การแข่งขันของพรรคการเมืองในการลงรับสมัครเลือกตั้งครั้งนี้ ถือว่าเดิมพันสูงกว่าทุกครั้ง เนื่องจากการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 เป็นความโชคดีของอดีตพรรคก้าวไกล อยู่ 2 เรื่อง คือได้ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ มาเป็นแคนดิเดตนายกฯ เกือบจะไม่มีคู่แข่ง พรรคเพื่อไทยมีอดีตนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน ส่วนพรรคภูมิใจไทย ยังเป็นพรรคตัวแปร ไม่มีชื่อ ของ อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นคู่แข่งแคนดิเดตนายกฯด้วยซ้ำก็ยังเหลือ พรรคลุง ที่ประกอบไปด้วยสามลุง ลุงตู่ ลุงป้อม ลุงป๊อก ซึ่งถ้า พรรคพลังประชารัฐ ไม่แยกออกไปเป็น พรรครวมไทยสร้างชาติ ที่สองลุง เป็นแคนดิเดตนายกฯแข่งกันเอง ยังรวมตัวกันเหมือนเดิมก็น่าจะเป็นพรรคอันดับ 3 คือ รวมกันแล้ว 76 ที่นั่งมากกว่า ภูมิใจไทย หรืออาจจะมากกว่านั้นด้วยซ้ำเป็นจังหวะที่สถานการณ์การเมืองช่วงนั้นคนเริ่มจะเบื่อลุง มีเรื่องการดำรงตำแหน่งนายกฯติดต่อกันครบ 8 ปี มีเรื่องการสืบทอดอำนาจลุงอะไรก็ว่ากันไป สุดท้ายก็ไปชี้เป้าว่า เป็นการสืบทอดอำนาจเผด็จการทีนี้ อดีตพรรคก้าวไกล ไปประกาศ มีลุง ไม่มีเรา ก่อนเพื่อน พรรคฝ่ายค้านหรือสมมติว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตย คือพรรคที่ไม่ร่วมกับรัฐบาลลุง ที่ประกอบด้วยชาติไทยพัฒนา ประชาธิปัตย์ และภูมิใจไทยตกบันไดพลอยโจน พรรคเพื่อไทย ที่อยู่ฝ่ายเดียวกัน กลับตัวไม่ทัน ชาวบ้านกลัวว่าลุงจะกลับมา ก็เลยไปเทให้อดีตพรรคก้าวไกล เชียร์พิธา เป็นว่าที่นายกฯ เพื่อไทยตอนนั้น ก็เหมือน พรรคประชาชน ตอนนี้ คาดว่าจะต้องแลนด์สไลด์ทะลุ 300 เสียง เพราะคำพูดประโยคเดียว มีลุง ไม่มีเรา พ่วงการแก้รัฐธรรมนูญ ขุดรากถอนโคนเผด็จการ เกมเลยพลิก อดีตพรรคก้าวไกล ได้เสียง สส.มากกว่า เพื่อไทย ถึง 10 เสียง เกมเปลี่ยนทันทีโดยธรรมชาติพรรคอันดับ 1-2 จะต้องแข่งกันตั้งรัฐบาลอยู่แล้ว แต่เผอิญว่าไปอยู่ฝ่ายประชาธิปไตยเหมือนกัน ทำสัตยาบัน จะตั้งรัฐบาลไม่มีลุง และมีเหตุให้พรรคก้าวไกลถูกร้องยุบพรรค พิธาถูกแขวน การเลือกนายกฯตั้งรัฐบาลจึงไปอยู่ในมือของเพื่อไทย แต่ด้วยเสียง 141 ยังขาดอีก 110 เสียง ซึ่งเสียดายว่า ถ้า แดงกับส้มตั้งรัฐบาลกันได้ขณะนั้นจะเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพกว่า 300 เสียง พรรคเพื่อไทยก็เลยต้องไปดึงพรรคลุงทั้งสองลุง และพรรคภูมิใจไทย ที่เผานาไล่หนูไปเรียบร้อยแล้วกลับมาตั้งรัฐบาล โหวตให้เศรษฐา เป็นนายกฯ เสถียรภาพรัฐบาลก็อย่างที่เห็นวันนี้ ไม่มีลุง ก็เปลี่ยนเงื่อนไขกันใหม่ ไม่มีเทา สุดท้ายก็เทากันทุกพรรค ไม่มีแรงขับเคลื่อนให้คนต้องไปเลือกพรรคใดพรรคหนึ่ง โดยเฉพาะพรรคประชาชน 3 พรรค ส้ม น้ำเงิน แดง ก็เลยต้องสู้กันทุกมิติ โดยเฉพาะมิติที่จะทำให้คู่แข่งหมดสิทธิ์ก่อนลงคะแนนเลือกตั้ง เพื่อความชัวร์ วิชามารถูกขุดมาทุกกระบวนท่า โพล และดีเบต เป็นแรงขับเคลื่อนที่จะมีผลต่อการเลือกตั้งในครั้งนี้มากกว่า ประเด็นมีเทาไม่มีเรา นโยบายประชานิยมเป็นแค่ยาหอมถ้ากระสุนยิงเข้าเป้ากระแสก็ร่วงได้เหมือนกัน. หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม