รองเลขาธิการ กกต.สั่งสะสางปมร้อนข้อพิรุธหีบบัตรเลือกตั้งที่ชลบุรีให้จบภายใน 2 วัน ฮึ่มลุยสอบหน่วยปทุมธานี นับคะแนนใหม่โดยพลการ ยืนยันยินดีให้ความเป็นธรรมทุกฝ่ายและจะตรวจสอบทุกเรื่องที่ประชาชนสงสัยไม่เข้าใจ ส่วนข่าวนับคะแนนใหม่ที่ศรีสะเกษเป็นข้อมูลเท็จ ม็อบชลบุรียังเหนียวแน่นปักหลักชุมนุม ต่อจนกว่าจะได้ข้อยุติ ขณะที่ “ไอซ์-รักชนก” มาเยี่ยม ให้กำลังใจ ด้าน “วิโรจน์” แจ้งความ 157 กกต.จ.ชลบุรี ประธานหน่วยเลือกตั้งที่ 15 และ กกต.ทั้ง 7 คน “เท้ง” ลั่นแพ้ได้แต่ถูกโกงไม่ได้ นับคะแนนใหม่ขอสื่อและประชาชนร่วมตรวจสอบ โต้ “สุชาติ” กล่าวหามีคนอยู่เบื้องหลังเหตุป่วนนับคะแนนชลบุรี ด้าน ผอ.พรรคประชาชนยื่น กกต.นับคะแนนใหม่ 18 เขต ส่วนพรรคเพื่อไทยจี้ กกต.เร่งสอบปมอำนาจเงิน อำนาจรัฐแทรกแซงการเลือกตั้ง ภายหลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และการออกเสียงประชามติ ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดจัดขึ้นทั่วประเทศเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. หลังทราบผลการเลือกตั้งคร่าวๆในค่ำวันเดียวกัน มีประชาชนส่วนหนึ่งไปตรวจสอบการนับคะแนนตามหน่วยเลือกตั้งต่างๆ พบว่าหลายหน่วยมีความไม่โปร่งใส มีพิรุธในการนับคะแนนอย่างน่าสงสัยถึงความไม่ชอบมาพากล อาทิ การพบ “บัตรเขย่ง” ที่หน่วยเลือกตั้งเขต 7 ที่ใช้หอประชุมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จ.ปทุมธานี (มทร.ธัญบุรี) เป็นสถานที่ลงคะแนนและนับคะแนน และยังพบมีการใช้ผ้าสีดำปิดคลุมกล้องวงจรปิด ส่อถึงพฤติการณ์ต้องสงสัยเป็นพิรุธว่า มีการปิดบังบางสิ่งบางอย่างของ จนท.หน่วยเลือกตั้งดังกล่าว ทำให้ นศ.มทร.ธัญบุรีและผู้เข้าดูการนับคะแนน รวมตัวกันโวยจนต้องมีการนับคะแนนใหม่และพบว่ามีการนับคะแนนผิดพลาดจริงเฝ้ากล่องบัตรข้ามวันข้ามคืนที่ดุเดือดไม่แพ้ จ.ปทุมธานี คือที่ จ.ชลบุรี หลังประชาชนและนักศึกษา ที่มาติดตามการนับคะแนนการเลือกตั้ง สส.ชลบุรี เขต 1 หลังปิดหีบ ตั้งแต่เวลา 21.00 น. วันที่ 9 ก.พ. พบสารพัดพิรุธในการนับคะแนน พากันรวมตัวกันที่สนามตรงข้ามโรงยิม ต.บางปลาสร้อย อ.เมืองชลบุรี คัดค้าน ขอให้นับคะแนนการเลือกตั้งใหม่ เนื่องจากพบพิรุธและความไม่โปร่งใสอย่างมาก ต่อมา กกต.นำรถบรรทุกขนหีบบัตรเลือกตั้งทั้งหมดมาที่หน้าศาลากลางจังหวัดชลบุรี มีชาวบ้านตามมาเรียกร้องขอให้นับคะแนนใหม่ แต่ถูกปฏิเสธอ้างว่าต้องรอคำสั่งจากส่วนกลาง ทำให้ประชาชนที่ทยอยมารวมตัวกันจำนวนมากตั้งแต่เย็นวันที่ 9 ก.พ.กรูเข้าล้อมรถบรรทุกหีบบัตร กดดันอย่างหนักไม่ให้เคลื่อนย้ายหีบ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องนำหีบบัตรไปเก็บรักษาที่โรงยิม ขณะที่ประชาชนและนักศึกษาทั้งหมด ที่มาติดตามการนับคะแนนชนิดข้ามวันข้ามคืน ไม่ยอมหลับนอนพากันนอนเฝ้านั่งเฝ้าหีบบัตรเลือกตั้งในสนามแบดมินตัน จับตาดูสถานการณ์อยู่ที่ด้านในและด้านนอกของสถานที่เก็บใบคะแนน กกต.กว่า 100 คน รวมทั้งสื่อมวลชนหลายสำนักเฝ้าติดตามข่าว ต่อมานายนริศ นิรามัยวงศ์ ผวจ.ชลบุรี มาดูสถานการณ์ผู้สมัคร สส.ปชน.มาเกาะเหตุการณ์จนถึงเวลา 12.00 น. วันที่ 10 ก.พ.กลุ่มประชาชนชาวชลบุรี ยังคงรวมตัวเพื่อเรียกร้องให้มีการนับคะแนนเลือกตั้ง สส.เขต 1 ชลบุรี ใหม่ ขณะที่นายวรท ศิริรักษ์ ผู้สมัคร สส.เขต 1 ชลบุรี และนายพงศธร ศรีเพชรนรินทร์ รองเลขาธิการพรรคประชาชน เดินทางมายังสนามแบดมินตัน ติดตามสถานการณ์และข้อร้องเรียนของประชาชนที่ให้นับคะแนนเลือกตั้งใหม่ พร้อมยืนยันว่าตนและพรรคประชาชน ไม่เกี่ยวข้องกับการมารวมตัวของชาวชลบุรี ส่วนนายพงศธรกล่าวว่า มาติดตามเหตุการณ์ตั้งแต่เมื่อคืนหลังมีประชาชนพบเหตุผิดปกติและเป็นพิรุธ ขณะที่ทางพรรคยังไม่ได้ดำเนินการใดๆ เป็นพิเศษ แต่อยากเห็น กกต.ปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นธรรมไอซ์มา–ม็อบเปลี่ยนใจชุมนุมรอข้อยุติทางด้าน พ.ต.ท.สิริบัญชา ขวัญเมือง รองผกก.ป.สภ.เมืองชลบุรี ที่เดินทางมาดูแลความสงบเรียบร้อยในการชุมนุม กล่าวว่า จังหวัดและ กกต.รวมทั้งตำรวจได้เชิญแกนนำผู้ชุมนุมที่เรียกร้องให้กกต.นับคะแนนผลการเลือกตั้ง สส.ชลบุรี เขต 1 ใหม่ มาชี้แจงถึงสิทธิของการชุมนุม ซึ่งมีสิทธิชุมนุมแต่ให้ปฏิบัติตามกฎหมายและมีการตกลงกับกลุ่มผู้ชุมนุมว่าทุกคนจะแยกย้ายกันกลับบ้านในเวลาประมาณ 20.00 น. วันที่ 10 ก.พ. มีบางส่วนที่ยังเป็นห่วงว่าเวลา 2 วัน กล่องใส่บัตรเลือกตั้งจะเล็ดลอดสายตาไปในทางที่ไม่ดี ก็จะเฝ้าไว้แต่ไม่มีการใช้เครื่องเสียงหรือปลุกระดมใดๆอีกต่อมา น.ส.รักชนก ศรีนอก ว่าที่ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคประชาชน เดินทางมายังบริเวณสนามแบดมินตัน สถานที่ชุมนุม มีบรรดาแฟนคลับและเอฟซี จำนวนมากมาต้อนรับและประกาศว่าจะไม่สลายการชุมนุม จะรอจนกว่าจะได้ข้อยุติหรือมีการนับคะแนนใหม่“วิโรจน์” แจ้งขับ กกต.จ.ชลบุรีขณะที่ช่วงเย็น นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. โพสต์เอกสารเเจ้งความพร้อมข้อความลงเฟซบุ๊กว่า มาแจ้งความดำเนินคดีกับ กกต.จ.ชลบุรี ประธานหน่วยเลือกตั้งที่ 15 จ.ชลบุรี และ กกต.ทั้ง 7 คน ที่ สภ.เมืองชลบุรี ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และ พ.ร.บ.ป.ป.ช.มาตรา 172 พร้อมลงบันทึกประจำวันแจ้งเบาะแสให้กับรอง ผกก.สส.สภ.เมืองชลบุรี ที่อาจมีคนชั่วบางคนจัดตั้งกลุ่มอันธพาลขึ้นมาทำร้ายประชาชนและก่อเหตุความวุ่นวายที่สนามแบดมินตัน เทศบาลเมืองชลบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจและนายวรจักร สถาพรภิญโญ นอภ.เมืองชลบุรี รับปากว่าจะกำกับดูแลไม่ให้กลุ่มคนทำพฤติกรรมเลวทรามในพื้นที่ จ.ชลบุรี แน่นอน สำหรับการเฝ้าระวังหีบบัตรเลือกตั้ง เป็นเวลา 2 วัน รองเลขาฯ กกต. อนุญาตให้ประชาชนเข้ามาเฝ้าได้ ภายใต้กำกับดูแลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิดมวลชนจันท์จี้ กกต.นับใหม่ด้วยวันเดียวกัน ที่สำนักงาน กกต.จันทบุรี มวลชน เครือข่ายภาคประชาชน ผู้สมัคร สส.และตัวแทนจากหลายพรรคการเมือง เดินทางมาเรียกร้อง กกต.จังหวัด ให้มีการนับคะแนนใหม่หลังเกิดปัญหาถึงการจัดการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ทั้งเรื่องบัตรเขย่งจำนวนมากในเขตเลือกตั้งที่ 1 และที่ 2 คะแนนที่ปรับลดลงของผู้สมัคร การจัดการคูหา รวมถึงการนับคะแนนและตัวเลขคะแนนผู้สมัครที่ไม่แน่นอนก่อนนำมาเผยแพร่ จนทำให้เกิดความสับสน แสดงถึงความไม่โปร่งใส มีนายอำนาจ ผุสดี ผอ.กกต.จันทบุรี ลงมาพบและเปิดห้องประชุมพูดคุยกัน บรรดามวลชนได้เรียกร้องขอให้ระงับการประกาศผลการเลือกตั้งไว้ก่อนและขอให้มีคำสั่ง “นับคะแนนใหม่” หลังพบความไม่โปร่งใสพาดูสถานที่เก็บบัตรเลือกตั้งทั้งนี้ นายอำนาจได้รับหนังสือร้องเรียนและชี้แจงว่าอำนาจการสั่งนับคะแนนใหม่ เป็นดุลพินิจของคณะกรรมการ กกต.กลาง ทั้ง 7 ท่าน จังหวัดจะเร่งส่งเรื่องไปยังส่วนกลางเพื่อพิจารณาต่อไป ส่วนความคลาดเคลื่อนของคะแนนในระบบ ECT Report เป็นความผิดพลาดทางเทคนิคของระบบรายงานผล ต่อมานายอำนาจพร้อมเจ้าหน้าที่ กกต. พามวลชนทั้งหมดเข้าดูสถานที่จัดเก็บหีบบัตรเลือกตั้ง ที่ด้านหลังอาคารสำนักงาน กกต.จันทบุรี หลังตรวจดูหีบบัตรเลือกตั้ง เครือข่ายมวลชนยังคงต้องการให้ กกต.จว.นับคะแนนใหม่ พร้อมระบุว่า เขตเลือกตั้งที่ 1 จากการตรวจสอบข้อมูลการประกาศผลรวมคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ยอดรวมคะแนนที่ผู้สมัครทุกคนได้รับรวมกัน คือ 100,860 คะแนน ในขณะที่ยอดรวมจำนวนบัตรดี มีเพียง 95,966 ใบ ส่งผลให้มีคะแนนเกินกว่าจำนวนบัตรดีถึง 4,894 คะแนน แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า กระบวนการรวมคะแนนหรือนับคะแนนมีความคลาดเคลื่อน ขณะนี้บัตรลงคะแนนยังไม่เคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ กกต.จว.สามารถใช้ดุลพินิจให้มีการนับคะแนนใหม่ ทุกหน่วยเลือกตั้ง ในเขตที่ 1นศ.ปิดล้อม กกต.เขต 1 มหาสารคามที่ศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งและออกเสียงประชามติประจำเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.มหาสารคาม ภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม กลุ่มแกนนำและนิสิตนักศึกษาร่วม 200 คน ในเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.มหาสารคาม รวมตัวปิดล้อมสำนักงาน กกต.มหาสารคาม ตั้งแต่คืนวันที่ 9 ก.พ.ต่อเนื่องถึงวันที่ 10 ก.พ. กดดันให้มีการนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ หลังพบข้อสงสัยหลายประการผู้ชุมนุมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ออกมาชี้แจงให้ชัดเจน ขณะที่ศูนย์ประสานงาน กกต.เขต 1 มหาสารคาม ที่อยู่ใน มรภ. มหาสารคาม จนท.ได้ปิดล็อกประตูไม่ให้คนที่เกี่ยวข้องเข้าไปในสำนักงานนั่งเฝ้าโกดังไม่หลับไม่นอนส่วนที่สำนักงาน กกต.มหาสารคาม หลังศาลากลางใหม่ มีนักศึกษาเกือบ 20 คน มานั่งเฝ้าที่หน้าโกดังเก็บวัสดุของ กกต.และที่ป้อมยามหน้า สนง.กกต. รอคำตอบจาก กกต.กลางและรอเพื่อนนักศึกษาที่จะมาสมทบเฝ้าดูไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายหีบนับคะแนน พร้อมยืนยันว่า จะไม่ยุติการชุมนุมจนกว่าจะได้ข้อสรุปที่เป็นธรรม ขณะที่ ร.อ.ไตรสรณ์ ผาสุก ผอ.กกต.มหาสารคาม ประชุมคอนเฟอเรนซ์กับ กกต.กลาง พร้อมด้วย ดร.กิตติกร บำรุงบุญ กกต. เขต 1 และนายประเสริฐ สระแก้ว ผอ.กกต.เขต1 ชี้แจงสถานการณ์มวลชนขู่อาจยกระดับชุมนุมต่อมาเวลา 15.00 น. นายธีระวัฒน์ พรรณะ ผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จ.มหาสารคาม เขตเลือกตั้งที่ 1 พรรคประชาชน เข้ายื่นหนังสือให้ ผอ.กกต.มหาสารคาม ขอให้มีการนับและรวมคะแนนใหม่ของเขตเลือกตั้งที่ 1 เนื่องจากเชื่อได้ว่าอาจมีการจงใจนับและรวมคะแนนไม่ถูกต้อง ขณะเดียวกันมีกลุ่มมวลชน นิสิต นักศึกษากว่า 100 คน มาชุมนุมปักหลักรอคำชี้แจงจาก กกต.มหาสารคาม มีการชูป้ายข้อความขอให้นับคะแนนใหม่และตะโกนเรียกร้องให้ กกต.เร่งชี้แจง ข้อสงสัย ผู้ชุมนุมระบุว่าหากยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน อาจยกระดับการกดดันด้วยการค้างคืนที่หน้าสำนักงาน กกต.โดยได้เตรียมอุปกรณ์อำนวยความสะดวก เช่น ยากันยุง น้ำดื่ม มาด้วยและขอเรียกร้องให้มีการพิจารณาอย่างจริงจัง ทั้งนี้ บรรยากาศเริ่มตึงเครียด จากสภาพอากาศที่ร้อนและบางส่วนไม่พอใจในท่าทีของ กกต. มหาสารคามที่ยังไม่ออกมาให้คำตอบ แต่หากมีแนวทางเป็นที่พอใจก็พร้อมจะยุติการชุมนุม ขณะที่มีมวลชนหลายกลุ่มวัยทยอยเดินทางมาสมทบต่อเนื่องแก้ไขตัวเลขผิดพลาดแล้วด้าน ร.อ.ไตรสรณ์ ผาสุก ผอ.กกต. มหาสารคามชี้แจงว่า เหตุการณ์เมื่อคืนวันที่ 9 ก.พ.เกิดจากความผิดพลาดของการรวมคะแนนของทางเขต 1 ทำให้มีการร้องเรียนของนักศึกษาให้นับคะแนนใหม่ว่า มีคะแนนที่เพิ่มและมีการแก้ไขขึ้นมา 148 คะแนน เป็นเพราะไม่ได้เอาคะแนนนอกเขตและนอกราชอาณาจักรมารวมด้วย ส่วนเรื่องผลคะแนนแต่ละหน่วยที่เรียกว่า ส.ส. 5/18 จะนำขึ้นเพจของ สนง.กกต.มหาสารคามทั้งหมดของเขต 1 จำนวน 233 หน่วย ให้ประชาชนตรวจสอบคะแนน ขณะที่นายประเสริฐ สระแก้ว ผอ.กกต.เขต.1 มหาสารคามชี้แจงว่า ตัวเลขที่เกิดจากความคลาดเคลื่อนมาจากการรวมคะแนนของ จนท.ที่ให้ไปเขียนขึ้นกระดานด้านหน้าศูนย์ประสานงานที่ ม. ราชภัฏมหาสารคาม พอรวมทั้งหมดทำให้คะแนนหายไป 1 หน่วย ขาดไป 148 คะแนน แต่ต่อมาได้แก้ไขแล้วเขต 6 อุบล ประท้วงขอตรวจผล อีกด้านที่ที่ว่าการอำเภอเขมราฐ จ.อุบลราชธานี วันเดียวกัน มีประชาชนจำนวนมากมารวมตัวถือป้ายประท้วง ขอตรวจสอบผลการนับคะแนนเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 6 ประกอบด้วย อ.นาตาล อ.เขมราฐ อ.โพธิ์ไทร โดยที่ อ. เขมราฐ ยังไม่มีการติดประกาศผลการนับคะแนน อีกทั้งคะแนนผู้สมัครของเขตนี้สู้กันระหว่างนายกิตติกร เชิดชู ผู้สมัครพรรคไทรวมพลัง หมายเลข 2 และ น.ส.ธัญธารีย์ สันตพันธุ์ จากพรรคเพื่อไทย หมายเลข 3 ซึ่ง น.ส.ธัญธารีย์ สันตพันธุ์ ชนะไปแบบสูสีไม่กี่พันคะแนน ทำให้ประชาชนพร้อมกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคไทรวมพลังออกมาเรียกร้องขอตรวจสอบคะแนน แต่เจ้าหน้าที่ไม่ให้ดูคะแนน จึงมาถือป้ายประท้วงถึงความไม่โปร่งใสในครั้งนี้สำหรับคะแนนที่เจ้าหน้าที่ติดประกาศแจ้งนายกิตติกร เชิดชู ผู้สมัครพรรคไทรวมพลัง หมายเลข 2 ได้ 31,581 คะแนน ส่วน น.ส.ธัญธารีย์ สันตพันธุ์ จากพรรคเพื่อไทย หมายเลข 3 ได้ 33,248 คะแนน มีผู้มาใช้สิทธิ รวม 78,114 คน มีบัตรเสียถึง 4,510 ใบแจงข้อสงสัยผู้มาใช้สิทธินายประวิทย์ ก้อนทองดี ผอ.กกต.อุบลราชธานี เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว กกต.จังหวัดตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างต่อเนื่องพร้อมสื่อสารกับผู้สมัครและ กกต.ประจำเขต คลี่คลายความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ประเด็นที่ประชาชนตั้งข้อสังเกตเรื่องคะแนนผู้สมัครรวมมากกว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิ ไม่ได้เกิดจากความผิดปกติของคะแนนเลือกตั้ง แต่เกิดจากการนำเสนอข้อมูลบนป้ายประกาศที่ยังไม่ได้รวมจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งนอกเขตและนอกราชอาณาจักรเข้าไปในยอดผู้มาใช้สิทธิทั้งหมด ขณะที่คะแนนผู้สมัครรวมทุกส่วนไว้แล้วจึงทำให้ตัวเลขดูไม่สอดคล้องกันแชร์ว่อน “บัตรเขย่ง” หลายหน่วยที่สำนักงาน กกต.พิจิตร นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ หรือกำนันนอร์ท ผู้สมัคร สส.พิจิตร เขต 1 พรรคภูมิใจไทย เป็นผู้ที่มีคะแนนมาเป็นอันดับ 1 ในสนามเลือกตั้งครั้งนี้ เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ ผอ.กกต.พิจิตร ขอให้ตรวจสอบและนับคะแนนการเลือกตั้ง สส.รวมถึงการออกเสียงประชามติในเขตเลือกตั้งที่ 1 ใหม่ทั้งหมด สำหรับพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 1 ประกอบด้วย อ.เมืองพิจิตร อ.สามง่าม อ.วชิรบารมี การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังมีข่าวสะพัดในโลกโซเชียล ตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติของจำนวนผู้มาใช้สิทธิกับยอดบัตรเลือกตั้งที่ไม่ตรงกันที่เรียกว่า “บัตรเขย่ง” หลายหน่วยเลือกตั้ง จึงเกิดข้อสงสัย นายภัทรพงศ์เผยว่า แม้ตนจะมีคะแนนนำเป็นอันดับ 1 แต่เพื่อให้เกิดความชัดเจน ล้างข้อกังขาของประชาชน จึงตัดสินใจมายื่นเรื่องขอให้นับคะแนนใหม่ เพื่อให้ผลการเลือกตั้งออกมาถูกต้อง โปร่งใส เป็นธรรมกับผู้สมัครทุกคนไม่ให้ใครมาครหาได้ในภายหลังลำปางบัตรเสียมากกว่าคะแนนที่สำนักงาน กกต.ลำปาง นายอรรถเทพ สมัครธัญกิจ ผู้สนับสนุนพรรคประชาชนพร้อมชาว อ.แม่เมาะและใกล้เคียง พากันเข้าพบนายทองเนตร ดูใจ ผอ.กกต.ลำปาง สอบถามกรณีบัตรเสียในเขตเลือกตั้งที่ 2 ลำปาง ที่มีจำนวนมากกว่า 7,364 ใบ และขอคำชี้แจงจากเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง เรียกร้องให้มีการตรวจสอบ ทบทวนผลการนับคะแนนอีกครั้ง เนื่องจากมีบัตรเสียจำนวนมาก ทำให้ชาวบ้านตั้งข้อสังเกตถึงความไม่โปร่งใสในการนับคะแนนและพิจารณาบัตรเสียของหน่วยเลือกตั้งกว่า 317 หน่วยในเขตเลือกตั้งที่ 2 ทั้งนี้ หากดูจากผลการนับคะแนน 95% อย่างไม่เป็นทางการ นายดาชัย เอกปฐพี จากพรรคกล้าธรรม ได้ 33,987 คะแนน อันดับ 2 คือ น.ส.สุวิภา กุศลจูง จากพรรคประชาชน ได้ 31,810 คะแนน คะแนนของผู้สมัครทั้งสองคนห่างกันแค่ 2,177 คะแนน ทำให้ชาวบ้านตั้งข้อสังเกตของกระบวนการนับคะแนนและพิจารณาบัตรเสียของหน่วยเลือกตั้งกว่า 317 หน่วยในเขตเลือกตั้งที่ 2ขอเวลาตรวจสอบเอกสารนายทองเนตร ดูใจ ผอ.กกต.ลำปาง ชี้แจงว่า การขอตรวจนับคะแนนใหม่ เป็นอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้งส่วนกลาง จะต้องพิจารณาตามขั้นตอนและเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด พร้อมแนะนำให้ประชาชนรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ยื่นคำร้องต่อ กกต. เพื่อให้ตรวจสอบได้ตามกระบวนการ ส่วนผลการเลือกตั้งอยู่ระหว่างรวบรวมการตรวจสอบของแต่ละหน่วยเลือกและรวบรวมจากเขตเลือกตั้งทั้ง 4 เขต ต้องตรวจสอบเอกสารที่มาจากหน่วยเลือกตั้งทุกหน่วย 3 ประเภท สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ และการออกเสียงลงประชามติ จำนวน 1,238 หน่วย ป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาดในส่วนการลงคะแนนและป้องกันการร้องเรียนคัดค้าน ผลคะแนนจึงล่าช้า3 สส.ส้มร้องขอนับคะแนนใหม่ที่สำนักงาน กกต.จ.พะเยา วันเดียวกันนี้ ผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.ของพรรคประชาชน คือ นายวิสา บุญนัดดา เขต 1 นายวิทวัส รัชตาจ้าย เขต 2 นายรุ่งวิกรัย ครุฑธิยัง เขต 3 มายื่นคำร้องระบุว่า ขอให้สำนักงาน กกต.พะเยา สั่งให้มีการนับและรวมคะแนนเลือกตั้งใหม่ จากกรณีที่มีการทุจริตในหน่วยเลือกตั้งและมีการกล่าวถึงพรรค ปชน.พวกตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ และได้ไปลงบันทึกประจำวันที่ สภ.เมืองพะเยาแล้ว ขณะที่นางปนัดดา จันทร์โชติญาณ ผอ.กกต. พะเยา กล่าวว่า หลังการเลือกตั้ง กกต. จะประกาศผลคะแนนทางเว็บไซต์ของ กกต.หากประชาชนเห็นว่าเป็นการนับคะแนนอีกรูปแบบ สามารถมาร้องเรียนได้ที่ กกต. สำหรับผลคะแนน เริ่มทยอยเข้ามาเรื่อยๆ ส่วนเรื่องการทุจริตในหน่วยเลือกตั้ง ตอนนี้มีการสืบสวนสอบสวนตามกระบวนการสาว กปน.ปฏิเสธทุจริตหย่อนบัตรส่วนกรณีนางจุฑาทิพย์ เมืองมูล อายุ 35 ปี คณะกรรมการประจำหน่วยเขตเลือกตั้งที่ 1 (กปน.) หน่วยเลือกตั้งที่ 6 โรงอาหารโรงเรียนบ้านศาลา หมู่ 4 ต.ท่าวังทอง อ.เมืองพะเยา ทุจริตการเลือกตั้ง โดยเจ้าหน้าที่ในหน่วยเลือกตั้งพบเห็นการทุจริตจึงแจ้งตำรวจประจำหน่วยเลือกตั้งและคณะกรรมการหน่วยเลือกตั้งควบคุมตัวพร้อมของกลาง เป็นบัตรเลือกตั้งบัญชีรายชื่อกาพรรคประชาชน 6 ใบ กาพรรคไทยทรัพย์ทวี 1 ใบ และบัตรเลือกตั้ง สส. เขต กาหมายเลข 1 -3 ใบ หมายเลข 2 พรรคประชาชน 4 ใบ รวมทั้งหมด 14 ใบ ขณะที่ พ.ต.อ.เฉลิมชาติ ยาวิชัย ผกก.สภ.เมืองพะเยา เปิดเผยผลการสอบสวนนางจุฑาทิพย์ว่าเจ้าตัวให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาขอไปให้การชั้นศาล“ภัทรพงศ์” ยื่น กกต.ตรวจนับใหม่ที่สำนักงาน กกต.พิจิตร เวลา 09.30 น. นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ ว่าที่ สส.พิจิตร เขต 1 พรรคภูมิใจไทย เข้ายื่นหนังสือถึง กตต. ขอให้มีการตรวจสอบและนับคะแนนการเลือกตั้ง สส.พิจิตร เขต 1 ใหม่อีกครั้ง ระบุว่าหลังมีกลุ่มบุคคลและสื่อโซเชียลจำนวนมาก แสดงข้อมูลตัวเลขจำนวนบัตรเลือกตั้ง สส. ศูนย์รายงานผลการนับคะแนนเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ เขตเลือกตั้งที่ 1 อ.เมืองพิจิตร อ.สามง่าม และ อ.วชิรบารมี ปรากฏว่าจากจำนวนผู้มาใช้สิทธิ 100,830 คน แต่มีคะแนนรวม 130,175 คะแนน เกินจากจำนวนผู้มาใช้สิทธิ 29,345 คนนั้น ในฐานะผู้สมัคร สส. ต้องการให้ กกต. ตรวจสอบและนับคะแนนใหม่ในเขต 1 เพื่อความถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรม“เท้ง” ลั่นแพ้ได้ แต่ถูกโกงไม่ได้ที่สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาความวุ่นวาย ที่ จ.ชลบุรี เขต 1 ว่า พรรคมอบหมายให้นายพงศธร ศรเพชรนรินทร์ รองเลขาธิการพรรค ดูแลพื้นที่ภาคตะวันออก ไปติดตามสถานการณ์ในพื้นที่แล้ว ผู้สมัคร สส.ไปอยู่กับประชาชนในพื้นที่แล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งที่ จ.ชลบุรี มีการพบเห็นใบนับคะแนนในถังขยะ เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น ไม่ถูกต้อง ขอบคุณประชาชนที่ออกมาปกป้องสิทธิและเสียงของตัวเอง พรรคพร้อมปกป้องสิทธิและเสียงประชาชนทุกคน ขอส่งข้อเรียกร้องไปยัง กกต. เชื่อว่าสิ่งสำคัญคือทำให้ทุกคนยอมรับผลการเลือกตั้ง แพ้ได้ แต่ถูกโกงไม่ได้ การสั่งให้นับคะแนนใหม่ทั้งจังหวัดหรือทั้งประเทศ คิดว่าเป็นสิ่งที่อยู่ในวิสัยที่ทำได้ อย่างน้อยการนับคะแนนใหม่ มารวมศูนย์การนับคะแนนอยู่ที่ตรงกลาง ประชาชนรวมถึงสื่อมวลชนช่วยกันตรวจสอบการนับคะแนนได้อีกรอบหนึ่งโต้ “สุชาติ” กล่าวหามีผู้อยู่เบื้องหลังป่วนเมื่อถามว่านายสุชาติ ชมกลิ่น ว่าที่ สส.ชลบุรี เขต 1 พรรค ภท. ชี้ว่ามีคนอยู่เบื้องหลังให้นับคะแนนใหม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ไม่อยากให้ใช้การกล่าวหาแบบนั้น ยืนยัน ไม่มีแกนนำพรรคไปเป็นแกนนำประท้วง เราระมัดระวังตัวมากไม่ให้ฝั่งตรงข้ามหรือแม้แต่นายสุชาติเอาประเด็นนี้ไปบิดเบือนได้ ถ้าพูดแบบนี้คิดว่าไม่เป็นธรรมกับประชาชน ทุกคนยอมรับความพ่ายแพ้ได้ แต่ไม่สามารถยอมรับกลโกงได้ นายสุชาติก็ควรเรียกร้องทำให้การเลือกตั้งนั้นโปร่งใสเช่นกัน ตัดสินใจได้ง่ายมากคือให้มีการนับคะแนนใหม่ปชน.ยื่นขอนับใหม่แล้ว 10 เขตต่อมาเวลา 13.35 น. เพจเฟซบุ๊กพรรค ปชน. โพสต์ข้อความว่า “เรายอมรับผลการเลือกตั้ง แพ้-ชนะเป็นเรื่องยอมรับได้ แต่โกงการนับคะแนนเรารับไม่ได้ ทุกคะแนนเสียงของประชาชนคือเจตจำนงที่เราต้องปกป้อง ตอนนี้เรามีทีมเฉพาะกิจสำหรับรับเคสดำเนินคดีการนับคะแนนผิดปกติทั่วประเทศ และดำเนินการยื่นเรื่องขอนับคะแนนใหม่ 10 เขต ดังนี้ จ.ขอนแก่น เขต 3 นายชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง จ.ลำปาง เขต 2 น.ส.สุวิภา กุศลจูง จ.สุราษฎร์ธานี เขต 1 นายรัฐภัทร์ พัฒนาศิริรักษ์ จ.ชลบุรี เขต 1 นายวรท ศิริรักษ์ จ.มหาสารคาม เขต 1 นายธีระวัฒน์ พรรณะ จ.นครราชสีมา เขต 13 น.ส.นาลันทา บุญชิต จ.ชัยนาท เขต 1 นายทรงพล ภัทราภิรมย์ จ.สมุทรปราการ เขต 6 นายวีรภัทร คันธะ จ.ตาก เขต 1 นายคริษฐ์ ปานเนียม จ.สระบุรี เขต 1 นายสรพัช ศรีปราชญ์”ยื่นนับใหม่รวม 18 เขตช่วงบ่าย นายกิตติชัย เตชะกุลวณิชย์ ผู้อำนวย การเลือกตั้งพรรค ปชน. แถลงว่าพรรค ปชน.ขอเรียกร้องให้ กกต.สั่งการให้สำนักงาน กกต.ทุกจังหวัด เปิดเผยรายงานผลการนับคะแนนเลือกตั้งหน้าหน่วย หรือแบบ สส.5/18 ทางเว็บไซต์ของสำนักงาน กกต.จังหวัด หรือเว็บไซต์สำนักงาน กกต. ว่าถูกต้อง ตรงตามที่ได้มีการประกาศผลหรือไม่ โดยผู้สมัครพรรคปชน. ยื่นหนังสือต่อสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัด ขอให้สั่งให้มีการนับคะแนนใหม่รวมทั้งหมด 18 เขตทั่วประเทศ ประกอบด้วย จ.ขอนแก่น เขต 3 จ.ลำปาง เขต 2 จ.สุราษฎร์ธานี เขต 1 จ.ชลบุรี เขต 1 จ.มหาสารคาม เขต 1 จ.นครราชสีมา เขต 2 และเขต 13 จ.ชัยนาท เขต 1 จ.สมุทรปราการ เขต 6 จ.ตาก เขต 1 จ.สระบุรี เขต 1 จ.เชียงใหม่ เขต 6 จ.เชียงราย เขต 6 และ จ.สุพรรณบุรีทั้งจังหวัดทั้ง 5 เขต รวบรวมข้อมูลทั้งหมดยื่นเรื่องไว้ที่ กกต.แล้วขู่ กกต.เที่ยงธรรมโปร่งใสไม่งั้นเจอ 157นายกิตติชัยกล่าวว่า หลังจากนี้ผู้สมัคร สส.พรรค ปชน.จะยื่นเพิ่มเติมอีก โดยพรรคได้เปิดเว็บไซต์เพื่อรับเรื่องร้องเรียน และแจ้งเบาะแส รวมถึงหลักฐาน ทำงานร่วมกับเว็บไซต์ vote62 ในการรับข้อมูล และยังมีทีมกฎหมายของพรรคร่วมพิจารณายื่นคำร้องไปยัง กกต. จากหลักฐานที่พรรคได้รับมา ค่อนข้างชัดเจนว่าหลายกรณีเกิดเหตุทุจริตจากการเลือกตั้งขึ้นจริง พรรค ปชน.จึงขอเรียกร้องไปยัง กกต. ขอให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต โปร่งใส และเที่ยงธรรมจริงๆ มิฉะนั้น อาจถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่แฉผู้นำจิตวิญญาณปลุกป่วนขณะที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกฯ และ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่าที่ สส.ชลบุรี เขต 1 กล่าวว่า การเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ในเขต 1 จ.ชลบุรี ถ้าไม่ตรงมีบัตรเขย่งก็ต้องนับใหม่ตรงนั้นตามกฎหมาย ปัญหาที่เกิดขึ้นในเขต 1 เกิดจากแกนนำจิตวิญญาณของเขา ที่มาปั่นป่วนทั้งหมด ผลต่างเกือบ 5 พันคะแนน สงสัยว่าเขาสงสัยอะไร เมื่อนำคะแนน สส.เขต สีส้ม ประมาณ 41,000 คะแนน บัญชีรายชื่อประมาณ 43,000 คะแนน ดูก็ไม่ได้ผิดปกติ เห็นชัดว่าไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง เป็นหน้าที่ของ กกต.ต้องชี้แจงตามข้อกฎหมาย ถ้าอยากนับใหม่ต้องไปทำตามข้อกฎหมายถามถ้าผลเท่าเดิมใครรับผิดชอบนายสุชาติกล่าวอีกว่า ถามว่าถ้านับใหม่ผลออกมาเท่าเดิมใครรับผิดชอบ คนที่ปลุกปั่นรับผิดชอบหรือไม่ คนที่อยู่ข้างหลังฉากรับผิดชอบหรือไม่ กล้าลาออกจาก สส.หรือไม่ ส่วนเขต 2 จ.ชลบุรี ทุกหน่วยกลุ่มตนเป็นผู้ชนะหลักร้อย พอคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้ามาเราแพ้ 1,500 คะแนน กลับมาแพ้ 1,000 คะแนน ก็ยอมรับตามหลักประชาธิปไตย ไม่ได้ไปเรียกร้องให้นับใหม่ เมื่อถามว่าตอนนี้เหมือนประชาชนคาใจทั้งประเทศ หากไม่เคลียร์อาจลุกลามเป็นเหตุการณ์ใหญ่โต นายสุชาติกล่าวว่า กกต.ต้องชี้แจง ต้องถามคนที่อยู่เบื้องหลังที่โพสต์เฟซบุ๊กปลุกปั่น ทั้งนี้ ถ้าเขาบอกว่า กทม.ให้นับใหม่ทั้ง 33 เขต จะทำอย่างไร หรือถ้าบอกว่าให้นับคะแนนเขต 2 ชลบุรีใหม่ทั้งหมดจะทำอย่างไรจี้เร่งสอบปมอำนาจเงิน–รัฐแทรกอีกด้านที่พรรคเพื่อไทย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมนายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรค ร่วมแถลงท่าทีพรรคต่อความโปร่งใส ในการจัดการเลือกตั้ง นายจุลพันธ์กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยแสดงความห่วง ใยต่อความผิดปกติที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยและการเลือกตั้ง พรรคได้รวบรวมข้อเท็จจริงและตรวจสอบข้อมูลละเอียดทุกเขต ยืนยันว่าสิ่งที่เราดำเนินการทั้งหมดตั้งอยู่บนหลักฐาน ข้อมูลทางกฎ หมาย จากข้อมูลเบื้องต้น มีข้อสังเกตที่เป็นรูปธรรม 3 อย่าง คือ มีข้อสงสัยและร้องเรียนเรื่องการใช้อำนาจเงินในหลายพื้นที่ รวมถึงการใช้อำนาจรัฐแทรกแซง เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครอง ขอให้ตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา ปัญหาในเรื่องการจัดการของ กกต.เอง ข้อร้องเรียนในกรณีนี้เป็นที่ถกเถียงกันในสังคมจำนวนมาก เช่น การนับคะแนนที่ไม่เปิดเผย ขาดความโปร่งใส ความผิดปกติในเขตเลือกตั้งบางที่ที่มีการนับคะแนนแล้วขอนับใหม่ คะแนนพลิกผันหลายหมื่นคะแนน จากแพ้ไปกลายเป็นชนะ ขอให้เร่งตรวจสอบเปิดเผยข้อเท็จจริงต่อสาธารณะแจงยิบปมร้อนนับใหม่ชลบุรีที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เวลา 14.00 น. ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. แถลงกรณีที่เกิดขึ้นในเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.ชลบุรี ที่ประชาชนบางส่วนสงสัยเรื่องกระบวนการยุบรวมหีบบัตรเลือกตั้ง คือการเอาหีบบัตรที่นับคะแนนจากทุกหน่วย มารวมกันในหีบเดียวกัน เพื่อเอาไปเก็บรักษาที่ปลอดภัย เช่น สถานีตำรวจ ที่ว่าการอำเภอ จนกว่าพ้นระยะเวลาการร้องคัดค้าน คือ 2 ปี ระหว่างที่เจ้าหน้าที่เตรียมความพร้อมกำลังยุบรวม มีประเด็นทำไมไม่คล้องสายรัดบ้าง ไม่เรียบร้อยบ้าง บางหีบไม่ได้คล้องสายรัด ก็มีการซีลเทปกาวโดยรอบ ไม่สามารถให้ใครเปิดได้ หลายท่านคาใจกระบวนการนี้มีการทุจริตอะไรหรือไม่ เรามีกระบวนการในการรีเช็กกัน ทุกหน่วยจะมีรายงานผลการนับคะแนน เรียกว่า สส.5/18 และ สส.5/18 บช. ส่วนนี้ติดไว้หน้าหน่วยแล้ว กระบวนการแก้ ไขคะแนนเป็นไปไม่ได้ เปิดเผยต่อสาธารณชนตรวจสอบได้ ไม่ใช่มาถึงตรงนี้แล้วมีการเปิดหีบ แก้ไขคะแนน ไม่สามารถทำได้ การขอให้นับคะแนนใหม่ได้หรือไม่ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขกฎหมายก่อน เป็นอำนาจ กกต. ที่จะพิจารณาจากหลักฐาน ข้อเท็จจริง คำร้องคัดค้าน แต่ละขั้นตอนสั่งสอบสวนข้อสงสัยให้จบใน 2 วันว่าที่ ร.ต.ภาสกรกล่าวว่า กรณีชลบุรีถึงถามว่าทำไมไม่สามารถสั่งนับคะแนนใหม่ได้ทันที ขั้นตอนต้องอยู่ในการพิจารณาของ กกต.ที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริงเหล่านี้ กกต.มีมติมอบหมายรองเลขาธิการ กกต. ด้านสืบสวน ไปตรวจสอบว่าข้อเท็จจริงอย่างไร มีการคัดค้านหรือไม่ ฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่ ให้แล้วเสร็จใน 2 วัน ชัดเจนสำหรับชลบุรี และยังให้ ผอ.กกต.ชลบุรี รายงานผลคะแนนภาพรวม จ.ชลบุรี เพื่อให้ กกต.พิจารณาว่า มีกระบวนการอะไรที่ไม่ชอบมาพากลหรือไม่เพื่อให้ กกต.พิจารณาว่า จะงดประกาศผลหรือไม่ สั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่หรือไม่ หรือสั่งนับคะแนนใหม่หรือไม่ ต้องเป็นไปตามกรอบกฎหมาย สมมติถ้าเป็นจริง กกต.จะปฏิบัติตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.มาตรา 124 อาจสั่งนับคะแนนใหม่หรือไม่ หรือออกเสียงลงคะแนนใหม่หรือไม่ฮึ่มลุยสอบหน่วยปทุมธานีพลการผู้สื่อข่าวถามว่ากรณี จ.ปทุมธานี เขต 7 ทำไมถึงนับคะแนนใหม่ได้ทันที แต่ชลบุรี เขต 1 ต้องรอให้ กกต.ชุดใหญ่พิจารณา ว่าที่ ร.ต.ภาสกรกล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่าห่วง เพราะการสั่งนับคะแนนใหม่เป็นอำนาจของ กกต.ชุดใหญ่ ไม่มีใครสามารถสั่งนับคะแนนใหม่ได้ แต่กรณีปทุมธานี เป็นการดำเนินการข้ามขั้นตอนของกฎหมาย สำนักงานรวบรวมข้อเท็จจริงและรายงานเสนอให้ กกต.พิจารณา ขอย้ำว่ากระบวนการนับคะแนนใหม่ไม่สามารถทำตามอำเภอใจได้ ที่มีการนำเสนอข่าวการนับคะแนนที่ปทุมธานีเขต 7 ว่านับคะแนน 2 รอบ รอบแรกคนนี้ได้ พอนับอีกรอบได้อีกพรรค เปลี่ยนผลคะแนนมากมาย ไม่ใช่เรื่องจริง ยืนยันว่าทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม มีการเปลี่ยนแปลงเฉพาะบางหมายเลข แตกต่างแค่ 1-2 คะแนนเท่านั้น ส่วนอื่นไม่ได้ทำให้ผลการเลือกตั้งเปลี่ยนแปลงไป มีการรีเช็กทุกขั้นตอนโต้ไม่เคยคิดโยนบาปให้ กปน.รองเลขาฯ กกต.กล่าวอีกว่า กกต.ยืนยันว่ายินดีให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย และจะตรวจสอบทุกเรื่องที่มีการสงสัย ไม่เข้าใจ เช่น ที่ จ.มหาสารคาม มีคะแนนคลาดเคลื่อน แต่คำว่าคะแนนคลาดเคลื่อนไม่ใช่เกิดจากประกาศที่หน่วย รายงานผลนับคะแนนทุกหน่วยถูกต้องตรงกัน แต่เวลารวมคะแนนเพื่อขึ้นป้ายประกาศผลคะแนนหน้าที่ว่าการเขต ใส่ตัวเลขคลาดเคลื่อน พอเห็นได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ปรากฏว่าขาด 1 หน่วย มีการแก้ไขให้ถูกต้องตรงกัน ล่าสุดมีเจ้าหน้าที่ กปน.หลายพื้นที่ส่งเสียงว่า กกต.ไม่ปกป้องพวกเขา ทำให้ถูกคุกคาม ทั้งเลขาธิการ กกต.และ กกต. มีความห่วงใย กปน.ในการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ว่ามาจากหน่วยไหน ความผิดพลาดทั้งหลายเราไม่ปฏิเสธว่าเป็น กกต. เราไม่เคยผลักภาระว่าเป็นกปน. แต่ต้องว่าด้วยข้อเท็จจริง กปน.ถือเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ถ้าทำถูกต้อง กฎหมายคุ้มครอง แต่ถ้าปฏิบัติไม่ถูกต้อง ก็ต้องรับผิดชอบตัวเอง ยืนยัน กกต.ปกป้องทุกหน่วย การเลือกตั้งครั้งนี้เรามีพรรคการเมืองลงสมัคร 57 พรรค เกิดความคิดความชอบของผู้มาใช้สิทธิมากมาย อาจมีบางส่วนพอใจ บางส่วนไม่พอใจ ไม่ว่าใครจะเป็น กปน.ก็ตาม ไม่สามารถทำการใดๆ นอกเหนือกรอบที่กฎหมายกำหนดหรือละเมิดกฎหมายได้ไฟดับพัดลมติดอยู่ในคำร้องแล้ว ด้านนายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. กล่าวชี้แจงกระบวนการสอบสวนเหตุการณ์ที่ จ.ชลบุรีว่าการปฏิบัติหน้าที่กปน. เมื่อนับคะแนนเสร็จจะมีการตรวจทานอีกครั้งว่า ผู้มาใช้สิทธิตรงกับบัตรที่ใช้ไปหรือไม่ ถ้าไม่ตรงมีสิทธิตรวจสอบ เมื่อมีบัตรเข้าไปในหีบปิดหีบเรียบร้อยแล้ว อำนาจของ กปน.หรือ กกต.เขตหมดไปแล้ว ถ้าจะมีเหตุให้มีการเปิดหีบเช็กอีกรอบ การสอบข้อเท็จจริงมี 2 ส่วนคือ 1.มีคนร้อง 2.กกต.เห็นเองว่าการนับคะแนนไม่ถูกต้อง ตรงนี้ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง จะทราบผลภายใน 2 วัน ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่พยานหลักฐานที่มี ไม่สนว่าเป็นของกลุ่มการเมืองใด กรณีนี้ผู้ร้องมีหลักสิบคน แต่ต้องให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ให้โอกาสฝ่ายถูกกล่าวหาด้วย ส่วนกรณีไฟดับพัดลมติดระหว่างนับคะแนนบางหน่วยนั้น เรื่องนี้อยู่ในคำร้องอยู่แล้วนับใหม่ที่ศรีสะเกษข่าวเท็จเมื่อถามถึงกระแสข่าวการนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ที่ จ.ศรีสะเกษ เขต 6 เขต 7 นายครรชิตกล่าวว่า เรื่องนี้ไม่เป็นความจริง ตรวจสอบกับ กกต.ศรีสะเกษแล้ว การสั่งให้นับคะแนนใหม่ต้องเป็น กกต.ชุดใหญ่สั่งเท่านั้น แม้แต่ กกต.จังหวัดก็ไม่สามารถดำเนินการได้ ยอมรับว่าในโซเชียลมีหลายกรณี เป็นการตกแต่งผลการเลือกตั้งใหม่ แล้วนำมาโพสต์สร้างความเข้าใจผิดให้กับประชาชน กกต.กำลังตรวจสอบ ยอมรับว่ากระแสการปั่นผลการนับคะแนนเป็นปัญหาที่ กกต.หนักใจมาก เมื่อถามอีกว่าจังหวัดอื่นเริ่มมีการชุมนุมของชาวบ้าน อยากให้นับคะแนนใหม่ นายครรชิตกล่าวว่า มี 2 ช่องทาง ช่องทางแรกยื่นคำร้องต่อ กกต. พร้อมพยานหลักฐาน อีกช่องทางคือ กกต.เห็นเป็นความปรากฏ หยิบยกขึ้นมาพิจารณาได้เมื่อถามว่าประชาชนมองการทำงานของ กกต. ล่าช้าในการแก้ปัญหา นายครรชิตกล่าวว่า เรื่องร้องทั้งหมด 113 เรื่อง กรณีชลบุรี ไม่ใช่เพิ่งประชุม รองเลขาธิการ กกต.ไปกลางดึก แล้วถูกล้อมไว้ ออกไม่ได้ เพิ่งออกมาได้เมื่อเช้าวันที่ 10 ก.พ. มีรายงานต่อเนื่องมาว่าเกิดประเด็นว่ายังไม่จบ จึงมาประชุมต่อตอนเช้าตร.สรุปปัญหาร้องเรียน 17 เขต 15 จว.ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติและการประชุมระบบทางไกลผ่านจอภาพ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. มอบหมาย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศลต.ตร.) เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์ความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง มีผู้แทนหน่วยที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศร่วมประชุม สรุปภาพรวมพบว่ามีประเด็นปัญหาข้อร้องเรียน 17 เขตเลือกตั้ง ใน 15 จังหวัด มีปัญหา อาทิ พบใบนับคะแนนอยู่ในถังขยะ, การปิดกั้นผู้สังเกตการณ์ ใช้ถุงดำคลุมกล้อง CCTV, ความไม่โปร่งใสในการนับคะแนน รายงานผลล่าช้า บัตรเสียสูงผิดปกติ บัตรเขย่ง บัตรเสียหาย เป็นต้น ส่วนใหญ่มีการยื่นคำร้อง ดำเนินการแก้ไขและดำเนินคดีแล้ว ยังเหลือบางจุดที่กำลังดำเนินการโดยทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่