ป.ป.ช.มีมติเป็นเอกฉันท์ ลงดาบฟันอดีต 44 สส.ก้าวไกล รวมถึง “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” อดีตหัวหน้าพรรค จากการเข้าชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ระบุชัด แม้เป็นสิทธิในการเสนอแก้กฎหมาย แต่เป็นการกระทำที่เซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบัน ด้วยเนื้อหาร่างฯ ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มุ่งประสงค์ลดทอนการคุ้มครองสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยส่งไม้ต่อศาลฎีกาวินิจฉัยภายใน 30 วัน มีว่าที่ สส.ปชน.จากการเลือกตั้งล่าสุดติดร่างแหด้วย 10 คน เป็น สส.บัญชีรายชื่อ 8 คน ล้วนแกนหลักพรรค “เท้ง-ไหม-โรม” รวมถึง “หมอวาโย-ปกรณ์วุฒิ-ณัฐวุฒิ-สุรเชษฐ์-ณัฐชา” และว่าที่ สส.กทม. 2 คน “ธีรัจชัย-เท่าพิภพ” ด้าน “เท้ง-ณัฐพงษ์” ข้องใจ งานนี้อาจมีเบื้องหลังที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 9 ก.พ. มีการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีวาระสำคัญคือ การประชุมลับเพื่อลงมติชี้มูลความผิดคดีกล่าวหาอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล ทำผิดมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง กรณีเข้าชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยประชุมกันตั้งแต่ช่วงเช้า ก่อนพักการประชุมและกลับมาพิจารณาต่อในช่วงบ่าย และได้ข้อสรุปลงมติเป็นเอกฉันท์ชี้มูลความผิดอดีต สส.ก้าวไกลทั้ง 44 คน ว่ากระทำผิดจริยธรรมร้ายแรงในกรณีดังกล่าว และเตรียมส่งฟ้องต่อศาลฎีกาพิจารณาคดีต่อไปสำหรับอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล มี สส.พรรคประชาชนที่ได้รับเลือกตั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 8 ก.พ.รวมอยู่ด้วย 10 คน เป็นว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ 8 คน ได้แก่ 1.นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ 2.น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล 3.นายรังสิมันต์ โรม 4.นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง 5.นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล 6.นายณัฐวุฒิ บัวประทุม 7.นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ 8.นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ และว่าที่ สส.กทม. 2 คน คือ นายธีรัจชัย พันธุมาศ และนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกรต่อมาเวลา 16.00 น. นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการ ป.ป.ช. แถลงว่า ที่ประชุม ป.ป.ช.ลงมติเป็นเอกฉันท์ชี้มูลความผิดนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล กับพวกรวม 44 คน มีความผิดกรณีฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรงในการร่วมกันเสนอร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ที่มีเนื้อหาขัดต่อรัฐธรรมนูญ มุ่งประสงค์ลดทอนการคุ้มครองสถาบันพระมหากษัตริย์ อาศัยกระบวนการนิติบัญญัติเสนอร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวที่ไม่ยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อการดำรงตำแหน่ง การกระทำดังกล่าวเป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบัน ก่อให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเมืองในวงกว้างอย่างร้ายแรง อีกทั้งยังนำการแก้ไข พ.ร.บ.ดังกล่าวมากำหนดเป็นนโยบายหาเสียง การกระทำของนายพิธาที่เป็นผู้ริเริ่มลงชื่อเสนอญัตติแก้ไขเพิ่มเติมร่าง พ.ร.บ. มีผู้ร่วมลงชื่อในญัตติอีก 43 คน รวม 44 คน ข้อเท็จจริงไม่อาจแบ่งแยกหรือชี้แจงการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาแต่ละคนได้ว่า มิได้ร่วมกันดำเนินการเสนอญัตติ โดยมิได้มีเจตนาร่วมกัน และผู้ถูกกล่าวหาแต่ละรายไม่ได้ชี้แจงให้เห็นถึงการกระทำที่แบ่งแยกโดยชัดเจนว่า ต่างคนต่างกระทำในการเสนอญัตติ การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 44 คน จึงดำเนินการโดยมีเจตนาร่วมกัน ตามแนวคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2567 ลงวันที่ 31 ม.ค.2567นายสุรพงษ์กล่าวว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาเนื้อหาร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญาตามที่ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 44 คน เสนอ และพฤติกรรมต่างๆประกอบแล้วเห็นว่า แม้สิทธิการเสนอแก้กฎหมายจะเป็นสิทธิของ สส.ที่เข้าชื่อกันเสนอกฎหมายได้ แต่ต้องพิจารณาเนื้อหาของร่างที่เสนอว่า มีลักษณะฝ่าฝืนบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ หรือมีเนื้อหาที่ไม่สมควรหรือไม่ โดยเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรมีข้อทักท้วงเกี่ยวกับเนื้อหาร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทน ราษฎร พ.ศ.2562 ข้อ 111 และข้อ 112 แต่ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 44 คน ยังยืนยันเสนอร่างแก้ไขกฎหมายดังกล่าวต่อสภาผู้แทนราษฎร ให้ดำเนินการในกระบวนการตรากฎหมายต่อไปเมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า ญัตติที่เสนอมีเนื้อหาในลักษณะดังกล่าว แสดงให้เห็นความไม่ยึดมั่นและธำรงไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 44 คน จึงฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงฐานไม่ยึดมั่นและธำรงไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฐานไม่พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตย บูรณภาพแห่งอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติ ความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบร้อยของประชาชน และฐานกระทำการก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง ตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ.2561 ข้อ 5 ข้อ 6 ข้อ 17 ประกอบข้อ 3 และข้อ 27 ที่ประชุมจึงมีมติให้ส่งเรื่องและความเห็นต่อศาลฎีกาเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 44 คน กระทำการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่มีมติต่อมาเวลา 15.00 น.นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน. แถลงที่พรรคประชาชน (ปชน.) ถึงกรณี ป.ป.ช.เตรียมพิจารณาชี้มูลความผิดกรณี 44 อดีต สส.พรรคก้าวไกล เข้าชื่อแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 ว่า รอทีมกฎหมายพรรค นำโดย นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรค ปชน.ฝ่ายกฎหมาย แถลงข้อเท็จจริงเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามเคยตอบไปแล้วบางส่วน เช่น สำนวนที่ ป.ป.ช. กล่าวหามา มีเรื่องที่เคยใช้ตำแหน่ง สส. ไปประกันตัวให้กับผู้ที่ถูกกล่าวหา ผู้ต้องหา ซึ่งไม่เป็นความจริง จริงๆแล้ว องค์ประกอบทางความผิดที่อยู่ในสำนวน ป.ป.ช.ที่กล่าวหาตน ถ้าจะว่ากันมีแค่ 1 เรื่องเท่านั้นเอง คือการไปลงนามการแก้ไขมาตรา 112 เรื่ององค์ประกอบความผิดอื่นไม่มีเลย ดังนั้นถ้าจะดำเนินคดีอย่างใดอย่างหนึ่งที่ดูแล้วไม่เป็นธรรม อาจจะพอคิดได้ว่ามีเหตุผลอื่น เบื้องหลังหรือไม่ อยากให้องค์กรอิสระทั้งหลาย ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่เราให้ความสำคัญกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะเราอยากให้องค์กรอิสระต่างๆ ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในการลงโทษคนผิด ตรวจสอบการทุจริต คอร์รัปชัน ไม่ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทำลายล้างกันทางการเมืองด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องดังกล่าวว่า ยังไม่รู้เรื่องเลย ขอไปตามข่าวก่อน ยังไม่ทราบ ยังไม่มีใครรายงาน กระบวนการยุติธรรมของประเทศเรามีอยู่แล้ว ถ้ามีความมั่นใจและบริสุทธิ์ใจก็เตรียมการชี้แจง หรือทำคำให้การที่เป็นประโยชน์ เมื่อถามว่าที่มีข่าวออกมาถือว่าพอเหมาะพอดีหลังเสร็จสิ้นการเลือกตั้งหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ไม่ใช่ ป.ป.ช. และไม่อยากไปอยู่ใกล้ๆ แถวนั้น อย่าให้รับรู้รับทราบอะไรมากเลยอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่