ผมตั้งใจฟังการอภิปราย...งบประมาณ แต่ก็ฟังได้เท่าที่สังขารอำนวยให้ หกทุ่มครึ่ง พอได้ยินว่าจะอภิปรายกันต่อถึงสามชั่วโมงกว่าๆ ผมเห็นว่าไม่ไหว ก็ปิดทีวีเข้านอน...ทั้งๆก็อยากลุ้นว่า พล.ต.อ.เสรีจะมีช่องพูดอะไรต่อได้อีกหรือไม่กระบวนการในสภากี่ครั้งๆก็เป็นเช่นนี้ คนพูดก็หวังว่าจะมีคนฟัง แต่ถ้าได้เวลาพูดดึกดื่น คนฟังแม้จะยังมีแต่ก็น้อยลงถ้าเลยเที่ยงคืนไปแล้วถ้ามีเรื่องดีๆทีเด็ดก็ต้องฝากความหวังไว้ฟังข่าววันต่อไปผมพยายามนึกว่าเรื่องทำนองเดียวกันนี้เคยอ่านจากที่ไหน เปิดหนังสือเรื่องเล็กๆ ความหมายใหญ่ๆ (สำนักพิมพ์อินสไปร์ เครือนานมี สุริยเทพ ไชยมงคล เรียบเรียง พ.ศ.2553)ก็เจอเรื่องมอลล่าบรรยายธรรมชื่อมอลล่า นักเผยแผ่ศาสนาชื่อดัง ถ้าเป็นในสภาก็คงระดับ อาจารย์วิษณุ เครืองาม มีคิวไปบรรยายธรรมตามโบสถ์ในชนบท ซึ่งโดยปกติจะมีคนฟังคับคั่งแต่ในโบสถ์นั้นวันนั้นแทบจะว่างเปล่า มีคนนั่งสงบเสงี่ยมเรียบร้อยอยู่คนเดียวนักเทศน์ระดับมอลล่าไม่เคยเจอบรรยากาศอย่างนี้ เขารู้สึกสับสนว่าควรจะบรรยายต่อไปหรือไม่ จึงเดินเข้าไปหาคนฟังได้ความว่า มีอาชีพเป็นคนเลี้ยงม้า“ในที่นี้มีเจ้าคนเดียว” มอลล่าถาม “หากเราจะบรรยายให้เจ้าฟังคนเดียว เจ้าว่าเหมาะสมหรือไม่”คนเลี้ยงม้าเป็นคนซื่อ ใช้ชีวิตเรียบง่าย ตอบว่า“ข้าเป็นแค่คนเลี้ยงม้าไม่เคยเรียนหนังสือ มีหลายเรื่องที่ข้าไม่รู้ แต่ถ้าข้าไปถึงคอกม้าเห็นม้าตัวเดียว ส่วนม้าตัวอื่นหนีหายไปหมด ข้าก็ยังให้อาหารมันเหมือนทุกวัน”มอลล่าเห็นว่ามีเหตุผล เขาจึงเริ่มการบรรยาย เขาตั้งใจมาก พูดไปอย่างต่อเนื่อง ใช้เวลาไม่น้อยเมื่อบรรยายจบมอลล่าเองกลับรู้สึกตื่นเต้น ถามคนเลี้ยงม้า “เจ้ารู้สึกอย่างไร มีความคิดเห็นอย่างไร มีเรื่องไหนที่เจ้าไม่เข้าใจเราจะอธิบายให้ฟังอีกครั้ง”คนเลี้ยงม้ามองหน้ามอลล่าอย่างตกตะลึง พอตั้งสติได้เขาก็ตอบว่า“ข้าบอกท่านแล้ว ข้าเป็นแค่คนเลี้ยงม้า ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรนัก แต่ข้ารู้ว่า ถ้าข้าไปถึงคอกม้าเจอม้าเหลืออยู่แค่ตัวเดียว ข้าก็ยังให้อาหารมันที่แน่ๆข้าคงไม่เอาอาหารที่มีไว้ให้ม้าทุกตัวป้อนให้ม้าตัวเดียว”เรื่องเล็กๆเรื่องนี้มีคำอธิบายความหมายใหญ่ๆว่า สิ่งต่างๆ มีจังหวะเวลาที่เหมาะสมของมัน การยัดเยียดให้มากเกินไปหรือการละเลยจนกลายเป็นให้น้อยเกินไปก็ล้วนแต่ส่งผลในทางไม่ดีสำหรับคนที่อยากฟังรายละเอียดทุกเรื่องจากการประชุมสภา...ก็คงทำใจ รับเท่าที่จะรับได้ มีอะไรที่ตกหล่น อยากรู้โลกเราวันนี้หาดูย้อนหลังได้ไม่ยากคนดูเอาตัวรอดได้ สงสารก็แค่ท่านผู้มีหน้าที่...ที่ต้องอดทนจนผ่าน...ช่วงเวลาสำคัญนี้ไปให้ได้ส.ส.ฝ่ายค้านทำหน้าที่ได้ดี โจมตีได้ถึงใจ แม้จะรำคาญบ้าง ที่ตั้งใจโจมตีคนมากกว่าโจมตีเรื่องงบประมาณ แต่ที่ต้องชมกันกระทั่งฝ่ายค้านก็ยังหลุดปากชมคือพลเอกประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี ที่ให้เวลานั่งฟังจนถึงเวลาสุดท้ายแต่นายกฯยังเห็นว่าเป็นคนหนุ่มกว่าหกสิบไม่มาก ที่ผมอยากชมมากก็คือ ท่านประธานชวน หลีกภัยอายุท่านเข้าหลัก 80 แล้ว ก็ยังทำหน้าที่เต็มเวลา ทั้งรักษามาดองอาจ ใช้ความนิ่มๆเงียบๆสยบความเคลื่อนไหว...ที่ทำท่าจะร้อนให้เย็นลงได้อย่างศักดิ์สิทธิ์มากผมเชื่อของผมว่า คะแนนประชาธิปัตย์ที่หล่นหายมีเค้าได้ฟื้นคืนก็เพราะ “ท่านชวน” คนนี้นี่เอง.กิเลน ประลองเชิง