ลมหนาวโชยๆหายๆ สายฝนยังโปรยปรายไม่ขาดเม็ด อิทธิฤทธิ์ “เอลนีโญ” ทำฤดูแปรปรวน สภาพอากาศเอาแน่นอนไม่ได้เข้าสู่เดือนพฤศจิกายน เดือนรองสุดท้ายก่อนปลายปี กรมอุตุนิยมวิทยายังไม่ประกาศประเทศไทยเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเป็นทางการท้องฟ้าสลัว อากาศขมุกขมัว เจือฝุ่นควันพิษ PM2.5โดยบรรยากาศเข้ากันพอดีกับอารมณ์รัฐบาลผสมพรรคเพื่อไทย ภายใต้การนำของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ และ รมว.คลัง ที่กำลังหลงทิศ คลำทางไม่ถูก เหมือนเรือไร้หางเสือหมุนคว้างอยู่กลางทะเลหมอก ต้องเผชิญคลื่นลมถาโถมหนักตั้งแต่เริ่มออกจากฝั่งโดนแรงกระแทกจากปัจจัยแทรกซ้อนหนักๆโดยไม่ทันตั้งตัว แบบที่เจอเหตุกราดยิงในห้างดังกลางกรุง ทำนักท่องเที่ยวต่างชาติขวัญกระเจิงหวังจะเร่งเครื่องยนต์หลักปั่นรายได้ กลายเป็นหัวเทียนบอดความวัวในประเทศไม่ทันหาย ความควายจากนอกประเทศซ้ำติดๆ วิกฤติสงครามอิสราเอล-ปาเลสไตน์ ลูกหลงยิวปะทะฮามาส ทำกองทัพแรงงานไทยตายเกลื่อน บาดเจ็บ สูญหาย หนีตาย อพยพกลับแผ่นดินเกิดกันจ้าละหวั่นโดนจับเป็นตัวประกันตัวเลขอย่างเป็นทางการนับแล้ว 23 คน“ผู้นำมือใหม่” สไตล์มั่นใจตัวเองสูง คิดไว ปากไว สาละวนอยู่พักใหญ่กว่าจะตั้งหลักได้ เลิกโฉ่งฉ่าง หันมาใช้วิธีทางการทูตทั้งทางแจ้งทางลับ สลับฉากให้นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา และทีมวาดะห์ เดินเกมคู่ขนานอาศัยสายสัมพันธ์ผู้นำทางศาสนา ความแนบแน่นส่วนตัวในกลุ่มมุสลิม เจรจาผ่านตัวแทนรัฐบาลอิหร่าน ที่มีอิทธิพลทางความคิดต่อกลุ่มฮามาสก่อนประกาศ “สัญญาณบวก” กับตัวประกันคนไทยจังหวะได้ “ตัวช่วย” กู้วิกฤติตัวประกัน ผ่อนแรงกดดัน คลายบรรยากาศบีบคั้นสงครามอิสราเอล โจทย์ทดสอบกึ๋นบริหาร สถานการณ์ปราบเซียนรัฐบาลพอแก้ผ้าเอาหน้ารอดไปได้ แม้จะไม่วายมีกระแสเหยียบตาปลา อาการเบียดปาดหน้าแย่งซีนกันระหว่างทีมประธานรัฐสภากับทีมงานทำเนียบฯตามประสาพวกหิวแสงมากกว่าคิดเรื่องผลประโยชน์ภาพรวมสงครามยิว-ฮามาส ต่อเนื่องเหตุกราดยิงห้างพารากอน คิวแทรกกระแทกจนเสียหลักเซแซดๆ ตามจังหวะหัวคะมำตั้งตัวไม่ติดลามถึงแผนงานหลักตามนโยบายเร่งด่วนในการบริหาร 100 วันแรกส่อไม่เป็นไปตามเป้าที่ประกาศวาง “มัดจำ” กับชาวบ้านไว้มหกรรม “เทกระจาด” ชะงัก ยุทธการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในด้วยการไล่แจกเงินดิจิทัล วอลเล็ต 10,000 บาท วงเงินงบประมาณ 5.6 แสนล้าน สะดุด“เรือธง” ของรัฐบาลเพื่อไทย ติดภูเขาน้ำแข็งเดินหน้าไม่ออก ถอยหลังก็ไม่ได้อาการไปไม่เป็นแบบที่นายเศรษฐา เมินคำถามนักข่าวที่จ่อไมค์ไล่ถามกรณีกุนซือนายกฯรับสารภาพกลางวงเสวนาวุฒิสภา การแจกเงินดิจิทัล วอลเล็ต ต้องลากยาวออกไป กว่าจะกดปุ่มโอนกันได้ก็ปาเข้าไปเดือนกันยายนปีหน้า 2567เลื่อนแล้วเลื่อนอีก เปลี่ยนเงื่อนไข ปรับกลุ่มเป้าหมายสรุปยังไงก็ “ไม่ตรงปก” ตามที่หาเสียงไว้เสียเชิงปลากรายเจ้าตำรับโคตรประชานิยมยี่ห้อ “ทักษิณ” จากที่หวังจะฟันแต้มชดเชยการจัดตั้งรัฐบาลสูตรพิสดาร ผสมพันธุ์ข้ามขั้ว ทวงคืนต้นทุนหน้าตักจากที่โดนด่าตระบัดสัตย์กลายเป็นโดนด่า เข้าเนื้อ ติดลบหนักกว่าเดิม อาการเมาหมัด จังหวะสะดุดนโยบายบริหารยังเป็นลูกติดพันมาถึงคิวของ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.สาธารณสุข ที่ภูมิใจนำเสนอโปรโมชันการครอบครองยาบ้าไม่เกิน 10 เม็ด เป็นแค่ผู้เสพ ไม่ต้องถูกดำเนินคดี“โยนหินถามทาง” ก่อนคลอดเป็นกฎกระทรวงอย่างเป็นทางการแต่ผลที่ได้คือ โดนปาก้อนหินกลับ หัวปูด หัวโน ไปตามๆกัน ไอเดียบรรเจิดของ รมว.สาธารณสุข เจอกระแสโห่ฮาลั่น กระตุกแรงต้านจากฝ่ายปฏิบัติทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ บุคลากรทางการแพทย์ ฯลฯแทนที่จะลดปัญหายาเสพติด กลับจะยิ่งเพิ่มคนติดยาหนักกว่าเดิมผิดแผนจากที่จะโชว์ฟอร์มปราบยาบ้า อาศัยตีกินบุญเก่าผลงานที่เคยสร้างชื่อเสียงให้อดีตรัฐบาลพรรคไทยรักไทยกลายเป็นสะดุดตอ หัวคะมำตั้งแต่เริ่มออกตัวสภาพเรือธงติดภูเขาน้ำแข็ง “รัฐบาลเศรษฐา” เจอปัญหาการนำนโยบายไปปฏิบัติติดปัญหากระท่อน กระแท่น ผิดแผนจากที่วางเป้าไว้แรงต้านภายนอกอยู่นอกเหนือวิสัยจะควบคุมด้วยเหลี่ยมเกมการตลาดมุกเดิมๆ ตามสภาพการณ์กระแสที่ไม่เอื้อให้พรรคเพื่อไทยหลังจากเสียแชมป์คะแนนนิยมให้ทีมคนรุ่นใหม่ ค่ายก้าวไกลยังไม่นับปรากฏการณ์ “ขัดลำกล้อง” ปัดแข้ง ปัดขากันเองในฝ่ายบริหาร ที่เดินไปคนละทิศคนละทางอย่างที่เห็นอาการโวยวายกันออกอากาศ นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรฯ โควตาพรรคเพื่อไทย ปาระเบิดใส่เจ้ากระทรวงอย่าง “ผู้กองนัส” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ สังกัดค่ายพลังประชารัฐประจานเกม “กินรวบ” ไม่แบ่งชิ้นปลามันพูดกันเป็นเชิงปูดขาใหญ่ยึดกรมปศุสัตว์ ล็อกอำนาจโยกย้ายข้าราชการ ขัดขวางการไล่ล่าปราบปรามขบวนการนำเข้าเนื้อสัตว์เถื่อนแต่เหมือนจะไม่มีผลอะไรกับ “ผู้กองนัส” นอกจากไม่ยี่หระ ยังขู่กลับแบบนิ่ม มีปัญหามากจะยึดกรมใหญ่กลับมาคุมเองทั้งหมด โดยที่นายเศรษฐา รวมไปถึง “เสี่ยอ้วน” นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ทำได้แค่ปลอบประโลมกันเป็นพิธี ในเมื่อ “ผู้กองนัส” ต่อสัญญาณจากชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจได้โดยตรงหรืออีกปมที่ขบเหลี่ยมเฉือนคมกันระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล จากรายการไอ้โม่งปล่อยโรงงานน้ำตาลแอบขึ้นราคากิโลกรัมละ 4 บาท ทำรัฐบาลเพื่อไทยโดนด่าหนักจน “เสี่ยอ้วน” ต้องใช้อำนาจ รมว.พาณิชย์ ล็อกเป็นสินค้าควบคุมมะรุมมะตุ้มกินน้ำตาลยั่วเบาหวานกันกับกระทรวงอุตสาหกรรมในโควตาของค่ายรวมไทยสร้างชาติ ทีมงานสายตรงของ “ลุงกำนัน”เต็มไปด้วยจุดลักลั่นในเชิงบริหาร ทีมของนายเศรษฐาปั่นเนื้องานไม่ออกตอกย้ำสภาพการณ์ทางการเมืองที่ผู้นำตกอยู่ในวงล้อมของนักเลือกตั้งอาชีพ ที่ล้วนแล้วแต่ยิงสัญญาณตรงไปที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ดีลตรงกับ “ตัวจริงเสียงจริง” ที่ปล่อยตัว “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร นั่งแท่นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ขยับใกล้ชิงบัลลังก์นายกรัฐมนตรีในสภาพผู้นำที่บริหารอำนาจได้ไม่เต็มมือ เกมการเมืองไม่เอื้อ การปั่นกระแสคะแนนนิยมไม่ได้ดั่งใจณ จุดที่ได้แค่หลักประกันความปลอดภัยอยู่ในการอารักขาของท็อปบูตนับตั้งแต่วันแรกๆที่รับตำแหน่งนายกฯ นายเศรษฐา และ “บิ๊กทิน” นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม รีบต่อสายนัดขุนทัพนายกอง นำโดย “บิ๊กอ๊อป” พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผบ.ทหารสูงสูด ตั้งวงข้าวโชว์สื่อรื้อป้าย “เขตทหารห้ามเพื่อไทยเข้า” ออกตอกย้ำด้วยลีลานายกรัฐมนตรี แท็กทีม “บิ๊กทิน” ออกหน้าแทนกองทัพ ทั้งการรับรองการเปลี่ยนแผนช็อปเรือดำน้ำของกองทัพเรือเป็นเรือฟริเกต หรือกระทั่งล่าสุด ก็สวนหมัดพรรคก้าวไกล ยืนยัน นั่งยัน นอนยัน การันตีเสียงแข็งไม่แตะต้องกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.)แอ่นอกปกป้องผลประโยชน์ของกองทัพแบบขึงขังเต็มกำลังตามสูตรอำนาจการเมืองแบบไทยๆ ต่อให้กระแสการเมืองติดลบมากแค่ไหน อำนาจผู้นำแกว่ง แรงต้านจากนอกสภาอื้ออึงยังไง ถ้าได้กองทัพเป็นกำแพงให้พิงซะอย่างประกันหนังเหนียว ขลังกว่าถือไม้กันหมาเยอะเลยก็แล้วกัน.“ทีมการเมือง”คลิกอ่านคอลัมน์ "วิเคราะห์การเมือง" เพิ่มเติม