นโยบายโครงการเมกะโปรเจกต์ที่มีผลประโยชน์มหาศาล ถูกผลักดันมาหลายรัฐบาล แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากติดขัดที่ข้อกฎหมายและผลประโยชน์ขัดกันทางการเมือง เท่าที่ปรากฏชัดเจน ได้แก่ โครงการเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์หรือ สถานบันเทิงครบวงจร และ โครงการแลนด์บริดจ์ ตั้งแต่สมัย รัฐบาลพรรคเพื่อไทย มีการผลักดันอย่างเต็มกำลัง แต่มาสะดุดที่ข้อกฎหมาย ซึ่งโครงการสถานบันเทิงครบวงจร หรือที่ชาวบ้านเข้าใจกันว่าจะเป็นการ เปิดบ่อนพนันเสรี ถูกตีตก โดย พรรคภูมิใจไทย ซึ่งสมัยนั้น อนุทิน ชาญวีรกูล เป็น รมว.มหาดไทย มีอำนาจในการอนุมัติตามกฎหมายการพนันภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทย ไม่เห็นด้วย กลุ่ม สว.สีน้ำเงินก็คัดค้าน ท่ามกลางข้อเสนอของภาคเอกชน หลายองค์กรที่จะเข้ามาดำเนินการบริหารสถานบันเทิงครบวงจร จากทั้งในประเทศและต่างประเทศด้วยเหตุผลที่ว่าจะเป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวสุดท้าย โครงการดังกล่าวก็ค้างท่อ ซึ่งถ้ากฎหมายสถานบันเทิงครบวงจรผ่านสภา คงมีผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ไปเป็นจำนวนมากจากโครงการมูลค่านับแสนล้าน เพราะฉะนั้นเมื่อตกลงเรื่องผลประโยชน์ไม่ได้โครงการจึงต้องพับไปตามระเบียบอีกโครงการ คือ โครงการแลนด์บริดจ์ หรือ โครงการพัฒนาพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ เชื่อมโยงระหว่างอ่าวไทยกับทะเลอันดามัน เป็นโครงการเมกะโปรเจกต์ มีมูลค่านับล้านล้านบาทจากแนวคิดที่จะลดเวลาในการขนส่งทางเรือเสนอโดย สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและการจราจรหรือ สนข. ระหว่างเส้นทางระนอง-ชุมพร ซึ่งรัฐบาลจะต้องออกกฎหมายรองรับ เป็น พ.ร.บ.เขตพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ โครงการดังกล่าวเป็นการร่วมลงทุนภาครัฐและเอกชน เช่นเดียวกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมการขนส่งระหว่างอ่าวไทยกับอันดามัน ผ่านระบบท่าเรือ รถไฟ และมอเตอร์เวย์ ตั้งเป้าพื้นที่รองรับตู้สินค้ามากถึง 20 ล้าน TEUs สามารถลดเวลาและต้นทุนการขนส่งจากอ่าวไทยไปฝั่งอันดามันได้ ในระยะทาง 90 กม. โดยที่ไม่จำเป็นต้องขนส่งทางเรืออ้อมไปทางช่องแคบมะละกาลดระยะเวลาการขนส่งได้จาก 9 วันเหลือแค่ 5 วัน ซึ่งจะทำให้เกิดการลงทุนในภาคใต้โตได้จาก 2% เป็น 10% เกิดการจ้างงานกว่า 2.8 แสนตำแหน่งในสมัยรัฐบาลพรรคเพื่อไทยถูกคัดค้านจากคนในพื้นที่เพราะเกรงว่าการสร้างท่าเรือน้ำลึกในบริเวณดังกล่าวซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์และพืชทะเลหายากจะถูกทำลาย รวมทั้งวิถีชีวิตชาวประมงที่จะเปลี่ยนไป กระทบกับระบบนิเวศ แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือพื้นที่ความมั่นคง และข้อกฎหมายซึ่งรัฐบาลเพื่อไทยไม่มั่นใจว่าจะผ่านสภาเช่นเดียวกันก่อนหน้านี้ มีการเสนอโครงการขุดคอคอดกระ ตั้งแต่สมัย พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกฯ แต่ไม่ประสบผลสำเร็จเนื่องจากติดปัญหาความมั่นคงในภาคใต้ คอคอดกระ เป็นส่วนที่แคบที่สุดของแหลมมลายู ใน ต.ละมุ อ.กระบุรี จ.ระนอง กับ อ.สวี จ.ชุมพร ถ้าขุดคลองคอคอดกระฝ่ายความมั่นคงเป็นห่วงว่าจะทำให้ประเทศแบ่งเป็นสองส่วนจะกระทบกับปัญหาในภาคใต้ และแน่นอนว่าสิงคโปร์จะได้รับผลกระทบไปเต็มๆจากโครงการดังกล่าวด้วยรวมทั้งโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางของจีนก็จะได้รับผลกระทบ.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม