จากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง รัฐบาลโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเตรียมแผนรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะการวางแผนอพยพคนไทยกลับประเทศ โดยกองทัพอากาศเตรียมเครื่องบินสำหรับอพยพ ส่วนเส้นทางสู่ประเทศอิหร่าน เตรียมไว้ 2 แผนขณะที่กระทรวงแรงงาน ได้ให้ฝ่ายแรงงานติดตามสถานการณ์ หากมีแรงงานได้รับผลกระทบพร้อมช่วยเคลื่อนย้ายไปอยู่ที่ปลอดภัย รวมทั้งชะลอจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานในพื้นที่เสี่ยงในตะวันออกกลาง ขณะที่กระทรวงสาธารณสุข ประสานการดูแลระหว่างประเทศ และผู้เดินทางกลับในมิติทางกาย สุขภาพจิต และโรคติดต่อน.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน ระบุว่า แรงงานไทยในประเทศอิสราเอล แจ้งความประสงค์เดินทางกลับประเทศไทยไม่มาก ไม่ถึง 100 คน โดยได้ให้ปลัดกระทรวงแรงงาน และทูตที่ประจำในประเทศภูมิภาคตะวันออกกลาง คอยติดตาม ทั้งนี้แรงงานไทยที่มีจำนวนมากที่สุดอยู่ที่อิสราเอล แต่ในอิหร่านมีไม่มาก ไม่ถึง 100 คนโดยในขณะนี้ได้เร่งให้ทูตแรงงานประสานกับแรงงานไทยที่อยู่ในพื้นที่ที่ไม่ปลอดภัย และประสานงานกับทางกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อดูแลช่วยเหลือแรงงานไทยให้ปลอดภัย โดยประเทศที่มีสถานการณ์สู้รบบางส่วนไม่ได้รับผลกระทบ แค่มีกระทบในเพียงบางจุดเท่านั้น แต่ได้ตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ ตลอด 24 ชั่วโมงทั้งนี้ จากข้อมูลปัจจุบันมีแรงงานไทยอยู่ในความรับผิดชอบสำนักงานแรงงาน 3 แห่ง คือสำนักงานแรงงาน ณ กรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล 58,921 คน สำนักงานแรงงานกรุงอาบูดาบี สหรัฐ อาหรับเอมิเรตส์ 11,227 คน สำนักงานแรงงาน กรุงริยาด ซาอุดีอาระเบีย และพื้นที่อาณาเขตรับผิดชอบอีก 7,347 คน รวมแรงงานทั้งสิ้น 77,495 คนทั้งหมดเป็นสถานการณ์ของแรงงานไทย ที่เดินทางไปขุดทองในย่านตะวันออกกลาง ถือเป็นนักรบแรงงานนำรายได้เข้าประเทศ แม้ต้องเสี่ยงอันตราย ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่รัฐบาลไทยที่จะดูแลคนไทยเหล่านี้อย่างดีที่สุด ขณะเดียวกันเคยมีหลายฝ่ายเตือนให้ชะลอการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานแบบรัฐต่อรัฐ ในพื้นที่เสี่ยงเหล่านี้เช่น ประเทศอิสราเอลที่มีสถานการณ์ การสู้รบลากยาวจนกระทั่งปัจจุบัน แต่ยังปรากฏว่ามีการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานต่อเนื่อง จึงถึงเวลาที่รัฐบาลไทยจะต้องทบทวนแนวทางเรื่องนี้อย่างจริงจัง ไม่ใช่มุ่งแต่การส่งออกแรงงาน โดยไม่คำนึงถึงเรื่องความปลอดภัย ผลกระทบ การช่วยเหลือ และการอพยพที่ยุ่งยากตามมาอย่างที่เห็นกัน.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม