ในการประชุมคณะกรรมาธิการพิจารณางบประมาณรายจ่าย 2568 นัดแรก เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มีผู้หลักผู้ใหญ่ของรัฐบาลเตือน สส.พรรคก้าวไกลอย่าทำตัวให้ดูดี ทำให้รัฐบาลดูแย่ กรณีที่พรรคก้าวไกลไม่ยอมเป็นกรรมาธิการ ด้วยเหตุผลอะไรไม่แจ้งชัด อาจถือว่าตนเป็นฝ่ายค้าน ต้องตรวจสอบงบรัฐบาลในวันเดียวกัน นายเทพไท เสนพงศ์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “กมธ.งบประมาณ แหล่งหาประโยชน์ของนักตบทรัพย์” และกล่าวขอบคุณพรรคก้าวไกลที่สร้างวัฒนธรรมใหม่ ให้คนนอกคือนายวีระ ธีระภัทรานนห์ พิธีกรข่าวทีวีชื่อดังเป็น กมธ.ในนามพรรคก้าวไกล เพราะในอดีต กมธ.งบประมาณมีแต่คนหน้าเดิมๆนายเทพไทระบุว่าทุกยุคทุกสมัย กมธ.งบประมาณเป็นผู้ผูกขาด “ตบทรัพย์” วิ่งเต้นโครงการ เป็นตัวแทนผู้รับเหมา ข้อกล่าวหานี้อาจไม่ถึงกับเกินความเป็นจริง เพราะเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ก็เกิดความขัดแย้งระหว่าง กมธ.กับอธิบดีกรมหนึ่งที่กล่าวหาว่า กมธ.กรรโชกทรัพย์ เกี่ยวกับเรื่องงบประมาณ มีการฟ้องร้องกันถึงศาลในอดีตเมื่อหลายทศวรรษก่อน สส. และ กมธ. มีสิทธิแปรญัตติของบประมาณโครงการต่างๆไปลงในเขตเลือกตั้งของตน เรียกกันว่า “งบหาเสียง” แต่มีเสียงวิพากษ์ วิจารณ์กันมาก เพราะกลายเป็นแหล่งการทุจริต สส.บางคนที่มีอำนาจบารมี สามารถแปรญัตตินำงบประมาณนับพันๆ ล้านไปลงในเขตของตนและเขตอื่นๆตัวอย่างเช่นโครงการก่อสร้างสนามฟุตซอล จังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดอื่นๆในภาคอีสาน มีการส่งคนไปชักชวนให้ ผอ.โรงเรียนยินยอมร่วมโครงการสร้างสนามฟุตซอลให้ฟรี โดยร่วมมือกับกลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้าง แต่สร้างเสร็จแล้วไม่นานสนามก็พัง ใช้การไม่ได้ ทำให้บรรดาผู้บริหารการศึกษาโดนคดีทุจริตระนาวรัฐธรรมนูญฉบับหลังๆ รวมทั้ง ฉบับปัจจุบัน จึงมีบทบัญญัติเข้มงวด ห้าม สส. สว. และ กมธ.แปรญัตติงบประมาณ เพื่อให้ตนมีส่วนไม่ว่าโดยอ้อม หรือโดยตรง จะถูกร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ให้วินิจฉัยพ้นจากตำแหน่ง และเพิกถอนสิทธิการสมัครรับเลือกตั้ง แม้แต่คณะรัฐมนตรี ถ้ารู้ว่ามีการกระทำ แต่ไม่ยับยั้ง ต้องพ้นตำแหน่งทั้งคณะแต่ถ้าฟังข้อความของอดีต สส.เทพไท แสดงว่า แม้รัฐธรรมนูญจะห้ามอย่างเข้มงวด ไม่ให้ กมธ.งบประมาณแปรญัตติเอาเงินมาใช้ส่วนตัว แต่ไม่สามารถห้ามได้เด็ดขาด ยังมีขบวนการ “ตบทรัพย์” อยู่ แม้จะถูกลงโทษรุนแรง ถ้าถูกจับได้ อาจต้องโทษอาญาฐาน “กรรโชกทรัพย์” ติดคุก 5 ปี ส่วน ครม.ถ้ารู้เห็นจะกระเด็นทั้งคณะ.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม