หากไม่มี สื่อ และ สภาวิชาชีพวิศวกรสถาปนิก ออกมาส่งเสียงคัดค้าน ป่านนี้ โครงการรถไฟความเร็วสูงไทยจีน ก็คง เป็นหมูหวานเข้าปากรัฐวิสาหกิจจีนไปแล้ว เมื่อเรื่องถึง คสช. คุณอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีคมนาคม ก็ยอมต่อสาย ประชุมทางวีดิโอรอบพิเศษกับจีน เพื่อเจรจาต่อรองเรื่อง การถ่ายทอดเทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูงให้วิศวกรไทย การใช้ผู้รับเหมาก่อสร้างไทย การใช้วัสดุก่อสร้างไทย เมื่อวันจันทร์ที่ 19 มิถุนายน ที่เซอร์ไพรส์ก็คือ จีนยอมทุกอย่างแสดงว่า การเจรจา 18 ครั้งที่ผ่านมา ฝ่ายไทยไก่อ่อนเอง เป็นเบี้ยล่างจีนทุกอย่างหลังประชุมทางวีดิโอกับจีนเสร็จ คุณอาคม ก็แถลงกับสื่อว่า ฝ่ายจีนเห็นด้วย ที่จะให้นำ เงื่อนไขการถ่ายทอดเทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูง บรรจุลงไปใน ร่างสัญญา ระหว่าง การรถไฟแห่งประเทศไทย กับ รัฐวิสาหกิจจีน ทั้ง 3 สัญญา ตั้งแต่การออกแบบโครงสร้างพื้นฐานด้านโยธา การควบคุมงานก่อสร้าง และ ระบบราง ระบบไฟฟ้าและเครื่องกล การจัดหาขบวนรถ และการฝึกอบรมบุคลากร โดยจีนตกลงจะให้บุคลากรไทยเป็นพนักงานขับรถไฟความเร็วสูงถ้า สื่อ สภาวิชาชีพวิศวกรสถาปนิก ไม่ออกมาคัดค้าน สิ่งเหล่านี้ไทยก็คงไม่ได้รับผลจากการเจรจาหารือครั้งนี้ คุณอาคม แถลงว่า วงเงินลงทุน 179,412 ล้านบาท ในเส้นทาง กรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง 252.5 กม. ฝ่ายจีนตกลงที่จะแบ่งการลงทุนก่อสร้างให้ผู้รับเหมาไทย 75% หรือ 134,559 ล้านบาท และยืนยันว่าจะใช้วัสดุก่อสร้างที่ผลิตในประเทศไทยรวมทั้งเหล็กข้ออ้อยด้วย วงเงินที่เหลืออีก 25% เป็นการว่าจ้างรัฐวิสาหกิจจีนตามสัญญามูลค่า 44,853 ล้านบาทตัวเลขที่ฟังแล้วน่าตกใจก็คือ วิศวกรจีนต้องการเงินเดือน 800,000 บาท ซึ่ง พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกสำนักนายกฯ แถลงในเวลาต่อมาว่า ฝ่ายไทยได้ต่อรองให้ต้องมีหนังสือรับรองจากสถานทูต ดูจากผลการเจรจาครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าการเจรจาที่ผ่านมาไทยเสียเปรียบทุกเรื่อง ไม่รู้ คุณอาคม รัฐมนตรีคมนาคม ไปเจรจาแบบไหน จึงทำให้ประเทศไทยเสียเปรียบมากมายอย่างนี้ ผลประโยชน์ของชาติทั้งนั้นเมื่อจีนตกลงยอมถ่ายทอดเทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูงให้ฝ่ายไทยแล้ว ปัญหาที่ตามมาก็คือ ฝ่ายไทยมีความพร้อมแค่ไหน ในการ รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากจีน เพราะยังไม่เห็นรัฐมนตรีหรือโฆษกสำนักนายกฯพูดถึงเรื่องนี้เลย ทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เพราะฝ่ายรับก็ต้องเตรียมคนให้พร้อมด้วย เพื่อรับการถ่ายทอดวันก่อน ผศ.ดร.ประมวล สุธีจารุวัฒน อาจารย์คณะวิศวฯจุฬา ได้เขียนถึง เงื่อนไขการถ่ายทอดเทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูง ที่ รัฐบาลจีนกำหนดให้บริษัทต่างชาติปฏิบัติ ในช่วงที่จีนเริ่มตนรถไฟความเร็วสูง ผมขออนุญาตนำมาถ่ายทอดต่อนะครับ มีอยู่ด้วยกัน 3 ข้อ1. จะต้องถ่ายทอดเทคโนโลยีหลักสู่ประเทศจีน2. ราคาที่เสนอต้องสมเหตุสมผล3. EMU (รถไฟฟ้า) ที่ผลิตขึ้นจะต้องทำเป็นยี่ห้อจีนบริษัทผลิตรถไฟความเร็วสูงชั้นนำของโลก ทั้ง ซีเมนส์ จากเยอรมนี อังสตอม จากฝรั่งเศส บอมบาร์ดิเอร์ จากแคนาดา คาวาซากิ จากญี่ปุ่น ต่างยอมรับข้อเสนอจีนหมด ตั้งแต่รถไฟความเร็วสูงรุ่นแรกความเร็ว 200 กม. ต่อชั่วโมง จนถึง 300 กม. ต่อชั่วโมง ปัจจุบันจีนสร้างรถไฟความเร็วสูงวิ่งได้ 350 กม. ต่อชั่วโมงเองแล้วกระบวนการถ่ายทอดเทคโนโลยีจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง และต้องทำเป็นระบบผมเห็นด้วยกับ รศ.ดร.คมสัน มาลีสี ประธานสภาคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย 61 มหาวิทยาลัย ที่เสนอให้รัฐบาลต่อรองกับจีน ให้จีนเข้ามาลงทุนตั้งฐานการทดสอบอุปกรณ์ระบบรางรถไฟความเร็วสูงในประเทศไทย โดยให้ อาจารย์ที่สอนวิชาระบบราง เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการด้วย การถ่ายทอดเทคโนโลยีจึงจะเกิดขึ้นจริง และเป็นประโยชน์ต่อชาติในระยะยาว ถ้าเรื่องแค่นี้รัฐบาลยังวางแผนจัดการไม่ได้ ก็อย่าไปเพ้อฝัน จะวางแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เลยครับ.“ลม เปลี่ยนทิศ”