ประเด็นค่าไฟแฝง กำลังเขย่าอารมณ์ร่วมสังคม เพราะความรู้สึกประชาชนเหมือนถูกมัดมือชก ต้องร่วมจ่ายค่าไฟฟ้าให้พื้นที่สาธารณะ เช่น ไฟส่องสว่างตามถนนทางหลวง ไฟส่องทางตามชุมชน ที่ถูกนำมาเฉลี่ยรวมไว้ในค่าไฟฐานในบิลค่า ไฟของผู้ใช้ไฟฟ้าทุกคนในประเทศ ให้แบกภาระต้องร่วมจ่ายแทนหน่วยงานภาครัฐเป็นการโยนภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชน ต้องจ่ายค่าไฟฟ้าแบบซ้ำซ้อน เป็นค่าไฟแฝงที่ประชาชนต้องจ่ายมายาวนานกว่า 39 ปี โดยไม่มีใครรู้ตัวมาก่อน จนกระทั่งมีผู้จุดประเด็นดังกล่าวในโลกโซเชียล และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ออกมายอมรับด้วยตัวเองว่ามีระบบต้นทุนแฝงค่าไฟจริง ทำกันมาหลายสิบปีที่มาค่าไฟสาธารณะมาจากมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ปี 2530 ที่กำหนดให้การไฟฟ้ายกเว้นเก็บค่าไฟสาธารณะจากหน่วยงานรัฐและท้องถิ่น แลกกับการที่หน่วยงานภาครัฐไม่เรียกเก็บค่าเช่าพื้นที่ในการติดตั้งเสาไฟฟ้า แต่ค่าไฟฟรีที่ท้องถิ่นใช้ไปถูกนำไปซ่อนอยู่ในบิลค่าไฟที่เก็บจากประชาชนทุกเดือนจากเดิม ปี 2530 ท้องถิ่นยังมีงบประมาณน้อย การให้โควตาใช้ไฟฟรี จึงเป็นการช่วยกระจายความเจริญ แต่ในปัจจุบันท้องถิ่น ทั้งระดับ อบต. อบจ. เทศบาล มีการจัดเก็บภาษี มีงบประมาณเป็นของตัวเองแล้ว ดังนั้นท้องถิ่นจึงควรรับผิดชอบ จ่ายค่าไฟของตัวเอง มากกว่าผลักภาระเป็นค่าไฟแฝงให้ประชาชนเป็นผู้จ่ายแทนมีการประเมินว่า ต้นทุนปัจจุบันของค่าไฟสาธารณะที่ท้องถิ่นใช้ไป เป็นเม็ดเงินถึงปีละ 20,000 ล้านบาท เนื่องจากปัจจุบันเมืองขยายตัว มีการติดไฟถนนเพิ่มขึ้นมากมาย ซึ่งถูกนำมาหารเฉลี่ยให้ผู้ใช้ไฟฟ้าตามบ้านเรือนจ่ายค่าไฟแฝงเพิ่มขึ้นเดือนละประมาณ 10สตางค์ต่อหน่วย ในยุคที่ค่าครองชีพต่างๆทางเศรษฐกิจสูงขึ้นล่าสุด กระทรวงพลังงาน เตรียมจัดทำแนวทางแก้ปัญหาค่าไฟแฝง แยกค่าไฟฟ้าสาธารณะออกจากบิลค่าไฟฟ้าประชาชน โดยให้ท้องถิ่นมีมิเตอร์ไฟฟ้าแยกส่วนสาธารณูปโภคของรัฐโดยเฉพาะ เพื่อให้หน่วยงานรัฐของบประมาณมาจ่ายค่าไฟส่วนนี้เอง เลิกผลักภาระให้ประชาชนแบกรับค่าใช้จ่ายอย่างไม่เป็นธรรมมาหลายสิบปีโครงสร้างค่าไฟฟ้าที่บิดเบี้ยว ซ่อนรูปให้ประชาชนร่วมแบกภาระ จ่ายค่าไฟแทนหน่วยงานรัฐ ต้องได้รับการพิจารณทบทวนแก้ไขโดยเร็ว ไม่ปล่อยให้มีการขูดรีดเงินจากกระเป๋าประชาชนโดยไม่เป็นธรรม เงินทุกบาทที่ผู้บริโภคจ่ายไป ควรเป็นค่าไฟที่แท้จริงในครัวเรือนของตัวเอง ไม่ใช่ใช้กลวิธีซ่อนเล่ห์ ผลักให้ประชาชนรับกรรม.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม