เพราะเป็นไฟต์บังคับตามสโลแกนพรรคภูมิใจไทย และรัฐบาล “นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล” ที่ว่า “พูดแล้วทำ” ย่อมพลิ้วไม่ออก กับคิวบริหารเฟส 2 แก้โจทย์เศรษฐกิจปากท้อง ดูแลความมั่นคงภายใน เคลีย์ปมชายแดนถึงเร่งสปีดไปกับโจทย์หลักๆที่ตั้งไว้ ล่าสุดเป็นเนื้อเป็นหนังกับความมั่นคงในประเทศ ปราบปรามผู้มีอิทธิพลคนต่างด้าว และร่างทรงนอมินีคนไทยยึดครองที่ดินสาธารณะ ทำกิจการค้าขายถึงขั้นลงพื้นที่เป้าหมาย 2 วันซ้อน ตีธงล้างมาเฟีย ไปจนกระทั่งแก๊งกุ๊ย ทั้งที่ภูเก็ต และสุราษฎร์ฯ โชว์ “เกาะพะงันโมเดล” เก๋ๆเพราะจับหลักถูกในคิวล้างบางมาเฟียต่างด้าว อีกภัยคุกคามบ้านเมือง และด้วยภาวะผู้นำ “อนุทิน” สั่งประกอบร่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมือปฏิบัติการครบ พร้อมส่งสัญญาณชัด จะหัวทอง หัวดำ หัวการค้า ถ้าเข้ามาซ่องสุมรวมแก๊งในราชอาณาจักรไทย อย่าได้คิดเป็นอาหวัง อยู่อย่างสงบสุขบทนี้ของผู้นำ เสียงชื่นชมท่วมถึงแม้จะเลือกทำ ยังไม่ครบลูป มีการบ้านให้ผู้นำต้องบริหารจัดการภาพรวมอีกเพียบ ไหนจะต้องเร่งขันนอตตั้งแต่ต้นทาง การเข้านอกออกในประเทศ การใช้เอกสารทางราชการ ทะเบียนบ้าน ทะเบียนการค้า ระแวดระวังการสั่งสมอาวุธสงครามก่อเหตุในบ้านเมือง เป็นฐานก่อการร้ายข้ามชาติที่แน่ๆเมื่อผู้นำขึงขังก็เร้าต่อมขยัน กลไกราชการขยับทั้งแผงโดยเฉพาะสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มือดีมี “บิ๊กราญ” พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.ที่ถือตั๋วใบใหญ่ ได้โอกาสฝึกงาน “ว่าที่ ผบ.ตร.” คู่บารมีผู้นำส่วนอีกโจทย์ที่กำลังคุกรุ่น บีบรัดกดดัน “นายกฯอนุทิน” ที่มาจากการขี่กระแส “ชาตินิยม” คือปมปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา เก็บแต้ม สส.มาถล่มทลายวันนี้สไตล์ “อนุทิน” โหนเก่งอยู่แล้ว ก็ทำได้เข้าขั้น เข้ามาปุ๊บกดติดปั๊บ ขยับเกมแรงประกาศยกเลิกเอ็มโอยู 44 กับเขมรตามสัญญา เพียงแต่เรื่องไม่จบแค่นั้น เมื่อแผ่นดินชายแดนแกว่ง ไฟสงครามกรุ่นอีกแล้วจะโดดขี่กระแสกันอีกรอบยังไงไม่ให้ร่วง แรงกดทับจากชาตินิยมเริ่มกดดัน “อนุทิน” กันเห็นๆจะเล่นบท “มิสเตอร์โยน” อย่างเดียวคงไม่ได้ส่วนอีกโจทย์ใหญ่ ฟื้นเศรษฐกิจแก้ปากท้อง “เดอะแบก” อย่าง “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกฯและ รมว.คลัง หลังแอ่นหน้าเหี่ยวไปบาน เร่งเครื่องมาตรการดูแลชาวบ้านเฉพาะหน้าก็หนักแล้วโดยเฉพาะเงินกู้ 4 แสนล้านบาท มาแน่ ไม่น่ามีปัญหา แต่เงินอีกครึ่งหนึ่ง “ขุนคลังเอก” คงต้องช่วยนายกฯตอบคำถาม จะใช้ถึง 2 แสนล้านบาท ปรับโครงสร้าง เปลี่ยนผ่านพลังงานเพื่อ “ความมั่นคงเศรษฐกิจ” เร่งด่วนแค่ไหน เพราะล่าสุด “หมอวรงค์ เดชกิจวิกรม” สส.ตัวจี๊ดจากค่ายไทยภักดี ก็ออกมาตั้งข้อสงสัยไต๋รัฐบาล มีแผนใช้เงิน 2 แสนล้านบาท เพื่อปรับสู่พลังงานสะอาด ยังเน้นแค่พลังงานแสงอาทิตย์ โซลาร์เซลล์ รถอีวี ทั้งที่พลังงานทางเลือกอื่นๆอีกมาก แต่ไม่ถูกจัดเข้าแฟ้ม หรืออย่างที่มีเสียงดักคอ จัดคิวโยนลูกเข้าทางรายใด สเปกพลังงานสะอาด ต้องบริสุทธิ์ผุดผ่องหรือไม่ รถอีวีต้องยิ้มหวาน โซลาร์รูฟแบรนด์ใด จะเสร็จ “เรียบร้อยโรงเรียนบุรีรัมย์” ในคิวเกลี่ยแบ่งหรือไม่ต้องระวัง “พูดแล้วทำ ทำแล้วโกย” ถูกประจานยับแน่ประสานเสียงท้วงจากพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งข้อสงสัยนอกจากอัดฉีด ทางเลือกอื่น เช่น รีดกำไรโรงกลั่น หั่นภาษีสรรพสามิต ก็ช่วยลดภาระประชาชนในเรื่องพลังงานได้ ไม่จำเป็นต้องขอกู้กันแหลกลาญพร้อมข้อสงสัยผู้ชมทางบ้าน “ตามหาคนหาย” ราย “เสี่ยขิง” เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ห้วงแรกเครื่องแรงตั้งท่าลุยสุดซอย แต่พอมีปมเงินกู้พลังงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง ทำท่าเครื่องสะดุด น้ำมันหมดถังไม่รู้ไปติด “ซอยตัน” โรงกลั่น จอดป้ายที่ปั๊มน้ำมันใดทั้งหมดคือที่เห็นและเป็นไป สถานการณ์รัฐบาลห้วงต้นของเฟสใหม่ เรื่องวุ่นๆชุลมุนพลัสๆถาโถมจึงประมาทไม่ได้ ทั้งแรงแค้นสีเขียว พลังโกรธาสีแดงจดจ่อรอขยับ เข้าจังหวะช่วงพรรคเล็กค่ายน้อยกระจองงอแงกับคิว “สัญญาว่าจะให้” ที่ “ครูใหญ่” ส่อ “เบี้ยว”ขืนสีน้ำเงินเหิมจนพลาด ถูกเกมจัดกำลัง “หักขั้ว” ได้เช่นกัน.ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม