ไล่ล่าระทึกหนุ่มเมาหลอนกราดอาก้ายิงถล่มนายดาบตำรวจทางหลวงกลางเมืองแปดริ้ว กระสุนพุ่ง เจาะกกหูบาดเจ็บสาหัส มีชาวบ้าน ขี่รถ จยย.ผ่านมาถูกลูกหลงบาดเจ็บอีกคน ก่อนเกิดเหตุชาวบ้านแจ้งเบาะแสรถต้องสงสัยคนขับมีปืนสงคราม ตำรวจทางหลวงไล่ตามปาดหน้าให้จอดจะขอตรวจค้นกลับถูกกราดยิงใส่ หลังก่อเหตุคนร้ายขับรถเผ่นหนีไปเสียหลักตกถนนพุ่งลงบ่อน้ำ ตำรวจระดมปิดล้อมตามล่านานกว่า 4 ชม. สุดท้ายยอมจำนนมอบตัวแต่โดยดี อ้างมีรถไล่ตามเลยขับหนีมาเจอตำรวจชักปืนชี้ให้ลงจากรถเลยรัวยิงถล่มไม่ยั้งหนุ่มเมาหลอนกราดอาก้ายิงถล่มตำรวจทางหลวงบาดเจ็บสาหัส เปิดเผยเมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 2 มี.ค. พ.ต.อ.พงศ์สัณห์ มีศรี ผกก.สภ.เมืองฉะเชิงเทรา รับแจ้งเหตุคนร้ายยิงตำรวจทางหลวงได้รับบาดเจ็บบริเวณหน้าคลินิกหมอภากร ถนนมหาจักรพรรดิ์ ต.หน้าเมือง รายงานให้ พล.ต.ต.เกรียงไกร บุญซ้อน ผบก.ภ.จ.ฉะเชิงเทรา พ.ต.อ.สมชาย อยู่สวัสดิ์ รอง ผบก. นำกำลังตำรวจ พร้อม หน่วยกู้ชีพกู้ภัยไปตรวจสอบที่เกิดเหตุมีชาวบ้านจำนวนมากอยู่ในอาการตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ระทึกขวัญที่เกิดขึ้น พบร่าง ผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน คือ ด.ต.อนุสรณ์ เอ็งพังศรี อายุ 36 ปี ตำรวจทางหลวงฉะเชิงเทรา ถูกยิงด้วยปืนอาก้าเข้ากกหูขวา 1 นัด และนายทักษิณ เจริญชัย อายุ 29 ปี ชาวบ้านที่ขี่รถ จยย.ผ่านมา ถูกกระสุนลูกหลงที่ก้นกบ 1 นัด ทั้งคู่ถูกช่วยเหลือนำส่ง รพ.พุทธโสธร โดย ด.ต.อนุสรณ์อาการสาหัสถูกนำส่งต่อ รพ.ตำรวจ ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนปืนอาก้าตกกระจายเกลื่อนนับสิบปลอก ตำรวจเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ด.ต.อนุสรณ์ กับตำรวจคู่ตรวจอีกนายขับรถเก๋งตำรวจทางหลวงรหัส 3108 ออกตรวจพื้นที่ตามปกติ ได้รับแจ้งจาก ผู้ใช้รถใช้ถนนว่าพบรถต้องสงสัยอีซูซุมิวเอ็กซ์ สีขาว ทะเบียน จพ 9131 ชลบุรี ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนหลัง คนขับมีอาวุธปืนลักษณะคล้ายปืนสงคราม วิ่งไปตาม ถนนมหาจักรพรรดิ์ รีบขับตามหาจนกระทั่งพบรถ คันดังกล่าววิ่งผ่านหน้าศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา ตำรวจเรียกให้จอดกลับเร่งเครื่องหลบหนีไปกลับรถใต้สะพานเกษมราษฎร์ ไล่ตามไปอย่างกระชั้นชิดก่อนจะไปปาดหน้าบังคับให้จอดรถบริเวณหน้าคลินิกหมอภากร ด.ต.อนุสรณ์จะเข้าตรวจค้นกลับถูกคนขับ ใช้ปืนอาก้ากราดยิงถล่มใส่จนได้รับบาดเจ็บ และมีชาวบ้านที่ขี่รถ จยย.ผ่านมาถูกกระสุนลูกหลงบาดเจ็บไปอีกคนหลังก่อเหตุคนร้ายเลี้ยวกลับรถปีนข้ามเกาะกลางถนนหลบหนีย้อนกลับไปทางเดิม ตำรวจกระจาย กำลังออกติดตามไล่ล่าจนพบรถคนร้ายขับหลบหนีเข้าไปในซอยบ้านดอนคา หมู่ 1 ต.บางเตย ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 15 กม. ก่อนจะเสียหลักพุ่งตกลง ไปในบ่อน้ำข้างทาง คนร้ายเปิดประตูรถหนีออกมาได้ ตำรวจระดมกำลังเสริมจากชุดปฏิบัติการพิเศษภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา ชุดหนุมานจากกองปราบปราม พร้อมโดรนตรวจจับความร้อน เข้าปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่ใกล้เคียง ตามบ้านร้าง สถานีรถไฟบางเตย อาคาร ร้าง และป่าหญ้าที่มีชาวบ้านเห็นคนร้ายเดินผ่านกระทั่งเวลา 20.00 น. พล.ต.ต.เกรียงไกร บุญซ้อน ผบก.ภ.จ.ฉะเชิงเทรา สั่งกำลังเข้ากระชับพื้นที่บ่อน้ำห่างจากจุดที่รถคนร้ายตกลงไปประมาณ 500 เมตร หลังพบร่องรอยคนร้ายน่าจะหลบซ่อนตัว อยู่ในบ่อน้ำดังกล่าว ตำรวจใช้ยุทธวิธีเกลี้ยกล่อมกดดันจนคนร้ายยอมมอบตัวยกมือขึ้นเหนือหัวเดินขึ้น มาจากน้ำให้จับกุมแต่โดยดี ทราบชื่อคือ นายเปรมณุพงศ์ พนมสิงห์ อายุ 36 ปี ชาว อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ก่อนจะพาไปชี้จุดทิ้งปืนอาก้าริมถนนหมู่บ้านก่อนถึงปากทางเข้าซอยบ้านดอนคาประมาณ 500 เมตร พบว่าภายในแมกกาซีนยังบรรจุกระสุนปืนอยู่อีกหลาย สิบนัด ยึดไว้เป็นหลักฐานก่อนนำตัวผู้ต้องหาไปสอบปากคำที่ สภ.เมืองฉะเชิงเทราจากการสอบสวนนายเปรมณุพงศ์ยังให้การวกวนคล้ายคนเมายาเสพติดอ้างว่า สาเหตุที่ต้องขับรถ หนีเพราะมีรถฟอร์จูนเนอร์สีขาวขับไล่ตามมา ไม่อยาก มีเรื่องจึงขับหนีก่อนจะมาเจอรถตำรวจทางหลวงเรียกให้จอด ตำรวจชักปืนชี้ให้ลงมาจากรถเลยตัดสินใจ ใช้ปืนอาก้าที่อยู่ในรถยิงตำรวจ เพราะเห็นตำรวจชักปืน มาหาตนก่อน สำหรับปืนอาก้ากระบอกนี้ซื้อมาจากประเทศกัมพูชานานแล้ว ราคา 8,500 บาทพล.ต.ต.เกรียงไกร บุญซ้อน ผบก.ภ.จ.ฉะเชิงเทรา เผยว่า ต้องขอขอบคุณความร่วมมือของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่ หลังเกิดเรื่องชาวบ้านช่วยกันแจ้งเบาะแสว่า คนร้ายหลบหนีไปทางไหน จึงง่ายต่อการจำกัดวงปิดล้อม กดดันตามยุทธวิธีจนสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ เบื้องต้น ยังให้การวกวนอ้างว่ามีรถยนต์ขับไล่ตามก่อนมาเจอตำรวจชักปืนชี้บังคับให้ลงจากรถเลยตัดสินใจยิงใส่ตำรวจต่อมาช่วงเช้าวันที่ 3 มี.ค. พ.ต.อ.พงศ์สัณห์ มีศรี ผกก.สภ.เมืองฉะเชิงเทรา เผยว่า ในช่วงสายพนักงานสอบสวนได้นำตัวนายเปรมณุพงศ์ ผู้ต้องหามาสอบปากคำเพิ่มเติม เนื่องจากเมื่อคืนยังให้การไม่รู้เรื่อง หลังสอบสวนเสร็จจะนำตัวไปฝากฝังที่ศาล จังหวัดฉะเชิงเทรา ในวันที่ 4 มี.ค. โดยไม่มีการทำแผน ประกอบคำรับสารภาพ เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาพยายาม ฆ่าเจ้าหน้าที่ขณะปฏิบัติหน้าที่ ต่อสู้ขัดขวางการทำงาน ของเจ้าหน้าที่ พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ และไม่มีใบอนุญาตในการพกพาอาวุธปืน ส่วนผลตรวจหา สารเสพติดในร่างกายต้องรอผลตรวจเลือดนำมาประกอบ สำนวนคดี ขณะที่อาการของ ด.ต.อนุสรณ์ ได้ส่งต่อไปยัง รพ.ตำรวจ ให้แพทย์ผ่าตัดเอาหัวกระสุนออกแล้วอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่