เห็นท่าทางการเดินของ ดร.วิษณุ เครืองาม เนติบริกรที่ นายกฯเศรษฐา ทวีสิน ไปเชิญมาเป็น “ที่ปรึกษาของนายกฯ” วันประชุม ครม.แล้ว ก็รู้สึกว่าคงป่วยหนักไม่เบา ยิ่งต้องฟอกไตทุกวันเป็นสิบชั่วโมง เป็นเรื่องใหญ่มากด้านสุขภาพ แต่ ดร.วิษณุ ก็ยอมเสียสละสุขภาพมาเป็น “ที่ปรึกษาของนายกฯ” ถือเป็นการเสียสละที่ยิ่งใหญ่มาก ทำไม ดร.วิษณุ จึงยอมเสียสละตัวเองมากมายขนาดนี้ นายกฯเศรษฐา เอาอะไรไปแลก ดร.วิษณุ บอกว่า “เป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างนายกฯกับตน”สัญญาแลกเปลี่ยนครั้งนี้จึงเป็น “สัญญาลับ” ที่น่าสนใจติดตามเป็นอย่างยิ่งดร.วิษณุ ให้สัมภาษณ์หลังการประชุม ครม.ว่า ตนมาทำงาน ครม. ตามที่นายกรัฐมนตรีจะปรึกษาและมอบหมาย และอนุญาตให้เข้าร่วมประชุม ครม. เผื่อมีประเด็นอะไรที่ต้องการสั่ง หรือถกเถียงอะไรระหว่างหน่วยงานจะได้เสนอความเห็น มีแค่นั้น แม้จะเป็นเหตุผลสั้นๆ แต่ก็สะท้อนให้เห็นภาพใหญ่ใน ครม. “ความโดดเดี่ยวของนายกฯเศรษฐาใน ครม.” ไม่มีที่ปรึกษาที่ไว้วางใจได้ใน ครม. เพราะเป็นนายกฯ ที่มาจากภาคเอกชน ไม่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในข้อกฎหมายของระบบราชการ แต่ต้องรับผิดชอบทุกเรื่องแต่นักข่าวก็ยังไม่หายสงสัย ถามว่า มีอะไรมากกว่าการมาช่วยนายกฯหรือไม่ดร.วิษณุ ตอบว่า คิดหนักอยู่แล้ว เหมือนคนไม่เจียมตัว แต่เห็นใจนายกฯยกเหตุผลมาอธิบาย จึงคิดว่าจะช่วยสักระยะหนึ่ง ไม่คิดว่าจะทำให้ตัวเองเกิดอันตรายอะไร เป็นที่ปรึกษาเพื่อยืนยันให้นายกฯมั่นใจบางเรื่องเท่านั้น ส่วนใหญ่ทำงานที่บ้าน จะเข้าทำเนียบเฉพาะวันอังคาร เป็นการมาช่วยแค่บางภารกิจ ไม่ได้ต้องการเงิน เกียรติยศ และ “ก่อนตัดสินใจมีเงื่อนไขเล็กน้อย เป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างนายกฯกับตน แต่ไม่ขอเล่า”ในที่สุด ดร.วิษณุ ก็ยอมเปิดเผยว่า การรับตำแหน่งที่ปรึกษาของนายกฯครั้งนี้ “มีเงื่อนไขเล็กน้อยแลกเปลี่ยน” แต่เงื่อนไขเล็กน้อยที่ทำให้คนอย่าง ดร.วิษณุ ยอมเข็นสังขารที่ป่วยไข้ต้องฟอกไตทุกวันมาทำงานให้ ย่อมไม่ใช่เงื่อนไขเล็กน้อยธรรมดา แต่เป็นเงื่อนไขที่มีนัยสำคัญยิ่งดูตามท้องเรื่องแล้ว นายกฯเศรษฐา ไปเชิญ ดร.วิษณุ มาเอง แต่เมื่อได้ฟัง คุณแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พูดกำราบคนในพรรคที่ต่อต้าน ดร.วิษณุ ในที่ประชุม สส.พรรคแล้วก็ถึงบางอ้อ คุณแพทองธาร กล่าวว่า กรณีที่มีกระแสข่าวว่า สส.ของพรรคไม่สบายใจกับ การแต่งตั้ง นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นที่ปรึกษาของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีนั้น ขอให้สบายใจ เพราะนายวิษณุเข้ามาช่วยงานรัฐบาลด้วยความตั้งใจ ก่อนหน้านี้ได้ทำงานกับรัฐบาลไทยรักไทยมาก่อน และนายวิษณุก็เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ จึงขอให้ สส.ยอมรับและเข้าใจ เพื่อให้สามารถเดินไปข้างหน้าได้ เพราะรัฐบาลต้องการสร้างผลงานขับเคลื่อนนโยบาย เรื่องระเบียบราชการการบริหารราชการเป็นเรื่องสำคัญ เรื่องที่ปรึกษาจึงเป็นเรื่องสำคัญเมื่อเรามีคนเก่งมาร่วมงาน จึงเป็นเรื่องที่ดี จึงขอให้ทุกคนเข้าใจไปในแนวทางเดียวกัน ขอให้สามัคคีกัน ช่วยกันสนับสนุนนายเศรษฐา ต้องร่วมมือกันจึงจะฝ่าฟันปัญหาไปได้ เพราะหากนายกฯอยู่ไม่ได้ พรรคร่วมก็อยู่ไม่ได้ สภาก็อยู่ไม่ได้ ดังนั้น อะไรที่สร้างความเข้มแข็งให้รัฐบาลได้ ขอให้ช่วยกัน ถ้าใครไม่สบายใจอะไร สามารถมาพูดคุยกันได้หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พูดหนักขนาดนี้ คงไม่มีลูกพรรคคนไหนกล้าหืออีก แต่คำพูดของหัวหน้าพรรคเพื่อไทยก็สะท้อนให้เห็นว่า การเชิญ ดร.วิษณุมาเป็นที่ปรึกษาของนายกฯครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวระหว่างคุณเศรษฐากับ ดร.วิษณุ แต่เป็น “ดีลที่เหนือกว่านายกฯเศรษฐา” ภารกิจสำคัญของ ดร.วิษณุ ในครั้งนี้ก็คือ เป็น “เสาค้ำรัฐบาลเพื่อไทย” ในยามที่ นายกฯเศรษฐา ก็ติดคดีถอดถอนในศาลรัฐธรรมนูญ อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ก็ติดคดีอาญา มาตรา 112 การพาเรือข้ามฝั่งไปให้ได้จึงสำคัญอย่างยิ่ง ดีลนี้จึงไม่ใช่เงื่อนไขแลกเปลี่ยนเล็กน้อย อย่างที่ ดร.วิษณุ เครืองาม เปิดเผยแน่นอน.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม