‘ปู’ให้คืนความสุขครบ 3 ปี คสช. “บิ๊กตู่” ตีท่านิ่งเล่นบทเตมีย์ใบ้ “วิษณุ” โวแหลกที่ทำไปไม่เสียของ ขู่ใครไม่เดินตามธงยุทธศาสตร์มีเรื่อง “ปู” ทวงสัญญาอย่ายึดอำนาจไปทำสูญเปล่า “วัฒนา” กระตุกอภิมหาหายนะกำลังมาเยือน “พิชัย” ตีปีกทหารถอยไม่อุ้มไปปรับทัศนคติ “มาร์ค” ตัดแต้มปฏิรูปเหลวเป๋ว สวน “เทือก” นิ่มๆ ลอกโมเดล “ป๋า” สานฝัน “ประยุทธ์” ทีมโฆษก คสช.สวน “ยิ่งลักษณ์” ถ้าไม่ใช่ คสช.ใครจะทำ เชิญ “พิชัย” เข้าค่ายแค่ขอความร่วมมือ คนส.จัดหนัก “3 ปีแห่งการสูญเสีย” 10 ด้าน ทั้ง “สิทธิเสรีภาพ-เวลา-อนาคต” แถมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ยังถูกย่ำยี ฝ่ายต้านเป่าเค้กสาปส่ง สตง.ชี้ ทร.ซื้อเรือดำน้ำไร้มลทินครบรอบ 3 ปี การยึดอำนาจเข้ามาบริหารประเทศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แม้คนในรัฐบาลและ คสช.จะยืนยันว่าผลงาน 3 ปีที่ทำมาไม่มีเสียของ แต่ฝ่ายการเมืองยังคงดาหน้าออกมาวิพากษ์วิจารณ์หนัก ล่าสุด กลุ่มเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง(คนส.) ออกมาร่วมถล่มเป็น 3 ปีแห่งการสูญเสียของชาติ“วิษณุ” ฟุ้ง 3 ปี คสช.ไม่เสียของเมื่อเวลา 11.10 น.วันที่ 22 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงวาระครบรอบ 3 ปี ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ยังไม่มีข้อสั่งการใดๆ ส่วนที่หลายฝ่ายออกมาโจมตีผลงานรัฐบาลและ คสช. โดยถูกมองว่ามีจุดอ่อนที่การประชาสัมพันธ์ ประเด็นนี้ก็รับทราบเป็นเรื่องที่ผู้เกี่ยวข้องต้องทำงานให้หนักขึ้น อย่างน้อยก็เป็นปฏิกิริยาอย่างหนึ่ง จะทำงานและชี้แจงให้มากขึ้น เชื่อว่ามีผู้เข้าใจและไม่ออกความเห็น สังเกตได้จากมีหนังสือส่งมาถึงรัฐบาล รวมถึงข้อความจากไลน์ที่ส่งมาถึงนายกฯจำนวนหนึ่ง มีทั้งชื่นชมและแสดงความไม่พอใจ คงตอบไม่ถูกว่าครบรอบ 3 ปี คสช. มีสิ่งใดต้องปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม แต่คิดว่า 3 ปี คสช.ไม่เสียของ ไปถามคนดูก็แล้วกันไม่อยากพูด ไม่อยากแสดงหนัง ส่วนสัญญาที่ คสช.เคยให้ไว้ต่อประชาชนนั้น คิดว่า พล.อ.ประยุทธ์จะอธิบายให้ฟังในวันที่ 23 พ.ค.ออกกฎหมายทะลุเป้าเร่งดันต่อนายวิษณุกล่าวอีกว่า ส่วนการออกกฎหมายของรัฐบาลตลอด 3 ปีที่ผ่านมา มีความคืบหน้าและเป็นไปตามเป้าหมาย ส่วนกฎหมายที่ต้องเร่งออกหลังจากนี้มี 3 ประเภท 1.คือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจ (Doing Business) จะทำให้การประกอบธุรกิจง่ายและสะดวกขึ้น 2.กฎหมายที่ต้องออกตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 3.กฎหมายที่ยึดโยงกับยุทธศาสตร์ 6 ด้าน โดยเฉพาะยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนากำลังคน รวมถึงการพัฒนาความเสมอภาค ความเหลื่อมล้ำ ความเป็นธรรม และพัฒนาคุณภาพชีวิต เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมขู่ไม่เดินตามธงยุทธศาสตร์มีเรื่องต่อมาที่ห้องประชุมกมลทิพย์ โรงแรมเดอะสุโกศล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เป็นประธานการประชุมเพื่อนำเสนอผลการประชุมกลุ่ม ในหลักสูตรการบริหารราชการแผ่นดินในเชิงยุทธศาสตร์ (สำหรับปลัดกระทรวง/อธิบดี) ป.ย.ป.1 โดย ม.ล.ปุณฑริก สมิติ ปลัดกระทรวงแรงงาน นำเสนอประเด็นการพัฒนาและเตรียมคนสู่ศตวรรษที่ 21 ที่น่าสนใจ อาทิ แนวทางผลิตกำลังคนภาคอาชีวศึกษาและอุดมศึกษา ให้มีคุณภาพได้มาตรฐานสากล รองรับอุตสาหกรรม 4.0 ด้วยกลไกประชารัฐ นายวิษณุกล่าวว่า สิ่งที่นำเสนอมาจะถูกส่งต่อไปยังคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ที่จะคลอดออกมาในอีก 4 เดือนข้างหน้า รวบรวมไปจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่ทุกองค์กรต้องทำตาม ไม่เว้นแม้แต่ ครม. ศาล องค์กรอิสระ ต้องเดินตามทุกย่างก้าว ถ้าทำผิดไปเป็นเรื่อง หากหน่วยงานใดไม่ทำจะถูกรายงาน ถือว่าจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย จะถูกลงโทษทั้งทางปกครองและทางอาญา ส่วนการพัฒนาคนขอให้ดูว่าจะเสริมสร้างวินัยคนในชาติอย่างไรให้มีธรรมาภิบาล การป้องกันทุจริตคอร์รัปชัน“บิ๊กตู่” ตีท่านิ่งเล่นบทเตมีย์ใบ้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 16.45 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. เดินลงจากห้องทำงานตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เดินทางกลับบ้านพักในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 รอ.) ตามปกติ โดย พล.อ.ประยุทธ์อยู่ในชุดข้าราชการพลเรือน ก่อนก้าวขึ้นรถได้โบกมือให้ผู้สื่อข่าวและช่างภาพที่มารออยู่ด้วยสีหน้าเรียบเฉย และเดินทางออกไปทันทีโดยไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ“ปู” ทวงสัญญาอย่าทำสูญเปล่าวันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ลงเฟซบุ๊กในโอกาสครบรอบ 3 ปี คสช. ว่า วันนี้ครบรอบ 3 ปีที่ คสช.เข้ามายึดอำนาจจากรัฐบาลตน คงจำเหตุผลที่เข้ามายึดอำนาจขณะนั้นได้ ว่ามีปัญหาจากความแตกแยกทางการเมือง ต้องแก้ไขให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ให้ประชาชนเกิดความรักสามัคคี เกิดความสงบปรองดอง ต้องการมาปฏิรูปโครงสร้างการเมือง เศรษฐกิจ สังคมให้ดีขึ้น เกิดความเป็นธรรมกับทุกพวกทุกฝ่าย เป็น 3 ปีที่ประเทศรอความหวัง จะได้เลิกทะเลาะ ร่วมกันปฏิรูป ลดความเหลื่อมล้ำ ทำให้บ้านเมือง ประชาชนมีความเป็นอยู่ดีขึ้น อยู่ในเวทีโลกด้วยความภาคภูมิใจ ตามที่สัญญาว่าจะคืนความสุขให้กับพี่น้องประชาชนและประเทศ แต่วันนี้ยังไม่เห็นการปฏิรูปเป็นรูปธรรม ถ้าไม่มีการ ปฏิรูปก็สูญเปล่า เพราะความเสียหายทางเศรษฐกิจ มีมากจากการล้มล้างระบอบประชาธิปไตย ดังนั้น “อย่าให้เป็น 3 ปีที่ต้องสูญเปล่าเลย ขอทวงสัญญา”อภิมหาหายนะกำลังมาเยือนด้านนายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์และแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ทางออกจากหายนะ” นับจากกลุ่มการเมืองข้างถนนออกมาชัตดาวน์กรุงเทพฯ ปูทางให้ทหารออกมายึดอำนาจเศรษฐกิจตกต่ำมาตั้งแต่นั้น ตัวเลขทุกตัวส่งสัญญาณว่าอภิมหาหายนะกำลังมาเยือนไทย สาเหตุสำคัญคือประชาชนขาดกำลังซื้อ เพราะรัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นคงให้ตัวเองมากกว่า เห็นได้จากงบประมาณกระทรวงกลาโหมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ไม่ก่อให้เกิดผลผลิต สวนทางกับรายได้ รัฐบาลที่ลดลง รัฐบาลควรใช้ประชาธิปไตยและหลัก นิติธรรม ซึ่งเป็นเครื่องมือทางเศรษฐกิจที่มีราคาถูกที่สุด สร้างความมั่นใจให้นักลงทุน แต่การกระทำทั้งหลายของรัฐบาลกลับทำลายตัวเองและความน่าเชื่อถือประเทศ ยิ่งใช้นโยบายแจกเงินผู้มีรายได้น้อย อันเป็นนโยบายสิ้นคิดเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ยิ่งน่ากังวล ยิ่งกว่านั้นปัญหาที่เกิดจากตัวผู้นำหมกมุ่นอยู่กับการหาข้อแก้ตัว และโทษคนอื่นมากกว่าแก้ไขปัญหาประเทศ ยิ่งทำให้คนไทยสิ้นหวังมากขึ้น“พิชัย” ตีปีกทหารถอยไม่โดนอุ้มขณะที่นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงานและแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ช่วงเช้ามีทหารโทรศัพท์มาบอกว่า จะขอรับตัวไปที่พล.ม.2 รอ. เพื่อพูดคุยทำความเข้าใจเรื่องที่ไปวิพากษ์วิจารณ์ปัญหาเศรษฐกิจและผลงานรัฐบาลที่ล้มเหลวทุกด้านตลอด 3 ปีที่ผ่านมา แต่หลังจากสื่อมวลชนทราบข่าวและมาติดตามความเคลื่อนไหวที่บ้านถนนเพชรบุรี ทำให้นายทหารยศพันเอกนายหนึ่งโทรศัพท์มาแจ้งยกเลิก พร้อมระบุว่า จะนำวีดิทัศน์ผลงานรัฐบาลมาให้ดู แต่ยังยืนยันว่าจะ แสดงความเห็นวิจารณ์ผลงานรัฐบาลต่อไป ถือว่าเป็นการสะท้อนข้อมูลที่เป็นจริง ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย และเป็นสิทธิเสรีภาพ รัฐบาลควรเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ นำไปใช้แก้ไขปัญหา เชื่อว่าทหารจะไม่วู่วามบุกมาที่บ้านพักควบคุมตนไปพูดคุยปรับทัศนคติ เพราะหากทำเช่นนั้นจะยิ่งเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่อต้าน และสังคมอาจตั้งข้อสงสัยถึงพฤติกรรมของทหาร“มาร์ค” ตัดแต้มปฏิรูปเหลวเป๋วอีกด้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สิ่งที่เราคาดหวังหลังเกิดการรัฐประหาร คืองานปฏิรูปและการปรองดอง เป็นงานที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ให้ความสำคัญ แต่ขณะนี้เรื่องปฏิรูปยังไม่มีผลสัมฤทธิ์ หลายเรื่องมีสัญญาณถอยหลัง ส่วนเรื่องปรองดอง วันนี้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และกฎหมายลูกกำลังจะออกตามมาหลายฉบับ แต่คิดว่าประชาชนยังไม่ค่อยมั่นใจว่าระบบใหม่ที่ถูกวางไว้จะดีกว่าของเดิม จึงเป็นเรื่องท้าทาย คสช.ในการเข้าสู่ปีที่ 4สวน “เทือก” นิ่มๆสานฝัน “บิ๊กตู่”นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) ประกาศสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯอีกครั้งหลังเลือกตั้ง เพื่อปฏิรูปประเทศในช่วงเปลี่ยนผ่านนั้น วันนี้ข้อดีของ พล.อ.ประยุทธ์มีหลายเรื่อง แต่มีอีกหลายเรื่องที่เราตั้งคำถาม ตนไม่สามารถเอาพรรคประชาธิปัตย์ไปสนับสนุนแนวทางที่ไม่ตรงกับแนวคิดของเราได้ เช่น จะยุบท้องถิ่น จะเอาข้าราชการไปดูแลสื่อ วันนี้ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่า พล.อ.ประยุทธ์คือคำตอบ ต้องให้ พล.อ.ประยุทธ์พิสูจน์ตัวเองต่อไป ที่สำคัญเราต้องให้ประชาชนแสดงออกผ่านการเลือกตั้งก่อน ส่วนที่ชงให้ใช้แนวคิด “เปรมโมเดล” นั้น สถานะความเป็นคนกลางของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษในขณะนั้น ไม่สามารถเทียบเคียงได้กับสถานการณ์ปัจจุบัน หลายคนคิดถึงความสำเร็จในยุค พล.อ.เปรม แต่การหยิบรูปแบบที่ใช้ขณะนั้นมาใช้กับสังคม เศรษฐกิจและโลกในยุคปัจจุบัน คิดว่ามันคนละเรื่องกัน“นิพิฎฐ์” กระทุ้งฝ่ายต้านยังแรงนายนิพิฎฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ครบ 3 ปีของ คสช. ที่ผ่านมาการแก้ปัญหาสร้างความปรองดองยังไม่ได้ผล ความขัดแย้งยังอยู่ เห็นได้ระยะหลังมีการวางระเบิดในพื้นที่ต่างๆถี่ขึ้น แสดงว่าคนที่อยู่ฝ่ายตรงข้าม คสช.ยังมีพลังอยู่ ล่าสุดที่เกิดเหตุระเบิดที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เชื่อว่าคนทำน่าจะอยู่ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล เพราะเป็นสัญลักษณ์ทางทหาร การกระทำดังกล่าวจึงเหมือนเป็นการต่อต้านอำนาจรัฐ แต่ให้รัฐบาล คสช.สอบผ่าน คือเรื่องปราบปรามการทุจริต ที่ทำได้หลายเรื่อง โดยเฉพาะทุจริตจำนำข้าว ส่วนที่ผลสำรวจออกมาว่าประชาชนมีความสุขลดลงคงเพราะปัญหาเศรษฐกิจ ที่ผ่านมาความสุขของชาวบ้านมี เพราะไม่มีความรุนแรง ไม่มีการชุมนุมประท้วง แม้ต้องแลกกับการสูญเสียประชาธิปไตย แต่พอนานเข้าเริ่มประจักษ์ว่ารัฐแก้ปัญหาความขัดแย้ง ไม่ได้ จึงหันมาดูเรื่องเศรษฐกิจที่ยังไม่ดีขึ้น ทำให้ความสุขลดลง“จุติ” ชง 4 ข้อช่วย ปชช.มีความสุขนายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอพูดเรื่องที่ คสช.ควรทำต่อจากนี้โดยเฉพาะนโยบายช่วยเหลือคนจนให้เป็นรูปธรรม คือ 1.ช่วงนี้กำลังเปิดเทอม เด็กนักเรียนจำนวนมากต้องกู้ยืมเงินจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) วันนี้รัฐบาลทราบว่าเศรษฐกิจไม่ดี ต้องแก้ไขกฎระเบียบเพิ่มวงเงินกู้ยืมให้นักศึกษากู้ได้เป็น 2,500-3000 บาทต่อเดือน จากเดิมกู้ได้แค่ 2,000 บาทต่อเดือน เพื่อลดภาระผู้ปกครองไม่ต้องไปกู้เงินนอกระบบ 2.ช่วงนี้เป็นฤดูกาลเพาะปลูก อยากให้ไปดูเรื่องปุ๋ยปลอม เมล็ดพันธุ์พืชที่มีคุณภาพยังไม่เพียงพอ ช่วยเพิ่มคุณภาพผลิตผล 3.อยากให้ผ่าตัดสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ให้คุ้มครองประชาชนจริงจัง ทำงานเชิงรุก ไม่ใช่ยักษ์พิการอย่างทุกวันนี้ 4.ให้ช่วยดูอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตที่สูงมาก ขอให้ คสช.ทำสำเร็จทั้งหมด เชื่อว่าประชาชนจะมีความสุขมากขึ้นโฆษก คสช.ดิ้นโต้ “ยิ่งลักษณ์”วันเดียวกัน พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษกคสช. กล่าวถึงผลสำรวจความเห็นครบรอบ 3 ปีคสช. ประชาชนมีความสุขลดน้อยลง ว่า เป็นการสำรวจความเห็นเรื่องความสุข แต่ควรสำรวจความคิดเห็นเรื่องอื่นด้วย คสช.กำลังทำงานก้าวสู่ปีที่ 4 ด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจ และเสียสละ เพื่อชาติ บ้านเมือง และประชาชน ยืนยันว่า คสช.ยังคงทำงานต่อไปตามกรอบกฎหมายและรัฐธรรมนูญ สิ่งที่เราได้สัญญาไว้กับคนไทย เรายังเดินตามโรดแม็ปที่วางไว้ แต่ยังมีบางอย่างไม่เรียบร้อย ส่วนกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ทวงสัญญากับ คสช.นั้น ขอย้อนถามว่าห้วง 3 ปีที่ผ่านมาถ้าไม่ใช่ คสช.แล้วใครทำได้เช่นนี้ สำหรับข้อวิจารณ์ของเครือข่ายพลเมืองเน็ต (ไอลอว์) ที่ระบุว่า ผลงาน 3 ปี คสช.มีการวางรากฐานความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน แต่ระบบการตรวจสอบอ่อนแอนั้น สิ่งที่ คสช.ทำมาทั้งหมดคือต้องการให้ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเชิญ “พิชัย” แค่ขอความร่วมมือพ.อ.ปิยพงศ์กล่าวอีกว่า คสช.ใช้เวลา 3 ปีดูแลประชาชน รักษาความสงบเรียบร้อย ไม่ใช่เรื่องเสียของ รวมถึง พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. และเลขาธิการ คสช. กำชับให้ติดตามภาพข่าวต่างๆที่เกิดขึ้น เพื่อรักษาบรรยากาศความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ส่วนข้อวิพากษ์วิจารณ์ด้านเศรษฐกิจ คิดว่าเป็นปัญหาปากท้องใกล้ตัว แต่ คสช.พยายามแก้ไขปัญหาทุกระดับ โดยเฉพาะเกษตรกร มีโครงการเข้าไปช่วยเหลือต่อเนื่อง แม้ตอนนี้อาจรู้สึกอึดอัด แต่เชื่อว่าทุกอย่างจะดีขึ้น ส่วนข่าวว่ามีทหารเชิญตัวนายพิชัย นริพทะพันธุ์ มาพูดคุยที่ พล.ม.2 รอ.นั้น เป็นเพียงการโทรศัพท์พูดคุยทำความเข้าใจ จากสิ่งที่นายพิชัยแสดงความคิดเห็นเท่านั้น และการห้ามพูดถึง คสช. หรือคำว่าเผด็จการเป็นเพียงขอความร่วมมืออย่าใช้คำพูดบิดเบือน ไม่สร้างความวุ่นวาย ตอนนี้ คสช.ยังไม่ได้เชิญใครไปพูดคุย แค่ขอความร่วมมือผ่านช่องทางที่สามารถติดต่อได้ เช่น โทรศัพท์ ส่วนที่มีเจ้าหน้าที่เดินทางไปบ้านนายพิชัยนั้น การพบปะขอความร่วมมือทำได้หลายช่องทาง ไม่มีอะไรนำไปสู่ความรุนแรง ไม่มีการไปบังคับหรือยับยั้งอะไรคนส.จัดหนัก “3 ปี แห่งการสูญเสีย”เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ห้องประชุมโครงการปริญญาเอก คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ท่าพระจันทร์ เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.) แถลงเนื่องในวันครบรอบ 3 ปีการรัฐประหาร คสช. ในหัวข้อ “3 ปีที่เสียของ 3 ปีแห่งการสูญเสียของสังคมไทยภายใต้ระบอบเผด็จการทหาร” โดยมีนักวิชาการฝ่ายต้าน คสช.เข้าร่วมคับคั่ง อาทิ นายอนุสรณ์ อุณโณ คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มธ. นายพิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ คณะเศรษฐศาสตร์ มธ. น.ส.ชลิตา บัณฑุวงศ์ คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) นายบัณฑิต จันทร์โรจน์กิจ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายเดชรัตน์ สุขกำเนิด คณะเศรษฐศาสตร์ มก. เป็นต้น โดย คนส.พร้อมใจแสดงเชิงสัญลักษณ์ยืนหันหลัง สื่อถึงการที่ไม่ยอมรับ คสช.ด้วยจากนั้นช่วงเย็น กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย หรือดีอาร์จี ส่วนใหญ่เป็นอดีตนักศึกษาที่เคลื่อนไหวต่อต้าน คสช. นำโดย น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว นายกรกต แสงเย็นพันธ์ รวมถึงนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว แกนนำกลุ่มพลเมืองโต้กลับ นัดหมายมวลชนมารวมตัวที่บริเวณลานโพธิ์ มธ.ท่าพระจันทร์ จัดกิจกรรมรำลึก 3 ปี รัฐประหาร พร้อมอ่านแถลงการณ์โจมตีผลงาน 3 ปีของ คสช. จากนั้นทั้งหมดร่วมกันตะโกนคำว่า “เผด็จการจงพินาศประชาธิปไตยจงเจริญ และ คสช.ออกไป” ก่อนนำเค้กที่มีรูปเรือดำน้ำ และเลข 3 ติดอยู่ มาจุดเทียนแล้วร่วมกันเป่าเค้กตัดแจกจ่ายกันรับประทาน มีเจ้าหน้าที่ทหารฝ่ายความมั่นคงบันทึกภาพไว้อย่างละเอียด“เสียสิทธิเสรีภาพ–เวลา–อนาคต”ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มนักวิชาการ คนส. ออกแถลงการณ์ระบุว่า ความสูญเสียของสังคมไทยในยุค คสช. มี 10 ด้าน คือ 1.เสียสิทธิและเสรีภาพ นับแต่รัฐประหาร ทหารเข้ามามีบทบาทสำคัญในการแทรกแซง กดดัน และจำกัดสิทธิเสรีภาพประชาชน ทั้งการแสดงความคิดเห็น การชุมนุม และการตรวจสอบความโปร่งใสของ คสช.และกองทัพ และยังจำกัดเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นทางวิชาการ พยายาม ควบคุมสื่อทางสังคม (social media) เช่น ไลน์ เฟซบุ๊ก และอื่นๆ ถึงในระดับของบทสนทนา 2.เสียเวลา เสียอนาคต คสช.กล่าวอ้างมาตลอดว่า มีเจตนารมณ์สร้างความปรองดองสมานฉันท์ แต่กลับใช้อำนาจเถื่อนโดยเฉพาะ ม.44 ข่มขู่คุกคามและจับกุมคุมขังนิสิต นักศึกษา นักวิชาการ และประชาชนที่เห็นต่างศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ถูกย่ำยีรายงาน คนส.ยังระบุอีกว่า 3.เสียโอกาสทางเศรษฐกิจ ประเทศไทยเสียโอกาสที่จะเติบโตก้าวหน้าทางเศรษฐกิจอย่างสำคัญ ช่วงปี 2557-2559 เศรษฐกิจชะลอตัวลงเหลือร้อยละ 2-3 ต่อปี 4.เสียการมีส่วนร่วมและอำนาจของประชาชน ในการพัฒนาและจัดการทรัพยากร อาทิ การออกคำสั่ง คสช. ปลดล็อกโรงไฟฟ้าขยะให้ตั้งในพื้นที่ใดก็ได้ แต่การจัดกิจกรรมรับฟังสาธารณะชุมชนที่ได้รับผลกระทบ มักถูกควบคุมโดยกำลังทหาร มีการจับกุม ข่มขู่ คุกคาม แกนนำคัดค้านต่อเนื่อง 5.เสียศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หัวหน้า คสช.ใช้คำพูดที่ดูถูกเหยียดหยามประชาชน โดยเฉพาะคนระดับล่างหรือคนยากจนตลอดเวลา ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของประชาชนคนไทยได้ถูกกระทำย่ำยี ประชาชนถูกกล่าวหาตีตรา และต้องแบกรับภาระในการแก้ปัญหาหั่นทิ้งสวัสดิการคุณภาพชีวิตรายงาน คนส.ระบุว่า 6.เสียสวัสดิการและคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะเรื่องการรักษาพยาบาล และการศึกษา 7.เสียโอกาสสร้างสันติภาพและแก้ปัญหาชายแดนใต้ 8.เสียระบบตรวจสอบการใช้งบประมาณของกองทัพ เช่น การจัดซื้อเรือดำน้ำจากจีน 3 ปีที่ผ่านมากองทัพใช้งบประมาณจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์อย่างขาดความโปร่งใสและไร้ประสิทธิภาพ ปราศจากกลไกการตรวจสอบอย่างสิ้นเชิง 9.เสียหน้าในประชาคมโลก ทำให้ประเทศถูกวิพากษ์ วิจารณ์ในเชิงลบในเวทีระหว่างประเทศ ถูกประณามจากองค์กรสิทธิระหว่างประเทศ การใช้ศาลทหารดำเนินคดีกับพลเรือน การใช้กฎอัยการศึก มาตรา 44 การใช้ ม.112 อย่างกว้างขวาง 10.เสียความทรงจำประวัติศาสตร์ มีการครอบงำความคิดคนไทย ผ่านตำราเรียนที่เขียนโดยรัฐฮิวแมนไรท์สจี้นานาชาติกดดัน คสช.สำนักข่าวเอพีรายงานว่า นายแบรด อดัมส์ ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียของกลุ่มตรวจสอบสิทธิมนุษยชน “ฮิวแมนไรท์ส วอชท์” กล่าวในวาระครบรอบ 3 ปีการทำรัฐประหารของ คสช. ว่า 3 ปีหลังการทำรัฐประหาร รัฐบาล คสช.ยังคงดำเนินคดีกับผู้วิจารณ์รัฐบาลโดยสันติ สั่งห้ามกิจกรรมทางการเมือง ตรวจสอบเซ็นเซอร์สื่อ และเข้มงวดเสรีภาพการแสดงออก จำเป็นต้องมีการเรียกร้องทั่วโลกเพื่อการปฏิรูป โดยเฉพาะการกดดันจากกลุ่มประเทศที่เป็นมิตรของไทย ถือเป็นสิ่งจำเป็นโดยเร่งด่วนเพื่อให้ยุติการกดขี่ และฟื้นคืนการเคารพสิทธิขั้นพื้นฐาน อันเป็นส่วนสำคัญสำหรับการฟื้นคืนสู่การปกครองแบบพลเรือนตามระบอบประชาธิปไตยสตง.ชี้ ทร.ซื้อเรือดำน้ำไร้มลทินที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการ สตง. แถลงผลการตรวจสอบโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำกองทัพเรือ หลังเดินทางเข้าพบ พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผบ.ทร. ว่า สตง.พิจารณาตั้งทีมพิเศษตรวจสอบ พบว่ากองทัพเรือเตรียมการจัดซื้อเรือดำน้ำมาตั้งแต่ปี 2537 แต่ไม่ได้รับการอนุมัติ มาปี 2558 เสนอของบฯอีกครั้งโดยได้รับอนุมัติงบฯ 36,000 ล้านบาท ซื้อเรือดำน้ำ 3 ลำ กระทรวงกลาโหมให้ความเห็นชอบเดือน ก.ค. 2559 และปี 2560 มีการอนุมัติงบฯ 13,500 ล้านบาท ซื้อเรือดำน้ำลำแรก เป็นงบผูกพันโดยจ่ายก้อนแรก 700 ล้านบาท ในปี 2560 และทยอยจ่ายอีกปีละ 2,000 กว่าล้านบาทจนได้รับเรือฯ และมีระบุถึงงบฯส่วนนี้ใน พ.ร.บ.งบประมาณปี 2560 แต่ไม่ได้ลงรายละเอียดเพราะเป็นเรื่องความมั่นคง ปี 2559 กองทัพเรือได้รับงบฯ 39,000 ล้านบาท ปี 2560 ได้งบฯ 41,000 ล้านบาท ดังนั้น การจัดซื้อเรือดำน้ำนี้ ไม่ทำให้งบประมาณโดยรวมของประเทศได้รับผลกระทบการันตีจีทูจีจริงไม่พบผิดปกตินายพิศิษฐ์กล่าวอีกว่า การทำสัญญานี้ กระทรวงการต่างประเทศระบุว่าไม่ใช่ลักษณะสนธิสัญญา อัยการระบุเป็นสัญญาเชิงพาณิชย์ และกฤษฎีกายืนยันว่าไม่เข้าข่ายตามรัฐธรรมนูญมาตรา 178 ที่ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา แต่มีผู้ติดใจยื่นผู้ตรวจการแผ่นดินให้ตรวจสอบ โดย สตง.เห็นว่าเป็นสัญญาเชิงพาณิชย์ที่ลงนามกับบริษัทที่เป็นตัวแทนของรัฐบาลจีน เป็นจีทูจีจริงโดยไม่มีตัวกลาง มีการรับรองจากรัฐบาลจีนที่สนับสนุนยุทธภัณฑ์หลังการซื้อ ไม่ใช่จีทูจีปลอมเหมือนโครงการรับจำนำข้าว และเป็นการเลือกซื้อจากประเทศที่เหมาะสม ทั้งคุณภาพ ราคาและข้อจำกัดงบฯ สตง.ตรวจสอบแบบจับผิดตรงตามความจริง ไม่พบสิ่งผิดปกติในการใช้งบฯ มีการตรวจสอบขั้นตอน เปรียบกองทัพเป็นรั้วสูงต้องมีลวดหนามเพิ่ม ดีกว่าไม่มี ถ้าไม่มีอาจมีคนปีนบ้านได้“เรืองไกร” ยื่น ป.ป.ช.ฟัน “อรรชกา”ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. ผ่านนายสุทธิ บุญมี ผอ.สำนักการข่าวและกิจการพิเศษ ป.ป.ช. ให้ตรวจสอบนางอรรชกา สีบุญเรือง รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กรณียื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินเป็นเท็จว่า จากการตรวจสอบการยื่นบัญชีทรัพย์สินของนางอรรชกา 3 ครั้ง คือ ตอนรับตำแหน่ง รมว.อุตสาหกรรม ตอนพ้นจากตำแหน่ง รมว.อุตสาหกรรม และรับตำแหน่ง รมว.วิทยาศาสตร์ฯ ได้แจ้งรายการเงินให้กู้ยืมแก่บริษัท รุ่งเรืองมหาเศรษฐี จำกัด จำนวน 39,333,333 บาท แต่หลังตรวจสอบข้อมูลทางบัญชีของบริษัทตั้งแต่ปี 2556-2559 กลับไม่พบว่ามีรายการขอกู้ยืมเงินจำนวนนี้ ระบุเพียงว่ามีเงินกู้ยืมจากผู้ถือหุ้น และสถาบันทางการเงินเท่านั้น บริษัทดังกล่าวมีนางชฎา สีบุญเรือง พี่สาวของนางอรรชกา เป็นกรรมการเพียงคนเดียว และเป็นผู้ถือหุ้นเกือบทั้งหมด จากจำนวน 500,000 หุ้น หุ้นละ 100 บาท ยกเว้นเพียง 2 หุ้นที่เป็นบุคคลอื่นคนละ 1 หุ้น ดังนั้นเงินกู้ยืมนี้อาจไม่มีอยู่จริง เข้าข่ายแจ้งบัญชีเท็จต่อป.ป.ช. กรณีนี้ไม่ได้ซับซ้อน ป.ป.ช.มีข้อมูลอยู่แล้ว คาดว่าจะตรวจสอบเสร็จเร็วสปท.ชงตั้งคณะ กก.บริหาร ตร.ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) มี น.ส.วลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธาน สปท.เป็นประธาน เพื่อพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เรื่องการสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในกิจการของตำรวจ มีสาระสำคัญน่าสนใจ อาทิ เสนอให้ตัดอำนาจหน้าที่การเป็นผู้ปฏิบัติงาน ผู้สนับสนุนคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ (กต.ตร.) ออก ส่วนโครงสร้างให้ปรับลดจำนวนคณะกรรมการลง ให้ยุบ กต.ตร.สถานีตำรวจ ทั้งภูธร และนครบาลทั้งหมด แล้วให้ กต.ตร.จังหวัด ตรวจสอบติดตามประเมินผลงานเอง เสนอให้ตั้ง กต.ตร.ตำรวจภูธร และ กต.ตร.ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนองค์ประกอบ กต.ตร.ให้ตัดข้าราชการตำรวจออก แล้วแต่งตั้งอดีตข้าราชการตำรวจผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นประธาน กต.ตร.ในระดับต่างๆแทน โดยให้มีข้าราชการอื่น เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมเป็นคณะกรรมการ เสนอให้ตั้ง “คณะกรรมการบริหาร” ทั้งในระดับสถานีตำรวจ ระดับกองบังคับการตำรวจนครบาลพื้นที่ ตำรวจภูธรจังหวัด ระดับกองบัญชาการตำรวจนครบาล กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1-9 และศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ คอยกำหนดนโยบาย สนับสนุนงบประมาณ ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา รักษาความสงบเรียบร้อย ที่ประชุม สปท.มีมติเห็นชอบรายงานดังกล่าวด้วยคะแนน 140 ต่อ 3 เสียง งดออกเสียง 7 และให้เสนอไปยัง ครม.ต่อไป“วีระ” จี้พักงาน “ศรีวราห์” ปมที่ดินอีกเรื่อง นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่าย ประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.) เข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เรียกร้องให้ สั่งพักราชการ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. กรณีสร้างถนนทับคลองสาธารณะที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา หลังพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ได้ดำเนินคดีแล้ว จึงขอให้มีคำสั่งให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์พ้นจากหน้าที่ หรือพักราชการไว้ก่อนเพื่อความโปร่งใสในการตรวจสอบ ส่วนที่อ้างเอกสารขออนุญาตก่อสร้างจาก อบต.ปากช่อง ถูกกฎหมายนั้น ยืนยันว่าไม่ใช่อำนาจของ อบต.ที่จะออกเอกสารนั้น แต่เป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด กรณีนี้เคยมีคำสั่งพิพากษาศาลฎีกาที่ 603/2558 จำคุก พล.ต.ต.วิสุทธิ์ วาณิชบุตร อดีตรองผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี ในข้อหาลักษณะนี้มาแล้วด้าน พล.ต.ท.ทรงพล วัธนะชัย ผบก.น.6 ในฐานะรองโฆษก ตร. กล่าวว่า ยืนยันว่ายังไม่มีการดำเนินคดีกับ พล.ต.อ.ศรีวราห์ แต่อย่างใด เพราะอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีมูลหรือไม่