮ่าๆๆ”

หยอกแหย่กันพอหายเครียดแล้ว แพรไพลินพบว่าข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์หายหมดโหลดอะไรไม่ขึ้นเลย บ่นอย่างแสนเสียดายว่า ปลอกกระสุนที่ได้มาจากคมศรก็หายหมด

แสงกล้าเข้ามาดูบอกว่าท่าทางจะกู้ยาก คงต้องเริ่มต้นกันใหม่

“น่าเสียดาย...ก่อนเกิดเรื่อง ฉันน่าจะพบความจริงเกี่ยวกับฆาตกรที่ฆ่าผู้กองครามแล้ว...แต่ฉันจำอะไรไม่ได้เลย” แสงกล้าบอกว่างานนี้ดูท่าจะพึ่ง ผบ.รวิลำบากเสียแล้ว “ลำบากยังไงฉันก็ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้”แพรไพลินพูดอย่างมุ่งมั่นมาก

ขณะแสงกล้าจะกลับนั่นเอง เจอเพชรแท้เข้าพอดี ถูกเธอมองด้วยหางตาถามว่าทำไมยังตามป้วนเปี้ยนลูกสาวตนไม่เลิกเสียที แสงกล้าตอบยียวนไปตามเคย ดีแต่แพรไพลินออกมาเสียก่อน ถามแม่ว่ามาทำไมหรือ มีอะไรจะสั่งตนหรือเปล่า

“นายไปได้แล้ว” เพชรแท้ไล่แสงกล้า แล้วจึงคุยธุระกับแพรไพลิน นั่นคือให้เธอยอมรับจักร ย้ำว่าจักรรักเธอ แพรไพลินสวนไปว่าตนไม่ได้รักเขา เกลียดด้วยซ้ำ

เพชรแท้ขอให้เธอทำเพื่อแม่สักครั้งเพราะ “แม่บังคับลูกไม่ได้ แม่ก็พลาดงานประมูลดาวเทียมดวงใหม่ไม่ได้เหมือนกัน เพราะนั่นคืออนาคตทุกอย่างในชีวิตแม่” พูดแล้วเห็นลูกสาวนิ่ง เธอใช้น้ำเย็นเข้าลูบต่อ

“แพร...แม่ไม่ได้บังคับให้ลูกแต่งงานกับคุณจักร แค่เอาใจ...ยอมไปไหนมาไหนกับเขาบ้าง แค่ทำให้เขาพอใจเล็กๆน้อยๆ ถ้าลูกยอมเสียสละทำให้ แม่ถือว่ามันคือความกตัญญูจากลูกนะ”

เพชรแท้ใช้ทั้งไม้อ่อนไม้แข็งกดดันจนแพรไพลินเงียบ แล้วรีบเดินออกไปอย่างผู้ชนะ

แสงกล้ายังซุ่มอยู่ พอรถของเพชรแท้ออกไปเขาก็โผล่มาบอกแพรไพลินว่า ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอกได้ ขอแต่ให้เธอเปิดใจรับฟังความคิดของตนบ้างก็พอ แล้วจะกลับ แต่ทำท่านึกได้หันมาทำหน้าเป็นบอกว่า

“กลิ่มแก้มด็อกเตอร์หอมชื่นใจมากๆ” ทำให้แพรไพลินอดยิ้มออกมาไม่ได้ เขายังทำหน้าทะเล้นบอกว่า “นี่แหละ ผมอยากได้รอยยิ้มแบบนี้แหละ เจ๊ไพลิน โลกจะได้ลดมลพิษทางอารมณ์ถ้าเรามีรอยยิ้ม เจ๊มีเสน่ห์ที่รอยยิ้ม...บ๊าย...บาย...”

แสงกล้าทำหน้าทะเล้นกรุ้มกริ่มให้ จนแพรไพลินยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัวว่ากำลังชอบผู้ชายคนนี้เข้าแล้ว...

ooooooo

เมฆานัดผู้การอินทนนท์ที่เกษียณไปแล้วมาพบที่ห้องทำงานที่บ้าน มอบกล่องฮาร์ดดิสก์ให้ พูดออก ตัวว่า ถ้าไม่ได้ให้ผู้การทำก็คงต้องให้นภาทำ แต่ตนไม่อยากทำงานกับคนในครอบครัว บอกว่านอกจากนภาแล้วตนไว้ใจผู้การมากที่สุด

“ขอศึกษารายละเอียดก่อนนะครับ ยังไม่รับปากว่าจะทำหรือไม่ทำ” ผู้การขอเวลา ท่าทางอึดอัดใจ

“ฝากด้วยก็แล้วกัน ผมเชื่อใจในการตัดสินใจของผู้การครับ” เมฆาพูดอย่างเชื่อมั่นมาก

วันต่อมา ในการประชุม ครม.เมฆาถูกจักรบีบคั้นให้เซ็นอนุมัติโครงการส่งดาวเทียมดวงใหม่ เพื่อจัดหาบริษัทจัดซื้อเป็นกรณีพิเศษ

“แต่ยังมีเรื่องอื่นที่ต้องพิจารณา แผนพัฒนาการ ศึกษาแห่งชาติ เป็นเรื่องที่รอมานานแล้ว” เมฆาท้วงติง

“่ท่านต้องทำตามมติที่ประชุม รัฐมนตรีทุกคนมีความเห็นคล้อยตามความต้องการของผม...เราจำเป็นต้องเพิ่มดาวเทียมเพื่อผลประโยชน์ของประเทศในทุกด้าน”

ขณะที่จักรกำลังบีบคั้นเมฆานั้น ขมังเวทย์ก็บริกรรม คาถาจ้องที่เพชรยอดสังข์ เกิดประกายแสงวาววับ หลังจากนั้น เงาดำก็ปรากฏขึ้นเคลื่อนไปทาบทับใบหน้าคณะรัฐมนตรีทุกคน รัฐมนตรีคนหนึ่งที่โดนมนต์ดำครอบงำเอ่ยขึ้นว่า

“ความเห็นของท่านจักรน่าสนใจมาก”

จากนั้นทุกคนที่ถูกเงาดำสะกดก็คล้อยตามกัน จักรรวบรัดสรุปว่า

“โครงการนี้ลงทุนเพื่อประเทศชาติ ขอให้พวกเราผ่านมติ ครม.เพื่อดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน...” จ้องหน้าเมฆาย้ำเหมือนสะกดจิตว่า “ผมต้องการให้ท่านนายกฯผ่านมตินี้ เพื่อความเป็นเอกฉันท์!”

ปรากฏเงาดำของขมังเวทย์ที่ข้างหลังค้ำหัวเมฆาไว้ เพื่อครอบงำให้เขาคล้อยตามจักร แต่ด้วยจิตที่เข้มแข็งของเมฆากอปรกับนภาเข้าไปอธิษฐานเบื้องหน้าพระประธานในวัด ขอให้คุณพระคุ้มครองคนดีๆอย่างเขา ขอให้ความชั่วความเลวที่เกาะกินอยู่บนแผ่นดินนี้สูญหายพ่ายแพ้แก่พระบารมีและคุณความดีที่ปกปักรักษาประเทศไทย จึงทำให้แรงอำมหิตของขมังเวทย์ถูกอำนาจบางอย่างทำลาย สลายไป

ดังนั้น เมื่อจักรรวบรัดให้ลงมติ จึงถูกเมฆาคัดค้านว่า “เราจะไม่ลงมติจากคนแค่หยิบมือในห้องนี้ ผมอยากให้เราทำประชามติ เสียงจากประชาชนจะเป็นคนตัดสินว่าโครงการสำคัญเร่งด่วนจริงหรือไม่”

พูดจบ เมฆากวาดตามองทุกคนอย่างเป็นคำสั่งสิ้นสุด

จักรโกรธแค้นที่โครงการถูกขัดขวางจนถูกนักธุรกิจไม่พอใจรุมด่า เขากลับมามองรูปพ่อที่ถ่ายกับเขาสมัยยังเด็ก เขาจำได้ว่า พ่อสอนเขาว่ายังไงพ่อก็จะไม่โกงชาติเพื่อนายทุน ตอกย้ำกับเขาว่า

“จำไว้นะลูก ตลอดชีวิตของเรา อย่าให้อำนาจเงินอยู่เหนือความถูกต้อง เราต้องทำให้อาชีพนักการเมืองคือที่พึ่งแท้จริงของประชาชน”

“ครับพ่อ ผมจะเป็นอย่างที่พ่อเป็น พ่อสอน ผมจะเป็นนักการเมืองที่ไม่คอรัปชัน ทำเพื่อประชาชนทุกคน”

แต่หลังจากนั้นพ่อเขาก็ถูกยิงตายต่อหน้าทั้งที่อยู่ในบ้าน วันนี้ เขาจึงบอกกับรูปถ่ายพ่อในมือว่า

“ผมขอโทษที่ผิดสัญญา แต่ชีวิตและความตายของพ่อเป็นข้อพิสูจน์สำหรับผม แค่ความดีอย่างเดียวไม่ทำให้ชีวิตอยู่รอด ผมไม่ต้องการจะตายเหมือนพ่อ พ่อภูมิใจเถอะ ผมเป็นได้ดีกว่าที่พ่อสอนแน่นอน เพราะเงินกับอำนาจคือเพื่อนที่ดีที่สุด”

แววตาจักรเวลานี้...เต็มไปด้วยความเกลียดชังต่อโลก!

ooooooo

เหนือเมฆ2 มือปราบจอมขมังเวทย์

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด