ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    อาคม

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: "อาคม" ละเครแนวสืบสวน-แฟนตาซี ได้ "เจมส์ มาร์" ประกอบ "มาร์กี้"

    ความแค้นของทรงกลดอดีตทนายฝึกหัดอนาคตไกล ลูกชายคนเดียวของทรงพลเจ้าของกลุ่มเงินทุนทีบี เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน...ในคืนฝนตกหนักที่ครอบครัวของเขาต้องจากกันตลอดกาล

    ครอบครัวของทรงกลดโดนกลุ่มนายทุนจอมโฉด สมาชิกที่กลุ่มเงินทุนทีบีเคยช่วยเหลือรวมหัวกันใส่ร้าย และเมื่อทรงพลจนมุมหนีออกนอกประเทศ คมกริชเจ้าของอาบอบนวดชื่อดังก็ส่งลูกน้องไปฆ่าปิดปากทั้งครอบครัว!

    พ่อแม่ของทรงกลดตายคาที่เพราะเครื่องบินตก ส่วนตัวเขา...รอดมาได้ราวปาฏิหาริย์ด้วยความช่วยเหลือของชายหนุ่มลึกลับ...ฮันเตอร์ คิม ที่ต่อมากลายเป็นอาจารย์เจ้าของวิชาอาคมสุดขลัง ทรงกลดยังจำได้ดีถึงใบหน้าชุ่มด้วยเลือดของพ่อแม่ ความแค้นปะทุในอก พร้อมๆกับคำพูดสุดท้ายของฮันเตอร์ก่อนเขาจะหมดสติ

    “ฉันรู้ว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ มาอยู่กับฉัน ฉันจะช่วยแกล้างแค้นพวกมันเอง!”

    หลายปีต่อมา...ทรงกลดปรากฏตัวอีกครั้งในนามคิม วายร้ายในเงามืดที่ทำให้ตำรวจทั้งกรมปั่นป่วน เพราะเหตุฆาตกรรมปริศนา...เหล่านักธุรกิจที่มีเบื้องหลังน่าสงสัยล้มป่วยด้วยโรคที่ระบุไม่ได้และตายอย่างโหด เหี้ยมในเวลาต่อมา

    ไม่มีใครรู้ว่าคิมคือใครและมาจากไหน นั่นทำให้อดีตทนายฝึกหัดย่ามใจไม่น้อย และวันนี้เขาก็ปรากฏตัวอีกครั้งบนดาดฟ้าตึกร้างเพื่อร่ายอาคมและทำพิธีเผาตุ๊กตาไม้รูปคมกฤช เจ้าของอาบอบนวดชื่อดัง หนึ่งในคนบงการฆ่าพ่อแม่ของเขาด้วยการทำให้เครื่องบินตกเมื่อหลายปีก่อน

    คมกฤชเหยื่อรายล่าสุดของคิมยังไม่รู้ตัว มัวเฉลิมฉลองชัยชนะของธุรกิจพันล้านกับเหล่าผู้ร่วมทุนทีบี

    ในอดีต เกริกภพ เดชา ศักดิ์ชาย ธีรนัฐและคุณหญิงอัปสร เครื่องดื่มมึนเมาชั้นดีถูกเสิร์ฟแก้วแล้วแก้วเล่า คมกฤชมีความสุขมาก จนกระทั่งสัมผัสได้ถึงความร้อนบางอย่างที่แขนและลามไปทั่วตัว!

    เวลาเดียวกัน...ทีเกื้อนายตำรวจยศร้อยเอก พร้อมนภคู่หู ซุ่มจับคนร้ายที่ก่อเหตุฆาตกรรมปริศนาหลายคดี ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เขาพลาดและคลาดกับคนร้ายรายนี้นับครั้งไม่ถ้วน และวันนี้เขาก็มาซุ่มจับคนร้ายรายนี้ที่ตึกร้าง เพราะได้เบาะแสจากนิมิตพิเศษ...เห็นเหตุการณ์ล่วงหน้าว่าคนร้ายจะก่อเหตุที่นี่

    พลังพิเศษของทีเกื้อที่ติดตัวมาตั้งแต่เด็กทำให้เขาเกือบได้ตัวคนร้าย แต่คิมก็ใช้อาคมพาตัวเองหนีรอดไปได้อีกครั้ง ทิ้งไว้แค่ตุ๊กตาไม้ที่ถูกเผาจนแทบไม่เหลือซาก!

    ooooooo

    คมกฤชถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน เอื้อกานต์คุณหมอสาวสวยเตรียมตัวรออยู่แล้ว เพราะได้ข่าวล่วงหน้าจากกระแสจิตของทีเกื้อน้องชายฝาแฝด... สองพี่น้องเป็นฝาแฝดชายหญิงที่มีพลังพิเศษตั้งแต่เด็ก เอื้อกานต์มีพลังรักษา ส่วนทีเกื้อมีนิมิตเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้า นอกจากนี้ทั้งสองยังสื่อสารกันทางโทรจิตได้ด้วย

    อาการของคมกฤชน่าสงสัยมาก ตัวร้อนผ่าวเหมือนถูกของร้อน เอื้อกานต์พยายามช่วยเหลือเต็มที่ แต่ก็ยื้อชีวิตเจ้าของอาบอบนวดหนุ่มไม่ได้ คุณหมอสาวเสียใจที่ช่วยชีวิตคนไข้ไม่ได้ แต่กระนั้นสาเหตุการตายของเขาก็คาใจเธอมากกว่า และเธอก็เชื่อแน่ว่าคมกฤชไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุธรรมดา...

    คิมหรือทรงกลดกลับถึงคอนโดเย็นวันเดียวกัน บรรยากาศเงียบและวังเวงยังเหมือนเดิมตั้งแต่เขาเลือกเส้นทางอาคม เป็นศิษย์ของฮันเตอร์ คิม เพื่อล้างแค้นทุกคนที่ทำให้พ่อแม่ของเขาต้องตาย และวันนี้...คมกฤชเหยื่อรายล่าสุดและหนึ่งในคนบงการวางระเบิดจนเครื่องบินที่ครอบครัวเขานั่งตกเมื่อหลายปีก่อนก็ได้รับการสั่งสอน

    ฮันเตอร์ คิม หนุ่มใหญ่ผู้มีเบื้องหลังเป็นปริศนาปรากฏตัวในคอนโดของศิษย์เอกหลังจากนั้น แม้จะคุ้นเคยกันมานานแต่ก็อดทักทายด้วยวิชาอาคมชั้นสูงเพื่อทดสอบไม่ได้ คิมรู้ดีและทักทายอาจารย์ด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ

    “อาจารย์ออกมาเถอะครับ เลิกทดสอบผมได้แล้ว”

    เงามืดของฮันเตอร์ คิม ปรากฏเบื้องหลังศิษย์เอก ยิ้มพอใจที่สัญชาตญาณของอีกฝ่ายแม่นยำเหมือนเคย

    “นึกว่าแกจะจับจิตของอาจารย์ตัวเองไม่ได้ซะแล้ว... ไม่เสียแรงที่ฉันสอนแกมา”

    “ผมจัดการเหยื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ”

    “ดีมาก...พวกมันฆ่าครอบครัวฉันและครอบครัวแก เราต้องล้างแค้นพวกมันให้หมด!”

    น้ำเสียงเกรี้ยวกราดของฮันเตอร์ คิม มาพร้อมภาพอดีตอันโหดร้าย ครอบครัวฮันเตอร์ถูกฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยมด้วยเงื้อมมือเกริกภพ เจ้าของโรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูป เพราะเขาเป็นตัวตั้งตัวตีเรื่องโรงงานปล่อยของเสียในชุมชน

    ความแค้นของฮันเตอร์สั่งสมมานาน ทำให้เขาฝึกปรือวิชาอาคมจนแก่กล้า และวันนี้เขาก็มีคิมหรือทรงกลด อดีตทนายฝึกหัดที่เขาเคยช่วยชีวิตเมื่อหลายปีก่อนมาช่วยให้ความปรารถนาของเขาเป็นจริง

    ฮันเตอร์ คิม ใช้ความแค้นของทรงกลดเป็นแรงผลักเพื่อชำระแค้นที่รอมานาน และวันนี้ความปรารถนาของเขาก็ใกล้จะเป็นจริง คิมหรือทรงกลดมีอาคมเข้มแข็งขึ้นมาก แม้จะหลงเหลือจิตเมตตาและอ่อนโยนอยู่บ้าง แต่เขาก็ตามเก็บงานให้ไม่เหลือซากทุกครั้ง โดยไม่ให้ศิษย์เอกรู้

    อย่างเช่นวันนี้ที่คมกฤชต้องตายอย่างอนาถ แต่คิมหรือทรงกลดก็ยังไม่รู้ตัว...ฮันเตอร์ดึงตัวเองจากอดีต ยิ้มเย็น

    “ฉันไม่มีวันลืมสิ่งที่พวกมันทำ และแกจะต้องเป็นคนจัดการคนพวกนี้”

    “ครับ...เหยื่อที่เหลือเป็นใคร อาจารย์จะให้ผมจัดการเมื่อไหร่...”

    ooooooo

    หลังส่งข่าวทางโทรจิตให้เอื้อกานต์พี่สาวฝาแฝด ทีเกื้อก็แทบจะรื้อดาดฟ้าบนตึกร้างเพื่อตามร่องรอยของคนร้ายปริศนา นภเข้าใจความรู้สึกเพื่อนคู่หูดี แต่คาใจมากกว่าเรื่องท่าทางมั่นอกมั่นใจของอีกฝ่าย

    “แกรู้ได้ยังไงวะว่าคนร้ายอยู่ที่นี่”

    ทีเกื้อตอบทีเล่นทีจริง “นั่งทางในเอา”

    “งั้นแกก็นั่งทางในไปแก้ตัวกับท่านรองด้วยล่ะ เล่นพาลูกน้องมาจับคนร้ายแบบนี้บ่อยๆ แถมยังไม่ขออนุญาตนายก่อนอีก คราวที่แล้วก็โดนด่ายับไปทีแล้ว...ไม่เข็ด”

    “ต่อให้โดนด่าอีกกี่ที ถ้าจับคนร้ายได้...ฉันก็ยอม”

    ไม่ใช่แค่พวกตำรวจที่ตามจับคนร้ายปริศนา เหล่าสื่อมวลชนก็จับตามองการทำงานของทางการเกี่ยวกับเหตุฆาตกรรมปริศนา โดยเฉพาะสำนักข่าวทีเอ็นนิวส์ของธีรนัฐ ซึ่งมีธีรภูมิลูกชายคนโตเป็นหัวหน้าฝ่ายผลิตรายการ

    ธีรภูมิเป็นด็อกเตอร์หนุ่มจบจากเมืองนอก มาดสำอางจัด เป็นคนอารมณ์ดี รักอิสระ แต่ก็เป็นเจ้านายที่เข้มงวด เนี้ยบทุกองค์ประกอบ ลูกน้องเกรงกลัวเขาไม่น้อย คงมีเพียงสัตตบงกชหรือหนูดี คู่หมั้นสาวและผู้ดำเนินรายการประจำสถานีเท่านั้นที่มีท่าทีสบายๆไม่กดดันหรือเกร็งมากที่ต้องเจอเขาทุกวัน

    และวันนี้สัตตบงกชก็นำทีมมาถึงหน้าโรงพยาบาลเพื่อตามข่าวการตายของคมกฤช เธอเข้าใจสถานการณ์ดี ญาติผู้ตายโดยเฉพาะภรรยาของคมกฤชปฏิเสธการให้ข่าว รวมทั้งพวกตำรวจ เพราะยังไม่มีความแน่นอนเรื่องหลักฐานและสาเหตุการตาย พิธีกรสาวเลยจะกลับสถานี แต่ก็ถูกลูกน้องท้วงไว้เพราะอยากได้ข่าว

    สัตตบงกชเกลี้ยกล่อมจนลูกน้องยอมกลับสถานี ทั้งชี้แจงการคาดการณ์ของตนว่าคงไม่มีใครยอมให้ข่าวและจรรยาบรรณของสื่อที่จะไม่กระหน่ำซ้ำเติมเหยื่อเหตุฆาตกรรมที่สูญเสียมากพอแล้ว

    การคาดเดาของสัตตบงกชไม่ได้เกินจริงเลย เอื้อกานต์ที่รับผิดชอบเคสของคมกฤชโดยตรงเพราะเป็นแพทย์เวรในวันเกิดเหตุก็กำลังแปลกใจ เพราะภรรยาของเขายืนยันไม่ให้ผ่าพิสูจน์ศพ โดยอ้างว่าไม่อยากรื้อฟื้นให้เป็นคดีฉาวโฉ่และอื้อฉาว อยากให้สามีจากไปอย่างสงบมากกว่า

    การตายของคมกฤชกลายเป็นปริศนา เอื้อกานต์คิดจะหาคำตอบให้ได้ แต่ก่อนอื่นคุณหมอสาวจะต้องรับมือกับกองทัพนักข่าวที่มาออหน้าโรงพยาบาล คิมก็มาที่นี่ด้วยเพราะสงสัยการตายของเหยื่อที่เขาตั้งใจแค่สั่งสอน ไม่ได้อยากให้ถึงแก่ชีวิต โดยใช้อาคมแปลงกายเป็นนักข่าวแฝงตัวในฝูงชน

    เอื้อกานต์ในฐานะผู้รับผิดชอบเคสโดยตรงต้องออกมาแถลงข่าวตามคำสั่งผู้อำนวยการโรงพยาบาล แต่เธอก็ให้สัมภาษณ์อะไรไม่ได้ นอกจากการตายของคมกฤช ยังอยู่ในขั้นตอนสืบสวน

    คิมจ้องมองเอื้อกานต์ไม่วางตา เช่นเดียวกับทีเกื้อที่แอบมองพี่สาวฝาแฝดจากมุมไกล พลางส่งโทรจิตแซว

    “หลอกนักข่าวเหรอ...คุณหมอคนสวย แน่ใจเหรอว่าไม่รู้ว่าคมกฤชตายเพราะอะไร”

    เอื้อกานต์ได้ยินเสียงน้องชายฝาแฝดในหัวก็หันขวับ แต่ก็ยังหาเจ้าของเสียงไม่เจอ

    “ถ้าอยากรู้อะไรก็ออกมาพูดดีๆ”

    “แน่จริงก็หาให้เจอสิว่าเกื้ออยู่ไหน”

    “เลิกเล่นได้แล้ว...ไม่งั้นไม่บอกนะว่าคมกฤชตายได้ยังไง อยากรู้ไม่ใช่เหรอ”

    “มาแล้วๆ อยู่นี่ มองตรงมาสิ...”

    ooooooo

    หลังงานแถลงข่าวอันน่าอึดอัด ทีเกื้อก็กอดคอเอื้อกานต์พี่สาวฝาแฝดอย่างสนิทสนมราวกับเป็นคนรักเข้าไปในโรงพยาบาล เหล่าหมอและพยาบาลมองตามยิ้มๆ ชินตาและรู้ดีว่าทั้งสองไม่ใช่แฟนแต่เป็นพี่น้องฝาแฝด

    “เอื้อก็นึกว่าใครแอบมอง...ที่แท้ก็เกื้อนี่เอง”

    “ก็เอื้ออยู่ไกล เกื้อฝ่านักข่าวไปไม่ไหว เลยลองใช้จิตคุยดู ไม่คิดว่าเอื้อจะได้ยินเหมือนกัน ปกติจิตของเกื้อไม่นิ่งเท่าเอื้อ ใช้ได้บ้างไม่ได้บ้าง”

    “จิตเอื้อก็ไม่นิ่งเหมือนกัน ต้องฝึกนั่งสมาธิบ่อยๆ แล้วนี่มาเพราะอะไร...เพราะเรื่องการตายของคมกฤชใช่ไหม”

    “ใช่...เอื้อเป็นคนรับเคสนี้มาใช่ไหม”

    “ใช่...แต่ตอนนี้เกื้อควรเลิกโอบเอื้อก่อน เขาเข้าใจผิดกันทั้งโรงพยาบาลแล้ว”

    “ก็ดีสิ...จะได้ไม่มีหนุ่มหน้าไหนกล้ามาจีบเอื้อ”

    ทีเกื้อโต้ยิ้มๆแต่หมายความตามที่พูดทุกคำ เขาห่วงและหวงพี่สาวฝาแฝดมากเพราะเหลือกันแค่สองคน และเอื้อกานต์ก็รู้ดี ไม่ถือสา เดินนำน้องชายฝาแฝดมาห้องตรวจและลงมือทำแผลให้อีกฝ่ายเหมือนเคย

    ชีวิตตำรวจของทีเกื้อโลดโผนพอตัว สัมผัสพิเศษที่ติดตัวแต่กำเนิดไม่ได้ทำให้ลำพองใจ แต่อยากใช้มันเพื่อช่วยเหลือคนอื่น เอื้อกานต์ก็คิดไม่ต่างกัน เธอชินเสียแล้วที่ต้องทำแผลให้น้องชายฝาแฝดทุกครั้งที่เจอหน้า

    สองพี่น้องนั่งกันเงียบๆ ก่อนที่เอื้อกานต์จะพูดถึงคดีของคมกฤชด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด

    “เอื้อก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาตายเพราะอะไร แต่สัมผัสของเอื้อ...บอกได้ว่าไม่ได้ตายเพราะโรคร้ายธรรมดาแน่”

    “เอื้อรู้ข่าวใช่ไหมว่าตอนนี้มีนักธุรกิจป่วยเป็นโรคประหลาดหาสาเหตุไม่ได้ต่อเนื่องกันหลายรายแล้ว...”

    เอื้อกานต์พยักหน้ารับรู้ ทีเกื้อเลยเล่าเรื่องการสืบคดีของเขา ทั้งเบาะแสและหลักฐานที่รวบรวมได้

    “เหยื่อทุกรายล้วนเป็นนักธุรกิจที่รวยอันดับต้นๆ ของประเทศ รายแรกเกิดเมื่อสองเดือนก่อน อยู่ๆก็อาเจียนออกมาเป็นเลือดทั้งที่ไม่มีโรคประจำตัวอะไร หลังจากนั้น ก็เสียสติไปด้วย”

    ทีเกื้อนึกถึงเรื่องแปลกๆจากคดีนี้ พลันก็คิดได้ว่าเหยื่อทุกรายมีจุดเหมือนกันคือรอยไหม้สัญลักษณ์์คล้ายๆพระจันทร์ รวมไปถึงอาการป่วยแทรกซ้อนโดยที่หมอก็หาสาเหตุไม่ได้ว่าเป็นโรคอะไร

    “เกื้อคิดว่าเหยื่อโดนทำของใส่ เพราะก่อนเกิดเหตุ บ้านเหยื่อทุกรายจะถูกคนร้ายสวมหน้ากากขึ้นบ้านคนร้ายคงเข้าไปขโมยของเหยื่อเพื่อมาทำของ”

    ทีเกื้อสันนิษฐานว่าเป็นแบบนั้นเพราะเคยคาดกับคนร้ายอย่างหวุดหวิดที่บ้านเหยื่อ

    “เรื่องใหญ่แบบนี้ ทำไมเอื้อไม่รู้มาก่อนเลย”

    “ทางตำรวจและเจ้าหน้าที่ปิดข่าวนี้ กลัวคนแตกตื่น แบบเอื้อตอนนี้ไง แล้วคดีมันก็ยังไม่ชัดเจนว่าเหยื่อตายเพราะโรค หรือเพราะฝีมือใครบางคนกันแน่”

    “เกื้อบอกเหยื่อทุกรายแค่เป็นโรคประหลาดหาสาเหตุไม่ได้ แล้วทำไมนายคมกฤชถึงเสียชีวิตล่ะ”

    “นั่นสิ...แปลกใจเหมือนกัน ถึงได้มาที่นี่ แล้วให้เอื้อช่วยดูคดีนี้ให้เป็นพิเศษหน่อย”

    ooooooo

    คิมหรือทรงกลดรอจนค่ำจึงแอบเข้าไปในโรงพยาบาลเพื่อสืบเรื่องการตายของคมกฤช เขาใช้อาคมทำให้หมอตัวจริงหลับและขโมยบัตรประจำตัว ก่อนจะเข้าไปในห้องดับจิตเพื่อตรวจศพของคมกฤช

    เอื้อกานต์ยังไม่กลับบ้าน หมกมุ่นกับการหาสาเหตุการตายของคมกฤช คำพูดของน้องชายฝาแฝดยังวนเวียนในหัวว่าอาจมีการเล่นอาคม คุณหมอสาวอยากแน่ใจเลยคิดจะตรวจศพของคมกฤชอีกครั้ง

    แม้จะเป็นคนลงมือทำอาคมแต่คิมก็ไม่คิดจะทำให้คมกฤชถึงแก่ชีวิต เขาพยายามหาร่องรอยบนศพเพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริง แต่ไม่ทันพบอะไร สัมผัสพิเศษก็บอกว่ามีคนกำลังมาที่ห้องดับจิต

    เอื้อกานต์นั่นเองที่ตัดสินใจจะตรวจศพคมกฤชอีกครั้ง คิมรีบหาที่ซ่อน แต่สัมผัสพิเศษของคุณหมอสาวก็รู้จนได้ว่าเธอไม่ได้อยู่ตามลำพังในห้อง คิมจึงรีบหาจังหวะผละไป แต่ก็ถูกเธอตามติดจนเกือบถูกจับได้ โชคดีที่แดนแฮกเกอร์หนุ่มผู้ช่วยของคิมโผล่มาขัดจังหวะทันเวลา

    แดนตีหน้ามึนแกล้งทักเอื้อกานต์จนเธอเชื่อสนิทว่าเขาไม่มีส่วนรู้เห็น หรือเป็นพวกเดียวกับบุรุษปริศนาที่เธอเห็นหลังไวๆในห้องดับจิต คิมเฝ้ามองห่างๆก่อนจะกลับไปคอนโดในเวลาต่อมา โดยมีแดนตามเย้าไม่หยุด ทั้งเรื่องที่ตามไปช่วยทันเวลาและเรื่องคุณหมอสาวสวยที่เขาแอบเห็นว่าคิมมองตามตาละห้อย

    คิมมองมานิ่งๆ นึกขอบใจอีกฝ่ายแต่ก็ไม่เปลี่ยนใจเรื่องให้เป็นผู้ช่วยแบบเต็มตัว แดนรู้ตัวดีแต่ก็ไม่เปลี่ยนใจเช่นกัน เขาตั้งใจไว้แล้วว่าชีวิตที่เหลือจะยกให้คิมในฐานะผู้มีพระคุณ

    “พี่กลับไปดูว่าไอ้เสี่ยนั่นตายได้ยังไงเหรอ แล้วตกลงรู้ยัง มันตายได้ยังไง พี่ไม่ได้เป็นคนทำแน่ใช่ไหม”

    “จะใครทำก็แล้วแต่ ยังไงนายคมกฤชก็สมควรตาย คนชั่วพวกนี้กฎหมายทำอะไรไม่ได้ ก็ต้องใช้วิธีนี้แหละ”

    “ถึงพี่จะทำหรือไม่ทำ ผมก็เคารพการตัดสินใจของพี่ ช่วยพี่ทั้งนั้นแหละ”

    “แต่พี่ไม่ต้องการให้ใครมายุ่ง แกควรกลับไปดูแลร้านคอมของแกซะ เลิกมาวุ่นวายที่นี่ได้แล้ว...ตั้งแต่พี่เลือก...”

    “เลือกทางนี้ พี่ก็ไม่อยากสนิทกับใครอีก พี่พูดแบบนี้กับผมมาสิบรอบแล้ว”

    คิมได้แต่มองมานิ่งๆ ไม่ตอบโต้เหมือนเคย แดนเลยต้องย้ำอีกรอบ

    “ผมรู้ว่าพี่ไล่ผมทุกวันเพราะพี่เป็นห่วงผม กลัวผมจะเดือดร้อนใช่ไหมล่ะ...ผมเคยเกือบตายมาแล้ว แต่พี่ก็ช่วยชีวิตผมไว้ แถมยังส่งผมเรียนหนังสืออีก ตั้งแต่นั้นผมก็ตัดสินใจแล้วว่าชีวิตนี้ผมจะมอบให้พี่...”

    คิมยังไม่ตัดสินใจเรื่องให้แดนเป็นผู้ช่วย เช่นเดียวกับเอื้อกานต์ที่ไม่ตัดใจเรื่องบุรุษปริศนาในห้องดับจิต เสี้ยวหน้าด้านข้างของเขาแลดูคุ้นเคยอย่างประหลาด และท่าทีครุ่นคิดของเธอก็ทำให้ทีเกื้อรับรู้ด้วย

    ทีเกื้อรู้ดี...ภายใต้ใบหน้ายิ้มแย้มของเอื้อกานต์ พี่สาวฝาแฝดยังคิดถึงทรงกลดแฟนเก่าที่ตายเพราะเครื่องบินตกเสมอ แม้จะมีชายหนุ่มหลายคนพยายามยื่นไมตรีอาสาเป็นคนดูแล รวมทั้งนภเพื่อนตำรวจคู่หูของเขา แต่เอื้อกานต์ก็ไม่เคยสนใจ วางตัวเสมอต้นเสมอปลายตามมารยาทจนไม่มีใครกล้ารุกหนัก

    แล้วเหตุการณ์เมื่อคืนที่โรงพยาบาล...เอื้อกานต์ก็คิดว่าตัวเองได้เห็นทรงกลดแฟนเก่าของเธออีกครั้งเพียงแค่เห็นเสี้ยวหน้าด้านข้างโดยบังเอิญ ทีเกื้อไม่อยากเชื่อเพราะรู้ดีว่าฝ่ายนั้นตายไปหลายปีแล้ว

    กระนั้น...ท่าทางครุ่นคิดของพี่สาวฝาแฝดก็ทำให้เขาอดกังวลไม่ได้ แต่ก็แกล้งตีหน้าระรื่น เย้าแหย่

    “ยังคิดถึงคนหน้าเหมือนพี่กลดอยู่อีกเหรอ พี่กลดตายไปแล้ว อุบัติเหตุครั้งนั้นไม่มีใครรอดชีวิต...เอื้อก็รู้”

    เอื้อกานต์พยักหน้าเศร้าๆ ถอนใจยาว “เอื้อรู้... ผู้ชายคนนั้นไม่ใช่กลด เพราะท่าทางลักษณะไม่เหมือนทรงกลดเลยสักนิด แต่เอื้อรู้สึกเหมือนติดใจอะไรบางอย่างบอกไม่ถูก”

    “เอื้ออย่าเศร้าสิ จิตเราสื่อถึงกันได้ เวลาเอื้อเศร้า เราก็เศร้าด้วย ถ้าเอื้อหดหู่แบบนี้ เกื้อจะมีสมาธิทำงานไหม”

    “ก็บอกแล้วว่าให้ฝึกทำสมาธิบ่อยๆ จะได้ควบคุมจิตตัวเองได้”

    “เป็นตำรวจมีเวลาไหนมานั่งฝึกล่ะ แก้ที่เอื้อนั่นแหละ ลืมพี่กลดได้แล้ว”

    “แล้วเกื้อล่ะ...ลืมรักแรกของตัวเองได้รึเปล่าล่ะ เอื้อเห็นในห้องยังมีรูปหนูดีอยู่เลย”

    “บางทีการจากเป็นก็อาจทำให้ตัดใจยากกว่าการจากตายนะ”

    “แต่อย่างน้อย...เกื้อก็ยังรู้ว่าเขาเป็นยังไง มีความสุขดีรึเปล่า”

    “เพราะรู้เรื่องของเขาตลอดไง...เลยตัดใจไม่ได้ซะที”

    ooooooo

    ไม่ใช่แค่เอื้อกานต์ที่ลืมรักแรกกับทรงกลดไม่ได้ ทีเกื้อก็ลืมสัตตบงกชหรือหนูดี...รักแรกของเขาไม่ได้เช่นกัน จนบัดนี้เขาก็ยังเก็บรูปถ่ายและแหวนแทนใจระหว่างเธอกับเขาติดตัวเสมอ

    สัตตบงกชหรือหนูดีก็ไม่เคยลืมทีเกื้อ ไม่มีใครรู้ว่าทั้งสองเคยเป็นคนรัก แต่ต้องเลิกราในหลายปีต่อมาเพราะฝ่ายหญิงต้องแต่งงานกับคนอื่นเพื่อพยุงสถานะครอบครัว

    ทีเกื้อไม่รู้เรื่องอดีตคนรักกลายเป็นคนรักของธีรภูมิผู้จัดการฝ่ายรายการของทีเอ็นนิวส์ และพี่ชายคนละพ่อของเขา เช่นเดียวกับเธอที่ไม่เคยรู้ว่าเขาและเอื้อกานต์ เป็นลูกฝาแฝดของภรรยาอีกคนของธีรนัฐ

    เพราะฐานะไม่ธรรมดาของธีรนัฐ เจ้าของสถานีทีเอ็นนิวส์ ทำให้สถานะของเอื้อกานต์กับทีเกื้อไม่เป็นที่เปิดเผย คุณหญิงอัปสรภรรยาหลวงของเขากีดกันฝาแฝดทุกวิถีทาง ไม่อยากให้เทียบชั้นธีรภูมิลูกชายหัวแก้วหัวแหวน แต่กระนั้น...ธีรนัฐกับธีรภูมิก็หาทางชดเชยให้ฝาแฝด ทั้งสนับสนุนค่าเลี้ยงดูและการศึกษาหลังแม่แท้ๆและตาของฝาแฝดตาย รวมทั้งคอนโดหรูกลางใจเมืองที่ฝาแฝดอาศัยเวลานี้ด้วย

    บรรยากาศระหว่างพ่อกับฝาแฝดไม่ค่อยดีนัก โดยเฉพาะทีเกื้อ...เย็นชากับพ่อเป็นพิเศษเพราะไม่ชอบใจที่ถูกคุณหญิงอัปสรแม่เลี้ยงค่อนแคะตั้งแต่เด็ก ธีรภูมิต้องคอยเป็นคนกลางช่วยไกล่เกลี่ย เช่นเดียวกับกรณีสัตตบงกชหรือหนูดีที่มาเป็นคู่หมั้นของเขาเพื่อพยุงสถานะของครอบครัว

    คุณหญิงอัปสรไม่ชอบหนูดีนัก แต่เพราะว่าที่ลูกสะใภ้มีพื้นเพผู้ดีเก่า มาจากตระกูลผู้ดีที่ถังแตก เลยยอมให้มีงานแต่ง แลกกับสินสอดมูลค่ามหาศาลที่เป็นสมบัติเก่าตระกูลของสัตตบงกช ฉะนั้น...ทุกครั้งที่สบโอกาส คุณหญิงอัปสรจึงไม่ลังเลจะพูดเหน็บแนมว่าที่ลูกสะใภ้เสมอเพราะไม่ชอบหน้าเป็นทุน

    สัตตบงกชเข้าใจสถานะตัวเองดี ความรักในอดีตกับทีเกื้อถูกซ่อนไว้ลึกสุดใจ เหลือแค่แหวนเกลี้ยงแทนใจวงเก่าที่เธอคล้องสร้อยห้อยคอติดตัวเสมอ ธีรภูมิไม่เคยรู้เรื่องเธอมีคนรัก แต่เพราะไม่มีจิตพิศวาสฉันคนรักและเอ็นดูในความน่ารัก เลยไม่ทันสังเกตถึงรายละเอียดเหล่านี้

    ความสัมพันธ์ของธีรภูมิกับสัตตบงกชเป็นไปอย่างราบรื่นเพราะทั้งสองเข้าใจสถานการณ์ของกันและกันดี เรื่องภายในครอบครัวต้องค่อยๆปรับตัวเพื่อให้อยู่ด้วยกันได้ในอนาคต ต่างจากเรื่องงานที่ทั้งสองเข้ากันดี อย่างเช่นกรณีการตายของคมกฤชที่ธีรภูมิอาสาจะลงภาคสนาม พร้อมกับเธอ

    นอกจากลงภาคสนาม ธีรภูมิยังรับปากช่วยสืบข้อมูลเกี่ยวกับคมกฤชจากพ่อแม่ ด้วยรู้ดีว่าเจ้าของอาบอบนวดชื่อดังสนิทสนมกับทั้งคู่ดีแค่ไหน เพราะทำธุรกิจร่วมทุนมานาน...

    ooooooo

    ระหว่างที่ธีรภูมิกับสัตตบงกชช่วยกันสืบคดีคมกฤช...คิมก็หาทางขโมยผลชันสูตรศพคมกฤชที่เอื้อกานต์รับผิดชอบและเก็บไว้อย่างดีในห้องทำงาน เขาสบโอกาสเมื่อทางโรงพยาบาลเปิดแถลงข่าวร่วมกับทางตำรวจเพราะทนแรงกดดันจากสื่อมวลชนที่ตีข่าวของคมกฤชไม่ไหว

    แดนรับอาสาขับรถให้คิมในเช้าวันต่อมา แต่กว่าจะฝ่ากลุ่มนักข่าวที่ออหน้าโรงพยาบาลเข้าไปได้คิมก็เกือบหมดแรง และเหยื่อที่เขาเลือกขโมยบัตรประจำตัวก็คือธีรภูมิ

    ธีรภูมิมาออกกองพร้อมสัตตบงกชตามสัญญา แต่ก็ถูกอาคมของคิมทำให้สลบเหมือดคาห้องน้ำ ก่อนจะถูกขโมยบัตรประจำตัวนักข่าว สัตตบงกชไม่รู้เรื่องและตัดสินใจไม่รอคู่หมั้นหนุ่ม เดินหน้าหว่านเสน่ห์ของตนกับจ่าเฉยลูกน้องทีเกื้อเพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับคดีของคมกฤช แต่ก็ไม่ค่อยได้เรื่องเท่าใดนัก

    นภมาร่วมงานแถลงข่าวด้วย เขาเห็นสัตตบงกชตามสัมภาษณ์จ่าเฉย เลยรีบไปบอกทีเกื้อเพราะเข้าใจว่าเพื่อนคู่หูแอบชอบพิธีกรสาว ทีเกื้อมีสีหน้ากระอักกระอ่วน อยากเจอหน้าแต่ก็อยากตัดใจ เลยผละหนี แต่ก็ไม่รอด จ่าเฉยที่ถูกสัตตบงกชเกลี้ยกล่อมวิ่งมาขอร้องเขาให้สัมภาษณ์กับนักข่าวในฐานะเจ้าของคดี

    ทีเกื้อปฏิเสธ จ่าเฉยเลยต้องไปแจ้งสัตตบงกชตามหน้าที่

    “บอกเขาไปรึเปล่าคะว่านักข่าวที่จะสัมภาษณ์ชื่อสัตตบงกช...จากทีเอ็นนิวส์”

    “บอกแล้วครับ ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไมไม่ยอม”

    “งั้นฝากบอกผู้กองได้ไหมคะ...ฉันยินดีทำตามเงื่อนไขของผู้กองทุกอย่าง ฉันอยากได้ข้อมูลไปทำข่าวจริงๆ”

    จ่าเฉยลำบากใจมาก แต่ก็ยอมไปขอร้องทีเกื้ออีกครั้ง

    “ไม่ก็คือไม่...ฝากถามนักข่าวคนนั้นด้วยนะว่าถ้าใครมีผลประโยชน์ เขาก็ยอมทำทุกอย่างแบบนี้ตลอดเลยเหรอ”

    สัตตบงกชโมโห นึกเคืองตำรวจหนุ่มที่เธอยังไม่รู้ว่าคืออดีตคนรัก

    “ผู้กองของคุณพูดจาไม่ให้เกียรติผู้หญิงแบบนี้ตลอดเลยเหรอคะ”

    “ไม่นะครับ...ปกติผู้กองใจดีจะตาย ผมก็เพิ่งเคยเห็นผู้กองเป็นแบบนี้ครั้งแรกเนี่ยแหละครับ”

    ทีเกื้อแอบดูอยู่ไม่ไกล ถอนใจโล่งอกเพราะคิดว่าสัตตบงกชจะยอมเลิกรา แต่ก็ต้องตกใจแทบผงะ เมื่อจู่ๆเธอก็บุกมาสัมภาษณ์ถึงด้านในโรงพยาบาล สองหนุ่มสาวมองหน้ากันอึ้งๆ ก่อนที่พิธีกรสาวจะตั้งสติได้ก่อน

    “คุณนี่เอง...ก็นึกว่าตำรวจที่ไหน ฉันแค่อยากได้ข้อมูลไปทำข่าว ทำไมคุณถึงได้มีปัญหาเยอะจังคะ”

    “ข้อมูลของทางตำรวจ จะให้คนนอกง่ายๆได้ไง”

    “ฉันก็ไม่ได้จะขอข้อมูลลับซะหน่อย ขอแค่ข้อมูลที่คุณพอจะบอกได้และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนก็พอค่ะ”

    “ผมไม่มีข้อมูลอะไรจะให้คุณ”

    “ที่คุณไม่ยอมให้สัมภาษณ์เพราะยังโกรธฉันใช่ไหมคะ มืออาชีพเขาไม่เอาเรื่องส่วนตัวปนเรื่องงานหรอกนะคะ”

    “คุณนี่ก็มั่นใจในตัวเองไม่เปลี่ยนเลยนะ”

    “คุณเองก็กวนไม่เปลี่ยนเหมือนกัน!”

    ooooooo

    สัตตบงกชกับทีเกื้อแยกกันคนละทาง สวม บทบาทพิธีกรกับตำรวจเจ้าของคดีได้อย่างแนบเนียน แต่ทันทีที่ลับตาจากกันก็แทบทรุด โดยเฉพาะฝ่ายหญิงที่ถึงกับน้ำตาซึมด้วยความคิดถึงวันคืนในอดีต

    ทีเกื้อก็อาการไม่เบา แม้ปากจะบอกว่าทำใจได้ แต่ก็แอบตามดูเธอห่างๆ เลยต้องทนเห็นภาพบาดตาบาดใจเมื่อเห็นเธอกอดคอกับชายหนุ่มคนหนึ่ง ธีรภูมินั่นเอง ที่เพิ่งฟื้นจากอาคมของคิม แต่เพราะเขาหันหลังให้ ทีเกื้อเลยไม่เห็นว่าเป็นพี่ชายคนละแม่
    คิมหรือทรงกลดไม่ได้สนใจเรื่องธีรภูมิ มัวรื้อห้องทำงานของเอื้อกานต์เพื่อหารายงานผลชันสูตรศพของคมกฤช คุณหมอสาวรออยู่แล้วเพราะเกิดนิมิตเมื่อคืนก่อนว่าจะมีคนลอบเข้ามาขโมยเอกสาร

    เอกสารปลอมถูกเตรียมไว้บนโต๊ะ คิมเชื่อสนิท และใช้มือถือถ่ายรูปเอกสารทั้งหมดไว้อย่างใจเย็น ก่อนจะชะงักเมื่อเอื้อกานต์ปรากฏตัว สัมผัสพิเศษบอกว่าเธอมายืนข้างหลัง คิมเลยต้องใช้อาคมเปลี่ยนหน้าของตนให้เป็นคนอื่น คุณหมอสาวมองมาอย่างพิจารณา แต่เพราะอาคมแข็งแกร่งของเขา ทำให้สัมผัสไม่ได้ว่าเขาคือทรงกลดอย่างที่สงสัย

    คิมเห็นเธอจ้องเอาๆก็แกล้งเย้า “คุณหมอครับ...จ้องผมขนาดนี้ ผมเขินนะครับ”

    “คุณหน้าเหมือนคนที่ฉันรู้จักน่ะค่ะ...คุณเป็นใครคะ จะเอาผลชันสูตรศพไปทำอะไร”

    “ผมเป็นนักข่าว จะเข้ามาสืบเรื่องการตายของคมกฤช”

    เอื้อกานต์เห็นบัตรประจำตัวนักข่าวของเขาก็เชื่อ แต่กระนั้นก็ยังมีสติขอมือถือมาลบรูป คิมแกล้งไม่ยอม ยื้อยุดกันไปมา จนกระทั่งสัมผัสได้ว่าทีเกื้อกำลังจะมาที่ห้องนี้ เลยต้องใช้อาคมสลบกับเธอ

    คิมอุ้มเอื้อกานต์ไปนอนบนโซฟา ก่อนจะตัดใจ ผละมาเพราะไม่อยากเจอทีเกื้อ แต่ตำรวจหนุ่มก็สงสัย แอบตามจนเกือบจับได้ ถ้าคิมจะไม่ใช้อาคมอำพราง ตัวเองอีกครั้ง

    ทีเกื้อเจ็บใจมากที่คลาดกับผู้ต้องสงสัย เขาฝากนภให้ช่วยดูแลพี่สาวฝาแฝด ส่วนตัวเองรีบไปที่ห้องรักษาความปลอดภัยเพื่อเช็กภาพจากกล้องวงจรปิด แต่ก็ไม่ได้ความอะไรนอกจากชายหนุ่มปริศนาที่เห็นหน้าไม่ชัด!

    คิมโล่งอกที่รอดมาได้ แต่กระนั้นก็ไม่วายห่วงเอื้อกานต์ เลยจะส่งแดนไปดู

    “ปกติพี่เป็นหุ่นยนต์ไร้ความรู้สึก ไม่เคยมีอาการห่วงใครแบบนี้มาก่อน”

    “ก็เขาเป็นผู้หญิง...”

    “สวยด้วยใช่ไหม พี่ตกหลุมรักคุณหมอเขาแน่ๆ”

    “รักอะไรกัน! ตั้งแต่ตัดสินใจทิ้งชีวิตเก่าๆแล้วมาทำงานนี้ พี่ก็ไม่คิดจะมีความรักหรือผูกพันกับใครอีก พี่ยังมีหน้าที่ที่ต้องจัดการล้างแค้นคนเลวๆพวกนั้น”

    แดนทำหน้าเหมือนไม่เชื่อแต่คิมก็ไม่สนใจ ตีหน้านิ่งเหมือนจะยืนยันตามที่พูดทุกอย่าง โดยไม่รู้เลยว่าเอื้อกานต์สงสัยเขามาก และไม่รีรอจะบอกทีเกื้อถึงข้อสันนิษฐานของตน

    “หน้าเหมือนพี่กลดเลย แต่ลักษณะท่าทางการพูดต่างกันลิบลับ เขาไม่ใช่และก็ไม่ใช่คนร้ายที่เกื้อตามหาด้วย”

    “แน่ใจเหรอว่าเขาไม่ได้โกหกเอื้อ”

    “เอื้อลองใช้จิตตรวจดูแล้ว เขาไม่ได้โกหกจริงๆ”

    “จิตของเอื้ออาจจะไม่นิ่งพอ หรือไม่เขาอาจจะจิต แข็งกว่าเอื้อก็ได้ เอื้ออาจจะพลาด”

    “ที่ผ่านมาเอื้อเคยพลาดเหรอ”

    “โอเคๆ...เชื่อเอื้อก็ได้ แล้วเอื้อเป็นยังไงบ้าง...หายมึนรึยัง”

    “โอเคแล้ว”

    “ถ้าเกื้อมีพลังพิเศษสามารถรักษาคนได้แบบเอื้อก็คงจะดี เกื้อจะได้รักษาเอื้อได้...”

    ooooooo

    เอื้อกานต์กับทีเกื้อเป็นฝาแฝดชายหญิงที่รักกันมาก นอกจากความผูกพันฉันพี่น้องที่แนบแน่นตามสายเลือด ทั้งสองก็มีความลับบางอย่างที่รู้กันเฉพาะสองคนคือพลังพิเศษที่ติดตัวมาแต่กำเนิด โดยที่เอื้อกานต์มีพลังการรักษา ส่วนทีเกื้อมีนิมิตพิเศษ มองเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้า

    เอื้อกานต์ยังจำได้ดีถึงวันแรกที่ค้นพบสัมผัสพิเศษของตัวเอง วันนั้นทีเกื้อซุกซนจนตกจากต้นไม้ขาหัก เธอรับรู้ได้ด้วยญาณพิเศษ จึงรีบไปดู และคงเพราะจิตเมตตาอยากให้น้องชายฝาแฝดหาย เลยทำให้เกิดปาฏิหาริย์ ทีเกื้อหายเจ็บเป็นปลิดทิ้ง ค่อยๆขยับตัว ก่อนจะหันไปยิ้มให้พี่สาวฝาแฝด

    “หายเจ็บจริงด้วย เอื้อทำได้ไง”

    “ไม่รู้สิ...รู้สึกว่าต้องทำแบบนี้”

    ทำแบบนี้ของเอื้อกานต์คือแค่จับหัวเข่าที่หักของน้องชายฝาแฝด ถ่ายทอดพลังสีขาวเพื่อรักษา

    “ถ้าเกื้อทำได้ยังงี้...น่าจะไปเป็นหมอเนอะ”

    “จริงเหรอ...”

    “ถ้าเอื้อเป็นหมอ เกื้อก็จะเป็นตำรวจอย่างคุณตาดีไหม บาดเจ็บมาก็ไม่กลัว เพราะมีเอื้อคอยรักษาให้”

    ทีเกื้อดึงตัวเองจากอดีต ส่งยิ้มให้เอื้อกานต์ นึกไม่ถึงเลยว่าตัวเองจะได้เป็นตำรวจอย่างที่พูดไว้จริงๆ คุณหมอสาวก็รู้สึกไม่ต่างกัน ก่อนจะทำหน้าไม่ถูกเมื่อ นภแวะเอาของมาเยี่ยม

    นภเขินเพราะแอบชอบเอื้อกานต์มานานแล้ว

    ทีเกื้อมองเพื่อนคู่หูยิ้มๆ ก่อนจะส่งโทรจิตแซวพี่สาวฝาแฝด

    “เพื่อนเกื้อคนนี้ชอบเอื้อจริงๆนะ มันนิสัยดี จริงใจ เอาการเอางาน ไม่เจ้าชู้ ไม่เที่ยวกลางคืนด้วย”

    “ถ้าชอบขนาดนี้ก็เก็บไว้เองสิ”

    “ไม่ล่ะ...อยากได้เป็นพี่เขยมากกว่า”

    พี่น้องฝาแฝดส่งโทรจิตโต้ตอบกัน โดยมีนภยืนไม่รู้อีโน่อีเหน่ เอื้อกานต์ส่งยิ้มให้เพื่อนคู่หูของน้องชายฝาแฝดตามมารยาท ทีเกื้อเห็นดังนั้นก็อดส่งโทรจิตแซวพี่สาวอีกรอบไม่ได้

    “ยิ้มหวานให้แบบนี้ ไอ้นภมันละลายพอดี”

    “จะเลิกแซวได้ยัง”

    “ไม่ได้แซว...แค่พูดความจริง นภมันรักจริงหวังแต่งจริงๆนะ”

    ขณะที่พี่น้องฝาแฝดต่อปากต่อคำทางโทรจิต...

    คิมหรือทรงกลดก็ต้องรับศึกหนักเป็นพายุอารมณ์ของฮันเตอร์ คิม ที่โกรธเป็นฟืนเป็นไฟเมื่อรู้ว่าศิษย์เอกแอบไปงานแถลงข่าวที่โรงพยาบาล

    “ฉันบอกกี่ครั้งแล้วว่าไม่ให้ปรากฏตัวที่สาธารณะ แต่แกยังไปงานแถลงข่าวนั่น ถ้าภาพแกหลุดไปจะทำยังไง”

    “ผมใช้พลังจิตจัดการกล้องพวกนั้นทั้งหมดแล้ว”

    “แต่ก็มีตั้งหลายคนที่เห็นหน้าแก แล้วอาจจำหน้าแกได้”

    “ต่อไปผมจะระวังมากขึ้นครับ”

    “แล้วแกไปงานแถลงข่าวทำไม”

    “ผมสงสัยว่าเหยื่อตายได้ยังไง”

    “พลังอาคมของแกอาจจะไม่นิ่งพอ มันเลยพลาด”

    คิมหน้าเสียด้วยความรู้สึกผิด ต่างจากฮันเตอร์ คิม ที่โกหกหน้าตาย แถมพูดดักคอศิษย์เอก

    “จะรู้สึกผิดทำไม คนพวกนี้สมควรตายแล้ว ถ้าแกเลือกจะเดินเส้นทางนี้ คิดที่จะแก้แค้นคนชั่วพวกนั้น ก็ห้ามอ่อนแอเด็ดขาด อย่าลืมว่าคนพวกนั้นมันทำให้ครอบครัวของแกต้องตาย ทำให้แกต้องมีชีวิตแบบนี้”

    “ต่อให้ตาย ผมก็ไม่มีทางลืมเรื่องนี้หรอกครับ”

    “ดี...แล้วก็จำไว้ด้วยว่าฉันมีบุญคุณกับแก

    ถ้าฉันไม่ช่วยแกไว้ วันนั้นแกคงตายไปแล้ว”

    “ผมไม่เคยลืมครับว่าผมมีชีวิตอีกครั้ง เพราะอาจารย์”

    คิมหรือทรงกลดคิดถึงภาพตัวเองในอดีต คืนที่เขารอดชีวิตจากเหตุเครื่องบินตกเพราะฮันเตอร์ คิม ช่วยไว้ สภาพร่างกายและจิตใจของเขาเวลานั้นบอบช้ำมาก แต่ฮันเตอร์ก็เฝ้าดูแลและให้กำลังใจ

    “ตอนนี้แกเกิดใหม่แล้ว ลืมเรื่องทุกอย่างในอดีต ต่อไปนี้ฉันจะเป็นทั้งอาจารย์ ทั้งพ่อให้แกเอง”

    ooooooo

    หลายปีหลังเหตุการณ์เครื่องบินตก ทรงกลดอดีตทนายความฝึกหัดก็กลายเป็นคิม ชายหนุ่มผู้มีอาคมที่มีภารกิจสำคัญร่วมกับฮันเตอร์ คิม ล้างแค้นพวกคนรวยที่ชอบเอาเปรียบคนอื่น

    และวันนี้ฮันเตอร์ คิมก็แจ้งรายชื่อเหยื่อรายต่อไปคือเกริกภพและเดชา เจ้าของโรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูป และเจ้าของห้างสรรพสินค้าชื่อดัง สองเศรษฐีเจ้าสำราญที่มีส่วนในเหตุเครื่องบินตกเมื่อหลายปีก่อน

    “ถ้าแกอยากรู้ว่ามันทำอะไรกับพ่อแก แกก็ต้องฆ่าพวกมัน ตอนแกลงมือ แกจะมีนิมิตเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง รู้ไปถึงจิตใจชั่วๆของพวกมันว่าคิดอะไรถึงทำแบบนี้ได้...เลือกเอาก็แล้วกันว่าแกจะลงมือกับใครก่อน!”

    การตายของคมกฤชสร้างความปั่นป่วนให้แก่พวกนายทุนไม่น้อย ธีรนัฐ คุณหญิงอัปสร เดชา ศักดิ์ชาย และเกริกภพ นั่งกินข้าวกันหน้าเครียดเพราะกลัวเกิดเหตุร้าย ฮันเตอร์ คิมกับคิมหรือทรงกลด ซึ่งปลอมตัวเป็นพนักงานเสิร์ฟเพื่อหาข้อมูล เลยได้รู้ความลับบางอย่างที่เกริกภพกับเดชาแอบทำด้วยกัน

    เกริกภพกับเดชาแอบทำธุรกิจมืดลับๆแต่ยังย่ามใจไม่กลัวตาย เพราะคิดว่าพวกตำรวจจะช่วยคุ้มกัน ทีเกื้อก็เป็นหนึ่งในกลุ่มตำรวจที่ถูกท่านรองฯเรียกตัวมาช่วยงานนี้ และนายทุนที่เขาต้องรับผิดชอบคุ้มครองก็คือธีรนัฐ

    ทีเกื้อหงุดหงิดมากแต่เพราะหน้าที่เลยต้องเริ่มงานคุ้มกันแบบเสียไม่ได้ ธีรนัฐรอต้อนรับลูกชายคนเล็กอยู่แล้วพร้อมกับธีรภูมิที่สถานีทีเอ็นนิวส์

    “พ่อดีใจนะที่เกื้อยอมรับงานนี้ ตอนทางสำนักงานตำรวจแจ้งมาว่าพ่อต้องมีตำรวจติดตามตัวเพราะอาจตกเป็นเหยื่อของคนร้าย พ่อเลยขอเลือกแกมา แล้วสบายดีไหม...ทำไมไม่แวะมาหาบ้าง”

    “ผมมีงานยุ่งและคิดว่าท่านคงไม่ว่างเหมือนกัน”

    บรรยากาศระหว่างสองพ่อลูกทำท่าจะเจื่อนเหมือนทุกที ธีรภูมิเกือบถอดใจแล้ว ถ้าสัตตบงกชหรือหนูดีคู่หมั้นของเขาจะไม่มาขัดจังหวะ และการปรากฏตัว ของเธอก็ทำให้ทีเกื้อพูดไม่ออกไปอึดใจ

    ธีรนัฐไม่เคยรู้ว่าลูกชายคนเล็กมีคนรัก แนะนำสัตตบงกชง่ายๆว่าเป็นว่าที่พี่สะใภ้ ส่วนธีรภูมิก็ไม่รู้เรื่องคู่หมั้นสาวเคยมีแฟน เลยแนะนำทีเกื้อให้เธอรู้จักอย่างเป็นกันเอง

    “นี่ไงน้องชายที่พี่เล่าให้หนูดีฟังบ่อยๆ เกื้อย้ายไปอยู่อีกบ้านเลยไม่เคยเจอกัน...หล่อเหมือนพี่เลยใช่ไหม”

    สัตตบงกชมีสีหน้าอึกอัก ก่อนจะปั้นหน้ายิ้มแย้มเหมือนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

    “สวัสดีค่ะ...ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ พี่ภูมิพูดถึงคุณบ่อยๆค่ะ”

    “แต่พี่ภูมิไม่เคยเล่าเรื่องคุณให้ผมฟังเลยนะครับ ...สงสัยจะหวงแฟน”

    สองหนุ่มสาวอดีตคนรักพยายามเต็มที่จะกลบเกลื่อน อาการเจ็บปวด ซึ่งก็ได้ผลเกินคาด ธีรนัฐกับธีรภูมิเชื่อสนิทว่าทั้งสองไม่รู้จักกันมาก่อน สัตตบงกชต้องรวบรวมพลังใจอย่างมาก และตัดสินใจทุ่มเทกับงานชิ้นใหม่คือการสืบเสาะเรื่องโรงงานของเกริกภพที่มีกระแสข่าวลือหนาหูว่าเขาปล่อยสารพิษลงแม่น้ำในชุมชน

    เอื้อกานต์ก็สนใจข่าวชิ้นเดียวกันเพราะบังเอิญไปรักษาชาวบ้านในชุมชนเพราะมีสารพิษในแม่น้ำ สัมผัสพิเศษของเธอบอกว่าในโรงงานของเกริกภพมีความผิดปกติบางอย่าง และเธอก็ไม่รอช้าจะบุกไปหาความจริงด้วยตัวเอง...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 19:24 น.