จารึกหน้าประวัติศาสตร์การเมืองกับเลือกตั้งปี 66 คะแนนไม่เป็นทางการ พรรคขั้วฝ่ายค้านเดิมมาถล่มทลาย แต่เพื่อไทยถึงกับสตั๊นไม่แลนด์สไลด์อย่างที่คิด โดนกระแสก้าวไกลส้มจี๊ดทั้งแผ่นดินสกัด ส่งผลต่อการจับขั้วจัดตั้งรัฐบาล แกนนำ พท.รอผลคะแนนชัดเจนค่อยตั้งโต๊ะเจรจา “อุ๊งอิ๊ง” ออกตัวคุยแตะมือได้แค่คร่าวๆ ลั่นพรรคอันดับ 1 ต้องได้สิทธิรวบรวมเสียงก่อน “เสี่ยนิด” รอพรรคไฟเขียวขึ้นนายกฯ “พิธา” ปลื้มทะลุเกินเป้า ประกาศพร้อมจับมือเพื่อไทยตั้งรัฐบาล กลบหลุมฝังพรรค 2 ลุงปิดทางร่วม ครม. กร้าวไม่ลดเพดานอุดมการณ์ พร้อมสื่อสารคนเห็นต่างฝ่าขัดแย้ง พปชร.อ้าซ่า “ชัยวุฒิ” เปิดประตูสลายขั้ว “นฤมล” ไม่ปิดตายคุยแต่ขั้วเดิม “ท็อป” อุบไต๋สมการตั้งรัฐบาล “สุวัจน์” ออกตัวหนุนพรรคอันดับ 1 “วิษณุ” กระตุกขวัญหวั่นไม่สงบ ม.หอการค้าฯลุ้นจับขั้วได้เร็ว ตลาดทุนมองบวกให้ 2 ขั้วจับมือจับตาอนาคตประเทศไทยหลังการเลือกตั้ง ส.ส. 2566 พรรคการเมืองชิงการนำจับขั้วจัดตั้งรัฐบาล หลังผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการออกมา ปรากฏว่าพรรคเพื่อไทยแม้จะมาเป็นอันดับ 1 แต่ไม่สามารถทำแลนด์สไลด์ได้ ขณะที่พรรคก้าวไกลมาแรงกวาดที่นั่งได้เกินเป้า ส่งผลต่อสมการจัดตั้งรัฐบาล “เศรษฐา” มารอเปิดหีบแต่เช้าเมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 14 พ.ค.ที่ลานจอดรถอาคารชุดซิตี้เลคทาวเวอร์ ซอยสุขุมวิท 16 หน่วยเลือกตั้งที่ 15 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กทม. นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย แต่งกายแบบสบายๆ สวมเสื้อโปโลสีดำ กางเกงสีเทาขาว รองเท้าผ้าใบสีขาว เดินเท้ามารอใช้สิทธิตั้งแต่เวลา 07.53 น. เนื่องจากหน่วยเลือกตั้งอยู่ใกล้บ้านที่พัก หลังจากตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลแล้วได้เข้าคูหาหย่อนบัตร ต่อมานายเศรษฐาให้สัมภาษณ์ว่า รู้สึกดี เป็นวันสำคัญของพี่น้องประชาชนคนไทย เมื่อถามว่าก่อนออกจากบ้านถือฤกษ์ยามหรือไม่ นายเศรษฐาตอบว่า ไม่มี วันนี้เดินมาก่อนเวลาเปิดหีบเล็กน้อย หลังใช้สิทธิเสร็จจะกลับบ้านรับประทานอาหารเช้าก่อนไปวัดทำบุญ ช่วงเที่ยงไปร่วมมื้อกลางวันกับเพื่อนๆ ช่วงบ่ายมีนัดแพทย์ตามปกติ คาดว่าประมาณ 17.30 น. จะเข้าไปที่พรรคเพื่อไทย เลือกตั้งครั้งนี้เทียบกับเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ถือว่ามีการตื่นตัวมากกว่าก้าวไกลเข้มจับตา กกต.ทำงานที่หน่วยเลือกตั้งที่ 10 ธนาคารออมสินภาค 2 ปากซอยสุขุมวิท 39 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกฯ พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์หลังการใช้สิทธิว่า เชื่อว่าคนจะออกมาใช้สิทธิมากเป็นประวัติการณ์ กองอำนวยการการเลือกตั้งพรรคก้าวไกลจับตาดูการทำงาน กกต.อยู่ รายงานข้อมูลทุกชั่วโมง และยังมีทีมเทคโนโลยีของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ คอยเก็บข้อมูลทำงานร่วมกับองค์กรพลเมืองนับคะแนนแต่ละหน่วยให้ประชาชนมั่นใจผลการเลือกตั้งมากขึ้น ไม่ว่าผลเลือกตั้งจะออกมาอย่างไร จะโหวตให้ตนหรือไม่ ก็ยินดีรับใช้ประชาชนในฐานะนักการเมือง เมื่อถามว่าช่วงคืนที่ผ่านมามีการซื้อสิทธิขายเสียงกันมาก นายพิธาตอบว่า มีร้องเรียนผ่านเว็บไซต์พรรคเข้ามาตลอด จะรวบรวมหลักฐานส่งให้กองอำนวยการเลือกตั้งฯ และฝ่ายกฎหมายพรรคต่อไป การเลือกตั้งครั้งนี้พบกลเม็ดใหม่ๆ อยากให้ กกต.ตามให้ทัน ที่กังวลใจคือบัตรเลือกตั้งแบบเขตไม่มีชื่อผู้สมัคร ถ้ามีอะไรเกินมาจึงเป็นสิ่งที่น่ากังวล “บิ๊กป้อม” ยืนรอคิวเข้าคูหาที่เต็นท์สวนสาธารณะ วังทอง 1 กทม. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าและแคนดิเดตนายกฯพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ออกมาใช้สิทธิที่หน่วยเลือกตั้งที่ 11 เขตวังทองหลาง และหน่วยนี้มีรายชื่อบุคคลในครอบครัววงษ์สุวรรณเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งหลายคน อาทิ พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ ส.ว.น้องชาย หลานและคนในครอบครัว โดย พล.อ.ประวิตรสวมเสื้อเชิ้ตสีชมพูมีสีหน้ายิ้มแย้มมายืนรอต่อคิวใช้สิทธินานกว่า 20 นาที พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ถือเป็นวันสำคัญของประเทศไทย ฝากความหวังไว้กับทุกคน บรรยากาศคึกคักนานๆจะมีเลือกตั้งสักที และเป็นการเลือกตั้งครั้งใหญ่ ช่วงเย็นๆคํ่าๆจะไปร่วมลุ้นผลคะแนนที่พรรค พปชร.“ประยุทธ์” ยิ้มแย้มหย่อนบัตรขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม แคนดิเดตนายกฯพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนสั้นลายสก๊อตสีน้ำเงิน เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวทะเบียน ญค 1881 กรุงเทพมหานคร ออกมาใช้สิทธิที่เขตเลือกตั้งที่ 6 หน่วยเลือกตั้งที่ 10 แขวงพญาไท เขตพญาไท กทม. ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เมื่อคืนนอนหลับสบายดีไม่กังวลใดๆ เมื่อถามว่ามั่นใจจะชนะการเลือกตั้งหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ได้แต่ยิ้มไม่ยอมตอบ เมื่อถามย้ำว่าจะเข้าพรรคหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ยังคงไม่ตอบคำถามแต่อย่างใดทีม ปชป.ตระเวนสังเกตการณ์ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ รองหัวหน้าพรรค และคณะเดินทางไปร่วมสังเกตการณ์เลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งโรงเรียนพิบูลวัฒนา เขตพญาไท นายจุรินทร์ให้สัมภาษณ์ว่า ไปใช้สิทธิล่วงหน้าแล้วเมื่อวันที่ 7 พ.ค. วันนี้จะตระเวนติดตามบรรยากาศเลือกตั้งในพื้นที่ กทม.จากนั้นจะเข้าที่ทำการพรรคเพื่อประสานกับผู้สมัครส.ส.ของเราต่อไป เท่าที่ติดตามทราบว่าช่วงเช้ามีผู้มาใช้สิทธิคึกคัก ถือเป็นสัญญาณที่ดี เมื่อถามว่ายังมั่นใจถึงจำนวนที่นั่งหรือไม่ นายจุรินทร์ตอบว่า ขอยังไม่พูดตรงนี้วันนี้ คงไม่เหมาะที่จะพูด พูดมาเยอะแล้ว ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมาใช้สิทธิที่หน่วยเลือกตั้งที่ 1 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา ซึ่งตั้งอยู่ภายในโรงเรียนสวัสดีวิทยา ซอยสุขุมวิท 31 “เสี่ยหนู” ปักหลักลุ้นที่บุรีรัมย์ส่วนความเคลื่อนไหวของแกนนำพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าและแคนดิเดตนายกฯ พรรคภูมิใจไทย มาใช้สิทธิเลือกตั้งที่เขตเลือกตั้งที่ 2 หน่วยเลือกตั้งที่ 7 บริเวณศาลากลางหมู่บ้านไทยเจริญ ม.4 ต.อิสาณ อ.เมืองบุรีรัมย์ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม มาในชุดเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินลายใบกัญชา นายอนุทินกล่าวว่า เบื้องต้นจะติดตามผลการนับคะแนนอยู่ที่ จ.บุรีรัมย์ ด้านนายเนวิน ชิดชอบ นำสมาชิกในครอบครัวไปใช้สิทธิที่หน่วยเลือกตั้งที่ 7 เขตเลือกตั้งที่ 2 บริเวณศาลากลางหมู่บ้านไทยเจริญ หมู่ที่ 4 ต.อิสาณ อ.เมืองบุรีรัมย์ นายเนวินกล่าวหลังลงคะแนนสั้นๆว่า เหมือนเดิม ทุกอย่างยังเหมือนเดิม คิดเหมือนเดิม ทำเหมือนเดิม คำตอบก็เหมือนเดิม เมื่อถามว่าคาดหวังอย่างไรกับเลือกตั้งครั้งนี้ นายเนวินตอบว่าเหมือนเดิม “ท็อป” อุบไต๋สมการตั้งรัฐบาลที่ จ.สุพรรณบุรี นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา และครอบครัว นายสรชัด สุจิตต์ ผู้สมัคร ส.ส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ออกมาใช้สิทธิที่หน่วยเลือกตั้ง 24 บริเวณประตูเมืองสุพรรณบุรี นายวราวุธกล่าวว่า สิ่งที่ต้องทำได้ทำไปหมดแล้ว หลังปิดหีบเรามาลุ้นกันว่าสิ่งที่ได้ทำไปตรงตามความต้องการพี่น้องประชาชนมากน้อยแค่ไหน ช่วงเย็นจะไปติดตามผลคะแนนที่พรรคกับผู้บริหารพรรค ย้ำว่าพรรคยังคาดหวังว่าผลที่ออกมาจะเป็นไปตามเป้าหมาย คือไม่น้อยกว่า 25 ที่นั่ง เมื่อถามว่าเตรียมพร้อมเข้าร่วมรัฐบาลไว้อย่างไร นายวราวุธตอบว่า ยังตอบไม่ได้ ต้องรอเห็นคะแนนก็จะเห็นแนวทาง เห็นสมการจัดตั้งรัฐบาลได้“กรณ์” หอบครอบครัวใช้สิทธิขณะที่นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าและแคน ดิเดตนายกฯพรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) นำสมาชิกในครอบครัวมาร่วมลงคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งที่ 1 สถานที่เลี้ยงเด็กนอดดี้เพลย์กรุ๊ป เขตเลือกตั้งที่ 3 แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา นายกรณ์กล่าวว่า วันนี้เป็นวันดีของประเทศ เลือกด้วยความหวัง เลือกคนดีเป็นผู้แทน ทั้งนี้ นายกรณ์และแกนนำพรรคจะมารอลุ้นผลคะแนนที่ทำการพรรค ถนนรัชดาภิเษก ในเวลา 18.00 น. ด้านนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรค ชพก. และนายเทวัญ ลิปตพัลลภ เลขาธิการพรรค ชพก. ไปใช้สิทธิที่หน่วยเลือกตั้ง 169 ศาลาอเนกประสงค์วัดหลักร้อย อ.เมืองนครราชสีมา นายสุวัจน์กล่าวว่า ผลเลือกตั้งออกมาอย่างไรต้องยอมรับในการตัดสินใจของพี่น้องประชาชน เราไม่ไปขัดแย้งกับพรรคใดทั้งสิ้น“สุวัจน์” ลั่นหนุนพรรคอันดับ 1นายสุวัจน์กล่าวอีกว่า พูดย้ำมาตลอดว่าจุดยืนของพรรคเราต้องการเห็นบ้านเมืองเดินหน้าไปด้วยความสงบเรียบร้อย จะสนับสนุนพรรคที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนเข้ามาเป็นอันดับที่ 1 ให้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลก่อน เพราะถือว่าได้รับฉันทมติจากพี่น้องประชาชนแล้ว เราต้องเคารพฉันทมติของพี่น้องประชาชน ส่วนการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย ไม่เห็นด้วย เพราะจะทำให้ขาดเสถียรภาพทางการเมืองไม่เป็นคุณประโยชน์กับประเทศ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มวิกฤติด้วย ทำให้นักลงทุนขาดความเชื่อมั่น และไม่ชอบธรรม“กวิ้น” คลุมหัวประท้วง กกต.อีกด้านเวลา 11.30 น. นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ “เพนกวิน” นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ (มธ.) แกนนำกลุ่มราษฎรใช้สิทธิที่หน่วยเลือกตั้งโรงเรียนบ้านคลองบัว เขตบางเขน พร้อม น.ส.พลอยวรินทร์ ชิวารักษ์ หรือ “พ้อยส์” นศ.คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทั้งคู่นำกล่องกระดาษเขียนข้อความว่า “กกต.อย่าโกงการเลือกตั้ง กกต.ต้องติดคุก อายแทน กกต.” สวมครอบศีรษะเดินต่อคิวเข้าคูหา ท่ามกลางการจับจ้องของผู้มาใช้สิทธิ นายพริษฐ์กล่าวว่า เลือกตั้งปี 62 เคยใช้กระดาษคลุมหัวประท้วง กกต.มาแล้ว แต่ 4 ปีผ่านไป กกต.ยังเหมือนเดิม ต้องใส่อีกครั้งเพื่อประท้วงการเลือกตั้งล่วงหน้าของ กกต. ปีนี้มีผู้ใช้สิทธิจำนวนมากแสดงออกให้เห็นว่ามีประชาชนที่ไม่ยอม กกต. จับตาการทำงานของ กกต. และถ้าความยุติธรรมค้านสายตาประชาชนทั่วไปคงไม่ยอม และออกมาเองตามธรรมชาติแน่ ไม่จำเป็นต้องเป็นกลุ่มราษฎรที่ออกมาเคลื่อนไหว “ชวน” ปลื้มคนไทยตื่นตัวไป ลต.ที่ จ.ตรัง นายชวน หลีกภัย อดีตประธานรัฐสภา ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ใช้สิทธิพร้อมนายกิจ หลีกภัย พี่ชาย ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 55 โรงเรียนวัดควนวิเศษ ต.ทับเที่ยง อ.เมืองตรัง นายชวนกล่าวหลังกาบัตรว่า หนนี้รัฐบาลอยู่ครบ 4 ปี รวมกับกระแสจากสื่อมวลชนทำให้ประชาชนเกิดความตื่นตัวเป็นเรื่องดี ดีใจที่มีคนสนใจมาเลือกตั้งใช้สิทธิมากกว่าคนขายเสียง ความถูกต้องชอบธรรมก็จะชนะ ความดีจะชนะความไม่ดี เพราะข่าวใช้เงินซื้อเสียง คนที่รับเงินไม่กล้าไปแจ้งเจ้าหน้าที่“อาโรจน์” งงไม่มี ตร.เฝ้าหน่วยที่หน่วยเลือกตั้งที่ 39 โรงเรียนบ้านกาดเมฆ ต.ชมพู อ.เมืองลําปาง นายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร อดีตรมช.มหาดไทย พร้อมนายกิตติกร โล่ห์สุนทร ผู้สมัคร ส.ส.ลําปาง เขต 1 และนายธนาธร โล่ห์สุนทร ผู้สมัคร ส.ส.ลําปาง เขต 2 พรรคเพื่อไทย พากันมาใช้สิทธิ ก่อนเข้าคูหานายไพโรจน์ได้สอบถามเจ้าหน้าที่ประจําหน่วยเลือกตั้งว่าทําไมไม่มีเจ้าหน้าที่ตํารวจมาประจําหน่วยเลือกตั้งเลย ต่อมาผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังพล.ต.ต.มงคล สัมภวะผล ผบก.ภ.จ.ลําปาง แจ้งว่าบางหน่วยต้องใช้กํานัน-ผู้ใหญ่บ้าน มาประจําหน่วยเลือกตั้งแทนตํารวจ เนื่องจากกําลังมีน้อย บางส่วนต้องกระจายกําลังไปอยู่หน่วยเคลื่อนที่เร็ว “วิษณุ” กระตุกขวัญหวั่นไม่สงบช่วงสายนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์หลังการใช้สิทธิว่า ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งก็เปลี่ยนประเทศทั้งนั้น การเปลี่ยนแปลงทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นใครหรือแบบไหนก็ตาม จะไม่มีใครเอาของเดิมมาทำซ้ำอีก เนื่องจากใช้สติสัมปชัญญะก็รู้แล้วว่าของเดิมมีอะไรที่ผิดพลาด และมีอะไรที่ต้องทำให้เข้ากับยุคสมัยที่ใหม่ขึ้น เมื่อถามว่า จะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นใช่หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ในทางเศรษฐกิจ และชีวิตความเป็นอยู่คงจะเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น แต่ยังห่วงว่าจะเกิดกรณีความไม่สงบเรียบร้อย มีการต่อต้าน การค้าน มีการแบ่งกลุ่มเป็นฝักฝ่าย ถ้ายังมีสิ่งเหล่านี้อยู่จะฉุดนโยบายและวิธีการแก้ปัญหา รัฐบาลที่เข้ามาต้องเตรียมรับมือตรงนี้ด้วย เพราะเป็นปัจจัยเสี่ยงที่มีอยู่เสมอ อย่าลืมว่าสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ เราก็รู้ว่าเข้ามาด้วยคะแนนเสียงที่ท่วมท้น คิดว่าจะนำพาประเทศไปได้ แต่ก็ไม่สามารถนำพาไปได้ เพราะมีการประท้วงต่อต้านม.หอการค้าฯลุ้นจับขั้วได้เร็วนายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษา ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหา วิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า เลือกตั้งครั้งนี้เป็น ครั้งประวัติศาสตร์คนไทยตื่นตัวออกมาใช้สิทธิคึกคักจำนวนมาก พรรคการเมืองหาเสียงกันเข้มข้นหลากหลายรูปแบบ ขณะที่นโยบายของพรรคการเมืองตอบโจทย์ทุกกลุ่ม และจับต้องได้ ศูนย์พยากรณ์ฯประเมินว่าเลือกตั้งครั้งนี้จะมีเม็ดเงินในกิจกรรมหาเสียงจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคการเมือง เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโดยตรงประมาณ 5-6 หมื่นล้านบาท ช่วยประคองเศรษฐกิจให้คึกคักได้ แต่หลังการจัดตั้งรัฐบาลใหม่จะเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อว่าเศรษฐกิจไทยจะนิ่งหรือไปต่อ สิ่งที่ต้องการมากที่สุดหลังเลือกตั้ง คือการจัดตั้งรัฐบาลใหม่อย่างรวดเร็ว มีเสถียรภาพ และแถลงนโยบายชัดเจน จะทำให้เห็นทิศทางการขับเคลื่อนของประเทศ ระยะสั้น อยู่ในโหมดกระตุ้นเงินในกระเป๋า ลดค่าครองชีพ ทำให้เศรษฐกิจฟื้น ระยะกลาง คือเพิ่มความสามารถการแข่งขัน ปรับปรุงกฎหมายที่ล้าสมัยเป็นอุปสรรคต่อการลงทุน ลดต้นทุนให้ภาคธุรกิจ ระยะยาว ต้องสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืน เน้นการปรับปรุงระบบการศึกษา สิ่งแวดล้อม ทำให้ประชาชนมีงานทำ ลดความเหลื่อมล้ำตลาดทุนมองบวก 2 ขั้วจับมือนายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ทิสโก้ และนายกสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ไทย กล่าวว่า จากผลเลือกตั้งเบื้องต้นที่ประเมินว่าพรรคเพื่อไทยจะได้จำนวน ส.ส.มากเป็นอันดับ 1 มีโอกาสเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลนั้น เป็นไปตามที่ฝั่งตลาดทุนคาดการณ์ไว้ พรรคเพื่อไทยยังอาจมีการจับมือกับบางพรรคในขั้วรัฐบาลเดิมเช่น พรรคพลังประชารัฐตามกระแสข่าวที่ออกมา ผลกระทบต่อตลาดหุ้นในระยะสั้น ตลาดหุ้นอาจตอบรับในเชิงบวก เพราะเป็นการผสมระหว่างขั้วใหม่กับขั้วรัฐบาลเก่า ทำให้เห็นภาพความปรองดอง ขณะที่การโหวตเลือกนายกฯจะได้เสียง ส.ว.โหวตให้เกิน 375 เสียงด้วย น่าจะดีต่อตลาดหุ้น ส่วนกรณีหากเพื่อไทยและก้าวไกลร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล หรือกรณีถ้าก้าวไกลมีคะแนนเสียงขึ้นมาอันดับหนึ่ง และรวบรวมกับพรรคอื่นจัดตั้งรัฐบาล โดยไม่มีพรรคขั้วรัฐบาลเดิม อย่างพลังประชารัฐเข้าร่วม ส.ว.ส่วนใหญ่อาจงดออกเสียงหรือไม่โหวตให้ ซึ่งจะเป็นปัญหา เกิดประเด็นความไม่แน่นอนเข้ามา กรณีนี้ตลาดหุ้นไม่น่าตอบรับในเชิงบวก ตลาดอาจซึมๆในช่วงแรก เพื่อรอดูทิศทางการเจรจาและความชัดเจนที่จะออกมา ทั้งหมดต้องรอผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการอีกครั้ง “อิ๊ง” ออกตัวคุยได้แค่คร่าวๆหลังการปิดหีบเลือกตั้ง เริ่มมีการทยอยรายงานผลสำรวจเอ็กซิทโพลจากสถาบันต่างๆ ทำให้เห็นทิศทางการจับขั้วจัดตั้งรัฐบาล โดยเมื่อเวลา 17.15 น. ที่พรรคเพื่อไทย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย พร้อมนายปิฎก สุขสวัสดิ์ สามี และ “น้องธิธาร” ลูกสาว เดินทางมาถึงพรรค ขณะที่บรรดาแกนนำทยอยเดินทางมาร่วมลุ้นผลคะแนน น.ส.แพทองธารให้สัมภาษณ์ว่า “น้องธิธาร” บอกจะมาด้วย สัญญาไว้แล้วว่าวันนี้จะพามาที่พรรค น้องดูตื่นตาตื่นใจเพราะไม่เคยเห็นกล้องเยอะขนาดนี้ ส่วนเรื่องผลโพลที่บอกว่าจะไม่แลนด์สไลด์นั้น ยังไม่เห็น ขอให้รอก่อนใจเย็นๆ ทั้งนี้ยังมั่นใจ เพิ่งมาถึงพรรคยังไม่ได้คุยกับใคร แต่ไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาอย่างไรทุกพรรคต้องน้อมรับในสิ่งที่ประชาชนเลือก ทุกพรรคหาเสียงมาก็ย่อมหวังเต็มที่อยู่แล้ว พรรคเพื่อไทยก็เช่นกัน แต่ประชาชนสำคัญที่สุด ในส่วนของตัวเลข ส.ส.จะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้หรือไม่นั้น อาจต้องมีการคุยกันคร่าวๆ เป็นแนวทาง แต่คงไม่มีอะไรที่เป็นทางการ“เสี่ยนิด” ขอรอผลเป็นทางการต่อมาเวลา 17.30 น. นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย เดินทางมาถึงพรรคพร้อมให้สัมภาษณ์ว่า ตั้งใจมาฟังผล ต้องขอบคุณทีมงานที่ร่วมทำงานกันมา มีหลายกลุ่มบุคคลที่อยู่เบื้องหลังการทำงาน ทุกคนช่วยเหลือกันดีมาก เมื่อถามว่าโพลหลายสำนักออกมาตรงกันว่าเพื่อไทยจะได้ 180-200 เสียง ไม่แลนด์สไลด์ นายเศรษฐาตอบว่า ยังไม่ทราบขอรอฟังผลอย่างเป็นทางการ เมื่อถามว่าหากไม่แลนด์สไลด์จะมีผลต่อการจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายเศรษฐาตอบว่า ไม่ทราบ ยังไม่ได้เห็นรายละเอียด ไม่ว่าผลเลือกตั้งออกมาอย่างไรพร้อมน้อมรับ เมื่อถามย้ำว่าหากได้ไม่ถึง 280 เสียงจะมีโอกาสตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายเศรษฐาตอบว่า ต้องให้เกียรติกรรมการบริหารพรรคต้องเป็นขั้นเป็นตอน ตอนนี้รอผลการนับคะแนนก่อน ช่วง 4 ทุ่มอาจเห็นอะไรชัดขึ้น รอพรรคไฟเขียวขึ้นนายกฯเมื่อถามว่ายังมั่นใจว่าจะได้เป็นนายกฯคนที่ 30 อยู่หรือไม่ นายเศรษฐาตอบว่า หากประชาชนให้ความไว้วางใจและเราเป็นพรรคที่ได้คะแนนเสียงส่วนมาก ก็เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล หากคณะกรรมการบริหารพรรคตัดสินใจเสนอชื่อตนก็มีความพร้อม และหากคะแนนไม่เป็นไปตามที่หวังไว้ยังจะรับตำแหน่งนายกฯหรือไม่นั้น ไม่ทราบต้องขอรอดูคะแนนก่อน แต่ถึงอย่างไรตนก็ต้องขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่มอบให้กับพรรคเพื่อไทยรวมก้าวไกลได้เกิน 350 ที่นั่งผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างรอการนับผลคะแนน น.ส.แพทองธารและนายเศรษฐา ได้เข้ามาพูดคุยทักทายกับสื่อมวลชนไทยและต่างชาติ ที่มาติดตามทำข่าวจำนวนมากอย่างเป็นกันเอง แต่เมื่อเริ่มนับคะแนนไปได้สักระยะหนึ่ง ปรากฏว่าคะแนนของพรรคก้าวไกลขึ้นนำในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะเขตเมืองใหญ่ ทำให้บรรยากาศภายในพรรคเพื่อไทยไม่คึกคักเหมือนที่หลายคนประเมินไว้ เพราะจนถึงเวลา 19.00 น. คะแนนก็ยังไม่แลนด์สไลด์ตามที่คิด แต่บรรดาแกนนำยังไม่ถอดใจ เนื่องจากมีการประเมินกันว่าในที่สุดแล้วพรรคเพื่อไทยจะมีคะแนนมากกว่าพรรคก้าวไกล และทั้ง 2 พรรค เมื่อนำคะแนนมารวมกันแล้ว จะมีคะแนนเกิน 350 เสียง แต่แกนนำพรรคยังไม่ได้คิดไกลไปถึงการจัดตั้งรัฐบาล ต้องรอผลคะแนนที่ชัดเจนมากกว่านี้ก่อนบิ๊ก พท.สตั๊นรอตัวเลขก่อนจับขั้วผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า ก่อนการเลือกตั้งที่แกนนำพรรคและสมาชิกพรรคทุกคนต่างมั่นใจในกระแสของพรรคจะได้ ส.ส.มาเป็นลำดับที่ 1 ได้เสียง ส.ส.แลนด์สไลด์ เป็นฝ่ายคุมเกมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลทั้งหมด โดยมีตัวแทนจากทุกพรรคการเมือง ทั้งจากซีกรัฐบาลและซีกฝ่ายค้านเดิม เข้ามาคุยกับเพื่อไทย เพื่อหารือการจับมือกันหลังเลือกตั้ง แต่เมื่อเริ่มนับคะแนนแล้วผลออกมาว่าก้าวไกลมีคะแนน ส.ส.มากกว่าที่คิด แต่เพื่อไทยไม่แลนด์สไลด์ ทำให้บรรดาแกนนำต่างคิดหนักถึงการเดินหน้าขับเคลื่อนจัดตั้งรัฐบาล พูดตรงกันว่ารอดูตัวเลขผลการเลือกตั้งที่ชัดเจนก่อน แล้วค่อยสรุปว่าจะเดินหน้ากันอย่างไร พท.ยังไม่ต่อสายคุยก้าวไกลกระทั่งเวลา 21.10 น. นายเศรษฐา พร้อมนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค ลงมาทักทายสื่อมวลชนอีกรอบพร้อมให้สัมภาษณ์หลัง กกต.นับคะแนนไปได้ 26% ว่า ยังไม่ได้คุยกับพรรคก้าวไกล และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ยังไม่ได้ต่อสายมา อย่างไร ก็ตามต้องขอคุยกับฝ่ายประชาธิปไตยที่ร่วมอุดมการณ์ด้วยกันมาก่อน เมื่อถามว่าตามธรรมเนียมใครต้องติดต่อใครก่อน นายเศรษฐาตอบว่า ไม่ทราบ เพราะตนเองก็หน้าใหม่ทางการเมือง เมื่อถามว่าผลนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ พรรค ก.ก.นำอยู่ นาย เศรษฐาตอบสวนว่า “ไม่ใช่ก้าวไกลนำ ผมนำอยู่ และผมมั่นใจว่าเพื่อไทยยังชนะการเลือกตั้ง” เมื่อถามย้ำว่ามีเรื่องอะไรที่ห่วงที่สุด นายเศรษฐาตอบสั้นๆว่า “ไม่มี”ยอมรับผิดหวังในพื้นที่ กทม.เมื่อถามว่าตอนนี้พรรครัฐบาลเดิมยังไม่มีพรรคไหนยอมรับความพ่ายแพ้ กังวลเรื่องการตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยหรือไม่ นายเศรษฐาตอบว่า ไม่กังวล เพราะไม่มีความชอบธรรม เมื่อถามว่า น.ส.แพทองธาร เป็นอย่างไรบ้าง นายเศรษฐาตอบว่า สบายดี ตอนนี้ทำหน้าที่แม่อยู่ รอลุ้นอยู่ ไม่ได้ไปไหน ที่พวกตนลงมาทักทาย เพราะคะแนนมาช้า กลัวสื่อมวลชนกังวลว่าเราหายไปไหน เมื่อถามว่าตอนนี้ยังไม่ผิดหวังผลคะแนนที่ออกมาใช่หรือไม่ นายเศรษฐาตอบว่า ไม่ ตอนนี้คะแนนเรายังนำอยู่ ไม่มีใจเสีย สู้ตลอด เมื่อถามถึงคะแนนในส่วนของ กทม. นายเศรษฐาตอบว่า “ยอมรับว่า กทม.ใจเสีย แน่นอน กรุงเทพฯ ผิดหวังครับ ก็แปลกใจนิดหน่อย” เมื่อถามว่าไม่แลนด์สไลด์ใจเสียหรือไม่ นายเศรษฐา ตอบว่า “ไม่ครับ ยังยิ้มแย้มแจ่มใสได้อยู่”สื่อ-แฟนคลับแห่ลุ้นก้าวไกลส่วนบรรยากาศที่พรรคก้าวไกล ย่านรามคำแหง เป็นไปอย่างคึกคัก สื่อมวลชนทั้งไทย และต่างชาติ มาปักหลักทำข่าวจำนวนมากตั้งแต่ช่วงบ่ายก่อนเวลาปิดหีบในเวลา 17.00 น. มีแกนนำพรรคทยอยเข้าพรรคเพื่อรับฟังรายงานผล และเตรียมแถลงข่าวผลการเลือกตั้ง อาทิ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค นายรังสิมันต์ โรม โฆษกพรรค น.ส.พรรณิการ์ วานิช ผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล ขณะที่บริเวณลานจอดรถ ฝั่งตรงข้ามพรรคมีการติดตั้งจอขนาดใหญ่ เพื่อรายงานผลคะแนนให้ประชาชนและเหล่าแฟนคลับจำนวนมากที่เดินทางมาร่วมลุ้นเกาะติดการนับคะแนน “พิธา” ปลื้มมั่นใจทะลุ 100 ที่นั่งนายพิธาแถลงหลังทราบผลเอ็กซิทโพล 3 สำนักว่า โพลจาก 3 สถาบันทิศทางเป็นไปตามนั้น โดยเฉพาะนิด้าโพล ที่ กทม.เราได้ 32 เขตจาก 33 เขต เชื่อว่าเป็นตามนั้น ขณะที่ภาคอีสาน ภาคเหนือ แม้ผลโพลจะน้อยไป แต่จากการรายงานในพื้นที่พบว่าหลายพื้นที่ก้าวไกลมีคะแนนนำอยู่ สิ่งที่พอสรุปได้คือ ที่ 1 ของก้าวไกลมีสิทธิเป็นไปตามโพล ดูแล้วตัวเลขคะแนนพรรคก้าวไกลจะทะลุ 3 หลักแน่นอน ถ้าโพลเป็นเช่นนั้น พรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทยก็มีเสียงเพียงพอจับมือตั้งรัฐบาลเป็นเสียงข้างมากได้ เป็นนิมิตหมายที่ดี การเปลี่ยนแปลงมาถึงประเทศไทยแล้ว ส่วนคะแนนนอกราชอาณาจักรและนอกเขต ที่พรรคก้าวไกลได้ก็ต้องขอบคุณจะทำงานไม่ให้ทุกคนผิดหวังพร้อมจับมือเพื่อไทยตั้งรัฐบาลผู้สื่อข่าวถามว่าจะคุยพรรคเพื่อไทยเรื่องตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายพิธาตอบว่า ยังไม่ได้คุย รอมติประชาชนให้นับจนเสร็จก่อน คงมีโอกาสได้คุยกัน 4-5 ทุ่มเป็นต้นไป จะได้ยินดีกัน จะให้กรรมการบริหารพรรคร่วมตัดสินใจด้วย เมื่อถามว่าพร้อมทำงานตั้งรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยใช่หรือไม่ นายพิธาตอบว่า การทำงานร่วมกันของฝ่ายค้านจะตอบโจทย์ความท้าทายประเทศที่สุด เพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทยไปด้วยกัน ทั้งนี้การจัดตั้งรัฐบาลจะต้องมีการทำเอ็มโอยูและตั้งเงื่อนไข ต้องปรึกษากับกรรมการบริหารพรรคก่อน ถ้าพรรคก้าวไกลมีอำนาจต่อรองก็จะต่อรองเพื่อประชาชน คิดถึงประชาชนเป็นตัวตั้ง ตำแหน่งรัฐมนตรีเป็นแค่สะพานผลักดันเรื่องนโยบายที่ให้ไว้กับประชาชน เรื่องจำนวนไม่ได้ซีเรียส แต่สิ่งที่สัญญากับประชาชนต้องทำให้สำเร็จฝังพรรค 2 ลุง ปิดทางร่วม ครม.เมื่อถามว่าถ้าพรรคร่วมรัฐบาลปัจจุบันจะมาร่วมตั้งรัฐบาลด้วยเป็นไปได้ไหม นายพิธาตอบว่า ใครเปลี่ยนอุดมการณ์คุยกันยากหน่อย แต่จุดยืนที่ชัดอยู่คือ “มีลุงไม่มีเรา มีเราไม่มีลุง” ดังนั้นพรรคร่วมรัฐบาลที่เป็นพรรคทหารจำแลงทั้งสองพรรค ไม่ว่าใครจะเป็นหัวหน้าพรรคคือไม่ได้อยู่ใน ครม.ของเรา หากมีการเปลี่ยนอุดมการณ์จริง ก็ต้องมาพูดคุยกันว่าอุดมการณ์ตอนนี้คืออะไร เมื่อถามว่าถ้าไม่มี พล.อ.ประยุทธ์กับ พล.อ.ประวิตร จะร่วมรัฐบาลกันได้หรือไม่ นายพิธาตอบว่า ไม่เกี่ยวกับเรื่องบุคคล บอกเลยไม่ว่าหัวหน้าพรรค พปชร.และ รทสช.เป็นใคร จะไม่มีพรรคก้าวไกลอยู่ในนั้น เมื่อถามว่าถ้าเป็นภูมิใจไทยได้หรือไม่นายพิธาตอบว่า ต้องมาพูดคุยกันอีกครั้ง ดูน้ำหนักทางการเมือง ตอนนี้ไม่มีความจำเป็นต้องนำพรรคอื่นมาร่วมด้วย ถ้าผลคะแนนยังเป็นเช่นนี้พรรคฝ่ายค้านเดิมคือ เพื่อไทย ก้าวไกล และพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่นก็พอตั้งรัฐบาลได้ เมื่อถามว่าถ้าก้าวไกลได้คะแนนเป็นอันดับ 1 พร้อมเป็นแกนนำตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายพิธาตอบว่า แน่นอน เป็นไปตามหลักประชาธิปไตยไม่ต้องลดเพดานอุดมการณ์เมื่อถามว่า ถ้าพรรคก้าวไกลได้คะแนนเป็นที่ 1 แต่มีอุปสรรคอยู่ที่ ส.ว.ไม่โหวตให้จะทำอย่างไร นายพิธาตอบว่า อย่าเพิ่งไปคาดเดาถึงขั้นนั้น บางทีอาจคิดไปเองมากเกินไป เชื่อว่า 4-5 ปีที่ผ่านมา วุฒิสภาเห็นภาพการเปลี่ยนแปลงการเมืองไทยพอสมควร ส.ว.หลายคนพูดว่าไม่ต้องการฝืนมติประชาชน เมื่อประชาชนแสดงเจตจำนงต้องการให้ใครเป็นคนแบก ความฝัน ความหวัง ไม่ควรมีใครไปฝืนมติประชาชน หมู่มาก รวมถึงคนที่จะโหวตสวนด้วย เมื่อถามว่าพรรคก้าวไกลจะลดเพดานเรื่องจุดยืนทางการเมืองในการตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายพิธาตอบว่า ไม่ลดเพดาน จุดยืนยังเหมือนเดิม ถ้าจะถามว่านโยบายใครก่อนหรือหลัง เป็นเรื่องระบบรัฐสภา ต้องดูใครมาเป็นอันดับ 1 และ 2 มาเจรจากัน อะไรที่เห็นร่วมกันก็ช่วยกัน ดำเนินการให้เกิดขึ้นได้ 3-4 นโยบายหลักก้าวไกลไม่ต่างกับเพื่อไทยมาก เชื่อว่าจะทำตามโรดแม็ปที่ต้องการได้สื่อสารคนเห็นต่างฝ่าขัดแย้งเมื่อถามว่า หากนายพิธาเป็นนายกฯจะสื่อสาร กับคนที่เห็นต่างอย่างไร นายพิธาตอบว่า ต้องใช้ความ อดทน มีวุฒิภาวะ เพราะทุกสังคมมีความขัดแย้งอยู่ที่ กระบวนการและวิธีทำงานที่มีระบบรัฐสภาสร้างขึ้นมา แก้ไขความขัดแย้ง ถ้ายังยึดมั่นระบบรัฐสภา ทำงานเต็มที่ คืนศรัทธาให้ระบบรัฐสภา ทำงานตามเจตนารมณ์ ประชาชน ไม่ทุจริต ทำให้การเมืองเข้มแข็ง จะแก้ไข ความขัดแย้งในสังคมได้ เมื่อถามว่า ประเมินแล้วฝ่าย พรรค 2 ลุงจะพุ่งขึ้นมาจัดตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ นายพิธา ตอบว่า ตัวเลขขณะนี้คงไม่ใกล้ความจริงเท่าไร แสดงว่า ประชาชนต้องการเปลี่ยนแปลง แต่ต้องจับตาการนับ คะแนนให้บริสุทธิ์ที่สุด “พิธา” ประกาศชัยชนะทะลุ 160จากนั้นเวลา 22.00 น. นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แถลงอีกครั้งว่า ขอบคุณประชาชน ที่ให้ความไว้วางใจ แม้คะแนนยังนับไม่หมด ตอนนี้ ขอประกาศว่าคะแนนรวมก้าวไกลน่าจะทะลุเกิน 100 ที่นั่งไปแล้ว มั่นใจชนะขาดแล้ว 72 เขต อีก 50 เขต ใกล้นับเสร็จ มีคะแนนนำรวม 120 เขต ส่วนบัญชีรายชื่ออยู่ที่ 35-40 ที่ มั่นใจจะบรรลุเป้าหมายหาเสียงเลือกตั้งเกิน 100 เสียง และมีทิศทางที่ดีจะ ทะลุไปถึง 160 ที่นั่งได้ หรืออาจทะลุมากกว่านั้นก็ได้ส่วนผลการตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยแทบไม่มีเหลือแล้ว พรรคที่คะแนนเกิน 100 มีแค่พรรคก้าวไกล กับพรรค เพื่อไทย พรรครัฐบาลเดิมน่าจะยาก คาดว่าจะใช้เวลา อีกไม่นานในการตั้งรัฐบาล จุดยืนก้าวไกลคือมีลุงไม่มีเรา ไม่มีรวมไทยสร้างชาติและพลังประชารัฐในการ ตั้งรัฐบาลของพรรคก้าวไกล และจะต้องมีเอ็มโอยู ตั้งรัฐบาลถก กก.บห.ตั้ง รบ.นั่งนายกฯ เองนายพิธากล่าวว่า วันที่ 15 พ.ค. จะคุยกับคณะ กรรมการบริหารพรรคเรื่องจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรค เพื่อไทย และทำเอ็มโอยูตั้งรัฐบาลมีการเปิดเผยต่อสาธารณชน ถ้าพรรคก้าวไกลเป็นอันดับ 1 จะตั้งรัฐบาล ร่วมกับพรรคร่วมฝ่ายค้านเดิมทั้งหมดทุกพรรค ขณะนี้ ยังไม่มีการโทรศัพท์คุยกับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ขณะที่คะแนน ส.ส.กทม.ของพรรคก้าวไกลนั้น ได้รับ การยืนยันว่าจะชนะเลือกตั้งทุกเขต ส่วนตนจะเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ต้องรอให้นับคะแนนให้เสร็จก่อน ถ้าพรรคก้าวไกลเป็นอันดับ 1 ต้องเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และตนจะเป็นนายกฯเชื่อ “ทักษิณ” กลับบ้านไม่จุดไฟนายพิธากล่าวว่า ส่วนการตั้งรัฐบาลจะต้อง คำนึงถึงการกลับมาของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายก รัฐมนตรีหรือไม่นั้น ถ้านายทักษิณกลับมาสู่กระบวนการ ยุติธรรมจริงๆ ก็เป็นสิ่งที่พลเมืองควรได้รับ ไม่ใช่เฉพาะ แค่นายทักษิณคนเดียว และเชื่อว่า การที่ทักษิณกลับมา จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ไม่ใช่ ก้าวข้ามความขัดแย้ง แต่ไม่มีความยุติธรรม ต้องมี ความรับผิด รับชอบ จะต้องให้ระบบยุติธรรมเกิดความ ยุติธรรมกับทุกฝ่าย แต่จะรับไม่ได้จริงๆถ้าอยู่ดีๆแล้วมีนายกฯเหนือเมฆเข้ามาพปชร.ตั้งวอร์รูมเกาะติดผลเวลา 14.00 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ประธานยุทธศาสตร์การเมือง กล่าวว่า มีการตั้งศูนย์อำนวยการพรรคพลังประชารัฐภารกิจการเลือกตั้ง ส.ส. หรือวอร์รูมพรรค เพื่อมอนิเตอร์ติดตามสถานการณ์เลือกตั้งทั้งจากสื่อต่างๆ และตัวแทนพรรค เพื่อรวบรวมข้อมูลมาที่วอร์รูม และเตรียมพร้อมหลังปิดหีบเลือกตั้ง เตรียมแบบฟอร์มและตารางการนับคะแนนไว้แล้ว จะเร่งรายงานทุก 30 นาที ติดตามคะแนนผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค ประกอบกับผลคะแนนที่สื่อมวลชนรายงาน นอกจากนี้ ยังจัดเตรียมสถานที่แถลงขอบคุณประชาชน โดย พล.อ.ประวิตรจะเข้าพรรคหลังปิดหีบเลือกตั้ง “ชัยวุฒิ” เปิดประตูสลายขั้วนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพปชร. กล่าวว่า เรื่องการพูดคุยจับขั้วตั้งรัฐบาลทราบว่า บางพรรคพูดคุยกันมาก่อนแล้ว โดยพรรคที่มีความคุ้นเคยและมีความสัมพันธ์กัน ผู้ใหญ่ของพรรคคงคุยกัน เป็นระยะ แต่เชื่อว่าการพูดคุยคงไม่จบง่าย ต้องคุยกัน หลายวัน แต่พอเห็นเค้าลางว่าจะคุยกันอย่างไรต่อไป เมื่อถามว่าพรรคร่วมรัฐบาลเดิมได้มีพูดคุยกันบ้างหรือไม่ นายชัยวุฒิตอบว่า พูดคุยกันตลอด แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าจะต้องจับมือกันเหมือนเดิม ต้องคุย เพื่อเริ่มต้นกันใหม่ เพราะสมการการเมือง นโยบายและเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงตลอด คงไม่ต้องเหมือนเดิม เมื่อเลือกตั้งเสร็จค่อยมาคุยกันใหม่ ดังนั้นจะใช้คำว่า พรรคร่วมรัฐบาลเดิมก็เหมือนเดิมไม่ได้ เมื่อถามว่า มีโอกาสที่พลังประชารัฐจะจับขั้วตั้งรัฐบาลข้ามขั้วหรือไม่ นายชัยวุฒิตอบว่า ตอนนี้ไม่มีขั้วแล้วไม่ปิดตายคุยแต่ขั้วรัฐบาลเดิมกระทั่งเวลา 18.20 น. พรรคพลังประชารัฐโพสต์ ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กหลังปิดหีบเลือกตั้งว่า พรรคพลังประชารัฐขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่มอบให้แก่ผู้สมัคร ส.ส. และพรรค เราพร้อมเดินหน้าทำงานรับใช้ พี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ ต่อมาเวลา 18.30 น. นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค พปชร. กล่าวถึงการจับขั้วตั้งรัฐบาลว่า พลังประชารัฐไม่ได้ปิดตายว่าจะพูดคุยเพียงแต่พรรคขั้วเดิม ทุกอย่างต้อง รอผลการเลือกตั้ง ขณะที่ พล.อ.ประวิตรติดตามผลการ เลือกตั้งตลอด และจะมีการแถลงอย่างเป็นทางการอีกครั้ง “บิ๊กป้อม” แถลงขอบคุณสั้นๆต่อมาเวลา 21.03 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พปชร. เดินทางเข้ามายังที่ทำการพรรคพร้อมแถลงเปิดใจสั้นๆว่า ขอบคุณผู้สื่อข่าว ขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่มอบให้กับพรรคในทุกเขต ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ ส่วนอย่างอื่นไว้ค่อยว่ากันยังไม่ถึงเวลา ต้องรอกันอีก เพราะยังนับคะแนนไม่เสร็จ เมื่อถามว่าคนสนใจเรื่องการจับขั้วตั้งรัฐบาล พลังประชารัฐได้คุยกับพรรคอื่นบ้างหรือยัง พล.อ.ประวิตรส่ายหัวพร้อมตอบว่า ยัง เมื่อถามว่าเห็นคะแนนที่ออกมารู้สึกอย่างไรบ้าง พล.อ.ประวิตรตอบสั้นๆว่า ไม่มี เมื่อถามว่าเซอร์ไพรส์หรือไม่ที่พรรคก้าวไกลมาขนาดนี้ พล.อ.ประวิตรไม่ได้ตอบคำถาม เมื่อถามย้ำว่าไม่ถอดใจใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรยังคงไม่ได้ตอบคำถามเช่นกัน ถือเป็นการแถลงขอบคุณที่รวดเร็วไม่ถึง 1 นาที และตอบคำถามแบบสั้นๆห้วนๆ “บิ๊กตู่” หน้านิ่งลุ้นแต้ม รทสช.ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) แกนนำ ทยอยเดินทางเข้ามาตั้งแต่ช่วงเที่ยง อาทิ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการ รทสช. กระทั่งเวลา 18.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกฯ รทสช. จึงเดินทางมาถึง ในสภาพสีหน้านิ่ง แต่เดินอ้อมไปเข้าทางซอกอาคารติดกำแพงรั้วฝั่งศาลพระภูมิ สื่อมวลชนที่มารอทำข่าว จึงกรูมาดักสัมภาษณ์ทำให้เกิดชุลมุนเบียดกัน จนทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่า ใจเย็น รปภ.ต้องขอทางสื่อให้ ช่วยเปิดทางให้ และมีบรรดาแกนนำมารอรับขึ้นไปห้องรับรองผู้บริหารและแกนนำที่ชั้น 3 เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงผลเอ็กซิทโพลที่ออกมา พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่ได้ดูผลโพล ต้องขอบคุณประชาชนคนไทยทุกคน เมื่อถามว่า กำลังใจเป็นอย่างไรบ้าง พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ดีแน่นอน คนไทยว่าอย่างไรก็ตามนั้น“จุรินทร์” ยันไม่ทิ้งถนนการเมืองเวลา 17.30 น. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แถลงว่า ในนามพรรคขอขอบคุณคนไทยที่ออกไปใช้สิทธิตามวิถีระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขลงคะแนนให้ผู้สมัครพรรค ขอยืนยันว่าผู้ที่ได้รับเลือกตั้งจะทำหน้าที่ให้สมบูรณ์แบบที่สุด ผู้สื่อถามว่า เริ่มนับคะแนนพรรคก้าวไกลนำห่างแล้ว นายจุรินทร์ตอบว่า ยังตอบอะไรไม่ได้เพิ่งเริ่มนับ เมื่อถามว่า กดดันหรือไม่เพราะเลือกตั้งครั้งนี้ชี้ชะตาพรรคและตำแหน่งหัวหน้าพรรคตอบว่า ไม่กดดัน อยู่กับการเมืองมาทั้งชีวิตผลเป็นอย่างไรไม่มีปัญหายังเดินบนเส้นทางการเมืองต่อ ต้องรอผลเลือกตั้งที่เป็นทางการถูกต้องไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ทุกคนต้องยอมรับอยู่แล้วแกนนำ-แฟนคลับ ปชป.วังเวงผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ลานพระแม่ธรณีบีบมวยผม ที่ตั้งพรรค ปชป.เป็นไปด้วยความเงียบเหงาต่างจากหลังปิดหีบเลือกตั้งในทุกครั้ง ที่ต้องจัดจอโปรเจกเตอร์ให้แกนนำ สมาชิกพรรคและกองเชียร์ได้ติดตามผลการเลือกตั้ง แต่มีเพียงนำเอาจอโทรทัศน์ 2 จอใหญ่ พร้อมเก้าอี้มานั่งลุ้น ที่ลานสนามหญ้าเล็กๆด้านหน้าอาคาร ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช แถมไม่มีสมาชิกพรรค กองเชียร์ หรือแม้แต่แกนนำพรรคคนสำคัญอื่นๆมาติดตามผลนับคะแนน ขณะที่สื่อมวลชนที่มาติดตามสถานการณ์ก็น้อยมาก“เจ๊หน่อย” ชวนทุกพรรคแก้ รธน.เมื่อเวลา 21.30 น. ที่พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรค ทสท.แถลงว่า ขอบคุณประชาชนที่มอบให้ทุกคะแนนเสียง ในอนาคตอยากให้เห็นผลประโยชน์ของประชาชนเป็นตัวตั้ง เพราะยากลำบากและทุกข์ยากตลอดหลายปีที่ผ่านมา อยากเห็นทุกพรรคที่รณรงค์หาเสียงเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเดินหน้าผลักดันเรื่องนี้เพื่อให้เกิดรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนเป็นหนทางสำคัญในการแก้ไขปัญหาชาติบ้านเมือง แก้ไขปัญหาความขัดแย้ง และประชาชนได้มีสิทธิเขียนรัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง เพื่อเป็นทางออกจากวิกฤติการเมืองและจะเดินหน้าทำให้คนไทยหายทุกข์ หายจน ร่วมกันสร้างประเทศไทยที่ดีที่สุดส่งมอบให้คนรุ่นต่อไป