พท.จ่อฟ้องกลับนักร้อง “ชูศักดิ์” แย้มสัปดาห์นี้คำฟ้อง “ธีรยุทธ” น่าจะจบ ส่วน “เรืองไกร” กับคนอื่นกำลังพิจารณา รับไม่ได้บิดเบือนกล่าวหาถึงขั้นกบฏ “ภูมิธรรม” ไม่ให้ราคา “สนธิ” ปลุกม็อบบุกทำเนียบ “พายัพ” ผสมโรงหมดยุคนักค้าความขัดแย้ง “ไพบูลย์” เขย่ารัฐบาลอยู่ไม่เกินปี บ่มิไก๊แก้ รธน. กมธ.ที่ดินฯเค้น ทล.เพิ่มปมที่ดินเขากระโดง ให้เช่าพื้นที่ทำถนนเข้าสนามกีฬาเอกชน โฆษก ทบ.ยันชายแดนแม่ฮ่องสอนไม่ตึงเครียดตามข่าวพรรคเพื่อไทยจ่อฟ้องกลับนายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ทนายความอิสระ และบรรดานักร้องคนอื่นที่กล่าวหานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และพรรคเพื่อไทย กระทำการเข้าข่ายล้มล้างการปกครอง นายชูศักดิ์ ศิรินิล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุว่า ภายในสัปดาห์นี้น่าจะจบพท.จ่อฟ้องกลับนักร้องใส่ร้ายเมื่อเวลา 14.40 น. วันที่ 26 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายชูศักดิ์ ศิรินิล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงการดำเนินการฟ้องกลับนายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ทนายความอิสระ หลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติไม่รับคำร้องให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และพรรค พท. หยุดการกระทำที่อาจเข้าข่ายเป็นการล้มล้างการปกครองว่า อยากให้ทีมกฎหมายดูให้รอบคอบ สัปดาห์นี้น่าจะจบ เมื่อถามว่าจะฟ้องนายธีรยุทธคนเดียว หรือฟ้องนักร้องคนอื่นด้วย โดยเฉพาะนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายชูศักดิ์ตอบว่า กำลังดูอยู่ว่ามีใครบ้างรับไม่ได้เท่ากับกล่าวหาเป็นกบฏผู้สื่อข่าวถามว่า พรรค พท.เป็นสาธารณะ การไปฟ้องกลับจะถูกมองไม่ดีหรือไม่ นายชูศักดิ์ตอบว่า ในทางหลักสากลการไปกล่าวหาอะไร ถ้าติชมเพื่อความเป็นธรรม หรือให้ความเห็นเพื่อความเป็นธรรมของสังคม อย่างนี้เรารับกันได้ ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเป็นในลักษณะการใส่ร้ายบิดเบือนข้อเท็จจริง บิดเบือนข้อกฎหมาย หรือไปกล่าวหาว่ามีการทุจริต ทั้งที่เขาไม่ได้ทำ หรือไม่ได้มีหลักฐาน กรณีนี้ก็เช่นเดียวกันมากล่าวหาว่าล้มล้างการปกครอง ถือเป็นข้อกล่าวหาที่แรงมาก เท่ากับกบฏ ทั้งที่การกระทำของเราไม่ใช่ แต่คุณกลับไปปรับแต่งข้อเท็จจริง บิดเบือน อย่างนี้ควรต้องดำเนินการ และดูเป็นกรณีไป ดูเหตุผลดูเจตนาเป็นหลัก เคยบอกแล้วว่าเรื่องล้มล้างการปกครองเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย เท่ากับกบฏในอดีต ศาลจึงบอกว่าเรื่องนี้ศูนย์เลยถึงได้ยก“อ้วน” ไม่ให้ราคา “สนธิ” ปลุกม็อบนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม แกนนำพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตร ประกาศนำม็อบลงถนนในปี 2568 ว่า แม้รัฐบาลไม่อยากพูดแต่นายสนธิพยายามนำประเด็นดังกล่าวมาปลุกระดม จะมายื่นหนังสือที่ทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 2 ธ.ค.นี้ เวลา 10.30 น. ให้พูดไปไม่เป็นไรหรอก บอกไปแล้วว่าเป็นประเด็นเดิมๆ ตราบใดที่ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย เขาสามารถทำได้ และคงไม่ลงไปรับหนังสือด้วยตัวเอง เพราะไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง และไม่ทราบประเด็นที่นายสนธิจะมายื่น เพราะไม่ได้ฟังตั้ง กก.ร่วม JTC ไม่แน่ใจทัน 29 พ.ย.ผู้สื่อข่าวถามถึงความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการร่วมทางเทคนิคเพื่อจัดสรรผลประโยชน์ร่วมกันทางทะเลระหว่างไทยและกัมพูชา หรือ JTC นายภูมิธรรมตอบว่า ไม่แน่ใจว่าจะตั้งเสร็จทันวันที่ 29 พ.ย. หรือไม่ ต้องรอดูว่ากระทรวงการต่างประเทศมีความพร้อมแค่ไหน ขณะนี้อยู่ระหว่างการคัดเลือกคณะกรรมการ หัวใจหลักคือต้องเป็นบุคคลที่มีความรู้ และเก่งด้านกฎหมายทางทะเล อาจเป็นกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ และกรมสนธิสัญญา กระทรวงการต่างประเทศ ต้องเป็นบุคคลที่เข้าใจเนื้อหาโดยกว้าง เพื่อให้ทุกคนเห็นว่าเราพยายามทำอย่างโปร่งใสมากที่สุด เรื่องนี้ถูกควบคุมเป็นอย่างดีเนื่องจากมีเอ็มโอยู 44 การสรุปผลอะไรต้องได้รับความเห็นชอบจากประชาชน และต้องเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภาทั้ง 2 ฝ่าย รวมถึงต้องยืนตามกฎหมายทะเลระหว่างประเทศ ไม่ว่าผลสรุปจะออกมาเป็นอย่างไรต้องผ่านทั้ง 3 เงื่อนไขนี้ หากไม่ผ่านก็ไปต่อไม่ได้อยู่ดี ไม่อยากให้สัมภาษณ์ถึงกรณี MOU 44 อีกแล้ว จนกว่าการตั้งคณะกรรมการ JTC จะมีความคืบหน้า ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นการนำเรื่องดังกล่าวมาทะเลาะเบาะแว้งกัน โยงประเด็นไปมา ไม่อยากตอบอะไรที่เป็นการเถียงกันไป-มาเย้ย “สนธิ” หมดยุคค้าความขัดแย้งนายพายัพ ปั้นเกตุ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายสนธิเป็นคนตกยุคสมัยไปแล้ว ไม่เข้าใจการเมืองปัจจุบัน เขาก้าวข้ามความขัดแย้งกันไปแล้ว พรรคการเมืองที่เคยเป็นคู่ขัดแย้งรุนแรงก็ละวางอดีตหันมาจับมือร่วมกันทำงานเพื่อบ้านเมือง เพื่อประชาชนกันหมดแล้วทั้ง 11 พรรค ถือเป็นปรากฏการณ์สลายขั้ว สลายความขัดแย้งสิบกว่าปีที่ผ่านมาลงอย่างราบคาบ เรื่องแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ ถ้าทุกคนไม่มีใจ ไม่มีที่ยึดเหนี่ยวร่วมกันคงทำไม่ได้ นายสนธิและฝ่ายแค้นฝังหุ่นน่าจะยินดีกับปรากฏการณ์นี้ มากกว่าออกมาตะโกนบอกว่ารับไม่ได้ ต้องปลุกม็อบไล่รัฐบาล อยากถามนายสนธิว่าเป็นอะไรมากหรือเปล่าถึงยอมรับการเปลี่ยนแปลงของบ้านเมืองไม่ได้ ทั้งที่เป็นเรื่องดี ให้โอกาสรัฐบาลปรองดองแห่งชาตินี้ทำงานให้ครบวาระดีกว่า ออกมาปั่นกระแสขัดแย้งระลอกใหม่เพื่ออะไร อยากฝากไปยังนายสนธิและฝ่ายแค้นให้เลิกหมกมุ่นอดีต ลดทิฐิตัวเองลงบ้าง หันมาให้โอกาสประเทศชาติบ้านเมือง แก่ๆกันแล้วจะอยู่กันอีกสักกี่วันกี่ปีก็ไม่รู้ มานั่งดูความเจริญของประเทศด้วยกันสักสมัยดีกว่า“ไพบูลย์” เขย่ารัฐบาลอยู่ไม่เกินปีที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายไพบูลย์ นิติตะวัน เลขาธิการพรรค พปชร. กล่าวว่า กระบวนการแก้รัฐธรรมนูญของรัฐบาล ยิ่งแก้ยิ่งวุ่นเหมือนลิงพันแห เป็นปัญหาที่ไม่จบ เมื่อถามว่าแกนนำพรรค พท.ระบุว่ารัฐบาลนี้อาจทำได้เพียงแค่ตั้ง ส.ส.ร.เท่านั้น นายไพบูลย์ตอบว่า “จะทันหรอ ส่วนตัวคิดว่าไม่ทัน เชื่อเหล่านักวิเคราะห์การเมืองว่ารัฐบาลจะอยู่ไม่ถึง 1 ปี จึงไม่ทราบว่าจะแก้อะไรได้บ้าง” เมื่อถามว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะทันรัฐบาลชุดนี้หรือไม่ นายไพบูลย์ตอบว่า ทำรัฐธรรมนูญอะไรถ้าทั้งฉบับไม่มีทางทันอยู่แล้ว ขอเตือนว่าอย่าแก้ปัญหาให้ยุ่งกว่าเก่าเค้น ทล.เพิ่มปมที่ดินเขากระโดงที่รัฐสภา นายฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน โฆษกคณะกรรมาธิการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ในการประชุม กมธ.วันที่ 27 พ.ย. มีวาระพิจารณาปัญหาที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ ล่าสุด บุคคลตามหน่วยงานที่ถูกเชิญไป ตอบรับว่าจะมาชี้แจงทั้งหมด ได้แก่ รมว.มหาดไทย รมว.คมนาคม อธิบดีกรมที่ดิน ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) อยู่ที่เมื่อถึงเวลาจะส่งตัวแทนมาหรือไม่ นอกจากนี้ กมธ.ยังได้เชิญหน่วยงานเพิ่มอีก 1 หน่วย คือ กรมทางหลวง (ทล.) เนื่องจากทราบข้อมูลว่ามีการขอเช่าพื้นที่ รฟท.ทำถนนไปยังสนามกีฬาที่สร้างในพื้นที่เขากระโดง ไม่ทราบเป็นการขอเช่าที่ดินโดยชอบหรือไม่ ปกติการขอเช่าพื้นที่ต้องใช้เพื่อกิจการของหน่วยงาน แต่กรณีที่เกิดขึ้นเป็นการขอเช่าพื้นที่ทำถนนเข้าไปยังพื้นที่สนามกีฬาเอกชน ที่ไม่ใช่กิจการการรถไฟ ทราบว่าการเช่าเกิดขึ้นในยุครัฐบาลชุดที่ผ่านมา โดยอดีต รมว.คมนาคมของพรรคภูมิใจไทย ไม่รู้เป็นการเอื้อประโยชน์หรือไม่“ภูมิธรรม” สยบข่าวชายแดนปะทุวันเดียวกัน นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ชายแดนไทยบริเวณ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ที่เกิดความตึงเครียด หลังกองทัพไทยเจรจาให้กองกำลัง United Wa State Army (กองทัพรวมแห่งรัฐว้า) (UWSA-ว้าแดง) ถอนกำลังออกจากพื้นที่ ว่า ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นนานแล้ว เส้นแดนตรงจุดดังกล่าวยังไม่ชัดเจน แต่ไม่น่ามีประเด็นอะไรที่เป็นปัญหา ยืนยันว่าหากเข้ามาเราก็ผลักดันออกไปในขอบเขตที่เราตั้งไว้ ขณะนี้ยังยากอยู่เพราะยังไม่ชัดเจนต่างฝ่ายต่างยึดที่ตั้งของตัวเอง เมื่อถามว่าทางกลุ่มว้าแดงยืนยันว่าเป็นพื้นที่ของเขาจะไม่ออกไป และพร้อมตอบโต้กลับ นายภูมิธรรมตอบว่า ขณะนี้ไม่ได้ใช้แค่เรื่องทางการทหาร สามารถใช้กระบวนการเจรจาทางทหารเข้าไปคุยแล้ว ขณะนี้ไม่มีสถานการณ์ความขัดแย้ง เป็นเพียงการพูดคุยกัน และหาจุดลงตัวว่าจะเป็นอย่างไร เมื่อถามว่ามีรายงานข่าวว่ากองกำลังว้าแดงเสริมกำลังทหารพร้อมปืน ค.81 มม. และ ค.120 มม. เข้ามาเพิ่มเติม นายภูมิธรรมตอบว่า เรื่องยุทโธปกรณ์มีกันทุกฝ่าย ฝั่งไทยก็มีการตั้งอาวุธและยุทโธปกรณ์ไว้อยู่แล้ว แต่ไม่ได้เกิดจากความตึงเครียดว่าจะรบกัน และไม่ใช่เป็นการตั้งป้อมว่าจะยิงกันหรือสู้รบกัน กองทัพภาคที่ 3 ดูแลอยู่ ช่วงเช้าที่ผ่านมามีการรายงานให้รับทราบแล้วโฆษก ทบ.ย้ำไม่ตึงเครียดตามข่าวที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. เป็นประธานการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก (นขต.ทบ.) เพื่อรับทราบผลการปฏิบัติงาน พร้อมมอบนโยบายสำคัญให้หน่วยทหารทั่วประเทศ ต่อมา พ.อ.ฐิต์รัชช์ สมบัติศิริ โฆษกกองทัพบก แถลงว่า สถานการณ์ชายแดนหลังปรากฏตามข่าวว่ามีการเผชิญหน้าระหว่างกลุ่มว้าแดงและทหารไทย ในพื้นที่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ผบ.ทบ.ได้สั่งการให้กองทัพภาคที่ 3 แถลงข่าวภายในวันนี้ เบื้องต้นไม่มีรายงานว่าสถานการณ์ชายแดนมีความตึงเครียดตามที่ปรากฏเป็นข่าว ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นมานานแล้ว เราทำเรื่องประท้วงคู่กรณี สถานการณ์ภาพรวมไม่ได้รับการยืนยันว่ามีความรุนแรง“อิ๊งค์” ซ้อมต้อนรับนายกฯสิงคโปร์ช่วงบ่ายที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมนายปิฎก สุขสวัสดิ์ คู่สมรส เดินลงมาที่สนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้าเพื่อดู สถานที่และจุดที่จะเดินตรวจแถวกองทหารเกียรติยศในพิธีต้อนรับนายลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ และภริยา ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของรัฐบาล จะมีพิธีตรวจแถวกองทหารเกียรติยศให้การต้อนรับในเวลา 10.30 น. วันที่ 28 พ.ย. และจะมีการหารือทวิภาค และเป็นสักขีพยานลงนามร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน กับกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐสิงคโปร์ พร้อมพาเยี่ยมชมนิทรรศการศิลปหัตถกรรมและหัตถศิลป์ของไทย ที่โถงกลางตึกสันติไมตรี ก่อนที่เวลา 12.00 น. นายกฯและคู่สมรสเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวัน นับเป็นครั้งแรกของ น.ส.แพทองธาร ในการให้การต้อนรับผู้นำต่างประเทศ หลังเข้ารับตำแหน่งอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่