คนสำคัญ ในวันเพ็ญเดือนแปด 45 ปี ก่อน พ.ศ.หรือก่อนพระพุทธเจ้าปรินิพพาน ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ชมพูทวีปก็คือ พระภิกษุที่ชาวพุทธเรียกท่านว่า อัญญาโกณฑัญญะในหนังสือ พุทธสาวก พุทธสาวิกา (สถาบันบรรลือธรรม พิมพ์เผยแพร่) อาจารย์เสฐียรพงษณ์ วรรณปก เล่าว่าเดิมชื่อ โกณฑัญญะ บุตรพราหมณ์ตระกูลโทณวัตถุ เมืองกบิลพัสดุ์ เรียนจบไตรเพท เชี่ยวชาญวิชาพยากรณ์เมื่อพระโอรสพระเจ้าสุทโทธนะ ประสูติ เป็นพราหมณ์ที่หนุ่มที่สุด ในแปดพราหมณ์รับเชิญมาร่วมขนานพระนาม “เจ้าชายสิทธัตถะ”เมื่อถึงเวลาให้ทำนายพระลักษณะ 7 พราหมณ์ทำนาย เป็นสองคติ ถ้ายังเป็นฆราวาสจะเป็นจักรพรรดิ ถ้าออกบวชจะได้เป็นศาสนาเอก มีโกณฑัญญะ พราหมณ์หนุ่มน้อย ที่ยืนกรานทำนายคติเดียวเจ้าชายสิทธัตถะจะออกบวช และจะเป็นศาสดาเอกเมื่อเจ้าชายสิทธัตถะออกบวช โกณฑัญญะ ก็ชวน 4 ในลูกพราหมณ์ 7 คน ตามไปเฝ้าปรนนิบัติ โดยเชื่อมั่นตามคตินิยมสมัยนั้น หนทางหลุดพ้นความทุกข์ มีทางเดียว คือการทรมานกาย ที่เรียกว่า อัตตกิลมถานุโยคตั้งแต่ประสูติ เจ้าชายได้รับการปรนเปรอความสุขทางกาย ทางกาม ที่เรียกว่ากามสุขัลลิกานุโยค จนรู้ชัดว่า มีแต่จมลงไปในหล่มทุกข์ เมื่อทรงใช้เวลาถึง 6 ปี บำเพ็ญตบะทรมานกาย ก็ทรงพบว่า “ไม่ใช่”ทันทีที่ทรงพบ “ทางสายกลาง” เลิกอดอาหาร เลิกทรมานกาย หันมาเสวยพระกระยาหาร โกณฑัญญะ และพวกที่รวมเรียกว่า ปัญจวัคคีย์ ก็ผิดหวังมาก ประณามว่า “ทรงคลายความเพียร เวียนมาเป็นคนมักมาก”ประณามแล้ว โกณฑัญญะที่เคยมั่นใจในวิชาพยากรณ์ศาสตร์ ก็หมดใจฉีกตำราทิ้ง ชวนสี่พราหมณ์ปลีกตัวหนีไปอยู่ที่ป่าสวนกวางไกลจากจุดที่พระองค์ตรัสรู้ไปกว่าสองร้อยกิโลเมตรไม่มีคนปรนนิบัติใกล้ตัว กลายเป็นข้อดี พระสิทธัตถะมีแต่ความสงบสงัด สะดวกต่อการบำเพ็ญเพียรทางจิต ในไม่ช้าก็ทรงตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงรำลึกถึงอุปการคุณปัญจวัคคีย์ เสด็จมุ่งตรงไปป่าสวนกวาง เมื่อเข้าใกล้ โกณฑัญญะ บอกเพื่อนว่า “เราอย่าต้อนรับ ปูแต่อาสนะไว้ อยากนั่งก็นั่ง”แต่เมื่อพระพุทธองค์ทรงไปถึงตัว ปัญจวัคคีย์ก็ลืม ลุกขึ้นต้อนรับ แต่ท่วงท่าวาจาไม่นอบน้อมพระพุทธเจ้าตรัสว่า “เราตรัสรู้แล้ว” คำนี้ตั้งแต่ปัญจวัคคีย์อยู่รับใช้ไม่เคยได้ยิน ก็เริ่มศรัทธา พร้อมใจกันนั่งฟังธรรม ธรรมะวันนั้น ต่อมาเรียก ธัมมจักกัปปวัตตนสูตรเริ่มด้วยการ กล่าวถึงทางสายกลาง แล้วก็เข้าถึง ทุกข์สมุทัย นิโรธ มรรค ที่เรียกว่าอริยสัจ 4จบเทศนา โกณฑัญญะ รู้ชัด สิ่งใดมีความเกิดเป็นธรรมดา สิ่งนั้นย่อมมีความดับเป็นธรรมดา แสดงว่า “ได้ดวงตาเห็นธรรม” พระพุทธองค์ทรงเปล่งอุทาน “อัญญาสิ วต โภ โกฑัญโญ อัญญาสิ วต โภ โกญฑัญโญ”โกณฑัญญะรู้แล้วหนอ โกณฑัญญะรู้แล้วหนอเพราะตรัสดังนี้ คำอัญญา จึงเติมหน้าชื่อโกณฑัญญะ มานับแต่นั้นโกณฑัญญะ ทูลขอบวช ทรงบวชให้ด้วยคำตรัสสั้นๆ “จงมาเป็นภิกษุด้วยกันเถิด” เรียกว่า การบวชแบบเอหิภิกขุอุปสัมปทา นี่คือ พระอัญญาโกณฑัญญะ พระสงฆ์องค์แรกในพุทธศาสนาเรื่องเล่าในพุทธประวัติตอนนี้ ก็เล่าก็สอนต่อๆกันมาจนเมื่อปี 2501 นี่เอง รัฐบาล (ทหาร) ไทย เห็นความสำคัญ กำหนดให้วันเพ็ญเดือนแปด เป็นวันสำคัญทางศาสนา เรียกวันอาสาฬหบูชาราว 300 ปีหลังปรินิพพาน...ยังไม่มีการสร้างพระพุทธรูป พระเจ้าอโศกทรงสร้างสัญลักษณ์ ธรรมจักร แสดงถึงธรรมะแรกที่ทรงเริ่มเผยแผ่ กวางสองตัวหมอบข้างๆ ก็หมายถึงป่าสวนกวางที่ทรงแสดงธรรมสมัยพระเจ้าอโศกนี่เอง ที่พระโสณะ พระอุตตระ นำพุทธศาสนาเผยแผ่มาถึงสุวรรณภูมิ ธรรมจักร กับกวางหมอบ...ที่พบในไทย เชื่อกันว่า สร้างในยุคสมัยนี้เอง.กิเลน ประลองเชิง