มาตรฐาน “จริยธรรม”...เป็นจุดเด่นของรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่ใช้บังคับในปัจจุบัน เพื่อป้องกันไม่ให้ “คนไม่ดี” มีอำนาจในการปกครอง ประเทศคู่มากับหมวดที่ว่าด้วยความซื่อสัตย์เป็นที่ประจักษ์หากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่าได้ไปแตะหมวดเหล่านี้ แม้จะไม่ชอบองค์กรอิสระก็ต้องแยกเรื่องแยกประเด็นให้ดี และชัดเจนเพราะนี่แหละคือกลไกที่จะทำให้การเมืองดีขึ้นมาได้ เพราะลำพังนักการเมืองแก้ไขกันเองเป็นเรื่องยากพูดง่ายๆคือไม่เห็นทางสำเร็จการที่ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ ได้นำมาตรการนี้มาใช้เป็นระเบียบปฏิบัติในการแต่งตั้งรัฐมนตรีและข้าราชการการเมืองถือเป็นการ “นำร่อง” ที่สำคัญการที่พรรคกล้าธรรมไม่ได้เข้าร่วมรัฐบาลก็เพราะเรื่องนี้แหละไม่มีอะไรลึกไปกว่านี้แล้ว เพียงแต่ไม่ได้พูดหรือบอกกันตรงๆแต่นำหลักการนี้มาเป็นเครื่องมือจากนี้ไปไม่ว่านักการเมืองพรรคไหน ไม่ว่าจะเป็น “ภูมิใจไทย”-“เพื่อไทย” หรือพรรคเล็กก็ตาม จะเป็นรัฐมนตรี หรือต้องการดำรงตำแหน่งทางการเมืองก็ต้องรู้ตัวเองดีว่าคุณสมบัติขาดตกบกพร่องหรือไม่เพราะเสนอชื่อไปก็ต้องมีการตรวจสอบถี่ยิบ ไม่ผ่านก็ต้อง ไม่ผ่าน เพราะมิฉะนั้นคนแต่งตั้ง โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีจะต้องรับผิดชอบด้วยประการทั้งปวงเขาคงไม่ยอมเสี่ยงเด็ดขาด มิฉะนั้นจะตกเก้าอี้เองคนในพรรคภูมิใจไทยคงรู้กันดีอยู่แล้วว่า ใครมีปูมประวัติ อย่างไร หากเข้าข่ายก็ไม่มีทางได้เป็นอยู่แล้วเพราะหัวหน้าพรรคเขาคงไม่กล้าลงนามแต่งตั้งหรืออย่าง “เพื่อไทย” ที่ได้ร่วมรัฐบาลได้ 8 คน ก็ต้อง พิจารณาให้ดี เพราะนายกรัฐมนตรีคงไม่ยอมให้ผ่านไปได้ง่ายๆ“ประเสริฐ จันทรรวงทอง” ไม่ต้องไปตีปลาหน้าไซ อะไร หากตรวจสอบแล้วพบว่าไม่ผ่านก็ต้องไม่ผ่านทำใจล่วงหน้าเอาไว้ได้เลย!เพราะบางคนที่ติดโผรัฐมนตรีทุกครั้ง ยังยอมรับความจริง ในเรื่องด้วยดีและประกาศว่าไม่รับตำแหน่งรัฐมนตรีเพราะรู้ดีว่าไม่ได้อยู่แล้วจากนี้ไปพรรคการเมืองแต่ละพรรคจึงต้องยอมรับความจริงข้อนี้ หากมีปูมประวัติไม่ดีก็อย่าลงมาเล่นการเมืองเล่นได้ก็เป็นแค่ สส.เท่านั้นอย่าหวังได้ตำแหน่งมากกว่านี้“ธรรมนัส พรหมเผ่า” หากคิดได้ก็ถอนตัวออกไปจาก การเมืองได้เลยเพราะมิฉะนั้นก็เป็นได้แค่หัวหน้าพรรค มีอำนาจนอก รัฐบาล หรือจะเอาไปใช้อวดบารมีก็คงไม่ได้แล้วเพราะมันไม่ศักดิ์สิทธิ์แล้วไม่ใช่แค่รัฐมนตรีเท่านั้น นายกเทศมนตรีก็ไม่ได้นี่แหละที่จะทำให้การเมืองสดใสขึ้น!"สายล่อฟ้า"คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม