เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง สส.เหลืออีก 10 วัน ก็จะถึงวันลงคะแนนเลือกตั้ง สส.เป็นการทั่วไป ทั่วประเทศ 8 ก.พ.2569 ท่ามกลางบรรยากาศที่ทุกพรรคการเมืองต่างก็เร่งโหมลงพื้นที่ปราศรัยหาเสียงกันอย่างคึกคัก และดุเดือดยิ่งขึ้น เพื่อช่วงชิงคะแนนเสียงจากประชาชนให้ได้มากที่สุด ก่อนถึงวันกาบัตรเลือกตั้งขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 23 ม.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ได้เริ่มมีทยอยจัดออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้ง ล่วงหน้าและออกเสียงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญล่วงหน้านอกราชอาณาจักรในหลายประเทศ ตามที่มีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิไว้ โดยมีผู้ขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกราชอาณาจักร รวมทั้งสิ้น 139,810 คนซึ่งสถานเอกอัครราชทูตไทยและสถานกงสุลใหญ่ในประเทศต่างๆ จะทำหน้าที่รับบัตรเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ ที่ลงคะแนนแล้ว โดยจัดส่งบัตรเลือกตั้งกลับมานับคะแนนที่ประเทศไทย ส่วนบัตรออกเสียงประชามติจะนับที่สถานเอกอัคร ราชทูตไทย และสถานกงสุลใหญ่ในแต่ละประเทศ แล้วรวมคะแนนส่งกลับมาที่ กกต.สำหรับการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ล่วงหน้า ทั้งในเขตเลือกตั้งและนอกเขตเลือกตั้งภายในประเทศ สำหรับผู้ที่ลงทะเบียน ขอใช้สิทธิไว้จะมีขึ้นในวันที่ 1 ก.พ.2569 โดย กกต.แจ้งว่าในการเลือกตั้ง สส.ครั้งนี้มีประชาชนลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ในเขตเลือกตั้ง 8,247 คน และเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้ง 2,262,643 คนล่าสุด ศูนย์ปราบโกงเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย แถลงว่าจากการนำข้อมูลลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้ามาวิเคราะห์ พบว่า 26 จังหวัด มีการลงทะเบียนมากผิดปกติจากการเลือกตั้งปี 2566 เพิ่มขึ้นมากกว่า 100% เช่น จ.พะเยา ปี 2566 มีผู้ลงทะเบียน 5,717 คน แต่ปี 2569 เพิ่มเป็น 13,034 คน เพิ่มขึ้น 127.9% ส่ออาจมีการซื้อเสียงล่วงหน้าโดยใน 26 จังหวัด ที่มีการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าเพิ่มสูงขึ้นผิดปกติ เช่น กทม. ขอนแก่น เชียงใหม่ นครปฐม นครศรีธรรมราช บุรีรัมย์ และปทุมธานี ทางศูนย์ปราบโกงฯ ได้แจ้งให้ผู้สมัคร สส.ในพื้นที่ ตั้งผู้สังเกตการณ์ติดตามกระบวนการ ลงคะแนนในวันเลือกตั้งล่วงหน้า 1 ก.พ.นี้ และอยากให้ กกต.สนใจตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยแน่นอนว่าการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้า เป็นการอำนวยความสะดวกให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพื่อให้ใช้สิทธิเลือกตั้งได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ตามเจตนารมณ์ของการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย แต่เมื่อมีการชี้ถึงความผิดปกติที่อาจเป็นช่องทางทุจริตเลือกตั้ง กกต.จึงต้องติดตามเฝ้าระวัง เพราะมีหน้าที่ดูแลการเลือกตั้งให้สุจริต และยุติธรรม.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม