คนไทยสมัยโบราณเชื่อกันว่าพญานาค พาหนะของพระวรุณเทพแห่งฝน ทำหน้าที่ให้น้ำในแต่ละปี จึงรอปฏิทินที่มีคำประกาศสงกรานต์ ซึ่งจะแจ้งจำนวนนาคให้น้ำแต่ละปีมีตำรา กำหนดจำนวนนาคให้น้ำ ประจำปีนักษัตรไว้ชัดเจนตัวอย่าง ปีชวด นาคให้น้ำ 3 ตัว ฝนแรกน้อย กลางปีงาม ปลายปีมากปีมะเส็ง นาคให้น้ำ 1 ตัว ฝนแรกงาม กลางปีงาม ปลายปีน้อย ปีจอ นาคให้น้ำ 7 ตัว ฝนแรกน้อย กลางปีงาม ปลายปีมากหรือปีนี้ ปีระกา อ่านแล้วระทึกนะครับ...ตำราว่า นาคให้น้ำ 4 ตัว ฝนแรกน้อย กลางปีงาม ปลายปีมากตำราแบ่งปีเป็นสามช่วง ช่วงละสี่เดือน...ต้น กลาง และปลาย...อย่างตอนนี้ เราอยู่ช่วงกลางปีระกาตามคำทำนาย “งาม” แสดงว่าน้ำ “ปานกลาง”ก็แค่ “น้ำปานกลาง” ทั้งเหนือตอนล่าง อีสานเหนืออีสานใต้ และภาคใต้...น้ำยังท่วมแบบทะลักทลาย ผมเพิ่งได้ยินจากข่าวทีวีมีคำว่า “จราจรน้ำ” ซึ่งไม่ตั้งใจสื่อความหมายการจราจรทางน้ำแต่ตั้งใจสื่อว่า การจัดระบบระบายน้ำสี่ห้าวันก่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดหนึ่ง เจรจาขอให้ฝ่ายเขื่อนลดการระบายน้ำ...เพราะห่วงชาวบ้านถูกน้ำท่วมแช่นานเกินไป ในขณะที่ฝ่ายเขื่อน ห่วงเขื่อนจะพังเพราะรับน้ำไม่ไหวผมดูจากข่าวทีวี ไม่มีบทสรุป ใครตัดสินให้เอาเขื่อน หรือให้เอาชาวบ้านแต่ที่พอเบาใจได้ ก็คือทิศทางน้ำในอีสาน จากแม่น้ำชี แม่น้ำมูล หรือแม่น้ำสงคราม...ที่จะไปลงแม่น้ำโขง ระดับน้ำในแม่น้ำโขง ยังต่ำกว่าฝั่งอีกกว่าเมตร...ขอเพียงให้ “มวลน้ำ” ไหลไปลงแม่โขงก็ยังมีเรี่ยวแรงรับน้ำได้สบายๆตอนนี้หลายแห่งจึงต้องใช้เครื่องยนต์ เร่งระบายน้ำให้ไหลไปลงแม่โขงเร็วๆน้ำจากต้นทาง...ปลายทางที่แม่โขง โล่งไปทางหนึ่ง แต่ที่ต้องเป็นห่วงกัน คือปริมาณน้ำในเขื่อน เหนือแม่น้ำเจ้าพระยา...ซึ่งมีกรุงเทพฯเป็นปลายทาง นึกถึงปีน้ำท่วมใหญ่ ปี 2554 ยังอกสั่นขวัญหายอยู่เลยตอนนี้หลายเขื่อนน้ำทำท่าจะดี แต่ยังไม่ถึงกับล้น...เอาเป็นว่า ช่วงกลางปีน้ำงามนี้ กรุงเทพฯยังไม่มีอะไรให้น่าห่วงแต่ปีนี้ยังมีเวลาอีกหลายเดือน...ยังไม่ถึงช่วงปลายปี...ปลายปีนี้ ปีระกานาคให้น้ำ 4 ตัว ตำราว่า น้ำมาก ถ้าตำราแม่น ปลายปีฝนจะเติมลงมาหนักกว่ากลางปีจะท่วมขนาดไหนก็ไม่รู้ปัญหาน้ำบ้านเราวนเวียนอย่างนี้ ฝนแล้งดินแห้งแตกระแหง ไม่นาน อ้าว...ฝนตกหนัก น้ำท่วมเสียแล้วกระบวนการจัดจราจรน้ำก็ทำกันไปเฉพาะหน้า...มีแผนใหญ่ไว้ตั้งรับปัญหาน้ำ...มีทั้งแผนใหญ่เกินจริงทำไม่ได้จริง หรือทำได้แต่มีเงินไม่พอแผนหนึ่ง ผมเพิ่งได้ยินจากปากคุณรุ่งโรจน์ บอสคนใหม่ของเอสซีจี แผนธนาคารน้ำใต้ดินตอนได้ยิน ความเหนื่อยหน่าย ผมก็ออกปากทัก...แค่น้ำมาก เห็นๆตรงหน้าก็จัดการไม่ได้ ฝนแล้งชัดๆก็จัดการไม่ได้ ปัญหาเหมือนหญ้าปากคอกแท้ๆ เรื่องธนาคารน้ำใต้ดิน...ผมว่าเป็นฝันกลางวันจิ้งจกแก่ๆทัก คุณรุ่งโรจน์ก็เงียบไปผมมาคิดทีหลัง ความคิดเรื่องธนาคารน้ำใต้ดินเป็นความคิดก้าวหน้า...ที่น่าสนใจมากถ้าน้ำมากเราใส่น้ำลงใต้ดิน เก็บสำรองไว้ได้...ถึงเวลาแล้งน้ำ ก็สูบขึ้นมาใช้ แก้ปัญหาได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง ถ้าทำได้จริงก็คุ้มค่างานใหญ่มีความยากเรื่องความเป็นไปได้ ถ้าตั้งใจและมุ่งมั่น รัฐบาลพลเรือนทำ คงเจอแรงต้านสารพัน ที่น่าหวังได้ จะใครที่ไหนก็รัฐบาลทหารนี่เอง.กิเลน ประลองเชิง