พรรคประชาชนสัมมนาระดมสมอง ถอดบทเรียนพ่ายศึกเลือกตั้ง วางยุทธศาสตร์เดินหน้าเพื่ออนาคต “ณัฐพงษ์”รับเห็นสัจธรรม ต้องเสริมกำลังสร้างการเมืองในพื้นที่จริงจัง สร้างเครือข่าย “อาสาส้ม” 7.5 หมื่นหมู่บ้าน สู้กับระบบอุปถัมภ์ค้ำชู “วิโรจน์”รับพรรคส้มมีจุดต้องปรับปรุง พร้อมเปิดใจรับฟังทุกคำวิจารณ์ที่หวังดี “จุลพันธ์” ดับข่าวนัดคุย ภท.แบ่งเค้ก รมต. ปัดจับมือกล้าธรรม-ค่ายส้มตั้ง รบ.แข่ง “บิ๊กเล็ก” เคว้งยังไม่ถูกทาบร่วม ครม.ภูมิใจไทยโดดเป็นบ่าง ไม่คิดขึ้น VAT 10% “โรม” เดินหน้าสู้คดี “เบน สมิท” ฟ้องหมิ่นนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ประชาชน เผยวงสัมมนาระดมสมองถอดบทเรียนพ่ายศึกเลือกตั้ง วางยุทธศาสตร์เดินหน้าเพื่ออนาคต เห็นสัจธรรมการเมืองในพื้นที่คือสนามที่ต้องเสริมกำลังจริงจัง สร้างเครือข่าย “อาสาส้ม” ครอบคลุมกว่า 75,000 หมู่บ้านทั่วประเทศ สู้กับระบบจัดตั้งอุปถัมภ์ค้ำชูปชน.ถอดบทเรียนเพื่ออนาคตเมื่อวันที่ 23 ก.พ. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ขอบคุณพี่น้องประชาชนสำหรับการเลือกตั้งที่ผ่านมาอีกครั้ง โดยเฉพาะการเลือกตั้งใหม่ในพื้นที่ กทม. เขตคันนายาว ที่ให้การสนับสนุนพรรคประชาชนต่อเนื่อง หลังการเลือกตั้งพวกเรามารวมตัวเพื่อขบคิดร่วมกันในการสัมมนา 2 วันที่ผ่านมา เพื่อถอดบทเรียนและวางยุทธศาสตร์การทำงาน ทั้งในฐานะพรรคฝ่ายค้านต่อจากนี้ และการเตรียมความพร้อมสำหรับงานการเมือง ในอนาคตต่อไปเรารู้ดีว่าช่วงเวลานี้ไม่ใช่ช่วงเวลาที่ง่าย เราไม่ได้เป็นพรรคที่มี สส.มากที่สุด แต่พี่น้องประชาชนเกือบ 10 ล้านเสียง ฝากความหวังไว้กับพวกเราในระบบบัญชีรายชื่อ คะแนนเหล่านั้นไม่ใช่เพียงตัวเลข แต่คือความไว้วางใจ คือภารกิจ และคือคำมั่นที่เราต้องตอบแทนด้วยการทำงานให้คุ้มค่ากับภาษีของประชาชนทุกบาททุกสตางค์ ไม่ว่าเราจะอยู่ในบทบาทใดก็ตามระดมกำลังทำการเมืองพื้นที่จริงจังนายณัฐพงษ์ระบุอีกว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเราเผชิญกับการยุบพรรคการตัดสิทธิ การดำเนินคดี และแรงกดดันทางการเมืองในทุกรูปแบบ ในอนาคตเราอาจยังต้องเผชิญกับคดี 44 สส. หรือคำวินิจฉัยที่อาจส่งผลต่อทิศทางการเมืองอีกครั้ง แต่สิ่งเหล่านี้ ไม่สามารถพรากความเชื่อในพลังของประชาชนไปได้ บทเรียนจากสัมมนา 2 วันที่ผ่านมา ทำให้เราเห็นความจริงที่ชัดเจนว่า การชนะสนามความคิดเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ เราเคยประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งปี 62 และ 66 เราเคยเป็นพรรคอันดับหนึ่ง แต่เมื่อกลุ่มการเมืองชนชั้นนำเอาจริง รวมพลังกันแบ่งพื้นที่ ใช้เครือข่ายระบบอุปถัมภ์ ใช้สงครามข่าวสาร และรุมโจมตีทุกทิศทาง เราก็เห็นแล้วว่าการเมืองในพื้นที่คือสนามที่เราต้องเสริมกำลังอย่างจริงจัง ภารกิจต่อไปของพวกเราจึงไม่ใช่เพียงการเอาชนะทางความคิด แต่คือการสร้างความเข้มแข็งในทุกพื้นที่ทั่วประเทศสร้าง “อาสาส้ม” สู้ระบบอุปถัมภ์นายณัฐพงษ์ระบุด้วยว่า ระบบจัดตั้งของเราจะไม่ใช่ระบบเงิน ไม่ใช่หัวคะแนน ไม่ใช่เครือข่ายอุปถัมภ์ เครือข่ายกลไกรัฐราชการ แต่เราจะทำระบบอาสาสมัครของพรรคประชาชน ที่ยึดโยงกันด้วยอุดมการณ์ ทำงานใกล้ชิดประชาชนอย่างแท้จริง เป้าหมายขั้นต่ำคือการสร้างเครือข่าย “อาสาส้ม” ให้ครอบคลุมกว่า 75,000 หมู่บ้านทั่วประเทศ รู้ดีว่านี่ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่นี่เป็นการต่อสู้เดียวที่จะสามารถเอาชนะระบบจัดตั้งอุปถัมภ์ค้ำชูเหล่านี้ได้ เชื่อว่าการทำงานของพรรคประชาชนยังเป็นคำตอบเดียวที่สามารถพาประเทศไทยไปสู่ทางรอดได้ในอนาคต ไม่มีหนทางอื่นนอกจากพวกเราจะทำงานในฐานะฝ่ายค้านให้เต็มที่ และทำงานเชิงพื้นที่เพื่อรับใช้พี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึงทั่วไทย ขอเดินหน้าทำงานเพื่อประชาชนต่อไป สักวันหนึ่งเราจะกลับมาประสบความสำเร็จในการเลือกตั้ง ด้วยพลังของประชาชนอย่างแท้จริง และนำพาประเทศไทยหลุดพ้นจากการเมืองแบบเดิม“วิโรจน์” รับพรรคส้มต้องปรับปรุงด้านนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แกนนำพรรคปชน. โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ไม่เคยบอกว่าพรรคดีพร้อมทุกอย่างแบบไม่มีข้อบกพร่อง การทำงานที่ผ่านมามีทั้งจุดที่ต้องปรับปรุงและจุดที่พัฒนาไปมากพอสมควร ในฐานะคนที่อยู่ในพรรค เห็นชัดเจนว่ามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นจริงในหลายด้าน การปรับปรุงแต่ละครั้งย่อมมีทั้งผลที่เป็นไปตามเป้าหมาย และผลที่ไม่เป็นอย่างที่คาด บางครั้งคุ้มค่า บางครั้งอาจไม่คุ้มค่า อีกประเด็นที่ต้องยอมรับคือพรรค การเมืองอื่นไม่ได้หยุดนิ่ง ทุกพรรคต่างมีการปรับตัว ขณะเดียวกันสถานการณ์ทางสังคม เศรษฐกิจและการเมือง เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด แต่ยืนยันได้ว่าทุกการตัดสินใจและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ทุกคนภายในพรรคต่างลงมือทำด้วยความตั้งใจที่ดี ไม่มีใครคิดร้าย หรือจงใจทำให้แย่ลง ในส่วนของเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ เข้าใจความรู้สึกนั้นดี เป็นเรื่องธรรมดาในสังคมประชาธิปไตย ยังมองการวิจารณ์ในแง่บวก เพราะคนที่ยังวิจารณ์อยู่ แปลว่าเขายังห่วง ยังอยากเห็นพรรคดีขึ้น หากเขาหมดหวังจริงคงเลือกเงียบและถอยห่างไปเปิดใจรับฟังทุกคำวิจารณ์ที่หวังดีนายวิโรจน์ระบุว่า ไม่มีความจำเป็นใดๆที่ต้องตอบโต้ หรือจับผิดผู้วิจารณ์ว่ารู้ข้อมูลไม่ครบ หรือเข้าใจผิด เพราะโดยธรรมชาติไม่มีใครสามารถรู้ข้อเท็จจริงทั้งหมดได้ การท้าทายว่าถ้าเก่งก็มาทำเองสิ ก็ไม่ใช่วิธีคิดที่สร้างสรรค์ คิดว่าสิ่งสำคัญไม่ใช่การจับผิดกันไปมา แต่คือการเปิดใจรับฟังกัน ตราบใดที่เรายังรับรู้ได้ว่าแต่ละฝ่ายมีความปรารถนาดีต่อพรรค ต่อบ้านเมือง แม้บางข้อมูลอาจคลาดเคลื่อนไปบ้าง ก็ควรเปิดใจรับฟัง และพรรคควรปรับปรุงแนวทางสื่อสารในอนาคตอย่างไร เพื่อให้ความเข้าใจระหว่างกันมีความถูกต้อง และชัดเจนขึ้น อยากให้มองเรื่องที่เกิดขึ้น เป็นกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน ไม่มีใครถูกหมด หรือผิดหมด แล้วก้าวไปข้างหน้าร่วมกัน“หนิม” ดับข่าวนัด ภท.แบ่งเค้ก รมต.เมื่อเวลา 14.15 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวนัดคุยพรรคภูมิใจไทยพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลว่า ยืนยันไม่มีนัดหมาย ที่นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย และแกนนำพรรค เดินทางไปเจรจาก่อนหน้านี้เป็นการนัดหมายมา หลังจากนั้นยังไม่มีการพูดคุยกันอีก มีข้อสรุปเบื้องต้นไปแล้ว แต่ขณะนี้ต้องรอการรับรองผลการเลือกตั้งจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) คงมีการพบปะพูดคุยกันอีกครั้ง เมื่อถามว่าหากแกนนำรัฐบาลประสานมาพร้อมไปพูดคุยใช่หรือไม่ นายจุลพันธ์ตอบย้ำว่า วันนี้ยังไม่ได้รับการประสานมา เมื่อถามว่ามีรายงานข่าวเรื่องโควตากระทรวงออกมา นาย จุลพันธ์ตอบว่า ยังไม่มีการลงรายละเอียดเรื่องกระทรวงใดๆ เมื่อถามว่าตัวเลขรัฐบาล 300 เสียงมองว่ามีเสถียรภาพหรือไม่ นายจุลพันธ์ตอบว่า พรรคเพื่อไทยไม่ได้คิดวิเคราะห์ ขึ้นอยู่กับพรรคแกนนำ เราคงไม่ไปก้าวก่ายปัดจับมือ กธ.–ปชน.ชิงตั้ง รบ.แข่งผู้สื่อข่าวถามว่ามีกระแสข่าวว่าพรรคกล้าธรรมจะจับมือกับพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชน จัดตั้งรัฐบาลแข่ง ผลักให้พรรคภูมิใจไทยเป็นฝ่ายค้าน นายจุลพันธ์ตอบว่า ยืนยันว่าไม่มีการพูดคุย อาจมีการคิดกัน จากผลการเลือกตั้งก็ชัดเจนเรื่องพรรคแกนหลักที่มีคะแนนเสียงเยอะกว่าพรรคอื่น ขณะนี้ ถือเป็นไปตามกลไกประชาธิปไตยที่จะให้พรรคแกนหลักดำเนินการจัดตั้งรัฐบาลก่อน ต้องให้เวลาเขา การประกาศผลของ กกต.ต้องใช้เวลาพรรคเพื่อไทยเองไม่ได้หยุดนิ่ง ช่วงเวลา 10 กว่าวันหลังเลือกตั้ง พรรคดำเนินการหลายอย่าง ทั้งตั้งคณะทำงานตรวจสอบการเลือกตั้ง ที่มีการส่งเรื่องร้องเรียนมากว่า 200 เรื่อง และได้ดำเนินการผ่าน กกต.ไปกว่า 100 เรื่อง เพื่อให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรมที่สุดเป็นหน้าที่ กกต.ที่จะตอบคำถามข้อคลางแคลงของสังคม“บิ๊กเล็ก” เคว้งไม่ถูกทาบร่วม ครม.ขณะที่ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีการทาบทามร่วม ครม.ชุดใหม่ว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีใครมาพูดคุยกับตน ขอไม่ตอบรายละเอียด ขอทำงานต่อจนครบวาระ เมื่อถามย้ำว่ายังมีงานที่ค้างคาที่ต้องรับผิดชอบ พล.อ.ณัฐพลตอบว่าไม่มี ทุกอย่างค่อยๆดำเนินการไป อะไรที่คั่งค้างก็ทำให้เสร็จ เมื่อถามว่าตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหมที่อยู่มา 3-4 เดือน ถือว่าไปได้สุดแล้วหรือยัง พล.อ.ณัฐพลตอบว่า ไม่อยากตอบว่าสุดหรือไม่สุด แต่เราทำในเวลาที่มีอยู่ให้ดีที่สุด ไม่ว่าตำแหน่งไหนที่ผ่านมา ต้องไม่คิดว่ามีเวลาทำมากกว่านี้ทำได้ดีกว่านี้ แต่ให้คิดว่ามีเวลาเท่าไหร่ก็ทำให้ดีที่สุด ในเวลาที่มีอยู่ตอนนี้คิดว่าทำดีที่สุดแล้ว ส่วนจะอยู่ต่อหรือไม่ ขอไม่ตอบโอกาสใหม่มอบ 1 เสียงหนุน “หนู”นายจตุพร บุรุษพัฒน์ หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ กล่าวว่า พรรคโอกาสใหม่ชัดเจนแล้วว่าร่วมสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย (ภท.) จัดตั้งรัฐบาลและสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภท. เป็นนายกฯ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ มีการประสานพูดคุยกันเรียบร้อยแล้ว เป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชนเสียงข้างมากไว้วางใจพรรค ภท. พรรคโอกาสใหม่จะเข้าร่วมขับเคลื่อนการทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชน ส่วนการเปิดตัวพรรคร่วมรัฐบาลอย่างเป็นทางการ คาดว่าคงหลัง กกต.รับรองผลเป็นทางการแล้ว ทั้งนี้ พรรคโอกาสใหม่ได้ สส.เขตมา 1 ที่นั่ง จาก น.ส.รสรินทร์ ศรัณย์เกตุ ว่าที่ สส.อุตรดิตถ์ เขต 2“สิริพงศ์” รีบปัดไม่คิดขึ้น VAT 10%นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา เสนอให้ปรับโครงสร้างภาษี ทยอยจัดเก็บ VAT ขึ้นเป็น 10% จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลใหม่จ้องขึ้นภาษีว่า ยืนยันไม่เป็นความจริง รัฐบาลรู้ดีว่าปีนี้เราต้องเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจในหลายด้าน นโยบายรัฐบาลคือต้องเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจให้ฟื้นขึ้นมาจากหล่มให้ได้ก่อน ดังนั้นเป้าหมายของรัฐบาลอันดับแรก คือการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ไม่ใช่การหารายได้เข้ารัฐจากการขึ้น VAT ที่ผ่านมามีการพูดคุยถึงการสร้างเครดิต รองรับหน่วยงานต่างๆ ที่ประเมินเครดิตของไทยที่ต้องมีการจัดเก็บรายได้เพิ่มเติม เป็นแนวคิดที่มีการพูดคุยกัน แต่ไม่ใช่ในระยะเวลา 2-3 ปีนี้แน่นอน เนื่องจากต้องทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นก่อน หากประชาชนคนไทยรู้สึกว่าเศรษฐกิจดีแล้ว ช่วงเวลานั้นค่อยมาทบทวนการปรับตามขั้นตอน ยืนยัน 2-3 ปีนี้ ไม่มีแน่นอน ขอให้เชื่อมั่นกห.พร้อมให้ญาติตรวจผลชันสูตรวันเดียวกัน พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีข้อสงสัยเรื่องการพบช้อนในเถ้ากระดูก ภายหลังฌาปนกิจ พลทหารเพชรรัตน์ กำลังยิ่ง สังกัดกรมทหารปืนใหญ่ที่ 2 รักษาพระองค์ (ค่ายพรหมโยธี) จ.ปราจีนบุรีว่า ทางหน่วยรายงานมาแล้ว ไม่มีปัญหาใดๆ หน่วยพร้อมให้ตรวจสอบ ชี้แจงเพิ่มเติม เมื่อถามย้ำว่าปกติขณะคุมขังในเรือนจำจะไม่ให้พกช้อนใช่หรือไม่ พล.อ.ณัฐพลตอบว่า ไม่ทราบในรายละเอียด แต่ปกติทหารพกช้อนประจำตัวอยู่แล้ว บางหน่วยพกช้อนกับแก้ว ต้องไปตรวจสอบที่หน่วยอีกครั้ง เบื้องต้นที่รายงานผลชันสูตรของแพทย์ไม่มีปัญหาอะไรภายในร่างกาย ต้องฟังแพทย์ก่อน ถ้าญาติยังไม่พอใจพร้อมให้ตรวจสอบ ย้ำในที่ประชุมสภากลาโหมแม้ปฏิบัติการทางทหารของเราที่ผ่านมา ได้รับคำชื่นชมจากประชาชน แต่พอกลับมาอยู่แบบปกติ มีหลายเรื่องที่อาจเป็นปัญหา ฝาก ผบ.เหล่าทัพไปดูในรายละเอียด ในยุคนี้บอกได้เลยพร้อมให้ตรวจสอบ ผิดว่าไปตามผิด ถ้ามีการซ้อม ก็ว่าไปตาม พ.ร.บ.ซ้อมทรมานฯ ว่าไปตามกฎหมาย“วินธัย” ชี้ผลตรวจนิติเวชไม่พบช้อนพล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าวว่า แพทย์ได้ทำการชันสูตร มีการตรวจเอกซเรย์ และผลการตรวจทางวิทยาศาสตร์อื่น ยืนยันได้ว่าไม่มีสิ่งแปลกปลอม และเสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลว การตรวจสภาพร่างกายไม่พบร่องรอยความบอบช้ำจากการถูกทำร้าย ยืนยันว่าไม่มีการทะเลาะวิวาทหรือทำร้ายร่างกายกัน เมื่อถามว่าจะมีการตรวจสอบซ้ำหรือไม่ จากกระแสสังคมในขณะนี้ พล.ต.วินธัยตอบว่า ผลการชันสูตรมีอยู่แล้ว มีการลงบันทึกหลักฐานไว้ กระบวนการตรวจพิสูจน์เป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมาย ผลสรุปทางการแพทย์มีความชัดเจน มีพยานบุคคลจำนวนมาก กรณีที่มีวัตถุเข้าไปอยู่ในร่างกายตามที่มีการตั้งข้อสงสัย ก็ไม่เคยมีเหตุลักษณะนี้ปรากฏมาก่อนในโลกด้วยซ้ำ ที่ทำร้ายกันโดยใส่วัตถุแปลกปลอมเข้าไปในร่างกาย โดยเฉพาะวัตถุอย่างช้อน ที่ไม่น่าจะเข้าไปในร่างกายได้ง่ายๆสว.ร่วมสาวปมพลทหารเสียชีวิตนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. ประธานกรรมา ธิการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา กล่าวว่า กมธ.อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล เรียกผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจง จากการติดตามเหตุการณ์พลทหารที่เสียชีวิตที่ผ่านมา พบหลายเหตุการณ์ ทั้งกรณีพลทหารศิริวัฒน์ ใจดี สังกัดกรมสารวัตรทหารเรือ พลทหารราเชน ยวามื่อ สังกัดหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ หน่วยฝึกกรมรบพิเศษที่ 4 กรมรบพิเศษที่ 4 จ.พิษณุโลก กมธ.เห็นว่าเป็นปัญหาสำคัญนำไปสู่วัฒนธรรมใช้ความรุนแรงในกองทัพ ขณะที่การตรวจสอบในพื้นที่ค่ายทหาร ไม่มีกล้องวงจรปิดที่ตรวจสอบได้ 15 ปีที่ผ่านมาพบกรณีพลทหารเสียชีวิตกว่า 20 ครั้ง เป็นความสูญเสียที่ไม่ควรเกิดขึ้น“โรม” เดินหน้าสู้คดี “เบน สมิท” ฟ้องที่ห้องพิจารณา 808 ศาลอาญา ศาลนัดสอบคำให้การคดีที่นายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ ผู้รับมอบอำนาจจากนายเบน สมิท เป็นโจทก์ฟ้องนายรังสิมันต์ โรม ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นจำเลยฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา พร้อมเรียกค่าเสียหายทางแพ่ง 100 ล้านบาท กรณีอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรมีเนื้อหาอ้างว่า นายเบน สมิท พัวพันเกี่ยวข้องกับขบวนการแก๊งสแกมเมอร์และฟอกเงิน ทำให้เกิดความเสื่อมเสียร้ายแรง ทั้งนี้ นายรังสิมันต์แถลงให้การปฏิเสธขอสู้คดี ฝ่ายทนายโจทก์แถลงบัญชีพยาน 4 ปาก ส่วนทนายจำเลยแถลงขอนำสืบพยาน 9 ปาก นายรังสิมันต์กล่าวว่า ได้ยื่นบัญชีพยานบุคคล หนึ่งในนั้นคือนายเบน สมิท ไม่มีอะไรหนักใจ ยืนยันว่าทำหน้าที่ตรงไปตรงมา อยู่บนพื้นฐานของความสุจริต การขุดคุ้ยเรื่องคดีสแกมเมอร์ที่ถือเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญต่อประเทศชาติมาก เมื่อถามว่า ปปง.ได้ส่งสำนวนคดียึดและอายัดทรัพย์ เครือข่ายนายเบน สมิท ในคดี น.ส.แตงไทย พร้อมพวก 12,123 ล้านบาท ส่งให้สำนักงานคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด พิจารณายื่นคำร้องต่อศาลแพ่งให้ยึดทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน นายรังสิมันต์ตอบว่า นอกจากคดีของน.ส.แตงไทย ยังมีคดี Huione pay ที่อยู่ในความรับผิดชอบของตำรวจสอบสวนกลาง แต่ยังไม่พบการขยายผล ทั้งที่มีข้อมูลเชิงลึกแล้ว หากขยายผลในคดี Huione pay นำมาสู่การสืบเส้นทางการเงินพร้อมทั้งยึดทรัพย์ จะได้เงินมากถึง 3.3 ล้านล้านบาท“เอม” เยี่ยมพ่อปัดถามเรื่องร่วม รบ.อีกเรื่องที่เรือนจำกลางคลองเปรม น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ กล่าวภายหลังเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ว่า คุณพ่อสุขภาพดี อีกสองอาทิตย์ก็อยู่ครบ 6 เดือนแล้ว วันนี้พูดคุยกับคุณพ่อ เป็นการถามไถ่ให้กำลังใจทั่วไป เมื่อถามถึงกระแสข่าวนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย จะมานั่งเก้าอี้ รมว.การอุดมศึกษาฯ นายทักษิณมีความเห็นอย่างไรบ้าง น.ส.พินทองทาตอบว่า ยังไม่ได้ถามเลย ถ้าถามการเมือง คุณพ่อก็บอกว่าให้เป็นเรื่องของพรรค แต่ก็ไม่ได้มีอะไร เมื่อถามว่านายทักษิณมีความเห็นหรือไม่ที่พรรคเพื่อไทยได้เก้าอี้รัฐมนตรีถึง 8 เก้าอี้ คือ 4 รมว. และ 4 รมช. น.ส.พินทองทายิ้มและเลี่ยงตอบไปว่า “คุณพ่อสุขภาพแข็งแรงดี”อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่