การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา มีข้อสังเกตถึง ความเชื่อมโยงระหว่างการเลือกตั้ง กับ ระบอบประชาธิปไตย ของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นวิธีปฏิบัติหรือวิธีคิดของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทัศนคติผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งและวิถีของประชาธิปไตยแบบไทยๆเริ่มเปิดหน่วยเลือกตั้งให้ลงคะแนนตั้งแต่ 08.00 น. ที่พบปรากฏการณ์สำคัญ คือ มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างมีนัยสำคัญ ตั้งแต่ผู้ที่มีอายุเข้าเกณฑ์ที่สามารถลงคะแนนเลือกตั้งครั้งแรก และ ผู้สูงอายุที่ต้องให้ลูกหลานพยุงมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ที่แปลกกว่าทุกครั้งคือมีจำนวนมากเพื่อต้องการแสดงให้เห็นถึงความต้องการในการเปลี่ยนแปลงอย่างเบ็ดเสร็จมีเป้าหมายและเตรียมที่จะเลือกมาจากบ้าน ไม่ใช่มาตัดสินใจเอาหน้าหน่วยเลือกตั้งหรือเลือกใครก็ได้ เพื่อรักษาสิทธิทางการเมืองเอาไว้เท่านั้น เพราะการจัดการเลือกตั้งของ กกต.ไม่ได้อำนวยความสะดวกในการเลือกตั้งที่สะดวกและรวดเร็วอย่างที่คิด อาทิ ป้ายหมายเลขพรรคสำหรับลงคะแนนแบบบัญชีรายชื่อและหมายเลขของผู้สมัครแบบแบ่งเขต เอาไปติดไว้ข้างหน่วยเลือกตั้ง ไม่สามารถสังเกตเห็นได้ชัดเจน ระยะเวลาในการรอที่จะเข้าไปใช้สิทธิในการลงคะแนน เฉลี่ย 20-25 นาที ต่อคน เพราะจะต้องผ่านหลายขั้นตอนตั้งแต่ตรวจสอบหน่วยเลือกตั้ง เลขที่ลงคะแนนเลือกตั้ง ไปรับบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ เจ้าหน้าที่ค่อยๆพับ และก็ไปรับบัตรลงคะแนนแบบแบ่งเขต เจ้าหน้าที่ค่อยๆพับ ผู้มีสิทธิเซ็นชื่อรับอีกรอบ สรุปแล้วคือ ต้องเซ็นชื่อ 3 รอบ จึงจะได้เข้าคูหาเพื่อลงคะแนนเลือกตั้งเสร็จแล้วก็ต้องเดินเข้าไปอีกคูหา เพื่อออกเสียงประชามติ แสดงบัตรประชาชน เซ็นชื่อรับบัตร ลงคะแนนออกเสียง เป็นอันเสร็จพิธี คนหนุ่มคนสาวก็พอยืนรอไหว คนเฒ่าคนแก่มีที่นั่งสำรองให้นั่งรอลงคะแนน หน่วยเลือกตั้งละ 1 ที่นั่ง สรุปว่าการออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งและออกเสียงประชามติหมดเวลาไปครึ่งวันจุดเริ่มต้นของระบอบประชาธิปไตยด้วยการไปเลือกตั้งก็ล้าหลังเสียแล้ววิธีบริหารจัดการเลือกตั้งของ กกต.ก็ไม่เอื้อในการเลือกตั้ง ยังไม่รวมการซื้อสิทธิขายเสียง ที่ทำเป็นเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ การทำหน้าที่ของ กกต.ในการจัดการเลือกตั้งให้เกิดความบริสุทธิ์ยุติธรรม ยังถูกตั้งข้อสงสัยมากมายมาถึงจุดที่ คนเบื่อการเมือง มากเข้าก็อยากเห็นความเปลี่ยนแปลง เสียที เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งที่ผ่านมาไม่ใช่แค่การเลือกตั้ง สส. ธรรมดาเหมือนทุกครั้ง แต่เป็นการประกาศเจตนารมณ์ของประชาชนว่า เบื่อการเมืองเต็มทีถ้าผลการเลือกตั้งเที่ยวนี้ไม่มีการตุกติก การตั้งรัฐบาลครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่จะเป็นการแสดงถึงผลการตอบสนองความต้องการของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย ได้รัฐบาลไม่ส้มก็ เป็นแดงจับมือกับน้ำเงิน แค่นั้น.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม