คุณแป๋ม “ชฎาทิพ จูตระกูล” ตอบคำถามเกี่ยวกับที่มาและแรงบันดาลใจในการลงทุนอภิมหาโปรเจกต์ “ไอคอนสยาม” กับหน้าสตรีไทยรัฐไว้ว่า“วันเปิดสยามพารากอนยังไม่ทันหายเหนื่อย คุณพ่อเดินมาจับมือแป๋มบอกว่า เธอกับพี่แอ๊วทำสยามพารากอนสำเร็จแล้วนะ แต่ถ้าเธอมีบุญจะได้ที่ดินริมแม่น้ำ แต่ต้องเมกชัวร์ว่าเป็นที่ดินผืนใหญ่และอยู่ในทำเลไม่ไกล”“ซึ่งถ้าเธอมีบุญจริงๆ ขอให้ทำโครงการที่เชิดชูความเป็นไทย อย่าทำแบบ สยามพารากอน เพราะวันนี้ สยามพารากอน อาจชนะ แต่ในอนาคตคนจะไม่อยากไปศูนย์การค้าแล้ว สิ่งที่เธอต้องทำคือการเชิดชูอัตลักษณ์ไทย ไม่ใช่สร้างศูนย์การค้า แต่ต้องสร้างความเป็นไทยสู่อนาคต ไม่ใช่ความเป็นไทยแบบเอิงเอย แต่ต้องทำให้คนทั่วโลกอยากมาเที่ยวประเทศไทย”“คุณพ่อแป๋มเป็นผู้ก่อตั้ง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ท่านเชื่อว่าเราจะชนะคนทั้งโลกด้วยอัตลักษณ์ความเป็นไทย” เธอสรุปถูกต้องแล้วครับ คุณพ่อของ ชฎาทิพ จูตระกูล คือผู้อำนวยการคนแรกขององค์กรกึ่งรัฐวิสาหกิจที่มีชื่อว่า องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย ซึ่งถือกำเนิดขึ้นเมื่อ พ.ศ.2502 ในยุคของรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์เป็นยุคแห่งการเริ่มต้นของการพัฒนาประเทศ โดยมีแผนพัฒนาฉบับแรกของประเทศไทย ที่รู้จักกันในนาม “แผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับที่ 1 พ.ศ.2504–2509”เป็นยุคของการลงทุนเพื่อก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะถนนหนทาง เขื่อน ไฟฟ้า การพัฒนาอุตสาหกรรม และเกษตรกรรม อย่างเป็นระบบครั้งแรกของประเทศรวมทั้งความเชื่อที่ว่าการท่องเที่ยวจะเป็นรายได้หลักของประเทศไทย จึงจำเป็นที่จะต้องตั้งหน่วยงานขึ้นมาดูแลรับผิดชอบโดยตรงจึงมีการตั้ง องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ อ.ส.ท. โดยยกระดับจากสำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยว กรมโฆษณาการ (กรมประชาสัมพันธ์) ให้ขึ้นมาเป็นองค์การกึ่งรัฐวิสาหกิจ เพื่อเป็น กลไกสำคัญในการดำเนินการภาคปฏิบัติเพื่อดึงนักท่องเที่ยวมาสู่ประเทศไทยพันเอก เฉลิมชัย จารุวัสตร์ (ยศขณะนั้น) นายทหารหนุ่มที่อยู่ในทีมสตาฟฟ์ของจอมพลสฤษดิ์ ถูกส่งตัวมาเป็นผู้อำนวยการคนแรกและสามารถบริหารหน่วยงานใหม่ของรัฐแห่งนี้ จนประสบความสำเร็จอย่างสูงยิ่งส่งผลให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกและกลายเป็น 1 ในประเทศจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวนับแต่นั้นมา และต่อมารัฐบาลก็ได้ยกฐานะองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวฯขึ้นเป็น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เมื่อ พ.ศ.2522 เปลี่ยนชื่อย่อจาก อ.ส.ท. เป็น ททท. นับตั้งแต่นั้นผมไม่แน่ใจว่าท่านดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ อ.ส.ท.อยู่กี่ปี แต่สันนิษฐานว่าท่านคงไม่ขาดจากราชการทหารเหมือนนายทหารหลายท่านที่มาดำรงตำแหน่งผู้บริหารรัฐวิสาหกิจในยุคนั้น และในที่สุดก็กลับไปรับราชการทหารต่อแทบทุกท่านพลเอกเฉลิมชัย จารุวัสตร์ เคยดำรงตำแหน่งรองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อ พ.ศ.2520 และเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในระหว่าง พ.ศ.2522-2523 ในยุคที่ พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ เป็นนายกรัฐมนตรีจากประสบการณ์ ในฐานะผู้อำนวยการของหน่วยงานส่งเสริมการท่องเที่ยวคนแรกและยังคงอยู่ในวงการการท่องเที่ยวมาตลอดหลังจากอำลาชีวิตราชการแล้ว ทำให้ท่านเชื่อว่า “เราจะชนะคนทั้งโลกด้วยอัตลักษณ์ไทย”บัดนี้ลูกสาวของท่านได้รับไม้ต่อจากท่านและดำเนินการสำเร็จไปแล้วอย่างน้อยในเบื้องต้น คือสร้าง “ไอคอนสยาม” เป็นจุดศูนย์กลางที่จะนำอัตลักษณ์ไทยมารวมไว้ด้วยกัน ดังที่เป็นข่าวในขณะนี้ทว่าระยะทางข้างหน้าที่จะพิสูจน์ชัยชนะยังอีกยาวไกลนัก คงต้องลุ้นและเอาใจช่วยกันต่อไปในฐานะคนข่าวรุ่นเก่าที่เคยสัมภาษณ์ พล.อ.เฉลิมชัย จารุวัสตร์ บ่อยครั้ง และเป็น 1 ในนักข่าวกว่า 100 คน ที่ท่านเชิญไปร่วมสัมมนาใหญ่เพื่อปลุก “พัทยา” เมื่อ พ.ศ.2521 ที่ทำให้พวกเรามีโอกาสใกล้ชิดกับท่านมากที่สุดในวันนั้นผมขอให้กำลังใจทั้งพ่อทั้งลูกเต็มที่เลยนะครับ และขอให้อัตลักษณ์ไทยจงพิชิตใจนักท่องเที่ยวทั่วโลกได้สำเร็จดังที่ท่านคาดหวังไว้ทุกประการ.“ซูม”