เริ่มแล้ว ผู้สมัคร ปชป.ยื่นศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 4 ฟ้อง กกต.รวด 8 คน เข้าข่ายทำผิด ม.157 ปมคิวอาร์โค้ดที่บัตรเลือกตั้ง ส่วนหัวหน้าพรรค ปชน.ยังขอรอ 1-2 วัน ถึงจะชัดเจนการฟ้องร้อง ขณะที่มือกฎหมาย ปชน.ชี้ปมบัตรเขย่งพุ่ง 3 แสนใบ เยอะผิดธรรมชาติ แต่ กกต.กลับนิ่งมาก ขณะเดียวกัน กกต.เรียกประชุม เร่งขยายผลควานหาตัวคนนำเอกสารการเลือกตั้งไปทิ้งบ่อขยะ จ.สมุทรปราการ หลังเจ้าหน้าที่ต่างปัดไม่รู้ไม่เห็นหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดเลือกตั้งใหม่และนับคะแนนใหม่ใน 4 หน่วย 3 จังหวัด ได้แก่ กทม. น่าน และอุดรธานี ไปเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา แต่พบว่าบัตรลงคะแนนที่นำมาใช้ แตกต่างจากบัตรลงคะแนนที่ใช้ในวันเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าจะเข้าข่ายผิดกฎหมายอีกหรือไม่นั้นต่อมาเมื่อวันที่ 23 ก.พ. เวลา 12.30 น. ที่พรรคประชาชน (ปชน.) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) แถลงถึงความคืบหน้าในการยื่นฟ้อง กกต.เอาผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 สืบเนื่องจากการจัดเลือกตั้งว่า อีก 1-2 วัน จะมีความชัดเจนด้านนายธีระ สุธีวรางกูร ทีมกฎหมายพรรคปชน. ทีมเฉพาะกิจตรวจสอบการนับคะแนนเลือกตั้ง ให้สัมภาษณ์ถึงการเลือกตั้งใหม่เมื่อวันที่ 22 ก.พ.กรณีบัตรเลือกตั้งสีชมพูไม่มีการระบุหมายเลขที่ต้นขั้วบัตร แต่ยังสามารถสแกนบาร์โค้ดได้อยู่ว่า นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรค ปชน. ชี้แจงแล้วว่า การที่บัตรเลือกตั้งล่าสุดไม่ระบุหมายเลขที่บัตร แสดงให้เห็นว่าการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ.ที่มีทั้งเลขบนต้นขั้วบัตร และเลขบนบัตรเลือกตั้ง มีปัญหาเนื่องจากมีต้นขั้วให้ตรวจสอบได้ พอบัตรใหม่ไม่มีต้นขั้ว จึงไม่สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปได้ ทำให้อนุมานได้ว่าการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. สามารถสืบย้อนกลับไปได้ถึงตัวผู้ออกเสียงเลือกตั้งในบัตรนั้นๆ ถือเป็นหลักฐานหนึ่งที่ใช้ในการฟ้องคดีต่อศาลว่าเป็นการแสดงเจตนาว่าการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. มีปัญหาจริงๆนายธีระยังกล่าวถึงปัญหาบัตรเขย่งครั้งนี้มีจำนวนมากว่า ต้องตรวจสอบเกิดจากอะไร ใครเป็นคนรับผิดชอบ ถ้าเราสามารถรู้ได้ว่าบัตรที่เกินมามีความ ผิดปกติจริง และเกิดจากการกระทำของใครคนใดคนหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็น กกต.หรือ กปน.ก็จะดำเนินการตามข้อเท็จจริง แต่ในข้อเท็จจริง หากมีจำนวนบัตรเขย่งเกินกว่าความเป็นจริง และไม่สามารถอธิบายได้ สามารถอนุมานได้ว่าการเลือกตั้งไม่สุจริต ไม่เที่ยงธรรม ยอมรับว่าตามกฎหมายไม่มีการกำหนดสัดส่วนของบัตรเขย่ง แต่หากคุยกันด้วยสามัญสำนึก ถ้ามีบัตรเขย่ง 2-3 ใบ อาจพูดได้ว่าเป็นความผิดพลาดคลาดเคลื่อนของมนุษย์ที่ดูแลเรื่องนี้ได้ แต่ถ้าต่างกันเป็นหลักร้อยหลักพัน หรือหลักหมื่น โดยไม่มีคำชี้แจงอย่างมีเหตุผล จะกลายเป็นข้อเท็จจริงที่ชี้ให้เห็นว่าผิดธรรมชาติสำหรับกรณีนักวิชาการบางรายตรวจสอบพบว่ามีจำนวนบัตรเขย่งทั่วประเทศ 3 แสนใบ จะส่งผลให้ กกต.จัดการเลือกตั้งใหม่ได้หรือไม่นั้นนายธีระกล่าวว่า ต้องไปดูบัตรเขย่งในแต่ละเขต เพราะบางหน่วยอาจเขย่งหลักร้อย บางเขตหลักพัน แต่ในภาพรวมบัตรเขย่ง 3 แสนใบ เป็นยอดที่ผิดปกติมาก หากส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครอง จำนวนบัตรเขย่งในภาพรวมทั้งประเทศ สามารถอนุมานได้ว่าการเลือกตั้ง นอกจากจะไม่เป็นไปโดยลับแล้ว ยังไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมจริง กกต.มีอำนาจสั่งให้เลือกตั้งใหม่ได้ แต่กลับพบว่า กกต.นิ่งมาก ต้องดูว่า กกต.จะว่าอย่างไร ขณะนี้ประเด็นบานปลายอาจไปถึงศาลรัฐธรรมนูญและศาลปกครอง จึงไม่มั่นใจว่าในทางปฏิบัติ กกต. ต้องรอความชัดเจนว่าเรื่องนี้จะไปถึงศาลหรือไม่ เพราะหากไปถึงศาล คงต้องรอว่าศาลจะมองว่าการเลือกตั้งเป็นไปโดยลับหรือไม่ ถ้ามองว่าเหมือนกับการเลือกตั้งเมื่อปี 2549 จะได้จัดการเลือกตั้งใหม่ทีเดียว ไม่ต้องจัดใหม่เป็นรายเขตส่วนที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 4 จ.ขอนแก่น วันเดียวกัน นายวิระศักดิ์ สายทอง ผู้สมัคร สส.เขตเลือกตั้งที่ 10 ขอนแก่น พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือฟ้องเพื่อเอาผิดกับนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ และพวกรวม 8 คน ในข้อหาหรือฐานความผิดต่อหน้าที่ราชการ กฎหมายการเลือกตั้ง สส. โดยนายวิระศักดิ์ สายทอง กล่าวว่าที่มายื่นหนังสือร้องเรียนกับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 4 เนื่องจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา บัตรเลือกตั้งมีการติดคิวอาร์โค้ด ทำให้เกิดความสงสัยกับประชาชนทั่วประเทศ เพราะบัตรเลือกตั้งจะต้องเป็นความลับแต่กลับมีคิวอาร์โค้ด ซึ่งขัดกับกฎหมายเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกตั้งต้องเป็นความลับเท่านั้น จนทำให้เกิดความขัดแย้งทางสังคม ในเรื่องของคิวอาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งไม่เคยมีการนำคิวอาร์โค้ด มาใช้ติดบัตรเลือกตั้งมาก่อน ครั้งนี้จึงเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเลือกตั้ง เพราะจะทำให้รู้ข้อมูลของผู้ที่ใช้สิทธิลงคะแนนว่า กาเลือกให้คะแนนกับใคร ผู้สมัคร สส. ชื่ออะไร พรรคไหน และอาจจะเป็นอันตรายกับคนที่รับเงินมาแล้วไม่ได้เลือกให้กับเบอร์ที่รับเงินมานายวิระศักดิ์กล่าวอีกว่า เรื่องต่อมาคือทาง กกต.ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ที่มีการใช้คิวอาร์โค้ดในบัตรลงคะแนน ตนในฐานะที่เป็นผู้ได้เสียกับการเลือกตั้งโดยเป็นผู้สมัคร สส.สังกัดพรรค ประชาธิปัตย์ เขตเลือกตั้งที่ 10 ขอนแก่น ทำให้ต้องมาร้องศาลเพื่อให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่างๆ ในเรื่องของคิวอาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง เพื่อพิจารณา และกรณีดังกล่าว นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรมการกลางการเลือกตั้ง พร้อมพวกรวม 8 คน จะเข้าข่าย ม.157 หรือไม่ ให้ศาลได้รับพิจารณาด้วยเช่นกันวันเดียวกัน นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว.ประธานกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วม ของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการ คุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา กล่าวถึงการเข้าสังเกตการณ์ลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ ในหน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้งที่ 15 แขวงคันนายาว เมื่อวันที่ 22 ก.พ.ว่า มีประเด็นที่ตรวจพบว่าบนต้นขั้วบัตรเลือกตั้งไม่มี การกำหนดหมายเลข ต่างจากบัตรเลือกตั้งที่ใช้วันที่ 8 ก.พ. สะท้อนว่า กกต.รู้สึกถึงความผิดปกติ จึงไม่ใช้ บัตรที่รันหมายเลขที่มีประเด็นถูกตรวจสอบได้ว่าการออกเสียงไม่เป็นความลับ เพราะสามารถตรวจสอบย้อนกลับว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้ผู้ใด กรณีดังกล่าวยังรอคำชี้แจงที่ชัดเจนจาก กกต.ถึงเหตุผลที่ต้องเปลี่ยนแปลง จากนั้นจะรวบรวมข้อมูลจากภาคส่วนต่างๆนำเข้า กมธ.พิจารณาศึกษาต่อไปจากนั้นตลอดช่วงบ่ายที่สำนักงานคณะกรรมการ การเลือกตั้ง (กกต.) มีรายงานว่ามีการเรียกประชุม กกต.เพื่อพิจารณาหลายประเด็นร้อน ทั้งการที่บัตรเลือกตั้ง สส. เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ที่มีบาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ด และบัตรที่ใช้ในการเลือกตั้งใหม่ เมื่อวันที่ 22 ก.พ. กลับแตกต่างออกไป คือ ไม่มีการ ระบุเล่มที่และเลขที่บนขั้วบัตรเลือกตั้ง รวมถึงการพบ บัตรเลือกตั้งเกินกว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ฯลฯ ทั้งนี้ มีรายงานว่า สำนักงาน กกต.กำลังเร่งสอบสวน ข้อเท็จจริงกรณีพบเอกสารเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้ง สส.สมุทรปราการ เขตเลือกตั้งที่ 6 และเอกสารเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติ ถูกพบอยู่ในบ่อขยะที่ อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ หลังจากก่อนหน้านี้ กกต.มอบหมาย ให้นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. และทีมสอบสวนลงพื้นที่สอบข้อเท็จจริง กรณีดังกล่าว เมื่อวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมา พบว่าเอกสารดังกล่าวนั้นเป็นเอกสารที่ใช้ ณ หน่วยเลือกตั้ง ซึ่งข้อมูลเอกสารตามข่าว เจ้าหน้าที่ได้ใช้ในการเลือกตั้ง จนเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว และรายงานผลการนับคะแนนไปเรียบร้อยแล้ว จึงไม่มีผลกระทบต่อคะแนนการเลือกตั้ง หรือความสุจริตเที่ยงธรรม อีกทั้งกรณีเอกสาร ที่ปรากฏตามข่าวนั้น อยู่ในระหว่างขั้นตอนการจัดเก็บ โดยคณะกรรมการเขตการเลือกตั้งที่ 6 ในสถานที่ที่กำหนดไว้รายงานข่าวระบุอีกว่า ขณะนี้ สำนักงาน กกต.กำลังดำเนินการสอบสวนว่า เอกสารไปปรากฏ ณ ที่เกิดเหตุได้อย่างไรนั้น และมีบุคคลใดทำให้เกิดการ กระทำการดังกล่าว เนื่องจากการสอบสวนบุคคลที่เกี่ยวข้องเบื้องต้น ผู้ที่เกี่ยวข้องต่างให้การปฏิเสธว่าไม่มีส่วนรู้เห็น ทำให้ต้องมีการขยายผลการสอบสวน เป็นรายบุคคลเพิ่มเติมว่ามีใครนำเอกสารออกจากสถานที่จัดเก็บ ไปทิ้งที่กองขยะ เพื่อที่สำนักงาน กกต.จะดำเนินการตามกฎหมายกับบุคคลดังกล่าวต่อไป