ในหนังสือประเพณี 12 เดือน ในประวัติศาสตร์สังคมเพื่อความอยู่รอดของคน (ศิลปวัฒนธรรมฉบับพิเศษ พ.ศ.2548) หัวข้อ เดือนสิบเอ็ด ปรานี-สุจิตต์ วงษ์เทศ บอกว่า มีแข่งเรือ ไล่น้ำ ฟันน้ำพิธีแข่งเรือเสี่ยงทาย เป็นของชุมชนชาวบ้านยุคดึกดำบรรพ์ ก่อนราชสำนักมีขึ้นในสุวรรณภูมิสยามประเทศก็ยกพิธีพราหมณ์จากชมพูทวีป เข้ามาผสมเพิ่มให้ศักดิ์สิทธิ์ขึ้นอีก แล้วเรียกอย่างขลังๆว่า “อาสยุชพิธี” (อาสยุช แปลว่า เดือนสิบเอ็ด)ข้อความในกฎมณเฑียรบาลพรรณนาไว้สั้นๆ ว่า “สมรรถไชยเป็นเรือพระเจ้าแผ่นดิน ส่วนไกรสรมุกข์เป็นเรือพระอัครมเหสี เรือสองลำเป็นเรือเสี่ยงทาย ให้ฝีพายแข่งกัน”มีคำทำนายเป็นจารึกที่รู้กันก่อนแล้วว่า ถ้าเรือสมรรถไชยของพระเจ้าแผ่นดินพ่ายแพ้เรือไกรสรมุกข์ของพระอัครมเหสี บ้านเมืองจะสุขเกษมเปรมประชา มีข้าวเหลือ เกลืออิ่มแต่ตรงข้ามถ้าเรือสมรรถไชยของพระเจ้าแผ่นดินชนะ บ้านเมืองจะ “มียุค”หมายความว่า บ้านเมืองจะเกิดยากแค้นแสนสาหัส ข้าวไม่เหลือ เกลือไม่อิ่ม อดอยากปากแห้ง เป็นกลียุคทวาทศมาศโคลงดั้น แต่งในยุคไล่เลี่ยกฎมณเฑียรบาล พรรณนาพิธีเรือเสี่ยงทายไว้อย่างถี่ถ้วน ไม่มีในเอกสารอื่นว่า “นาเวศประภาไสว ขับแข่ง กันนา”ฝีพายล้วนเป็นพวกไพร่หมึกสักหลัง เพราะไม่ใส่เสื้อเลย เห็นลายที่สักไว้ในแผ่นหลังทุกตัวคนลองอ่านสำนวนโคลงดั้น สมัยอยุธยากันดู...สรมุขไมยมาศแต้ม ตรูตรัส ศรีสมรรถไชยตรู เตรียบฟ้า พายคำจำรัสแครง ใสส่อง หมึกสักหลังรั้งหน้า ฮึดฮือฯพิธีแข่งเรือเพื่อเสี่ยงทาย มีสืบเนื่องถึงยุคปลายกรุงศรีอยุธยา มีพรรณนาไว้ในกาพย์ห่อโคลงนิราศธารอโศก พระนิพนธ์เจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ (กุ้ง)ประเพณีแข่งเรือเพื่อเสี่ยงทาย ค่อยๆคลายความเชื่อลงไปเรื่อยๆ แล้วปรับเปลี่ยนเป็นพิธีแห่กฐิน กับแข่งเรือเพื่อสนุกสนาน และพนันขันต่อ มีอยู่ในบันทึกของชาวยุโรป เช่น ลาลูแบร์ แผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์แล้วเห็นชัดขึ้นในยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ดังมีในนิราศเดือน ของหมื่นพรหมสมพัตสร (เสมียนมี) “เดือนสิบเอ็ดเสร็จธุระพระวสาชาวประชาเซ็งแซ่แห่กฐิน ลงเรือเพียบพายยกเหมือนนกบิน กระแสสินธุ์สาดปรายกระจายฟอง...”และความเชื่อคำทำนาย ก็ค่อยๆเปลี่ยนไปให้เข้ากับเศรษฐกิจการตลาด ดังมีในตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ พระราชนิพนธ์ ร.3 ให้ความสำคัญทั้งเรือพระเจ้าแผ่นดินและเรือพระอัครมเหสียังมีพิธีกรรมที่ต้องทำต่ออีก คือลอยกระทงเดือน 12 จนกว่าจะขึ้นฤดูกาลใหม่ในเดือนอ้ายหรือเดือนที่หนึ่งของปีต่อไป กฎมณเฑียรบาลเรื่องพระราชพิธี ตอนที่เกี่ยวข้องกับน้ำว่าเดือน 12 พิธีจองเปรียงลดชุดลอยโคม เดือน 1 ไล่เรือ เถลิงพิทธีตรียำพวายพิธีเชื่อโบราณเหล่านี้ ยังอยู่ในขั้นตอน อ้อนวอน ร้องขอต่อธรรมชาติ...แต่หากธรรมชาติไม่เป็นใจ น้ำเอาแต่ขึ้นลูกเดียวไม่ยอมลง สักที โบราณท่านจึงมี พิธีฟันน้ำบันทึกของนิโคลาส แชร์แวส ระบุว่า สมเด็จพระนารายณ์ เสด็จไปประกอบพระราชพิธีฟันน้ำ วันหนึ่งเสด็จลงเรือพระที่นั่งเอกชัยในเวลาน้ำขึ้น รับสั่งว่าให้น้ำลด แล้วทรงพระแสงฟันลงไป น้ำก็ลดลงตามพระราชประสงค์สังคมกสิกรรมโบราณของไทย...เล่นกับธรรมชาติทุกรูปแบบ เมื่ออ้อนวอนกันเต็มที่แล้วไม่ได้ ก็ต้องเปลี่ยนมาเป็นวิธีให้ฤทธิ์อำนาจบังคับ และหากยังไม่เป็นใจ เดือน 12 เราก็ลอยกระทง ขอขมาพระแม่คงคาขอขมาแผ่นดินด้วยวิธีเหล่านี้ คนไทยเราจึงอยู่กับธรรมชาติได้ด้วยดีแต่ที่พยายามใช้มาหลายวิธี แต่ไม่เคยได้ผล ก็คือคนด้วยกันนี่เอง.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ "ชักธงรบ" เพิ่มเติม