หย่อนบัตรเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ พร้อมกัน ณ วันที่ประเทศญี่ปุ่นใช้เวลาสั้นๆ 2–3 วัน ประกาศผลอย่างเป็นทางการ “ซานาเอะ ทากาอิจิ” ผู้นำพรรค LDP นำทีมคว้าชัยชนะแบบแลนด์สไลด์ ได้นั่งแท่นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกต่อเนื่องไป แบบไร้ข้อกังขา พบ “บัตรเกิน” แค่ 208 ใบ จากผู้มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง 103 ล้านคนแต่เหมือนความผิดมหันต์ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แดนอาทิตย์อุทัย ต้องยืนโค้งคำนับขอโทษประชาชน แสดงความรับผิดชอบอย่างจริงใจสไตล์ประเทศประชาธิปไตยมาตรฐานสูงลิบลิ่ว“ชาติสปิริต” สูงส่ง เรื่องโกงแทบไม่ได้มีอยู่ในสารบบการเมือง คนละเรื่องกับประเทศไทย ผ่านมา 7 วัน 7 คืน นับจากนาทีปิดหีบลงคะแนน ครบรอบสัปดาห์วันหย่อนบัตรเลือกตั้งและประชามติแต่ยังปิดหีบนับคะแนนไม่ได้ “ค้างเติ่ง” อยู่ตรง 94 เปอร์เซ็นต์เป็นตัวเลขปริศนากระตุกเครื่องหมายคำถามผู้คนในสังคม ท่ามกลางความกังขา ยั่วดีกรีหวาดระแวงในความโปร่งใส สารพัดจุดบกพร่องในกระบวนการลงคะแนนไปจนนับคะแนน แบบที่ว่าถ้ายึดมาตรฐานญี่ปุ่นกกต.ไทยต้องโค้งคำนับขอโทษกันจน “บ้านหมุน” แน่เอาแค่ช็อตผิดพลาดในเบื้องต้นชัดๆ ตัวเลขบัตรสีชมพูเลือก สส.ปาร์ตี้ลิสต์ น้อยกว่าบัตรสีเขียวเลือก สส.เขต จำนวนมหาศาล ตัวเลขผู้ใช้สิทธิกาบัตรไม่ตรงกับการนับบัตรลงคะแนน นับหน่วยกันไม่ทันไม่ใช่แค่ “บัตรเขย่ง” แต่มันเด้งแรงจนเป็น “บัตรกระโดดค้ำถ่อ”จุดที่ป่วนหนัก ปรากฏการณ์เป็นข่าวฉาวไปทั่วโลก “เมืองอินเตอร์” พัทยา บางแสน ปลายทางนักท่องเที่ยวต่างชาติ สนามเลือกตั้งเขต 1 ชลบุรี ที่ประชาชนรวมตัวประท้วงเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ เพราะพิรุธเต็มไปหมดไม่เชื่อผลที่ออกมาจะตรงกับเจตนารมณ์แท้จริงของคนกาบัตรตามร่องรอย “แก๊งโกงเลือกตั้ง” ทิ้งหลักฐานประจานเต็มไปหมด ทั้งใบจดการนับคะแนนถูกทิ้งขยะ กล่องใส่บัตรเลือกตั้งใช้เชือกฟางรัดแทนเคเบิลไทร์ บันทึกกล้องวงจรปิดในวันที่ 10 ก.พ. ช่วงสำคัญการย้ายหีบบัตรหายไปดื้อๆชาวบ้านผลัดกันนอนเฝ้าหีบบัตรกันข้ามคืนข้ามวันแต่สรุปคือ 7 อรหันต์ กกต. “ตัดจบ” ทื่อๆลงมติ “ยุติเรื่อง” ไม่นับคะแนนใหม่ในเขต 1 ชลบุรี อ้างไม่ปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งเป็นไปอย่างไม่สุจริตและเที่ยงธรรม หรือการนับคะแนนไม่ถูกต้องจังหวะที่เบอร์หนึ่งอย่างนายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต.ต้องสลับออกหน้าฉาก มาแทนนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ประจันหน้าเสียงโห่ฮา การันตี 7 อรหันต์ดำเนินการภายใต้ข้อกฎหมายกลัวตาย กังวลความปลอดภัย แต่ต้องทำตามหน้าที่และนั่นก็เหมือนยั่วดีกรี กระตุ้นแรงต่อต้านมาตรฐานการทำหน้าที่ กกต. ตามจังหวะการขยับตัวของนิสิต นักศึกษา ชนชั้นปัญญาชนทั่วประเทศประสานเสียงมาโทนเดียวกันทุกมหาวิทยาลัย ลามไปทุกสถาบันการศึกษา#นับใหม่ทั้งประเทศ จุดติดพรึบพรับกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมนัดแสดงพลัง สภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่อนแถลงการณ์ แสดงจุดยืน องค์การบริหาร องค์การนิสิตมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ บางเขน ออกแถลงการณ์ขอเรียกร้องให้มีการนับคะแนนการเลือกตั้งใหม่ทั่วประเทศเหตุการณ์ส่อบานปลาย ไม่จบง่ายๆแน่ณ จุดที่กระแสวิจารณ์เกมโกงเลือกตั้ง 2569 ถูกย้อนอดีตไปเทียบเคียงการเลือกตั้งปี 2500 สกปรกสุดในประวัติศาสตร์ไทยเป็นโจทย์อันตรายเร่งด่วน ที่ กกต.ต้องสกัดไฟลาม เบรก “น้ำผึ้งหยดเดียว”ลำพังท่องคาถาทำหน้าที่ตามกฎหมาย ลีลาอ้อนกลัวตาย แหยงไม่ปลอดภัย ไม่เพียงพอที่จะกลบภาคปฏิบัติที่บ้อท่าชัดก่อนอื่นเลย กกต.ต้องรีบประกาศผลการนับคะแนนเลือกตั้งแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ในเร็ววันนี้เพื่อแก้ต่างข้อครหายื้อเก็บหลักฐานโกง “ตุกติก” แก้ตัวเลขถ้าลบไม่ออก ไม่ใช่แค่ กกต.แต่ “คราบโกงเลือกตั้ง” จะลามไปติดรัฐบาลใหม่ ที่เชื่อขนมกินได้ล่วงหน้า ตามสถานะของ “แชมป์แต้มขาด” โอกาสพันเปอร์เซ็นต์ที่ “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะเบิ้ลเก้าอี้รอบสองถือสิทธิ์นั่งแท่นนายกฯ คุมเกมจัดรัฐบาลผสมแบบเบ็ดเสร็จกับแต้มหน้าตัก 193 เสียงของพรรคภูมิใจไทย ขาดอีกแค่ 57 เสียงก็เกิน 250 ที่นั่ง กึ่งหนึ่งของสภา สถานการณ์เอื้อให้ “นายกฯหนู” กับ “ครูใหญ่” เนวิน ชิดชอบ เดินวิทยายุทธ์ระดับ “โคตรเซียนการเมือง” จัดสมการรัฐบาลง่ายๆนั่ง “ผิวปาก” สบายๆ รอเสี่ยงพวงมาลัยอยู่บนเขากระโดงถ้าไม่สะดุด กกต.เคลียร์ปมโกงเลือกตั้ง รัฐบาลภูมิใจไทยน่าจะตั้งเสร็จไว ตามสัญญาณที่เซียนหุ้นจมูกไวพากัน “แทงหวย” ล่วงหน้า ดัชนีดีดขึ้นกว่า 1,400 จุด เขียวพรึบตลอดทั้งสัปดาห์ว่ากันตามสมการตัวเลข รัฐบาล “อนุทิน 2” ถือเป็น “หุ้นมีอนาคต”ขณะเดียวกัน จับอาการ “นายกฯหนู” ก็ไม่ได้กระโดดโลดเต้น แสดงท่าทีลนลานเหลิงในชัยชนะ “แต้มขาด” ที่ถืออยู่ในกำมือฉลาดพอที่จะกุม “แต้มต่อ” ในการเดินหมากกิน 2–3 ต่อเข้าฮอร์สเน้นยุทธศาสตร์ “กินตัว” ช้าๆ ตามสัญญาณช็อตแรกที่ประกาศจัดรัฐบาล “สีธงชาติ” ให้แกะรหัสได้เป็นนัยว่ามี “สีน้ำเงิน–แดง–ขาว” สอดรับกระแสข่าวการดีลระหว่างค่ายภูมิใจไทยกับพรรคเพื่อไทย เป็นแกนหลักตั้งต้น 193 กับ 74 เสียง“สีขาว” คือบริสุทธิ์สะอาด ไร้คราบตำหนิสกปรกเริ่มด้วยการเก็บตกแต้มเล็กแต้มน้อย ทยอยส่งเทียบเชิญพรรคเล็ก 1-3 เสียง ไปจนถึง 5 เสียงอย่าง “มาดามเหน่ง” ตรีนุช เทียนทอง หัวหน้าค่ายพลังประชารัฐ เข้าแสดงตัวแสดงตน “โหวต” ให้ “นายกฯอนุทิน” เป็นทุนประเดิม“เนวิน–เสี่ยหนู” เรียนรู้ประสบการณ์อดีต ไม่เอาด้วยกับระบบ “ฤาษีเลี้ยงลิง” พึ่ง “นายหน้า” เปิดฟาร์มงูเห่า เสี่ยงเหมือน “ลุงตู่” ที่โดนหักดิบในรัฐบาลพลังประชารัฐเกือบโดนโหวตสวนญัตติเชือด หวิดตกเก้าอี้คาสภางานนี้เลยต้องเก็บเบี้ยใต้ถุนร้าน เปิดฟาร์มงูเห่า เลี้ยงลิงเป็นของตัวเองส่วนต้นทุนแน่นๆก็ส่งเทียบเชิญพรรคเพื่อไทย นำโดย “ดร.เชน” นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ นำทีมเข้าพูดคุยกับ “นายกฯอนุทิน” ในการร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลนับรวมตัวเลขภูมิใจไทย เพื่อไทย พรรคเล็ก ก็ไต่ระดับไป 280 เสียงเป็นอย่างต่ำที่แน่ๆธงชาติไทยไม่มี “สีเขียว” ทำให้ “ผู้กองนัส” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า บิ๊กบราเธอร์พรรคกล้าธรรม ต้องส่งเสียงลอยๆเป็นเชิงทักออกอากาศคุยคำโตยี่ห้อ “ธรรมนัส” สเต็ปการเมืองไม่ธรรมดาจับลีลาเสือยั่วแหย่ “หยั่งเชิง” สิงห์ มันยิ่งตอกย้ำข่าววงในกระฉ่อนวงนอก พรรคภูมิใจไทย “ดัดหลัง” ร.อ.ธรรมนัส ไม่เอาพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล เพราะปมบาดหมางระหว่าง 2 น.กับบิ๊กบราเธอร์เกินจุดกลืนเลือดจูบปาก แผลสดๆในสนามเลือกตั้งที่เบี้ยว หักดิบ ไม่ถอยให้กันตามสัญญาจังหวะเหมาเช็กบิล เตะตัดขา สกัดหอกข้างแคร่ในขบวนโหนอำนาจอนุรักษ์นิยมประเมินสูตรผสมรัฐบาลใหม่ ล้อกับสเปกสูงๆหรูๆที่ “นายกฯหนู” ตั้งใจประกาศดังๆ ออกอากาศ ครม.มุ่งมั่นจะใช้บุคลากรมืออาชีพเข้ามาแก้ปัญหาประเทศยืนยันเป็นมั่นเป็นเหมาะ ไม่รับนักการเมืองสีเทาย้ำคำมั่นสัญญาหล่อๆ แบก 193 เสียงที่ประชาชนมอบความไว้วางใจในการเลือกตั้งไว้ “เต็มบ่า” รับรองว่าไม่กล้าทำอะไรให้ประชาชนผิดหวังนั่นยังไม่เท่ากับท่าทีของผู้นำเบิ้ลเก้าอี้รอบสอง โชว์อาการสะดุ้งปมทุจริต อาการตอบสนองเชิงบวก ในการแสดงความไม่สบายใจกับค่าคะแนน cpi โลก ไทยดิ่งต่ำเหลือ 33 คะแนนภาพลักษณ์ความสุจริตโปร่งใส อันดับเหนือกว่าแค่กัมพูชาในอาเซียน“อนุทิน” รู้สภาพ “ต้นทุนต่ำ” ต้องเข้าไปบริหารรัฐบาลในสภาพเครดิตประเทศติดลบ นั่นคือไฟต์บังคับผู้นำต้องสลัดทิ้งน้ำหนัก “ตัวถ่วง” โหลดคราบเทาๆ ตัดปมเสี่ยงทุจริตคอร์รัปชันอำนาจออกจากรัฐนาวาโดยเฉพาะตัว “นายกฯหนู” เอง ยิ่งต้องเคลียร์ให้ขาดจาก “เบน สมิท” ที่เป็นคราบเกาะติด“รัฐบาลสีธงชาติ” ต้องขึ้นป้าย “ห้ามเข้า” ใกล้ชายแดนกัมพูชาถอยห่างให้พ้นโซนก้ำกึ่ง “เขมร-พนมเปญ” กับ “เขมร-เขากระโดง” หัวเด็ดตีนขาด “อนุทิน” ต้องตัดเส้นทางเชื่อมโยงผลประโยชน์แก๊งสแกมเมอร์ใกล้ชิด “จิ้งจอกเฒ่า” ฮุน เซน จอมโจรเขมรแดง ไม่เขี่ยชนวนร้อนที่ไฟยังลามสุมขอน เชื้อยังแรงพร้อมปะทุได้ทุกขณะ ตามเส้นทางเงินเทาที่ถูก ปปง.อายัดขุมทรัพย์อาชญากรข้ามชาติอันตรายขบวนการจ้องยึดอาณาจักร “บางจาก” ฟอกเงินเทา โยงปมแหล่งพลังงานเอ็มโอยู 44“อนุทิน” รู้ดี เพิ่งพลาดไปหมาดๆ ตั้งรัฐมนตรีนัวเนียแก๊งสแกมเมอร์ ต้องไขก๊อกหนีไฟลามกันแทบไม่ทันณ จุดที่เชื่อได้ว่าแก๊งกุนซือจิ้งจอกฮุน เซน ยังไม่หมดฤทธิ์ แฝงป้วนเปี้ยนๆไม่ไกลตัวผู้นำเซราะกราวท้าเดิมพันสลัดคราบเทา ลุ้นเกมยาวอยู่ครบเทอม 4 ปี.“ทีมการเมือง”คลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม