“แสวง” ตรวจดูความพร้อมเลือกตั้ง สั่งจับตาเข้ม 42 จังหวัดแข่งขันกันรุนแรง ใช้ตำรวจครึ่งประเทศดูแล เผยข้อมูลแบงก์ชาติพบ 6 รายเบิกถอนผิดปกติ สถานทูตแคนาดา-อังกฤษ-มูลนิธิอันเฟรล ขอร่วมสังเกตการณ์ ศาลฎีกาสั่งถอนรายชื่อ 7 ผู้สมัคร สส.เขต กล้าธรรมโดนไป 4 คน เพื่อไทย-ประชาชน-พปชร. โดนพรรคละคน “ดร.เชน” นำทัพเจาะฐานที่มั่น “ผู้กอง” โวมีลุ้น “หนิม” ซัด “หนู” ปราศรัยทำคนไทยแตกแยก ท้าทายดีเบตกันสักยก “เต้น” ยั่ว “นายกฯหนู” กล้าสู้คดีฮั้ว สว.ไหม “ภูมิธรรม” แฉอีกผู้มีอำนาจใช้ จนท.เป็นหัวคะแนน “โรม” สวนค่ายน้ำเงินรักชาติจริงต้องไม่โกง “อนุทิน” ช่วยทีมผู้สมัครปากน้ำ “สุชาติ” ฟุ้งชลบุรีไม่แบ่งให้ส้มสักเขต “อภิสิทธิ์-ชวน” ปลุกคนใต้รักศักดิ์ศรีไม่ขายเสียงนายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง สั่งการเจ้าหน้าที่ให้ดูแลอย่างเข้มข้น ป้องกันการซื้อสิทธิขายเสียง ชี้มี 42 จังหวัดที่การแข่งขันกันรุนแรงในแต่ละเขต เผยข้อมูลที่ทางธนาคารแห่งประเทศไทยส่งมาให้ พบว่ามี 6 รายที่เบิกถอนเงินผิดปกติ ส่งต่อให้งานด้านสืบสวนไปสอบสวนต่อ“แสวง” ตรวจดูความพร้อมเลือกตั้งเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 31 ม.ค. ที่สำนักงานเขตบางกะปิ กทม. นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ลงพื้นที่สังเกตการณ์การส่งมอบบัตรเลือกตั้งและวัสดุอุปกรณ์ มีกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.)ทุกหน่วย มาตรวจรับบัตรเลือกตั้ง หีบบัตรเลือกตั้ง คูหา และลงชื่อในบัตรเลือกตั้ง รวมถึงวัสดุอุปกรณ์ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 1 ก.พ. เขตบางกะปิมีประชาชนลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต 58,728 คน นายแสวงให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าว่า ภาพรวมน่าจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มั่นใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่ กปน.จับตา 42 จังหวัดแข่งขันกันรุนแรงนายแสวงยังกล่าวถึงคำร้องเรื่องการซื้อสิทธิขายเสียงว่า กกต.มีมาตรการแบ่งพื้นที่ พบว่า 35 จังหวัดการแข่งขันเป็นปกติ แต่อีก 42 จังหวัดมีการแข่งขันกันรุนแรงในแต่ละเขต ได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้ดูแลอย่างเข้มข้น ป้องกันการซื้อสิทธิขายเสียง มีการใช้ตำรวจครึ่งประเทศมาเป็นชุดป้องกันป้องปรามเคลื่อนที่เร็ว ตรวจสอบในพื้นที่ก่อนการเลือกตั้ง รวมถึงยังมีผู้ตรวจการเลือกตั้ง และศูนย์ส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตยและการเลือกตั้งตำบล (ศส.ปชต.) คอยแจ้งเบาะแส โดยเฉพาะพื้นที่ที่ต้องจับตาเข้มงวด ยอมรับว่าข่าวการซื้อเสียงมีมาตลอด แต่ในส่วนของการป้องกัน มีมาตรการทั้งฝ่ายปกครองและฝ่ายตำรวจ รวมถึง กกต.เอง ธรรมชาติของการซื้อสิทธิขายเสียงน่าจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.เป็นต้นไป แต่ยังไม่มีรายงานที่เป็นรูปธรรม คาดว่าในสัปดาห์สุดท้ายอาจมีรายงานเข้ามาข้อมูลแบงก์ชาติพบ 6 รายผิดปกติเลขาธิการ กกต.กล่าวอีกว่า ส่วนความคืบหน้าการรายงานข้อมูลการเบิกเงินสด 250 ล้านบาท จากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เมื่อช่วงเย็นวันที่ 30 ม.ค. ธปท.ส่งข้อมูลมาให้แล้ว เป็นข้อมูลของลูกค้าในสาขาธนาคารพาณิชย์ พบว่ามี 6 ราย ที่เบิกถอนเงินผิดปกติ ได้ส่งต่อให้งานด้านสืบสวนไปดูเรื่องความสัมพันธ์ ว่ามีความเกี่ยวข้องกับผู้สมัคร หรือพรรคการเมืองอย่างไร ตลอดจนเบิกเงินมาทำอะไร อาจไม่เกี่ยวข้องกับการซื้อสิทธิขายเสียงก็ได้ ต้องให้ความเป็นธรรมด้วย แต่หากเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองหรือนักการเมืองคนใด ตรวจสอบได้ไม่ยาก และเราทำงานร่วมกับ ปปง.ด้วย ดูเรื่องที่มาของเงิน วันที่ 2 ก.พ.นี้จะเสนอเรื่องนี้ให้ กกต.รับทราบผู้แทนนานาชาติร่วมสังเกตการณ์ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง สถานเอกอัครราชทูตแคนาดาประจำประเทศไทย ได้ส่งผู้แทนเข้าสังเกตการณ์การออกเสียงประชามติในวันที่ 8 ก.พ. วันเดียวกับการเลือกตั้ง สส. รวมทั้งหมด 3 คน ในพื้นที่ กทม. ส่วนสถานเอกอัครราชทูต อังกฤษประจำประเทศไทย ส่งผู้แทนเข้าสังเกตการณ์ จำนวน 15 คน ในพื้นที่ 6 จังหวัด คือ กทม. เชียงใหม่ นนทบุรี บุรีรัมย์ พะเยา และพระนครศรีอยุธยา ขณะที่ มูลนิธิอันเฟรล (Asian Network for Free Elections: ANFREL) ส่งผู้แทนเข้าสังเกตการณ์ในวันที่ 1 ก.พ. วันออกเสียงลงคะแนน สส.ล่วงหน้า และวันที่ 8 ก.พ. รวมทั้งหมด 25 คน ในพื้นที่ 32 จังหวัด ทั้งนี้ สำนักงาน กกต.มอบหมายให้สำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดอำนวยความสะดวกแก่คณะผู้แทนของสถานเอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศ ไทย และมูลนิธิอันเฟรลตามความเหมาะสม และเป็นไปตามกฎหมายศาลฎีกาสั่งถอนชื่อ 7 ผู้สมัคร สส.เขตด้านว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. แถลงว่าล่าสุดศาลฎีกามีคำสั่งให้ถอนชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.แบบเขต ตามที่ ผอ.การเลือกตั้งประจำ เขตเลือกตั้ง พบว่าผู้สมัครขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม ดังนี้ 1.นายฉลอง แสงราษฎร์เมขินทร์ ผู้สมัคร สส.นครราชสีมา เขต 13 พรรคกล้าธรรม 2.น.ส.ชญานันท์ จินดาเจี่ย ผู้สมัคร สส.ราชบุรี เขต 3 พรรคเพื่อไทย 3.นายรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ ผู้สมัคร สส.ตาก เขต 2 พรรคประชาชน 4.นายพสิษฐ์ คำชัย ผู้สมัคร สส.ชัยภูมิ เขต 2 พรรคกล้าธรรม 5.นายชลสิทธิ แก้วยะรัตน์ ผู้สมัคร สส.ภูเก็ต เขต 2 พรรคกล้าธรรม 6.น.ส.วันใหม่ ทรงศิลสอาด ผู้สมัคร สส.ระยอง เขต 4 พรรคพลังประชารัฐ และ 7.นายกิตษณัฐ อินทร์พรหม ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 3 พรรคกล้าธรรม ฝากถึงผู้มีสิทธิออกเสียงในเขตเลือกตั้งดังกล่าว หากลงคะแนนให้ผู้สมัครที่มีรายชื่อข้างต้น จะทำให้กลายเป็นบัตรเสียได้“ดร.เชน” นำทัพ พท.ตะลุยเหนือเวลา 09.00 น. ที่โรงเรียนปล้องวิทยาคม อ.เทิง จ.เชียงราย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย พร้อมนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ ลงพื้นที่ ช่วยนายเทอดชาติ ชัยพงษ์ ผู้สมัคร สส.เชียงราย เขต 5 นายสง่า พรมเมือง ผู้สมัคร สส.เชียงราย เขต 7 หาเสียง มีผู้มารอฟังการปราศรัยจนเต็มสนามหญ้าหน้าโรงเรียน นายยศชนันปราศรัยว่า วันนี้หลายพรรคการเมืองพยายามพูดโจมตีช่วงสัปดาห์สุดท้าย แต่เราต้องฟังคนที่พูดถึงนโยบาย คุณภาพชีวิตประชาชนต้องมา ส่วนเรื่องยาเสพติดเชื่อมโยงสแกมเมอร์ทุนเทา เมื่อเราเป็นรัฐบาลดิจิทัลจะรู้ว่าทุนเทาอยู่ตรงไหน จะได้จัดการอย่างเป็นระบบไม่หวั่นจ้องเจาะฐานที่มั่น “ผู้กอง”ต่อมานายยศชนันและคณะ เดินทางมาที่ตลาดนัด บ้านหม้อ จ.พะเยา ช่วยผู้สมัคร สส.พะเยา ทั้ง 3 เขต หาเสียง นายยศชนันให้สัมภาษณ์ถึงการเจาะฐานที่มั่น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมว่า มีโอกาสสูงมาก เพราะผู้รับของพรรคได้รับการตอบรับดีเกินคาด มีความมั่นใจขึ้นมาก มั่นใจว่าจะได้รับความไว้วางใจทั้ง 3 เขต เมื่อถามว่า ร.อ.ธรรมนัสประกาศว่าทั้งผู้ใหญ่บ้าน กำนัน องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) คือฐานของพรรคกล้าธรรม เป็นการใช้อำนาจรัฐหรือไม่ นายยศชนันตอบว่า ไม่มีใครมีฐาน สำคัญที่สุดฐานคือประชาชน เรามีทีมดูแลเรื่องนี้ หากมีสิ่งไม่เหมาะสมจะดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายต่อไป เมื่อถามว่าช่วงโค้งสุดท้ายหลายพรรคเริ่มสาดโคลนกัน แต่ไม่พูดถึงเรื่องนโยบาย นายยศชนันตอบว่า ประชาชนดูออก และเราพยายามสื่อสารเรื่องนโยบายไปในแต่ละพื้นที่ ว่าพรรคการเมืองหนึ่งจะส่งมอบนโยบายใดบ้าง อยากให้ทุกพรรคยึดโยงเรื่องนี้ เมื่อถามถึงการปราศรัย ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยังเน้นเรื่องชาตินิยมและหยิบยกเรื่องอังเคิลมาพูดถึง นายยศชนันตอบว่า คิดว่าประชาชนจะเข้าใจถึงการปราศรัยของแคนดิเดตนายกฯแต่ละคน“หนิม” ซัด “หนู” ทำคนไทยแตกแยกจากนั้นนายยศชนันและคณะ เดินทางต่อมาที่เทศบาลตำบลเมืองพาน อ.พาน จ.เชียงราย ช่วย น.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ผู้สมัคร สส.เชียงราย เขต 4 หาเสียง ก่อนเดินทางไปยังโรงเรียนเจดีย์หลวงพิทยา อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ช่วยนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ผู้สมัคร สส.เชียงราย เขต 3 หาเสียง ก่อนขึ้นเวทีปราศรัยที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ (หอประชุม GMS) อ.เมืองเชียงราย เป็นเวทีสุดท้าย โดยทุกเวทีมีประชาชนรอให้การต้อนรับและรับฟังการปราศรัยคึกคัก นายจุลพันธ์กล่าวปราศรัยว่า ระยะหลังๆพรรคภูมิใจไทยปราศรัยแปลกเข้าทุกที วันนี้ต้องฝากข้อความไปว่า “หนูเอ้ย วันนี้หนิมต้องขอคุยกับหนูอีกรอบ เข้าใจความรู้สึกของหนู มันอึดอัดมันคับข้อง เพราะเชน ยศชนัน มีแต่ความรักจากประชาชนมากขึ้นทุกวันๆ เขาคงกลัวว่าไม่มีโอกาสกลับเข้าทำเนียบอีก แต่วันนี้การผูกขาดความรักชาติ เป็นการแบ่งแยกประชาชน ทำให้ประชาชนแตกแยก แผ่นดินต้องแบ่งเป็นสองฝั่ง ที่ว่าไม่เลือกเราเขามาแน่ ไม่รู้ว่าเขาที่ว่านั้นคือใคร แต่เขากระโดงไปเรียบร้อยแล้ว วันนี้มาเป็นชุด ทั้งอังเคิล ทั้งแดดดี้ เข้าใจว่าไม่ต้องฟังแดดดี้เพราะหนูฟังเนวินอยู่แล้ว แต่บอกไม่ฟังอังเคิล แต่สิ่งที่หนูทำเหมือนอังเคิลเป๊ะเลย คือปลุกกระแสคลั่งชาติเหมือนฮุน เซน สร้างปัญหาชายแดน ให้เกิดการปะทะเพื่อหวังผลเลือกตั้งในประเทศตัวเอง พวกผมไปดีเบตแทบตายมีพรรคเดียวหลบหาย อยากให้มาแลกเปลี่ยนพูดคุยเป็นคำเชิญจากหัวหน้าพรรคเพื่อไทยไปยังหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย มาดีเบตสักวันก่อนวันเลือกตั้งดีหรือไม่”“เต้น” ยั่ว “นายกฯหนู” ขึ้นสู้คดีฮั้ว สว.นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย ปราศรัยว่า “นายอนุทินพูดสวนที่ผมปราศรัย ที่บอกว่าวิ่งราวชาติคือวาทกรรม ที่บอกว่านายกฯหนูฟังครูใหญ่คือวาทกรรม แต่ของจริงคือนายณัฐวุฒิ ชวนคนเผาบ้านเผาเมืองคือของจริง ขอให้นายอนุทินฟัง เพราะคดีที่เกิดขึ้นในการชุมนุมปี 2553 ที่มีการเปิดคลิปว่าชวนคนไปก่อเหตุวางเพลิง เป็นคลิปตัดต่อเจตนาให้ร้าย ผมสู้ทุกคดีไม่เคยหนีแม้แต่คดีเดียว และชนะคดีทุกศาล โดยศาลยกฟ้อง ไม่เคยหนียืดอกสู้กับสิ่งที่ถูกกล่าวหาตลอดมาไม่เคยหลบเลี่ยง ไม่เหมือนนายกฯหนู กล้าสู้คดีฮั้ว สว.หรือไม่ เพราะถูกแจ้งข้อกล่าวหาด้วย นายกฯหนูรับผิดชอบเรื่องนี้บ้างหรือไม่ ดีเอสไอส่งรายชื่อผู้ถูกดำเนินคดีไปเพียง 8 คน จาก 1,200 คน ในยุคที่ท่านเป็นนายกฯ ในยุคที่ท่านคุมกระทรวงยุติธรรม ในยุคที่บ้านเมืองมีรัฐบาลหนูกินส้ม หนูต้มส้ม ท่านรับผิดชอบอะไรหรือไม่ที่พูดมา” “อิ๊งค์” ย้ำเพื่อไทยหาเสียงไม่ป้ายสีที่จุดชมวิวเขาเขื่อนลั่น อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ลงพื้นที่พบมวลชนคนเสื้อแดงและชาวสีคิ้ว มีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ นายพชร จันทรรวงทอง ผู้สมัคร สส.นครราชสีมา ร่วมคณะ เพื่อดูความคืบหน้าโครงการก่อสร้างสกายวอล์ก มีชาวบ้านรุมล้อมมอบพวงมาลัยดอกดาวเรือง และผูกผ้าขาวม้าที่เอว น.ส.แพทองธารกล่าวกับชาวบ้านว่า การหาเสียงของเราไม่มีนโยบายกล่าวโทษพรรคใด แค่สื่อสารนโยบายว่าประชาชนจะได้ประโยชน์อย่างไร อยากให้สนับสนุนนายยศชนันเป็นนายกฯ พรรคเพื่อไทยมีความตั้งมั่นอยู่ในดีเอ็นเอทุกคน ดีเอ็นเอนี้แข็งแรงอยู่กับเพื่อไทยแฉผู้มีอำนาจใช้ จนท.หัวคะแนนนายภูมิธรรม เวชยชัย ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ช่วงโค้งสุดท้ายการเลือกตั้งมักเห็นปัญหาซื้อเสียง การใช้อำนาจรัฐแทรกแซงกลั่นแกล้ง คุกคามผู้สมัครพรรคฝ่ายตรงข้าม ขณะนี้พรรคได้รับร้องเรียนหลายพื้นที่ เช่น จ.กาญจนบุรี ศรีสะเกษ กาฬสินธุ์ อุบลราชธานี พบพฤติการณ์น่ากังวลคือ ผู้บริหารบางพรรคที่มีอำนาจรัฐในมือสั่งการเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตำรวจในพื้นที่ให้มีบทบาทเสมือนเป็นหัวคะแนน เอื้อประโยชน์ผู้สมัครพรรคตนเอง ข่มขู่คุกคามผู้สมัครพรรคอื่น แลกเปลี่ยนด้วยผลประโยชน์ หรือความก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่ และยังได้รับรายงานการซื้อเสียงจำนวนมหาศาลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ขอเรียกร้อง กกต. เจ้าหน้าที่รัฐ พรรคการเมือง ทำหน้าที่ตรงไปตรงมาตามกรอบกฎหมาย“วิโรจน์” นำคาราวานลุยอีสานใต้วันเดียวกัน พรรคประชาชน (ปชน.) ปล่อยคาราวานรถแห่รณรงค์หาเสียงช่วงโค้งสุดท้าย เป็นวันที่ 2 ในส่วนของสายอีสานใต้ “คมแฝก” ทั้งนี้นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรค ปชน. นำทัพลงพื้นที่ตลาดสดเทศบาล อ.บัวใหญ่ และ อ.คง ตั้งแต่ช่วงเช้า นายวิโรจน์เปิดปราศรัยย่อยว่า สส.พรรค ปชน.ติดตามปัญหามาต่อเนื่อง ปกป้องผลประโยชน์ประชาชน ทั้งการใช้งบประมาณของกองทุนประกันสังคม ปัญหาสแกมเมอร์ ปัญหาส่วยในวงการตำรวจ ปัญหาค่าไฟแพง ขอให้ประชาชนอย่าหมดหวัง อย่าคิดว่าประเทศไทยมาได้ไกลแค่นี้ ความเปลี่ยนแปลงและประเทศไทยที่ดีกว่านี้ยังเป็น ไปได้ หากวันที่ 8 ก.พ.กาให้พรรค ปชน.ทั้ง 2 ใบ ไปตั้งรัฐบาลประชาชน สร้างประเทศไทยที่มีอนาคต ทำงานโดยมีภารกิจและเป้าหมาย เพื่อผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่“ป๊อก” อ้อนคนมุกดาหารกาส้ม 2 ใบด้าน น.ส.ชุติมา คชพันธ์ กรรมการบริหารพรรค ปชน. และนายรอนฎอน ปันจอร์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ร่วมปล่อยคาราวานสายใต้ล่าง “บินหลาดง” ที่ จ.กระบี่ ขณะที่สายอีสานเหนือ “นายฮ้อยทมิฬ” นำทัพโดยนายปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้ช่วยหาเสียงพรรค ปชน.ไปที่ จ.มุกดาหาร ตั้งแต่ช่วงเช้า เชิญชวนประชาชนกาให้พรรคส้มทั้ง 2 ใบ ส่งผู้สมัครพรรค ปชน.เข้าไปโหวตนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นนายกฯ“โรม” สวน “หนู” รักชาติต้องไม่โกงนายรังสิมันต์ โรม ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า พฤติกรรมนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯน่ากังวลเป็นอย่างยิ่ง การหยิบยกคำพูดของผู้นำต่างชาติที่มีท่าทีแทรกแซงกิจการภายในของไทย มาใช้เป็นเครื่องมือหาเสียง ไม่ใช่เรื่องเหมาะสม ไม่ควรเกิดขึ้น ยิ่งกว่านั้นการนำมาใส่ร้ายป้ายสีพรรคการเมืองอื่น เพียงเพื่อหวังผลทางการเมืองของตนเอง สะท้อนให้เห็นไม่ใช่ความรักชาติ แต่คือความสิ้นหวังถึงขั้นต้องอาศัยคำพูดของนักการเมือง ต่างชาติที่เป็นปฏิปักษ์ต่อประเทศ มาเสริมความชอบธรรมให้ตนเอง ยืนยันว่าการรักชาติในแบบของพรรค ปชน. คือการทำให้ประเทศเดินหน้า ไม่ใช่แช่แข็งอยู่กับโครงสร้างเดิม คือทำให้ทุกคนอยู่ใต้กฎหมายที่เท่าเทียม ไม่ใช่ปล่อยให้บางคนอยู่เหนือกฎหมาย ยุติการทุจริตคอร์รัปชัน การฮั้ว ไม่ใช่ปล่อยให้ใครบางคนได้ประโยชน์ การจัดการกับทุนสีเทาที่กำลังบ่อนทำลายประเทศอย่างเด็ดขาด ไม่ใช่ปล่อยให้ลอยนวลพ้นผิด ชาติคือประชาชน ประชาชนชาวไทยทุกคนล้วนรักชาติ ไม่ใช่ผูกขาดไว้เพียงฝ่ายเดียว รักชาติต้องไม่โกงชาติ “อนุทิน” ช่วยทีมผู้สมัคร สส.ปากน้ำช่วงสายที่ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ลงพื้นที่ช่วยนายฐาปกรณ์ กุลเจริญ ผู้สมัคร สส.สมุทรปราการ เขต 7 หาเสียง โดยมีผู้สมัคร สส.สมุทรปราการ อีก 7 เขต ร่วมด้วย ทั้งนี้ พระครูปัญญาธีรานุวัตร เจ้าอาวาสวัดบางน้ำผึ้งใน มอบพระพุทธหลวงพ่อใหญ่จำลองให้นายอนุทิน จากนั้นนายอนุทินสักการะท้าวเวสสุวรรณเพื่อความสิริมงคล ก่อนจะเดินทักทายพ่อค้าแม่ค้า และประชาชนในตลาด บรรยากาศคึกคัก ท่ามกลางเสียงตะโกนเชียร์ของกลุ่มผู้สนับสนุนดังเป็นระยะๆ จากนั้นคณะของนายอนุทินเดินหาเสียงต่อที่ตลาดครุใน ถือโอกาสไหว้หลวงพ่อโสธรองค์จำลอง วัดครุใน ก่อนเดินทางกลับ“สุชาติ” ฟุ้งชลบุรีไม่แบ่งส้มสักเขตขณะที่นายสุชาติ ชมกลิ่น ผู้สมัคร สส.ชลบุรี เขต 1 พรรค ภท. กล่าวว่า ช่วงสัปดาห์สุดท้ายนี้เชื่อว่าประชาชนตัดสินใจแล้วว่าจะเลือกใคร เชื่อว่าประชาชนต้องการ สส.ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ เมื่อถามว่าที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ช่วยหาเสียง ลงไปช่วยผู้สมัคร สส.ชลบุรี ไม่มีผลต่อการตัดสินใจของประชาชนใช่หรือไม่ นายสุชาติตอบว่า ทั้งนายณัฐพงษ์และนายพิธาไม่เคยไปช่วยเหลืออะไรชาวชลบุรี ไม่ได้มีบ้านอยู่ชลบุรี เมื่อถามว่าใน จ.ชลบุรี 10 เขตจะเหมาทั้งหมดไม่แบ่งให้พรรค ปชน.เลยใช่หรือไม่ นายสุชาติตอบว่า ไม่แบ่งให้เลยสักที่หนึ่ง “อภิสิทธิ์” จี้ กกต.จับเชือดคนซื้อเสียงช่วงเช้า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกฯ พรรคประชาธิปัตย์ นำคณะ อาทิ นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคดูแลพื้นที่ กทม. ลงพื้นที่หาเสียงเขต กทม.ฝั่งตะวันออก และตอนเหนือ ช่วยผู้สมัคร สส.กทม. 5 เขต คือ เขต 17, เขต 18, เขต 9, เขต 15 และเขต 13 เริ่มที่ตลาดหนองจอก, ตลาดเคหะฉลองกรุง และตลาดยิ่งเจริญ มีพ่อค้า แม่ค้า และประชาชนที่มาใช้จ่ายเข้ามาให้กำลังใจกันคึกคัก นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ว่า ทราบข่าวการซื้อเสียงเริ่มรุนแรงขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ จึงตั้งเป้าไปเชิญชวนให้พี่น้องคนใต้ร่วมกันต่อสู้เพื่อให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปอย่างสุจริตเที่ยงธรรม ขอเรียกร้องให้ กกต. เร่งทำงานเชิงรุกมากกว่านี้ เพราะหากมีการจับกุม หรือดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ทำผิดให้เห็นเป็นตัวอย่างสัก 1-2 แห่ง จะช่วยป้องปรามได้“ชวน” ปลุกชาวตรังรักศักดิ์ศรีคนใต้ที่ตลาดเทศบาลนครตรัง (ตลาดเก่า) จ.ตรัง นายชวน หลีกภัย ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่หาเสียงช่วยนายธโนภาส สินไชย ผู้สมัคร สส.ตรัง เขต 1 โดยนายชวนเดินเท้าหาเสียงผ่านไมโครโฟนที่มีทีมงานคอยลากลำโพงเดินตามรณรงค์ปลุกชาวบ้านให้ร่วมรักศักดิ์ศรีชาวใต้ ไม่ซื้อสิทธิขายเสียง หลังมีข่าวแพร่สะพัดถึงการเก็บรายชื่อประชาชน และจ่ายเงินซื้อเสียงอย่างหนักของบางพรรค“ลูกนา” รับหน้าเสื่อนั่งหัวหน้า ชทพ.ที่สำนักงานสาขาพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) อ.เมืองสุพรรณบุรี พรรค ชทพ.จัดประชุมใหญ่สามัญครั้งที่ 1/2569 มีนายธีระ วงศ์สมุทร อดีตหัวหน้าพรรค ชทพ. เป็นประธานการประชุม มีวาระสำคัญคือการเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่แทน กก.บห.ชุดเก่าที่พ้นไป โดยที่ประชุมมีมติเลือก น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา เป็นหัวหน้าพรรค นายอุดมศักดิ์ ศรีสุทิวา เป็นเลขาธิการพรรค น.ส.กัญจนาแถลงหลังประชุมว่า เราลบคำกล่าวหาที่ว่าพรรค ชทพ.จะไม่มีอยู่แล้ว พรรคเรายังอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา มันมีเหตุปัจจัยว่าทำไมเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ เนื่องจาก นายวราวุธย้ายบ้านไปอยู่พรรคภูมิใจไทย พร้อมอดีต สส.และสมาชิกจำนวนหนึ่ง เพราะวันนี้พรรค ชทพ.กลายเป็นพรรคขนาดเล็กไปแล้ว เป็นความจริงทำอะไรไม่ได้ ถ้านายวราวุธไม่ย้ายไปอยู่บ้านหลังใหญ่ครั้งนี้สอบตกแน่นอน การไปอยู่กับพรรคที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะมีศักยภาพในการประสานกับกระทรวงต่างๆง่ายขึ้น“ดร.เอ้” ชูโมเดลยกระดับสาม จว.ใต้นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ พรรคไทยก้าวใหม่ให้สัมภาษณ์ระหว่างลงพื้นที่ จ.ยะลา ว่า พรรคมีนโยบายพัฒนาระบบโลจิสติกส์ผ่านการเชื่อมเส้นทางรถไฟในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ นโยบายด้านการศึกษา และนโยบายด้านเศรษฐกิจ ช่วยให้ประชาชนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจ ที่ดีขึ้น ช่วยให้ประเทศหลุดพ้นจากกับดักความยากจนได้ โดยแผนพัฒนาเศรษฐกิจผ่านการสร้างรถไฟทางคู่ร่วมกับจีนเชื่อมไปยังมาเลเซีย จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเพิ่มขึ้น และยังมีแนวคิดสร้างอุโมงค์เชื่อมไปยังมาเลเซียเจาะลอดเส้นทางภูเขา ที่สามารถทำได้จริง ส่งเสริมการค้าขายและการท่องเที่ยวเติบโตยิ่งขึ้น ส่วนด้านการศึกษาต้องทำให้ลูกหลานเข้าถึงการศึกษาที่ครอบคลุม และฟรี สนับสนุนทุนการศึกษาตั้งแต่ประถมวัยจนจบปริญญา การศึกษาคือยาแก้จน และด้านเศรษฐกิจ พรรคมีนโยบายจัดตั้งกองทุนไทยก้าวใหม่อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่