ผมได้หนังสือ “บทอาขยานภาษาไทย” หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ มาไว้ในมือก็ดีใจอยากรู้ว่า ตั้งใจสอนเด็กวันนี้ ให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่แสนดีในวันหน้าได้อย่างไรเด็ก ป.1 ถึง ป.3 มีบทอาขยานบทหลัก ที่ศาสตราจารย์กิตติคุณ ฐะปะนีย์ นาครทรรพ แต่ง ชื่อฝนตกแดดออกฝนตกแดดออก นกกระจอกแปลกใจ โผผินบินไป ไม่รู้หนทาง ไปพบมะพร้าว นกหนาวครวญคราง พี่มะพร้าวใจกว้าง ขอพักสักวัน ฝนตกแดดออก นกกระจอกพักผ่อน พอหายเหนื่อยอ่อน บินจรผายผันขอบใจพี่มะพร้าว ถึงคราวช่วยกัน น้ำใจผูกพัน ไม่ลืมบุญคุณอาขยานบทนี้ให้คติเรื่องความมีน้ำใจ และการอยู่ร่วมกันในสังคมโดยช่วยเหลือเกื้อกูลกันอาขยานบทต่อไปเป็นบทเลือก หม่อมเจ้าพิจิตรจิราภา เทวกุล แต่ง ชื่อความดีความชั่วปลูกต้นข้าวเกิดเมล็ดข้าวดังเขาว่า ปลูกถั่วงาเกิดถั่วงาเป็นแม่นมั่น ปลูกอย่างไรได้ผลอย่างเดียวกัน ตามพืชพันธุ์หว่านลงจงเข้าใจ แม้ความชั่วปลูกลงคงได้ชั่ว ความดีคงไม่กลั้วคุ้มตัวได้ ปลูกความดีผลดีมีทั่วไป ความชั่วไซร้อย่าปลูกเป็นถูกเอยคุณค่าอาขยานบทนี้ชี้ให้เห็นผลของกรรมหรือการกระทำว่า ทำอย่างไรย่อมได้รับผลอย่างนั้นปลูกพื้นฐานความมีน้ำใจ แตกหน่อไปถึงการยอมรับผลของการกระทำ อาขยานบทเลือก ชั้นเด็กโต ม.4-ม.6 สอนให้รู้จักผลของการรู้จักสิ่งที่พุทธศาสนาเรียกว่า มงคลพระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเรื่องมงคลสูตรคำฉันท์หนึ่งคือบ่พบพาล เพราะจะพาประพฤติผิด หนึ่งคบกะบัณฑิต เพราะจะพาประสบผล หนึ่งกราบและบูชา อภิปูชนีย์ชน ข้อนี้แหละ มงคล อดิเรกอุดมดีนี่คือสามมงคลในมงคลทั้งหมด 38 ประการ ที่สอนให้เด็กรู้ว่า มีค่าควรยึดถือและน้อมนำไปปฏิบัติเป็นคุณธรรมของผู้ประพฤติดี ประพฤติชอบ เป็นหลักในการดำเนินชีวิตแต่บทอาขยานที่สอนผลร้ายของการคบคนเลว...ต้องย้อนไปอ่านของเด็กชั้น ป.4-6 เรื่องพระอภัยมณี เนื้อหาอยู่ตอนสุดสาคร ถูกชีเปลือยหลอกเอาทั้งไม้เท้าวิเศษและม้ามังกร แล้วเอาตัวไปทิ้งลงเหวบัดเดี๋ยวดังหงั่งเหง่งวังเวงแว่ว สะดุ้งแล้วเหลียวแลชะแง้หา เห็นโยคีขี่รุ้งพุ่งออกมา ประคองพาขึ้นไปจนบนบรรพต แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์ มันแสนสุดลึกล้ำเหลือกำหนด ถึงเถาวัลย์พันเกี่ยวที่เลี้ยวลดก็ไม่คดเหมือนหนึ่งในน้ำใจคนมนุษย์นี้มีที่รักอยู่สองสถาน บิดามารดารักมักเป็นผล ที่พึ่งหนึ่งพึ่งได้แต่กายตน เกิดเป็นคนคิดเห็นจึงเจรจา แม้นใครรักรักมั่งชังชังตอบ ให้รอบคอบคิดอ่านนะหลานหนา รู้สิ่งใดไม่สู้รู้วิชา รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดีจงติดตามไปเอาไม้เท้าเถิด จะประเสริฐสมรักเป็นศักดิ์ศรี พอเสร็จคำสำแดงแจ้งคดี รูปโยคีหายวับไปกับตากลอนบทรู้สิ่งใดไม่สู้รู้วิชา รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี มีคนจดจำเอามาใช้อ้างกันมาก ผู้ใหญ่ท่านให้ข้อสังเกตว่า รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี หมายความว่าให้รู้จักรักษาตนให้พ้นจากภัยอันตรายหรือความชั่วไม่ได้หมายถึงกะล่อน เอาตัวรอดไปวันๆผมเสียดายที่ไม่มีคำแนะนำเด็กๆว่า เรื่องแบบพระเอกตกอับ เข้าตาจน แล้วก็มีโยคีปาฏิหาริย์ขี่รุ้งมาช่วยแก้ไขให้เรื่องร้ายเป็นดีซึ่งมีหลายครั้งในพระอภัยมณีไม่มีในชีวิตจริงเรื่องจริงในชีวิต กว่าจะเอาตัวรอดได้ก็ต้องใช้สติปัญญาความ สามารถ ความอดทน รวมไปถึงมีโชคช่วยข้อสำคัญต้องยอมรับและรู้เท่าทันทุกเรื่องร้ายๆที่กำลังเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกคนหรือเลือกโจรร่วมรัฐบาล ล้วนเป็นการตัดสินใจของตัวเอง.กิเลน ประลองเชิง