นับถอยหลังอีก 11 วันได้เลือกตั้งใหญ่แล้ว การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง ถือเป็นการ “ชี้ชะตาอนาคตประเทศไทย” และ “ชี้ชะตาอนาคตคนไทย 65 ล้านคน” เวลานี้ประเทศไทยตกอยู่ในสภาพที่ไม่ต่างจากที่ มาร์ก คาร์นีย์ นายกฯแคนาดา พูดไว้ในเวทีเมืองดาวอสว่า “ถ้าคุณไม่ได้นั่งอยู่บนโต๊ะเจรจา คุณก็จะกลายเป็นอาหารบนเมนู” (If you are not at the table, you are on the menu) การเลือกตั้งครั้งนี้ ถ้าเราไม่เลือกพรรคที่มีความซื่อสัตย์สุจริต ไม่โกงชาติกินเมือง มีคนที่มีความรู้ความสามารถบริหารประเทศ เราก็จะไม่สามารถฟื้นไข้จากเตียงของ “ผู้ป่วยแห่งเอเชีย” แข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านและประเทศอื่นในโลกได้ ไทยจะกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงไปอีกนานไม่ต่างจากประเทศโลกที่ 4 ในเอเชียใต้และตะวันออกกลางยิ่งใกล้วันเลือกตั้ง การหาเสียงยิ่งเข้มข้น เพื่อปลุก “พลังเงียบ” และ “เสียงของคนรุ่นใหม่” ที่มีมากถึง 25 ล้านเสียง ให้ออกไปใช้สิทธิ ออกเสียงเลือกตั้งคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล อดีตแคนดิเดตนายกฯ ที่นำพรรคก้าวไกลก้าวขึ้นมาอยู่อันดับ 1 มี สส.มากที่สุด 151 เสียง แต่กลับไม่ได้เป็นนายกฯ แถมยังถูกตัดสิทธิเลือกตั้ง พรรคก้าวไกลก็ไม่ได้เป็นรัฐบาล ต้องเปลี่ยนชื่อมาเป็น “พรรคประชาชน” ได้กลับมาช่วยหาเสียงให้พรรคส้มในโค้งสุดท้ายที่สามย่านมิตรทาวน์ สามารถเรียกผู้ฟังได้อย่างล้นหลาม คุณพิธา บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ตั้งใจสื่อสารกับคน 25% หรือ 10 ล้านคน ที่ปกติแล้วไม่ได้ออกมาใช้สิทธิ คนอีก 10–15% ประมาณ 7 ล้านคนที่ยังไม่ได้ตัดสินใจจะเลือกใคร และ คนรุ่นใหม่ 3 ปีที่ผ่านมาอีกปีละ 8 แสนคน รวมกว่า 2 ล้านคน ซึ่งสนับสนุนคุณเท้ง (ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ) อยู่แล้ว เพื่อปลุกให้คน 25 ล้านคนออกมาใช้สิทธิให้ได้ผมเห็นด้วยครับ เราต้องปลุกให้คนไทยออกไปใช้สิทธิให้มากที่สุด เพื่อด้อยค่าการซื้อสิทธิขายเสียงให้หมดความหมาย เพื่อให้คนไทยได้เลือกอนาคตของตัวเองคุณเท้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกฯพรรคประชาชน ก็เรียกร้องเสียงสนับสนุนจากประชาชน โดยระบุว่า ถ้าเราได้เกินครึ่งของสภา ก็ไม่ต้องกังวลใดๆทั้งสิน แต่หากไม่ถึงอย่างน้อยก็ต้องทิ้งห่างพรรคอันดับสองสัก 30–40 ที่นั่ง เพื่อป้องกันไม่ให้เขารวมขั้วจัดตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคอันดับหนึ่ง โจทย์ตอนนี้มองไปไกลกว่าว่าจะตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ได้ การหาเสียงโค้งสุดท้ายพรรคส้มได้เปลี่ยนแนวทางหาเสียงใหม่ที่สร้างสรรค์มากขึ้น เป็นความหวังมากขึ้นว่า “เชื่อในประชาชน Trust The People” แทนความดุเดือด “มีเทา ไม่มีเรา”เช่นเดียวกับ คุณ “เชน” ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯเพื่อไทย ที่ไปหาเสียงในหลายเวทีว่า หากไม่เลือกพรรคเพื่อไทยเข้าไปแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ก็ยากที่จะส่งมอบนโยบายการหาเสียงไว้ได้ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% การปลดหนี้ทั้งระบบ การปลดล็อกพลังงานสะอาดผมเห็นด้วยกับทุกพรรค ทั้ง พรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย ที่กำลังหาเสียงในทิศทางเดียวกัน คือ “ให้เลือกคนเลือกพรรคแบบเต็มแม็ก” เพื่อให้ได้จำนวน สส.มากที่สุด ถ้ามากพอที่จะตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้ก็ยิ่งดี เพราะรัฐบาลผสมล้มเหลวทุกรัฐบาล ต่างคนต่างกิน โกงกินกันมากที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย หรือถ้าได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ก็ขอให้ได้เสียงมากที่สุด ทิ้งห่างเบอร์สอง 30–40 ที่นั่ง เพื่อไม่ให้มีโอกาสจัดตั้งรัฐบาลแข่ง เพื่อให้มีรัฐบาลที่มาจากเสียงประชาชนส่วนใหญ่ ไม่ใช่มาจากพรรคเล็กพรรคน้อย 1 คน 2 คน มาแบ่งส่วนบุญ ประเทศไปไม่รอดแน่นอนสภาพประเทศไทยวันนี้ ถือเป็น คนป่วยขั้นวิกฤติ แล้ว รัฐบาล ผสมแบบเดิมๆที่แบ่งกันโกงกิน ไม่สามารถแก้ปัญหาของชาติได้ ไม่สามารถแก้ปัญหาของประชาชนได้ทางรอดเดียว ที่เหลืออยู่ของ ประเทศไทย ในวันนี้ คือ ต้องเลือกพรรคใดพรรคหนึ่งเข้าไปบริหารประเทศอย่างเต็มที่ ถ้าล้มเหลวเลือกตั้งครั้งหน้าก็เลือกพรรคใหม่เข้าไปทำงาน ต้องเดินหน้าไปให้สุดทาง อย่าปล่อยให้โจรเทาเข้ามาปล้นทุกรัฐบาล.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม