“ชัยชนะ” โร่แจ้งความเพจดังกับคนแชร์ข่าว ตร.ค้นบ้านรอง หน.พรรคสีฟ้า พัวพันแก๊งค้ายาเสพติด ยันคนถูกจับนามสกุลเดียวกันแต่ไม่ใช่ญาติ ไม่เกี่ยวข้องทั้งพฤตินัยและนิตินัย “อนุทิน” ปัดรัฐบาลไม่เกี่ยว ข้าราชการประจำจัดการ 10 นักการเมืองสีเทาไปตามหน้าที่ ยกทีมหาเสียงนครพนม บลัฟนิด้าโพลให้ ภท.ได้ 150 ที่นั่งยังต่ำกว่าเป้า 3 ตัวเต็งประชันดีเบตทางแพร่งประเทศไทย “เชน” เลี่ยงไม่แบ่งสียันจำเป็นต้องร่วมมือทุกฝ่ายยกเครื่องประเทศ “มาร์ค” โว ปชป.พลิกจากสูญพันธุ์เป็นตัวแปรคุมทิศทางรัฐบาล แย้ม พท.เลิกยุ่งกาสิโน-คริปโตฯจับมือกันได้ “เท้ง” ไม่เชื่อผู้มีอำนาจจะกล้าปฏิวัติรัฐประหาร ขู่ถ้าไม่อยากเกิดนองเลือดต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลง ตอกฝาโลงถ้า ภท.ชนะ ปชน.เป็นฝ่ายค้าน “สถาบันพระปกเกล้าฯ” เผยวัยโจ๋หนุน “เท้ง” คนแก่ไว้ใจ “อนุทิน” แต่ 26.2% ไม่เห็นคนเหมาะนายกฯ ประเด็น 10 นักการเมืองเกี่ยวข้องกับธุรกิจสีเทา ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและกรมสอบสวนคดีพิเศษกำลังเร่งสอบสวน เป็นปมร้อนที่ถูกจับตาในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง ล่าสุดเพจ CSI LA มีการเผยแพร่ข่าว ตำรวจเข้าค้นบ้านรองหัวหน้าพรรคสีฟ้า คนดังภาคใต้ อักษรย่อ “ท.” พัวพันขบวนการค้ายาเสพติด โดยพรรคประชาธิปัตย์ออกมาปฏิเสธไม่เกี่ยวข้อง ระบุเป็นการดิสเครดิตทางการเมือง พร้อมแจ้งความดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้อง“สาทิตย์” ปัดข่าวดิสเครดิตรอง หน.ปชป.เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 21 ม.ค.ที่พรรคประชา ธิปัตย์ (ปชป.) นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคฝ่ายยุทธศาสตร์พรรค กล่าวถึงกรณีเพจ CSI LA โพสต์ข้อความ “ด่วน ตำรวจเตรียมเข้าค้นบ้าน” รองหัวหน้าพรรคสีฟ้า “คนดังภาคใต้ อักษรย่อ ท.พัวพันขบวนการค้ายาเสพติด” ทำให้หลายคนพุ่งเป้าไปที่นายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรครับผิดชอบพื้นที่ภาคใต้ ว่าข่าวนี้จากการตรวจสอบพบว่าไม่มีข้อเท็จจริงใดๆ เป็นเพียงการจับแพะชนแกะ ข้อเท็จจริงคือ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 20 ม.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจจังหวัดนครศรีธรรมราชเข้าจับกุมคดียาเสพติด มีผู้ต้องหานามสกุลเดชเดโช เป็นนามสกุลเดียวกับนายชัยชนะ ในรายละเอียดของข่าวพบว่าตัวผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม ยืนยันไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับนายชัยชนะเพียงแต่นามสกุลเดียวกัน แต่มีการนำเอาข่าวนี้ไปจับแพะชนแกะผสมผเสกับเรื่อง 10 นักการเมืองและลงในเพจข่าวบางเพจทำนองว่าจะเข้าไปค้นบ้านรองหัวหน้าพรรคสีฟ้า พร้อมยืนยันว่าจากการตรวจสอบแล้วไม่มีความจริง คนเข้าใจว่าเป็นการทำให้เกิดความเสียหายกับรองหัวหน้าพรรคมากกว่าฝ่ายกฎหมาย “ชัยชนะ” แจ้งความเอาผิด“ทราบว่าฝ่ายกฎหมายของนายชัยชนะจะแจ้งความเอาผิดกับผู้ที่จงใจทำให้เกิดความเสียหาย ยืนยันว่าเป็นเรื่องการเมืองร้อยเปอร์เซ็นต์ เนื่องจากพรรคมีคะแนนเสียงที่ดีในพื้นที่ภาคใต้ จึงอาจมีบางฝ่ายจงใจทำให้เกิดความเข้าใจผิด และส่งผลต่อคะแนนเสียง ทำให้เกิดความเสียหาย ซึ่งพรรคประชา ธิปัตย์ยังคงยืนยันเรื่องการเมืองสุจริต และหากเป็นคนของพรรคจริง เราไม่ปล่อยไว้แน่นอน” นายสาทิตย์กล่าวเมื่อถามถึงกระแสข่าวการทุจริตซื้อเสียงหนาหู นายสาทิตย์กล่าวว่า พรรคเราชูการเมืองสุจริตต้องเริ่มที่ตัวเรา พรรคจึงมีมติพรรคว่าช่วงการเลือกตั้ง หากมีข้อมูลหรือมีผู้มาร้องเรียนว่าผู้สมัครสส.เขตใดทำผิดกฎหมายการเลือกตั้ง พรรคจะตั้งคณะกรรมการสอบทันที หากพบความผิดจะประกาศไม่สนับสนุนทันที แม้ทางกฎหมายไม่สามารถตัดขาดนักการเมืองรายนั้นได้ แต่พรรคประกาศไม่สนับสนุนหรือลอยแพได้“ชัยชนะ” ท้าลั่นพร้อมให้ตรวจสอบด้านนายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคปชป.ดูแลภาคใต้ โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงกรณีเพจเฟซบุ๊กดังพาดพิงว่าตำรวจจะเข้าตรวจค้นบ้านรองหัวหน้าพรรคสีฟ้าคนดังภาคใต้ อักษรย่อ ท. พัวพันขบวนการค้ายาเสพติดว่า“ขอยืนยันด้วยเกียรติว่า ผม สส.ชัยชนะ เดชเดโช ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกับผู้ต้องหารายนี้ไม่ว่าจะทางพฤตินัยหรือนิตินัย หากท่านหรือใครก็ตาม มีหลักฐานเส้นทางการเงิน หรือหลักฐานการติดต่อที่เชื่อมโยงว่าเราเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ขอให้นำออกมาแสดงต่อสาธารณชน หรือยื่นต่อพนักงานสอบสวนได้เลย ยินดีให้ตรวจสอบ แต่หากกล่าวหาลอยๆเพื่อหวังผลทางการเมืองช่วงเลือกตั้ง ขอสงวนสิทธิ์ดำเนินคดีถึงที่สุด ปกป้องชื่อเสียงและความถูกต้อง”“แทน” แจ้งความทุกเพจทุกคนที่แชร์ต่อมานายชัยชนะพร้อมทนายความส่วนตัว ไปที่ สภ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับเพจดัง ชื่อ CSI LA กรณีโพสต์ข้อความดังกล่าวทำให้เสียหาย จากนั้นนายชัยชนะให้สัมภาษณ์ยืนยัน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดและการกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ แม้บุคคลที่ถูกจับกุมคดียาเสพติดจะนามสกุลเหมือนตนจริง แต่ไม่มีความเกี่ยวข้องหรือรู้จักสนิทสนมทั้งทางนิตินัยและพฤตินัย ในอดีตสมัยคุณปู่นามสกุลแซ่ด่าน คุณแม่นามสกุลแซ่ลิ้ม ตนผิวคล้ำแต่เป็นจีน 100% ต่อมาคุณพ่อได้ไปขออนุญาต พ.ต.อ.ยอง เดชเดโช ขอใช้นามสกุลเดชเดโช ใช้มาจนปัจจุบัน ต้องยอมรับว่ามีคนนามสกุลเดชเดโชเหมือนกันจำนวนมากในประเทศนี้ การยกประเด็นการจับกุมยาเสพติดมาเชื่อมโยงกับตนเพื่อหวังผลดิสเครดิตทางการเมือง เป็นวิธีการที่ไม่สร้างสรรค์ พรรค ปชป.เรามีบรรทัดฐานสูงอยู่แล้วเรื่องนี้ ดังนั้นจะดำเนินคดีทุกเพจและทุกคนที่แชร์ข้อความนำไปกล่าวถึงในทางเสียหาย ทำให้ประชาชนและสังคมเข้าใจผิดตาม พ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ประชุมใหญ่ตั้ง “สาธิต” รอง หน.พรรคเมื่อเวลา 09.30 น. พรรค ปชป.จัดประชุมใหญ่วิสามัญ ครั้งที่ 1/2569 ชูภาพลักษณ์การเมืองทันสมัยและโปร่งใสผ่านระบบซูม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค เป็นประธานการประชุม อำนวยความสะดวกให้สมาชิกพรรคที่ติดภารกิจรณรงค์หาเสียงในพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อพิจารณาตั้งนายสาธิต ปิตุเตชะ เป็นรองหัวหน้าพรรคตามภารกิจ นายอัมพร พินะสา เป็นรองหัวหน้าภาคอีสาน โดยนายสาธิตคนใกล้ชิดสายตรงของนายอภิสิทธิ์ มีสายสัมพันธ์อันดีกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรค ภท. เคยร่วมงานที่กระทรวงสาธารณสุข ที่ประชุมจึงมองว่าเป็นการตั้งเข้ามารองรับหากต้องมีการเจรจาดีลการเมืองหลังการเลือกตั้ง“อ.เชน” ไม่แบ่งสีจำเป็นร่วมมือทุกฝ่ายเมื่อเวลา 11.50 น. ที่พารากอนฮอลล์ สยามพารากอน มีการจัดเวทีสาธารณะ ประชันนโยบาย วิสัยทัศน์ THE REAL POLITICS “ทางแพร่งประเทศไทย” ช่วงเวทีที่ 3 ประเทศไทยภายใต้นายกชื่อ...มีนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรค พท. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แคนดิเดตนายกฯพรรค ปชป.และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกฯ พรรค ปชน.เข้าร่วม นายยศชนัน กล่าวย้ำ 3.ยุทธศาสตร์การเติบโตสำหรับโลกยุคใหม่คือ 1.ส่งเสริมนวัตกรรม 2.การแข่งขันอย่างสมส่วน 3.หากจะอุ้ม อย่าไปอุ้มที่ธุรกิจ แต่อุ้มคนที่ล้มลงให้กลับมาสู่วงล้อเศรษฐกิจต้องยกเครื่องประเทศไทยและพรรค พท.ทำได้ ต้องแก้ไขอย่างเป็นระบบโดยคนมีประสบการณ์ เมื่อพิธีกรถามว่า พร้อมทำงานกับสีไหนพรรคใด นายยศชนันตอบว่า พรรค พท.ทำงานได้ทุกฝ่าย จะดูว่าพรรคไหนให้ความสำคัญเร่งด่วนเหมือนพรรค พท. เราพยายามมายกเครื่องประเทศไทย ไม่มีพรรคไหนที่จะทำได้สำเร็จ หากเราไม่ร่วมแรงร่วมใจกัน ทั้งภาคเอกชนต่างๆ ภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม“มาร์ค” โอ่เป็นตัวแปรกำหนดทิศทาง รบ.ด้านนายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ได้สัมผัสประชาชน วิตกกังวลว่าทำไมประเทศเราเต็มไปด้วยทุจริต ไม่น่าเชื่อเลือกตั้งครั้งนี้คำว่าทุนเทา ทุกคนต้องพูดถึง ถ้าบ้านเมืองไม่สุจริต ไม่ต้องคิดว่าปัญหาอื่นจะแก้ได้ ถ้าเจาะจงทุนเทา สแกมเมอร์ เราจะเพิ่มความเข้มข้น เอาคนเป็นอุปสรรคต่อการจัดการทุนเทาออกจากตำแหน่งโดยเร็ว โดยออก พ.ร.ก.เพิ่มเขี้ยวเล็บ ทั้งอายัดทรัพย์กรณีไม่สามารถอธิบายที่มาได้ เมื่อพิธีกรถามถึงยุทธศาสตร์การโหวต จะมีผลต่อพรรค ปชป.อย่างไร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า พรรค ปชป.จากพรรคสูญพันธุ์มาเป็นพรรคตัวแปร ถ้าเติมกำลังให้เรามากเท่าไหร่ เรากำหนดทิศทางของรัฐบาลชุดหน้า เมื่อถามถึงความชัดเจนการจับมือกับพรรคพท. นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า พรรค พท.ในอดีต ปัญหาคือถูกครอบงำรัฐบาลก่อนหน้านี้นโยบายมุ่งไปกาสิโน คริปโตฯถูกกำหนดประเด็น แต่ถ้าไม่มีประเด็นเหล่านี้ก็เป็นไปได้ แต่จะเป็นหรือไม่ขึ้นอยู่กับอนาคต ขณะนี้ยังไม่มีใครประเมินว่าพรรค พท.จะเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล แต่ถ้าของเก่าๆเหล่านั้นกลับมางับประตูมือขาดทันที“เท้ง” ไม่เชื่อผู้มีอำนาจจะกล้า รปห.ขณะที่นายณัฐพงษ์กล่าวเชิญชวนให้ประชาชนมาตั้งรัฐบาลประชาชนร่วมกัน ทลายกรอบการเมืองเดิมๆ โครงสร้างบริหารแบบเก่า รัฐมนตรีจากมุ้งแบ่งโควตา ไม่ทำงานตามภารกิจประเทศ เมื่อพิธีกรถามว่า หากพรรค ปชน.ชนะเลือกตั้ง แต่ถูกขัดขวางไม่ให้เป็นรัฐบาล นายณัฐพงษ์กล่าวว่า กลไกรัฐธรรมนูญ 60 เสื่อมคลายลงแล้ว สว.ไม่สามารถโหวตเลือกนายกฯได้ เป็นโอกาสดีที่สุดที่จะตั้งรัฐบาลจากการตัดสินของประชาชน หากพรรค ปชน. ได้รับเสียงสนับสนุนมากเพียงพอ ถือว่าผ่านเงื่อนไขแรกแล้ว ยังไม่เชื่อว่าผู้มีอำนาจจะกล้าปฏิวัติรัฐประหาร แต่คงมีกระบวนการนิติสงครามอื่นๆ เราบริหารความเสี่ยงไว้หมดแล้ว หากคุณไม่อยากให้เกิดการนองเลือด หรือให้สังคมเกิดความโกรธแค้น ขอให้ยอมรับการเปลี่ยนแปลง ยืนยันว่าเราไม่ได้เข้ามาล้มล้างตอกฝาโลง ภท.ชนะ ปชน.เป็นฝ่ายค้านเมื่อพิธีกรถามว่า พร้อมจะพูดคุยกับผู้มีอำนาจที่ถือตั๋วใบที่ 2 และจะทำอย่างไร นายณัฐพงษ์กล่าวว่า จะเข้าไปพูดคุยด้วยความจริงใจ พร้อมทำความเข้าใจกับเขา ยกเว้นว่าถ้าเอาผลประโยชน์คนส่วนน้อยมาอยู่เหนือคนส่วนใหญ่ เราคงคุยกันไม่รู้เรื่อง ทั้งนี้เงื่อนไขการร่วมรัฐบาลยังเหมือนเดิมไม่สามารถร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรมได้ จะไม่มี สส.พรรคปชน.ไปโหวตสนับสนุนแคนดิเดตนายกฯพรรค ภท. หากพรรค ภท.เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เราจะทำหน้าที่เป็นพรรคฝ่ายค้าน แต่หากพรรค ปชน.เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล คนมาเป็นรัฐมนตรี ต้องไม่มีประวัติสีเทาจะไม่มีโควตาให้เปล่า ต้องทำงานสอดรับกับนโยบายพรรค ปชน.ด้วย เมื่อถูกถามว่า หากโค้งสุดท้าย มีการเปิดเผยว่าผู้สมัคร สส.พรรค ปชน.เกี่ยวพันสีเทาอีก จะแสดงความรับผิดชอบอย่างไร นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ถ้ามีเทาเราจัดการ ยืนยันหากได้เข้าไปเป็นรัฐบาล เจอคนมีประวัติสีเทา จะจัดการออกทันที ไม่รอกระบวนการกฎหมายให้ถึงที่สุด ทุกพรรคพูดว่าไม่เอาสีเทา ไม่เอาทุจริต แต่นายกฯมีอำนาจสั่งปลดรัฐมนตรีหรือข้าราชการ อยากทราบว่านิยามคำว่าสีเทาของนายอนุทินเหมือนกับตนหรือไม่ อยากให้พูดชัดเจน ว่าถ้าไม่เอาสีเทา แล้วเงื่อนไขของนายอนุทินคืออะไร“อนุทิน” ลุยอีสานที่แรกนครพนมเมื่อเวลา 10.45 น. ที่ จ.นครพนม นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) แคนดิเดตนายกฯลาราชการ นั่งรถยนต์โตโยต้า อัลพาร์ด สีดำทะเบียน ชง 8889 กรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่หาเสียงที่ จ.นครพนม ทั้ง 4 เขต เริ่มจุดแรกที่อ่างเก็บน้ำหนองสังข์ อ.นาแก หาเสียงให้นายชูกัน กุลวงษา ผู้สมัคร สส.นครพนม เขต 4 ชาวบ้านแห่นำพวงมาลัยดอกดาวเรืองมาคล้องคอ ผูกผ้าขาวม้าที่เอวต้อนรับกันคึกคัก นายอนุทินขึ้นเวทีปราศรัยว่า ขอถามว่าอยากให้เปิดด่านชายแดนหรือไม่ ประโยชน์แฝงที่ทำให้รัฐบาลยังไม่ยอมเปิดด่าน คือข้าวผิดกฎหมายก็ไม่เข้ามา ทำให้ราคาข้าวในประเทศสูงขึ้น คนละครึ่งพลัส หากอยากได้เฟส 2 ขอให้เลือกพรรคภท.กลับไปเป็นรัฐบาลและนาแกต้องมีโรงพยาบาลที่ดีกว่านี้ งบฯปี 70 กว่า 200 ล้านเพื่อ รพ.นาแก กระทรวงสาธารณสุขเห็นชอบแล้ว แต่ต้องให้สภาฯเห็นชอบ หลังลงเวทีปราศรัยนายอนุทินเดินทักทายชาวบ้าน มีคุณยายนำสายสิญจน์มาผูกข้อมือให้บอกดีใจได้เห็นนายอนุทินตัวจริง ขอให้ได้เป็นนายกฯเดินตลาดสดศรีสงครามม่วนหลายต่อมานายอนุทินไปหาเสียงที่โรงเรียนบ้านนาหว้า ต.นาหว้า อ.นาหว้า ช่วยหาเสียงให้กับ น.ส.ศุภพานี โพธิ์สุ ผู้สมัคร สส.นครพนม เขต 1 บุตรสาวนายศุภชัย โพธิ์สุ อดีตรองประธานสภาฯ นายอนุทินกล่าวตอนหนึ่งว่า พอปิดด่านทำให้ราคาสินค้าเกษตรหลายตัวดีขึ้น สินค้าเถื่อนเข้ามาไม่ได้ นโยบายนี้ยังอยู่ เราทำให้ลูกหลานเห็นว่าประเทศนี้ไม่ได้มาคุกคามเมื่อไหร่ก็ได้ “กูไม่ใช่หลานมึงนะเว้ย” “เรารักษาอธิปไตย ไม่มีอะไรต้องกลัว ตอนนี้สงบแล้ว ไม่กล้ามาวุ่นวาย ถ้าไว้วางใจพรรค ภท.บริหารประเทศนี้ต่อไป จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นตามแนวชายแดน ศักดิ์ศรีคนไทยจะไม่ถูกย่ำยี จากนั้นนายอนุทินพร้อมแกนนำพรรค ภท.ไปเดินหาเสียงต่อที่ตลาดสดศรีสงคราม อ.ศรีสงคราม หาเสียงไปด้วย ซื้อส้ม ปลารากกล้วย ข้าวโพดต้มและน้ำมะพร้าว อุดหนุนแม่ค้าพ่อค้า ระบุมาเดินตลาดศรีสงครามม่วนมาก อุดมสมบูรณ์ มั่งคั่งในข้าวปลาอาหาร แล้วไปต่อที่ อ.บ้านแพงและ อ.เมือง ก่อนเดินทางกลับ กทม.บลัฟผลโพลให้ ภท.150 ที่นั่งยังต่ำไปต่อมาเวลา 11.35 น. ที่อ่างเก็บน้ำหนองสังข์ ต.หนองสังข์ อ.นาแก จ.นครพนม นายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงเป้า สส.นครพนมว่า ตั้งเป้าน่าจะได้รับความไว้วางใจครบทุกเขต เมื่อถามว่านิด้าโพลคาดการเลือกตั้ง 69 พรรค ภท.มาอันดับ 1 จะได้ 150 ที่นั่ง นายอนุทินหัวเราะบอกว่า ต่ำกว่าเป้าหมาย เป้าหมายของทุกคนต้องเกิน 150 แต่ผลสำรวจเอาไว้เป็นตัวชี้วัด ประเมินว่าเราทำงานไปได้ระดับไหน หากไม่ตรงกับที่คิดต้องมานั่งทบทวนแก้ไข อย่างไรก็ตามเราไม่เคยประกาศว่าจะ 50-200 ที่นั่ง แต่ใช้ความทุ่มเทและจริงใจ ประชาชนจะตัดสินใจว่าเราอยู่ในบทบาทไหน การแข่งขันต้องแข่งกันตามกติกา ด้วยความสามารถ ไม่มีใครมาขอได้ ไม่มีใครยอมฟัน 10 สส.สีเทา ขรก.ทำตามหน้าที่นายอนุทินกล่าวถึงกรณีเพจ CSI LA ระบุตำรวจเตรียมเข้าค้นบ้าน “รองหัวหน้าพรรคสีฟ้า” คนดังภาคใต้ อักษรย่อ ท. พัวพันขบวนการค้ายาเสพติด ตำรวจยังไม่ได้รายงาน แต่ทราบมาจากข่าว ยืนยันว่าไม่ใช่ “ทิน” เมื่อถามว่านักการเมือง ท.มองว่าดิสเครดิตทางการเมืองช่วงเลือกตั้ง นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ได้เกิดจากพรรค ภท. ไม่ได้เกิดจากการเป็นรัฐบาลและนายกฯ ฝ่ายข้าราชการประจำทำหน้าที่ของเขาไปอย่างต่อเนื่องและเต็มที่ กรณี 10 นักการเมืองที่เกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์และยาเสพติด ใช้นโยบายปิดชื่อ ถือพฤติกรรม ไม่ถามใครทั้งสิ้น เปิดมาเจอใครก็เป็นคนนั้นไม่มีข้อยกเว้น ไม่ถาม แค่สั่งการให้ดำเนินการกับผู้ทำผิดกฎหมายเต็มที่ไม่ต้องรายงานว่าเป็นใคร ไม่ต้องมาถามว่าเป็นคนนี้แล้วจะดำเนินการอย่างไรต่อ ยึดถือแนวทางนี้มาตลอด“เนวิน” ฟ้อง “บก.ลายจุด” ขุดคดีร้อยยี่สิบนายศุภชัย ใจสมุทร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ประธานคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีนายสมบัติ บุญงามอนงค์ ผู้สนับสนุนพรรค ปชน. โพสต์เฟซบุ๊กพาดพิงถึงนายเนวิน ชิดชอบ เกี่ยวกับเหตุการณ์การเลือกตั้งปี 38 ที่มีการบุกค้นบ้านน้องสาวและน้องเขยนายเนวิน จ.บุรีรัมย์ พบของกลางธนบัตรฉบับละ 100 และ 20 บาท เย็บติดกับใบแนะนำตัวหาเสียงของนายเนวินจำนวนมากว่า ข้อความที่โพสต์เป็นข้อมูลเท็จ ตามข้อเท็จจริงไม่เคยมีการตรวจค้นบ้านนายเนวินเอง ของน้องเขยหรือน้องสาวนายเนวิน เนื่องจากนายเนวินไม่มีน้องสาว จึงไม่มีน้องเขย ข้อความดังกล่าวถือเป็นการหมิ่นประมาท ใส่ร้ายป้ายสี ทำให้คนอื่นเชื่อว่านายเนวินทุจริตเลือกตั้ง ซื้อเสียง นายเนวินจะดำเนินคดีนายสมบัติ ขอเตือนไปยังผู้ที่แชร์ข้อความดังกล่าวต่อต้องถูกดำเนินคดีอาญาด้วยเช่นกัน“หนิม” ชู “เชน” เป็นนายกฯไม่สาดสีเมื่อเวลา 11.00 น. ที่ศูนย์ประสานงานพรรค พท. อ.เมืองพิจิตร จ.พิจิตร นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกฯพรรค พท. พร้อมนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่ปราศรัยช่วยนายพงษ์ศักดิ์ เหลืองวิจิตร ผู้สมัคร สส.พิจิตร เขต 1 หาเสียงอย่างคึกคัก มีมวลชนร่วมฟังหนาแน่น นายจุลพันธ์ปราศรัยว่า วันที่ 8 ก.พ.จะเป็นวันตัดสินชะตาประเทศไทยเราจะเดินหน้าไปอย่างไร วันนี้นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯพรรค คะแนนนิยมขึ้นทุกวันๆ ล่าสุดไปดีเบต มีการทำโพลให้ประชาชนโหวตเข้าไป เชน ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ มาอันดับ 1 แล้ว จะนำประเทศไปสู่การพัฒนา เอาเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาช่วยประชาชน คนนี้เป็นคนเดียวในแวดวงการเมืองที่ไม่เคยทะเลาะกับใคร ไม่มีสาดโคลน ไม่มีป้ายสี คนคนนี้จะนำประเทศไทยออกจากความขัดแย้ง เดินหน้าไปสู่ความเจริญ การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องปกติ พรรคการเมืองแข่งกัน 3 สีหลักๆ ไม่แดง น้ำเงิน ก็ส้ม พรรค พท.ยืนหยัดเป็นพรรคเดียวที่เดินหน้าด้วยนโยบาย ไม่ชี้นิ้วใส่คนอื่น เชื่อมั่นไม่ว่าจะเทาจะดำประชาชนไม่เลือก เสียงประชาชนเป็นสีขาวบริสุทธิ์ลั่นไม่ย้าย ขรก. แค่เอานายกฯออก“มีพรรคการเมืองหนึ่งสีน้ำเงินอยู่เป็นรัฐบาลมา 2 เดือน ผมว่าท่านเห็นผลงานแล้ว น้ำท่วมหาดใหญ่คนตายเยอะ ทั้งเรื่องของการจัดกีฬาซีเกมส์ แต่วันนี้เดินหน้าอย่างเดียวคือการย้ายข้าราชการ ดังนั้นขอโอกาสพรรค พท. ถ้าเลือก พท.ทั้งสองใบ พวกผมไม่ย้ายข้าราชการให้เหนื่อย แต่จะย้ายนายกฯออก 1 คน อนุทิน (นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย) ออกได้แล้ว” นายจุลพันธ์กล่าว“ยศชนัน” มั่นใจบึงกาฬเหนียวแน่นต่อมาในช่วงค่ำ ที่สนามบินสกลนคร นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯพรรค พท.พร้อมนายภูมิธรรม เวชยชัย ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท. ลงพื้นที่หาเสียงที่ จ.บึงกาฬ มีผู้สมัคร สส.สกลนครของพรรคและประชาชนมอบดอกไม้ พวงมาลัยดอกดาวเรือง ผูกผ้าขาวม้าที่เอวคึกคัก จากนั้นนายยศชนันไปที่โรงเรียนพรเจริญวิทยา อ.พรเจริญ จ.บึงกาฬ ช่วยหาเสียงให้ผู้สมัคร สส.บึงกาฬทั้ง 3 เขต ทักทายชาวบ้านว่าจะไม่ถามว่า 3 เขตเลยหรือไม่ เพราะบึงกาฬแดงทั้งแผ่นดิน วันที่ 8 ก.พ.หลายคนคือวันแห่งการเลือกตั้ง แต่สำหรับตนคือวันแห่งความหวังของพ่อแม่พี่น้องประชาชน ถ้าพี่น้องไว้ใจยศชนัน ไว้ใจพรรค พท. ตนพร้อมจะเปลี่ยนความฝัน ความหวังของพี่น้องให้กลายเป็นจริง ทั้งนี้ชาวบ้านหน้าเวทีปราศรัยสอบถามเรื่องราคายางพารา นายยศชนันตอบทันทีว่าไม่ต้องห่วงใครปลูกยาง พท.จะช่วยเอง นอกจากเรื่องราคาจะแปรรูปให้ด้วยจะดูแลมันสำปะหลังและอ้อยทั้งระบบทสท.ดัน ปปช.ภาคประชาชนปราบโกงวันเดียวกัน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกฯและหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) กล่าวถึงปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันว่า บ้านเมืองเราตกเหว นักการเมืองบางกลุ่มเลิกกินข้าวแต่หันไปกินอิฐ กินหิน กินปูน กินทรายแทน งบฯที่ควรเอามาดูแลประชาชนถูกปล้นไปปีละกว่า 5 แสนล้านบาท เงินทอนโครงการก่อสร้างพุ่งถึง 40% งานขุดลอกแหล่งน้ำมีเงินทอนกัน 60-70% เหลือเนื้องานไม่กี่บาท จะแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นฉบับปราบโกง ที่ใช้งานได้จริง ไม่ใช่เขียนไว้แค่ชื่อ พรรคเสนอให้ประชาชน 5 หมื่นคน มีสิทธิ์ลงชื่อถอดถอนนักการเมือง นายกฯหรือแม้แต่พวกองค์กรอิสระที่ทำหน้าที่ไม่สุจริตได้ทันที ต้องมี ป.ป.ช.ภาคประชาชน ให้คนในพื้นที่และภาคประชาสังคมมาช่วยกันตรวจสอบงบฯ เตรียมกฎหมายสั่งพักการใช้ใบอนุญาตกว่า 1,000 ฉบับ ที่เป็นอุปสรรคต่อการทำมาหากิน เพราะใบอนุญาตพวกนี้คือช่องทางเรียกรับส่วยใต้โต๊ะ ทำให้คนตัวเล็กทำมาหาเลี้ยงชีพลำบาก ต้นทุนชีวิตแพงขึ้น เพราะต้องจ่ายเงินให้ข้าราชการและนักการเมืองเลวโพล 26.2% ไม่พบคนเหมาะนายกฯวันเดียวกัน สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ “เลือกตั้ง 69 ใครเหมาะสมเป็นนายกคนใหม่ในสายตาของประชาชน” ตามที่นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าในฐานะประธานศูนย์ KPI Poll มอบนโยบายการทำ KPI Poll ให้เป็นโพลเชิงวิชาการสะท้อนความจริงทางการเมืองด้วยความเป็นกลางเป็นจริง เป็นประโยชน์ สำรวจระหว่างวันที่ 8-11 ม.ค.2569 จากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไปตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง มีบทสรุปสำคัญดังนี้ ตัวเลือกที่ประชาชนเห็นว่า สามารถแก้ปัญหาประเทศได้จริง พบว่า ประชาชน 26.2% ระบุว่า ยังไม่มีบุคคลที่เหมาะสม รองมาคือ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ พรรคประชาชน 18.8% นายอนุทิน ชาญวีรกูล พรรคภูมิใจไทย 16.9% นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ พรรคเพื่อไทย 10.9% นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พรรคประชาธิปัตย์ 10.2% ส่วนเมื่อแยกตามกลุ่มอายุที่ยังไม่ตัดสินใจจะเลือกใครนั้น พบว่า กลุ่มเจนY (28-43 ปี) ยังไม่ตัดสินใจสูงสุด 29.5% รองมาคือ เจน X (44-59 ปี) 25.9% เจน Z (18-27 ปี) 24.5% และ Baby Boomer (60 ปี ขึ้นไป) 24.5%วัยรุ่นหนุน “เท้ง”–คนแก่ไว้ใจ “อนุทิน”ขณะที่การเลือกผู้นำตามช่วงอายุพบว่า เจนZ(18-27 ปี) เลือกนายณัฐพงษ์ เป็นอันดับ 1 33.8% รองมานายอนุทิน 11.3% นายยศชนัน 8.1% กลุ่มเจน Y (28-43 ปี) เลือกนายณัฐพงษ์เป็นอันดับ 1 19.6% รองมานายอนุทิน 14.1% นายยศชนัน 10.8% เจน X (44-59 ปี) เลือกนายอนุทินอันดับ 1 21.2% รองมานายณัฐพงษ์ 11.9% นายยศชนัน 11.4% กลุ่ม Baby Boomer (60 ปีขึ้นไป) อันดับ 1 เลือกนายอนุทิน 20.4% รองมานายอภิสิทธิ์ 15.1% นายยศชนัน 14.1%“แสวง” สั่ง กกต.จว.เร่งปราบซื้อเสียงผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงาน กกต.ช่วงค่ำวันที่ 20 ม.ค.นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ส่งข้อความในกลุ่มไลน์ถึงเจ้าหน้าที่ กกต.ทุกคน หลังมีข่าวการซื้อสิทธิขายเสียงการเลือกตั้ง สส.หัวละ 7,500 บาท และมีกระแสเรียกร้องให้ กกต.ลุยจับการซื้อเสียง จากนี้จะเป็นหัวข้อหลัก สำนักงานจะอยู่ได้หรือไม่ได้ อยู่ที่ประเด็นนี้เป็นหลักแล้ว ผู้เกี่ยวข้องไปหามาตรการ ทำแค่เป็นรูปแบบไม่พอ ขอให้ทั้งส่วนกลางและจังหวัดต้องเปลี่ยนการประชาสัมพันธ์และการรณรงค์การป้องกัน ป้องปราม ปราบปรามจังหวัดต้องมีมาตรการที่เป็นรูปธรรม จับให้ได้ อย่าให้เกิด อย่าให้สังคมผิดหวัง องค์กรจะอยู่ยากหรืออยู่อย่างไม่มีศักดิ์ศรี จากนี้ต้องขยับแรง หน้าที่คือเกียรติ“นันทนา” จี้ กกต.ปรับวิธีลงประชามติเมื่อเวลา 11.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว.ไปที่สำนักงาน กกต.ขอหารือการจัดเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ หลัง กมธ.พัฒนาการเมืองวุฒิสภาได้รับการร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมากว่า ไม่สามารถลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามติล่วงหน้าได้เหมือนการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า จะทำให้คนที่ไม่สามารถเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.ได้จะเสียสิทธิลงประชามติวันที่ 8 ก.พ. เหลืออีก 18 วันจะมีวิธีการแก้ไขอย่างไร และการจัดหน่วยเลือกตั้งและหน่วยออกเสียงประชามติวันที่ 8 ก.พ.ที่ กกต.กำหนดให้ต้องแสดงตน 2 ครั้ง มีการร้องเรียนว่าต้องมาต่อแถวขอใช้สิทธิออกเสียงประชามติใหม่ หลังใช้สิทธิเลือกตั้งแล้ว ทำให้เสียเวลา เมื่อปี 66 ที่มีคนออกมาใช้สิทธิ 75.8% ต่อแถวยาวมากกว่าจะได้รับบัตร ครั้งนี้ต้องมาต่อแถวยาวเพื่อไปรอรับบัตรมาลงประชามติอีก เสียเวลาโดยใช่เหตุอีก ถ้าไม่ปรับจำนวนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งกับผู้ออกเสียงประชามติจะต่างกันเป็นล้านคน กกต.จะรับผิดชอบหรือไม่เครือข่ายปฏิรูปร้องให้เป็นโมฆะขณะที่เวลา 09.30 น. ที่สำนักงานศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ นางวิรังรอง ทัพพะรังสี ประธานเครือข่ายมหาวิทยาลัยเพื่อการปฏิรูปประเทศ เข้ายื่นฟ้อง ครม. กกต. และรัฐสภาต่อศาลปกครองกลาง กล่าวหาว่ากระบวนการจัดทำประชามติวันที่ 8 ก.พ.ละเมิดสิทธิเสรีภาพประชาชนและไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนประกาศของ ครม.และ กกต.ที่กำหนดให้มีการทำประชามติในวันที่ 8 ก.พ.69 ให้เป็นโมฆะ เนื่องจากกระบวนการเสนอญัตติและลงมติมิชอบด้วยขั้นตอนตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติและข้อบังคับการประชุมสภา ไม่เป็นไปตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด และการกำหนดวันที่ให้ออกเสียงประชามติไม่เป็นไปตามกรอบระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ทำให้เสียหายต่อรัฐ ละเมิดสิทธิเสรีภาพประชาชนอย่างร้ายแรง มิอาจแก้ไขได้ภายหลัง“เจ๊แมว–สว.สำรอง” ทวง กกต.ดองคดีเมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงาน กกต.นางกุสุมาลวตรี ศิริโกมุท แคนดิเดตนายกฯพรรคไทยก้าวหน้า พร้อมกลุ่ม สว.สำรอง นำโดย พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว มาทวงถามความคืบหน้าการตรวจสอบข้อกล่าวหาการทุจริตเลือก สว.ปี 67 เรียกร้องให้ กกต.โปร่งใสในการดำเนินคดีฮั้ว สว. นับตั้งแต่เลือกตั้ง สว.ปี 67 กระบวนการตรวจสอบไม่คืบหน้าใดๆ กกต.ตรวจสอบเรื่อง สว.ล่าช้าเกินควรไปมากพล.ต.ท.คำรบกล่าวว่า ปลายปี 68 ดีเอสไอและอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาเบื้องต้น 8 คนคดีฟอกเงิน คดีพิเศษที่ 24/2568 และส่งหลักฐานที่เกี่ยวเนื่องกับการฮั้ว สว.มาให้ กกต.พิจารณาตามมาตรา 49 พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต. แต่การประชุม กกต.เมื่อ ธ.ค.68 มีมติ 3 ต่อ 2 เห็นควรนำหลักฐานมาประกอบสำนวน แต่ยังไม่ดำเนินการ มีบางท่านคัดค้านรั้งหน่วง กลางเดือน ม.ค.69 เมื่อ กกต.ครบ 7 คน ประชุมใหม่กลับมีมติ 4 ต่อ 3 ไม่เห็นด้วยนำหลักฐานดีเอสไอมาประกอบ ตั้งข้อสังเกตความล่าช้านี้ อาจรอผลศาลรัฐธรรมนูญวันที่ 21 ม.ค.คดี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีต รมว.ยุติธรรม นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกฯ แทรกแซงการทำงานของดีเอสไอในคดีฮั้ว สว.“อ้วน–ทวี” พ้นข้อหาแทรกแซงสอบฮั้ว สว.เมื่อเวลา 15.00 น. คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ อ่านคำวินิจฉัยคดีที่ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องของสว.ที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 42 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและ รมว.กลาโหม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม สิ้นสุดลงเฉพาะตัวหรือไม่ จากกรณีได้ใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการตรวจสอบการเลือก สว.ของ กกต. อันเป็นการกลั่นแกล้ง กดดัน ข่มขู่ และครอบงำสว.ซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ทั้งนี้ นายภูมิธรรมและพ.ต.อ.ทวี มอบอำนาจให้ผู้แทนมาร่วมรับฟังไร้พฤติการณ์ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรงศาลรัฐธรรมนูญแถลงว่า จากข้อเท็จจริงผู้ถูกร้องทั้ง 2 มิได้ข่มขู่ หรือใช้อำนาจหน้าที่ในการแทรกแซงการสอบสวนคดีฮั้ว สว. ในชั้นสำนักงาน กกต. และในชั้นดีเอสไอ ไม่ปรากฏพฤติการณ์ว่าผู้ถูกร้องทั้ง 2 มีพฤติการณ์ตามข้อกล่าวหาว่าไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ อันขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ 160 (4) และไม่มีพฤติการณ์ฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามที่กำหนดไว้ในมาตรฐานจริยธรรมฯ ข้อ 27 ประกอบข้อ 5 6 7 8 11 12 13 14 16 17 21 25 และ 26 ไม่มีการกระทำต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (5) อันเป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องทั้ง 2 สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) (5) อาศัยเหตุผลดังกล่าวข้างต้นจึงวินิจฉัยว่า ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องทั้ง 2 ไม่สิ้นสุดลงเฉพาะตามรัฐธรรมนูญ 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) (5) แต่อย่างไรก็ดีความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องทั้ง 2 สิ้นสุดลงก่อนแล้ว ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 17/2568 และรัฐธรรมนูญมาตรา 167 วรรคหนึ่ง (1) ประกอบมาตรา 170“ภูมิธรรม” ดีใจเป็นกำลังใจคนทำงานที่สนามบินสกลนคร นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกฯและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ดีใจ ต้องขอบคุณศาลรัฐธรรมนูญที่ให้กำลังใจคนทำงาน ที่ตั้งใจทำงาน เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในคดีนี้ พวกเราทำตามหน้าที่ตามที่มีการร้องเรียน ต้องการทำให้ข้อเท็จจริงเป็นที่ประจักษ์ เดินตามกระบวนการตามขั้นตอนทางกฎหมาย และขั้นตอนการปฏิบัติของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)ป.ป.ช.ฟันอดีต สส.พปชร.ยึดป่าสงวนฯนายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดพ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา เมื่อครั้งเป็น สส.จันทบุรี พรรคพลังประชารัฐ ถือครองที่ดิน 3 แปลงรวม 94ไร่ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว จ.จันทบุรี โดยไม่มีคุณสมบัติครอบครองตามกฎหมาย เมื่อปี 57 พ.ต.ท.ฐนภัทรซื้อที่ดิน ต.ปะตง ต.ทับช้าง อ.สอยดาว 3 แปลง รวม 94 ไร่ จากผู้ครอบครองเดิม ที่ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว เข้าถือครองทำประโยชน์ที่ดิน ทำสวนลำไย ปลูกสร้างบ้าน หลัง พ.ต.ท.ฐนภัทรได้รับเลือกเป็น สส.จันทบุรี วันที่ 24 มี.ค.62 ยังครอบครองและทำประโยชน์เรื่อยมา และยื่นบัญชีทรัพย์สินระบุเป็นทรัพย์สินคู่สมรส วันที่ 11 พ.ค.63 ให้บุตรชายแสดงตนเป็นผู้ครอบครองแทน ทั้งที่ทราบดีว่าตน คู่สมรส และบุตรมิใช่บุคคลได้รับอนุญาตให้อยู่อาศัยหรือทำกิน เป็นการปฏิบัติหน้าที่ไม่สุจริต ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง ให้เสนอเรื่องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัยตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 87 ต่อไปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่