“ณัฐพงษ์” โอ่อภิปรายถล่มงบฯปี 70 แรงดีไม่มีตก เน้นทีมชำแหละคุณภาพล็อกเป้าขย่มต่องบฯ 1.6 พันล้าน ปั้นโครงการ TH-AI Passport ลาก ปมทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นขึ้นเขียง “มาร์ค” ส่ง 12 ขุนพลร่วมวงขยี้เน้นๆ งบฯตระกูล AI และเทคโนโลยี “วรศิษฎ์” ปัดศึกในค่ายสีน้ำเงิน แจงยิบ “เนวิน-อนุทิน” ไม่มีงัดข้อเปิดศึกทึ้งเก้าอี้ปลัด มท. อ้าง ภท.เป็นครอบครัว กินข้าวรวมกันทีเป็นร้อยคน ไม่มีกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ “ทักษิณ” บอกไม่เคลื่อนไหวการเมืองแล้ว แต่ยังห่วงชาวบ้าน ติดตามสถานการณ์บ้านเมือง เศรษฐกิจปากท้อง เห็นใจรัฐบาลให้กำลังใจแก้ปัญหายากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจําปี 2570 วันที่ 29 มิ.ย.-1 ก.ค. โดยพรรคฝ่ายค้านเตรียม สส.ร่วมอภิปรายอย่างเต็มที่ ขณะที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ยืนยันเป็นการอภิปรายที่มีคุณภาพเนื้อหาเข้มข้น โดยเฉพาะโครงการ TH-AI Passport รวมทั้งปัญหาการทุจริตในการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น จะถูกหยิบยกมาอภิปรายด้วย“เท้ง” โอ่อภิปรายงบฯปี 70 แรงไม่ตกเมื่อวันที่ 28 มิ.ย. ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 8 แขวงบางเชือกหนัง เขตตลิ่งชัน กทม. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจําปี 2570 วันที่ 29 มิ.ย.-1 ก.ค.ว่า เตรียมผู้อภิปรายไว้ประมาณ 30 คน มีเนื้อหาครอบคลุมทั้งหมด เชื่อว่าจะเป็นการอภิปรายคุณภาพอีกหนึ่งครั้ง ไม่ตกแน่นอน เชิญชวนทุกคนหลังการเลือกตั้งต่อเนื่องอีก 3 วัน ให้มาติดตามการอภิปราย เมื่อถามถึงโครงการ TH-AI Passport จะเน้นย้ำด้วยหรือไม่ นายณัฐพงษ์ตอบว่า ถ้าดูตามร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 2570 ที่อยู่ในตัวเล่ม รัฐบาลยอมปรับเปลี่ยนออกไปบ้างแล้ว แต่ส่วนที่สำคัญ 1,600 ล้านบาทจากกองทุนดีอี ยังไม่ได้รับความชัดเจนว่าจะยกเลิกสัญญา เพื่อเปิดประมูลใหม่หรือไม่ อย่างไร เราจะติดตามต่อเนื่อง ยืนยันว่าใน กมธ.กฎหมายฯและ กมธ.ติดตามงบฯทำเรื่องส่งไปยังหน่วยงานของรัฐที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม ป.ป.ช.อาจเป็นช่องทางหนึ่ง แต่ยังมีช่องทางอื่นด้วย ขอติดตามกันเพื่อทําให้งบฯ 1,600 ล้านบาทถูกใช้คุ้มค่ามากที่สุด ส่วนการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ฝ่ายค้านเตรียมนำมาอภิปราย ขอให้ติดตามรายละเอียดในการอภิปรายงบฯ ขอให้ติดตามการอภิปรายดีกว่ามีทุกกระทรวงแน่นอน ปชป.ส่ง 12 ขุนพลร่วมวงชำแหละเมื่อเวลา 09.15 น. ที่โรงเรียนสวัสดีวิทยา เขตวัฒนา กรุงเทพฯ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า พรรคปชป.เตรียมผู้อภิปรายไว้ราว 10-12 คน โดยจะเน้นอภิปรายในภาพรวมของงบฯและโครงสร้างงบฯโดยรวม ปัจจุบันงบฯการลงทุนยังต้องมาจากการกู้เงิน และภาษีที่เก็บเป็นรายได้ของรัฐ เพียงแค่ใช้จ่ายงบฯประจำและการใช้หนี้ก็หมดแล้ว ในอนาคตจึงจำเป็นต้องมีการปรับโครงสร้างงบฯ ในร่างงบฯปี 2570 ฉบับนี้ยังไม่เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงทิศทางการจัดทำงบฯ ทั้งที่การจัดทำงบฯควรเป็นไปตามความจำเป็นของประเทศ จึงควรต้องปรับเปลี่ยนหลายอย่าง แต่ยังไม่เห็นการจัดทำงบฯให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงล็อกเป้าขย่มงบฯ AI–เทคโนโลยี“สส.ของพรรค ปชป.จะอภิปรายเจาะรายละเอียดในบางงบฯ อาทิ การแก้ไขปัญหายาเสพติดและการศึกษา อยากตั้งข้อสงสัยว่าในบางโครงการของงบฯยังเป็นที่น่าสงสัย เพราะหน่วยงานที่ของบฯมักนำคำว่า AI และเทคโนโลยีมาอ้าง แต่ประเทศยังไม่ได้รับประโยชน์เท่าที่ควร ช่วงบ่ายวันที่ 28 มิ.ย.พรรคนัดประชุม สส.เตรียมความพร้อมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 2570 อย่างเข้มข้น” นายอภิสิทธิ์กล่าวภท.ประชุม สส.ตั้งการ์ดรับมือเมื่อเวลา 14.00 น. ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้มีการประชุมกรรมการบริหารพรรคและ สส.เพื่อเตรียมพร้อมการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ที่จะเข้าสภาฯ วาระแรกในวันที่ 29 มิ.ย.จากนั้นเวลา 15.00 น. มีการประชุมรัฐมนตรีของพรรค ภท. อาทิ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย รวมถึง รมต.ประจำสำนักนายกฯ นางสุขสมรวย วันทนียกุล นายนภินทร ศรีสรรพางค์ และ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี เข้าร่วม“วรศิษฎ์” เคลียร์ปมขัดแย้งค่ายน้ำเงินวันเดียวกัน นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย กรรมการบริหารพรรค ภท. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเป็นรัฐมนตรี “ก๊วนลูกเทพ” กำกับดูแลกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น พยายามโชว์ฝีมือการ บริหารงาน แต่มาเจอปัญหาการทุจริตสอบเข้าระดับท้องถิ่นว่า เป็นงานที่ต้องรับผิดชอบจะไปท้อได้อย่างไร เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น ในฐานะกำกับดูแลต้องสืบสวนข้อเท็จจริง ใครมีส่วนเกี่ยวข้อง มอบนโยบายทำงานชัดเจนว่าต้องทำถูกต้องตามกฎหมาย ระเบียบและสังคมทุกมิติ เมื่อถามว่าตั้งแต่เหตุการณ์ปราบมาเฟีย จ.ภูเก็ต และปัญหาทุจริตสอบ ถูกต้องข้อสังเกตเป็นความขัดแย้งระหว่างคนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย กับนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม นายวรศิษฎ์ตอบว่า ไม่เกี่ยวกัน วันนี้นายกฯมอบนโยบายชัดเจน ยกตัวอย่าง จ.ภูเก็ต เราทำงานบนข้อเท็จจริง โยกย้ายที่เกิดขึ้นมีปลัดจังหวัด นายอำเภอ 4-5 คน ที่ผู้บริหารกรมการปกครองย้ายมาช่วยราชการ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง เมื่อตรวจสอบเสร็จไม่พบอะไรก็ว่ากันไป มันจะมีประเด็นอะไรแจงยิบ “เนวิน–อนุทิน” ไม่มีงัดข้อเมื่อถามว่ามีกระแสข่าวที่นายเนวิน ชิดชอบ ผู้มีบทบาทในพรรค ภท.ต้องการผลักดันอธิบดีกรมการปกครองขึ้นเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย และอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นคนใกล้ชิดนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม โดนเด้ง เหมือนเล่นเกมภายในพรรค ภท. นายวรศิษฎ์ตอบว่า ไม่มีอะไร ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่านายเนวินต้องการผลักดันอธิบดีกรมการปกครองขึ้นเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย แต่ รมว.มหาดไทยยังต้องการให้เป็นปลัดกระทรวงมหาดไทยคนเดิมอยู่ และที่อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นโดนเด้ง ถูกมองเป็นการประลองกำลังกันภายในพรรค ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายวรศิษฎ์ตอบว่า มันไม่ใช่ จริงๆการตัดสินใจบริหารราชการเป็นอำนาจหน้าที่ของนายกฯ ในส่วนของคนอื่นที่เข้ามาเกี่ยวข้องหรือเข้ามาแทรกแซง นายกฯไม่ปล่อยให้เป็นแบบนั้นอยู่แล้วโบ้ยศึกในชิงเก้าอี้ปลัดมหาดไทยเมื่อถามว่าภาพที่ออกมานายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง มาจาก จ.บุรีรัมย์ นายวรศิษฎ์ตอบว่า นายกฯก็มาจากบุรีรัมย์ มีบ้านอยู่บุรีรัมย์ มันไม่ใช่เงื่อนไข ทุกคนเลือกที่มาของตัวเองไม่ได้ มันอยู่ที่ความเหมาะสม อยู่ที่การทำงานมากกว่า การตั้งอธิบดีเป็นอำนาจปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่คนมองแบบนั้น เป็นเรื่องปกติในโลกของการเมือง มีเรื่องลักษณะแบบนี้เกิดขึ้นอยู่แล้ว แต่แค่งานที่รับผิดชอบอยู่ ไม่ได้คิดอย่างอื่นอยู่แล้ว เมื่อถามว่าตกลงภายในพรรค ภท.มีความขัดแย้งกันตามที่เป็นกระแสข่าวอย่างไร นายวรศิษฎ์ตอบว่า พรรคนี้มีความเป็นครอบครัว ไม่มีกลุ่มนั้น ไม่มีกลุ่มนี้ ขนาดกินข้าวบางที่เป็นร้อยคนก็มี ถ้าแตกแยกคงไม่เห็นบรรยากาศแบบนี้เมินแรงกดดัน รมต.ก๊วนลูกเทพเมื่อถามถึงกรณีนายกฯวางเคพีไอ ประเมินผลงานรัฐมนตรี นายวรศิษฎ์ตอบว่า ไม่ต้องตั้งเคพีไอคนที่เข้ามาทำงานต้องรู้ตัวเองว่าเข้ามาแล้วเป็นประโยชน์หรือไม่ ถ้าตัวเองไม่เป็นประโยชน์ ไม่ต้องรอเคพีไอควรพิจารณาตัวเอง สิ่งที่อยากทำมีหลายเรื่องในเชิงนโยบาย แต่ขณะนี้มี 2 เรื่องใหญ่ที่ต้องทำให้ดีที่สุดก่อน ทั้งกรณีที่ จ.ภูเก็ตและกำลังตรวจสอบการสอบระดับท้องถิ่น เมื่อถามว่าเป็นก๊วนลูกเทพอยู่ ต้องทำอะไรที่เพื่อเป็นการพิสูจน์ตัวเองบ้าง นายวรศิษฎ์ตอบว่า ไม่ต้องแสดง ไม่ว่าเป็น รมต.ลูกเทพ ไม่ใช่ลูกเทพ หรือลูกใคร รมต.ทุกคนต้องทำงานให้เต็มที่ รมต.ถูกกดดันทุกคนก.ค.–ส.ค.ดึงค่าไฟสาธารณะพ้นบิลเมื่อเวลา 14.30 น. ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน กล่าวถึงความคืบหน้าแยกค่าไฟสาธารณะออกจากบิลค่าไฟประชาชนว่า ส่วนที่ถูกผลักไปในบิลค่าไฟจะต้องแยกออกมา ทุกหน่วยงานยินดีที่จะรับผิดชอบร่วมกันเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ไม่นำเงินค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไปซ่อนอยู่ในบิลค่าไฟของประชาชน โดยตนเตรียมประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.)โดยเร็วที่สุด แยกบัญชีออกมาก่อน จะทำให้ค่าไฟลดลงและใช้กลไก กพช.ไปกำหนดอัตราค่าไฟใหม่ จากนั้นดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ โดยจะดึงค่าไฟสาธารณะออกจากบิลค่าไฟประชาชนเร็วที่สุด เข้าใจว่าการประชุม กพช.นัดต่อไปเดือน ก.ค.เสร็จแล้วจะนำเข้าสู่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน จะพยายามทำให้เสร็จ ในการคำนวณรอบไฟใหม่ ช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค.ก็น่าจะเห็นผลรอถก “เอกนิติ” ก่อนชงนายกฯนายเอกนัฏกล่าวว่า เมื่อดึงไฟฐานออกมา เรามีความตั้งใจว่าจะนำไปใช้ในส่วนที่จำเป็นเร่งด่วนก่อน ที่จำเป็นต้องใช้มากที่สุดคือบ้านอยู่อาศัย ตนคิดว่าตรงกับนโยบายที่จะลดค่าไฟของประชาชนลงมาให้เหลือ 3 บาท โดยไม่ต้องให้ประชาชนมาแบก ส่วนนี้เราสามารถทำได้เลยทันทีที่ดึงออกมา จะทำให้ค่าไฟลดลง ต้องนำเข้าสู่ที่ประชุม กพช.และคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) นี่คือการลดค่าไฟลงโดยไม่ได้ผลักภาระให้ใคร แต่ต้องจัดการให้ระบบมีประสิทธิภาพ และเป็นธรรมกับทุกฝ่ายด้านนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช. มหาดไทย กล่าวว่า ต้องการหาสมการที่ประชาชนไม่ต้องแบกรับภาระค่าไฟและต้องมีหน่วยงานมาแบกรับค่าใช้จ่ายตรงนี้ ค่าไฟสาธารณะ 1 ปี มีมูลค่าเกือบ 20,000ล้านบาท ซึ่งตอนนี้ได้สมการพอสมควรแล้ว แต่ต้องขอหารือกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง เพราะบางส่วนเกี่ยวกับกระทรวงการคลัง จากนั้นจะหารือกับนายกฯ และจะเป็นขั้นตอนตามกฎหมายต่อไป“ทักษิณ” บอกไม่เคลื่อนไหวการเมืองเมื่อเวลา 10.00 น. ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 14 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 69 แขวงบางพลัด เขตบางพลัด กทม.นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงบรรยากาศการเมืองขณะนี้ว่า อยากให้ทุกคนสามัคคีกัน บ้านเมืองเราต้องการความสามัคคี เพราะปัญหามันยาก ปัญหาของเราเองก็ยาก และยังมีปัจจัยภายนอกเข้ามา วันนี้ทุกคนต้องสามัคคี รักและให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เมื่อถามว่าหลังจากนี้จะมีโอกาสเห็นออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้มีกระแสว่าจะวางมือทางการเมืองแล้ว นายทักษิณกล่าวว่า ตนไม่เคลื่อนไหวอยู่แล้ว มาทำหน้าที่พลเมือง ไม่ได้ทำหน้าที่นักการเมืองเห็นใจให้กำลังใจ รบ.แก้ปัญหายากนายทักษิณกล่าวว่า หลังเลือกตั้งแล้วก็ไปอยู่กับครอบครัวลูกๆ เพราะอาทิตย์หน้าจะเดินทางไปแล้ว เมื่อถามว่าไปรอบนี้จะไปพักผ่อนนานหรือไม่ นายทักษิณกล่าวว่า ไปเยี่ยมเพื่อนฝูง วันที่ออกจากเรือนจำ เพื่อนที่ต่างประเทศก็โทร.มาแสดงความยินดี เราก็ควรจะไปเยี่ยมเยียนเขา เพื่อขอบคุณน้ำใจเขา ส่วนเรื่องสุขภาพร่างกายตอนนี้ก็ 77 ปีแล้ว ไหวแบบคน 77 ปี เมื่อถามว่าวันนี้วางมือแล้วยังติดตามสถานการณ์การเมืองใช่หรือไม่ นายทักษิณกล่าวว่า แล้วแต่จะวางตรงไหน ยอมรับว่ายังติดตามสถานการณ์บ้านเมือง เศรษฐกิจปากท้อง จริงๆแล้วก็เป็นห่วงชาวบ้าน เพราะหนี้ครัวเรือนสูง หนี้ประเทศก็สูง การจะช่วยประชาชน ก็เห็นใจรัฐบาล เพราะเป็นเรื่องยาก เห็นใจและให้กำลังใจทุกคน“แพทองธาร” โพสต์ภาพครอบครัวต่อมา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์ภาพผ่านอินสตาแกรม เป็นภาพถ่ายร่วมกับสมาชิกในครอบครัวชินวัตร โดยนายทักษิณ คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ มารดา นายพานทองแท้ ชินวัตร พี่ชาย และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ พี่สาว บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น ระบุข้อความว่าใช้สิทธิ เลือกตั้งแล้วล่ะ พร้อมติดแฮชแท็กผู้ว่าฯ กทม.กห.โยน กต. “ฮุน มาเนต” เยือนจีนที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เดินทางไปเยือนสาธารณรัฐ ประชาชนจีน เพื่อกระชับความสัมพันธ์ว่า ให้นาย สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและ รมว. ต่างประเทศ เป็นผู้ชี้แจงรายละเอียดด้านนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงความคืบหน้าการเจรจาภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) ในประเด็นพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทยกับกัมพูชาว่า ต้องหาผู้ประนอมคนที่ 5 เมื่อหาได้แล้ว น่าจะนัดประชุมกัน มีกรอบระยะเวลา 30 วัน และเมื่อหาตัวประธานได้แล้วจะนัดหารือกันอีกครั้งอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่