ในที่สุดคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็มีมติรับรองผลเลือกตั้ง สส.ระบบเขต ลอตแรก 396 คน อย่างเป็นทางการ ยังเหลืออีก 4 เขต ที่ยังไม่ประกาศรับรองผล เนื่องจากอยู่ระหว่างนับคะแนนใหม่ และ สส.บัญชีรายชื่ออีก 100 คน ที่อยู่ระหว่างการพิจารณา คาดว่า กกต.จะประกาศรับรอง สส.ส่วนที่เหลือได้ต้นเดือน มี.ค.นี้กกต.ระบุว่า การประกาศรับรอง สส. 396 เขต เป็นการดำเนินการตามกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด หลังการตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ผลการเลือกตั้งในเขตเหล่านี้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม อย่างไร ก็ตามการรับรองนี้ไม่ตัดอำนาจ กกต.ในการสืบสวนสอบสวนคำร้องคัดค้านที่อาจเกิดขึ้นภายหลังการประกาศรับรองผลเลือกตั้งของ กกต.เกิดเสียงวิจารณ์อย่างหนักถึงการเร่งรีบรับรองผล เพราะหลายพื้นที่ยังมีข้อกังขาร้องเรียนความไม่สุจริตเที่ยง ธรรมในการเลือกตั้งและนับคะแนน แต่ กกต.กลับรวบรัดใช้เวลา 17 วัน รับรองผลเลือกตั้ง จากกรอบเวลาพิจารณา 60 วัน เมื่อเทียบกับการเลือกตั้ง ปี 2566 ที่ กกต.ใช้เวลารับรองผล 36 วันขณะเดียวกันหลายฝ่ายได้ส่งเรื่องร้องเรียนความไม่โปร่งใสไปยังศาลปกครอง ให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวสั่งระงับการรับรองผลเลือกตั้งไว้ก่อน หรือกรณีการยื่นเรื่องให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ จากปมพิมพ์บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งทำให้การลงคะแนนไม่เป็นความลับสังคมตั้งข้อสังเกตการที่ กกต.ใช้อำนาจเร่งรีบรับรอง สส. 396 เขตเลือกตั้ง เป็นการชิงตัดหน้าคำสั่งศาลปกครอง ที่นัดพิจารณาวันที่ 17 มี.ค.นี้ ซึ่งอาจจะมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ กกต.ระงับการรับรองผลเลือกตั้งไว้ก่อนหรือไม่ เพื่อรอตรวจสอบความถูกต้องกรณีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ให้เกิดความชัดเจนก่อนความเร่งรีบของ กกต.ถูกมองเป็นการปูทางให้พรรคภูมิใจไทยเดินเข้าสู่เส้นทางตั้งรัฐบาลอย่างรวดเร็ว โดยไม่รอให้กระบวนการตรวจสอบทางกฎหมายสิ้นสุด หนำซ้ำ กกต.ยังแจ้งความดำเนินคดีประชาชนที่ถ่ายภาพ แชร์ภาพ หรือตั้งข้อสังเกตเรื่องบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งว่า สร้างข้อมูลเท็จให้เกิดความเข้าใจผิดต่อ กกต.การใช้วิธีฟ้องปิดปากประชาชนที่ตั้งข้อสังเกตการทำงานของ กกต. แทนการชี้แจงข้อเท็จจริง และเปิดเผยข้อมูลในสิ่งที่สังคมตั้งข้อสงสัยให้เกิดความชัดเจน อาจยิ่งทำลายความเชื่อมั่นศรัทธาของ กกต.มากขึ้น การเร่งรัดรับรองผลเลือกตั้งขณะที่มีข้อกังขาและใช้กฎหมายปิดปากคนเห็นต่าง อาจเป็นตัวเร่งวิกฤติศรัทธาต่อ กกต.เร็วขึ้น.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม