ศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบน็อกเอาต์ 3 คู่ 3 สนาม “บราซิล” แชมป์โลก 5 สมัย ฟัดกับ “ญี่ปุ่น” คู่นี้ใส่กันยับแน่ “เยอรมนี” แชมป์โลก 4 สมัยเจอกับ “ปารากวัย” ใครพลาดแพ็กกระเป๋ากลับบ้าน “เนเธอร์แลนด์” ปะทะ “โมร็อกโก” ทั้งคู่จัดชุดใหญ่ฟาดฟันชิงตั๋วเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ส่วนผลการแข่งขัน “สิงโตคำราม” อังกฤษ คืนฟอร์มไล่อัดปานามา 2-0 ทะลุเข้ารอบน็อกเอาต์ไปเจอ ดีอาร์ คองโก ส่วนโครเอเชีย ทุบกานา 2-1 ทะยานเข้ารอบดวลกับโปรตุเกส ที่ฟอร์มฝืดทำได้แค่เสมอ โคลอมเบีย 0-0 ด้านโคลอมเบียเข้าไปเจอกานา ขณะที่อาร์เจนตินาโชว์ฟอร์มฮอตต่อเนื่องไล่อัด จอร์แดน 3-1 ไปเจอกับหมู่เกาะเคปเวิร์ด “ลิโอเนล เมสซี” กองหน้าจอมเก๋าสร้างสถิติใหม่เป็นนักเตะคนแรกที่ยิงประตูใน “บอลโลกรอบสุดท้าย” ได้ 7 นัดติดต่อกัน ด้านออสเตรียเสมอแอลจีเรียกอดคอกันเข้ารอบ 32 ทีม ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 28 มิ.ย.ว่า โปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบสุดท้าย เริ่มเข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อทุกทีมก้าวเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้าย หรือรอบน็อกเอาต์ ใครแพ้ตกรอบเก็บกระเป๋ากลับบ้านทันที ใครชนะจะผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายต่อไป วันนี้มีฟาดแข้งกัน 3 คู่ 3 สนามด้วยกัน ไฮไลต์อยู่ที่ “แซมบ้า” บราซิล อดีตแชมป์โลก 5 สมัย และจ่าฝูงกลุ่มซี พบกับ “ซามูไร” ญี่ปุ่น ยักษ์ใหญ่จากเอเชียและรองจ่าฝูง กลุ่มเอฟ ฟาดแข้งกันที่ฮิวส์ตัน สเตเดียม รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา เที่ยง 29 มิ.ย.ตามเวลาท้องถิ่น ตรงกับไทยเที่ยงคืน 30 มิ.ย. ช่องโมโนแม็กซ์ยิงสดคาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือชาวอิตาเลียนของบราซิล ยังคงไม่ได้ใช้งานราฟินญา ที่กำลังเร่งฟื้นอาการ บาดเจ็บ ส่วนตำแหน่งอื่นๆไม่มีปัญหาแต่อย่างใด จะยึดผู้เล่นจากเกมโค่นสกอตแลนด์ 3-0 ลงสนาม แนวรับวางดานิโอล, มาร์กินญอส, กาเบรียล มากัลเญส, ดักลาส ซานโตส ยืนเป็นแผงแบ็กโฟร์ คาเซมิโร กองกลางจอมเก๋าคุมเกมกลางสนามร่วมกับลูกัสปาเกตา, บรูโน กิมาไรส์ แดนหน้าวางวินิซิอุส จูเนียร์ ซุปเปอร์สตาร์คนสำคัญที่กดไปแล้ว 3 เม็ดในทัวร์ นาเมนต์นี้ ผนึกกำลังรายาน, มาเตอุส กุนญา ยืนเป็น 3 ประสานแดนหน้าล่าตาข่ายฮาจิเมะ โมริยาสุ เทรนเนอร์ทีมชาติญี่ปุ่น ต้องลุ้นอาการบาดเจ็บของทาเคฮิโร คูโบะ แนวรุกจนถึงวินาทีสุดท้าย หลังเจ้าตัวยังแยกซ้อมเดี่ยว ส่วนตำแหน่งอื่นๆจะยึดผู้เล่นจากเกมเสมอสวีเดน 1-1 เป็นแกนหลัก แนวรับวางอายูมุ เซโกะ, โก อิตาคูระ และฮิโรกิ อิโต ยืนเป็น 3 เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ไคจิ คามาดะ, อาโอ ทานากะ คุมจังหวะเกมกลางสนาม แดนหน้าวางไดเซน มาเอดะ, อายาเซะ อูเอดะ และริสึ โดอัน ผนึกกำลังกะซวกประตูคู่ต่อสู้เกมนี้บราซิลชื่อชั้นเหนือกว่าหลายช่วงตัวก็จริง แต่ญี่ปุ่นชุดนี้ไม่ธรรมดา ส่วนใหญ่เล่นในยุโรป มีทักษะ และความแข็งแกร่ง รูปเกม “แซมบ้า” จะเป็นฝ่ายเดินเกมรุกกดดันเข้าใส่ตั้งแต่ต้นเกม แต่ไม่ง่ายจะทะลวง แนวรับ “ซามูไร” ที่ขึ้นชื่อว่าแกร่งพอตัวได้ยาก เท่านั้นยังไม่พอแข้งแดนปลาดิบยังมีจังหวะโต้กลับเร็วที่ค่อนข้างเด็ดและอันตราย หากทัพ “เซเลเซา” บุกเพลินๆไม่ระวังมีโอกาสร่วงตกรอบได้เช่นกัน ดูแล้วคู่นี้มีโอกาสไม่น่าจะจบใน 90 นาทีคู่ที่สองของวัน “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี อดีต แชมป์โลก 4 สมัย และแชมป์กลุ่มอี ดวลกับ “ลา อัล บิโรฮา” ปารากวัย จากอเมริกาใต้ อันดับ 2 กลุ่มดี เกมนี้ฟาดแข้งกันที่บอสตัน สเตเดียม รัฐแมสซาชูเสตต์ สหรัฐอเมริกา 29 มิ.ย. เวลา 16.30 น.ตามเวลาท้องถิ่น ตรงกับเมืองไทย 30 มิ.ย. เวลา 03.30 น. ช่องโมโนแม็กซ์ถ่ายทอดสดความพร้อมของทั้งสองทีม ฮูเลียน นาเกลส์มันน์ เทรนเนอร์ทีมชาติเยอรมนี ยังคงไม่มีนิโก ชล็อคเตอร์เบค ที่เจ็บหัวเข่า จะยึดผู้เล่นหน้าเดิมๆจากเกมแพ้เอกวาดอร์ 1-2 ลงสนาม แนวรับวางอันโตนิโอ รูดิเกอร์, โจนาธาน ทาห์ ยืนเป็นคู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ จามาล มูเซียลา ผนึกกำลังฟลอเรียน เวียร์ตซ์, ลีรอย ซาเน ปั้นเกมรุก แดนหน้าวางไค ฮาเวิร์ตซ์ ลงยืนหน้าเป้า ส่วนกุสตาโว อัลฟาโร เทรนเนอร์ปารากวัย จะไม่มีดิเอโก โกเมซ ที่ติดโทษแบนหลังสะสมใบเหลืองครบ 2 ใบ เกมนี้จะได้มิเกล อัลมิรอน แนวรุกตัวเก่งพ้นโทษแบนกลับมาผนึกกำลังกับฮูลิโอ เอ็นซิโซ ร่วมกับดิเอโก โกเมซ ปั้นเกมรุกอีกครั้ง แดนหน้าวางกาเบรียล อาวาลอส ลงยืนหน้าเป้าคู่สุดท้ายของวัน “กังหันลมสีส้ม” เนเธอร์แลนด์ ยักษ์ใหญ่จากยุโรปและแชมป์กลุ่มเอฟ พบกับ “อินทรีแห่งคาร์เธจ” โมร็อกโก แชมป์ทวีปแอฟริกาและอันดับ 2 กลุ่มซี ฟาดแข้งกันที่มอนเตอร์เรย์ สเตเดียม มอนเตอร์เรย์ เม็กซิโก 29 มิ.ย.เวลา 19.00 น. ตามเวลา ท้องถิ่น ตรงกับเมืองไทย 30 มิ.ย. เวลา 08.00 น. ช่องโมโนแม็กซ์ถ่ายทอดสดความพร้อมของทั้งสองทีม โรนัลด์ คูมัน กุนซือ ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ไม่มีปัญหาในการจัดทัพจะยึดผู้เล่นจากเกมโค่นตูนิเซีย 3-1 ลงวาดลวดลาย แนวรับวางเวอร์จิล ฟาน ไดก์, แยน ปอล ฟาน เฮคเก ยืนเป็นคู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ เฟรงกี เดอ ยอง บัญชาเกมกลางสนาม แดนหน้าวางไบรอัน บร็อบบีย์ ที่กดไป 3 ประตูในบอลโลกหนนี้ ผนึกกำลังดอนเยลล์ มาเลน และโคดี กักโป ลงล่าตาข่าย ด้านโมฮัมเหม็ด อูอาห์บี เฮดโค้ชทีมชาติโมร็อกโก จะยึดผู้เล่นจากเกมโค่น เฮติ 4-2 แนวรับมีอัชราฟ ฮาคิมี กัปตันทีมบัญชาแผงหลังเช่นเคย บราฮิม ดิอาซ ผนึกกำลังอิสมาแอล ไซบารี, บิลลาล เอล คลานุส ปั้นเกมรุก แดนหน้าวางอายุบ อัล คาบี ลงยืนหน้าเป้าขณะที่ผลการแข่งขันศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบแรกนัดสุดท้าย ช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย. กลุ่มแอล “สิงโตคำราม” อังกฤษ คืนฟอร์มเก่งไล่อัด ปานามา ไป 2-0 ได้ประตูจากจู๊ด เบลลิงแฮม นาที ที่ 62 และแฮร์รี เคน นาทีที่ 67 จากชัยชนะในเกมนี้ทำให้อังกฤษเก็บเพิ่มเป็น 7 คะแนน จาก 3 นัดครองตำแหน่งจ่าฝูง ส่วนปานามาแพ้รวด 3 นัดไม่มีแต้ม รั้งบ๊วยของตารางอีกคู่ในกลุ่มเดียวกัน “ตาหมากรุก” โครเอเชีย บดเอาชนะ “ดาวดำ” กานา ไปหวุดหวิด 2-1 โครแอต ได้ประตูจากปีตาร์ ซูซิช นาทีที่ 31 และนิโกลา วลาซิช นาทีที่ 83 ส่วนกานาตีไข่แตกได้จากเดอร์ริค ลุชคาสเซน นาทีที่ 73 จากชัยชนะในเกมนี้ทำให้ โครเอเชีย มี 6 แต้ม จาก 3 นัด รั้งอันดับ 2 ส่วน กานามี 4 แต้มรั้งอันดับ 3สรุปสถานการณ์ในกลุ่มแอล อังกฤษคว้าแชมป์กลุ่มมาครอง ผ่านเข้ารอบไปเจอกับดีอาร์ คองโก ในวันที่ 1 ก.ค.นี้ ส่วนโครเอเชียรองจ่าฝูงไปเจอกับ “ฝอยทอง” โปรตุเกส วันที่ 2 ก.ค. ส่วนกานาที่คว้าอันดับ 3 ที่ดีที่สุดทะลุไปเจอโคลอมเบีย ในวันที่ 3 ก.ค.ด้านกลุ่มเค “ฝอยทอง” โปรตุเกสฟอร์มฝืดทำได้แค่เสมอกับโคลอมเบียไป 0-0 จากผลเสมอในเกมนี้ทำให้โคลอมเบียมี 7 คะแนน จาก 3 นัดคว้าแชมป์กลุ่ม ส่วนโปรตุเกสมี 5 คะแนน จาก 3 นัด หล่นมารั้งอันดับ 2อีกคู่ในกลุ่มนี้ ดีอาร์ คองโก ระเบิดฟอร์มเก่งไล่ถล่มอุซเบกิสถาน ไป 3-1 อุซเบฯออกนำไปก่อนจากเอลดอร์ ซูมูโรดอฟ นาทีที่ 10 แต่ดีอาร์ คองโก กลับมายิง 3 ประตูรวด จากโยอัน วีซา นาทีที่ 68, 90 (+1) และฟิสตัน มาเยเล นาทีที่ 78 จากชัยชนะในเกมนี้ทำให้ทีมแกร่งจากแอฟริกาเก็บเพิ่มมี 4 คะแนนจาก 3 นัด รั้งอันดับ 3 ส่วนอุซเบกิสถาน แพ้รวด 3 นัด รั้งบ๊วยของตารางสรุปสถานการณ์ในกลุ่มเค โคลอมเบียคว้าแชมป์กลุ่มผ่านเข้าไปเจอกับกานา ในวันที่ 3 ก.ค. ส่วนอันดับ 2 ได้แก่ โปรตุเกสผ่านเข้าไปเจอกับ โครเอเชีย วันที่ 2 ก.ค. และดีอาร์ คองโก ทีมอันดับ3 คว้าโควตาอันดับ 3 ที่ดีที่สุดเป็นทีมสุดท้ายผ่านเข้ารอบ 32 ทีมไปเจอกับอังกฤษ ในวันที่ 1 ก.ค.ขณะที่กลุ่มเจ “ฟ้า-ขาว” อาร์เจนตินา ฟอร์มร้อนแรงต่อเนื่องไล่ถล่มจอร์แดนไป 3-1 แชมป์เก่าได้ประตูจากจิโอวานนี โล เชลโซ นาทีที่ 19, เลาตาโร มาร์ติเนซ นาทีที่ 31 และลิโอเนล เมสซี นาทีที่80 ส่วนจอร์แดนตีไข่แตกได้จากมูซา อัลตามาริ นาทีที่55 จากชัยชนะในเกมนี้ทำให้อาร์เจนตินาเก็บชัยชนะ 3 นัดรวด มี 9 แต้มเต็มคว้าแชมป์กลุ่มไปครอง ส่วนจอร์แดนแพ้รวดไม่มีแต้มรั้งบ๊วยของกลุ่มจากประตูของเมสซีในเกมดังกล่าวทำให้กองหน้าวัย 39 ปี กลายเป็นคนแรกยิงประตูใน “เวิลด์ คัพ” รอบสุดท้าย 7 นัดติดต่อกัน พร้อมขยับสถิติยิงสูงสุดตลอดในกาลในบอลโลกเพิ่มเป็น 19 ประตูด้วยกัน และอดีตดาวยิงบาร์เซโลนา กดไปแล้ว 6 ลูกนำดาวซัลโว “เวิลด์ คัพ 2026” อยู่ในตอนนี้อีกคู่ในกลุ่มนี้ออสเตรียเสมอกับแอลจีเรีย ไป 3-3 แบ่งกันไปทีมละแต้ม ทำให้ทั้งคู่มี 4 แต้ม จาก 3 นัดเท่ากัน แต่ลูกได้เสียออสเตรียดีกว่ารั้งอันดับ 2 ส่วนแอลจีเรียรั้งอันดับ 3สรุปสถานการณ์ในกลุ่มเจ อาร์เจนตินาเข้าไปยืนรอก่อนหน้านี้แล้วเจอกับหมู่เกาะเคปเวิร์ด ในวันที่ 3 ก.ค. ส่วนออสเตรียเข้าไปเจอของแข็งอย่าง “กระทิงดุ” สเปน ด้านแอลจีเรียที่ได้โควตาอันดับ 3 ที่ดีที่สุดเป็นทีมสุดท้ายผ่านเข้ารอบ 32 ทีมไปเจอกับสวิตเซอร์แลนด์ ทั้งสองคู่เตะในวันที่ 2 ก.ค.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่