“ยศชนัน” ทัวร์อีสานบุกถึงถิ่น “บุรีรัมย์” มั่นใจ พท.ยังรักษาฐานที่มั่นได้ ขอความเป็นธรรมแจงนโยบายสร้างเศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คน ศึกษามาอย่างดี คิดรอบคอบแล้ว ลุยเปลี่ยนโครงสร้างทั้งระบบ ปั้นรัฐบาลดิจิทัล ขุด ศก.นอกระบบขึ้นบนโต๊ะ ล้างบางคอร์รัปชัน “หนิม” ยันลงทุน 3.2 พันล้านคุ้มค่าหาเงินเข้ารัฐ 2 แสนล้าน เลขาฯ ปชน.โวยยุทธการเตะสกัดเด็กค่ายส้ม “หมอสุภัทร” แฉวิชามารมติ อ.ก.พ.สธ.แทรกวาระ รมต.ภท.ร่วมลงมติ 4 ต่อ 3 ปลดพ้นราชการ เซ่นจัดซื้อชุดตรวจ ATK หวังให้ขาดคุณสมบัติสมัคร สส. “พัฒนา” เมินแล้วแต่จะคิดใบสั่งการเมือง โบ้ยไม่เกี่ยวปมสอบขายตึก SKYY9 “อนุทิน” การันตีไม่มีการกลั่นแกล้ง เคลียร์ไม่เกี่ยวทวงเงินเยียวยาน้ำท่วมหาดใหญ่ “รองเลขาฯ กกต.” รอดูคำสั่งที่ชัดเจนก่อนฟันธงลักษณะต้องห้ามพรรคเพื่อไทย (พท.) ยังถูกวิจารณ์อย่างต่อเนื่อง หลังประกาศนโยบายสร้างเศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คน แม้พยายามชี้แจงตอกย้ำว่าไม่ใช่การแจกเงิน แต่จะดึงเศรษฐกิจนอกระบบกลับมาสร้างรายได้และสวัสดิการที่ยั่งยืนให้ประเทศ โดยนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรค พท. ยืนยันว่าคิดมารอบคอบแล้ว“ยศชนัน” กราบเจ้าพ่อพญาแลเมื่อเวลา 07.20 น.วันที่ 26 ม.ค.ที่ จ.ชัยภูมิ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย (พท.) พร้อมนายจักรพงษ์ แสงมณี รองหัวหน้าพรรค น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรค ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้ นพ.โอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย ผู้สมัคร สส.ชัยภูมิ เขต 1 นายยศชนันเข้าสักการะพระยาภักดีชุมพล (แล) เจ้าเมืองชัยภูมิคนแรก มีประชาชนมอบดอกไม้ พวงมาลัยดอกดาวเรืองให้กำลังใจตะโกนเชียร์ “นายกฯ เชน” จากนั้นนายยศชนันไปเดินตลาดเทศบาลเมืองชัยภูมิ มีชาวบ้านเข้ามากอดบอกเลือก พท.แน่นอน ขอให้เป็นนายกฯ แล้วคุยกับแม่ค้าขายหมูถึงนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ 70:30 แม่ค้าบอกขอให้ได้ขาย จะได้รวย ก่อนแวะทานต้มเลือดหมูย้ำเศรษฐีเงินล้าน แก้ปัญหายั่งยืนต่อมาเวลา 09.30 น. นายยศชนันไปที่ลานกิจกรรมอเนกประสงค์ หน้าสระใหญ่ อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา ขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงช่วยนางพัชราวรรณ ภิญโญ ผู้สมัคร สส.นครราชสีมา เขต 6 เบอร์ 1 มี น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล แกนนำดูแลการเลือกตั้ง จ.นครราชสีมา เข้าร่วมคึกคัก ชาวบัวใหญ่คล้องพวงมาลัยดอกจาน ดอกดาวเรือง พวงหมูกรอบ ปลาร้าบอง กล้วยทอด ซาลาเปา และผูกผ้าขาวม้าต้อนรับ นายยศชนันเน้นย้ำนโยบายเศรษฐีเงินล้าน 9 คนว่า แน่นอนทำทุกวัน งบฯไม่เยอะ แต่จูงใจให้ทุกคนเข้ามาในระบบ จะทำให้เกิดรัฐบาลดิจิทัล แก้ปัญหาทุนเทาและคอร์รัปชันอย่างยั่งยืน จากนั้นไปที่ลานตลาดนัดหนองแขม อ.คง ปราศรัยช่วยนายพรเทพ ศิริโรจนกุล ผู้สมัคร สส.เขต 16 หาเสียงชาวบ้านแห่มอบดอกกุหลาบ คล้องพวงมาลัยสารพัดรูปแบบ สวมกอดและขอเซลฟี่ด้วย นายยศชนันย้ำว่าครั้งนี้ต้องเลือกให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด จะเข้าไปเปลี่ยนแปลงประเทศไทย ครั้งที่แล้วได้ 12 เขตครั้งนี้ขอ 16 เขตบุกถิ่นบุรีรัมย์ขอแรงหนุน “ใหม่ ไอน้ำ”ต่อมาเวลา 12.00 น. นายยศชนันไปที่วัดหงษ์ อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ หาเสียงให้นายใหม่ สุขะเดชะ อดีตมือกลองวงไอน้ำ ผู้สมัคร สส.บุรีรัมย์ เขต 5 พื้นที่นายโสภณ ซารัมย์ อดีต สส.บุรีรัมย์ หลายสมัย พรรคภูมิใจไทย นายยศชนันทักทายผู้สมัคร สส.บุรีรัมย์ทั้ง 10 เขต กล่าวว่า “ทุกคนทําดีแล้ว ขอให้มีกําลังใจ” ก่อนนำผู้สมัครสักการะขอพรพระเจ้าใหญ่ ปิดทอง ผู้สมัคร สส.บุรีรัมย์ ขอให้นายยศชนันได้เป็นนายกฯ ชาวบ้านมาขอถ่ายรูป คุณยายคนหนึ่งบอก “ขอถ่ายรูปกับนายกฯในดวงใจหน่อย” จากนั้นขึ้นรถแห่ปราศรัยขอเสียงสนับสนุนให้ผู้สมัคร สส.บุรีรัมย์ทั้ง 10 เขต ไปถึงตลาดสดเทศบาลพุทไธสงมีประชาชนมอบพวงมาลัยดอกดาวเรือง พวงมาลัยถุงส้มจีน ให้กำลังใจ ช่วงบ่ายนายยศชนันกลับมาขึ้นเวทีปราศรัยหน้าที่ว่าการ อ.ประทาย จ.นครราชสีมา นำ 10 ผู้สมัคร สส.นครราชสีมา สักการะอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม่) พร้อมตำหมากถวายย่าโม่แล้วไปหาเสียงกันต่อที่ตลาดเซฟวัน กลางเมืองโคราชยันศึกษามาดีแล้วนำไปสู่ รบ.ดิจิทัลนายยศชนันให้สัมภาษณ์หลังลงพื้นที่ภาคอีสานเน้นเขตอดีต สส.พรรค พท.ย้ายพรรค จ.ขอนแก่น นครราชสีมาและ จ.หนองบัวลำภู ว่า จากการเดินพบปะพ่อแม่พี่น้อง จากคนมาฟังปราศรัย มั่นใจว่าจะรักษาฐานเสียงได้ ส่วนอีสานโพลล่าสุด พท.ยังตามคู่แข่งอยู่ เราน้อมรับ ทำให้ผู้สมัครไม่ประมาท เราประมวลหลายๆโพล มีหลายโพลเรานำอยู่หลายจังหวัด นโยบายเศรษฐีวันละ 9 ล้าน ที่ถูกวิจารณ์ ครั้งนี้เราต้องเปลี่ยน แปลงโครงสร้างทั้งระบบ จะนำเศรษฐกิจนอกระบบเข้าสู่ระบบ ป้องกันคอร์รัปชันต่างๆ จะทำรัฐบาลดิจิทัลจำเป็นต้องใช้ข้อมูล จึงผลักดันนโยบายที่เชื่อมโยงกันทำครบวงจร อยากขอความเป็นธรรมว่าเรื่องนี้เราคิดอย่างรอบคอบ พยายามผลักดันทั้งระบบ พยายามทำรัฐบาลดิจิทัลให้สำเร็จ เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่านโยบายดังกล่าวจะไม่ถูกล้มเหมือนนโยบายเงินหมื่นดิจิทัลวอลเล็ต นายยศชนัน กล่าวว่า เราได้ศึกษามาอย่างดี มีความมั่นใจ“หนิม”แจงดึงเงินเข้ารัฐ 2 แสนล้านขณะที่เมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรค พท. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ พรรค พท. พร้อม นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช แกนนำพรรค พท. แถลงชี้แจงนโยบายสร้างเศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คน คนละ 1 ล้านบาท นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ไม่ใช่การแจกเงิน แต่หาเงินให้รัฐด้วยซ้ำ ดึงเศรษฐกิจนอกระบบกลับมาสร้างรายได้และสวัสดิการยั่งยืนให้ประเทศ เป็นจิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศไทยเป็นประเทศรายได้สูงผ่านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นไปได้จริง จูงใจให้คนเข้าระบบสร้างฐานข้อมูลสร้างเศรษฐกิจมูลค่าสูงและจัดการสวัสดิการให้แม่นยำ ไม่ใช่แจกเงินแบบให้เปล่า แต่ใช้ความหวังเป็นแรงจูงใจให้ประชาชนเข้าสู่ฐานระบบข้อมูลรัฐ จุดประสงค์หลักจูงใจให้คนเข้าระบบภาษี เศรษฐกิจนอกระบบไทยมีมากกว่า 9 ล้านล้านบาท รัฐเก็บภาษีส่วนนี้ไม่ได้ เสียโอกาสพัฒนาประเทศ มีโมเดลความสำเร็จในต่างประเทศมาแล้วทั้งบราซิลและไต้หวัน เพิ่มรายได้ภาษีถึง 20% รัฐจะจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มไม่ต่ำกว่า 2 แสนล้านบาท ต้นทุนนโยบายอยู่ที่ 3 พันกว่า ล้านบาท เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า“หมอมิ้ง” โอ่ดึงเงินนอกระบบขึ้นโต๊ะเมื่อถามว่า นโยบายนี้คล้ายนโยบายหวยใบเสร็จของพรรคประชาชน ลอกกันหรือไม่ นพ.พรหมินทร์กล่าวว่า ถ้าเปรียบเทียบกันดีๆคนละเรื่องกัน เรากำลังลงทุนสร้างระบบข้อมูลที่ดีที่สุดเชื่อมโยงกัน ทุกพรรคมองแต่การใช้เงิน แต่พรรคเราพูดแต่วิธีหาเงินและเป็นวิทยาศาสตร์ชัดเจน เมื่อถามว่า ทำไมต้องสุ่มจ่ายแยกเฉพาะกลุ่ม ไม่เป็นระบบถ้วนหน้า นพ.พรหมินทร์กล่าวว่า ระบบถ้วนหน้าคือคนที่มีสิทธิ์ซื้อของระบบถ้วนหน้าทุกคนวันละ 5 สิทธิ์ หากใส่ใบเสร็จหนึ่งใบมีโอกาสถูกจับได้ถึง 5 ครั้ง เป็นส่วนสำคัญจูงใจให้คนเข้าระบบและแก้ปัญหาเงินที่ไม่อยู่ในระบบภาษี ปัจจุบันจีดีพีบันทึกไว้ 18-19 ล้านล้าน 9 ล้านล้านคือครึ่งหนึ่งหากเอามาบนโต๊ะ และอยู่ในระบบได้จะเป็นประโยชน์มหาศาล เราใช้วิธีคิดที่ใช้วัฒนธรรมของคนไทยที่รู้สึกอยากมีความหวังมาใช้ประกอบกันแนะมีกูรูดูแลลงทุนประกันสังคมนพ.พรหมินทร์ยังกล่าวถึงปัญหาระบบประกัน สังคมว่า พรรคยึดมั่นหัวใจคือประชาชน ทุกคนเราดูแลหมด สิทธิต่างๆเราต้องดูแล ในหลักประชาธิปไตย หากผู้ประกันตนมีสิทธิ์เลือกตัวแทนของตัวเอง ไม่น่าจะต้องถูกจำกัดคนแค่ 1 คน น่าจะเลือกได้ตามสิทธิ์ 1 คนน่าจะเลือกได้ 7 คน เหมือนแพทยสภา สมัยเป็นรัฐบาลพยายามจะเอา สปสช.มาผนวกกับกองทุนประกันสังคม แต่บังเอิญอยู่ช่วงระหว่างกลางมีการเปลี่ยนแปลง เราเน้นหนักต่อต้านคอร์รัปชัน ตอนที่ตรวจตึก SKYY9 เลขาธิการหรือผู้เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อตึก SKYY9 ถูกตั้งคณะกรรมการสอบ เมื่อชัดเจนว่าไม่ชอบมาพากล มีการโอนย้ายคนที่เกี่ยวข้องออกมา แต่บังเอิญเราไม่ได้อยู่ต่อ ไม่งั้นป่านนี้ชัดเจนไปแล้ว และประกันสังคมเป็น พ.ร.บ.ในปี 33 ยังไม่มีหลายกองทุนที่เติมมา จึงดูแลหลายส่วน ทั้งดูสวัสดิการ คนตกงาน เกษียณอายุ ดูแลรักษาพยาบาล ฉะนั้นการวิเคราะห์แยกแยะจัดหมวดหมู่ให้ถูกต้องเป็นเรื่องสำคัญ และเฉพาะส่วนที่ต้องไปลงทุน เห็นด้วยอย่างยิ่งต้องให้มีมืออาชีพจัดการเหมือนกองทุนบําเหน็จบํานาญข้าราชการ (กบข.)“อิ๊งค์” หาเสียงกลุ่มชาติพันธุ์เชียงรายวันเดียวกัน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัว พท. ลงพื้นที่ จ.เชียงราย ช่วยหาเสียงให้นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ผู้สมัคร สส.เชียงราย พรรคพท. พบปะชาว อ.เวียงป่าเป้า เยี่ยมชมเครื่องเคลือบดินเผาเวียงกาหลง วิจิตรงดงาม เป็นศิลปะชั้นสูงที่อยากอวดต่อสายตาชาวโลก และไปพบปะกลุ่มชาติพันธุ์ จ.เชียงราย พูดคุยถึงการผลักดันยกระดับคุณภาพชีวิตทุกมิติ ไฟฟ้าที่ยังเข้าไปไม่ถึง เส้นทางคมนาคมที่ยังลำบากและสิทธิที่ดินทำกิน และยังได้พบกลุ่ม LGBTQ+ และกลุ่มสตรีในพื้นที่ แลกเปลี่ยนการเปิดพื้นที่และกิจกรรมที่จะทำร่วมกันเพื่อให้กลุ่มแข็งแรง วงพูดคุยเป็นพลังงานดีมากๆ ยิ่งจะนำไปสู่การผลักดันประเด็นและนโยบายที่ตรงจุดมากขึ้น ทุกเสียงจะเป็นสิ่งที่พรรคจะนำไปผลักดันต่อ “ขอฝากนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย เขต 3 เบอร์ 6 ไว้ในอ้อมใจ๋เน่อ”“อภิสิทธิ์” บุกชุมพรขึงขังไล่ทุนเทาเมื่อเวลา 09.00 น. ที่ตลาดสดท่าแซะ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมคณะลงพื้นที่ตลาดสดท่าแซะ มีชาวบ้านมารอต้อนรับคึกคัก ขอถ่ายภาพและกอดแขนพร้อมมอบดอกกุหลาบและพวงมาลัยดาวเรือง ส่งเสียงตะโกน “คิดถึงนายกฯ อภิสิทธิ์” ดังลั่นตลอดทาง นายอภิสิทธิ์ทักทายชาวบ้านว่า “ก่อนมาฝนตกหนักมาก แต่พอเครื่องบินแตะพื้นดินชุมพร ฝนกลับหยุดตกทันที ก่อนผมจะมาแม่พระธรณีเอาน้ำมาไล่พวกเทาไปให้หมด เดี๋ยวฝนก็หยุดเอง พรรค ปชป.ต้องกลับมาทำงานรับใช้ประชาชนอีกครั้ง เห็นความเดือดร้อนของชาวใต้และคนไทยทั่วประเทศต้องเผชิญปัญหาเศรษฐกิจและการเมืองมุ่งเน้นแต่ผลประโยชน์และการทุจริตคอร์รัปชันที่รุนแรงขึ้น ปชป.พร้อมเข้ามาปั๊มหัวใจเศรษฐกิจ คืนความสุจริตให้การเมืองไทย คนชุมพรนี่กอดแรงจริงๆ” ต่อมานายอภิสิทธิ์ไปที่ตลาดสด อ.เมืองชุมพร ชาวบ้านรุมเข้ามอบ ดอกกุหลาบ พวงมาลัย ตะโกนชมว่ายังหล่อเหมือนเดิมชวนคนไทยร่วมยุทธการปราบโกงต่อมาเวลา 14.27 น.นายอภิสิทธิ์ขึ้นปราศรัยใหญ่ที่ตลาดมรกต 2 อ.หลังสวน จ.ชุมพร ท่ามกลางชาวหลังสวนและชุมพร ระนองและ จ.ใกล้เคียง มารับฟังหนาแน่น นายอภิสิทธิ์ปราศรัยว่า นโยบายพรรคทุกข้อถูกกลั่นกรองมาอย่างดี ทุกนโยบายคิดด้วยสมอง ทำด้วยใจ มั่นใจได้เลือก ปชป.คือเลือกทีมมีประสบการณ์การเมืองแท้จริง เศรษฐกิจดีจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากขาดการเมืองสุจริต คนปราบคนโกง ไม่ใช่คนที่อยู่บนเวที คนไทยทุกคนคือพระเอกนางเอกตัวจริงที่จะแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยและคนไทยซื้อไม่ได้ กระบวนการยุติธรรมซื้อไม่ได้ ถึงเวลาแล้วที่คนโกงและคนทุจริตต้องออกไป ทวงคืนบ้านเมืองสุจริตและเศรษฐกิจที่ดีกลับมา“หนู” เมินเวที ปชน.ล้น ภท.แน่นเช่นกันเมื่อเวลา 10.35 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการปราศรัยของพรรคประชาชน (ปชน.) ที่บอกว่าทหารมีไว้ปกป้องประเทศ ไม่ใช่ครอบครองประเทศ เหมือนด้อยค่าทหารหรือไม่ว่า ประชาชนเข้าใจดี จะไปวิพากษ์วิจารณ์ความคิดหรือแนวทางแต่ละพรรคไม่ได้ ต้องให้เกียรติกัน คนตัดสินใจคือประชาชน เมื่อถามว่านายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ช่วยปราศรัยหาเสียง คนฟังค่อนข้างเยอะกังวลหรือไม่ว่ากระแสส้มจะแซงทางโค้งพรรค ภท.นายอนุทินย้อนว่า คุณไม่ดูเวที ภท.ที่หนองคายก็เยอะนะ เมื่อถามว่า ดูเหมือนพรรค ปชน.มั่นใจครั้งนี้จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้ นายอนุทินตอบว่า “ทุกคนต้องมั่นใจ ใครจะขึ้นเวทีไปแล้วบอกว่า เลือกผมนะ ผมจะไปเป็นฝ่ายค้าน” กระแสพรรค ภท.หลังเดินสายต่างจังหวัดหลายจุดก็ดีนะ ไปที่ไหนคนเดินมาบอกขอให้ “ประสบความสามเจ็ด” ยืนยันนโยบายเราดีแล้ว เหมาะสมปฏิบัติได้ น่าเชื่อถือ เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ไม่ทำให้ประเทศเสียหาย และกระตุ้นมิติเศรษฐกิจ สังคม ความสุขของประชาชน มั่นใจไม่มีนโยบายอะไรล่อเป้าทำให้เสียคะแนนยันปลด “หมอสุภัทร” ไม่มีกลั่นแกล้งเมื่อถามถึงกรณีที่ประชุมคณะกรรมการ อ.ก.พ.กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มีมติปลด นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีต ผอ.โรงพยาบาลสะบ้าย้อย จ.สงขลา ที่ลาออกไปลงสมัคร สส.เขต 2 หาดใหญ่ พรรคปชน. นายอนุทินกล่าวว่า เรื่องภายในกระทรวง ไม่ได้รู้ทุกเรื่อง อยู่ทำเนียบฯแล้วไม่ได้อยู่กระทรวง สธ. เมื่อถามว่ามีข้อสังเกตการปลด นพ.สุภัทร เพราะประกาศทวงเงินน้ำท่วมหาดใหญ่ นายอนุทินกล่าวว่า เรื่องซ่อมบ้านผ่านมติ ครม.แล้ว กรมโยธาธิการและผังเมืองต้องไปสำรวจความเสียหาย จ่ายไม่เกิน 49,000 บาทต่อหลัง ขึ้นอยู่กับความเสียหาย เหตุการณ์น้ำท่วมเกิดก่อนยุบสภาไม่กี่วัน การดูแลรายครัวเรือน 9,000 บาทตามระเบียบเยียวยา รัฐบาลดำเนินการเรียบร้อยแล้ว ที่เหลือตกค้างอยู่คือคนที่ไม่ได้มาลงทะเบียน เมื่อถามว่ายืนยันได้หรือไม่ว่าการปลดหมอสุภัทรไม่ใช่กลั่นแกล้ง นายอนุทินกล่าวว่า ต้องไปถามกระทรวงสาธารณสุข ยืนยันอะไรไม่ได้เพราะไม่มีข้อมูล แต่หากจะถามว่าเป็นการกลั่นแกล้งยืนยันไม่มี มีแต่ตนที่โดนกลั่นแกล้ง ไม่เคยกลั่นแกล้งใครภท.ปราศรัยใหญ่ กทม.30 ม.ค.น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ แม่ทัพสนามเลือกตั้ง กทม. พรรค ภท.เปิดเผยว่าวันที่ 30 ม.ค. เวลา 17.30- 20.00 น. ที่สวนลุมพินีหลังพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 6 พรรค ภท. พร้อมผู้สมัคร สส.กทม.33 เขต จะจัดเวทีปราศรัยใหญ่ช่วงโค้งสำคัญมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ ประภาศ และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรค ภท.ขึ้นเวทีปราศรัยทางการเมืองเป็นครั้งแรกในกรุงเทพฯ พร้อมแกนนำอีกหลายคนนำเสนอนโยบายหลักของพรรครับมือปัญหาเศรษฐกิจ ความมั่นคง ภัยธรรมชาติและปัญหาสังคม โดยเฉพาะเศรษฐกิจและปากท้อง นายเอกนิติและนางศุภจีจะร่วมสะท้อนแนวคิดและทิศทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เป็นทีมเศรษฐกิจที่หลายคนบอกว่าแค่ได้ยินชื่อก็ได้กลิ่นความเจริญแล้ว“เท้ง” อ้อนหัวคะแนนธรรมชาตินครศรีฯที่ จ.นครศรีธรรมราช นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) พร้อมน.ส.ภคมน หนุนอนันต์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน.นำคณะลงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร สส.นครศรี ธรรมราช เปิดเวทีปราศรัยย่อยที่ศาลาประดู่หกและสวนขวัญ เทศบาลนครนครศรีธรรมราชอย่างคึกคัก มีประชาชนนำพวงมาลัยดอกดาวเรืองมามอบให้ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เรามาทำงานการเมือง เขาบอกว่าพรรคส้มต้องอดทน ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน วันที่ 8 ก.พ. พบกันที่คูหา อย่าลืมเป็นแรงใจแรงเชียร์เป็นหัวคะแนนเสียงธรรมชาติ ปกป้องคะแนนเสียงตนเอง แล้วพบกันที่ทำเนียบรัฐบาล ด้าน น.ส.ภคมนส่งภาษาใต้ว่า ขอให้ทุกคนออกไปทำงานความคิดให้มากที่สุด ชักจูงคนที่บ้านให้ได้มากที่สุด เหยียบหน้านักการเมืองที่ไม่เห็นประโยชน์ของประชาชนให้จมดินไปเลย ช่วงเย็นนายณัฐพงษ์ไปขึ้นรถแห่หาเสียงรอบเทศบาลเมืองกระบี่ และเดินตลาดแจกแผ่นพับแนะนำตัวผู้สมัคร ก่อนเปิดเวทีปราศรัยที่ลานประติมากรรมไม้มะหาด เชิญชวนให้ทุกคนร่วมกันเป็นหัวคะแนนธรรมชาติ ช่วยกันบอกต่อ“ไหม” ขายกระจายอำนาจท้องถิ่นช่วงบ่าย ที่โรงแรมเมโทรพอยท์ กทม. น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล แคนดิเดตนายกฯและรองหัวหน้าพรรค ปชน.นำทีมบริหารรัฐบาล ปชน.เข้าพบหารือแนวนโยบายกับผู้แทนสมาคมท้องถิ่น ได้แก่ สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย สมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย สมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พร้อมผลักดัน 5 เป้าหมายสำคัญเดินหน้าทันทีเมื่อเป็นรัฐบาล อาทิ ผู้ว่าฯเลือกตั้งทุกจังหวัด ทุกท้องถิ่นมีงบฯขั้นต่ำเพียงพอดูแลประชาชน ปลดล็อกทุกภารกิจพัฒนาเมืองของท้องถิ่นให้มีบริการสาธารณะถูก-เร็ว-ดีทุกพื้นที่ และเพิ่มอำนาจประชาชน เพิ่มสิทธิเลือกตั้งและอำนาจตรวจสอบท้องถิ่นโดยประชาชนในพื้นที่ ให้ข้าราชการทุกสังกัด ศักดิ์และสิทธิเท่ากัน โยกย้ายก้าวหน้าได้เลขาฯ ปชน.จี้ใจดำเกมเตะสกัดส้มวันเดียวกัน นายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรค ปชน.ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีข่าว อ.ก.พ.สธ.พิจารณาความผิดทางวินัย นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีต ผอ.โรงพยาบาลสะบ้าย้อย ผู้สมัคร สส.สงขลา พรรค ปชน.ต้องรอความชัดเจนว่าผลจะออกมาอย่างไร หากขั้นตอนชัดเจนว่าถูกออกจากราชการด้วยเหตุผลความผิดวินัยร้ายแรงจะส่งผลกระทบต่อคุณสมบัติ ไม่สามารถเปลี่ยนตัวผู้สมัครได้ต้องเดินต่อไป อาจจะสูญเสียไป 1 คน ต้องรอความชัดเจนแง่กฎหมายก่อน ผลออกมาอย่างไรต้องคงตามนั้น เมื่อถามว่าสังคมอาจมองว่าเป็นการเมืองหรือไม่ นายศรายุทธิ์กล่าวว่าตั้งข้อสังเกตได้ ตั้งแต่คดีต่างๆ ไม่ใช่เฉพาะเรื่องนี้ ทั้งผู้สมัครเราก่อนหน้านี้ รวมถึงการที่มีข่าวเรื่อยๆว่าจะมีอีกแน่นอน อดที่จะตั้งข้อสังเกตตรงนี้ไม่ได้ว่าเป็นสกัดกั้นพรรค ปชน.หรือไม่ เป็นการตั้งคำถามแฉ รมต.ค่าย ภท.ลงมติ 4—3 ปลดขณะที่ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้สมัคร สส. สงขลา พรรค ปชน.โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อ “เปิดความจริง ยุทธการเตะตัดขา ไม่ให้ผมเข้าสภา” ว่า เริ่มต้นแทรกวาระประชุม 22 ม.ค.69 เข้ามาวาระแทรกคือความไม่เป็นธรรม เอกสารแจกในที่ประชุมมีเพียงเอกสารสรุปผลโดยย่อที่กรรมการสอบวินัยสรุปมา โดยคณะกรรมการทั้ง 7 คนไม่มีใครได้เห็นเอกสารฉบับเต็ม ทั้งข้อกล่าวหา เอกสารตอบชี้แจงของผมและเอกสารประกอบอื่นใด ในที่สุดที่ประชุมมีมติ 3-3 มีกรรมการที่ยังเป็นข้าราชการ สธ. 3 ท่าน จำต้องลงมติว่าให้ปลดออก แต่กรรมการอีก 3 ท่านที่เป็นคนนอก สธ.คือผู้ทรงคุณวุฒิจาก ก.พ. ผู้ทรงด้านบริหารจัดการและผู้ทรงด้านกำลังคน ลงมติไม่เห็นด้วยกับการปลดออก ประธานคือรัฐมนตรีจากภูมิใจไทย (ภท.) จึงยกมือให้ปลดออกด้วย มติจึงเป็น 4-3 ในที่สุด ถ้าถูกปลดออกจากราชการจะทำให้ผมเข้าข่ายอาจขาดคุณสมบัติผู้สมัคร สส.ตามรัฐธรรมนูญ 60 มาตรา 98 (8) คุณสมบัติต้องห้าม เคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการ แปลว่าถ้าทำสำเร็จผมก็ล้มคะมำ จะถูกตัดสิทธิการเป็นผู้สมัครผู้แทน (แม้จะยังไม่ใช่เรื่องง่าย มีหลายขั้นตอนตามกระบวนการตามกฎหมาย)ซัดเตะตัดขา หวังให้ขาดคุณสมบัตินพ.สุภัทรระบุอีกว่า แต่ในบรรดากรรมการฝั่งข้าราชการที่ยกมือให้ปลดผมจากราชการนั้น มีท่านหนึ่งที่ไปราชการที่ตรัง ได้เข้าประชุมทางออนไลน์ เหมือนจำใจต้องเข้าประชุม เพราะมิเช่นนั้น มติปลดจะไม่สำเร็จ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจาก ก.พ. ทนดูความอยุติธรรมไม่ไหว จึงแจ้งที่ประชุมว่า ขอนำเรื่องนี้ไปพิจารณาในคณะกรรมการของ ก.พ.ใหญ่แทน ทำให้ที่ประชุม อ.ก.พ.สธ.ไม่สามารถมีข้อสรุปได้ ตอนนี้ผมยังเป็นผู้สมัคร สส.เช่นเดิม ยุทธการเตะตัดขาเกือบสำเร็จ แม้ที่ประชุมมีมติ 4-3 ปลดออกจากราชการจริง แต่สุดท้ายยังไม่สามารถปลดออกจากราชการได้ เพราะผู้แทน ก.พ.ขอนำเรื่องไปพิจารณาในกรรมการใหญ่อีกชุดที่เป็นธรรมกว่า นี่คือแผนสกัดไม่ให้ผมเข้าสภาแน่นอน เพราะกระแสผมมาแรงมาก และตัดโอกาสการเข้าไปปัด กวาดการเมืองสีเทาใน สธ.จึงจัดยุทธการเตะตัดขา หวังทำให้ขาดคุณสมบัติลง สส.หยันเล่นวิชามารคิดผิดกระแสยิ่งพุ่ง“คนเปิดเกมนี้คิดผิดแน่นอน ยิ่งมุ่งมั่น ยิ่งเดินเต็มที่เพื่อหาเสียง ชาวหาดใหญ่ล้วนมีความรู้ เข้าใจความจริง คนหาดใหญ่และคนไทยรักความเป็นธรรม การใช้วิชามารแบบนี้ทำให้กระแสสีส้มยิ่งแรงขึ้นทั้งพรรคและผู้สมัคร ผมเปิดปฏิบัติการแพทย์ชนบทบุกกรุง ช่วงโควิดระบาดหนักในปี 64 มาถูกสอบวินัยในปี 66 หลังผมค้านนโยบายกัญชาเสรี แล้วมาชี้ขาดในปี 69 เพียง 15 วันก่อนเลือกตั้ง ช่างประจวบเหมาะเกินไปไหม” นพ.สุภัทรระบุ“พัฒนา” โต้แล้วแต่จะคิดใบสั่งการเมืองที่กระทรวงสาธารณสุข นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์กรณีประชุม อ.ก.พ.กระทรวงสาธารณสุข มีมติตามคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ สมัยเป็น ผอ.โรงพยาบาลจะนะ จ.สงขลา ในการจัดซื้อชุดตรวจ ATK มีความผิดให้ปลดออกจากราชการว่า เป็นการประชุมตามปกติ มติให้ปลดออกเป็นไปตามมติของคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย มีมติออกมาก่อนที่ตนจะเข้ารับตำแหน่ง ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการลงนามของปลัด สธ. และนพ.สุภัทรยังอุทธรณ์ได้ ยืนยันว่าไม่มีคำสั่งจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ให้ลงมติและไม่มีประเด็นเกี่ยวกับการเมือง ส่วนตัวเพิ่งทราบว่า นพ.สุภัทรลงสมัคร สส. ดังนั้น แล้วแต่จะคิดกันโบ้ยไม่เกี่ยวคุ้ยสอบขายตึก SKYY9เมื่อถามว่า มีการเชื่อมโยงมติดังกล่าวอาจเกี่ยวพันกับตึก SKYY9 ประกันสังคมด้วยหรือไม่ นายพัฒนากล่าวว่า ไม่เกี่ยวอยู่แล้ว เคยแถลงเรื่องนี้และชี้แจงต่อสภาฯแล้วว่าไม่ได้ขายให้ประกันสังคม ขายให้นักลงทุนที่มาซื้อ คนที่ซื้อไปไม่เกี่ยวข้องด้วย หลังจากซื้อไปบริษัทที่เคยร่วมบริหารขายตามสภาพ เก่าและใช้การไม่ได้เลย ส่วนคนที่ซื้อไปใส่เงินอีกหลายพันล้านบาทเอง เพื่อปรับปรุงให้สวยงามพร้อมใช้งาน จากนั้นอีก 2-3 ปี หลังจากซื้อจากบริษัทที่ตนร่วมบริหาร จึงขายให้กับคนคนหนึ่ง มาทราบทีหลังว่าเป็นประกันสังคมกกต.รอดูวันที่สั่งพ้นราชการที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต.กล่าวว่ากรณี นพ.สุภัทร จะกระทบคุณสมบัติการเป็นผู้สมัคร สส.หรือไม่ว่า กฎหมายเลือกตั้งมาตรา 42 (10) ระบุว่าเคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจเพราะทุจริตต่อหน้าที่การทุจริตประพฤติมิชอบในวงราชการต้องไปดูว่าข้อเท็จจริงเขาถูกสั่งให้พ้นจากตำแหน่งหรือไม่ อย่างไร หรือสั่งให้พ้นจากเหตุอะไร และต้องดูว่าคำสั่งให้พ้นนั้นเมื่อไหร่ อย่างไร ในกฎหมายเขียนว่า “เคยถูกสั่งให้ออกจากราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ เพราะทุจริตต่อหน้าที่” คำว่า “เคย” นั้นจะเคยมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ แต่ถ้า “เคย” ปุ๊บเข้าลักษณะต้องห้ามทันที อย่างไรก็ตามกฎหมายจะนับหลังจากลงนามในคำสั่งเป็นทางการก่อน หากบอกว่าเป็นมติแต่ยังไม่ลงนามคำสั่งยังไม่นับทสท.ชูกองทุนสร้างไทยชุบชีวิต ศก.คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) แถลงว่า พรรคเปิดแคมเปญ “ล้างหนี้คนไทยทั้งประเทศ” ปลดล็อกพันธนาการหนี้สินครัวเรือนและวิกฤติ SMEs ที่กัดกินเศรษฐกิจไทย สร้างนโยบายประวัติศาสตร์หน้าใหม่ตั้งกองทุนสร้างไทย 400,000 ล้านบาท เข้าช่วยกลุ่ม SMEs เกษตรกรและคนตัวเล็ก พร้อมแก้หนี้เสียสะสมจากวิกฤติโควิด-19 เป็นรูปธรรม คืนลมหายใจให้ระบบเศรษฐกิจฐานราก พรรควางโรดแม็ปแก้หนี้แบบเบ็ดเสร็จ พักชำระหนี้ทั้งต้นและดอกเบี้ยนาน 3 ปียอดหนี้ไม่เกิน 1 ล้านบาท ครอบคลุมเกษตรกร ผู้ประกอบการรายย่อยและประชาชนคนตัวเล็ก เพื่อให้ฟื้นตัวไม่มีภาระกดดัน ควบคู่กับอัดฉีดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำที่ร้อยละ 4 ต่อปีผ่าน “กองทุนสร้างไทย” 300,000 ล้านเป็นทุนหมุนเวียนทำมาหากินต่อ เดินหน้าฟื้นฟูธุรกิจ ไม่ติดเครดิตบูโร และขุดรากถอนโคนหนี้นอกระบบด้วยกองทุนตั้งตัว 100,000 ล้านบาท เปิดให้คนตัวเล็กกู้ยืมรายละ 100,000 บาท ไปล้างหนี้นอกระบบ ใช้เป็นเงินทุนเริ่มต้นชีวิตใหม่ จะดึงเม็ดเงินกลับเข้าสู่ระบบ และสร้างพลังจับจ่ายใช้สอยในทุกชุมชนทั่วประเทศ แก้ปัญหายากจนที่ต้นเหตุอย่างยั่งยืน“ลุงป้อม” ซดก๋วยเตี๋ยวเนื้อร้าน “น็อต”เมื่อเวลา 11.45 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เดินทางไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยว “ลูกโต้งชลวัว” ย่านบางนาซอย 23 ของ “น็อต” นายวรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์ พิธีกรชื่อดัง มีนายวัฒนา เซ่งไพเราะ ผู้สมัคร สส.กทม.เขตบางนา-พระโขนง พรรค พปชร.ร่วมโต๊ะ “น็อต” ต้อนรับเป็นกันเอง ถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก และมีประชาชนมาขอถ่ายภาพด้วยอย่างต่อเนื่อง ด้านนายวัฒนากล่าวว่า พล.อ.ประวิตรให้กำลังใจ พรรค พปชร.เน้นนโยบายด้านความมั่นคงและการปกป้องสถาบันหลักชาติ เป็นพรรคที่ไม่มีผลประโยชน์ของนายทุนพรรค ขณะเดียวกันเป็นพรรคริเริ่มโครงการ “คนละครึ่ง” ที่เป็นนโยบายที่ดีแน่นอน แม้แต่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ หัวหน้าพรรค ภท.ยังนำไปใช้รทสช.ร้องเด็กส้มแจกของวันเด็กเมื่อเวลา 13.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายอัฎฐพล สิทธิชัยอารีกิจ ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 16 พรรครวมไทยสร้างชาติ เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษ น.ส.พิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ ผู้สมัคร สส.กทม.เขต 16 พรรคประชาชน ต่อว่าที่ ร.ต.สัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผอ.สำนักงาน กกต.ประจำกรุงเทพมหานคร ว่า เมื่อวันที่ 18 ม.ค. น.ส. พิมพ์กาญจน์กับผู้ช่วยหาเสียงร่วมกันกระทำผิด พ.ร.ป.การเลือกตั้ง แจกรถจักรยานและสิ่งของที่มีมูลค่าให้ประชาชนในงานวันเด็กแห่งชาติของชุมชมหมู่บ้านอาลักษณ์ ซอยคู้บอน 30 แขวงบางชัน เขต คลองสามวา กทม. แม้เลี่ยงไม่ใส่เสื้อมีเบอร์ผู้สมัคร แต่จงใจใส่เสื้อ “สีส้ม” มาแจกของในงาน แต่ปราศรัยชูมือแสดงสัญลักษณ์ หมายเลข 10 หวังคะแนนเสียงโดยไม่ตระหนักถึงกฎหมาย“เรืองไกร” ยื่นสอบเศรษฐีเงินล้าน พท.นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้สมัคร สส. กทม.พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ได้ส่งหนังสือผ่านไปรษณีย์อีเอ็มเอสถึง กกต.ให้ตรวจสอบนโยบายสร้างเศรษฐีเงินล้านของพรรค พท.ที่เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ใน กทม. เมื่อวันที่ 23 ม.ค. เป็นนโยบายที่รายงานต่อ กกต.ก่อนวันเลือกตั้ง สส.ไม่น้อยกว่า 20 วัน ตามประกาศ กกต.หรือไม่ เนื่องจากเปิดนโยบายวันที่ 23 ม.ค.เปิดดูในเว็บไซต์และเฟซบุ๊กพรรค พท.มีเหตุควรสงสัยว่าได้รายงานเนื้อหา วงเงินที่ต้องใช้ ความคุ้มค่า และความเสี่ยงต่อนโยบาย ให้ กกต.ทราบก่อนวันเลือกตั้ง สส.ไม่น้อยกว่า 20 วันตามประกาศ กกต.หรือไม่ หากไม่ได้ดำเนินการ อาจเข้าข่ายฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ปี 60 มาตรา 57 วรรคสอง มีโทษปรับไม่เกิน 500,000 บาทและปรับอีกวันละ 10,000 บาท ตลอดระยะเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง2สจ.สีเทาเผ่นหนีออกนอกประเทศที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงการดำเนินคดีกับผู้สมัคร สส. อดีตผู้สมัคร สส.เครือข่ายนักการเมืองกว่า 10 ราย เกี่ยวพันเว็บพนันออนไลน์และสแกมเมอร์ว่า ล่าสุดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกหมายจับไปแล้ว 2 ราย ทราบว่ามีหลบหนีไปต่างประเทศแล้ว 2 รายนี้เป็นสามีภรรยา ฝ่ายชายเป็นสมาชิกสภาจังหวัดกาฬสินธุ์ ชื่อนายปฐนัญ จันดอน หรือ สจ.เนย์กับภรรยาหนีออกนอกประเทศไปเมื่อวันที่ 20 ม.ค. ส่วน สจ.อีก 1 ราย ยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้ อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน แต่ทราบว่าหนีไปเมื่อวันที่ 15 ม.ค. เมื่อถามว่าทั้งหมดมีความผิดฟอกเงินเว็บพนันฯใช่หรือไม่ รมว.ยุติธรรมกล่าวว่าจะให้ข้อมูลอีกครั้งวันที่ 27 ม.ค.“ทักษิณ” สบายดี สุขภาพโอเคเมื่อเวลา 10.30 น. ที่เรือนจำกลางคลองเปรม นายพานทองแท้ ชินวัตร น.ส.ณัฐฐิยา ปวงคำ ภรรยา น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ และนายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ สามี เป็นตัวแทนครอบครัวเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯพร้อมนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความประจำตัวนายทักษิณ หลังเข้าเยี่ยม 45 นาที ทั้ง 4 คน เดินออกมาแวะทักทายและถ่ายภาพร่วมกับกลุ่มประชาชนที่มารอให้กำลังใจอย่างเป็นกันเอง 1 ในผู้มาให้กำลังใจระบุว่าเดินทางไกลมาจากมหานครนิวยอร์ก สหรัฐฯตั้งใจมาเยี่ยมนายทักษิณ เมื่อสอบถามว่านายทักษิณ เป็นอย่างไรบ้าง น.ส.พินทองทากล่าวว่า คุณพ่อสบายดี เมื่อถามถึงความเคลื่อนไหวทางการเมืองโค้งสุดท้ายการหาเสียงเลือกตั้ง และข่าวการพักโทษของนายทักษิณ ส่งผลต่อกำลังใจคนในพรรคอย่างไร น.ส.พินทองทาไม่ได้ตอบ ด้านนายณัฐพงศ์กล่าวว่า สุขภาพร่างกายดีและโอเคดี คำถามว่านายทักษิณฝากฝังอะไรถึงพรรค พท.ที่จะเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. ไม่มีอะไรพิเศษ คุยเรื่องสุขภาพยังคงแข็งแรงดีโดยรวม ก่อนทั้งหมดพากันขึ้นรถตู้กลับออกจากพื้นที่ทันทีอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่