ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    อาคม

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: "อาคม" ละเครแนวสืบสวน-แฟนตาซี ได้ "เจมส์ มาร์" ประกบ "มาร์กี้"

    คิมดีใจมากที่เอื้อกานต์ฟื้น หัวใจที่เกือบสลายฉ่ำหวานไปด้วยความรักที่ฝังใจมานาน เอื้อกานต์ก็ยินดีไม่ต่างกัน ไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองจะได้ตื่นมาพบอดีตคนรักอีกครั้ง

    แดนรับหน้าที่ส่งสารบอกทีเกื้อเรื่องเอื้อกานต์ปลอดภัย คิมยืนฟังเอื้อกานต์คุยมือถือกับแฝดน้องด้วยสีหน้าเงียบสงบ รออย่างอดทนจนเธอวางสายจึงเอ่ยปาก

    “แล้วพี่จะรีบพาเรากลับไปส่งนะ”

    เอื้อกานต์ยิ้มกว้าง คืนวันเก่าๆย้อนมาอีกครั้ง

    “พี่กลดยอมแทนตัวเองว่าพี่กับเอื้อแล้วเหรอคะ”

    “แล้วไม่ดีเหรอ”

    “เอื้อดีใจนะคะ ก่อนหน้านี้พี่กลดไม่ยอมแม้แต่จะให้เอื้อเรียกพี่ว่าพี่กลด”

    “พี่ก็ดีใจเหมือนกันที่ได้เห็นเอื้อตื่นขึ้นมาเรียกพี่ว่าพี่กลดอีกครั้ง”

    “เอื้อก็ต้องตื่นมาสิคะ พี่กลดอุตส่าห์พาเอื้อมาสวน สวยๆแบบนี้ทั้งที”

    “ก็เอื้อเคยบอกพี่ว่าอยากมาที่นี่...งั้นเราไปเดินเล่นกันไหม”

    พูดจบก็จูงมือเธอเดินเล่นในสวนดอกไม้อย่างมีความสุข ซึมซับช่วงเวลาดีๆที่ห่างหายมานาน...

    ทีเกื้อยินดีมากเมื่อรู้ว่าแฝดพี่ปลอดภัย รีบแจ้งข่าวดีนี้ให้พ่อกับพี่ชายคนละพ่อรู้ รวมทั้งสัตตบงกช อดีตคนรัก ที่กระโดดจับมือเขาด้วยความดีใจ คุณหญิงอัปสรนั่งรถเข็นมาเห็นพอดี ทีเกื้อเลยร้อนใจมาก รีบตามไปอธิบาย

    “เรื่องเมื่อครู่...ที่คุณหญิงเห็นผมกับหนูดี ผมกลัวคุณหญิงจะเข้าใจผิด”

    “งั้นแกก็ยืนยันให้ฉันฟังทีสิว่าแกกับหนูดีไม่เคยมีใจให้กัน”

    แววตาเอาเรื่องปนจับผิดของแม่เลี้ยงคู่ปรับทำให้ทีเกื้อหวั่นใจไม่น้อย แต่สุดท้ายก็ยอมรับแบบลูกผู้ชาย

    “ใช่...ผมกับหนูดีเคยมีใจให้กัน แต่นั่นก็นานมาแล้ว เราเลิกกันตั้งแต่หนูดีเรียนจบกลับมาจากต่างประเทศ เลิกกัน ก่อนที่หนูดีจะรับหมั้นพี่ภูมิด้วยซ้ำ”

    “แล้วตอนนี้ล่ะ ไม่มีใจต่อกันอีกแล้วใช่ไหม”

    “มีใจหรือไม่มีใจ มันไม่ใช่ปัญหา เราสองคนโตพอจะยอมรับความจริงว่าอะไรคือเรื่องที่เหมาะสม สมควรทำ อะไรที่ไม่ใช่ก็ไม่ควรแม้แต่จะคิด เรื่องที่จบแล้วก็ต้องจบ ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะมารื้อฟื้นอีก”

    “ฉันจะเชื่อคำพูดแกได้สักแค่ไหน...ว่าแกจะไม่เหมือนแม่แกที่ชอบลักกินขโมยกิน”

    ทีเกื้ออึ้งไปเล็กน้อย ก่อนจะตอบอย่างใจเย็น

    “ใช่...แม่ผมเคยทำผิด สิ่งที่แม่ทำพลาดทำให้แม่ต้องทนทุกข์ทรมานอยู่หลายปี ผมจะไม่ยอมทำผิดแบบเดิมๆ อย่างที่แม่เคยทำหรอก”

    “แกยินดีที่หนูดีจะแต่งงานกับภูมิงั้นสิ”

    “ผมยินดีกับทุกสิ่งที่เขาเต็มใจเลือกเอง...คุณหญิงครับ...ผมขอร้องให้ดูหนูดีที่ปัจจุบัน ผมรับรองว่าหนูดีไม่มีทางทำเรื่องเสื่อมเสียให้คุณหญิงอย่างแน่นอน”

    “ถ้าอย่างนั้นฉันถามข้อเดียว...แกยังรักเขาอยู่ไหม”

    “ผมยังรักเธออยู่...เพราะรัก ผมถึงบากหน้ามาขอร้องคุณหญิงอย่างนี้ ผมถึงกล้าสัญญาต่อหน้าคุณหญิงว่าตราบใดที่หนูดีเป็นของพี่ภูมิ ผมจะไม่มีวันทำให้เธอเสื่อมเสียแม้แต่นิดเดียว”

    คุณหญิงอัปสรบอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไรกับคำพูดทีเกื้อ คาดไม่ถึงมาก่อนว่าลูกเลี้ยงหนุ่มจะรักและให้เกียรติอดีตคนรักถึงเพียงนี้ และเมื่อเธอตัดสินใจคุยกับสัตตบงกช ฝ่ายนั้นก็ทำให้เธอทึ่งไม่ต่างกัน

    “ความรักมันไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดของหนูดีในเวลานี้ ตราบใดที่เรายังมีหน้าที่ตรงหน้า หนูดีขอรับรองด้วยชีวิตว่าจะไม่ทำเรื่องเสียหาย ทั้งต่อหน้าและลับหลังคุณหญิงเด็ดขาด!”

    ooooooo

    ความรักและความผูกพันระหว่างทีเกื้อกับสัตตบงกชทำให้คุณหญิงอัปสรคิดไม่ตก ต้องบากหน้าไปปรึกษาสามี ธีรนัฐเห็นท่าทางกลุ้มใจของภรรยาจอมบงการก็อดประหลาดใจไม่ได้

    “คิดไม่ถึงว่าอยู่ด้วยกันมาเป็นสิบๆปี คุณหญิงเพิ่งจะมีเรื่องมาปรึกษาจริงจังครั้งแรก”

    “ถ้าเป็นเมื่อก่อน...ฉันคงเฉดหัวมันทิ้งไปแล้ว เอาไว้ทำไมผู้หญิงแบบนี้”

    “แล้วทำไมตอนนี้คุณถึงลังเล”

    คุณหญิงอัปสรคิดนิดเดียว ก่อนจะถอนใจยาว “นั่นสิ...อาจเป็นเพราะเพิ่งผ่านความเป็นความตายมามั้ง ฉันได้มีโอกาสเห็นการกระทำของตัวเอง และที่ฉันรอดชีวิตมาได้ก็เพราะพี่สาวของเด็กคนนั้น”

    ธีรนัฐรู้ดีว่าเด็กคนนั้นคือเอื้อกานต์ และน้ำเสียงของภรรยาก็ทำให้เขาใจชื้นและมีความหวัง

    “เมื่อก่อนฉันทำเรื่องเลวร้ายไว้เยอะ ใช้วิชามารสารพัดในการทำธุรกิจ ฉันรวมหัวกับเดชา เกริกภพทำเรื่องร้ายๆไว้กับท่านทรงพล ฉันก็เลยต้องชดใช้กรรมเกือบตาย...ชีวิตที่เหลืออยู่ ฉันไม่อยากทำอะไรไม่ดีอีกแล้ว”

    “ผมดีใจนะที่คุณคิดได้”

    “แต่ฉันโมโห เสียดายเงินค่าสินสอดไถ่สมบัติมาให้มันตั้งเยอะ”

    ท่าทางหงุดหงิดของเธอทำให้ธีรนัฐอดขำไม่ได้ ก่อนจะถามหยั่งเชิง

    “คุณจะเสียดายเงินอีกไหม ถ้าสามารถทำใจยอมรับ เอื้อกับเกื้อเป็นคนในครอบครัวเดียวกับเรา”

    ถึงจะใจอ่อนลงมาก แต่คุณหญิงอัปสรก็ยังทำใจไม่ได้จะยอมรับเอื้อกานต์และทีเกื้อเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวอย่างเต็มหัวใจ ธีรนัฐเข้าใจดีและเต็มใจอย่างยิ่งจะให้เวลาเธอปรับตัว...

    ขณะที่คุณหญิงอัปสรปรับตัว...คิมหรือทรงกลดกับเอื้อกานต์ก็เคลียร์หัวใจกัน สองหนุ่มสาวจูงมือกันชมดอกไม้พลางพูดคุยกันตามประสาคนรักที่ได้กลับมาเจอกันอีกครั้งหลังห่างหายไปหลายปี

    “พี่คิดว่าเราจะไม่ได้เดินเล่นจูงมือกันแบบนี้อีกแล้วนะ”

    “รู้ไหมคะว่าเอื้อมีเรื่องจะถามพี่กลดเยอะแยะเต็มไปหมด แต่พี่กลดก็เลี่ยงเอื้อตลอด”

    “เลือกถามในเรื่องที่คิดว่าพี่จะตอบได้ก็แล้วกัน...”

    เอื้อกานต์ซักไซ้เขาเรื่องเหตุการณ์เครื่องบินตก คิมไม่ได้เล่าอะไรมาก นอกจากเขารอดมาได้เพราะฮันเตอร์

    “พี่รอดมาได้ยังไงไม่สำคัญหรอก รู้แค่พี่รอดมาได้ก็พอ”

    “เอื้อก็สงสัยตั้งแต่ครั้งแรกว่าพี่เหมือนพี่กลด”

    “แล้วเอื้อก็นอกใจพี่กลด แอบไปหวั่นไหวกับคิมด้วยใช่ไหม”

    คิมเปลี่ยนเรื่องมาเย้าเธอดื้อๆ เอื้อกานต์เขินมากจนเขาอดแหย่ไม่ได้

    “ไม่ได้เห็นเอื้อขี้งอนแบบนี้มาตั้งนาน”

    “เอื้อไม่ได้เป็นแบบนั้นซะหน่อย”

    “ไม่เป็นได้ยังไง เมื่อก่อนเอื้อขี้งอนมาก แถมยังชอบทำให้พี่ต้องคอยตามง้อตลอด”

    “เอื้อเคยงอนพี่กลดแค่ครั้งเดียว ตอนที่พี่กลดหลอกเอื้อ ไม่ยอมพูดความจริงกับเอื้อต่างหาก”

    “ตอนไหนเหรอ พี่จำไม่เห็นได้เลย...”

    ooooooo

    เอื้อกานต์พาคิมย้อนอดีตเมื่อหลายปีก่อน

    ตอนเขายังเป็นทรงกลด นักเรียนกฎหมายที่เชื่อมั่นในความถูกต้องและความยุติธรรม ทั้งสองคบหาดูใจในฐานะคนรักมานานนับปี เขาเลยอยากพาเธอไปรู้จักพ่อแม่ แต่เอื้อกานต์ไม่มั่นใจ ประหม่าและกลัวจะทำให้เขาผิดหวังเลยพยายามบ่ายเบี่ยง

    ทรงกลดรู้และเข้าใจความรู้สึกคนรักดี แต่ก็ไม่ยอมแพ้ เกลี้ยกล่อมอย่างใจเย็น

    “แค่ไปเที่ยวกับครอบครัวพี่ ไม่ได้แต่งเข้าบ้านพี่ซะหน่อย ไม่ต้องคิดมาก ไม่มีอะไรน่ากลัวหรอก”

    “แต่เอื้อยังไม่รู้จักพ่อแม่พี่กลดเลย ท่านเป็นใคร ทำอะไร นิสัยยังไง เอื้อยังไม่รู้อะไรสักอย่าง”

    “พ่อพี่เป็นคนต่างจังหวัด สมถะ อบอุ่น แต่เข้ามาทำธุรกิจเล็กๆที่กรุงเทพฯ ส่วนแม่พี่ก็เป็นแม่บ้าน ไม่ได้ทำงานอะไร...ตอนนี้รู้แล้ว ก็ไปได้แล้วนะ”

    “อย่าเลย...เอาไว้โอกาสหน้าเถอะค่ะ”

    “โอกาสไหนจ๊ะ เราคบกันมาเป็นปีแล้ว ถ้าพี่ไม่พาเอื้อไปให้พ่อแม่พี่รู้จักก็ถือว่าพี่ไม่ให้เกียรติเอื้อเลย”

    รอยยิ้มออดอ้อนของคนรักทำให้เอื้อกานต์ใจอ่อนยวบ แต่ยังไม่ยอมตอบตกลง จนทรงกลดต้องดักคอ

    “เอื้อไม่ใช่ไม่พร้อมหรอก แต่เอื้อรักพี่มากเกินไป ...เอื้อกลัวทำตัวไม่ถูก ไม่ดีพอตอนอยู่ต่อหน้าพ่อแม่ของพี่ กลัวว่าถ้าทำอะไรพลาดไป พ่อแม่พี่อาจจะไม่ชอบเอื้อ”

    “พี่กลดรู้ได้ไง”

    “พี่อยู่ในใจเอื้อ...ทำไมพี่จะไม่รู้”

    พูดพลางก้มจนชิด เอื้อกานต์เขินจัดผลักเขาออก ทรงกลดเลยถือโอกาสจับมือและพูดจากใจ

    “ไม่ต้องกลัว...พี่รับรองว่าพ่อแม่พี่ต้องรักเอื้ออย่างที่พี่รัก พี่เล่าเรื่องเอื้อให้ท่านฟังจนท่านรู้จักเอื้อมากกว่าที่เอื้อคิดซะอีก ไม่แน่นะ...ถ้าท่านเจอเอื้อ ท่านอาจลืมพี่เลยก็ได้เพราะท่านอยากได้ลูกสาวมานานแล้ว...”

    เพราะคำหว่านล้อมของทรงกลดทำให้เอื้อกานต์ยอมไปเจอพ่อแม่เขาจนได้ แล้วก็ต้องตะลึงมาก เมื่อพบว่าพ่อของคนรักไม่ใช่แค่เจ้าของกิจการธรรมดา แต่เป็นผู้ก่อตั้งกลุ่มทุนทีบีและเจ้าของกิจการหลายอย่าง ว่าที่คุณหมอสาวเวลานั้นเคืองมาก เดินงอนออกจากคฤหาสน์หรูหราของเขา ทรงกลดต้องตามง้อ

    “พี่ก็รู้ว่าเอื้อไม่ชอบคนโกหก ทำไมพี่กลดต้องปิดบังเอื้อเรื่องที่บ้านด้วยคะ”

    ทรงกลดยิ้มอ้อน อธิบายเสียงอ่อน “ก็พี่ไม่เห็นว่าการที่พ่อพี่เป็นนักธุรกิจ และแม่พี่มีเชื้อสายตระกูลเก่าแก่ จะมีความสำคัญกับความรักของเรานี่...เอาเป็นว่าพี่ขอโทษนะ”

    “ค่ะ...เอื้อก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่คะ”

    “ไม่ว่าแต่ทำไมไม่ยิ้มเลยล่ะ...แต่พี่ก็ดีใจนะที่เอื้อโกรธขนาดนี้ เพราะแปลว่าเอื้อแคร์พี่มาก”

    เอื้อกานต์นิ่วหน้างงๆ ทรงกลดเลยต้องเคลียร์กับเธออย่างจริงจัง

    “ถ้าพี่อยากจะปิดเรื่องนี้คงไม่คะยั้นคะยอให้เอื้อมาที่นี่หรอก ที่พี่อยากให้เอื้อมารู้จักพ่อแม่ของพี่ก็เพราะพี่ต้องการแสดงให้เห็นว่าตัวพี่ไม่มีอะไรปิดบังเอื้ออีกแล้ว...พี่สัญญาจะไม่ปิดอะไรเอื้ออีก...ตกลงดีกันนะ”

    บรรยากาศหวานชื่นในวันวานหวนมาอีกครั้ง เอื้อกานต์ดึงคิมหรือทรงกลดจากอดีต ก่อนจะตัดพ้องอนๆ

    “แล้วสุดท้ายพี่กลดก็ปิดเอื้อเรื่องนี้อีก ปล่อยให้เอื้อเสียใจว่าพี่ตายไปแล้วตั้งนาน”

    “เพราะจำเป็นน่ะ...ตอนมาเจอเอื้ออีกครั้ง พี่ก็เสียใจนะ แล้วก็รู้สึกว่าเอื้อเปลี่ยนไปมาก...ดูนิ่งขึ้น”

    “ก็ตั้งแต่เกิดเรื่องกับครอบครัวพี่นั่นแหละค่ะ”

    “เหตุการณ์ครั้งนั้นก็ทำให้พี่เปลี่ยนไปเหมือนกัน แต่ตอนนี้พี่ก็ดีใจนะที่เราได้กลับมารักกันอีก”

    “สัญญานะคะว่าพี่กลดจะไม่หายไปไหน จะไม่ทำให้เอื้อเสียใจอีก”

    “ได้...พี่สัญญา พี่จะไม่หายไปไหน จะอยู่ใกล้ๆเอื้อทุกวันแบบนี้ตลอดไป”

    พูดจบก็ดึงตัวมากอดแน่น เอื้อกานต์ดิ้นเบาๆด้วยความเขิน เลยถูกเขาแซว

    “อย่าดิ้นสิ...นี่พี่กำลังใช้อาคมรักษาเอื้ออยู่นะ”

    “ถ้าใช้อาคมช่วยคนอื่นแบบนี้ได้ก็คงจะดีนะคะ...”

    ooooooo

    ความปรารถนาของเอื้อกานต์คืออยากให้ยุติการล้างแค้น คิมหรือทรงกลดคิดหนัก อยากทำตามคำขอของเธอ แต่ก็ลำบากใจจะขัดใจฮันเตอร์ อาจารย์และผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตเขา

    แต่เพราะบทสนทนากับวิญญาณของทรงพลและความเป็นความตายของเอื้อกานต์ก็ทำให้เขาเปลี่ยนใจ เช้าวันต่อมาเลยจัดเตรียมแผนเซอร์ไพรส์ให้เธอ

    เอื้อกานต์ชอบใจมากกับอาคมแสนหวานของเขา แต่ตื่นเต้นกว่าเมื่อเขามีของขวัญที่อยากให้เธอรู้เป็นคนแรก

    คิมส่งยิ้มบางๆให้ ก่อนจะดึงมือเธอมากุม “เมื่อก่อนพี่จมอยู่กับความแค้น คิดถึงแต่ตัวเองจนได้เจอเอื้อ...เอื้อทำให้พี่ได้ช่วยคน ทำให้พี่เริ่มรู้สึกดีๆกับการทำเพื่อคนอื่นอีกครั้ง”

    “ขนาดนั้นเลยเหรอคะ”

    “ใช่...หลังจากฝึกสมาธิเพราะต้องการจะช่วยเอื้อ พี่ก็ได้ทบทวนจนรู้แล้วว่าสิ่งที่พี่ต้องการคืออะไร...”

    บทสนทนากับวิญญาณของทรงพลหวนมาในหัวคิมอีกครั้ง มันเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันก่อนตอนเขาทำสมาธิ วิญญาณของทรงพลมาเตือนสติลูกชาย ไม่ให้จองเวรและทำบาปมากไปกว่านี้

    คิมคิดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะการล้างแค้นของเขา แล้วก็คิดได้ว่ามันไม่ได้ทำให้มีความสุข มีแต่ทำให้ยิ่งรู้สึกผิดเพราะทำให้คนที่อยู่ข้างหลังคนชั่วเหล่านั้นต้องมีสภาพไม่ต่างจากเขา

    วิญญาณของทรงพลพยายามพูดให้เขาคิดถึงความดี ความถูกต้องและความยุติธรรมที่เขายึดถือมาตลอด รวมทั้งกฎแห่งกรรมที่มีกระบวนการและระยะเวลาของมันเอง คิมได้ฟังก็ตาสว่าง สำนึกผิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมา

    “เพราะผมเกิดในครอบครัวที่ดี ถ้าไม่เจอเรื่องนี้ก็คงไม่รู้หรอกว่ามีคนไม่ได้รับความยุติธรรมในสังคมมากขนาดไหน หลายคนถูกเอาเปรียบ ไม่มีสิทธิ์จะเรียกร้องอะไรได้เลย”

    “มันเป็นเรื่องปกติของธรรมชาติ...ที่ปลาใหญ่จะต้องกินปลาเล็ก มันอาจเป็นชะตากรรมของลูกที่ต้องเจอเรื่องแบบนี้ รับรู้ถึงความลำบากของคนอื่น ชะตากรรม ที่ลูกต้องลุกขึ้นมาสู้เพื่อปกป้องคนเหล่านั้น”

    คิมดึงตัวเองจากบทสนทนากับพ่อ หยิบหน้ากากที่เขาสวมตอนใช้อาคมมาเผา ก่อนจะบอกเอื้อกานต์ถึงการตัดสินใจจะยุติการล้างแค้น คุณหมอสาวดีใจมาก แต่กังวลแทนเรื่องที่เขาจะไปคุยกับฮันเตอร์

    ฮันเตอร์ได้รู้เรื่องการตัดสินใจของศิษย์เอกในเย็นวันเดียวกัน โกรธมากแต่พยายามระงับไว้

    “อาจารย์เคยสอนผมว่าไสยศาสตร์มีทั้งดีและไม่ดี ถ้าใช้ให้เป็นประโยชน์ก็จะเป็นคุณ ผมจะไม่ใช้อาคมทำร้ายใครแล้ว แต่จะใช้อาคมเพื่อทำลายคนเลวที่กฎหมายทำอะไรไม่ได้”

    “อะไรทำให้แกคิดแบบนี้”

    “ครอบครัวผมโดนใส่ร้าย แม้แต่กฎหมายก็ทำอะไรไม่ได้ ผมเลยอยากปกป้องคนที่ไม่ได้รับความยุติธรรมแบบผม ผมไม่อยากให้ใครต้องมารับกรรมเหมือนกับผมหรืออาจารย์อีก”

    “อย่ามาพูดจาเพ้อเจ้อหน่อยเลย แกคนเดียวจะทำอะไรสังคมที่เต็มไปด้วยคนเลวแบบนี้ได้”

    “แต่อย่างน้อย...ถ้ามีคนลุกขึ้นมาสู้ ทำให้พวกคนชั่วกลัวได้ ก็ยังดีกว่าเราไม่ทำอะไรเลยนะครับ ผมยอมถูกตำรวจตราหน้าว่าเป็นโจร แต่ผมขอเป็นโจรที่ปล้นความอยุติธรรมไปจากสังคม”

    ฮันเตอร์หัวเราะเยาะ ตอกอย่างรู้ทัน “คิดจะกลับใจ เพราะผู้หญิงคนนั้นงั้นสิ...แต่มันสายไปแล้วล่ะ ต่อให้กลับใจตอนนี้ แกก็ยังขึ้นชื่อว่าเป็นฆาตกรที่ตำรวจตามล่า แกจะทำให้ผู้หญิงที่แกรักเดือดร้อนในฐานะผู้สมรู้ร่วมคิดกับแก แล้วแกเองจะเดือดร้อนเพราะผู้หญิงคนนั้น... จำคำฉันไว้ให้ดี!”

    ooooooo

    เพราะจดจ่อกับการช่วยชีวิตเอื้อกานต์ คิมหรือทรงกลดเลยลืมความจริงข้อนี้ เมื่อฮันเตอร์เตือนสติว่าวีรกรรมที่ผ่านมาของเขาอาจทำให้เธอเสี่ยงอันตราย เลยทำให้เขาต้องกลับมาคิดหนัก

    แดนรับฟังด้วยความเห็นใจ แต่ก็ช่วยอะไรคิมไม่ได้มาก

    “อาจารย์พูดถูก...ถึงกลับใจตอนนี้แต่มือเราก็เปื้อนเลือดไปแล้ว กลิ่นคาวเลือดมันยังติดมือ ถึงพี่จะใช้อาคมช่วยคน แต่สิ่งที่ทำก็เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย และถ้าวันหนึ่งพี่โดนจับ...เอื้ออาจต้องกลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดกับคนร้ายอย่างพี่”

    “แต่ผมว่าถ้าหมอเอื้อรู้ว่าพี่ทำอะไร หมอเอื้อคงดีใจและอยากช่วยพี่นะครับ”

    “แต่มันอันตราย เอื้อเกือบตายเพราะพี่มาแล้วครั้งหนึ่ง พี่จะไม่ยอมให้เอื้อเป็นอะไรไปอีก”

    “แล้วพี่จะทำยังไง”

    “พี่จะหายไปจากชีวิตของเอื้อ...”

    คิมตัดสินใจจะออกจากชีวิตเอื้อกานต์อีกครั้ง รู้ดีว่าทำได้ยากเหลือเกิน แต่ก็เดินหน้าตามที่คิด แสร้งตีหน้ายิ้มแย้มและชวนเธอกินมื้อค่ำสุดโรแมนติก สร้างความทรงจำแสนหวานเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะสะกดจิตเธอ

    “จงลืมเรื่องราวที่นี่ทั้งหมด ลืมความรักทั้งหมดที่มีให้ทรงกลด ทรงกลดได้ตายไปแล้ว”

    เอื้อกานต์ไม่ทันตั้งตัว ถูกมนต์สะกดที่แข็งแรงเพราะการฝึกหนักก่อนหน้า ทวนคำของเขาเสียงเบา คิมสะเทือนใจมาก เฝ้ารอจนเธอหลับไปจึงกระซิบบอกลา ข้างหู

    “หลับซะ...ช่วงเวลาดีๆที่นี่คือฝันดี แต่ถึงเวลาแล้วที่ต้องตื่นมาเจอความจริงแล้ว...ความจริงที่เราไม่สามารถกลับมาเป็นเหมือนเดิมและรักกันได้อีก”

    คิมพาร่างสลบไสลของเอื้อกานต์ไปส่งคืนทีเกื้อในคืนเดียวกัน พร้อมบอกถึงการตัดสินใจของตน

    “พี่ลบความทรงจำที่เคยพาเอื้อไปรักษาออกหมดแล้ว”

    “หมายความว่าไงครับ”

    “เอื้อจะจำได้แค่ว่าพี่คือคิมที่เป็นนักข่าวเท่านั้น... ส่วนทรงกลดได้ตายไปแล้ว”

    “ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย เอื้ออุตส่าห์ดีใจที่พี่กลดกลับมามีชีวิตอีกครั้ง”

    “พี่เลือกจะเป็นคนดีที่ตายไป ดีกว่าเป็นคนเลวในสายตาของเอื้อ”

    “แต่ผมไม่เคยมีอะไรปิดบังเอื้อ พี่กลดก็น่าจะรู้ดี”

    แน่นอนว่าคิมรู้ดี แต่ก็อยากทำเพื่อความปลอดภัยของเอื้อกานต์ “ขอร้องให้ทรงกลดในความทรงจำของเอื้อเป็นผู้ชายที่ตายไปแล้ว แต่เป็นคนดีในหัวใจของเอื้อตลอดไปเถอะนะ ยังไงตอนนี้เอื้อก็มีความสุขดีไม่ใช่เหรอ”

    ทีเกื้อรับฟังพลางคิดถึงคำพูดของแฝดพี่ในอดีต สมัยที่เธอคิดว่าทรงกลดตายไปแล้ว คุณหมอสาวทำใจได้ดี ยอมรับความจริงและมีชีวิตต่ออย่างมีความสุข และนั่นก็น่าจะดีที่สุดสำหรับเธอ

    คิมเห็นทีเกื้อไม่โวยวายก็ถือโอกาสอธิบายความจริงจากใจ “พี่เป็นคนร้าย พี่ไม่อยากให้เอื้อเดือดร้อน รวมถึงตัวเกื้อก็ต้องลืมว่าพี่เป็นใครเหมือนกัน ตอนนี้พี่เป็นแค่ฆาตกรที่เกื้อต้องการจับเท่านั้น”

    ทีเกื้อพยักหน้ารับรู้ ไม่เห็นด้วยแต่ก็เข้าใจเหตุผลอีกฝ่ายดี “ถึงสิ่งที่พี่ทำจะเป็นเพราะต้องการทวงความยุติธรรม แต่มันก็ผิดกฎหมาย ผมเป็นตำรวจ ถ้าพี่พลาดมีหลักฐานมัดตัวเมื่อไหร่ ผมก็คงต้องจับพี่”

    “เกื้อทำหน้าที่ของตัวเองให้เต็มที่ได้เลย”

    กว่าเอื้อกานต์จะฟื้นก็เช้าวันต่อมา ธีรนัฐกับทีเกื้อ เฝ้าอาการเธออย่างใกล้ชิด จนมั่นใจว่าเธอจำอะไรเกี่ยวกับคิมไม่ได้ นอกจากหมดสติหลังช่วยคุณหญิงอัปสร ก็เบาใจอย่างบอกไม่ถูก

    แม้จะไม่หลงเหลือความทรงจำเกี่ยวกับคิมและการช่วยชีวิตของเขา เอื้อกานต์ก็คาใจเรื่องคนร้ายที่ลงมือในงานสัมมนา ทีเกื้อหนักใจมากพยายามจะอธิบายแต่ไม่ทันขยับปาก คุณหญิงอัปสรก็แวะมาเยี่ยมเอื้อกานต์เสียก่อน

    ธีรภูมิกับสัตตบงกชยินดีมากเมื่อเห็นเอื้อกานต์อาการดีขึ้น พูดคุยทักทายอย่างเป็นกันเอง คุณหญิงอัปสรเห็นท่าทางเหล่านั้นแล้วนึกกระดาก เป็นห่วงลูกเลี้ยงสาวแต่ก็ยังมีฟอร์ม

    “ทุกคนเล่าให้ฉันฟังว่าเธอช่วยฉันไว้ และมันก็ตรงกับความทรงจำของฉัน ฉันเห็นเธอช่วยชีวิตฉันไว้”

    “เอื้อเป็นหมอ...หน้าที่ของหมอคือรักษาคนไข้ จะรักษาแบบไหน แค่คนไข้หายป่วย เราก็พอใจแล้วค่ะ”

    “ฉันไม่ชอบติดหนี้บุญคุณใคร...โดยเฉพาะเธอ ฉะนั้น...มีอะไรให้ฉันช่วยก็บอก ฉันรับปากจะทำให้”

    เอื้อกานต์ยิ้มรับขอบคุณ ท่ามกลางความปลื้มใจของทุกคนที่เห็นคุณหญิงอัปสรละวางความโกรธแค้นที่เคยมีและญาติดีกับฝาแฝดมากขึ้น

    ooooooo

    คิมหรือทรงกลดเฝ้ามองเอื้อกานต์ห่างๆด้วยความเป็นห่วง โล่งใจไม่น้อยเมื่อเห็นเธออาการดีขึ้นและเข้ากับคุณหญิงอัปสรได้ดีกว่าเดิม แต่กระนั้นก็อดวิตกไม่ได้ กลัวฮันเตอร์จะเจ็บแค้นและโผล่มาเล่นงานเธอ เลยจัดแจงฝากเธอไว้กับแดน ส่วนตัวเองรีบไปเจรจากับอาจารย์

    การตัดสินใจของคิมหรือทรงกลดทำให้ฮันเตอร์ เครียดมาก กลัวใจศิษย์เอกจะขัดขวางแผนล้างแค้นให้ล้มเหลว จนเก็บไปฝันร้ายว่าต้องเผชิญหน้ากับคิม

    “อาจารย์จะหยุดล้างแค้นได้ไหม”

    “ไม่! ฉันไม่มีทางหยุด ฉันจะฆ่าทุกคน ทุกคนที่มันเคยทำกับครอบครัวฉัน รวมถึงทุกคนที่ขวางทางฉันด้วย”

    “ถ้าอาจารย์ไม่หยุด ผมก็คงต้องหยุดอาจารย์เอง”

    จบคำก็ถลาไปบีบคอ ฮันเตอร์สู้แรงศิษย์เอกที่ฝึกจิต มานานไม่ไหว เริ่มหายใจไม่ออก แต่คิมก็ไม่ปล่อยมือ

    “ขอโทษครับ...ถ้าผมไม่ฆ่าอาจารย์ อาจารย์ก็ต้องฆ่าทุกคน ไม่ก็ลากผมเข้าสู่วังวนเดิม ผมต้องตัดไฟแต่ต้นลม”

    ฮันเตอร์คิดว่าตัวเองตายไปแล้ว แต่กลับเป็นแค่สะดุ้งตื่นจากสมาธิ จังหวะเดียวกันนั่นเอง คิมตัวจริงก็โผล่มาหา เหตุการณ์ในฝันเมื่อครู่ทำให้ฮันเตอร์ใจไม่ดี และตัดสินใจวินาทีนั้นเองจะกำจัดศิษย์เอก!

    คืนนั้นคิมไม่ได้เจอฮันเตอร์ แปลกใจไม่น้อยแต่ก็ไม่ติดใจนัก เขายังตามดูแลเอื้อกานต์ห่างๆ แต่ไม่ยอมปรากฏตัวให้เห็น ทีเกื้อรับรู้ทุกอย่าง ไม่สบายใจนักที่ต้องปิดบังแฝดพี่ แต่ก็เชื่อว่าเป็นทางเลือกดีที่สุดแล้ว

    ฮันเตอร์ติดต่อมาในคืนต่อมา นัดเจอเพื่อบอกเรื่องบางอย่าง คิมไม่สบายใจนัก กลัวอาจารย์จะบังคับ ให้เขาทำอาคมทำร้ายใครอีก แต่กระนั้นก็ยอมรับปากเพื่อหยั่งเชิง...

    แต่ก่อนจะถึงเวลานัด คิมก็บุกไปสถานีทีเอ็นนิวส์เพื่อขัดขวางการถ่ายรายการของธีรนัฐที่ตัดสินใจจะสารภาพความผิดเมื่อหลายปีก่อนที่เขากับคุณหญิงอัปสรทำข่าวใส่ร้ายทรงพล

    คิมจัดการทำให้ไฟห้องส่งดับ ก่อนปรากฏตัวให้ทุกคนเห็นในสภาพชายสวมหน้ากากอีกครั้ง ธีรนัฐรู้ว่าเขาคือทรงกลดก็พยายามจะขอไถ่โทษ โดยมีธีรภูมิกับทีเกื้อสนับสนุน แต่คิมก็ปฏิเสธ

    “ผมตัดสัญญาณออกอากาศของสถานีแล้ว จะไม่มีใครเห็นข่าวการสารภาพความผิดของคุณทั้งนั้น คุณไม่ใช่คนผิดและผมก็ไม่ได้ต้องการประจานคุณ ผมไม่อยากให้คนดีๆต้องมาหมดอนาคตแบบคุณพ่อ แค่ทำข่าวล้างมลทินให้ทุกคนเข้าใจท่านก็พอ...นี่เป็นหลักฐานที่แสดงว่าท่านไม่ได้ค้ายา”

    จบคำก็ยื่นเอกสารหลักฐานให้ธีรนัฐที่มองมาอย่างซึ้งในน้ำใจ

    “ขอบคุณแล้วก็ขอโทษกับสิ่งที่ครอบครัวอาทำไว้ทั้งหมด อาขอโทษที่ทำให้หลานกลายเป็นแบบนี้”

    คิมพยักหน้ารับ ก่อนจะเอ่ยถึงสิ่งที่ตั้งใจมาบอก

    “เอื้อกานต์ได้ชดใช้แทนคุณหญิงแล้ว ตามกฎจะไม่มีการทำของซ้ำเหยื่อรายเดิม...สบายใจได้ครับ”

    “เรื่องท่านทรงพล...ไม่ต้องห่วงนะ อาจะสืบหาความจริง และทำข่าวเรื่องท่านเอง”

    ธีรนัฐให้คำสัญญาหนักแน่น โดยมีธีรภูมิกับสัตตบงกชร่วมมืออย่างเต็มที่ ด้วยการทำรายการพิเศษให้ข้อมูลและแก้ต่างให้แก่คดีของทรงพลว่าเป็นการใส่ร้ายและปั้นเรื่องเพื่อสร้างหลักฐานเท็จ...

    ooooooo

    รายการพิเศษเกี่ยวกับคดีของทรงพลทำให้เกิดปฏิกิริยาแตกต่างกัน คิมพอใจมากที่คดีของพ่อถูกรื้อเพื่อความเป็นธรรม เช่นเดียวกับครอบครัวของธีรนัฐที่ได้ไถ่โทษจากเรื่องในอดีต ศักดิ์ชาย...สมาชิกกลุ่มทุนทีบีที่เหลือก็ดูจะให้ความสนใจมาก แต่ก็ยังสงวนท่าทีไม่ยอมพูดอะไร

    คงมีเพียงฮันเตอร์ที่ไม่พอใจ คิดว่าวิธีการของคิมจะทำให้แผนล้างแค้นล่มไม่เป็นท่า เลยเรียกตัวมากำจัด ด้วยการใช้แดนเป็นเหยื่อล่ออีกครั้ง โดยไม่ลืมขู่ว่าครั้งนี้เขาเอาจริง!

    เรื่องแดนก็ทำให้คิมเครียดมากแล้ว แต่ความจริงจากคุณหญิงอัปสรที่ว่ามีใครบางคนอยู่เบื้องหลังการวางระเบิดเครื่องบินที่ครอบครัวเขานั่ง ทำให้ประสาทเสียกว่า ทีเกื้อพยายามช่วยสืบแต่ก็ไม่ได้เบาะแสอะไรเพิ่ม

    “ไหนพี่บอกว่าจะหยุดแล้วไง ผมขอร้องให้พี่หยุดล้างแค้นเถอะ พี่กลดที่ผมรู้จัก...เป็นคนใจดี ชอบช่วยเหลือคนอื่น ผมไม่อยากเป็นศัตรูกับพี่...อย่างน้อยก็คิดว่าทำเพื่อเอื้อก็ได้”

    “ถ้ามีใครสักคนฆ่าเอื้อ แล้วฉีกร่างเอื้อเป็นชิ้นๆ ซากศพกระจัดกระจาย เกื้อจะหยุดได้ไหม”

    คำถามทีเล่นทีจริงแต่ทำให้ทีเกื้อถึงกับอึ้ง จนคิมเลยต้องรีบพูด

    “พี่ล้อเล่นน่ะ...พี่แค่อยากรู้ความจริง พี่ตั้งใจจะเลิกล้างแค้นแต่พี่จะใช้อาคมช่วยเหลือคน ให้บทเรียนกับคนชั่ว”

    “ถ้าพี่ตั้งใจจะใช้อาคมช่วยเหลือคน ผมก็จะไม่ขัดขวาง”

    “เสียดายวิชาอาคมที่เรียนมาน่ะ ต้องใช้ให้เป็น ประโยชน์ซะหน่อย”

    “แต่ก็อย่าพลาดทิ้งหลักฐานหรือทำร้ายใครล่ะ ผมไม่อยากไล่จับพี่อีก”

    “ขอบใจมากนะ”

    “พี่เลือกจะหยุด แล้วอาจารย์พี่จะยอมเหรอ...”

    คิมรู้คำตอบดีอยู่แล้ว และยิ่งมั่นใจเมื่อฮันเตอร์ส่งสารมาขู่

    “รถไฟขบวนต่อไปกำลังมาในอีกหนึ่งชั่วโมง ถ้าแกไม่อยากให้แดนเป็นอะไรก็มาให้ทัน...ครั้งนี้ฉันทำจริง!”

    แดนถูกจับมัดกับเก้าอี้กลางรางรถไฟ โวยวายใส่ฮันเตอร์ที่ชอบจับเขาเป็นตัวประกัน คิมมาถึงไม่นานหลังจากนั้น จะรีบแก้มัดให้ แต่กลับถูกฮันเตอร์ตลบหลังด้วยการสะกดจิตแดนให้มัดตัวเขาไว้แทน

    คิมมีท่าทีสงบนิ่งอย่างประหลาด ก่อนจะถามเสียงเย็น

    “อาจารย์ต้องการอะไร”

    “ฉันต้องการชีวิตแก! จำวันแรกที่เราเจอกันได้ไหม ...วันนั้นฉันเคยบอกแกแล้วใช่ไหมว่าถ้าเข้ามาในวังวนนี้แล้วจะออกไปไม่ได้ ทางเดียวที่จะไปจากวิบากกรรมนี้ได้คือความตาย”

    น้ำเสียงดุดันของอาจารย์ไม่ได้ทำให้คิมตื่นตระหนก ตอบกลับอย่างใจเย็น “ผมรู้ครับ ถึงได้มาที่นี่...ตั้งแต่อาจารย์ช่วยชีวิตผมไว้ ชีวิตผมก็เป็นของอาจารย์ อาจารย์จะทำอะไร จะให้ผมเป็นหรือตาย...ผมก็ไม่ขัด”

    ท่าทีนิ่งสงบของศิษย์เอกทำให้ฮันเตอร์โมโหอย่างบอกไม่ถูก “ดี! ฉันจะได้ไม่ต้องเปลืองแรงจัดการแก ฉันต้องกำจัดแก แกรู้ความลับของฉันมากไป และฉันก็ไม่ต้องการให้ใครมาขัดขวางแผนการของฉัน!”

    พูดจบก็ตั้งท่าจะเล่นงานศิษย์เอก แต่กลับทรุดลงพื้นอย่างอ่อนแรง วิญญาณของเกริกภพกับคมกฤชนั่นเองที่แค้นฮันเตอร์และตามมาเอาคืน คิมตกใจมากรีบท่องคาถาเพื่อช่วยอาจารย์

    ฮันเตอร์เห็นศิษย์เอกพยายามช่วยก็ข้องใจ อดทนรอจนพวกวิญญาณร้ายหายไปแล้วจึงถาม

    “แกใช้อาคมได้ แล้วทำไมแกถึงไม่ใช้แต่แรก ทำไมถึงยอมให้ฉันจับง่ายๆแบบนี้”

    “ผมเคยบอกอาจารย์แล้วว่าผมไม่มีวันทำร้ายอาจารย์”

    “ครั้งนี้ฉันจะยอมปล่อยแกไป แต่ถ้าครั้งหน้าแกมาขวางทางฉัน ฉันจะไม่ไว้ชีวิตแกอีกแล้ว!”

    ประกาศกร้าวก่อนจะผละไป คิมเสียใจมากและอดไม่ได้จะตะโกนไล่หลัง

    “ผมจะพิสูจน์ให้อาจารย์เห็นว่าวิธีของอาจารย์ไม่ทำให้อะไรดีขึ้น สักวันอาจารย์ต้องเห็นด้วยกับวิธีของผม”

    “ไม่จำเป็น...เพราะต่อไปนี้ ฉันกับแกตัดขาดจากกัน แกไม่ใช่ศิษย์ฉันอีกต่อไป!”

    “ถึงอาจารย์จะไม่เห็นผมเป็นลูกศิษย์ แต่สำหรับผมยังไงอาจารย์ก็ยังเป็นอาจารย์ เป็นผู้มีพระคุณของผม... ผมยินดีช่วยเหลืออาจารย์ทุกอย่าง”

    ooooooo

    คิมพาแดนออกจากรางรถไฟอย่างปลอดภัย ทั้งสองเลือกจะเก็บตัวอย่างเงียบที่สุดเพื่อดูท่าทีของฮันเตอร์อีกครั้ง ส่วนทางตำรวจก็ยังไม่วางใจ โดยเฉพาะท่านรองฯ กลัวชายสวมหน้ากากจะลงมืออีก เลยสั่งให้ลูกน้องอารักขาสมาชิกกลุ่มทุนทีบีที่เหลือเหมือนเดิม

    ทีเกื้อเชื่อว่าคิมหรือทรงกลดจะรักษาสัญญา เลยไม่สนใจเรื่องอารักขาสมาชิกกลุ่มทุนทีบีมากนัก แต่เครียดเรื่องนัดพบคุณหญิงอัปสรพร้อมแฝดพี่มากกว่า เอื้อกานต์เข้าใจความอึดอัดนี้ดี แต่ก็ยืนยันไปพบตามนัด

    คุณหญิงอัปสรรออยู่แล้วพร้อมธีรภูมิกับสัตตบงกช คอยสังเกตท่าทีของทีเกื้ออย่างใจเย็นท่ามกลางความ กระอักกระอ่วนใจของคนอื่นๆ โดยเฉพาะเอื้อกานต์ที่สงสารแฝดน้องจับใจ

    “อึดอัดอะไรก็ระบายได้นะ...เอื้อไม่อยากเห็นเกื้อทุกข์ ไม่มีความสุขแบบนี้ เกื้อก็รู้ว่าถ้าเกื้อทุกข์ เอื้อก็ทุกข์ด้วย”

    “เกื้ออึดอัดที่ต้องมาเจอหนูดี”

    “ถ้ามันเลี่ยงจะเจอไม่ได้ เกื้อก็ต้องทำใจให้ได้เร็วๆ”

    “เพราะทำใจยากเลยเลือกจะเลี่ยงไง เกื้อไม่อยากเป็นปัญหาให้พี่ภูมิกับหนูดี ทั้งสองคนเป็นคนที่เกื้อรัก...”

    ธีรภูมิได้ยินสองพี่น้องฝาแฝดคุยกันก็รู้สึกผิดมาก ตัดสินใจไปเจรจากับแม่

    “คุณแม่ครับ...ช่วยยกเลิกงานแต่งงานของผมกับหนูดีเถอะครับ”

    คุณหญิงอัปสรรับฟังด้วยสีหน้านิ่งสงบไม่แปลกใจที่ได้ยินเหมือนรออยู่นานแล้ว ธีรภูมิร้อนใจมาก พยายามหว่านล้อมหาเหตุผลให้แม่ยอมยกเลิกงานแต่ง

    “คุณแม่ก็ทราบว่าผมกับหนูดีไม่มีทางรักกันได้ ผมไม่อยากทรมานที่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับคนที่ไม่ได้รัก”

    “เพราะเรื่องหนูดีกับทีเกื้อใช่ไหม ถึงทำให้เราตัดสินใจแบบนี้”

    “ผมไม่อยากเห็นแก่ตัว ยื้อผู้หญิงที่ผมรักเหมือนน้องมาอยู่กับผม และยังต้องทำร้ายความรู้สึกน้องชายผมอีก...คุณแม่ก็น่าจะรู้ดีว่าการใช้ชีวิตอยู่กับคนที่เราไม่ได้รักมันทรมานขนาดไหน”

    คุณหญิงอัปสรถอนใจยาว รู้ดีว่าความรักความผูกพันระหว่างเธอกับสามีเป็นแบบไหน มันทรมานและลูกชายคนเดียวก็เดาได้เพราะอยู่กับเธอมาตลอดชีวิต

    “ภูมิคงเห็นตัวอย่างจากชีวิตแม่สินะ...งั้นก็แล้วแต่ภูมิตัดสินใจก็แล้วกัน”

    ธีรภูมิอยากช่วยให้ความรักระหว่างทีเกื้อกับสัตตบงกชสมหวัง เช่นเดียวกับธีรนัฐที่ช่วยปกปิดเรื่องคิมหรือทรงกลดลูกชายคนเดียวของทรงพลจากศักดิ์ชายที่หวาดระแวง กลัวตัวเองจะเป็นเป้าหมายรายต่อไป...

    ooooooo

    ศักดิ์ชายวิตกกังวลเรื่องชายสวมหน้ากากมาก เลยไม่ได้สนใจวัฒน์ลูกชายคนเดียวที่เกกมะเหรกและอันธพาล และแล้วคืนหนึ่งลูกชายตัวดีของเขาก็ก่อเรื่อง...เมาขับรถชนคนแล้วหนี!

    คิมกับแดนกลายมาเป็นพยานในที่เกิดเหตุโดยบังเอิญ รีบลงไปช่วยสองคนเจ็บ...ลุงชูกับลูกชาย...ส่งโรงพยาบาล ภรรยาของลุงชูถูกตามตัวมาหลังจากนั้น ทันเวลาหมอออกจากห้องฉุกเฉินพร้อมข่าวร้ายและข่าวดี

    ข่าวดีคือลูกชายลุงชูพ้นขีดอันตราย แต่ข่าวร้ายคือตัวลุงชูเสียชีวิต ภรรยาของเขาถึงกับร่ำไห้อย่างไม่อาย โดยมีนภที่เพิ่งมาถึงในฐานะญาติผู้เสียชีวิตคอยปลอบและสัญญาจะนำตัวคนผิดมาลงโทษให้ได้!

    วัฒน์ประสาทเสียมาก เก็บตัวอยู่บ้านแต่ส่งคนไปสืบข่าวที่โรงพยาบาล คิมกับแดนเห็นพอดีเลยตัดสินใจจะช่วยเรียกร้องความยุติธรรมให้ครอบครัวลุงชูด้วยวิธีการบางอย่างที่ไม่ใช่การใช้อาคม

    ข่าวอุบัติเหตุรถชนคนแล้วหนีกลายเป็นข่าวใหญ่ในวันต่อมา เหล่านักสืบโซเชียลและกองทัพนักข่าวรุมทึ้ง ประเด็นนี้และตามร่องรอยจนแทบจะฟันธงว่าคนขับคือวัฒน์ ลูกชายคนเดียวของศักดิ์ชาย นักธุรกิจใหญ่

    ที่มีภาพลักษณ์ขาวสะอาด แต่คงเลี้ยงลูกผิดกลายเป็นพวกเกเรและขี้กร่าง ทำผิดนับครั้งไม่ถ้วนแต่ไม่เคยถูกจับ!

    สัตตบงกชจับประเด็นนี้ และถือโอกาสนี้ทำข่าวเพื่อจับตัววัฒน์มาลงโทษตามกฎหมายให้ได้ ศักดิ์ชายได้ข่าวก็ร้อนใจแต่พยายามเก็บอาการและให้สัมภาษณ์ถึงลูกชายคนเดียวว่าไม่ได้อยู่กรุงเทพฯ

    แต่กระนั้น...ความลับที่เขาพยายามปกปิดก็เผยตัว เมื่อสภาพบอบช้ำเพราะขับรถชนของลูกชายคนเดียว ทำให้ศักดิ์ชายต้องเรียกเอื้อกานต์มาดูอาการและทำแผลให้ถึงบ้าน

    คิมหรือทรงกลดก็ถอดจิตไปที่บ้านศักดิ์ชายในวันเดียวกัน เพราะคิดแผนกับแดนจะหาหลักฐานมัดตัววัฒน์ที่กบดานอยู่ในบ้าน ไม่ได้ออกไปต่างจังหวัดอย่างที่ศักดิ์ชายให้ข่าวก่อนหน้า

    “พี่จะแอบเข้าไปถ่ายคลิปเพื่อเป็นหลักฐานให้ทุกคนรู้ว่าวัฒน์อยู่ในบ้าน”

    “จริงด้วย พี่คิมสุดยอดเลย...ถ้าทุกคนรู้ว่าวัฒน์ไม่ได้อยู่ต่างจังหวัดอย่างที่พูดก็จะกดดันให้มันออกมาเอง”

    “ใช่...ที่เหลือก็ให้เป็นหน้าที่สื่ออย่างภูมิจัดการต้อนวัฒน์ให้สารภาพทุกอย่าง”

    “จริงๆพี่แอบสะกดจิตให้มันพูดความจริงก็ได้นะ ไม่ต้องเหนื่อยจัดการเอง”

    “แต่ถ้าเราใช้วิธีเดิม ตำรวจจะรู้ว่าฝีมือพี่ พี่ไม่อยากเป็นข่าว ...พี่อยากใช้อาคมเฉพาะเวลาจำเป็นจริงๆเท่านั้น”

    เอื้อกานต์รู้เรื่องอุบัติเหตุของลุงชูจากทีเกื้อกับนภ เมื่อเห็นสภาพวัฒน์เลยปะติดปะต่อเรื่องราวได้ ยิ่งเห็นวิญญาณลุงชูที่ผูกใจเจ็บตามเกาะหลังวัฒน์ ยิ่งมั่นใจและอดไม่ได้จะเตือนสติ

    “นอกจากกินยาตามหมอสั่ง จริงๆหมออยากให้คุณไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรบ้างก็ดีนะคะ”

    “หมอพูดอะไรครับเนี่ย”

    “คุณอาจไม่เชื่อแต่ตามหลักพุทธศาสนา...มันอาจเป็นเรื่องของเวรกรรมที่เราเคยไปทำอะไรไว้กับใครก็ได้นะคะ”

    “ไร้สาระน่ะ”

    “ไม่เคยดูหนังผีเหรอคะที่พระเอกขับรถชนคนแล้วมีผีมาเกาะหลังน่ะค่ะ”

    วัฒน์หน้าซีดเพราะมีชนักปักหลัง แต่เอื้อกานต์ก็รีบเปลี่ยนเรื่องและขอตัวกลับ เลยไม่ทันรู้ว่านอกจากวิญญาณของลุงชูที่เกาะหลังวัฒน์ ยังมีคิมที่แอบเข้ามาเก็บภาพเป็นหลักฐานด้วย!

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 20:25 น.